“พระเมตตาปกหล้า พระกรุณาปกสยาม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/383068

“พระเมตตาปกหล้า พระกรุณาปกสยาม”

วันที่ 11 สิงหาคม 2562 – 08:00 น.
สมเด็จพระพันปีหลวง,สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง,พระเมตตาปกหล้า พระกรุณาปกสยาม,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,201 ครั้ง

น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นของสมเด็จพันปีหลวงต่อพสกนิกรชาวไทย

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของราษฎรสู่ความยั่งยืนของแผ่นดิน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงเคียงข้าง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วยเหลือพสกนิกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานสุขภาพอนามัย ส่งเสริมให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้และพึ่งพาตัวเองได้ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติภายใต้หลักการ “ช่วยประชาชนอย่างไรให้สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองในระยะยาว” ซึ่งนับเป็นการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 ซึ่งนับเป็น “วันแม่แห่งชาติ” ของไทย ศูนย์การค้าสยามพารากอน จึงจัดงาน “สยามพารากอน เซเลเบรท ยัวร์ วัน-อิน-อะ-มิลเลียน เลิฟ มัม” ขึ้นตลอดเดือนสิงหาคม 2562 เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายพระพรชัยมงคล ผ่านนิทรรศการ “พระเมตตาปกหล้า พระกรุณาปกสยาม” อันเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สยามพารากอน กับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยนำเสนอเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง มาร้อยเรียงให้พสกนิกรได้ร่วมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผ่านสรรพสิ่งต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็นเรื่องราวดังต่อไปนี้

 “สรรพสุข” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ ทรงแก้ไขปัญหาพื้นฐานของราษฎร ดูแลสุขภาพอนามัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้ง “หน่วยแพทย์พระราชทาน” เพื่อตรวจรักษาราษฎรยากจนเหล่านี้ หากเป็นโรคร้ายแรงหรือป่วยหนักจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น ทรงจำได้ว่ามีคนไข้รายใดบ้างที่ป่วยหนักอาการไม่ค่อยดี และจะรับสั่งถามถึงอาการคืบหน้าอยู่เสมอ โดยทรงบรรเทาความทุกข์ร้อน สร้าง “สรรพสุข” ให้แก่ประชาชนมาเป็นระยะเวลายาวนาน

 “สรรพศิลป์” จากสายพระเนตรอันยาวไกล สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนควบคู่ไปด้วยงานศิลปวัฒนธรรมหลากหลายแขนงที่ครั้งหนึ่งเคยเสื่อมความนิยมลง ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ์” และทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” โดยมีพระราชประสงค์ให้ส่งเสริมงานศิลปาชีพเป็นอาชีพเสริมแก่ราษฎร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เพียงพอแก่การดำรงชีพ เช่น ทรงส่งเสริมให้ทอผ้าไหมที่ภาคอีสาน และสานย่านลิเภาที่ภาคใต้ รวมทั้งก่อตั้งโรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดา และศูนย์ศิลปาชีพทั่วประเทศ ทรงปรารถนาให้ราษฎรได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ และได้รับการพัฒนา มีส่วนร่วมในการพัฒนา ทรงส่งเสริมศิลปาชีพ โดยให้ประชาชนเป็นสมาชิก ขณะเดียวกัน ยังมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย บ่งบอกถึงศิลปวัฒนธรรมและความเจริญมั่งคั่งของชาติไทย

อีกหนึ่ง “สรรพศิลป์” ที่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญนั่นคือ “ศิลปะการแสดงโขน” ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการฟื้นฟูศิลปะการแสดงชั้นสูงให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ยังเป็นการฟื้นชีวิตให้แก่งานหัตถศิลป์หลายแขนงที่เกี่ยวข้องกับโขนให้คงอยู่สืบไป เช่น“พัสตราภรณ์” หรือ “เครื่องแต่งกายโขน” งานการปักลายแบบโบราณด้วยมือที่ต้องอาศัยความประณีตและใช้เทคนิคชั้นสูง ทั้งการปักเย็บถักทอด้วยมือที่มีความซับซ้อนและละเอียดลออ รวมทั้งการเลือกใช้ดิ้นโปร่งทอง เลื่อม ปีกแมลงทับ และวัสดุอื่นๆ มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกายที่วิจิตรงดงาม ส่วนงาน “ศิราภรณ์โขน” หรือ “เครื่องประดับศีรษะโขน” นับเป็นงานศิลปะที่ช่างฝีมือโขนสร้างสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง โดยปัจจุบัน ศูนย์ศิลปาชีพฯ รื้อฟื้นการทำกระดาษข่อยตามแบบภูมิปัญญาโบราณ เพื่อนำกลับมาใช้ในการผลิตหัวโขนในปัจจุบัน ส่วน “ถนิมพิมพาภรณ์” หรือ “เครื่องประดับตกแต่ง” เป็นการรวมช่างฝีมือ 3 แขนง คือ งานโลหะ งานฝังอัญมณี และงานกะไหล่ทอง เพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับตกแต่งในการแสดงโขน ซึ่งมีทั้งเข็มขัด ปั้นเหน่งหรือหัวเข็มขัด กำไลข้อเท้า ตาบหลัง ปะวะหล่ำ แหวนนอน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี “ศิลปกรรมฉาก”ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมทุกครั้ง ทั้งหมดนี้ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้แก่ช่างฝีมือแขนงต่างๆ ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

ส่วนด้าน “สรรพศาสตร์” สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สนพระราชหฤทัยศึกษาหาความรู้วิชาการด้านต่างๆ มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทั้งวรรณคดีไทย ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณี และได้ถ่ายทอดความสนพระราชหฤทัยนี้มายังพระราชโอรส พระราชธิดา ทุกพระองค์ ตลอดจนทรงส่งเสริมการเรียนรู้ในแขนงต่างๆ แก่ประชาชน โดย ทรงสร้างโรงเรียนให้แก่เด็กด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร พระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจนและเด็กพิการ ทรงสร้างศาลารวมใจให้เป็นห้องสมุดอเนกประสงค์ของชุมชนเพื่อใช้ศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน ก็ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านจิตใจ ด้วยการส่งเสริมให้คนมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ประพฤติแต่คุณงามความดี ไม่เพียงเท่านี้ ยังทรงห่วงใยผู้สูงวัยหลังวัยเกษียณ จึงทรงริเริ่ม “วุฒิอาสาธนาคารสมอง” เพื่อนำความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์มาช่วยสร้างสรรค์สิ่งดีงามเป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติต่อไป

และสุดท้าย “สรรพชีวิต” สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรง “อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ลูกหลานไทย” โดยมีแนวพระราชดำริว่า คน ป่า และสัตว์ป่า สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างอาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน คนสามารถใช้ประโยชน์จากผืนป่ามาสร้างอาชีพและรายได้อย่างพอเพียง ในลักษณะของ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” คนที่เคยตัดไม้ทำลายป่าก็กลับใจมาช่วยปกป้องและพิทักษ์รักษาป่า รวมทั้งขยายพันธุ์สัตว์ป่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป ช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจแก่ตัวเองและชุมชนในฐานะ “ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า” และเกิดความรักความสามัคคีในชุมชน ทรงใช้หลักการ “ปลูกป่าในใจคน” ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือการปลุกจิตสำนึกในการรักผืนป่าให้คนเสียก่อน ขณะเดียวกันก็ทรงจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดาร โดยจัดตั้ง “โครงการป่ารักน้ำ” เป็นต้น

