จอมปาด“ประวิตร”รุกสี่แคว ไล่บี้เด็ก“หิมาลัย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541280

ขุนน้ำหมึก

20 ม.ค. 2566

จอมปาด“ประวิตร”รุกสี่แคว ไล่บี้เด็ก“หิมาลัย”

ศึก 2 ป. “ประวิตร” ลุยสองแคว-สี่แคว ตัดหน้า “หิมาลัย” จะพาลุงตู่ ไปพิจิตร-นครสวรรค์ ลุงป้อมคว้า สจ.สาวชุมแสง ตั้งเป้าโค่น ส.ส.ที่ย้ายหนีไป รทสช.

สมฉายาจอมปาด “ประวิตร” ลุยเมืองสองแควและเมืองสี่แคว ตัดหน้า “หิมาลัย” จะพา พล.อ.ประยุทธ์ ไปพิจิตร-นครสวรรค์ ปลายเดือนนี้

“ประวิตร” ดีใจได้บ้านใหญ่พิษณุโลก ส่งลูกชายลงสนาม ส่วนที่นครสวรรค์ คว้า สจ.สาวเมืองชุมแสง หวังโค่นเด็ก “หิมาลัย”

วันที่ 20 ม.ค.2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พิษณุโลก และ จ.นครสวรรค์ โดยสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร่วมคณะไปด้วย

เป็นที่รู้กัน คิวตรวจราชการของ พล.อ.ประวิตร ในห้วงเวลานี้ ย่อมแฝงไว้ด้วยการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย

เป้าหมายแรกคือ พิษณุโลก สันติ พร้อมพัฒน์ แม่ทัพเหนือตอนล่าง ได้จับมือกับมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ 

เป้าหมายที่สองขยับลงมาพื้นที่นครสวรรค์ สันติ พร้อมพัฒน์ เพิ่งเปิดผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ที่จะลงชนกับ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 ที่จะทิ้ง พปชร.ไปอยู่ รทสช.

สำหรับ ส.ส.สัญญา นิลสุพรรณ เป็นเด็กปั้นของ หิมาลัย ผิวพรรณ ซึ่งปลายเดือน ม.ค.2566 หิมาลัย ในฐานะแม่ทัพภาคเหนือของพรรค รทสช. ก็กำลังจะพา พล.อ.ประยุทธ์ มาตรวจราชการที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พิจิตร เช่นเดียวกัน

 สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ในสังกัดหิมาลัยสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ในสังกัดหิมาลัย

‘บ้านใหญ่สองแคว’

“ประวิตร” มาเยือนเมืองสองแควหนนี้ เพื่อพบกับทีม พปชร.ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก

ก่อนหน้านั้น ส.ส.พิษณุโลก พรรค พปชร. 2 คนคือ อนุชา น้อยวงศ์ ได้ย้ายไปภูมิใจไทย และมานัส อ่อนอ้าย เตรียมย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ ตามลูกพี่-หิมาลัย ผิวพรรณ

เขต 1 พิษณุโลก พรรค พปชร. ส่ง สจ.อั้ม-อดุลยวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ ลูกชายนายก อบจ.พิษณุโลก ลงเขต 1 ชนกับ หมออ๋อง-ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล 

ส่วนเขต 2 ส่ง ศิริชิน ญาณพิทักษ์พงษ์ ประธานสภา อบจ.พิษณุโลก ท้าชิงแชมป์ผูกขาด นพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย

อนึ่ง มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ เป็น ส.ส.พิษณุโลก 3 สมัย ในนามพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน จึงรู้จักมักคุ้นกับสันติ พร้อมพัฒน์เป็นอย่างดี

‘ล้มเด็กหิมาลัย’

พลังประชารัฐเมืองสี่แควเหมือนแพแตก “ประวิตร” จึงมอบสันติ พร้อมพัฒน์ จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ที่มาจากนักการเมืองท้องถิ่น

ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ 4 คน ที่ย้ายพรรคไปแล้ว 2 คนคือ วีระกร คำประกอบ ไปอยู่พรรค ภท. และสัญญา นิลสุพรรณ ไปพรรค รทสช.

เหลือแต่ ภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 และนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ เขต 6 ที่ยังไม่ตัดสินใจว่า จะอยู่หรือไป 

น่าจับตาดูว่า ภิญโญ นิโรจน์ จะย้ายไปค่ายบุรีรัมย์ตามข่าวลือหรือไม่ และมีข่าวเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ภิญโญ จะส่งลูกสาว บาส-ภัทราวดี นิโรจน์ ลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 แทนตัวเอง

สำหรับ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ลูกชายกำนันคนดังย่าน อ.บรรพตพิสัย โดย ส.ส.สมัยแรกคนนี้ เป็นคนสนิท หิมาลัย ผิวพรรณ 

ที่ผ่านมา สันติ พร้อมพัฒน์ วางตัวผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ในนครสวรรค์ไปแล้ว 3 คน ประกอบด้วยเขต 3  สจ.เปิ้ล-สุภัสสร คล้ายแจ้ง ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.ชุมแสง, เขต 4 จิตรา หมีทอง อดีตประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ และเขต 5 พรวิศิษฐ์ แจ่มใส

 สจ.เปิ้ล สุภัสสร ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พปชร.สจ.เปิ้ล สุภัสสร ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พปชร.

ที่น่าสนใจคือ เขต 3 (อ.บรรพตพิสัย, อ.เก้าเลี้ยว และอ.ชุมแสง) สจ.เปิ้ล สุภัสสร จะต้องแข่งกับแชมป์เก่า สัญญา นิลสุพรรณ เด็กในสังกัดหิมาลัย

อันที่จริง หิมาลัย ผิวพรรณ ในฐานะแกนนำพรรค รทสช. มีคิวพา พล.อ.ประยุทธ์ มาลงพื้นที่นครสวรรค์ เขต 3 พื้นที่ของ สัญญา นิลสุพรรณ และพิจิตร เขต 3 พื้นที่ สุรชาติ ศรีบุษกร ช่วงปลายเดือน ม.ค.2566

เนื่องจาก 2 เขตนี้ เป็นพื้นที่เป้าหมายของหิมาลัยที่จะต้องได้ ส.ส. แต่พรรคคู่แข่งคงไม่ยอมให้ผ่านไปง่ายๆ โดยเฉพาะนครสวรรค์ เขต 3 เสี่ยสันติ คงดัน สจ.เปิ้ลให้เข้าป้ายจนได้

เมื่อทีมบ้านป่ารอยต่อฯ รู้ข่าวลุงตู่จะไปนครสวรรค์ จึงจัดคิวด่วนให้ลุงป้อมลงไปตรวจบึงบอระเพ็ดแบบเร่งรีบ อย่างนี้สื่อจึงให้ฉายาลุงป้อมว่า จอมปาด
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                   โดย … ขุนน่ำหมึก

อลวนรัก “ทักษิณ” อกหักเพียบ “เสื้อแดง”กำสรวล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541258

ขุนน้ำหมึก

19 ม.ค. 2566

อลวนรัก “ทักษิณ” อกหักเพียบ “เสื้อแดง”กำสรวล

สู้เพื่อ “ทักษิณ” อดีต ส.ส.และแกนนำ “เสื้อแดง” น้อยใจ พท. ไม่เลือกลงสมัคร ส.ส. บางคนโวย หลายคนกลืนเลือด กลับเลือกนายทุนเสื้อเหลือง และอดีต กปปส.

อกหักเพราะรัก “ทักษิณ” อดีต ส.ส. และแกนนำ “เสื้อแดง” น้อยใจเพื่อไทย ไม่เลือกลง ส.ส. บางคนโวย บางคนกลืนเลือด แดงอุดมการณ์ไม่มีอยู่จริง

สู้เพื่อ “ทักษิณ” สู้เพื่อประชาธิปไตย “เสื้อแดง” ทั้งใจและกาย สุดท้ายพรรคเลือกอดีต กปปส. อดีต ส.ส.นกหวีด อดีตนายทุนเสื้อเหลือง มาลงสมัคร ส.ส.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กำเนิดคนเสื้อแดงนั้น มาจากกลุ่มคนรักอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ก่อนที่ขบวนการ นปช.จะก่อรูปก่อร่าง  และปรากฏการณ์แดงทั้งแผ่นดินปี 2554 จึงทำให้เกิดเพื่อไทยแลนด์สไลด์ พร้อมนายกฯหญิงคนแรกของไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

พ.ศ.โน้น มี ส.ส.เสื้อแดงเกลื่อนสภาฯ อย่าง ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์, ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์, พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ,วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ ฯลฯ

ตัดกลับมา พ.ศ.นี้ พรรคเพื่อไทย ยุคอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนสุดท้องของทักษิณ กำลังเจอม็อบคนเสื้อแดงก่อหวอดผลการคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ในหลายจังหวัด

ล่าสุด กรณี พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประกาศลาออกจากพรรค หลังแกนนำเพื่อไทย ตัดสินใจไม่ส่งตัวเขาลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 

“หากไม่ส่งผมลง ก็ควรบอกผมตรง ๆ จนถึงวันนี้เหมือนกัน ไม่มีหมู หมา กา ไก่ เลยที่จะมาบอกผม ควรที่จะบอกกัน และให้เกียรติกันด้วย นี่คือจุดที่ผมเสียใจมาก” สุรทิน กล่าว

 สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรฯ น้อยใจ พท. ไม่เลือกลง ส.ส.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรฯ น้อยใจ พท. ไม่เลือกลง ส.ส.

