“ฝ้าย-เอี๊ยง”บินลัดฟ้าช่วยซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมอุบลฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/396574?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ฝ้าย-เอี๊ยง”บินลัดฟ้าช่วยซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมอุบลฯ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 14:59 น.
ฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร,เอี๊ยง สิทธา สภานุชาติ,ช่อง 8 ปันน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม,อุบลราชธานี,น้ำท่วม,ซ่อมแซมบ้าน
เปิดอ่าน 63 ครั้ง

ซ่อมแซมบ้าน ก่ออิฐ ผสมปูน และทำความสะอาดบ้านให้ผู้ประสบภัย

สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ภายใต้โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม” นำทีมโดยดารานักแสดง “ฝ้าย” เวฬุรีย์ ดิษยบุตร จากละครเรื่อง เล่ห์รัญจวน และ “เอี๊ยง” สิทธา สภานุชาติ จากละครเรื่อง เรือนสายสวาท พร้อมด้วยกรมกิจการพลเรือน กองทัพอากาศ ลงพื้นที่โดยเครื่องบิน ซี 130 เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซมบ้านผู้ประสบอุทกภัยใน ต.ตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี

   

เอี๊ยง และฝ้าย ช่วยกันก่ออิฐ

    โดยนำเงินบริจาคของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันบริจาคผ่านโครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม” เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท มอบให้กรมกิจการพลเรือน กองทัพอากาศ นอกจากนี้ “ฝ้าย” เวฬุรีย์ และ “เอี๊ยง” สิทธา ยังร่วมกันทำกิจกรรมช่วยซ่อมแซมบ้าน ก่ออิฐ ผสมปูน และทำความสะอาดบ้านให้ผู้ประสบภัยด้วย

 เซลฟี่กับน้องๆ เป็นที่ระลึก

      “ฝ้าย” เวฬุรีย์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่วันนี้ก็ยังคงเห็นความเดือดร้อนจึงได้นำธารน้ำใจจากโครงการช่อง 8 ปันน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ที่คนไทยทั่วประเทศร่วมกันบริจาคผ่านเข้ามาทางช่อง 8 มาช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ซ่อมแซม บ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี และให้กำลังใจ ขอให้พี่น้องทุกคนที่ประสบภัยมีกำลังใจที่ดี ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ สู้ไปด้วยกัน

   

ผสมปูนเตรียมซ่อมแซมบ้าน

ขณะที่ “เอี๊ยง” สิทธา กล่าวเสริมว่า นอกจากเรานำน้ำใจจากคนไทยมาบริจาคช่วยเหลือแล้ว วันนี้ยังร่วมกันฟื้นฟู ซ่อมแซม ขนไม้ ก่ออิฐ ผสมปูน และมอบถุงยังชีพจำนวนหนึ่งให้บ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้กลับมาอยู่อาศัยได้อีก ขอขอบพระคุณประชาชนทุกคนที่บริจาคเงินผ่านทางช่อง 8 ในโครงการช่อง 8 ปันน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ในฐานะดารานักแสดงช่อง 8 ศิลปิน และผู้ประกาศข่าวยังคงทำหน้าที่จิตอาสา ให้กำลังใจ ฟื้นฟู เยียวยา อย่างต่อเนื่อง และขอบคุณกรมกิจการพลเรือน กองทัพอากาศ ที่พาพวกเราลงพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการเดินทางในครั้งนี้ด้วย

“น้องปิ่น” ฝันใช้ภาษาจีนเชื่อมโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/396375?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“น้องปิ่น” ฝันใช้ภาษาจีนเชื่อมโลก

วันที่ 31 ตุลาคม 2562 – 15:58 น.
คมชัดลึกออนไลน์,น้องปิ่น ชรินพร เงินเจริญ,เภารัตน์ ยุพากรณ์,ชุติเทพ เงินเจริญ,โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี,ภาษาจีน,การศึกษา,นนทบุรี,นักประชาสัมพันธ์
เปิดอ่าน 159 ครั้ง

สาววัยใสมากความสามารถ ใช้การศึกษานำทางไปสู่เป้าหมาย

ไม่พลิกล็อก! สาวน้อยเมืองนนท์ “น้องปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ วัย 15 หยกๆ 16 หย่อนๆ เอาชนะใจกรรมการคว้าตำแหน่งวัยรุ่นที่สวยที่สุดในประเทศ “มิสทีน ไทยแลนด์ 2019” พ่วงด้วยตำแหน่ง มิส Hello สวัสดีผิวสวย และ มิส เอไอเอส ซีด นอกจากมงกุฎการันตีความงามแล้ว ยังรับเงินรางวัล 300,000 บาท ถ้วยเกียรติยศพร้อมสายสะพาย และอื่นๆ อีกเพียบ ท่ามกลางกำลังใจจากกองเชียร์ที่แห่กันมาอย่างล้นหลาม ที่บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ค่ำวันก่อน

     

วินาทีแห่งความภาคภูมิใจ

        “น้องปิ่น” ชรินพร เกิดและโตที่ จ.นนทบุรี เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณแม่ เภารัตน์ ยุพากรณ์ และคุณพ่อนักวิศวกร ชุติเทพ เงินเจริญ กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 สายศิลป์ ภาษาจีน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี มีความสามารถพิเศษ รำไทย เดินแบบ ขณะที่เส้นทางสายนางงามนั้นครอบครัวให้การสนับสนุนเต็มที่ด้วยอยากให้ลูกสาวเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกจากการเรียน ที่บ้านจึงมีรางวัลการันตีความงามสะสมอยู่พอสมควร ทั้งชนะเลิศหนูน้อยนพมาศบางไทร ชนะเลิศนางนพมาศประจำโรงเรียนปี 2560 แม้กระทั่งตอน 5 ขวบประกวด “สาวน้อยร้านหมูกะทะ” ก็ยังคว้าที่ 1 ที่สำคัญได้เป็นตัวแทนของกระทรวงวัฒนธรรมไปเผยแพร่นาฏศิลป์ไทยที่ประเทศอินเดีย เดนมาร์ก จีน อีกด้วย

น้องปิ่นคว้าตำแหน่งทรงเกียรติ

​​​​​​​ชื่นใจแม่กับป้า

    สาววัยใสมากความสามารถเผยความรู้สึกแรกที่คว้ามงกุฎจากเวทีล่าสุดว่า ดีใจมากและขอบคุณทุกกำลังใจ ที่สามารถทำสำเร็จได้น่าจะมาจากรอยยิ้ม ความร่าเริงสดใส สามารถเข้ากับทุกคนได้ ส่วนเหตุผลที่อยากร่วมประกวดมิสทีน เพราะอยากเปิดประสบการณ์ให้ตัวเอง อยากใช้โอกาสนี้พัฒนาหลายๆ อย่าง และอยากได้เพื่อนเพิ่ม พร้อมทั้งปูทางสู่ถนนสายบันเทิง ซึ่งเป็นความฝันลึกๆ ตั้งแต่จำความได้นอกเหนือจากอาชีพนักประชาสัมพันธ์ที่อยากทำควบคู่กัน

     

เพื่อนๆ ร่วมแสดงความยินดี

     แต่ก่อนที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้เจ้าตัวแย้ม ต้องฝ่าด่านสำคัญอย่าง “การศึกษา” เกรดล่าสุดที่ได้คือ 3.8 มาจากความขยันตั้งใจเรียน ทำการบ้านสม่ำเสมอ และเคล็ดลับทำคะแนนสอบส่วนตั๊วส่วนตัวที่อาจไม่เหมือนใครคือจะอ่านหนักช่วงใกล้ๆ สอบ ทำให้จดจำได้ดีกว่า