ส่วนหนึ่งของพสกนิกรใต้พระบรมโพธิสมภาร ซึ่งได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้ชีวิตดีขึ้นตามลำดับ  นางพะซู มือแล อายุ 30 ปี ช่างปักผ้าแบบโบราณ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยว่า ทำงานอยู่ในมูลนิธินานกว่า 14 ปี โดยจุดเริ่มต้นคือ พ่อแม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงงานที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ แล้วพระองค์ท่านทรงรับเข้ามาเรียนปักผ้า ก็อยู่ตั้งแต่วันนั้นเรื่อยมาจนถึงวันนี้ เปลี่ยนให้ชีวิตดีขึ้น มีงานทำประจำ ถ้าไม่ได้เข้ามาปักผ้าชีวิตก็ต้องทำไร่ทำนาอยู่บนดอย เรียกว่าชีวิตดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

เช่นเดียวกับ นางจันทร์ที เร่งพิมาย อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดบึงกาฬ เล่าว่า เพราะความยากจนพ่อแม่ประกอบอาชีพเกษตรกร มีลูกหลายคน ตอนนั้นเรียนจบชั้น ป.4 อายุ 14 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ จึงอยู่บ้านช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้อง จนกระทั่งพ่อกับแม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร เมื่อพระองค์ท่านได้รับทราบถึงความลำบากยากแค้น จึงทรงรับเข้ามาเรียนหนังสือและทำงานช่วยเหลือครอบครัว โดยทรงให้เลือกว่าสนใจทางด้านไหน ซึ่งตัวเองสนใจงานทอผ้า จึงมาฝึกอาชีพด้านทอผ้าไหมตีนจกและผ้าไหมแพรวา ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ แล้วค่อยขยับมาที่สวนจิตรลดา ก่อนจะไปเป็นครูสอนด้านการทอผ้าที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จนถึงวันนี้กว่า 30 ปีแล้วที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ ทำให้ชีวิตดีขึ้นในทุกๆ ด้าน รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้มาอยู่ในจุดนี้ อยากบอกว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นต้นแบบเรื่องการให้โอกาส และสอนให้เรารู้จักการสู้ชีวิต ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

อีกหนึ่งคนที่ชีวิตดีขึ้นหลังจากได้มาทำงานอยู่ใน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นางจำรูญ จุ้ยลำเพ็ญ อายุ 54 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครูสอนแผนกจักสานไม้ไผ่ลายขิก ปี 2523 เล่าว่า ที่มูลนิธิเปิดแผนกใหม่ 4 แผนก ได้แก่ ย่านลิเภา จักสาน ทอผ้า และทอจก ตอนนั้นอายุ 15 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือแล้วจึงช่วยครอบครัวทำนา พี่สาวกับพี่เขยจึงพามาสมัครที่แผนกจักสาน โดยเริ่มจากเรียนฟรีแถมมีค่าเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 40 บาท ก็ทำมาเรื่อยๆ จนได้รับการบรรจุให้เป็นครูแล้วทำหน้าที่สอนนักเรียนรุ่นใหม่ๆ ถึงทุกวันนี้ และจากการได้ทำงานที่นี่ทำให้สามารถส่งลูกสองคนให้เรียนจนจบปริญญาตรี มีชีวิตมั่นคง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

  ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2562 ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นพระมิ่งขวัญของปวงประชาสืบไป…ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ควงคุณแม่สัมผัสมื้อพิเศษรับเทศกาลวันแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382897

ควงคุณแม่สัมผัสมื้อพิเศษรับเทศกาลวันแม่

วันที่ 8 สิงหาคม 2562 – 16:00 น.
ซิซซ์เล่อร์,Sizzler,นงชนก สถานานนท์,แฮปปี้ มาเธอร์ส เดย์,ปลาเรนโบว์เทราต์,โครงการหลวง,บลูเบอร์รี่ครัมเบิล,บลูฮาวาย,วันแม่
เปิดอ่าน 2,393 ครั้ง

เซเลบริตี้ควงคุณแม่ลิ้มลองเมนูสุดพิเศษ พร้อมเผยไอเดียในการทำกิจกรรมร่วมกับคุณแม่

“วันแม่” ที่กำลังจะมาถึงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีในการพาคุณแม่ไปฉลองมื้อพิเศษ และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข ล่าสุด “ซิซซ์เล่อร์” (Sizzler) นำโดย นงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด ต้อนรับช่วงเวลาดีๆ ด้วยเซตเมนูสุดพิเศษรับวันแม่ “แฮปปี้ มาเธอร์ส เดย์” กับเซตปลาเรนโบว์เทราต์จากโครงการหลวงและกุ้งย่าง เสิร์ฟพร้อมของหวานบลูเบอร์รี่ครัมเบิล และเครื่องดื่มสุดพิเศษบลูฮาวาย ซึ่งในโอกาสนี้ ซิซซ์เล่อร์ได้เชิญเหล่าเซเลบริตี้ควงคุณแม่สุดที่รักมาลิ้มลองเมนูสุดพิเศษ พร้อมเผยไอเดียในการทำกิจกรรมร่วมกับคุณแม่ในช่วงวันแม่ปีนี้ด้วย

นงชนก สถานานนท์

วชิราพร รังสิต ณ อยุธยา-ม.ล.เยาวภา รังสิต

เริ่มกันที่ “คุณภา” ม.ล.เยาวภา รังสิต สาวสวยสุดมั่นที่มาพร้อมกับคุณแม่ วชิราพร รังสิต ณ อยุธยา เล่าให้ฟังว่า ทุกๆ ปีจะเตรียมพวงมาลัยสำหรับไหว้คุณแม่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นวิธีการแสดงออกทางความรักที่ง่ายมาก แต่สามารถสร้างความประทับใจให้คุณแม่ได้อย่างดี ซึ่งในปีนี้ก็มีแพลนที่จะเตรียมพวงมาลัยไว้เช่นเดียวกันกับทุกปีและจะพาคุณแม่ไปรับประทานอาหารด้วย ซึ่งในโอกาสพิเศษแบบนี้ถ้าหากว่าไม่ได้รับประทานอาหารร่วมกันที่บ้าน ก็จะเลือกร้านอาหารที่เป็นร้านประจำหรือร้านที่เป็นร้านโปรดของครอบครัว อย่างซิซซ์เล่อร์ก็เป็นอีกหนึ่งร้านโปรด เพราะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย อย่างเมนูพิเศษนี้ก็ถือว่าน่าสนใจ และเชื่อว่าจะเป็นเมนูโปรดอีกเมนูแน่นอน

เซตปลาเรนโบว์เทราต์จากโครงการหลวงและกุ้งย่าง เสิร์ฟพร้อมของหวานบลูเบอร์รี่ครัมเบิล และเครื่องดื่มสุดพิเศษบลูฮาวาย