สำหรับบุคคลที่มาลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 คือ เสี่ยก้อ-วัชระพล ขาวขำ ลูกชายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี และเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี 

“ถ้าผมไปจากพรรคเพื่อไทย การเมืองร้อนแน่ ผมชอบทำให้การเมืองร้อน ผมเทหมดหน้าตัก พร้อมสู้สนามเลือกตั้ง รับรองพรรคเพื่อไทยมี ส.ส.ไม่ครบทั้ง 9 เขตแน่”

ยุคสมัยแดงทั้งแผ่นดิน พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรธานี ได้ชื่อว่า เป็นแกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ยืนแถวหน้าระนาบเดียวกับ ขวัญชัย ไพรพนา และ อานนท์ แสนน่าน 

‘โดนหักดิบมาแล้ว’

อย่างที่รู้กัน สนามเลือกตั้งภาคอีสาน ใครอยากลงสนามในนามเพื่อไทย เพราะยี่ห้อ “ทักษิณ” ยังขายได้ และแบรนด์ “เสื้อแดง” ยังขลัง

สำหรับ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ก็เคยเสนอตัวต่อทางพรรคเพื่อไทย จะลง ส.ส.เขต 4 (อ.หนองหาน) เนื่องจาก ทองดี มนิสสาร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขตนี้ เสียชีวิตเมื่อปี 2557

ขณะเดียวกัน ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร ก็เสนอชื่อภรรยา อาภรณ์ สาราคำ เข้าประกวดด้วย แต่ปลายปี 2561  มีข่าวจากพรรคแจ้งว่า พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุดรฯ เขต 4

ตอนนั้น พ.ต.ท.สุรทิน ฉลองใหญ่ แต่ขวัญชัยน้ำตาตกใน ถึงกับประกาศผ่านวิทยุชุมชนคนรักอุดรว่า จะหันหลังให้เพื่อไทย และคนแดนไกล 

29 ม.ค.2562 พรรคเพื่อไทย มีมติส่งอาภรณ์ ภรรยาขวัญชัย เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุดรธานี โดยอ้างว่า พ.ต.ท.สุรทิน ขาดคุณสมบัติ ลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้

ครั้งโน้น พ.ต.ท.สุรทิน ไม่ได้ออกมาโวยวาย ต่างจากครั้งนี้ แถลงข่าวใหญ่โต ซึ่งสุรทินเองก็น่าจะรู้ว่า ขาใหญ่ พท.อุดรฯวันนี้คือ วิเชียร ขาวขำ

‘บทเรียนนครพนม’

การเลือกตั้งปีนี้ เพื่อไทยในยุคที่ อุ๊งอิ๊งลูกสาว “ทักษิณ” เป็นผู้นำ มีการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. โดยไม่ยึดเกณฑ์แบบปี 2554 คือเสื้อแดงต้องมาก่อน

ตัวอย่างจากเขต 4 นครพนม ก็มีแรงกระเพื่อม ถึงขั้นก่อหวอดเป็นม็อบเสื้อแดงประท้วงพรรค ไม่พอใจผลการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตนี้

เดิมทีนครพนม เขต 4 (อ.นาแก) ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม 3 สมัย พรรคเพื่อไทย ถูกบีบให้ขยับไปสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงลาออกไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย

เมื่อพื้นที่เปิดกว้าง ได้มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เพื่อไทย 3 คน คือ คนแรก สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม สนับสนุนโดย มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 

คนที่สอง ชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีตำบลพระซอง อ.นาแก และปรึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษานาแก โดยการสนับสนุนของคนเสื้อแดงนาแก 

 ชาญชัย คำจำปา ผู้เสนอตัวลง ส.ส.นครพนม เขต 4 อกหัก พรรคไม่เลือก ชาญชัย คำจำปา ผู้เสนอตัวลง ส.ส.นครพนม เขต 4 อกหัก พรรคไม่เลือก

คนที่สาม ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ น้องชาย ส.ส.คันคาย หรือ อรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม 7 สมัย 

สุดท้าย ณพจน์ศกร ได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 4 ทำให้กองเชียร์เสื้อแดง ที่หนุน ชาญชัย คำจำปา ไม่พอใจก่อหวอดเรียกร้องความเป็นธรรมจากเพื่อไทย

ว่ากันว่า คนแดนไกลปิ๊งไอเดียการหาเสียงของ ณพจน์ศกร เพราะมีประสบการณ์เคยลงสมัคร ส.ส.นครพนม ในนามไทยรักไทย, ภูมิใจไทย และเพื่อคนไทย มากกว่าคนอื่น 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ            โดย … ขุนน้ำหมึก 

ก.ศึกษาธิการ “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไปไม่ถึง “เด็ก-ครู”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kure-Jam/541235

19 ม.ค. 2566

ก.ศึกษาธิการ “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไปไม่ถึง “เด็ก-ครู”

ปี2542มีกฏหมายการศึกษาเป็นกฏหมายแม่บท เกิด5 อรหันต์ มีปรับแก้ไขหลายครั้ง ได้ศธจ.-ศธภ. มี ขรก.ซี9 เต็มบ้านเมือง แต่เงินเดือนครู-อาหารกลางวันเด็ก ได้เพิ่มกี่บาท เมื่อ ก.ศึกษาธิการ “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไม่ถึง “เด็ก-ครู”

ร่างพ.ร.บ.การศึกษาการศึกษาแห่งชาติ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ มาร่วม 5 ปี เป็นร่างกฏหมายที่ถูกคัดค้านมากที่สุด ถึงการละเมิดสิทธิครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่หัวใจของกฏหมายฉบับนี้ รัฐบาลในฐานะผู้เสนอบอกเพื่อ“ปฏิการศึกษา” รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ในช่วง 1 สัปดาห์ เวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ “น.ส.ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงหลายครั้ง คือ กรณีของ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …

โดยตั้งข้อสังเกตใน 4 ประเด็น ดังนี้


1. การจัดการศึกษาโดยผู้ปกครอง (Home School) ในมาตรา 13 ควรให้ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ติดตาม ประเมินผล ตามที่คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติกำหนด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

2.ให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล ในมาตรา 20 ควรให้สถานศึกษาเฉพาะสังกัด ศธ.เป็นนิติบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาของรัฐในแต่ละสังกัด

3.การสรรหาและคุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษา ในมาตรา 40 นั้น ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากเคยเป็นครูและรองผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว ต้องมีความรู้เรื่องบริหารการศึกษา และให้คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้กำหนดแนวทางการสรรหาและพัฒนาผู้บริหาร เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีศักยภาพและไม่ทำให้เกิดภาระแก่คณะกรรมการสถานศึกษาเกินสมควร และ

4.ให้บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาได้รับเงินวิทยฐานะ ควรกำหนดให้ชัดเจน ในมาตรา 41 เพื่อมีความชัดเจนว่าบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เคยได้รับเงินวิทยฐานะอยู่แล้วในปัจจุบันยังคงได้เงินวิทยฐานะเช่นเดิม

“ส่วนประเด็นที่มีครูแต่งดำ ในวันครู เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้นั้น ดิฉันคิดว่าครูอาจมีความกังวลกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ต้องยอมรับว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดจำนวนมากจึงอาจทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความกังวลเกิดขึ้นได้”ตรีนุช ระบุ

ส่วนประเด็นการคัดค้านกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มาจากปมการเมืองนั้น ตรีนุช ระบุว่า ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น รู้แต่ว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับนี้ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการศึกษาหลายประเด็น อีกทั้งที่ผ่านมา ก.ศึกษาธิการ ได้มีความเห็นและแจ้งให้มีการทบทวนประเด็นต่างๆ ที่อาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 

“ดิฉันอยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ มีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษา”

ความเป็นจริง “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไม่ถึงนักเรียนและครู ถกเถียงกันแค่ เรื่อง ตำแหน่ง โครงสร้าง ผลประโยชน์ เมื่อกระทบเขตพื้นที่ หรือศธจ.-ศธภ. ก็ยกพวกมากดดัน  หลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบไป

“การปฏิรูปการศึกษา” แต่ละครั้ง เหมือนคนแต่งตัวไม่เสร็จ เขียนคิ้ว แต่งหน้า ทาปาก ยังไม่ทันแต่งตัวใส่เสื้อผ้า ก็ปฏิรูปกันใหม่อีกรอบ ไปไม่สุด หยุดไม่ถูกที่ ในทุกครั้งที่ปฏิรูปการศึกษา มีแต่พูดว่า กระทรวงศึกษาธิการจะได้อะไร ครูและเด็กนักเรียนจะได้อะไรไม่เคยพูดถึง

ประถมศึกษาไปทาง มัธยมศึกษา ไปทาง อุดมศึกษาไปทาง พอจบมาก็เป็นอีกทาง  แถมยังมี สถานศึกษาเอกชน กับ โรงเรียนนานาชาติ มาอีก ต่างคนต่างเก่ง ต่างคนต่างดี

มันเป็นการศึกษาของคนมีโอกาส มือใครยาวสาวได้สาวเอา ความเท่าเทียมไม่มี คนจนก็ยิ่งโง่ คนรวย คนที่พร้อมเท่านั้นที่ได้รับการพัฒนา ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนเพิ่ม ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงอยู่

ปฏิรูปการศึกษา ได้จริงหรือ เมื่อครูและเด็กไม่ได้ประโยชน์ มีแต่เพิ่มสำนักงาน แต่สร้างโรงเรียนดีๆ ไม่ได้สักโรง ที่สอบแข่งขันกันเข้าเรียนก็เป็นโรงเรียนชื่อดังในอดีต

ควร “ปฏิรูปการศึกษา” จากฐานราก เริ่มที่ เด็ก นักเรียน ครู ผู้บริหาร สถานศึกษา ไล่เรียงมาถึงกระกระทรวงศึกษาฯ เน้น“ครู-นักเรียน” ได้ประโยชน์ จึงจะคุ้มค่ากระทรวงที่ได้ชื่อว่ารัฐทุ่มงบประมาณสูงสุด ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ นะขอบอก!

ดูดกลับ “ประยุทธ์” ฉกตัว “กุลวลี” บ้านใหญ่ราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541208

ขุนน้ำหมึก

19 ม.ค. 2566

ดูดกลับ “ประยุทธ์” ฉกตัว “กุลวลี” บ้านใหญ่ราชบุรี

ศึกชิงราชบุรี “ประยุทธ์” ยกทัพตามคว้าตัว ส.ส.แคมป์ “กุลวลี” ออกจากอกลุงป้อม ดัดหลังพี่ใหญ่ จับตาเปิดตัวกำนันน้อง-เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ขาใหญ่เมืองโอ่ง

สงครามชิงเมืองโอ่ง “ประยุทธ์” ตามล็อกตัว ส.ส.แคมป์ “กุลวลี” หลานสาวกำนันน้อง-เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แม่ทัพ รทสช.ราชบุรี

เจอพี่ใหญ่ปาดหน้า “ประยุทธ์” ยกทัพใหญ่โชว์พลัง หวังดัน “กุลวลี” ปักธงราชบุรี กำนันน้องขนนักการเมืองท้องถิ่นเสริมทัพ

เมืองโอ่งมังกรดังสะท้านวงการเมือง เมื่อพี่ 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดศึกแย่งชิงบ้านใหญ่ราชบุรี 

วันที่ 19 ม.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคิวตรวจราชการและเป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีนจังหวัดราชบุรี บริเวณเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ริมแม่น้ำแม่กลอง อ.เมือง จ.ราชบุรี

เจ้าภาพงานตรุษจีนราชบุรีคือ ศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี แต่เจ้าภาพฝ่ายการเมืองคือ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 

อีกหัวโขนหนึ่งของ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ เป็นกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งคนราชบุรี รู้จักเกชา หรือ “กำนันน้อง ท่าราบ” ในบทบาท ส.ว.ราชบุรี ปี 2549 และสามี เพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี ปี 2557

การเลือกตั้งปี 2562 กำนันน้อง ส่งภรรยา-เพียงเพ็ญ สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 แข่งกับหลานสาว กุลวลี นพอมรบดี ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ทำเอาคนราชบุรีโจษขานกันอึงมี่ ซึ่งกุลวลีเอาชนะน้าสะใภ้-เพียงเพ็ญขาดลอย

ตกมาถึง พ.ศ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะคว้าตัว ส.ส.กุลวลี มาสังกัด รทสช. ร่วมงานกับกำนันน้อง เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ คนเมืองโอ่งก็เฝ้ามองอย่างใกล้ชิด

‘กำนันบ้านใหญ่’

คนแถวริมน้ำแม่กลอง จับตา “ประยุทธ์” มาเยือนราชบุรี นอกจาก “กุลวลี” แล้ว จะดูด ส.ส.คนไหนเพิ่ม เพื่อปักธง รทสช.ให้ได้มากกว่า 1 เขต


สำหรับแม่ทัพใหญ่เมืองโอ่ง เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ หรือที่คนราชบุรีเรียกว่า “กำนันน้อง ท่าราบ” อดีตกำนัน ต.ท่าราบ อ.เมืองราชบุรี เป็นน้องชาย กอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี (ถูกยิงเสียชีวิตขณะที่เป็น ส.ส.ราชบุรี สังกัดพรรคไทยรักไทย)

  กำนันน้อง ท่าราบ หรือ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ อดีต ส.ว.ราชบุรี กำนันน้อง ท่าราบ หรือ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ อดีต ส.ว.ราชบุรี

ทั้งกอบกุล และเกชา เติบโตมาในร่มเงาบ้านใหญ่ท่าราบ ที่มีบิดาเป็นกำนัน ต.ท่าราบ พี่น้องคู่นี้จึงฐานเสียงการเมืองเดียวกัน

ปี 2561 กำนันน้อง พาภรรยา-เพียงเพ็ญ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยตัวเขาลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรับหน้าที่แม่ทัพเลือกตั้งราชบุรี เขต 1 แต่พาภรรยาเข้าสภาฯไม่ได้

กลางปี 2565 กำนันน้อง ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย และเข้าร่วมการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากนั้นไม่นาน กำนันน้องได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

‘ผู้แทนสาวเมืองโอ่ง’

ส.ส.แคมป์ หรือ “กุลวลี” เดินตามรอยมารดา-กอบกุล และบิดา-มานิต อดีต ส.ส.ราชบุรี โดยเริ่มจากเป็น ส.อบจ.ราชบุรี 2 สมัย ก่อนลงสนามใหญ่


ปลายปี 2561 มานิต นพอมรบดี อดีต รมช.สาธารณสุข พาลูกสาว กุลวดี นพอมรบดี มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวกับกลุ่มสามมิตรราชบุรี ของกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา

หลังภรรยา กอบกุลถูกยิงเสียชีวิต มานิตตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี ปี 2550 ในสีเสื้อพรรคมัชฌิมาธิปไตย และได้เป็น ส.ส.ติดต่อกันมา 2 สมัย โดยใช้ฐานเสียงเดิมของกอบกุล นพอมรบดี 

สมัยที่แล้ว มานิตทำงานหนัก เพราะจะต้องอุ้มลูกสาว กุลวลี เข้าสภาฯ ให้ได้ แถมแข่งกับคนกันเองคือ เพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ ภรรยาของเกชา แต่โชคดีที่ราชบุรี เป็นเมืองทหารช่าง บารมีลุงตู่ จึงช่วยได้เยอะ 

นับแต่มีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวกับพรรค รทสช. ก็มีข่าวว่า ส.ส.กุลวลี จะย้ายตามลุงตู่ มาอยู่พรรคใหม่ด้วย เนื่องจาก ส.ส.แคมป์ มีความสนิทสนมกับ ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 ส.ส.กุลวลี นพอมรบดี กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจส.ส.กุลวลี นพอมรบดี กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

สภากาแฟเมืองโอ่งวิจารณ์แซด เมื่อลุงป้อมมาเยี่ยมบ้านกำนันตุ้ย โดยมี ส.ส.ราชบุรี 4 คนไปให้การต้อนรับ แต่คล้อยหลัง ลุงป้อมกลับเข้ากรุงเทพฯ ก็มีข่าวว่า หัวหน้าพรรค พปชร. ล็อกตัวได้แค่เจ๊บุญยิ่ง และดูด สจ.เส็งไปอีกคนหนึ่งเท่านั้น

ว่ากันว่า ส.ส.แคมป์ คงจะย้ายไปซบลุงตู่ ในสายรัฐมนตรีธนกร วังบุญคงชนะ ไม่เกี่ยวกับกำนันน้อง ท่าราบ 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก

ลูกแม่หน่อย “เก่ง การุณ” ท้าพิสูจน์เด็กปั้น “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541199

ขุนน้ำหมึก

18 ม.ค. 2566

ลูกแม่หน่อย “เก่ง การุณ” ท้าพิสูจน์เด็กปั้น “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร”

สมรภูมิดอนเมืองยกใหม่ “เก่ง การุณ” ขอพิสูจน์ความเก๋า เหมือนเกมศักดิ์ศรีพี่เลี้ยงระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ กับมาดามนครบาล “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ค่าย พท.