   “อย่างภาษาจีนต้องอาศัยความจำคำศัพท์และต้องหมั่นฝึกฝนทักษะการพูด ต้องเรียนวันละ 3-4 ชม.เลยค่ะ เมื่อเชี่ยวชาญก็จะมีความสนุกและช่วยเปิดโลกทัศน์ สื่อสาร เชื่อมโยงผู้คนต่างภาษา ซึ่งจริงๆ แล้วแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเรียนรู้ภาษาจีนเกิดจากความชื่นชอบดูซีรีส์จีนที่ส่วนใหญ่ไม่มีคำบรรยายภาษาไทยหรืออังกฤษ พอดูไม่รู้เรื่องก็เลยอยากเอาชนะค่ะ” ศิษย์สวนกุหลาบนนท์ กล่าว

    ทั้งนี้ เจ้าของตำแหน่งสุดยอดสาววัยทีนวางเป้าหมายในชีวิตสูงสุดไว้ว่าอยากทำงานที่มั่นคงและมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ โดยยึดคติประจำใจ “จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

มงลงสาว 15 หยกๆ “น้องปิ่น” ชรินพร มิสทีน ไทยแลนด์ 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/396232?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

มงลงสาว 15 หยกๆ “น้องปิ่น” ชรินพร มิสทีน ไทยแลนด์ 2019

วันที่ 30 ตุลาคม 2562 – 21:51 น.
มิสทีนไทยแลนด์ 2019,ปิ่น ชรินพร เงินเจริญ,ประกวด,นางงาม,สาว 15 หยกๆ
เปิดอ่าน 1,113 ครั้ง

เด็กสวนกุหลาบนนท์ คว้าตำแหน่งมิสทีน ไทยแลนด์ 2019 ควบ ‘Miss Hello สวัสดีผิวสวย’ สมใจกองเชียร์ดังกึกก้อง

เมื่อเวลา 19.00 น วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กองประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ โดยบริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ร่วมกับช่อง 7HD และ บริษัท แอมวิช ยูนิเทค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ‘เฮลโล สวัสดีผิวสวย’ ได้จัดการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล’ ขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์  ‘Glorious Dream’ ท่ามกลางกองเชียร์ และแฟนนางงามรุ่นเยาว์ที่แห่กันมาร่วมเชียร์ร่วมลุ้นชนิดติดขอบเวที

     

บรรยากาศงานสุดคึกคักด้วยมีรุ่นพี่ มิสทีน ไทยแลนด์ ดีกรีดาราดังที่สร้างชื่อเสียงมาแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมสร้างสีสัน อาทิ  “เกรซ” กาญจน์เกล้า, “ เซฟ” เซฟฟานี่’, ฮาน่า ลีวิส, “มุกดา “ นรินทร์รักษ์, “พลอย” รัญดภา, “เกรซ” บุศรินทร์’ เป็นต้น และ รับหน้าที่พิธีกรโดย “เกรซ” กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า และ “พีเค” ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร

เริ่มต้นเปิดเวทีด้วยเสียงปรบมือจากผู้ชมกับการแสดงที่สร้างสรรค์ ผสมผสานความเป็นแฟชั่น เผยคาเรคเตอร์ เอกลักษณ์ ของทั้ง 40 สาววัยทีน ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล’ กับรูปแบบเธียเตอร์ ครั้งแรก! ของเวทีการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ ในชื่อการแสดง ‘Hello’ พร้อมชมวิทีอาร์กิจกรรมเก็บตัวที่จังหวัดภูเก็ต และการประชันโฉมเผยโมเม้นต์ดีกรีน่ารักสดใสกับช่วงแนะนำตัวกับการแสดง ‘Glorious Dream’  พร้อมชมวิทีอาร์ ก่อนเข้าสู่การประกาศผลรอบ 15 คน ได้แก่ หมายเลข7,23,38,26,36,16,9,34,4,12,13,31,17,39 และ 1

 

จากนั้นพิธีกรได้แนะนำคณะกรรมการรอบตัดสิน, ผู้สนับสนุนการประกวด และชมวิทีอาร์แนะนำรางวัลจากผู้สนับสนุน  ‘Miss Hello ผิวขาวใส’   หมายเลข 9 “หมิว” ธนพร มะภิโกสิ ‘Miss AIS ZEED’หมายเลข 31 “ปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ, ‘Miss เมืองไทยประกันภัย’ หมายเลข 9 “หมิว” ธนพร มะภิโกสิ, ‘Miss REVLON Live Boldly’  หมายเลข 7 “เมย์” พิชญาภา สุขโสมนัส,  ‘PS. Junior Idol’ หมายเลข 17 “ลีน่า” โลแมกซ์ พร้อมได้ ‘ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน’ และ ‘Miss Friendship’ หมายเลข 32 “จ๊ะจ๋า” จินต์จุฑา ศิริเพ็ง ซึ่งได้รับการโหวตจากเพื่อนๆ

ตามด้วยการแสดงจาก 15 สาววัยทีน ออร่าสวยสะกดทุกสายตาเผยเสน่ห์สาววัยทีนในชุดราตรีจากแบรนด์แฟชั่นดัง ‘มาริฮอร์น’ ร่วมด้วยศิลปินชื่อดัง ‘นนท์ ธนนท์’  ก่อนประกาศสาววัยทีนที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ได้แก่ หมายเลข 23 “มีมี่” จัสมิน มาเรีย ลิซ่า แอนเดอร์สัน หมายเลข 9 “หมิว” ธนพร มะภิโกสิ หมายเลข 17 ลีน่า โลแมกซ์ หมายเลข 39 “มายด์” มาริสา มาเรีย โชลล์ และหมายเลข 31 “ปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ  และตอบคำถามจากคณะกรรมการ จากนั้น “เอฟฟี่” วรรณรดา เพชรชำนาญ’ มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 ได้ขึ้นอำลาตำแหน่งอย่างงดงาม

เข้าสู่วินาทีที่ทุกคนลุ้นและรอคอย สาว     วัยทีนที่ครองตำแหน่งมิสทีน ไทยแลนด์ 2019 ได้แก่ หมายเลข  31 “ปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ  ได้รับ เงินรางวัล 300,000 บาท, มงกุฎมิสทีน ไทยแลนด์ 2019, ถ้วยรางวัลเกียรติยศ, สายสะพาย,ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Hello ไว้ใช้ตลอดทั้งปี และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 9 “หมิว” ธนพร มะภิโกสิ  ได้รับ เงินรางวัล 100,000 บาท, ถ้วยรางวัลเกียรติยศ, สายสะพาย, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Hello ไว้ใช้ตลอดทั้งปี และรางวัลอื่นๆ

และรองอันดับ 2 มีจำนวน 3 คน ได้แก่ หมายเลข 23 “มีมี่” จัสมิน มาเรีย ลิซ่า แอนเดอร์สัน หมายเลข 17 “ลีน่า” โลแมกซ์  และ หมายเลข 39 “มายด์” มาริสา มาเรีย โชลล์   ทุกคนได้รับ เงินรางวัล 50,000 บาท, ถ้วยรางวัลเกียรติยศ,สายสะพาย, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Hello ไว้ใช้ตลอดทั้งปี และรางวัลอื่นๆ