อดิพลิน-ศิริพร ภาณุพงศ์

ด้านหนุ่มหล่อจากครอบครัวนักการทูตอย่าง “ตั้ว” อดิพลิน ภาณุพงศ์ ที่ควงคู่มากับคุณแม่ ศิริพร ภาณุพงศ์ เล่าว่า ด้วยอาชีพของครอบครัวแล้ว ทุกคนต้องไปต่างประเทศบ่อย โอกาสค่อนข้างน้อยที่จะได้อยู่ร่วมกัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็จะรับประทานอาหารร่วมกัน ส่วนวันแม่ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันก็จะชวนน้องๆ ส่งดอกไม้หรือของขวัญให้คุณแม่ และถ้ามีโอกาสก็จะรับประทานอาหารร่วมกันที่บ้านหรือนอกบ้านแล้วแต่โอกาส ซึ่งทุกครั้งที่รับประทานอาหารนอกบ้านก็มักจะเลือกร้านประจำ ซึ่งร้านซิซซ์เล่อร์ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่ตอบโจทย์สำหรับโอกาสพิเศษ เพราะคุณแม่ชอบกินผัก และที่นี่ก็มีสลัดบาร์ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากโครงการหลวงไว้บริการด้วย ซึ่งคุณแม่และทุกๆ คนในบ้านชอบมาก

“เอสซีบี เอ็ม”จัดเต็มขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382849

ไลฟ์สไตล์

“เอสซีบี เอ็ม”จัดเต็มขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ

วันที่ 8 สิงหาคม 2562 – 12:47 น.
ศุภลักษณ์ อัมพุช,อาทิตย์ นันทวิทยา,เดอะมอลล์ กรุ๊ป,เอสซีบี เอ็ม,เอสซีบี เอ็ม 1 ปีแอนนิเวอร์ซารี่ เซเลเบรชั่น,จรรยา สว่างจิตร,ลูกค้าคนพิเศษ,ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร,เอกภัทร พรประภา,ภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์,ดาว เสถียรถิระกุล,ปาร์ตี้,ดินเนอร์
เปิดอ่าน 2,249 ครั้ง

เอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ “เอสซีบี เอ็ม 1 ปีแอนนิเวอร์ซารี่ เซเลเบรชั่น” เพื่อสมาชิกคนพิเศษ

หลังจากสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการค้าปลีกเมืองไทย ผสานดิจิทัลแบงกิ้งและไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเข้าด้วยกัน และประกาศเปิดโครงการความร่วมมือ “เอสซีบี เอ็ม” ไปเมื่อกลางปี 2561 ซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มียอดสมัครบัตรเอสซีบี เอ็ม วีซ่า ทะลุเป้าที่ตั้งไว้ 500,000 ใบ

     

ศุภลักษณ์ อัมพุช-อาทิตย์ นันทวิทยา

     ดังนั้นเพื่อฉลองความสำเร็จ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” โดย ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร จับมือ “ธนาคารไทยพาณิชย์” โดย อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ร่วมจัดเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ “เอสซีบี เอ็ม 1 ปีแอนนิเวอร์ซารี่ เซเลเบรชั่น” สมาชิกคนพิเศษ พร้อมเชิญนักช็อปแถวหน้าของเมืองไทยร่วมดินเนอร์สุดหรู โดยเชฟมิลินสตาร์ประเทศไทย “ต้น” ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร และเชฟชื่อดังของโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ และสัมผัสไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่สุดพิเศษอีกมากมาย เมื่อค่ำคืนวันก่อน

น้ำ-นิภา ชลสายพันธ์

ธาวิน พี เซียวตง-กัลยรัตน์ อัครเดช เดชาชัย

     งานนี้เจ้าภาพได้เนรมิตพื้นที่เดอะพาวิลเลี่ยน โรสวูด กรุงเทพฯ ให้กลายเป็นห้องดินเนอร์สุดหรู ต้อนรับเหล่าเซเลบริตี้นักช็อประดับท็อปทั่วฟ้าเมืองไทย 42 ท่าน อาทิ “โต้ง” จรรยา สว่างจิตร, ดาว เสถียรถิระกุล, น้ำ-นิภา ชลสายพันธ์, “มาร์ค” ธาวิน พี เซียวตง, ภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์, สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ, “แบ๊งก์” กัลยรัตน์ อัครเดช เดชาชัย, ศุภวดี ศรีบุญรัตนชัย, เอกภัทร พรประภา ฯลฯ

ศุภวดี ศรีบุญรัตนชัย-เอกภัทร พรประภา

    พร้อมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษไทยฟิวชั่น ร่วมสัมผัสไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่เติมเต็มทุกความต้องการที่สมบูรณ์แบบที่สุด กับโชว์สุดตระการตาสุดทันสมัยเปิดโลกนวัตกรรมผ่าน 3D Mapping นำเสนอผ่านพรีเซ็นเตอร์สาวมากความสามารถ “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ ที่เป็นตัวแทนสื่อถึงประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้งล้ำสมัยในโลกไร้พรมแดน ดื่มด่ำไปกับบทเพลงอันไพเราะจาก “นัท” มีเรีย เบนเนเดดตี้ และ “ฟิล์ม” ธนภัทร กาวิละ ที่มาร่วมมอบความสุขและความบันเทิงให้แก่สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน

     

จรรยา สว่างจิตร

ภายในงาน “โต้ง” จรรยา กล่าวว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมารู้สึกประทับใจบัตรเอสซีบี เอ็ม เลเจนด์วีซ่า มาก เนื่องจากได้สิทธิประโยชน์มากมาย และยังไม่มีลิมิตในการใช้จ่ายทำให้ใช้ง่าย อีกทั้งประทับใจในการให้บริการและการดูแลลูกค้าทุกคนเฉกเช่นลูกค้าวีไอพี ในโอกาสนี้ขอให้บัตรเอสซีบี เอ็ม วีซ่า เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีเช่นนี้ยิ่งขึ้นไป

สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ

ดาว เสถียรถิระกุล

เช่นเดียวกับ “มาร์ค” ธาวิน กล่าวว่า บัตรเอสซีบี เอ็ม เลเจนด์ วีซ่า เป็นบัตรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สำหรับนักช็อปมากๆ มาร์คประทับใจในตัวบัตรและแคมเปญต่างๆ ที่มอบให้ลูกค้า อย่างแคมเปญล่าสุดก็นำบัตรไปช็อปตั้งแต่ห้างเปิด เพื่อจะได้เป็น 20 ผู้โชคดีในการรับสิทธิประโยชน์ ช็อปปิ้งต่างประเทศได้ง่าย สะดวก ครบรอบ 1 ปี บัตร เอสซีบี เอ็ม วีซ่า ก็อยากจะให้มีโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้มอบให้ลูกค้าตลอดไป

เซเลบรวมตัวเปิดคอนโดหรูกลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382758

เซเลบรวมตัวเปิดคอนโดหรูกลางกรุง

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 – 18:00 น.
ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์,ไลโอเนล ลี,อะ แซงชัวรี่ ออฟ ลักชัวรี่,ไรมอน แลนด์,ดิ อันเวลลิ่ง ออฟ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์
เปิดอ่าน 2,471 ครั้ง