ศึกชิงทุ่งดอนเมืองยกใหม่ “เก่ง การุณ” ได้พี่เลี้ยงชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมชนเด็กปั้น “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร”     

ยกแรก “เก่ง การุณ” พ่ายศึก ส.ก.ดอนเมือง ขอทำศึกล้างตา “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ชิงเก้าอี้ ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง ไม่หวั่นนักการเมืองรุ่นน้อง

เย็นวันที่ 18 ม.ค.2566 การุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมือง เปิดแถลงข่าวลาออกจากพรรคเพื่อไทย ที่ร้าน Foresta cafe’ ถ.สรงประภา 30 หมู่บ้านเมืองใหม่ดอนเมือง

ร้าน Foresta cafe’ มีเจ้าของชื่อ พิมพ์ชนก โหสกุล ภรรยาคนสวยของ เก่ง-การุณ ซึ่งเปิดขายมาตั้งแต่กลางปี 2559 

เรื่อง ส.ส.เก่ง ดอนเมือง จะลาออกจากพรรคเพื่อไทย เพื่อไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย เป็นที่รับรู้กันมานานแล้ว รอแค่พิธีกรรมแถลงข่าวลาออกเท่านั้น

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นปี 2565 พรรคเพื่อไทย ยกโขยงไปจัดอีเวนท์ใหญ่ครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.อุดรธานี เปิดตัวหัวหน้าครอบครัวชื่อ แพทองธาร ชินวัตร

วันเดียวกัน การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ลาก่อนซ่อนกลิ่น..ชั่วดีมีจน จะขอทนไปตามดาบหน้า” และติดแฮชแท็ก #การุณไม่ทิ้งใคร #ผมไม่เสียใจที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัว

อันที่จริง เก่ง การุณ ถือว่าเป็นลูกรักแม่หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งแต่อยู่พรรคเพื่อไทย เมื่อเจ้าแม่เมืองหลวงออกไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย ก็มีข่าวลือเรื่องเก่งจะย้ายตามไปเป็นระยะๆ

เหนืออื่นใด การเลือกตั้งครั้งใหม่ สนาม กทม.เขตดอนเมือง เก่ง การุณ ในสีเสื้อตัวใหม่ จะต้องเจอกับหนุ่มนักธุรกิจดาวรุ่ง ในสังกัดของเจ๊แจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด มาดามนครบาล ของพรรคเพื่อไทย

‘ศึกหนักในชีวิต’

ดังที่ทราบกัน การประดาบยกแรกระหว่าง “เก่ง การุณ” กับ “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ก็คือการเลือกตั้ง ส.ก.เขตดอนเมือง กลางปี 2565

เจ๊แจ๋นคว้าตัว กนกนุช กลิ่นสังข์ จากพรรค พปชร. มาสวมเสื้อ พท. ชน พนา วุฒิเดช ตัวแทนของเก่ง การุณ ในสีเสื้อ ทสท. ผลปรากฏว่า กนกนุช ได้ 21,238 คะแนน ชนะพนา ที่ได้ 18,329 คะแนน

จริง ๆ แล้ว เก่ง การุณ กับหนุ่ย กนกนุช ก็เติบโตทางการเมืองมาพร้อมกัน โดยเป็นหัวคะแนนห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ตั้งแต่สมัยพรรคประชากรไทย จนถึงพรรคชาติไทย

ปี 2548 การุณ ย้ายจากพรรคชาติไทย มาลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ในนามพรรคไทยรักไทย สู้กับจณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ พรรคชาติไทย แต่เก่งพ่ายแพ้แก่จณิสตา

หลังจากนั้น เก่ง การุณ ในความดูแลของคุณหญิงหน่อย ก็ได้รับเลือกเป็น ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง ในนามพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย มา 3 สมัยรวด

‘เดิมพันมาดามนครบาล’

ศึกยกที่สอง “เก่ง การุณ” ต้องเจอคู่แข่งหน้าใหม่ สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ เด็กปั้นของ “เจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร” ซึ่งได้หนุ่ย กนกนุช เป็นพี่เลี้ยง


หมี-สุธนพจน์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ย่านดอนเมือง ไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง เมื่อปี 2548 เสี่ยหมีเคยเป็นทีมงานหาเสียงให้ แบม-จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคชาติไทย 

 เสี่ยหมี สุธนพจน์ คู่ต่อสู้ของเก่ง การุณ เสี่ยหมี สุธนพจน์ คู่ต่อสู้ของเก่ง การุณ

หลังพรรคชาติไทยถูกยุบในปี 2551 หมี-สุธนพจน์ ก็หยุดเล่นการเมือง ไปช่วยครอบครัวทำธุรกิจหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งในเขตดอนเมือง

ช่วงการเลือกตั้ง ส.ก.ปีที่แล้ว ทีมงานของหมี-สุธนพจน์ ได้เข้ามาช่วยกนกนุช หาเสียง จนเอาชนะคู่แข่งสายเก่ง การุณไปได้

แม้ การุณ โหสกุล เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไม่รู้จัก สุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยแทนตัวเขา แต่คนแถวเขตดอนเมือง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สมัยหน้า เก่งเหนื่อยแน่

ที่สำคัญ เสี่ยหมี เป็นลูกรักของเจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร เหมือนกับที่คุณหญิงหน่อย มีเก่ง การุณ เป็นลูกรักเช่นเดียวกัน

 เจ๊แจ๋น พาลูกรัก เสี่ยหมี ไปรายงานตัวกับคุณหญิงพจมาน เรียบร้อย เจ๊แจ๋น พาลูกรัก เสี่ยหมี ไปรายงานตัวกับคุณหญิงพจมาน เรียบร้อย

สงครามดอนเมือง จึงเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี เจ้าแม่เมืองหลวงคนเดิม กับมาดามนครบาลคนใหม่ไปโดยปริยาย
    
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก

แผนลับราชบุรี “ประวิตร” ดัน “กำนันตุ้ย” ถล่มเด็กเนวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541136

ขุนน้ำหมึก

18 ม.ค. 2566

แผนลับราชบุรี “ประวิตร” ดัน “กำนันตุ้ย” ถล่มเด็กเนวิน

เปิดศึกถล่มเด็กเนวิน “ประวิตร” เหยียบถิ่นราชบุรี ดัน “กำนันตุ้ย” ซุ้มราชันมังกร จัดทัพ พปชร. กวาด ส.ส.ยกจังหวัด ดึงเสี่ยเส็ง ส.ส.ปชป. ดับเครื่องชนค่ายบุรีรัมย์

ศึกชิงราชบุรี “ประวิตร” ปิดดีลซุ้มราชันมังกร “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา จัดทัพ พปชร. 5 เขต ดับเครื่องชนค่ายเนวิน

“ประวิตร” ล็อกตัว 2 ส.ส.หญิงค่าย พปชร. แถมคว้าตัว สจ.เส็ง ค่าย ปชป.มาร่วมทีม “กำนันตุ้ย” 

ปฏิบัติการบุกบ้านกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่เมืองโอ่งแบบสายฟ้าแลบของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นสคริปต์ที่มีการเขียนบทไว้ล่วงหน้า


จงใจเลือกวันที่ 17 ม.ค.2566 ก่อนหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาเปิดงานตรุษจีนราชบุรี ในวันที่ 19 ม.ค.2566

การมุดซุ้มราชันมังกรของลุงป้อม ไม่ใช่แค่การไปล็อคตัว 2 ส.ส.พลังประชารัฐคือ บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 และกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 เท่านั้น 

หากแต่ พล.อ.ประวิตร ยังดูดเอา เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 จากพรรคประชาธิปัตย์ มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่เรียบร้อย

ส่วน มุ่ง-อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป. ที่มาร่วมต้อนรับลุงป้อมด้วยนั้น ยังไม่ตัดสินใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีแนวโน้มสูงว่า จะมาอยู่ พปชร.