สำหรับ “น้องปิ่น” ชรินพร เงินเจริญ อายุ 15 ปี ส่วนสูง  167 ซม. น้ำหนัก 47 กก.เป็นชาวนนทบุรี กำลังศึกษาอยู่ชั้นม.4 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี ความสามารถพิเศษ รำไทย เดินแบบ เคยประกวดหนูน้อยนพมาศบางไทร ได้รับรางวัลชนะเลิศนางนพมาศประจำโรงเรียนปี 2560 ได้รางวัลชนะเลิศ  ได้เป็นตัวเเทนของกระทรวงวัฒนธรรมไปเผยเเพร่นาฏศิลป์ไทยที่ประเทศ อินเดีย เดนมาร์ก จีน มีความฝันอยากทำงานในวงการบันเทิง รวมถึงนักประชาสัมพันธ์ ส่วนเป้าหมายในขีวิตอยากทำงานที่มั่นคงเเละมาดูเเลลพ่อเเม่ คติประจำใจที่ยึดถือคือ “จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

2 บทบาทบนเส้นทางชีวิต “เกรซ” รัชย์ณมนทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/395908?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

2 บทบาทบนเส้นทางชีวิต “เกรซ” รัชย์ณมนทร์

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 – 13:50 น.
เกรซ เดอะสตาร์ 6,รัชย์ณมนทร์ รัชย์จิราธรรม,มหาบัณฑิต,วิศวกรรมศาสตร์
เปิดอ่าน 35 ครั้ง

ทั้ง 2 อย่างเป็นงานที่เรารัก และเมื่อตั้งใจจะทำให้ดีแล้วก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น

สาวๆ ที่เกิดมาแล้วรูปร่างหน้าตาดี ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ยิ่งสาวคนไหนฉลาดและมีความสามารถรอบด้าน นั่นเรียกว่าสมบูรณ์แบบทีเดียว และทั้งหมดนี้น่าจะเป็นคำจำกัดความของเธอคนนี้ได้ดี เพราะนอกจาก “เกรซ” รัชย์ณมนทร์ รัชย์จิราธรรม หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในนาม “เกรซ เดอะสตาร์ 6” จะพกพาความสวยสดใสจนคนมองต้องเหลียวหลังแล้ว เธอยังมีความสามารถด้านการแสดงและร้องเพลง ล่าสุดยังประสบความสำเร็จด้านการเรียน คว้ามหาบัณฑิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีการผลิตทางอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาครองได้สำเร็จ ด้วยคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 3.94

สวยๆ ในลุคเวิร์กกิ้งวูแมน

          “เกรซ” เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงและเป็นที่รู้จัก จากการเข้าประกวดเวทีค้นฟ้าคว้าดาว ครั้งที่ 6 หรือ เดอะสตาร์ 6 เมื่อปี 2553 ซึ่งปีนั้น “กัน” นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ได้รางวัลชนะเลิศ ขณะที่ “เกรซ” รัชย์ณมนทร์ ได้รองชนะเลิศอันดับ 5 หลังจากนั้นเธอก็ก้าวเข้ามาโลดแล่นในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานละคร ซิตคอม และซีรีส์ ซึ่งสาวเกรซเล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาประกวดเวทีเดอะสตาร์ เคยแคสงานโฆษณา และประกวดร้องเพลงมาบ้าง รวมถึงประกวดมิสทีนไทยแลนด์ปีที่ “เซฟ” เซฟฟานี่ อาวะนิค ได้ตำแหน่ง ส่วนเกรซได้รางวัลป๊อปปูลาร์โหวต

          “หลังจากเข้ามาประกวดเดอะสตาร์ 6 คนก็เริ่มรู้จักมากขึ้น งานแสดงจึงเข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วย เรื่องที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักก็อย่างละครน้ำขึ้นให้รีบรัก, นางสาวจำแลง, น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, ซิตคอมเป็นข่าว, คิวปิดซีรีส์ ฯลฯ” ดาราสาวแจกแจงถึงผลงานที่ผ่านมา

ร่วมงานคมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 15 

         จะเห็นได้ว่าแม้งานบันเทิงจะเข้ามาไม่ขาด แต่เธอไม่เคยทิ้งเรื่องการเรียน ตรงกันข้ามเธอเพียรพยายามร่ำเรียนในด้านที่เธอเลือกนั่นก็คือ “วิศวกรรมศาสตร์” ซึ่งเริ่มชี้ชัดตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แล้วมาต่อระดับปริญญาตรีที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้าเครื่องกลการผลิต หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และล่าสุดจบปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรไปเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา

          “เกรซ” ย้อนเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ ถูกปลูกฝังว่าต้องเรียนเก่ง ซึ่งก็ทำคะแนนได้ดีมาตลอด แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรจริงจัง แต่มองว่าเรียนสายวิทย์ค่อนข้างแฟร์ เพราะทุกอย่างมีคำตอบเดียว ต่างจากสายศิลป์ที่ให้คะแนนมาจากหลายมุมมอง และเมื่อเข้าไปเรียนด้านนี้จริงจังรู้สึกได้เลยว่าตัวเองคิดถูก การเรียนสนุกมาก วิชาพื้นฐานมีบ้างแต่ไม่มากนัก จะเน้นไปที่ภาคปฏิบัติเป็นหลัก ส่วนเพื่อนๆ ก็สนุกสนาน มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ทำให้บรรยากาศการเรียนไม่เครียดเกินไป

          “ตอนที่จะเริ่มเข้าเรียน ปวช. เลือกสอบไว้หลายแห่ง แต่เลือกเรียนที่เตรียมวิศวะ เพราะเกรซอยากเลือกสังคมที่ไม่เครียดเกินไป บางสังคมคนมองว่าเก่ง แต่ก็ต้องเหยียบกันขึ้นไป แต่สำหรับเกรซอยากอยู่ในสังคมที่สบายๆ ทุกคนเรียนเก่งได้แต่ต้องมีเพื่อน ต้องรักกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พอเข้ามาเรียนที่นี่ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ทำให้เราแฮปปี้มาก จากนั้นก็มุ่งมั่นเรียนทางนี้มาตลอด ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท” ดาราสาวเล่าอย่างออกรส

คุณแม่ร่วมแสดงความยินดี

          จากแต่ก่อนหลายคนมองว่า “การเรียนวิศวะเหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง” กับคำถามนี้สาวขาลุยกลับมองว่า ปัจจุบันผู้หญิงเรียนด้านนี้เยอะมากจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้หญิงอีกต่อไป เพราะที่จริงการเรียนวิศวะไม่ได้เกี่ยวกับเพศแม้แต่น้อย ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้ชายถึงจะเรียนได้ เพราะบริบทการเรียนและการปฏิบัติงานไม่จำเป็นต้องใช้แรงงาน และการที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนแม้แต่น้อย เพราะเธอสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนกับผู้ชาย ดังนั้นอะไรที่ผู้ชายทำได้ผู้หญิงอย่างเธอก็ทำได้เช่นกัน และคิดว่าทำได้ดีไม่แพ้กันด้วย อย่างเรื่องการใช้สมองหลายครั้งผู้หญิงคิดอะไรได้ดีกว่า หรือในเรื่องการตัดสินใจหรือความละเอียดถี่ถ้วน ตรงนี้เธอมองว่าเป็นข้อได้เปรียบของผู้หญิงมากกว่าจะเป็นความเสียเปรียบ

น้องๆ ร่วมแสดงความยินดี

          แม้ว่าการเรียนในระดับปริญญาตรี และปริญญาโทจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่งานด้านการแสดงก็มีเข้ามาต่อเนื่องเช่นกัน แต่สาวเกรซเชื่อมั่นมาตลอดว่าสามารถบริหารเวลาให้แก่สิ่งที่รักทั้ง 2 นี้ให้สามารถเดินหน้าควบคู่กันไปได้ เพราะทั้ง 2 สิ่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่ทำให้เธอเป็นเธอในวันนี้ เพราะการแสดงเป็นสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว ทำแล้วสนุก ทำแล้วมีความสุข ส่วนเรื่องเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถทิ้งได้เช่นกัน และจากความมุ่งมั่นจากวันนั้นมาถึงวันนี้คงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า เธอสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้จริงๆ โดยเธอแอบกระซิบเคล็ด(ไม่)ลับให้ฟังว่า ต้องแบ่งเวลาอย่างจริงจัง ปรับโหมดเหมือนกับลิ้นชัก พอเปิดลิ้นชักนี้ก็จะปิดลิ้นชักนั้นก่อน เช่นเดียวกับเวลาเรียนก็จะจริงจังกับการเรียน ส่วนเวลาทำงานบันเทิงก็จะพับเรื่องเรียนไว้ก่อน