ความหรูหราที่แฝงความเรียบง่ายในกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น

ไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) จัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ดิ อันเวลลิ่ง ออฟ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์” เปิดสำนักงานขาย ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ เนรมิตความหรูหราที่แฝงความเรียบง่ายในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อะ แซงชัวรี่ ออฟ ลักชัวรี่” โดดเด่นด้วยการตกแต่งในโทนสีสว่างทำให้รู้สึกสบายและได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยเซเลบริตี้ อาทิ “คุณหมูตั้ง” ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล, กรณ์-กฤษณ์ ณรงค์เดช, “ณฉัตร” กวิยณัฎฐ์ แฮร์มันน์, “เฟ” อรชุมา ดุรงค์เดช, “ไท้” วสุวัส คูหาเปรมกิจ, เบน-ชาญ่า ณ นคร ฯลฯ ต่างเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมการจัดดอกไม้ญี่ปุ่น Ikebana และลิ้มรสสาเกหลากหลายชนิด ที่ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ สุขุมวิท 26 เมื่อวันก่อน

ไลโอเนล ลี

กรณ์-กฤษณ์ ณรงค์เดช​​​​​​​

ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล-กวิยณัฎฐ์ แฮร์มันน์

          หลังสนุกกับกิจกรรมและเดินชมห้องตัวอย่างแล้ว “คุณหมูตั้ง” ม.ล.อรรถดิศ เผยว่า ส่วนตัวให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งของคอนโด ถ้าตั้งอยู่ในจุดที่เดินทางสะดวกจะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางไปได้มาก รวมถึงสถานที่สำคัญๆ โดยรอบ อย่างเช่นร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ก็จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันเช่นกัน อีกเรื่องที่ชอบคือการใส่ใจในรายละเอียดของสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทั้งการอยู่อาศัยและจิตใจ

อรชุมา ดุรงค์เดช ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปจัดดอกไม้ Ikebana

ด้านเซเลบสาวสวย “เฟ” อรชุมา บอกว่า การเลือกคอนโดจะดูที่คุณภาพเป็นหลัก ของทุกอย่างต้องมีประสิทธิภาพและให้รู้สึกมีคุณค่า ซึ่งหลังจากที่ได้ชมห้องตัวอย่างแล้วพบว่าห้องกว้างขวางมาก ใช้งานพื้นที่อย่างมีประโยชน์และคุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก

เบน-ชาญ่า ณ นคร

วสุวัส คูหาเปรมกิจ

อีกหนึ่งหนุ่มมาดเนี้ยบ “ไท้” วสุวัส กล่าวว่า หลักๆ จะเลือกคอนโดจากดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน เพราะเชื่อว่าบรรยากาศที่ดีสามารถส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเราได้ ซึ่งที่นี่มีการออกแบบได้เรียบง่ายและให้ความสงบแต่ยังคงความหรูหรา อีกหนึ่งสิ่งที่ชอบคือการนำเสนอในสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งมีเอกลักษณ์ของแนวน้อยแต่มากอยู่แล้วด้วย

วันสบายๆ ของผู้ชายแบบ “หมู”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382754

วันสบายๆ ของผู้ชายแบบ “หมู”

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 – 16:04 น.
หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา,หมู,MOO,อาซาว่า กรุ๊ป,กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์,ธารณ ลิปตพัลลภ,มรวสุทธิภาณี ยุคล,แฟชั่น,ผู้ชาย,คณชัย เบญจรงคกุล,มิลิน ยุวจรัสกุล,สืบสกุล ทวีผล,พรเทพ หวันปาเต๊ะ
เปิดอ่าน 1,813 ครั้ง

แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์แบรนด์แรกของ “หมู” พลพัฒน์ อัศวะประภา ภายใต้ชื่อ “MOO (หมู)”

ขยับตัวแต่ละครั้งต้องไม่ธรรมดา “หมู” พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง อาซาว่า กรุ๊ป ตลอด 11 ปีบนถนนสายแฟชั่นเป็นที่รู้จักและสร้างแรงบันดาลใจด้วยไอเดียดีไซน์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ล่าสุดได้หยิบยกเอาความชื่นชอบและความใฝ่ฝันในด้านการออกแบบ มาสร้างสรรค์แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์แบรนด์แรก ที่สะท้อนตัวตนของดีไซเนอร์ไว้อย่างครบถ้วน ภายใต้ชื่อแบรนด์ “MOO (หมู)” พร้อมจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ หมู ป๊อป-อัพ สโตร์ ชั้น 2 โซน อีเดน เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

 

 พลพัฒน์ อัศวะประภา

      “หมู” พลพัฒน์ บอกเล่าถึงความสำเร็จว่า หาก “อาซาว่า” คือความสง่างามและหรูหรา และ “เอเอสวี” คือความสนุกสนาน แบรนด์ “หมู” ก็คงเปรียบได้กับการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง ในแบบฉบับของตัวเอง ที่นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์ที่เป็นทางการ และโก้หรูในลุคสูทที่เห็นอยู่เป็นประจำ แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีมุมสบายๆ ที่มีสไตล์ชัดเจน และแฝงไปด้วยความสนุกสนาน จนเป็นที่มาของชื่อแบรนด์หมู เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์แบรนด์แรกที่ตั้งใจนำเสนอให้เห็นถึงมุมมองและความชื่นชอบผ่านผลงานออกแบบเสื้อผ้าสไตล์เออร์เบิร์น แคชชวล ที่มีความเรียบง่ายในแบบสุภาพบุรุษ แต่แฝงไปด้วยดีเทลและการผสมผสานกลิ่นอายความวินเทจเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างละเมียดละไม

คณชัย เบญจรงคกุล

สืบสกุล ทวีผล

ในคอลเลกชั่นนี้ยังสอดแทรกอิทธิพลของเสื้อผ้าสไตล์อเมริกันวินเทจ และเวิร์กแวร์ ที่มีการดีไซน์เน้นฟังก์ชั่นและประโยชน์ใช้สอย อีกนัยหนึ่งคือความเก่าที่มีเรื่องราวแฝงไปด้วยรายละเอียดและเสน่ห์ในการแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตนและสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่ เป็นความหล่อในแบบฉบับสบายๆ อย่างที่ผู้ชายควรจะเป็น

       บรรยากาศภายในงานเปิดตัวสุดคึกคัก เหล่าเซเลบริตี้คนกันเองต่างตบเท้าร่วมแสดงความยินดีพร้อมสัมผัสคอลเลกชั่นใหม่ก่อนใคร อาทิ “คุณหญิงนุ่น” ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล, “โอ่ง” กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์,  “คิด” คณชัย เบญจรงคกุล, “แทน” ธารณ ลิปตพัลลภ, “ดวง” นีรนาท เผ่าสวัสดิ์, “เอ็ม” สืบสกุล ทวีผล, ช้างน้อย  กุญชร ณ อยุธยา, “หรั่ง” พรเทพ หวันปาเต๊ะ, “บุ๋ม” จารุจิต- “บุ๊ค” พิมพ์เลิศ-“บุ้ง” สะธี ใบหยก, “ยุ้ย” อรวรรณ อิงคสิทธิ์, “หมู” จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, “อู้” นพปฎล พหลโยธิน, โจ ชุง, “แอน” อินทิรา ธนวิสุทธิ์, “เอ็ด” เอกพล เรืองกิจจานุวัฒน์, “มีมี่” มิลิน ยุวจรัสกุล, “กิ่ง” นภมณี ไกรฤกษ์ เป็นต้น

กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์

ธารณ ลิปตพัลลภ

      อาร์ติสต์คนดัง “โอ่ง” กงพัฒน์ เล่าถึงสไตล์การเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าวันสบายๆ ว่า ชอบแต่งตัวตามอารมณ์ในวันนั้นๆ เน้นความคลาสสิกผสมแนวติสต์ๆ และชอบมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าที่มีอยู่กับพวกแอ็กเซสเซอรี่ อย่าง ผ้าเช็ดหน้า หรือหมวกพิมพ์ลาย ก็จะให้ลุคที่มีความเท่ในสไตล์อเมริกันวินเทจ ขณะที่หนุ่มหล่อ “แทน” ธารณ บอกว่า  ชอบแต่งตัว 2 ลุค อย่างแรกคือเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลค กับอีกลุคในวันสบายๆ ที่ไม่ได้ทำงาน ก็จะเป็นเสื้อยืด และกางเกงยีนในแบบหนุ่มๆ ทั่วไป แต่อาจจะเพิ่มเติมในส่วนของแจ็กเก็ต ซึ่งเสื้อผ้าผู้ชายในเมืองไทยมีหลายแบรนด์ให้เลือก นอกจากหาซื้อง่ายขึ้นแล้ว ราคาก็จับต้องง่ายด้วย

เจ้าภาพต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อ (ซ้าย) สาริน บางยี่ขัน- สะธี- พิมพ์เลิศ-จารุจิต ใบหยก

เอกพล เรืองกิจจานุวัฒน์-มิลิน ยุวจรัสกุล​​​​​​​

โจ ชุง – อินทิรา ธนวิสุทธิ์​​​​​​​

นพปฎล พหลโยธิน​​​​​​​

ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล

 จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล​​​​​​​

นีรนาท เผ่าสวัสดิ์​​​​​​​

“แพท” พัชรวิภา อวดโฉมจิวเวลรี่ชั้นสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382623

“แพท” พัชรวิภา อวดโฉมจิวเวลรี่ชั้นสูง

วันที่ 6 สิงหาคม 2562 – 16:17 น.
พัชรวิภา PATCHARAVIPA,แพท พัชรวิภา โพธิรัตนังกูร,จิวเวลรี่ชั้นสูง,ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ,บรม พิจารณ์จิตร,คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล,พิไลพรรณ สมบัติศิริ,ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร,พิมดาว พานิชสมัย,พิมพิศา จิราธิวัฒน์,ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี,ทวิสต์ แคมเปญ
เปิดอ่าน 1,867 ครั้ง

“พัชรวิภา” (PATCHARAVIPA) เขย่าวงการจิวเวลรี่ชั้นสูงอีกครั้ง

ปลุกสีสันให้มหานครกรุงเทพ เมื่อ “พัชรวิภา” (PATCHARAVIPA) เขย่าวงการจิวเวลรี่ชั้นสูงอีกครั้ง หนนี้จับมือกับดีไซเนอร์ ดูโอ้ จากลอนดอน “ซอฟต์ บาโรก“ เฟอร์นิเจอร์ ดีไซเนอร์ และ ”โอเค อาร์เอ็ม” ดีไซน์สตูดิโอ ในการจัดแสดงผลงานและคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

     

 พัชรวิภา โพธิรัตนังกูร

      โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรูปแบบ ป๊อป-อัพ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ศิวิไล สโตร์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อเชิญชวนเหล่าแฟนแบรนด์ให้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันนี้ ถึงต้นเดือนกันยายนนี้

กำลังใจอบอุ่น สัณหพิศ-ร.ท.ชุติภัทร-พัชรวิภา-ดวงภัทร และณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

      บรรยากาศในงานเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ “แพท” พัชรวิภา โพธิรัตนังกูร จิวเวลรี่ ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์ “พัชรวิภา” ยิ้มต้อนรับบรรดาแขกผู้มีเกียรติและเซเลบริตี้ที่มาร่วมยินดีอย่างแข็งขัน อาทิ คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล, “เป๊ก” พิไลพรรณ สมบัติศิริ, “ต้น” ลาวัลย์ กันชาติ, “เต้” บรม พิจารณ์จิตร, กอบชัย-บุปผา-จิตติกา–ชนิศา กิ่งชัชวาลย์, “หมู” พัฒพงษ์ ธนวิสุทธิ์, “หนึ่ง” สุริยน ศรีอรทัยกุล, “แก้ม” มลลิกา เรืองกฤตยา

โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์- วรรณศิริ คงมั่น- เบล เบญจรงคกุล- พัชรวิภา โพธิรัตนังกูร- นท พนายางกูร- พิมดาว พานิชสมัย- บรม พิจารณ์จิตร

      “บอย” วรรณศิริ คงมั่น, “แนท” ธนวลัย วัชรพล, “ณา” อุษณา มหากิจศิริ, “โอ” โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์, “อู้” นพปฎล พหลโยธิน, “ขัน” ขันเงิน เนื้อนวล, “หมู” จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, “แอ๋ม” นนทพร พิจารณ์จิตร, เบล เบญจรงคกุล, “ผึ้ง” มธุนาฏ ซอโสตถิกุล ฯลฯ และแน่นอนว่าครอบครัวนำโดย คุณพ่อ ร.ท.ชุติภัทร-คุณแม่ “แป๊ก” สัณหพิศ พร้อมด้วยพี่สาว “แดง” ดวงภัทร-“เล็ก” ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หอบกำลังใจมาให้อย่างอบอุ่น

     

ณลิตา อิสระชัยยศ-พิมดาว พานิชสมัย-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ 

ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ-พิไลพรรณ สมบัติศิริ

    สำหรับรูปแบบการจัดแสดงผลงานครั้งนี้ เป็นการนำเสนอในเชิงแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ของสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หรือความแปลกที่สมมุติขึ้นจาก “ทวิสต์ แคมเปญ” ที่เกิดจากการดัด, การขึ้นรูป และแบบพิมพ์ในแบบฉบับของ “ซอฟต์ บาโรก” ที่ถือว่าเป็นโลกของสิ่งซ่อนเร้นที่เริ่มจากการสำรวจขนาดและรูปแบบ, ฟังก์ชันการใช้งานและรูปลักษณ์ที่แสดงออกมา การเปลี่ยนรูปแบบและภาพลวงตาราวกับมายานี้ สิ่งที่เน้นย้ำยังเป็นเรื่องของการเลือกใช้วัสดุและทักษะงานฝีมือชั้นสูง ภาพลักษณ์ที่สื่อออกไปของทวิสต์แคมเปญนั้น จะมีการดัดและบิดเกลียวไว้อย่างประณีต การแสดงร่วมกับเฟอร์นิเจอร์ที่จะสะท้อนทักษะงานฝีมือชั้นสูงอย่างสวยงาม และนี่ถือเป็นการเล่าเรื่องที่ว่าด้วยขอบเขตระหว่างรูปแบบและสัญลักษณ์กับนำเสนอวัตถุอย่างที่มีแนวคิดและหลักการที่เป็นหลักปฏิบัติสำหรับที่สะท้อนความเป็นซอฟต์ บาโรก นั่นเอง