เจ้าภาพที่เชื้อเชิญ ส.ส.ราชบุรี และนักการเมืองท้องถิ่น มาร่วมพบปะพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ก็คือ “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี สายตรงของสมศักดิ์ เทพสุทิน แห่งกลุ่มสามมิตร

ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เขต 1 (อ.เมืองราชบุรี) กุลวลี นพอมรบดี พปชร. ,เขต 2 (อ.ปากท่อ, อ.สวนผึ้ง) บุญยิ่ง นิติกาญจนา พปชร. ,เขต 3 (อ.โพธาราม,อ.จอมบึง) ปารีณา ไกรคุปต์ พปชร. ,เขต 4 (อ.บ้านโป่ง) อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ปชป. และเขต 5 (อ.ดำเนินสะดวก) บุญลือ ประเสริฐโสภา ภท.

กลางปีที่แล้ว ปารีณา ไกรคุปต์ ต้องพ้นสภาพ ส.ส.ตามคำสั่งศาล จึงมีการเลือกตั้งซ่อม ปรากฏว่า สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ชนะเลือกตั้ง 

เท่ากับว่า ส.ส.ราชบุรี 5 คน ในเวลานี้ ได้มาอยู่ในซุ้มราชันมังกร ของกำนันตุ้ย 4 คนได้แก่ บุญยิ่ง, กุลวลี, ชัยทิพย์ และอัครเดช ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จึงมอบให้กำนันตุ้ย จัดทัพราชบุรี ในสีเสื้อ พปชร.

ส่วนปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี นั้น ไม่ได้อยู่ในกลุ่มกำนันตุ้ยมาแต่แรก เพียงแต่สมัยที่แล้ว ทวีพาลูกสาวเข้าไปสังกัดพรรค พปชร.ด้วยตัวเอง


‘ทัพราชันมังกร’
    

“ประวิตร” เดินหน้าเจรจา “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา ด้วยตัวเอง เพื่อให้คำมั่นสัญญาบางประการ หากว่า ทีมราชันมังกร ชนะยกจังหวัด กวาด 5 ที่นั่งให้พรรค พปชร.

กำนันตุ้ย และเจ๊บุญยิ่ง นิติกาญจนา ร่วมหัวจมท้ายกับสมศักดิ์ เทพสุทิน สร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย, เพื่อไทย และมาจอดป้ายที่พลังประชารัฐ

ปลายปี 2563 กำนันตุ้ย รวบรวมนักการเมืองท้องถิ่นทุกซุ้มทุกสายคลอง ให้มาอยู่ในกลุ่มพัฒนาราชบุรี และจัดทีมลงสมัครนายก อบจ.ราชบุรี 

เมื่อกำนันตุ้ย ได้เป็นนายก อบจ.ราชบุรี ก็ได้ตั้งหลานชาย สจ.เส็ง โพธารามคือ จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เป็นรองนายก อบจ.ราชบุรี 

ถ้าใครยังจำได้ ตอนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทนปารีณา เมื่อ 21 พ.ค.2565 ก่อนหาเสียงเลือกตั้ง ฝ่ายพรรค ปชป.มีความพร้อมเต็มที่ ส่ง สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ 

ฝ่ายพรรค พปชร.กลับเงียบ และสุดท้าย ลุงป้อมประกาศไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ทำให้ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ และพี่เลี้ยงที่ชื่อ กำนันตุ้ย นายก อบจ.ราชบุรี ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ สจ.เส็ง จึงชนะขาดลอย คว้ามา 5 หมื่นแต้ม

เรื่องนี้สร้างความเจ็บช้ำให้กับปารีณา เป็นอย่างมาก ต่อมา เธอก็พาพี่ชายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพื่อลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 โดยการสนับสนุนของนภินทร ศรีสรรพางค์


มีรายงานข่าวว่า สมัยหน้า สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ จะขยับไปสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 5 ชนกับบุญลือ ประเสริฐโสภา แชมป์คนปัจจุบัน ค่ายภูมิใจไทย

ส่วนเขต 3 สจ.เส็ง จะให้หลานชาย-จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ รองนายก อบจ.ราชบุรี แข่งกับ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายปารีณา

  สจ.เส็ง และหลานชาย พร้อมสู้กับเด็กเนวิน เพื่อลุงป้อม สจ.เส็ง และหลานชาย พร้อมสู้กับเด็กเนวิน เพื่อลุงป้อม

‘ศึกศักดิ์ศรีเนวิน’
    

“ประวิตร” ดัน “กำนันตุ้ย” เป็นแม่ทัพ พปชร. หากจะยึดราชบุรี ได้ทั้ง 5 เขต ก็ต้องยึดเก้าอี้ ส.ส.เขต 5 มาให้ได้

คู่แข่งสำคัญของกำนันตุ้ยคือ พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ สรอรรถ กลิ่นประทุม รองหัวหน้าพรรค ภท. และ นภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต ส.ว.ราชบุรี เจ้าของตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี

สรอรรถ กลิ่นประทุม เพื่อนรักเนวิน ชิดชอบ มีที่มั่นสำคัญอยู่ที่ อ.ดำเนินสะดวก โดยมี บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ยึดพื้นที่สายคลองมาหลายสมัย 

สมัยหน้า สรอรรถจัดทัพกับเสี่ยนภินทร ศรีสรรพางค์ ก็หวังปักธงพื้นที่เขต 5 ของตระกูลประเสริฐโสภา และเขต 3 ของตระกูลไกรคุปต์ไว้ให้ได้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ              โดย … ขุนน้ำหมึก

อาถรรพ์โคราช “เนวิน” เป็นรอง “อุ๊งอิ๊ง” พ่ายซ้ำย้ำแผลเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541124

ขุนน้ำหมึก

17 ม.ค. 2566

อาถรรพ์โคราช “เนวิน” เป็นรอง “อุ๊งอิ๊ง” พ่ายซ้ำย้ำแผลเดิม

ผ่าสมรภูมิโคราช “เนวิน” กับบุรีรัมย์โมเดล ล้มเหลวที่เมืองย่าโม ไม่เข้าเป้ามา 2 หน และหนใหม่เสี่ยงสูง แบรนด์ “อุ๊งอิ๊ง” ติดตลาด บวกได้ทีมบ้านใหญ่แป้งมัน เสริมทัพ

ด่านหน้าอีสาน “เนวิน” หวังยึดโคราชเป็นที่มั่นใหญ่ แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน สมัยหน้าฝ่ากระแส “อุ๊งอิ๊ง” จะซ้ำรอยปี 2554 แถมตอนนี้ สูญเสียแม่ทัพแป้งมัน

กรณีศึกษา“เนวิน”กับบุรีรัมย์โมเดล อาจล้มเหลวที่โคราช เมื่อแบรนด์“อุ๊งอิ๊ง”เริ่มติดตลาด และทีม พท.ก็ได้บ้านใหญ่แป้งมันเสริมทัพ 

วันที่ 17 ม.ค.2566  วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ยังยืนยันว่า ป่วยจริง ไม่ได้ย้ายพรรค และตัวเขาเองวางมือจริงๆ ส่วนเรื่องครอบครัวนั้น ก็ต้องพิจารณาว่าเขตทับซ้อนกันหรือไม่

สำหรับคนชายขอบโคราช ค่อนข้างรับรู้กันแล้วว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า เสี่ยแป้งมัน-วีรศักดิ์ แยกทางกับ เนวิน ชิดชอบ เป็นที่แน่นอนแล้ว เพียงแต่ผู้เล่นในสนามจะสลับหน้ากัน โดยเสี่ยแป้งจะถอยไปอยู่หลังม่าน ปล่อยให้ภรรยา ลูกชาย และหลานชาย ได้กระโจนลงสังเวียนเลือกตั้ง


นับว่าเป็นข่าวไม่สู้ดีกับครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ เพราะการสูญเสียตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” ไปอยู่ฝั่งพรรคเพื่อไทยนั้น ย่อมสร้างปัญหาต่อพรรคภูมิใจไทยโดยตรง 

จังหวัดนครราชสีมา เป็นสมรภูมิใหญ่ รองลงมาจากกรุงเทพมหานคร เพราะมีประชากร 2.6 ล้านคน แบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ 289 ตำบล 3743 หมู่บ้าน 