ออกงานบันเทิงก็จะสวยประมาณนี้

          “การที่จะทำสองอย่างควบคู่กันไปต้องบอกเลยว่าค่อนข้างหนักมาก แต่ก็พยายามทำให้ได้ดี เพราะทั้ง 2 อย่างเป็นงานที่เรารัก และเมื่อตั้งใจจะทำให้ดีแล้วก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น อย่างเรื่องการเรียนทุกครั้งเกรซจะไม่ก้มหน้าจดที่อาจารย์สอน แต่จะตั้งใจฟังให้เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจหรือมีคำถามจะยกมือถามอาจารย์ทันที ต้องทำให้เข้าใจตอนนั้นให้ได้ เพราะถ้าไม่เข้าใจอาจจะทำให้หลุดไปเลย และที่สำคัญคือเมื่อกลับถึงบ้านแล้วจะรีบทบทวนบทเรียนนั้นทันที ไม่สะสมไว้ตอนใกล้สอบทีเดียว เพราะเราเองต้องทำหลายอย่าง ถ้าคิดว่าจะอ่านหนังสือตอนใกล้สอบอย่างเดียวไม่ทันแน่ๆ ต้องอ่านไปเรื่อยๆ ส่วนใกล้สอบเป็นเวลาที่เราจะมาทบทวนอีกครั้ง” ดาราสาวแนะเทคนิคการเรียนตามแบบฉบับของเธอ

          ถึงวันนี้คงต้องกล่าวแสดงความยินดีพร้อมปรบมือดังๆ ให้แก่เธอคนนี้อีกครั้ง เพราะทันทีที่เรียนจบเธอก็ได้เริ่มทำงานในสายงานที่ร่ำเรียนมาทันที ในตำแหน่ง โปรเจกต์ เอนจิเนียร์ ในแผนกวิจัยและพัฒนา บริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ย่านบางคูวัด ซึ่งครั้งนี้ก็มุ่งมั่นตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเช่นเดียวกับที่ผ่านมา และเมื่อถามว่า ก้าวมายืน ณ จุดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จหรือยัง เธอยอมรับว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งที่น่าพอใจ ทั้งนี้หลายคนมองว่าเธอโชคดี แต่ที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่เธอเลือกจะทำ และเลือกที่จะเป็นด้วยการสนับสนุนของคนรอบข้าง ไม่ได้เป็นความโชคดีอย่างที่หลายคนบอก

          “เกรซเพิ่งเริ่มทำงานเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี่เอง ตอนนี้กำลังสนุกกับงานมากๆ แต่ก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก อยากทำงานนี้ให้ดีที่สุด อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้อย่างจริงจัง ที่ผ่านมาเรียนมาตลอดก็จริงแต่พอลงมือทำจริงก็มีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะมากๆ แต่คิดว่าจะผ่านมันไปได้เหมือนกับทุกๆ ครั้ง เกรซเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรจริงจังเราต้องทำได้ เกรซถือคติว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งเกรซก็ทำอย่างนั้นมาตลอด มาถึงวันนี้เราสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และทำหน้าที่ของเราให้ดีในทุกๆ บทบาทก็เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจในชีวิตแล้ว” ดาราสาวกล่าวทิ้งท้าย

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทุกไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/395909?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทุกไลฟ์สไตล์

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 – 13:19 น.
คอตตอน ยูเอสเอ,วอทส์ นิว อิน คอตตอน,อันลิมิเต็ด เออร์เบิน ไลฟ์สไตล์,กอล์ฟ พิชญะ,เวียร์ ศุกลวัฒน์,ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก,โอ้ มาริโอ้,ไกรภพ แพ่งสภา,ภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์,กันต์ กันตถาวร,กรภัสร์ ถนอมศักดิ์กุล,วรศักดิ์ ศุภลักษณ์วัจนะ,ศิพิมพ์ ทองธรรมโรจน์,แฟชั่น,ดารา,นักแสดง
เปิดอ่าน 70 ครั้ง

คอตตอน ยูเอสเอ เปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุด 6 แบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อันลิมิเต็ด เออร์เบิน ไลฟ์สไตล์”

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์ คอตตอน ยูเอสเอ จัดงาน “คอตตอน เดย์ 2019” ตอกย้ำแคมเปญระดับโลก “วอทส์ นิว อิน คอตตอน” เปิดตัวแบรนด์ไลเซนซี 6 รายใหม่ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุดของทั้ง 6 แบรนด์เป็นครั้งแรกภายใต้คอนเซ็ปต์ “อันลิมิเต็ด เออร์เบิน ไลฟ์สไตล์” ที่นำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ร่วมกับผ้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา

   

“เวียร์” ศุกลวัฒน์-“ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก-“โอ้” มาริโอ้

“กอล์ฟ” พิชญะ

กันต์ กันตถาวร

     โดยมีเหล่าดารา นางแบบและนายแบบมืออาชีพ อาทิ “เวียร์” ศุกลวัฒน์ คณารศ, “โอ้” มาริโอ้ เมาเร่อ, “ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, “แพท” ณปภา ตันตระกูล, “กอล์ฟ” พิชญะ นิธิไพศาลกุล, โทนี่ รากแก่น และ กันต์ กันตถาวร ร่วมถ่ายทอดความพิเศษของคอลเลกชั่นผ่านแฟชั่นโชว์สุดอลังการ โดยมี วรศักดิ์ ศุภลักษณ์วัจนะ Founder & Chief Executive Officer บริษัท วัน สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, ภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ Brand Manager จาก R.A.D. Jeans, กรภัสร์ ถนอมศักดิ์กุล Brand Manager จากแปซิฟิค ยูเนี่ยน บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน), คุณากร ธนสารสมบัติ Managing Director บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด และ ศิพิมพ์ ทองธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วีพีอาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมงาน ที่ห้องแมกโนเลียบอลรูม ชั้น 10 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

กรภัสร์ ถนอมศักดิ์กุล

ไกรภพ แพ่งสภา

     ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวว่า กิจกรรมคอตตอน เดย์ ถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งเส้นใยฝ้าย ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอ ไลเซนซี ผู้บริโภค และสื่อมวลชน โดยจัดเป็นครั้งที่ 11 ในปีนี้ นอกจากนี้ยังเป็นการสานต่อแคมเปญระดับโลกภายใต้ชื่อ “WHAT’S NEW IN COTTON?™” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับกลุ่มไลเซนซี และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอทั่วโลกใช้เป็นไอเดียในการนำผ้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาไปผสมผสานเข้ากับเส้นใยชนิดต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพและเพิ่มฟังก์ชั่นที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดมากที่สุด ซึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมฝ้ายของสหรัฐอเมริกา และยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คอตตอน ยูเอสเอ เป็นฝ้ายที่ทั่วโลกไว้วางใจ มาอย่างยาวนาน

     

ภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์

วรศักดิ์ ศุภลักษณ์วัจนะ

“ไฮไลท์ของกิจกรรมในปีนี้ คอตตอน ยูเอสเอ ได้เปิดตัวไลเซนซีชั้นนำรายใหม่ทั้งหมด 6 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ เซเว่น สตรีท สตรีทแบรนด์สัญชาติไทยแรงบันดาลใจจากนิวยอร์ก, เดอะ ซายน์ แบรนด์ที่ผสมผสานความไฮแฟชั่นและสตรีทแวร์ไว้ได้อย่างลงตัว, อาร์.เอ.ดี. ยีนส์ แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงที่อยากเผยความเซ็กซี่ในแบบฉบับของตัวเอง, แปซิฟิค ยูเนี่ยน สตรีทแวร์ร่วมสมัยที่เรียบง่าย เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมที่หลากหลายในแต่ละวัน, ห่านคู่ แบรนด์สุดคลาสสิกที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 60 ปี คอลเลกชั่นพิเศษ ซูเปอร์ซอฟ คูลคอตตอน เพื่อตอบสนองชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่

ศิพิมพ์ ทองธรรมโรจน์

และ เดวีย์ โจนส์ แบรนด์สไตล์เออร์เบินสำหรับคนรักอิสระ พร้อมทั้งเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่มี 6 นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เสื้อยืด เสื้อโปโล และกางเกงเลกกิ้ง ที่จะช่วยเพิ่มความสบาย มีความยืดหยุ่น ระบายอากาศ ได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทย สามารถสวมใส่ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน” ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวถึงความโดดเด่นของแต่ละแบรนด์

คอมมูนิตี้ที่เข้าใจคนรักสัตว์เลี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/395866?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

คอมมูนิตี้ที่เข้าใจคนรักสัตว์เลี้ยง

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 – 11:07 น.
คอนโดฯ,เพท เฟรนด์ลี่ แอนด์ เวลล์เนสส์ ลิฟวิ่ง,บี ดรสุริยา พูลวรลักษณ์,มารุ เอกมัย2,มารุ ลาดพร้าว15,บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด มหาชน,ปพนธ์วรรธณ์ เสาว์ทองหยุ่น,สัตว์เลี้ยง,วิชชุดา ลีนุตพงษ์,หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา,แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา,สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เปิดอ่าน 46 ครั้ง

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในสังคมเมืองที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวเป็นสิ่งเติมเต็มในชีวิต

ตอกย้ำที่อยู่อาศัยที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมตอบโจทย์คนรักสัตว์ด้วยการเป็นคอนโด “เพท เฟรนด์ลี่ แอนด์ เวลล์เนสส์ ลิฟวิ่ง” ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง และสอดแทรกพื้นที่สีเขียวเข้ากับดีไซน์ที่เรียบง่ายสไตล์มินิมัล

สองโครงการคอนโดมิเนียมหรู  “มารุ เอกมัย2” (MARU Ekkamai 2) และ “มารุ ลาดพร้าว15” (MARU Ladprao 15) ภายใต้การบริหารของ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โดย “บี” ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ ได้เชิญเหล่าดาราและเซเลบริตี้ที่มีหัวใจรักสัตว์เลี้ยง อาทิ “หมุงหมิง” สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, “มายด์” แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, “ตั๋ม” วิชชุดา ลีนุตพงษ์, “ตูน” ปพนธ์วรรธณ์ เสาว์ทองหยุ่น มาชมห้องตัวอย่างแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่โครงการ มารุ เอกมัย เมื่อวันก่อน

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ – ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์

    ในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ “บี” ดร.สุริยา บิ๊กบอสเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการมารุคือเป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริงไม่ว่าจะเป็นการออกแบบด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรสนิยม รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นโค-ครีเอชั่น สเปซ, โค-ลิฟวิ่ง สเปซ ซึ่งจะเป็นพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันระหว่างเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือเน้นเพท เฟรนดลี่ แอนด์ เวลล์เนสส์ ลิฟวิ่ง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในสังคมเมืองที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวเป็นสิ่งเติมเต็มในชีวิต

     

สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา -หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

    คอนเซ็ปต์โดนใจเหล่าเพท เลิฟเวอร์ โดยเฉพาะเซเลบริตี้สาว “ตั๋ม” วิชชุดา ที่ยอมรับว่าเป็นทาสสุนัขตัวจริง เกิดมาก็เห็นคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงสุนัขมาตลอด จึงเลี้ยงสุนัขมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เริ่มห่างไปบ้างตอนไปเรียนโรงเรียนประจำที่อังกฤษ ทุกวันนี้ที่บ้านเลี้ยงสุนัขรวม 10 ตัว ล้วนเป็นสุนัขที่เก็บมาเลี้ยงมีทั้งสุนัขพันธุ์เล็ก และพันธุ์ใหญ่ ซึ่งน้องหมาถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าจะเลือกคอนโดแห่งใหม่ก็ต้องเลือกที่ให้เลี้ยงสุนัขได้ ถ้าได้พาสุนัขเดินเล่นในพื้นที่ส่วนกลางที่จัดไว้เป็นพิเศษ ได้แบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนบ้านที่เลี้ยงสัตว์เหมือนกันก็น่าจะแฮปปี้ไม่น้อย

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา และ “น้องพอร์ช” ลูกชาย

ปพนธ์วรรธณ์ เสาว์ทองหยุ่น

      เช่นเดียวกับนักแสดงหนุ่มที่มีสุนัขเพศเมียชื่อ “ทองดำ” เป็นพันธุ์ไทยผสมซึ่งกำลังป่วยเป็นมะเร็ง “ตูน” ปพนธ์วรรธณ์ บอกว่าการเลี้ยงสุนัขทำให้เป็นคนใจเย็นลง จากปกติที่เป็นคนใจร้อน ขี้หงุดหงิด สุนัขจะช่วยปลอบประโลมจิตใจได้มาก แล้วยังเหมาะกับคนเป็นโรคซึมเศร้า ยิ่งสังคมยุคใหม่คนไม่นิยมมีลูกและหันมาเลี้ยงสุนัขแทน คอนโดสไตล์นี้จึงตอบสนองแนวคิดคนยุคใหม่ได้ดี ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านแฮงเอาท์อีกมากมาย

ชวนช็อปได้บุญปีละครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/395742?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ชวนช็อปได้บุญปีละครั้ง

วันที่ 28 ตุลาคม 2562 – 15:28 น.
คณะภริยาทูต,งานออกร้านภริยาทูต,คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย,ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ,โอลก้า ทาพิโอลา,อุษณา สุคนธทรัพย์,กรุณา วัจนะพุกกะ,ภชสร ลีนุตพงษ์,นาขวัญ รายนานนท์,งานภริยาทูต คมชัดลึก
เปิดอ่าน 90 ครั้ง

งานเทศกาลออกร้านนานาชาติชวนช็อปช่วยผู้ป่วยช่วยผู้ยากไร้

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย และ สมาคมไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานเทศกาลออกร้านนานาชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศกับงาน “66th YWCA Diplomatic Charity Bazaar 2019” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ชั้นนำมากกว่า 45 สถานทูต 44 ประเทศทั่วโลก

สิริน อาร์ทิเนียน

ซึ่งในงานแถลงข่าวครั้งนี้ นำโดย โอลก้า ทาพิโอลา ภริยาเอกอัครราชทูตคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย ในฐานะประธานจัดงาน ร่วมด้วย นงนุช เพ็ชรรัตน์ ที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, อุษณา สุคนธทรัพย์ นายกสมาคม YWCA ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการจัดงาน พร้อมด้วยผู้แทนคณะภริยาทูตและคณะทำงาน เช่น พัน เผิง ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน, คริสติน่า แมกเฟอร์ซัน ภริยาเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์, สิริน อาร์ทิเนียน ภริยากงสุลกิตติมศักดิ์อาร์เมเนีย, ณมน ยุทธวงศ์ ภริยาอุปทูตสวิตเซอร์แลนด์, อนิตา รัสดิ ภริยาเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย, มาลาตี โกสุม เลขาธิการสมาคมฯ โดยมีเซเลบริตี้ อาทิ กรุณา วัจนะพุกกะ, ภชสร ลีนุตพงษ์, นาขวัญ รายนานนท์ ร่วมงาน