กอบชัย-จิตติกา-บุปผา-ชนิศา กิ่งชัชวาลย์

​​​​​​​

      ไฮไลท์อยู่ที่การจัดแสดงร่วมกับเฟอร์นิเจอร์ 5 ชิ้น ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ประกอบไปด้วยโต๊ะกลาง, เก้าอี้เดี่ยว, เก้าอี้ที่ไม่มีพนัก และโต๊ะข้างทั้งสองฝั่ง ซึ่งทำจากอะลูมิเนียม, ไม้, เหล็ก และโฟม ในส่วนของงานพิมพ์ก็เป็นงานพิมพ์บนไวนิล และพิมพ์ลงไปกับวัตถุหรือสื่อนั้นๆ เลย และพิมพ์บนผ้าแบบดิจิทัล การผสานกันอย่างลงตัวของงานพิมพ์และวัสดุที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นการแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนอย่างงานพิมพ์บนไวนิลนั้นจะต้องไปขึ้นแม่พิมพ์บนไวนิลก่อนแล้วนำไปใช้กับอะลูมิเนียม

เปิดใจ “เกรซ” สาวรวยสมอง “ทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382464

เปิดใจ “เกรซ” สาวรวยสมอง “ทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน”

วันที่ 5 สิงหาคม 2562 – 16:00 น.
มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019,เกรซ นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ,เนิส ดุสิตา ทิพโกมุท,แผ่นฟิล์ม พมลชนก ดิลกรัชตสกุล,เล็ท มี เฮีย ยู,คุณแม่กีรณา ชฎาภัทรวรโชติ,ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า,มิสเวิลด์ 2019,สาวรวยสมอง,ทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน
เปิดอ่าน 2,303 ครั้ง

ชีวิตเปลี่ยนในชั่วข้ามคืน “เกรซ” นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ มิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุด หวังใช้พลังจิตอาสาช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

 “การยิ้มสู้ หมายถึงเราสามารถที่จะผ่านสถานการณ์ ไม่ว่าจะแย่หรือมีความสุข ดังนั้นเกรซเชื่อว่านอกจากคนไทยจะยิ้มสวยแล้ว แต่เราต้องมีความยิ้มสู้ด้วยถึงจะสามารถฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาหาเราได้” คำตอบสุดท้ายคมๆ ที่ส่งให้ “เกรซ” นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ วัย 21 ปี คว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 มาครองแบบสวยๆ เหนือคู่แข่งอีก 23 คน

   

    พลันมงลง! “เกรซ” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เอกจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ รั้วแม่โดม ธรรมศาสตร์ เผยว่าดีใจและอยากขอบคุณทุกกำลังใจเพราะเป็นเวทีแรกที่เข้าประกวด จะน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปพัฒนาตัวเอง ที่ผ่านมารู้ว่ายังไม่เก่งเท่าที่ควร แต่ก็พยายาม ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก ฝึกเดิน ฝึกตอบคำถาม ทำทุกอย่างเพื่อก้าวมาสู่จุดนี้

“นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ ส่งไม้ต่อรุ่นน้อง

“เกรซ” ไฉไลในชุดว่ายน้ำ

    ส่วนใครที่กำลังโจมตีว่า “ไม่สวย ไม่สมตำแหน่ง” ก็ยอมรับในความเห็นต่าง นับจากวินาทีนี้จะมุ่งมั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมตัวเองจึงเหมาะสมกับตำแหน่ง อยากให้หันมามองที่คุณค่าภายในใช่ภายนอก ซึ่งผู้หญิงแต่ละคนมีความสวยในแบบตัวเอง ทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน

สวยพร้อมรองทั้งสอง  “เนิส” ดุสิตา ทิพโกมุท และ “แผ่นฟิล์ม” พมลชนก ดิลกรัชตสกุล

     ที่สาวเจ้าเปิดใจและยิ้มสู้อย่างมีสติเช่นนี้ ก็ด้วยผลึกความคิดของการเป็นนักจิตวิทยาที่ได้ร่ำเรียนมา นั่นคือ “การเป็นนักฟังที่ดี” ใครได้ชมการประกวดรอบตัดสินที่พาราเดียม ฮอลล์ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เมื่อค่ำคืนก่อนจะเห็นว่าเธอตั้งสติและฟังให้เข้าใจก่อนจะสื่อสารออกไป ที่สำคัญพยายามแสดงความจริงใจออกมา ทำให้ทุกคนสัมผัสได้

   

กำลังใจจากคุณพ่อกรณ์-คุณแม่กีรณา และน้องชายวัยซน

    ทั้งการเป็นนักฟังที่ดี และมีจิตอาสา ทำให้สาวสวย “ว่าที่นักจิตวิทยา” สนใจทำงานอาสาแก้ปัญหาผู้ป่วยซึมเศร้า ภายใต้โครงการ “เล็ท มี เฮีย ยู” เริ่มจากให้คำปรึกษาเพื่อนนักศึกษาที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า ด้วยเห็นถึงผลกระทบของปัญหานี้ต่อสังคมในวงกว้าง มีคนฆ่าตัวตายด้วยสภาวะแบบนี้เป็นจำนวนมาก สำคัญว่าสังคมมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ ถึงกับไม่อยากข้องแวะ นี่เองเป็นเหตุผลหลักที่ตัดสินใจเข้าร่วมประกวดเพราะอยากเป็นกระบอกเสียงให้สังคมเข้าใจและให้เกียรติผู้ป่วยเหล่านี้

    “ตั้งใจสานต่อโครงการเพื่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เอาความรู้ที่ได้เรียนมาไปใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ แล้วนำเสนอต่อชาวโลก ถึงเวลาเตรียมตัวเข้าร่วมประกวดมิสเวิลด์ปลายปีนี้จะไม่มาก แต่สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด จะพยายามพิชิตมงฟ้ามิสเวิลด์กลับมาให้คนไทยค่ะ” หลานสาวคนเก่งของคุณยายอดีตนางงามเวทีนางสาวไทยปี 2511 รุ่น “แสงเดือน แม้นวงศ์” ให้ความมั่นใจ

     แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ภารกิจเร่งด่วนที่ไม่ควรละเลยคือ การเป็นลูกที่ดีว่านอนสอนง่าย ด้วย คุณแม่กีรณา ชฎาภัทรวรโชติ เชื่อเรื่องโชควาสนาไม่น้อย ไปบนไว้ที่ศาลราหูเทวาลัย ย่านเกษตรนวมินทร์ ถ้า “มงลงลูกสาว” จะไม่ผิดสัญญา…เป็นเหตุให้ลูกสาวคนโตต้องรีบไปรำแก้บน แต่แว่วว่า “น้องเกรซ” ไม่ได้เป็นสายรำมาก่อน งานนี้เลยต้องฝึกซ้อมพอสมควร