การเลือกตั้งครั้งใหม่ นครราชสีมา จะมี ส.ส.เพิ่มจาก 14 เป็น 16 คน ซึ่งในเวลานี้ พรรคการเมืองใหญ่ได้เริ่มเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กันไปบ้างแล้ว

ที่น่าจับตาคือ การจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ของเพื่อไทย จะมีโฉมหน้าออกมาเป็นอย่างไร เมื่อคนในตระกูลเสี่ยแป้งมัน ตัดสินใจสวมเสื้อสีแดงลงสนาม

ครูใหญ่เนวิน เคยส่งผู้สมัคร ส.ส.ในสีเสื้อ ภท.ลงชิงเมืองย่าโม มา 2 ครั้ง และได้ ส.ส.ครั้งละ 3 คน ส่วนครั้งหน้า เจอปัญหาใหญ่ มีความสุ่มเสี่ยงสูงที่จะได้ ส.ส.ต่ำกว่าสองครั้งแรก

 กำนันฮอลล์-อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ลูกชายเสี่ยแป้งมัน วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จะลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทยกำนันฮอลล์-อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ลูกชายเสี่ยแป้งมัน วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จะลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย

‘บทเรียนครูใหญ่’

การเลือกตั้งปี 2566 “เนวิน” ต้องมาเจอกับกระแส “อุ๊งอิ๊ง” เหมือนปี 2554 คนเสื้อแดงโคราช คลั่งกระแสยิ่งลักษณ์ สั่งสอนภูมิใจไทย ล้มช้างแปรพักตร์หลายเขต

ปี 2554 เนวิน มอบให้ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ที่แหกค่ายทักษิณมาพร้อมกัน เป็นแม่ทัพโคราช จัดทีมลงสมัคร ส.ส.ในนามภูมิใจไทย

เวลานั้น มีอดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อแผ่นดิน มาสวมเสื้อ ภท.ลงสนาม บุญจงก็ตั้งเป้าไว้ 6 ที่นั่ง และสุดท้าย เพื่อไทยกวาดไปได้ 8 ที่นั่ง และค่ายเนวินได้แค่ 3 ที่นั่ง

มีนักการเมืองท้องถิ่นหน้าใหม่ ค่าย พท. ขี่กระแสยิ่งลักษณ์ สร้างปรากฏการณ์ล้มช้าง(อดีต ส.ส.โคราช) ไปถึง 6 เขต หลังจากนั้น บุญจงก็ถอนตัวจากค่ายสีน้ำเงิน

ปี 2561 เนวิน ชิดชอบ ส่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้ามาเจรจากับเสี่ยแป้งมัน-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จนได้ข้อสรุปว่า จะร่วมกันจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา

นอกจากนี้ อนุทินยังดึง นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา มาเสริมทีมโคราช ตามมาด้วยระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา


การรวมตัวของบ้านใหญ่ 3 ซุ้ม ทำให้เกจิการเมืองฟันธงว่า ค่าย ภท.ต้องได้ ส.ส.เกิน 7-8 ที่นั่ง แต่เอาเข้าจริงก็ได้ 3 ที่นั่งเท่าทุน (แยกเป็นสายเนวิน 1 คน และสายแป้ง 2 คน)

‘สีแดงจะกลับมา’

สมัยที่แล้ว เพื่อไทยไม่มีแม่เหล็กอย่าง “อุ๊งอิ๊ง” พลพรรค “เนวิน” ก็ยังทำได้แค่ 3 ที่นั่ง ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งใหม่ ค่าย ภท.มีความเสี่ยงสูง ที่จะได้ ส.ส.ต่ำกว่าครั้งที่แล้ว

การเลือกตั้งปี 2562 ในสนามโคราช พรรคเพื่อไทยได้ 4 ที่นั่งคือ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ,โกศล ปัทมะ ,ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ และสุชาติ ภิญโญ ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย

ปัจจุบัน ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ไปบ้างแล้ว อาทิ สุพงษ์พิช รุ่งเป้า ,วัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ ,ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ,โกศล ปัทมะ ,ศิรศักดิ์ เลิศด้วยลาภ และพชร จันทรรวงทอง ลูกชายประเสริฐ ส่วน สุชาติ ภิญโญ ได้ย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย 

ทีมเพื่อไทยโคราช กำลังรอการจัดทีมใหม่ เมื่อคนในตระกูลหวังศุภกิจโกศล และนักการเมืองท้องถิ่น สังกัดหน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา เตรียมตบเท้าเข้ามาร่วมงานกับค่ายสีแดง
 

เมื่อสีเสื้อ ภท.ไม่ตอบโจทย์คนโคราช บ้านใหญ่แป้งมันจึงเลือกไปอยู่ค่าย พท. ตามสไตล์บ้านใหญ่เลือกได้  
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก 

พลังป้อม “ธรรมนัส” จับคู่ “วิรัช” จัดทัพยึดเบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541060

ขุนน้ำหมึก

17 ม.ค. 2566

พลังป้อม “ธรรมนัส” จับคู่ “วิรัช” จัดทัพยึดเบ็ดเสร็จ

ยุคใจบันดาลแรง สิงห์เหนือ “ธรรมนัส” หวนคืนคู่ “วิรัช” เสืออีสาน ขุนพลแก้วเคียงกายประวิตร จัดทัพผู้สมัคร ส.ส.ทั่วไทย ตั้งเป้าตัดแต้ม ภท. สกัด รทสช.

สิงห์เหนือ “ธรรมนัส” ควงคู่ “วิรัช” เสืออีสาน ขุนพลแก้วเคียงกาย พล.อ.ประวิตร จัดทัพเจาะ ส.ส.เขต แตะมือ พท. ตัดแต้ม ภท.

พปชร.ยุคใจบันดาลแรง “ธรรมนัส” เตรียมเดินสายทั่วไทย “วิรัช” จัดเต็มกลยุทธ์แอร์วอร์-กราวนด์วอร์ ปั้นประชานิยมลุงป้อม

ไม่เหนือความคาดหมาย กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และ วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เขียนสคริปต์ละครการเมืองเรื่อง พาลูกกลับบ้าน ที่เวทีลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา ช่วงเย็นวันที่ 16 ม.ค.2566 

นับแต่มีข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ลำปาง และจ.พะเยา ทางทีมงานผู้กองคนดัง ก็แจกข่าวล่วงหน้าว่า ร.อ.ธรรมนัส จะยกคณะ ส.ส.เศรษฐกิจไทย ไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ที่เมืองพะเยา


เมื่อถึงฉากสำคัญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินขึ้นบนเวที พร้อม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 6-7 คน ถือพวงมาลัยไปคารวะ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค พปชร. ระหว่างนั้น วิรัชถือไมค์ยืนพากย์อยู่ด้านล่าง

“ลุงป้อมเปรียบเหมือนพ่อ วันนี้ลูกกลับมาบ้าน มาช่วยพาบ้านพลังประชารัฐให้เข้มแข็ง..ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้เลยว่า ลูก ๆ กลับมาบ้านแล้ว พ่อดีใจมากเลยครับ หุงข้าวไว้รอแล้ว”

อันที่จริง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เริ่มเปิดตัวว่า จะกลับพรรค พปชร. ครั้งแรกที่เวทีการประชุมใหญ่ของสภาประชาชน 4 ภาค อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เมื่อปลายปี 2565 โดยอ้างว่า พล.อ.ประวิตร ส่งมาเป็นตัวแทนเพื่อพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกร 

ว่ากันว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้เข้ามาประจำการที่บ้านป่ารอยต่อฯ มาระยะหนึ่ง เพื่อจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ โดยร่วมคิดร่วมวางแผนกับวิรัช รัตนเศรษฐ และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ดังนั้น การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ในภาคเหนือ และภาคกลาง บางจังหวัด ก็คือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ที่ผู้กองธรรมนัสเคยจัดทัพไว้แล้ว เพียงแต่เปลี่ยนสีเสื้อเท่านั้น

  ร.อ.ธรรมนัส เล่นใหญ่ ต้อนรับ พล.อ.ประวิตรที่พะเยาร.อ.ธรรมนัส เล่นใหญ่ ต้อนรับ พล.อ.ประวิตรที่พะเยา

‘ดีลลับพะเยา’

การกลับมาของ “ธรรมนัส” ทำให้ พล.อ.ประวิตร สบายใจขึ้นเยอะ ไม่กังวล ส.ส.ที่ย้ายออกไปอยู่พรรคอื่น เพราะผู้กองเมืองพะเยากับ “วิรัช” จะมาจัดทัพใหม่เพื่อให้ได้ ส.ส.ตามเป้า 100 คน