อุษณา สุคนธทรัพย์

  อุษณา สุคนธทรัพย์ นายกสมาคมไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมายอดจำหน่ายในงานเกือบ 10 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะยิ่งเรามีรายได้เข้ามามากเท่าไร เราก็ยิ่งบริจาคให้หน่วยงานต่างๆ ได้มากเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ทางสมาคมเห็นความสำคัญคือ การจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ และอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยได้นำไปใช้งานที่บ้าน เนื่องจากเรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย จึงมองเห็นว่าเมื่อเขาออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ต่อไป เช่น เตียง เครื่องช่วยหายใจขนาดเล็ก เพื่อให้ครอบครัวได้ดูแลรักษาต่อจากแพทย์ นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลก็ได้จัดทีมไปดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ ซึ่งเครื่องมือต่างๆ เมื่อผู้ป่วยรายไหนสิ้นสุดการใช้งานก็จะนำมาคืนให้แก่โรงพยาบาล เพื่อจะได้ส่งต่อให้ผู้ป่วยรายถัดไป นอกจากนี้ยังมีโครงการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีและเด็ก ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกกว่า 40 โครงการ

 โอลก้า ทาพิโอลา

   โอลก้า ทาพิโอลา ภริยาเอกอัครราชทูตคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะประธานผู้จัดงาน เล็งเห็นว่าบางประเทศในกลุ่มอียูไม่ได้มีสินค้ามากพอจำหน่าย จึงได้รวมประเทศเล็กๆ ในยุโรปมาออกบูธจำหน่ายสินค้าร่วมกัน บางประเทศก็ห่างหายจากการออกร้านไปนานอย่าง “สเปน” ปีนี้ก็กลับมาใหม่ และภริยาทูตแต่ละประเทศก็ตั้งใจคัดสรรสินค้าที่ไม่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดมาจำหน่ายในงาน ภายในงานได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ชั้นนำ อาทิ เส้นพาสต้า น้ำมันมะกอก เครื่องทำกาแฟจากอิตาลี ปลาแซลมอนนอร์เวย์ มีดพับอเนกประสงค์ นาฬิกา ปากกาจากสวิตเซอร์แลนด์ โสมและเครื่องสำอางจากเกาหลี เครื่องอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา ผ้าพันคอและกระเป๋าพิมพ์ลายพื้นเมือง

กรุณา วัจนะพุกกะ

ทางด้าน “หญิง” กรุณา วัจนะพุกกะ บอกว่า สะดุดตาบูธ “เปรู” ที่สุด เพราะตนชื่นชอบ “ขนสัตว์” และบูธนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขนอัลปาก้ามาวางจำหน่าย และแน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าไปต่างประเทศเราต้องซื้อของที่ระลึกไว้เป็นความทรงจำ ตนสะสมบ้านจำลองที่ซื้อมาจากทั่วโลกแล้วนำมาจัดเรียงไว้เป็นหมู่บ้าน ก็คิดว่าอยากจะมาหาของไปวางเพิ่มในตู้ อย่างวันนี้ที่มีโอกาสมางานแถลงข่าวงานออกร้านภริยาทูตก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะไม่ต้องไปเที่ยวตามหาของจากทั่วโลก เพราะแต่ละสถานทูตได้นำของขึ้นชื่อของประเทศตัวเองมาให้เลือกซื้อแล้ว เห็นเลยว่าสินค้าเหล่านี้ถ้าเราไม่ได้ไปเยือนด้วยตนเอง เราจะไม่มีทางได้มาเลย แนะนำให้ซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วย

ภชสร ลีนุตพงษ์-นาขวัญ รายนานนท์

ขณะที่ “จุ๊” นาขวัญ รายนานนท์ บอกว่า เป็นคนชอบแต่งตัว แต่งบ้าน เพราะฉะนั้นเวลาเดินผ่านบูธที่มีผ้าพันคอ เสื้อผ้า หรือของประดับตกแต่งบ้านจะเข้าไปทันที อย่างวันนี้มีบูธของอาร์เมเนียนำกระเป๋า ผ้าพันคอ ที่เป็นลวดลายที่มีความหมายเกี่ยวกับศาสนาคริสต์มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำลาย เห็นแล้วชอบมาก เราได้เห็นความเชื่อและวัฒนธรรมแฝงอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ ในรูปแบบที่ทันสมัย มางานนี้เหมือนเราได้ย่อโลกให้แคบลง เพราะจะได้ตื่นตาตื่นใจกับของกิน ของใช้ จากต่างประเทศ บางคนชอบซื้อผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศอย่างครีมอาบน้ำ โลชั่น ขนมต่างๆ ตุนไว้ในบ้าน มางานนี้เราก็จะได้ทั้งของดีและเงินที่เราได้อุดหนุนสินค้า ทางสมาคมฯ ยังนำไปช่วยเหลือโครงการการกุศลทั้งในไทยและต่างประเทศ ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน

พื้นที่ความสุขของการใช้ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/395505?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

พื้นที่ความสุขของการใช้ชีวิต

วันที่ 27 ตุลาคม 2562 – 00:15 น.
เซน,ห้างสรรพสินค้าเซน,ลีฟวิ่งเฮ้าส์,ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี,อมเรศ-ภัทรา ศิลาอ่อน,ดรปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์,สุทธิภัค จิราธิวัฒน์,จุ๋ย วรัทยา,พุฒ พุฒิชัย,มลอธิฉัตร ฉัตรชัย,อทิตา สุธาดารัตน์,สิริวงษ์ สุขเกษมสิน,ลีฟวิ่งเฮ้าส์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 308 ครั้ง

เซเลบร่วมสัมผัสความสุขเสมือนบ้านหลังที่สอง

ห้างสรรพสินค้าเซน สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อกิจกรรมฉลองการพลิกโฉมแผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ภายใต้ชื่อ “ลีฟวิ่ง เฮ้าส์” โค-ลีฟวิ่ง แอนด์ อีทติ้ง สเปช ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ช็อปปิ้งให้สนุกและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้มาใช้ชีวิต พร้อมเติมเต็มความสุขเสมือนบ้านหลังที่สอง

ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์-สุทธิภัค จิราธิวัฒน์-อมเรศ-ภัทรา ศิลาอ่อน -ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล และ ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล ต้อนรับ ร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ ภัทรา-อมเรศ ศิลาอ่อน, มรุวุตม์ บูรณศิลปิน, วิชชุดา ลีนุตพงษ์, กิติยา มหาดำรงค์กุล, แสงแข เหมกมลเศรษฐ์, พรนภา เกียรติศรีชาติ, สิริวงษ์ สุขเกษมสิน, ชินทัต-นวดี ศิริชนะชัย, ฤทธิไกร-กัลยพัชร ภักดีผดุงแดน ธรรมรักษ์ และคู่รักดารา “พุฒ” พุฒิชัย เกษตรสิน-“จุ๋ย” วรัทยา นิลคูหา ตลอดจนสื่อมวลชนร่วมงานจำนวนมาก