    เอาเป็นว่าใครอยากยลโฉมมิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุดตัวเป็นๆ ก็ไปให้กำลังสาวเจ้าได้ จะวันเวลาใด โปรดติดตาม…

โชว์รสมือขนมไหว้พระจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382461

โชว์รสมือขนมไหว้พระจันทร์

วันที่ 5 สิงหาคม 2562 – 15:41 น.
ขนมไหว้พระจันทร์,ยูโอบี,เวิร์คช็อป,จิรัฐติกาล ศิริพูนทรัพย์,โสภิณ กระแสสินธุ์,แคโรไลน์ เชีย,เชฟศักรินทร์ คันสร,ชาคริต แย้มนาม,มายด์ แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา,จ๋า สิตาวีร์ คงธนะ,พั้นซ์ ภัคญดา ชุติดนัยสกุล,พิ้งค์ สาธิตา ชัยชนะ,ยูโอบี พรีวิไมลส์ พริวิเลจ แบงกิ้ง
เปิดอ่าน 2,015 ครั้ง

เวิร์กช็อปสุดพิเศษทำขนมไหว้พระจันทร์สูตรเก่าแก่ของแชงพาเลซ

ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ธนาคาร ยูโอบี (ไทย) ร่วมกับโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษมอบเอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี พรีวิไมลส์ พริวิเลจ แบงกิ้ง ได้ลงมือทดลองทำขนมไหว้พระจันทร์ด้วยตัวเอง

จิรัฐติกาล ศิริพูนทรัพย์ -ชาคริต แย้มนาม – โสภิณ กระแสสินธุ์

      โดยมี เชฟศักรินทร์ คันสร นำขบวนปรุงอย่างพิถีพิถันจากสูตรเก่าแก่ของแชงพาเลซ พร้อมด้วย ชาคริต แย้มนาม ยูโอบี ไดนิ่ง แอมบาสซาเดอร์ ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ “มายด์” แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, “จ๋า” สิตาวีร์ คงธนะ, “พั้นซ์” ภัคญดา ชุติดนัยสกุล, “พิ้งค์” สาธิตา ชัยชนะ ฯลฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม และจิบชายามบ่ายคู่กับการลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันก่อน

เชฟศักรินทร์ สาธิตวิธีนวดแป้งขนมไหว้พระจันทร์

      ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก จิรัฐติกาล ศิริพูนทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต โสภิณ กระแสสินธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส พริวิเลจ แบงกิ้ง ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) แคโรไลน์ เชีย ผู้จัดการใหญ่ และ วิรินทร์ญา เมธีพัฒนฉัตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ โดยไฮไลท์ของงานอยู่การสาธิตทำขนมไหว้พระจันทร์สูตรฮ่องกงแท้ๆ มากว่า 20 ปีอย่างละเอียดจากเชฟผู้เชี่ยวชาญ

 

สาธิตา ชัยชนะ-ภัคญดา ชุติดนัยสกุล 

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา

หลังจากได้ลองทำขนมไว้พระจันทร์ “จ๋า” สิตาวีร์ เผยว่า วันนี้ได้เคล็ดลับต่างๆ โดยเฉพาะเคล็ดลับความอร่อย แป้งต้องบางและใช้วัตถุดิบชั้นดี ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการทำ เคาะขนมออกจากพิมพ์ ถือเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ ด้าน “พั้นช์” ภัคญดา  ดีไซเนอร์สาวคนเก่งบอกว่า ทำขนมไหว้พระจันทร์เป็นครั้งแรก สนุกและประทับใจ ได้ทราบถึงขั้นตอนและวิธีทำอย่างละเอียด ดูเหมือนไม่ยากแต่จริงๆ มีเทคนิคที่ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน

​​​​​​​

เช่นเดียวกับนักธุรกิจสาว “มายด์” แพรวปรียา บอกว่า เวิร์กช็อปครั้งนี้ได้รู้ขั้นตอนและเคล็ดลับการทำขนมไหว้พระจันทร์อย่างละเอียด เช่น เทคนิคการปั้นแป้ง การโรยแป้งก่อนเคาะขนมออกจากพิมพ์  ช่วยตอบโจทย์คนที่มีไลฟ์สไตล์ในเรื่องการทำอาหาร และขนมได้เป็นอย่างดี

อาร์ตคาร์ฝีพระหัตถ์ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382119

อาร์ตคาร์ฝีพระหัตถ์ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”

วันที่ 4 สิงหาคม 2562 – 06:00 น.
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ,อาร์ตคาร์ฝีพระหัตถ์,เดอะ นิว บีทเทิล,ทรงออกแบบ,ไทยยานยนตร์,ลวดลายกราฟฟิก,รถยนต์โฟล์คสวาเกน คาราเวล
เปิดอ่าน 2,347 ครั้ง

ทรงออกแบบลวดลายกราฟฟิกตกแต่งรถยนต์โฟล์คสวาเกน รุ่น “เดอะ นิว บีทเทิล”

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2553 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตอบรับคำกราบทูลเชิญของบริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย พร้อมศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ “โฟล์คสวาเกน” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อทรงออกแบบลวดลายกราฟฟิกตกแต่งรถยนต์โฟล์คสวาเกน รุ่น “เดอะ นิว บีทเทิล” จำนวน 4 คัน 4 เฉดสี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บีทเทิล ฟูล เดย์ แอนด์ บิวตี้ฟูล ไลฟ์” 

   

 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

     โดยเฉดสีขาวและสีแดง ทรงนำลวดลายกราฟฟิกฝีพระหัตถ์รูปหัวใจและลายหัวกะโหลกมาสร้างสีสันให้โดดเด่น ขณะที่อีก 2 เฉดสีคือสีน้ำเงินและสีดำ ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจากลายเส้นกล้ามเนื้อและลายปีกนก นำมาออกแบบและดัดแปลงใหม่ให้เหมาะกับภาพลักษณ์ของรถยนต์ ซึ่งในขณะนั้นได้รับคำกล่าวขวัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากศิลปะอาร์ตคาร์ถือเป็นเรื่องที่ยังใหม่มากในวงการยานยนต์

      ด้วยความชื่นชมในพระปรีชาสามารถของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด จึงได้กราบทูลเชิญทรงออกแบบงานศิลปะอาร์ตคาร์อีกครั้ง บนรถยนต์โฟล์คสวาเกน คาราเวล ซึ่งในครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ได้พระราชทานภาพลายฝีพระหัตถ์งานศิลปะอาร์ตคาร์ ภายใต้แนวคิด “Driven from nowhere to now here, the descent of presence dream” พลังขับเคลื่อนจากจินตนาการสู่ความฝันเหนือระดับ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์การขับเคลื่อนชีวิตจากแรงบันดาลใจที่นำไปสู่จินตนาการและความสนุกสนานเพลิดเพลินราวกับการสำรวจโลกแห่งความฝัน

     

         พร้อมพระราชทานพระอนุญาตให้บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด นำภาพลายฝีพระหัตถ์จัดพิมพ์ลงบนสติกเกอร์ และติดลงบนรถยนต์โฟล์คสวาเกน คาราเวล 2.0 Bi TDi เครื่องยนต์ 4 สูบ เกียร์อัตโนมัติ จัดแสดงให้สาธารณชนได้ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะอาร์ตคาร์ ภายในงาน “69 ปีไทยยานยนตร์ : Unlock 69 Years Thaiyarnyon” ณ อาคารไทยยานยนตร์ สาขาพระราม 9 และในโอกาสเดียวกันนี้ บริษัท ไทยยานยนตร์ฯ ได้จัดประมูลรถยนต์โฟล์คสวาเกน คาราเวล คันดังกล่าว เพื่อนำรายได้จากการประมูล ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

      นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์แห่งผลงานการสร้างสรรค์อันทรงคุณค่า ที่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ให้เป็นที่ประจักษ์ว่าทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถด้านศิลปะอย่างหาที่เปรียบมิได้โดยแท้จริง

สวยสมอง “เกรซ” สาวจิตวิทยา ธรรมศาสตร์ คว้ามงกุฎ MTW 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/382273

สวยสมอง “เกรซ” สาวจิตวิทยา ธรรมศาสตร์ คว้ามงกุฎ MTW 2019

วันที่ 4 สิงหาคม 2562 – 00:50 น.
มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019,เกรซ
เปิดอ่าน 2,708 ครั้ง

มงลง “เกรซ” นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ วัน 21 ปี เป็นนักศึกษา เอกจิตวิทยา จิตอาสาโครงการแก้ปัญหาผู้ป่วยซึมเศร้า

เมื่อเวลา 20.30 น.ที่พาราเดี่ยม ฮอลล์ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับบริษัทบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สตาร์ดอม เอเชีย จำกัด ได้จัดประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 รอบตัดสิน

    เริ่มเปิดเวทีด้วยความสดใสจาก 24 สาวงามผู้เข้าประกวดฯ กับโชว์พิเศษ โดยมี “นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 และรองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2018 ร่วมแสดงด้วย ก่อนที่ 24 สาวงามจะกลับมอีกครั้งพร้อมแนะนำตัวทีละคน ต่อด้วยการอวดโฉมชุดว่ายน้ำ และชุดค็อกเทล แล้วจึงประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย โดยเริ่มจาก 6 รางวัลฟาสแทร็กที่เข้ารอบอัตโนมัติ ได้แก่ รางวัลนางงามจิตอาสา โดยธนาคารออมสิน ได้แก่ หมายเลข 3 “เกรซ” น.ส.นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ,

รางวัลความสามารถด้านทักษะนางแบบ โดย BSC Cosmetology และ รางวัลความสามารถพิเศษ โดยโรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ได้แก่ หมายเลข 18 “เนิส” น.ส.ดุสิตา ทิพโกมุท, รางวัลความสามารถด้านทักษะกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้แก่ หมายเลข 5 “พลอย” น.ส.ปรียาดา บัวสมบุญ, รางวัลทักษะการกล่าวสุนทรพจน์ (Head to Head Challenge) ได้แก่ หมายเลข 11 “แอล” น.ส.ลักขนาวัลย์ ประดับแก้ว และรางวัลมิสพีเพิลส์ ชอยซ์ อะวอร์ด ได้แก่ หมายเลข 5 และผู้เข้ารอบอีก 7 คน ได้แก่ 2,6,8,9,12,19,6, 13 และ 17

สาวงามผู้เข้าประกวด 12 คนสุดท้ายออกมาอวดโฉมอีกครั้งด้วยชุดราตรีแบรนด์ Narong จากนั้นทั้งหมดโชว์วิสัยทัศน์เพื่อรณรงค์โครงการจิตอาสาของตัวเอง หรือปัญหาทางสังคมด้านอื่นๆ ที่สนใจ มีเวลาให้ 30 วินาทีเท่านั้น แล้วประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย ได้แก่ หมายเลข 18,15, 13,3, 17 และ6

ผู้ผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายตอบคำถามโดยการเลือกซองคำถาม มีเวลาให้ 30 วินาที ก่อนพิธีกรรวบรวมผลคะแนนจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกาศผู้ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย ได้แก่ 18,6 และ3

ซึ่งทุกคนต้องตอบคำถามสุดท้ายเป็นคำถามเดียวกัน โดยขณะที่คนแรกตอบคำถาม อีกสองคนใส่หูฟังเพื่อไม่ให้ได้ยินคำถามและคำตอบ เรียกว่าตื่นเต้นทั้งผู้เข้าประกวดและผู้ชมนั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว จากนั้น “นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ขึ้นอำลาตำแหน่ง หลังจากทำหน้าที่ตลอดระยะเวลา 1 ปีได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมสร้างประวัติศาตร์คว้ารองอันดับ 1 เวทีระดับโลก มิสเวิลด์ 2018 มาครองได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

     

เสร็จแล้วจึงเข้าสู่วินาทีระทึกใจประกาศผลผู้คว้าตำแหน่งอันทรงเกียรติ “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019” ได้แก่ หมายเลข 3 “เกรซ” น.ส.นรินทร ชฎาภัทรวร ได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท ,มงกุฎเพชร, รถยนต์ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนรองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 6 “แผ่นฟิล์ม” น.ส.พมลชนก ดิลกรัชตสกุล  รับเงินรางวัล 500,000 บาท ,มงกุฎเพชร และรางวัลอื่นๆ ขณะที่รองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 18 “เนิส” น.ส.ดุสิตา ทิพโกมุท รับเงินรางวัล 300,000 บาท ,มงกุฎเพชร และอื่นๆ

“น้องเกรซ” กล่าวหลังจากคว้ามงกุฎหมาดๆ ว่า ดีใจและตื้นตันใจกับการที่ตัวเองสามารถทำได้ อยากสานต่อโครงการเพื่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เอาความรู้ที่ได้เรียนมาไปใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ จะพยายามพิชิตมงฟ้ามิสเวิลด์กลับมาให้คนไทย

สำหรับมิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุด “เกรซ” น.ส.นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษาปี 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกจิตวิทยา สนใจทำงานจิตอาสาโครงการแก้ปัญหาผู้ป่วยซึมเศร้า “เลท มี เฮีย ยู” ซึ่งเป็นโครงการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครให้คำปรึกษานักศึกษาที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า

โดยเธอตอบคำถามในรอบ 3 คนสุดท้ายที่ว่า ในฐานะที่คุณจะเป็นตัวแทนของประทศไทย คุณคิดว่าคุณสมบัติใดในตัวคุณที่จะทำให้โลกเข้าใจในความเป็นคนไทยได้ดีที่สุด?

“คิดว่าการยิ้มสู้ หมายถึงเราสามารถที่จะผ่านสถานการณ์ ไม่ว่าจะแย่หรือมีความสุข ดังนั้นเกรซเชื่อว่านอกจากคนไทยจะยิ้มสวยแล้ว แต่เราต้องมีความยิ้มสู้ด้วยที่จะสามารถฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาหาเรา” สาวจิตวิทยา กล่าว