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คงไม่กังวลเรื่องสนามเลือกตั้ง จ.พะเยา ทั้ง 3 เขต เพราะพรรคเพื่อไทย จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ไม่ใช่สายแข็งมากนัก

เขต 1 พื้นที่ของ ร.อ.ธรรมนัส ทางเพื่อไทย ก็ยังไม่ประกาศว่า จะส่งใครลงสนาม ส่วนอรุณี ชำนาญยา อดีต ส.ส.พะเยา หลังจากแพ้ธรรมนัส ก็หายหน้าไปเลย

เขต 2 เพื่อไทยส่ง พล.ต.ต.ธรรมนูญ มั่นคง อดีตนายตำรวจสาย ตชด. ที่ลงสมัคร ส.ส.พะเยา แทน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ที่จะขยับขึ้น ส.ส.บัญรายชื่อในสมัยหน้า

ส่วนเขต 3 อำนาจ วิชัย อดีตเลขานุการนายก อบจ. พะเยา ที่จะลงแข่งกับ จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พี่ชายภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส ก็ดูไม่เด่นมากนัก


คนแถวกว๊านพะเยา จึงวิจารณ์กันว่า เพื่อไทยจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.แบบนี้ ดูจะสอดรับกับข่าวลือเรื่องดีลลับเพื่อไทย จับมือ พปชร. ตั้งรัฐบาล
 

‘ขุนศึกคู่ใจป้อม’

สมรภูมิอีสาน พล.อ.ประวิตร ก็วาดหวังไว้พอควร เพราะ “วิรัช” และ “ธรรมนัส” จะมาช่วยกันจัดทีมผู้สมัคร ส.ส. โดยมีเป้าหมายเจาะพื้นที่สีแดงให้ได้ 

อย่าลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยที่เป็นเลขาธิการพรรค พปชร. เคยวางแผนยึดอีสานเหนือ และอีสานกลาง ร่วมกับ เอกราช ช่างเหลา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อเพื่อนรัก เอกราช มีปัญหาส่วนตัว จำต้องไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัสก็เข้าใจดี และไม่เคยโกรธเคืองอะไร  

อีกด้านหนึ่ง สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ยังอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส และเป็น ส.ส.เกรดเอ ที่จะชิงเก้าอี้ ส.ส.ให้ พปชร.ได้

เข้าใจว่า ร.อ.ธรรมนัส จะเข้ามารับบทแม่ทัพอีสานเหนือ และอีสานกลาง แทนพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ที่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตรเคยให้มาดูแลพื้นที่นี้ 

ส่วน วิรัช รัตนเศรษฐ จะเป็นแม่ทัพอีสานใต้ ดูแลตั้งแต่อุบลฯ ลงมาถึงโคราช และชัยภูมิ โดยภาพรวมทั้งภาค พปชร.น่าจะได้ ส.ส.อีสาน ไม่ต่ำกว่า 12-15 คน

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ            โดย … ขุนน้ำหมึก 

ลาแล้วลุง “กานต์กนิษฐ์” พลิกขั้วเจอ “เจิมมาศ” รบชิงพระนคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541044

16 ม.ค. 2566

ลาแล้วลุง “กานต์กนิษฐ์” พลิกขั้วเจอ “เจิมมาศ” รบชิงพระนคร

ลาลุงป้อม-ลุงตู่ “กานต์กนิษฐ์” สัญญาณการเมืองเปลี่ยน จึงสวมเสื้อแดง ชนคนกันเองอีกรอบ “เจิมมาศ” ค่ายสีฟ้า ระวังตาอยู่ค่ายสีส้ม ทนายลูกจีนก้าวไกล

รบชิงพระนคร “กานต์กนิษฐ์” สวมเสื้อแดง ชนคนกันเอง “เจิมมาศ” เสื้อสีฟ้า ระวังตาอยู่เสื้อสีส้ม ทนายลูกจีนก้าวไกล

ศึกไข่แดงเมืองหลวง “กานต์กนิษฐ์” จำใจลาลุงป้อม-ลุงตู่ สู่ใต้ร่มธงอุ๊งอิ๊ง เพื่อไปต่อ เพราะคนพระนครส่งสัญญาญการเปลี่ยนแปลง

เป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต ส.ส.กทม. เขต 1 ได้เปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย อย่างเป็นทางการ หลังได้เข้ากราบลาลุงป้อม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ บอกเหตุผลการย้ายพรรคครั้งนี้ว่า ตนเลือกอยู่กับพรรคที่ทำงานแล้วสบายใจ มองว่าที่พื้นที่ กทม.เขต 1 เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ มีพ่อค้าแม่ค้าทำธุรกิจค้าขายจำนวนมาก นโยบายของพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิจ 

จะว่าไปแล้ว กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ เติบโตมาในครอบครัวของ แก้ว แห้วสันตติ อดีต ส.ก. 6 สมัย ที่ผูกขาดเขตพระนคร มายาวนานกว่า 30 ปี

อดีต ส.ก.แก้ว เคยมีชื่อเสียงในยุคพรรคพลังธรรม และยังเคยเป็นหัวคะแนนในเขตพระนคร สมัยที่ ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม ปี 2538 

ครั้นกระแสการเมืองในกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลง อดีต ส.ก.แก้ว จึงย้ายมาสังกัดกลุ่มมดงาน และพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็น ส.ก.เขตพระนคร ร่วมกับลูกสาว กานต์กนิษฐ์ อยู่สมัยหนึ่ง 

การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพฯ ปี 2565 ส่งสัญญาณชัด เมื่อหัวคะแนนของกานต์กนิษฐ์ ลงสมัคร ส.ก.เขตพระนคร และเขตสัมพันธวงศ์ ปรากฏว่า สอบตกทั้งคู่ ดังนั้น การจะสวมเสื้อตัวเก่า ไม่ว่าจะเป็นพรรค พปชร. หรือพรรค รสทช. กานต์กนิษฐ์ก็มีความเสี่ยงสอบตกทั้งนั้น

ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 เฉพาะสนาม กทม.เขต 1 (เขตพระนคร, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, เขตสัมพันธวงศ์ และเขตดุสิตบางแขวง)

กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ (พปชร.) ได้ 23,246 คะแนน ,นพมาศ การุญ (อนค.) 18,091 คะแนน , ลีลาวดี วัชโรบล (พท.) 15,904 คะแนน และเจิมมาศ จึงเลิศศิริ (ปชป.) 14,348 คะแนน


จากผลคะแนนข้างต้น ต้องขีดเส้นใต้ที่ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ไปเกือบ 2 หมื่นคะแนน และเอาชนะ ส.ส.เก่าอย่าง เจิมมาศ และลีลาวดี 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ฉุดให้กานต์กนิษฐ์ เฉือนคู่แข่งหน้าใหม่ไร้ฐานเสียงเข้าป้าย เป็น ส.ส.สมัยแรก 

กานต์กนิษฐ์ เปลี่ยนสีเสื้อ เพื่อไปต่อ

‘ปชป.กลับมาแล้ว’

สมัยที่แล้ว “กานต์กนิษฐ์” ต้องแข่งกับคนกันเอง “เจิมมาศ” อดีต ส.ส.กทม. ค่ายสีฟ้า แต่ด้วยกระแสลุงตู่-พ่อของฟ้า จึงทำให้เจิมมาศ แชมป์เก่าพ่ายแพ้

พลิกแฟ้มเลือกตั้งปี 2554 สนาม กทม.เขต 1 เจิมมาศ จึงเลิศศิริ (ปชป.) ได้ 40,328 คะแนน ชนะ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ เภกะนันทน์ (พท.) ที่ได้ 20,230 คะแนน

กระแสการเมืองในเวลานั้น แบ่งขั้วชัด เอาทักษิณ กับไม่เอาทักษิณ ซึ่งลูกจีนเยาวราช ก็เป็นคนเสื้อเหลืองทั้งนั้น ก่อนจะขยับมาเป่านกหวีด
 

  เจิมมาศ ขอทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.กทม. เขต 1เจิมมาศ ขอทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.กทม. เขต 1

เจิมมาศ จึงเลิศศิริ มาจากครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น สามีของเธอคือ เอก จึงเลิศศิริ ส.ก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยเจิมมาศเองก็เป็น ส.ก.มาก่อน

การเลือกตั้งปี 2548 เจิมมาศสวมเสื้อ ปชป. ท้ารบแชมป์เก่า ศิริ หวังบุญเกิด พรรคไทยรักไทย แม้เวลานั้น กระแสทักษิณมาแรงสุด ๆ แต่เจิมมาศก็โค่นแชมป์เก่าลงได้ 