 “จุ๋ย” วรัทยา-“พุฒ” พุฒิชัย

 วสวี วอนเพียร-กวิศรา กอวัฒนสกุล-อนงค์นาฏ อำนวยผล-พิชรดา โสมกุล

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อแนะนำแผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ใจกลางเมือง ภายใต้ชื่อ “ลีฟวิ่ง เฮ้าส์” โค-ลีฟวิ่ง แอนด์ อีทติ้ง สเปช” พื้นที่ความสุขของการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่บนพื้นที่ 5,000 ตรม. ที่ชั้น 7 ห้างสรรพสินค้าเซน ที่จะมาเปลี่ยนประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบเดิมๆ ให้การใช้ชีวิตในเมืองให้มีสีสันและสนุกมากยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้มาใช้ชีวิตที่นี่ หัวใจสำคัญของห้างสรรพสินค้าอยู่ที่การสร้างบรรยากาศที่จะมอบความอบอุ่น และให้ความรู้สึกราวกับคนพิเศษ เราจึงจัดสรรพื้นที่ “ลีฟวิ่ง เฮ้าส์” โค-ลีฟวิ่ง แอนด์ อีทติ้ง สเปช รอต้อนรับลูกค้าคนพิเศษด้วย 2 โซน ได้แก่ โค-ลีฟวิ่ง ครบครันสินค้าตกแต่งบ้านคุณภาพเยี่ยมในที่เดียว และโซน โค-อีทติ้ง เติมเต็มประสบการณ์ของแผนกโฮม ด้วย 2 มุมบริการอาหาร คือ มุมอาหารไทยระดับมิชลินไกด์ และ มุมร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังจากทั่วโลก

วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ พร้อมลูกๆ

ม.ล.อธิฉัตร ฉัตรชัย-ธัญรดา บุญยงค์

เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน “แบม” ปีติภัทร คูตระกูล พิธีกรชื่อดังได้นำไปพบกับการแสดงสร้างสีสันบรรยากาศกับ “อะ แคปเพลล่า โชว์” จากนั้นได้เชิญคู่รักดารา “พุฒ” พุฒิชัย เกษตรสิน และ “จุ๋ย” วรัทยา นิลคูหา ร่วมพูดคุยและเล่าถึงไฮไลท์ในโซน Living House พร้อมกันนี้สองดาราคู่รักยังได้โชว์ฝีมือการทำอาหารกับเมนู “สลัดพุฒ-จุ๋ย” ก่อนที่พิธีกรและทั้งสองจะนำผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนไปพบกับโซนต่างๆ

อทิตา สุธาดารัตน์

พร้อมกันนี้เซเลบริตี้ ร่วมบอกเล่าความประทับใจในโซนใหม่ เริ่มจาก อทิตา สุธาดารัตน์ เปิดเผยว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีและน่าสนใจมากเพราะการนำแผนกโฮมและโซนร้านอาหารมาลิงก์เข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก

สิริวงษ์ สุขเกษมสิน

ขณะที่ สิริวงษ์ สุขเกษมสิน กล่าวว่า ไม่ค่อยได้ไปรับประทานอาหารที่แนะนำโดยมิชลินไกด์ เพราะด้วยงานที่ยุ่งทั้งวัน จึงไม่สามารถที่จะไปรอ หรือตามจองโต๊ะร้านดังๆ ดังนั้นการมีร้านเหล่านี้มารวมอยู่ในห้างสรรพสินค้าก็เลยสะดวกที่จะหาของกินอร่อยแบบไม่ต้องพยายาม

สองตัวแม่ “มัม-ต้อม” แท็กทีมคอนเสิร์ตการกุศล “ขุ่นแม่ขอร้อง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/393054

สองตัวแม่ “มัม-ต้อม” แท็กทีมคอนเสิร์ตการกุศล “ขุ่นแม่ขอร้อง”

วันที่ 13 ตุลาคม 2562 – 01:00 น.
คอนเสิร์ตการกุศล,ผู้ป่วยมะเร็ง,ขุ่นแม่ขอร้อง,แบ็ก ทู สคูล,ต้อม ไกรวิทย์ พุ่มสุโข,มัม ลาโคนิคส์,เบ็กกี้ รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร,ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร,ตู้ ดิเรก อมาตยกุล,เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์,อวิรัช อยู่ถาวร
เปิดอ่าน 89 ครั้ง

คอนเสิร์ตการกุศล “ขุ่นแม่ขอร้อง” ตอน “แบ็ก ทู สคูล” สองตัวแม่ “มัม-ต้อม” นำทีมโชว์ลูกคอพร้อมโยกย้ายไปตามจังหวะ

เรื่องความบันเทิงแถมได้บุญขอให้บอก…ศาลาเฉลิมกรุง จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตการกุศล “ขุ่นแม่ขอร้อง” ตอน “แบ็ก ทู สคูล” นำทีมโชว์ลูกคอพร้อมโยกย้ายไปตามจังหวะโดยสองตัวแม่แห่งวงการเสียงเพลงอย่าง “ต้อม” ไกรวิทย์ พุ่มสุโข และ “มัม” ลาโคนิคส์ โดยมีเพื่อนร่วมวงการ “เบ็กกี้” รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร เป็นพิธีกรพูดคุยอย่างเป็นกันเองที่ศาลาเฉลิมกรุง กรุงเทพฯ เมื่อบ่ายวันก่อน

   

สองตัวแม่ “มัม” ลาโคนิคส์ -“ต้อม” ไกรวิทย์ 

    “ต้อม” ไกรวิทย์ ในฐานะหัวเรือใหญ่ในการจัดคอนเสิร์ต กล่าวว่า เป็นประเพณีของก๊วนเพื่อนๆ ไปแล้วที่ต้องทำงานคอนเสิร์ตเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งเป็นปีที่ 3 แล้ว ตอนแรกแต่ละคนติดภารกิจการงานกันพอสมควรและบังเอิญว่าเราเพิ่งสูญเสียน้องสาวคนหนึ่งไปด้วยโรคมะเร็ง ถ้าเราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นได้ก็น่าจะทำ

  “ต้อม” ไกรวิทย์

      “เดี๋ยวนี้ความเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ อย่างที่ทราบว่าทุนทรัพย์สำหรับผู้ป่วยด้อยโอกาสนั้นยังต้องการอย่างไม่หยุดหย่อน เราเลยมาคุยกันกับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ว่าขออนุญาตรวมตัวกันอีกครั้ง คนแรกที่ต้องชวนเลยก็คือ “มัม” ลาโคนิคส์ แล้วก็มี “ตุ๊ก” วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, “เบ็กกี้” รมิดา รัสเซลล์ฯ และศิลปินรับเชิญ “ตู้” ดิเรก อมาตยกุล และ “เท่ห์” อุเทน พรหมมินทร์ เป็นคอนเสิร์ตที่มีทั้งเพลงฮิตของแต่ละคน เพลงสากล เพลงฟังสบายๆ เพลงลูกทุ่ง และเพลงที่มีจังหวะ พร้อมด้วยแดนเซอร์มืออาชีพจากแดนซ์สเตชั่น อีกทั้งคอรัสคุณภาพคับเวที ควบคุมโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร รับรองว่าคนดูจะได้รับความไพเราะและสนุกสนานไปพร้อมกัน” “ต้อม” ไกรวิทย์ แจกแจง

   

“เบ็กกี้” รมิดา นำพูดคุยบนเวที

    ภายในงานแถลงข่าวบรรยากาศเต็มไปด้วยความครื้นเครงเริ่มด้วยสองขุ่นแม่ “มัม” ลาโคนิคส์ และ “ต้อม” ไกรวิทย์ ที่มาในคอนเซ็ปต์ชุดนักเรียนย้อนวัยสมัยไปโรงเรียนได้อย่างน่ารัก สดใส ร้องเพลงดังฮอตฮิตช่วงวัยละอ่อน “สวัสดีคุณครู” อุ่นเครื่องทักทายสื่อมวลชน และ อ.วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) ที่มาในมาดนักเรียนชายรุ่นเก๋า

“มัม” ลาโคนิคส์

ศิลปินรับเชิญ “ตู้” ดิเรก วาดลีลาสุดเหวี่ยง

     ต่อด้วยเพลงดัง “ความลับ” จาก “มัม” ลาโคนิคส์ และ “ไร้รัง” จาก “ต้อม”     ไกรวิทย์ เพลงสนุกๆ “แฟนฉัน” ย้อนวัยสมัยวงชาตรีที่ “พี่แดง” นราธิป เป็นนักร้องนำกำลังดังมากในยุคนั้น ขับร้องโดย “มัม & ต้อม” และศิลปินรับเชิญ “ตู้” ดิเรก ที่วาดลวดลายสไตล์นักเรียนรุ่นเก๋าไปกับสองขุ่นแม่อย่างสนุกสนาน บรรเลงโดยวงดนตรีเฉลิมราชย์

    ปิดท้ายด้วยสองขุ่นแม่เชิญชวนแฟนเพลงมาชมคอนเสิร์ตด้วยการแต่งกายชุดนักเรียนย้อนวัยในวันวาน และเชิญชวนร่วมทำบุญบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีได้ที่ด้านหน้างาน เรียกว่าอิ่มใจอิ่มบุญกลับบ้านกันถ้วนหน้า

  สนุกสนานและได้บุญแบบนี้พลาดไม่ได้พบกับคอนเสิร์ต “ขุ่นแม่ขอร้อง” ตอน “แบ็ก ทู สคูล” ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ รอบ 14.00 น. และ 19.00 น. ที่ศาลาเฉลิมกรุง บัตรราคา 1,000 บาท ทุกที่นั่ง หาซื้อได้ที่่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.0-2225-8757-8, 0-2623-8148-9 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 http://www.thaiticketmajor.com

พลังแห่งน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/393050

พลังแห่งน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน

วันที่ 11 ตุลาคม 2562 – 16:39 น.
มะเร็ง,ยูเมะพลัส ส่งต่อความห่วงใย ปี 7,ฮิโตชิ โยโกฮามา,จันทร์ประภา วิชิตชลชัย,แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ,ดีเจพุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน,แพร์ พิชชาภา พันธุมจินดา,ระดมทุน,สภากาชาดไทย
เปิดอ่าน 74 ครั้ง

ดาราศิลปินรุ่นใหม่แสดงน้ำใจร่วมระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็งผ่านสภากาชาดไทย

มะเร็งเป็นโรคร้าย หากแต่ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่วิทยาการแพทย์ไม่หยุดนิ่ง แสวงหาหนทาง “ป้องกัน” และ “วิทยาการการรักษา” ที่ตรงจุดและได้ผล คงเป็นเรื่องดีมากๆ ถ้าทุกคนในสังคมร่วมด้วยช่วยกัน กิจกรรม ซีเอสอาร์ที่ทำมาตลอด 7 ปีของ บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) จึงมุ่งเน้นเป็นสื่อกลางให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม

     

“ดีเจพุฒ” ชวนรู้ทันโรคมะเร็ง 

    โดยเปิดกิจกรรม “ยูเมะพลัส “ส่งต่อ…ความห่วงใย” ปี 7” ช็อปกระเป๋า 100 บาท รายได้สมทบทุนสนับสนุนงานวิจัยและรักษาโรคมะเร็งแก่ผู้ด้อยโอกาสผ่านสภากาชาดไทยมาตั้งแต่ต้นปี เร็วๆ นี้จึงได้จัดพิธีส่งมอบเงินบริจาครวมกว่า 5 ล้านบาท  โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมด้วยดาราศิลปินรุ่นใหม่ “ดีเจพุฒ” พุฒิชัย เกษตรสิน, “แชมป์” ชนาธิป โพธิ์ทองคำ และ “แพร์” พิชชาภา พันธุมจินดา ร่วมระดมทุนในโค้งสุดท้าย ที่ลานเอเทรียม 3 ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

ฮิโตชิ  โยโกฮามา  (ซ้ายสุด) พร้อมทีมผู้บริหาร

ฮิโตชิ โยโกฮามา มอบเงินผ่าน จันทร์ประภา วิชิตชลชัย 

    ฮิโตชิ  โยโกฮามา  บิ๊กบอส บมจ. อีซี่บาย ผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดยูเมะพลัส เผยว่า จากสถิติของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2561 โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 78,540 คนต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่ 122,757 คนต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้ มีผู้ป่วยที่ยากจนและด้อยโอกาสอีกจำนวนมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือในการรักษา อีกทั้งทีมแพทย์เองยังคงมุ่งมั่นในการค้นคว้าเพื่อรักษาโรคนี้ บริษัทจึงเล็งเห็นความสำคัญและจัดทำกิจกรรมในปีนี้โดยมีวัตถุประสงค์คือการระดมเงินบริจาค เพื่อสมทบทุนสนับสนุนงานวิจัยและรักษาโรคมะเร็งแก่ผู้ด้อยโอกาส เพื่อการค้นคว้าวิจัยรักษาโรคมะเร็งผ่านสภากาชาดไทย ทำให้วันนี้เราสามารถส่งมอบเงินจำนวนกว่า 5 ล้านบาทได้สำเร็จ และหวังว่ากิจกรรมนี้จะเติบโตและได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องชาวไทยในการส่งมอบความห่วงใย และพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป

     

“แพร์” พิชชาภา

“แชมป์” ชนาธิป

    ด้าน จันทร์ประภา วิชิตชลชัย กล่าวขอบคุณหน่วยงานเอกชนที่เห็นความสำคัญ เห็นใจ และเข้าใจถึงความยากลำบากในผู้ป่วยที่เข้าไม่ถึง ขาดโอกาสทางการรักษา แน่นอนว่าตัวเลขสถิติผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้น้อยลง หากแต่ทวีเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะระดมทุนสนับสนุนงานวิจัยเพื่อรักษามะเร็ง เติมเต็มโอกาสให้แก่ผู้ป่วยยากไร้มากขึ้นแล้ว ยังเป็นการปลุกกระแสและรณรงค์ให้คนตระหนักถึงโรคร้ายมากขึ้นด้วย นอกเหนือจากนั้นคือการพิสูจน์ถึงน้ำจิตน้ำใจที่คนไทยไม่ทิ้งกัน

เหล่าซุปตาร์ช่วยกันระดมทุน

    สำหรับกิจกรรมยูเมะพลัส “ส่งต่อ…ความห่วงใย” มุ่งเน้นจุดประสงค์ระดมทุนสนับสนุนงานวิจัยและรักษาโรคมะเร็งแก่ผู้ด้อยโอกาส ผ่านทางสภากาชาดไทย เพื่อการค้นคว้าวิจัยรักษาโรคมะเร็งซึ่งถือเป็นโรคร้ายอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนไทย ซึ่งเขาเหล่านั้นยังคงรอคอยความช่วยเหลือ ผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมสมทบทุนได้ง่ายๆ เพียงบริจาคเงิน 100 บาท รับกระเป๋ายูเมะพลัส พรีเมี่ยม ที่ยูเมะพลัสทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถบริจาคแบบไร้เงิน (QR code) เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพียงสแกนคิวอาร์ โค้ด บริจาคเงิน 100 บาท พร้อมรับกระเป๋ายูเมะพลัสได้เช่นกัน