จุดแข็งของ ปชป.ในพื้นที่นี้คือ ฐานการเมืองท้องถิ่น ประกอบด้วย เขตสัมพันธวงศ์ ตระกูลกาญจนชูศักดิ์, เขตป้อมปราบฯ ตระกูลจึงเลิศศิริ และเขตพระนคร ตระกูลแห้วสันตติ

เมื่อกานต์กนิษฐ์ ย้ายไปสังกัด พปชร. จึงส่งผลกระทบต่อฐานเสียงเจิมมาศและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ปชป.พ่ายแพ้ในสนามนี้

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้ง ส.ก.กลางปีที่แล้ว พรรค ปชป.กู้ชื่อกลับมาได้ นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ลูกสาวเจิมมาศ ได้รับเลือกเป็น ส.ก.เขตป้อมปราบฯ และพินิจ กาญจนชูศักดิ์ เป็น ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ 

นี่คือสัญญาณที่ดีของพรรค ปชป. และเจิมมาศ ในการสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ที่ต้องเจอคนกันเองอีกครั้ง 

‘ตาอยู่เสื้อสีส้ม’

ชัยชนะของ “กานต์กนิษฐ์” หนที่แล้ว นอกจากกระแสลุงตู่ ก็ยังมีพี่เลี้ยงชื่อ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ซึ่งในวันนี้ ทั้งคู่ต่างแยกทางกันเดิน 

ส่วนพรรคก้าวไกล ได้วางตัว ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ทนายความชำนาญด้านกฎหมายไทย-จีน และประธานวิเทศสัมพันธ์ก้าวไกล ไทย-จีน สำนักงานเลขาธิการพรรคฯ ลงสนาม กทม.เขต 1 

ด้วยฐานคะแนนเดิมของพรรคอนาคตใหม่ 18,091 คะแนน พรรคก้าวไกลเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ ทนายปารเมศ เอาชนะแชมป์ปี 2562 ได้แน่นอน

สมัยหน้า เป็นเรื่องที่ท้าทายกานต์กนิษฐ์ เพราะต้องเจอทั้งโจทย์เก่าอย่างเจิมมาศ และคนหน้าใหม่มาแรงอย่างทนายค่ายสีส้ม
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ             โดย … ขุนน้ำหมึก 

อีสานสะเทือน “อุ๊งอิ๊ง” จับคู่ “เศรษฐา” กินเรียบบน-ล่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540924

ขุนน้ำหมึก

15 ม.ค. 2566

อีสานสะเทือน “อุ๊งอิ๊ง” จับคู่ “เศรษฐา” กินเรียบบน-ล่าง

นารีขี่ม้าขาวภาคใหม่ “อุ๊งอิ๊ง” ยึดตลาดรากหญ้า “เศรษฐา” ชิงตลาดบนกับก้าวไกล ถอนเสาเข็มภูมิใจไทย บดขยี้ลุงป้อม-ลุงตู่ ตั้งเป้ายึดอีสานเบ็ดเสร็จ 132 ที่นั่ง

อีสานแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” ขายคู่ “เศรษฐา” ยึดตลาดล่าง ต่อยอดประชานิยมทักษิณ ชิงตลาดบนกับก้าวไกล

ปั่นกระแสนารีขี่ม้าขาวภาคใหม่ “อุ๊งอิ๊ง” แคนดิเดตนายกฯคนที่ 1 “เศรษฐา” คนที่ 2 ว่าที่แม่ทัพเศรษฐกิจ รัฐบาลเพื่อไทย 

ทั้งคนแดนไกลและประมุขบ้านจันทร์ส่องหล้า มีความพร้อมและสุกงอมแล้วว่า อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ควรจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของตระกูลชินวัตร

สอดรับกับกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย วางแผนเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือน ก.พ.หรือ มี.ค.นี้ โดยพรรคจะส่งรายชื่อครบทั้ง 3 คน

ที่ชัดแล้วคือ แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน ส่วนคนที่ 3 กำลังพิจารณาระหว่างชัยเกษม นิติสิริ กับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว 


วันที่อาทิตย์ 15 ม.ค.2566 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร พาครอบครัวเพื่อไทย ไปเปิดปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เป็นเวทีกลางแจ้งครั้งแรก เปรียบเสมือนการโหมโรงการเดินสายหาเสียงทั่วไทย

ว่ากันว่า เวทีกลางแจ้งที่ทุ่งศรีเมือง ชาวอุดรธานี อาจได้พบกับมหาเศรษฐี-เศรษฐา ทวีสิน ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

เหตุที่พรรคเพื่อไทย ต้องประเดิมเวทีปราศรัยใหญ่ที่อุดรธานี เพราะเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง สัญลักษณ์ทางการเมืองอันทรงพลัง

เหนืออื่นใด การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 ตามกติกาใหม่ มี ส.ส. 400 เขตใหม่ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ส.ส.เพิ่มขึ้น จากเดิม 116 คน เป็น 132 คน เพิ่มขึ้นถึง 16 คน 

ดังนั้น สมรภูมิภาคอีสาน 20 จังหวัด พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าหลายสมัย จะต้องกวาดเก้าอี้ ส.ส. 132 ที่นั่ง มาให้มากที่สุด เหมือนการเลือกตั้งปี 2554 ส.ส.อีสาน จำนวน 126 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย กวาดมาได้ 104 ที่นั่ง

‘แดงทั้งอีสาน’

กลยุทธ์ขายคู่ภาคอีสาน “อุ๊งอิ๊ง” เน้นตลาดล่าง ลูกสาวนายห้างดูไบ ไม่มีพรรคสาขา ส่วน “เศรษฐา” ขายตลาดบน ช่วงชิงคนชั้นกลาง-คนรุ่นใหม่

  แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง และเศรษฐาแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง และเศรษฐา

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กติกาบัตรใบเดียว ส.ส.ลดเหลือ 350 เขต เฉพาะภาคอีสาน ลดเหลือ 116 เขต 116 คน พรรคเพื่อไทย ชูคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ยังครองแชมป์อีสาน ได้ ส.ส. 83 คน 

โซนอีสานเหนือ อุดรธานี ,หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, เลย, สกลนคร, นครพนม และมุกดาหาร เพื่อไทย ได้ ส.ส. 24 คน โดยมี ส.ส.ภูมิใจไทย แทรกเข้ามาคนเดียวคือ ศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม เขต 1

โซนอีสานกลาง ขอนแก่น, ชัยภูมิ, กาฬสินธ์, ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม เพื่อไทย ได้ ส.ส.28 คน พลังประชารัฐ ,อนาคตใหม่ และชาติไทยพัฒนา เบียดเจาะได้ 5 คน

โซนอีสานใต้ ตอนบน ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เพื่อไทย ได้ ส.ส. 18 คน ภูมิใจไทย,ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ แทรกเข้ามาได้ 5 คน

โซนอีสานใต้ ตอนล่าง นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เป็นจุดอ่อนของเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พลังประชารัฐ ,ภูมิใจไทย และชาติพัฒนา กวาด ส.ส.ได้ 20 คน ส่วนเพื่อไทย ได้ 10 คน

‘สแกนพรรคคู่แข่ง’

การบ้านข้อใหญ่ของ “อุ๊งอิ๊ง” และ “เศรษฐา” สองแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย จะต้องทำการบ้านอย่างหนักคือ ช่วงชิง ส.ส.อีสานใต้คืนมาให้ได้

กล่าวกันว่า การเลือกตั้งปี 2566 จะคล้ายกับปี 2554 ที่ยึดกติกาบัตร 2 ใบ 400 เขต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทักษิณ ชินวัตร ต้องการให้เกิดขึ้น

ปี 2554 เก้าอี้ ส.ส.ภาคอีสาน 126 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยกวาดไปได้ 104 ที่นั่ง โดยมี 13 จังหวัด จากทั้งหมด 20 จังหวัด ที่เพื่อไทยชนะยกจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อีสานเหนือ

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แค่ 13 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนาฯ 4 ที่นั่ง พรรค ปชป. 4 ที่นั่ง และพรรคชาติไทยพัฒนา 1 ที่นั่ง

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2566 ในสมรภูมิอีสาน พรรคเพื่อไทยจะต้องเจอคู่แข่งที่ไม่ธรรมดาอย่างพรรคภูมิใจไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย


ส่วนพรรคชาติพัฒนากล้า ,พรรคประชาธิปัตย์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็อาจเจาะได้บางเขตบางจังหวัดเท่านั้น
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก