เรือนเวลาหรูคู่ไฮโซกระเป๋าหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/379033

เรือนเวลาหรูคู่ไฮโซกระเป๋าหนัก

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 – 11:00 น.
สยามพารากอน,วอทช์ แกลอเรีย,สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2019,เดอะ ริทึ่ม ออฟ ไทม์พีซ,นราวดี ศรีกาญจนา,ทิพาณัท เลณบุรี,ตุนท์ มหาดำรงค์กุล,ศาศวัต ตัณมานะศิริ,ภาณุ ณรงค์ชัยกุล,เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์
เปิดอ่าน 2,542 ครั้ง

“สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2019” งานแสดงนวัตกรรมแห่งเวลาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

นับเป็นงานแสดงนวัตกรรมแห่งเวลาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี โดย ศูนย์การค้าสยามพารากอน และวอทช์ แกลอเรีย พารากอน ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ร่วมกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก ทุ่มงบประมาณกว่า 45 ล้านบาท จัดงาน “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2019” ครั้งที่ 13 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เดอะ ริทึ่ม ออฟ ไทม์พีซ” นำเสนอประดิษฐกรรมเรือนเวลาชั้นเลิศและคอลเลกชั่นล่าสุดกว่า 180 แบรนด์ รวมกว่า 30,000 เรือน เอาใจนักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล-ชนิสา แก้วเรือน

เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์-ตุนท์ มหาดำรงกุล-ภาณุ ณรงค์ชัยกุล-ศาศวัต ตัณมานะศิริ

โดยวันเปิดงานได้รับเกียรติจาก ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสยามพารากอน และ จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป พร้อมด้วยผู้บริหารแบรนด์นาฬิกาอย่าง “ยูกิ” นราวดี ศรีกาญจนา, ทิพาณัท เลณบุรี, ตุนท์ มหาดำรงค์กุล, ศาศวัต ตัณมานะศิริ, ภาณุ ณรงค์ชัยกุล และ เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์ ฯลฯ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ กันต์ รตนาภรณ์, “แป้ง” พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์, “โบว์” ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์  เป็นต้น ร่วมสร้างสีสัน บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1

นราวดี ศรีกาญจนา-ทิพาณัท เลณบุรี

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

          ภายในงานสุดยอดมหกรรมการแสดงนาฬิกาครั้งนี้ได้รวบรวมที่สุดแห่งนาฬิกาไว้มากมาย ครบทุกกลุ่ม ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค เหมาะแก่การสะสม ลงทุน และสวมใส่เพื่อความสวยงาม โดยไฮไลท์ในวันเปิดงานพบกับแฟชั่นพรีเซนเทชั่นเรือนเวลาอันโดดเด่นซึ่งได้รับเกียรติจากบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการร่วมสร้างความตระการตา อาทิ FRANCK MULLER รุ่น DOUBLE MYSTERY เรือนเวลาหรูมูลค่า 25 ล้านบาท โดดเด่นด้วยความงดงามประกายระยิบระยับของเพชรบนหน้าปัด อวดโฉมโดยดีไซเนอร์สาวสุดเปรี้ยว “แพร” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เป็นต้น

กันต์ รตนาภรณ์

          กันต์ ผู้บริหารหนุ่มที่หลงใหลเสน่ห์ของเรือนเวลา เผยว่า ชอบสะสมนาฬิกามาตั้งแต่เด็ก จึงมีหลายประเภทตั้งแต่สปอร์ตไปจนถึงลักชัวรี่ที่เป็นสีพิงก์โกลด์ และโกลด์ ปัจจุบันมีประมาณ 50 เรือนขึ้นไป โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือรุ่นที่หายาก หรือรุ่นลิมิเต็ด จะเก็บไว้ในตู้เซฟไม่ค่อยนำออกมาใส่ ซึ่งเรือนที่ซื้อมามูลค่าสูงๆ และผลิตจำนวนน้อย ก็ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเพราะมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่แล้ว อีกส่วนคือรุ่นที่สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์

          ด้านเซเลบริตี้สาว “โบว์” ชมพูนุท เผยว่า ได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อโดยตรงเนื่องจากคุณพ่อชอบนาฬิกา เวลามีโอกาสสำคัญก็จะชอบซื้อให้เป็นของขวัญ จนกระทั่งแต่งงานแล้วสามีก็เป็นคนรักนาฬิกามาก ทำให้สนใจนาฬิกามากขึ้น และย้อนความรู้สึกว่านาฬิกาที่คุณพ่อซื้อให้มีคุณค่าทางใจ

พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์

          “ส่วนตัวชอบนาฬิกาสไตล์สปอร์ตที่ดูทะมัดทะแมง หรือหน้าปัดใหญ่ๆ ซึ่งถ้าให้ซื้อเองก็จะชอบบอยไซส์ เพราะในความหวานก็เป็นคนทะมัดทะแมง เลยอยากหาอะไรที่ดูคอนทราสกัน นอกจากนี้ด้วยความที่สามีชอบสะสมนาฬิกาก็จะมีข้ออ้างในการซื้อว่าจะได้แบ่งกันใส่ สำหรับโบว์นาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องประดับ หรือแค่ดูเวลา แต่จะมีเรื่องราวและมีความหมายในแต่ละเรือน รวมถึงเก็บเป็นมรดกตกทอดให้ลูกเราได้ด้วย” เซเลบสาวกล่าว

2 ทศวรรษชาไข่มุกจากไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378968

2 ทศวรรษชาไข่มุกจากไต้หวัน

วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 – 16:09 น.
กฤตพณ ทัพพะรังสี ล,กีตาร์ ปฏิญญา เกี่ยวข้อง,แก้ม สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์,เม พิชชา ธนาลงกรณ์,CoCo,ชานมไข่มุกสัญชาติไต้หวัน,ชานมไข่มุกสัญชาติไต้หวัน คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,484 ครั้ง

เชเลบที่หลงใหลชานมไข่มุกตบเท้าเข้าร่วมเฉลิมฉลอง

ฉลองวันเกิดครบรอบ 22 ปีของ CoCo แบรนด์ร้านชาไข่มุกชื่อดังจากไต้หวัน ที่มีจุดเด่นในเรื่องความหอมของชา และไข่มุกที่เคี้ยวสนุก นุ่ม หนึบ ไม่เหมือนใคร โดยเริ่มเปิดสาขาแรกที่เมืองตั้นสุ่ย ไต้หวัน ในปี 1997 ปัจจุบันมีจำนวนสาขามากกว่า 5,000 สาขาทั่วโลก ในโอกาสพิเศษนี้ “โก้” กฤตพณ ทัพพะรังสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CoCo Fresh Tea & Juice ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมสนุกๆ พร้อมเชิญเชเลบที่หลงใหลชานมไข่มุก อาทิ เคนเน็ท อึง, “เอ๋” นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง,”มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา-“มิค” ณัฏฐกรณ์ ชุณหะวัณ, “เม” พิชชา ธนาลงกรณ์, “กีตาร์” ปฏิญญา เกี่ยวข้อง, “แก้ม” สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์ ฯลฯ มาร่วมเฉลิมฉลอง ที่ CoCo สาขาสยามสแควร์วัน ชั้น 1 เมื่อวันก่อน

เคนเน็ท อึง-นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง-กฤตพณ ทัพพะรังสี

 กฤตพณ ทัพพะรังสี เผยว่า ชื่นชอบชานมไข่มุกอยู่แล้ว และมีโอกาสเดินทางไปไต้หวัน จึงตั้งใจไปชิมชานมไข่มุกหลายแบรนด์ แต่ประทับใจในรสชาติ คุณภาพของชานมไข่มุก รวมทั้งเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ของแบรนด์ CoCo ซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทุกสาขาของร้าน CoCo ที่ไต้หวันจะมีลูกค้าต่อคิวอยู่เสมอ จึงได้นำแบรนด์นี้เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยในปี 2012 โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 12 สาขา และภายในปีนี้จะเปิดเพิ่มอย่างน้อยอีก 4 สาขา ได้แก่ มณียาเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลบางนา และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

ภายในงานคับคั่งด้วยผู้หลงใหลการดื่มชานมไข่มุก พร้อมร่วมเผยเสน่ห์ของชานมไข่มุก CoCo ที่กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของทุกเพศทุกวัย “เม”  พิชชา เซเลบสาวบอกวิธีการเติมความสดชื่นในแต่ละวันว่า สมัยเรียนหนังสือดื่มชานมบ่อยมาก อย่าง CoCo ซึ่งเป็นชานมที่มีกลิ่นที่หอม ชอบไข่มุกที่มีความหนึบ เคี้ยวเพลิน รวมทั้งมีเมนูชาผลไม้อื่นๆ ที่นอกเหนือจากชานมไข่มุกด้วย อย่างบับเบิ้ลกาก้า ซึ่งชอบมาก เพราะช่วยเติมความสดชื่นระหว่างวันได้

“มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา-“มิค” ณัฏฐกรณ์ ชุณหะวัณ ร่วมแสดงความยินดี

เช่นเดียวกับดีไซเนอร์สาว “กีตาร์” ปฏิญญา บอกว่า ยุคนี้มีชานมหลายแบรนด์มาก ตัวเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบและสรรหาชานมซึ่งมีวาไรตี้มากๆ ชอบไข่มุกที่มีความเหนียวหนึบ รวมทั้งรสชาติที่หวานกำลังดี ซึ่งเป็นจุดเด่นของ CoCo กินเพลินๆ แถมอิ่มท้องด้วย ชอบรสชาติออริจินัลมากที่สุด เพราะกลมกล่อมกำลังดี

เซเลบสายบุญชวนทำบุญวันเข้าพรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378957

เซเลบสายบุญชวนทำบุญวันเข้าพรรษา

วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 – 13:50 น.
มุ่ย สลิลาพร กองทองมณีโรจน์,อช้าง ทศพร ศรีตุลา,กบ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ,วิกกี้ อรธิรา ภาคสุวรรณ,วันเข้าพรรษา,ณฐภัทร สุวรรณโน,สลิลาพร กองทองมณีโรจน์,สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,396 ครั้ง

จัดทริปไหว้พระทำบุญสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 “วันเข้าพรรษา” เป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา บริษัท เอ็มบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด นำโดย “มุ่ย” สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จึงถือฤกษ์ดี ก่อนวันเข้าพรรษาเชิญ “อ.ช้าง” ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดัง จัดทริปไหว้พระทำบุญสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมนำชุดเครื่องดื่มสมุนไพรตรีผลา “ตรามีบุญ” รูปโฉมใหม่ ร่วมถวายสังฆทาน โดยมี อ.ศรเทพศรทอง กองทองมณีโรจน์ ประธานที่ปรึกษา ณฐภัทร สุวรรณโนกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้สายบุญอย่าง “กบ” เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ, “ตือ” สมบัษร ถิระสาโรช, “วิกกี้” อรธิรา ภาคสุวรรณ, “แหน” นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, “แอน” ปียารัตน์ ชวนะนันท์ และ กันต์ รตนาภรณ์ ร่วมเดินทาง

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ

สำหรับทริปนี้เริ่มจากการกราบสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต จากนั้นจึงเดินทางไปยังวัดไตรมิตรวิทยาราม เยี่ยมชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช และกราบนมัสการพระสุโขทัยไตรมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้นเดินทางไปที่วัดอรุณราชวราราม ถวายสังฆทานด้วยชุดเครื่องดื่มสมุนไพรตรีผลา “ตรามีบุญ” ปิดท้ายด้วยการร่วมพิธีห่มผ้าแดงถวายองค์พระเจดีย์บรมบรรพต (ภูเขาทอง) และกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่สระเกศราชวรมหาวิหาร

ณฐภัทร สุวรรณโน-ทศพร ศรีตุลา-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์

ซีอีโอสาว “มุ่ย” สลิลาพร เผยว่า ปกติชอบเข้าวัดทำบุญอยู่แล้ว วันนี้จึงชวนกัลยาณมิตรมาร่วมทริปไหว้พระทำบุญก่อนวันเข้าพรรษา โดยได้นำชุดเครื่องดื่มสมุนไพรตรีผลา “ตรามีบุญ” มาถวายสังฆทานด้วย ซึ่งก็อยากขอแบ่งบุญให้ทุกๆ คนมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และร่ำรวยเงินทอง เทศกาลเข้าพรรษาถือเป็นโอกาสดีๆ ที่นอกจากจะได้ไปไหว้พระทำบุญแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวได้อยู่ร่วมกัน ซึ่งวันเข้าพรรษาปีนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปเข้าวัดฟังธรรม ถวายเทียนพรรษากับคนในครอบครัว

กันต์ รตนาภรณ์

คุณาคม-นันทวิมล พลพานิช

ด้าน “อ.ช้าง” ทศพร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและประทับใจมากที่ได้มาเป็นวิทยากรให้ข้อมูลความรู้ ร่วมทริปไหว้พระทำบุญ-กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนการได้ร่วมพิธีห่มผ้าแดงถวายองค์พระเจดีย์บรมบรรพต เพราะผ้าแดงนั้นเปรียบเสมือนจีวรของพระพุทธเจ้า การได้จับผ้าแดงขึ้นไปห่มองค์พระเจดีย์ที่มีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ด้านในจึงเสมือนการได้ถวายจีวรแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเป็นการสร้างบุญอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน

ณฐภัทร สุวรรณโน-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์

อรธิรา ภาคสุวรรณ

ขณะที่เซเลบริตี้สาวสวย “วิกกี้” อรธิรา บอกว่า โดยส่วนตัวอาจไม่ค่อยมีโอกาสเข้าวัดบ่อยนัก เพราะทำงานค่อนข้างเยอะจนแทบไม่มีเวลา แต่ก็จะพยายามหาเวลาทำบุญในรูปแบบอื่นๆ เช่น การบริจาค ช่วยเหลืองานการกุศลต่างๆ การมาร่วมทริปนี้รู้สึกอิ่มบุญ และตั้งใจว่าวันเข้าพรรษาปีนี้จะชวนคุณแม่ไปทำบุญไหว้พระและถวายเทียนพรรษาที่วัดด้วย เช่นเดียวกับเซเลบริตี้หนุ่ม กันต์ รตนาภรณ์ ที่บอกว่าชอบทำบุญแทบจะทุกอาทิตย์มากว่า 5 ปีแล้ว จะหมั่นใส่บาตร ทำบุญโลงศพ ปล่อยปลา นั่งสมาธิเป็นประจำ วันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่รู้สึกประทับใจมากๆ เพราะได้มาทำบุญตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น และเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมพิธีห่มผ้าแดงถวายองค์พระเจดีย์บรมบรรพต รู้สึกว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ปลื้มใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในพิธี สำหรับวันเข้าพรรษาที่จะถึงนี้อยากชวนทุกคนร่วมทำบุญ ถวายสังฆทาน ถวายเทียนพรรษา สะดวกที่ไหนก็อยากให้ไปที่นั่น

คนงามโปรไฟล์เลิศตบเท้าชิงมงฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378725

คนงามโปรไฟล์เลิศตบเท้าชิงมงฟ้า

วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 – 10:00 น.
มิสไทยแลนด์เวิลด์2019,ชิงมงกุฎสีฟ้า,นิโคลีน พิชาภา,พมลชนก ดิลกรัชตสกุล,ดุสิตา ทิพโกมุก,นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ,มิสไทยแลนด์เวิลด์,มิสไทยแลนด์เวิลด์2019 คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,998 ครั้ง

“มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019” เปิดเวทีให้สาวยื่นใบสมัครชิงมงกุฎ “มิสเวิลด์ 2019”

ฤดูนางงามคึกคัก ถึงคิวของเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ โดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จับมือ บริษัท สตาร์ดอม เอเชีย จำกัด ตั้งโต๊ะเปิดรับสมัครสาวงามเพื่อคัดเลือกเข้าประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019” และจะเป็นตัวแทนสาวไทยร่วมชิงมงกุฎสีฟ้า “มิสเวิลด์ 2019” ต่อไป ซึ่งปีนี้ให้โอกาสเหล่าคนงามโปรไฟล์เลิศจรดปากกายื่นใบสมัครเพียงวันเดียว ที่ห้องเชลซี มีตติ้งรูม โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

สาวๆ พร้อมแล้วหรับภารกิจพิชิตมงกุฎสีฟ้า

เช่นเคยเหมือนทุกๆ ปี หลังจากยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานตามที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจะต้องผ่านบททดสอบด่านแรกคือการเข้าห้องสัมภาษณ์ทำความรู้จักเบื้องต้นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเข้าสู่รอบ 60 คนสุดท้ายต่อไป และด่านนี้เองมีรุ่นพี่อย่าง “นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 และรองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2019 รับหน้าที่ “โค้ช” หนึ่งในคณะกรรมการ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เราจะคัดเลือก สัมภาษณ์ผู้เข้าประกวด ในส่วนตัวเองจะทำหน้าที่โค้ชด้วย นอกจากจะดูในเรื่องโครงการจิตอาสาที่ผู้สมัครเตรียมมาแล้ว ยังต้องดูเรื่องการเดิน บุคลิกภาพ ที่สำคัญการพูดนำเสนอตัวเอง ฟังน้ำเสียง และความเชื่อมั่นต่างๆ

“นิโคลีน” พิชาภา ทำหน้าที่โค้ชอย่างเข้มข้น

สำหรับบรรยากาศในการรับสมัครที่จำกัดเพียงวันเดียว ปรากฏว่าตลอดทั้งวันมีสาวสวยมากความสามารถเดินทางมากันอย่างคึกคัก สาวงามที่เข้าตาเป็นต้นว่า “น้องแผ่นฟิล์ม” พมลชนก ดิลกรัชตสกุล อายุ 21 ปี กำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความสามารถพิเศษเล่นละครเวที รำไทย กิจกรรมจิตอาสาที่ทำ อาทิ จิตอาสาสภากาชาดไทย, จิตอาสาโครงการคบเด็กสร้างบ้าน สร้างโรงพยาบาล, จิตอาสาโครงการปันถุงผ้ารับยากลับบ้าน ลดการใช้ถุงพลาสติกในโรงพยาบาล

ดุสิตา ทิพโกมุก

  “น้องเนิส” ดุสิตา ทิพโกมุก อายุ 23 ปี จบการศึกษาชั้นมัธยมจาก อาร์วาดา-เคลียร์มองต์ ไฮสคูล สหรัฐอเมริกา และระดับบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปัจจุบันเป็นครูสอนเด็กอนุบาล โรงเรียนอนุบาลดุสิต ซึ่งเป็นธุรกิจของที่บ้าน ส่วนความสามารถพิเศษนั้นล้นเหลือทั้งขี่ม้า เล่นกีตาร์ สีไวโอลิน และโชว์พลังเสียงร้องเพลง

นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ

มาที่ “น้องเกรซ” นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ วัย 21 ปี กำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ รั้วธรรมศาสตร์ ความสามารถพิเศษ ร้องเพลง กิจกรรมจิตอาสาที่ทำก็อย่างการสื่อสารการเรียนรู้ให้แก่เด็กกำพร้าและเด็กเล็ก ร่วมช่วยเหลือญาติของผู้ป่วยที่ขาดที่อยู่อาสัย และอัดเสียงเล่านิทานให้แก่กลุ่มน้องๆ ที่พิการทางสายตา

หลังจากนี้สาวงามผู้ผ่านเข้ารอบ 60 คนสุดท้าย จะถูกกรองอีกครั้งเหลือ 48 คน และ 24 คนสุดท้ายต่อไป สามารถติดตามความเคลื่อนไหวการประกวดได้ทาง http://www.missthailandworld.net

ควงคู่เพื่อนรักร่วมทริปสุดเก๋

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378724

ควงคู่เพื่อนรักร่วมทริปสุดเก๋

วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 – 01:00 น.
เบนซ์ สวนหลวง,สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์,เมอร์เซเดสเบนซ์ อีคลาส,ก่อเกียรติ ลิ้มราบรื่น,กฤตรินทร์ ลิ้มราบรื่น
เปิดอ่าน 6,638 ครั้ง

สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

ประสบการณ์การขับขี่ยนตรกรรมสุดหรู เมอร์เซเดสเบนซ์ อี-คลาส เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับกิจกรรม “เฟรนด์ส ทริป วิธ เบนซ์ สวนหลวง” โดย สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ ได้จัดรถยนต์ระดับหรู อี-คลาส ครบทั้ง 3 รุ่น พร้อมเชิญเซเลบริตี้ อาทิ “มายด์” แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, “กวาง” ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ฯลฯ ควงคู่เพื่อนรักร่วมทริปสุดเก๋แบบวันเดย์ทริป

ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม

กฤตรินทร์-ก่อเกียรติ ลิ้มราบรื่น

งานนี้แท็กทีมผู้บริหารคนเก่งนำโดย กฤตรินทร์ และ ก่อเกียรติ ลิ้มราบรื่น สร้างสรรค์กิจกรรมให้เซเลบริตี้และเพื่อนรัก ได้ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ดีไซน์ขึ้นเองไปพร้อมกับการขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ อี-คลาสคู่ใจ โดย กฤตรินทร์ เล่าว่า เมอร์เซเดสเบนซ์ อี-คลาส ในปัจจุบันเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 ออกแบบโดยมุ่งเน้นดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่โดดเด่นเป็นสง่าตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นและเอ็กเซ็กคิวทีฟ ไม่ว่าจะขับเองก็ง่ายหรือมีคนขับรถก็ดี รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง ขนาดกำลังดีมีพื้นที่เก็บสัมภาระเพียงพอสำหรับการเก็บของใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้สิ่งที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างคือระบบอินโฟเทนเมนท์ เช่น แอปเปิ้ล คาร์เพลย์ สำหรับตรวจสอบเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางรถติด และระบบนี้เองสามารถเชื่อมต่อ กูเกิลแม็พ จากจอมือถือมาขึ้นอยู่ที่หน้าจอวิทยุขนาด 12.3 นิ้วได้

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา-ดวงใจ โพธิ์อินทร์

มัสลิน พึ่งรัศมี

สำหรับกิจกรรมนี้เป็นการเชิญเซเลบริตี้ได้มีโอกาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ พร้อมมอบพิชิตภารกิจ 5 มิชชั่น ไม่ว่าจะเป็น เซเลบริตี้สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง แวะคาเฟ่ที่ชื่นชอบ โพสต์รูปถ่ายเก๋ๆ ที่หน้าร้าน หรือกับกาแฟแก้วโปรด หรือจะเป็นท่องเที่ยวสถานที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ อาทิ พิพิธภัณฑ์ บูทีคโฮเท็ล แหล่งช็อปปิ้ง แกลเลอรี่ จากนั้นถ่ายรูปสถานที่นั้นคู่กับรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์คันเก่ง นอกจากนี้ยังมีภารกิจของการถ่ายภาพตัวเองจากภายนอก หรือภายในสะท้อนให้เห็นถึงความหรูหรา สะดวกสบาย หรือฟังก์ชั่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เป็นต้น ปิดท้ายกิจกรรมยามค่ำคืน ด้วยดินเนอร์ในบรรยากาศสุดลักชัวรี่ ทั้งผู้บริหารและกลุ่มเซเลบริตี้ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การขับขี่ เรียกได้ว่าสร้างรอยยิ้มและความประทับใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กันเลยทีเดียว

คนดังชวนรื่นรมย์ในวิลล่าหรูริมหาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378645

คนดังชวนรื่นรมย์ในวิลล่าหรูริมหาด

วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 – 12:19 น.
เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส,ประภาวดี โสภณพนิช,เจษฎา ยังพิชิต,วสุ สุรัติอันตรา,วราวุธ เจนธนากุล,สุมนัส มนตรีโชค,วิลล่า,พักผ่อน,พัทยา,คนดัง
เปิดอ่าน 2,727 ครั้ง

เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส ค้นพบเวลาของตัวเอง และสัมผัสความสุขอย่างแท้จริง

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส (Veyla Natai Residences) ชีพจรชีวิตที่เคยเต้นเร็วไปตามจังหวะของโลกก็ดูจะผ่อนคลายลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผู้อยู่อาศัยจึงได้พบจังหวะของธรรมชาติ ค้นพบเวลาของตัวเอง และสัมผัสความสุขอย่างแท้จริง ล่าสุด ประภาวดี โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเดียส์ 1606 จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน เอ็กซ์คลูซีฟ วีไอพี พรีเซล ณ เดอะ บาร์ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

     

ประภาวดี โสภณพนิช

     พร้อมเชิญแขกคนพิเศษ อาทิ ภาฬิญ-เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร, กัญญารัตน์-ฉัตรชัย พลาดิศัย, เจนนิส-เจษฎา ยังพิชิต, ฐิตวัฒน์-ธัญชนก วัชโรทัย, วสุ สุรัติอันตรา, วราวุธ เจนธนากุล, สุมนัส มนตรีโชค ฯลฯ เข้ารับฟังรายละเอียดของวิลล่าสุดหรูโครงการที่ 3 เพื่อเปิดโอกาสให้จับจองบ้านพักตากอากาศบนทำเลที่ดีที่สุดของชายหาดนาใต้ จ.พังงา ก่อนใคร

 กัญญารัตน์-ฉัตรชัย พลาดิศัย

ฐิตวัฒน์-ธัญชนก วัชโรทัย

     ประภาวดี เผยว่า หลงใหลในมนต์เสน่ห์ดั้งเดิมของจังหวัดพังงา ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมเอาท์ดอร์ได้อย่างหลากหลาย เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส เป็นเสมือนการมอบรางวัลชีวิตให้แก่ผู้พักอาศัยที่ต้องการใช้เวลากับตัวเองและครอบครัวอย่างแท้จริง รวมทั้งสะท้อนดีเอ็นเอของ “เวลา” ที่มีอีกหนึ่งความหมายในภาษาสันสกฤตว่า “บ้านริมทะเล” โดยวิลล่าทั้ง 15 หลังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด คราฟท์ ยัวร์ ดิจิตัล ไลฟ์ ผสมผสานความเป็นธรรมชาติ และไลฟ์สไตล์ทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ท่ามกลางวิวทะเลที่ไร้สิ่งกีดขวาง ความเงียบสงบอันเป็นส่วนตัว และอากาศบริสุทธิ์ของทะเลอันดามัน สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   

วสุ สุรัติอันตรา และครอบครัว

    วสุ สุรัติอันตรา ผู้บริหารปัญญ์ปุริ เวลเนส เล่าว่า ไปภูเก็ตบ่อยพอสมควรจึงมีโอกาสผ่านหาดนาใต้เป็นประจำ ตรงนั้นเป็นทำเลที่สวย สะอาด และเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการเป็นบ้านพักตากอากาศมากๆ ปกติเวลาไปพักผ่อนต่างจังหวัดมักจะออกกำลังกายด้วย ซึ่งชายหาดหน้าวิลล่า เหมาะกับการวิ่งเลียบชายหาด หรือปั่นจักรยานอย่างมาก

ญสุตา ว่องตระกูล-วราวุธ เจนธนากุล

   ด้าน วราวุธ เจนธนากุล นักธุรกิจหนุ่มแห่ง เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ เผยว่า ด้วยความที่คุณพ่อเป็นคนภูเก็ตจึงคุ้นชินสภาพแวดล้อมแถวนี้ อย่างพังงาเคยขับขึ้นมาบ้าง จนก่อนหน้านี้เริ่มเห็นความเจริญของนาใต้ บวกกับชื่นชอบความยูนีคในการออกแบบของ เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส โดยเฉพาะวิลล่าติดชายหาดแบบนี้ทำให้ได้ชื่นชมความสวยงามของทะเลอันดามันทันทีที่เปิดประตูบ้านเลย นอกจากนี้ ยังเหมาะมากในแง่ของการลงทุน เนื่องจากบริเวณนี้เป็นหาดที่เงียบสงบซึ่งกำลังได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

สุมนัส มนตรีโชค

   เช่นเดียวกับ สุมนัส มนตรีโชค กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท โคเว้นท์ การ์เดน (ประเทศไทย) จำกัด ที่บอกว่า โดยส่วนตัวสนใจเรื่องที่ดินและชอบดูที่ดินอยู่แล้ว จึงมองว่าบีชฟรอนต์ในทำเลแถบนี้น่าลงทุน ส่วนรายละเอียดด้านงานออกแบบก็รู้สึกได้เลยว่ามีความตั้งใจมากๆ สังเกตได้จากการออกแบบที่มีรายละเอียดแฝงอยู่ในทุกจุด เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามและมีคุณภาพ อย่างเครื่องครัวก็เลือกใช้แบรนด์ที่มีคุณภาพ มู้ดแอนด์โทนให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา เหมาะกับการพักผ่อน

 ภาฬิญ-เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร และลูกชายน้องมาธิและน้องธรรม

ครอบครัวโสภณพนิช ยังพิชิต ได้แก่ เจนนิส-เจษฎา-จาณีน และเจส​​​​​​​

อัพเดทไลฟ์สไตล์คนดังในยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378193

อัพเดทไลฟ์สไตล์คนดังในยุคดิจิทัล

วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 – 13:35 น.
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป,วีโก สมาร์ทโฟน,วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์,รอหญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,526 ครั้ง

สมาร์ทโฟนเป็นเหมือนคู่หูคนสำคัญ

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป โดย สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา จับมือ วีโก สมาร์ทโฟน โดย วราภรณ์ เพ็ญสุขใจ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วีโก โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเปิดตัวแคมเปญ “วีโก เอ็กซ์คลูซีฟ มูวี่ เดย์ 2019” เป็นการใช้สื่ออย่างผสมผสานและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การให้บริการที่ดีที่สุด พร้อมแนะนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ วีโก วิว 3 ซีรีส์ ดีไซน์พรีเมียม สเปกครบครัน ในราคาคุ้มค่า ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ สมาร์ทช้อยส์

นาขวัญ รายนานนท์

โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทยตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ “จุ๊” นาขวัญ รายนานนท์, “แคท” ร.อ.หญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, “ติ๊ก” วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์ และ “น้ำหวาน” ภาวดี อิศรางกูล ณ อยุธยา พร้อมอัพเดท และแชร์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์บนสมาร์ทโฟนในยุค 4.0 ที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์-วราภรณ์ เพ็ญสุขใจ

   สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ กล่าวว่า เปิดตัวแคมเปญ “วีโก เอ็กซ์คลูซีฟ มูวี่ เดย์ 2019” ในครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์ ได้แก่ การมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ความคุ้มค่าทั้งคุณภาพและราคาของวีโก สมาร์ทโฟน รวมกับความเป็นโรงภาพยนตร์อันดับหนึ่งของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่มีจำนวน 761Screen 157 สาขาครอบคลุม 55 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบความทันสมัยและมีไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงได้เกิดเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่เมเจอร์ และวีโก สมาร์ทโฟน ตั้งใจที่จะพัฒนาการบริการให้น่าประทับใจและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งยังร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมทางการตลาด เพื่อการเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

ภาวดี อิศรางกูล ณ อยุธยา

“ติ๊ก” วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์

บรรยากาศภายในงานได้เชิญเซเลบริตี้ร่วมอัพเดทชีวิตที่เข้าสู่ยุคดิจิทัลและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เริ่มจาก “ติ๊ก” วิลาสินี ธัญญะวิเศษศิลป์ เผยว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในยุค 4.0 ดูอะไรๆ ก็เป็นเรื่องง่ายไปหมด เพราะมีเทคโนโลยีมาช่วยตอบโจทย์ทุกอย่าง โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนทำให้เราสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งจองตั๋วดูหนัง ช็อปปิ้งออนไลน์ ฟังเพลง อัพเดทข้อมูลข่าวสารรวมถึงเทรนด์โซเชียลใหม่ๆ และการหาข้อมูลต่างๆ ก็สามารถทำที่ไหนก็ได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกว่าเป็นตัวช่วยสำคัญของติ๊กที่อำนวยความสะดวกให้ชีวิตลงตัวมากขึ้น

ร.อ.หญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

เช่นเดียวกับสาวเก่ง “แคท” ร.อ.หญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ แชร์ไลฟ์สไตล์ว่าสมาร์ทโฟนเป็นเหมือนคู่หูคนสำคัญ ไม่ใช่แค่ใช้เล่นโซเชียลมีเดีย ถ่ายภาพเซลฟี่ แต่ยังใช้ทำงาน จองตั๋วเครื่องบิน-ที่พัก จองตั๋วชมภาพยนตร์ แม้กระทั่งทำธุรกรรมการเงิน เพียงแค่เปิดแอพพลิเคชั่นผู้ให้บริการต่างๆ ก็สามารถทำได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ทำให้ตัวเองสามารถจัดการเวลาในชีวิตได้ง่ายขึ้น

น้ำพระทัย”เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์”เพื่อปวงประชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378094

น้ำพระทัย”เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์”เพื่อปวงประชา

วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 – 18:00 น.
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน,4 กรกฎาคม 2562,โรงพยาบาลจุฬาภรณ์,1ทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์,เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์,โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,214 ครั้ง

“จากพระปณิธาน สู่ 1 ทศวรรษ รพ.จุฬาภรณ์”

 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีพระปณิธานที่จะยกระดับการรักษาพยาบาลให้ได้มาตรฐานสากล ช่วยเหลือประชาชนไทยให้พ้นจากทุกข์ภัยของโรคมะเร็ง ทรงจัดตั้ง “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางรักษาโรคมะเร็ง ต่อมาโปรดให้ขยายขอบข่ายการให้บริการเป็นโรงพยาบาลตรวจรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางด้านอื่นๆ ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลว่า ควรมีการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ สถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์แบบครบวงจร

         โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นที่จะให้บริการทางการแพทย์ที่ดีด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเลิศได้มาตรฐานสากลและด้วยใจที่มีผู้ป่วยเป็นสำคัญ เพื่ีอแก้ปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศแก่ทุกชีวิตอย่างเสมอภาคและยั่งยืน สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานขององค์ประธานผู้ก่อตั้ง “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” ซึ่งเป็นพันธกิจที่โรงพยาบาลยึดถือตลอดระยะเวลา 10 ปี โดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์จะเป็นโรงพยาบาลของประชาชนคนไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาสที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน
ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี … และในโอกาสที่ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” เปิดดำเนินการให้บริการผู้ป่วยมาครบ 10 ปี หนังสือพิมพ์ “คม ชัด ลึก” ขอเรียบเรียงลำดับตั้งแต่เริ่มต้นพระปณิธาน จนกระทั่งสู่ 1 ทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงประชาราษฎร์
เริ่มต้นที่ปี 2545  ด้วย “พระปณิธาน” และ “น้ำพระทัย” อันยิ่งใหญ่ คือจุดเริ่มต้นพระดำริในการยกระดับการรักษาพยาบาลให้ได้มาตรฐานสากล ช่วยเหลือประชาชนไทยให้พ้นจากทุกข์ภัยของโรคมะเร็ง โดย วันที่ 30 มกราคม 2546 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง พร้อมพระราชทานเงินขวัญถุง จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

จากพระวิสัยทัศน์ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีการสร้างภาพในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดยทรงวางแนวทางการดำเนินงาน ทรงติดตามการก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนไทย เสด็จไปทรงเปิดอาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ใน วันที่ 19 กันยายน 2549
ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ต้องทนทุกข์จากโรคมะเร็ง มีพระดำริให้จัดตั้ง “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งขนาด 100 เตียง ยกระดับการรักษาให้ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การศึกษาวิจัยเพื่อค้นคว้าองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่  โดย วันที่ 29 ตุลาคม 2552 เสด็จไปทรงเปิดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์อย่างเป็นทางการ

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเล็งเห็นว่า อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญพอๆ กับ “ยา” นั่นคือ “กำลังใจ” ในการนี้ เสด็จไปทรงเยี่ยมผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมพระราชทานกำลังใจและดอกไม้ประดิษฐ์แก่ผู้ป่วย ให้มีจิตใจเข้มแข็งเพื่อดำรงชีวิตต่อไป ในวันที่ 4 พฤษภาคม  2555
อีกสามปีถัดมา วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 มีพระประสงค์ให้ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” เป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปพระราชทานพระโอวาทแก่คณะแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในการนี้มีพระดำริให้ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป” เพื่อขยายการรักษาจากเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเป็นการรักษาผู้ป่วยทั่วไป ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ โครงการจัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนต่อขยายขนาด 400 เตียง ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นโรงพยาบาลที่พร้อมเป็นที่พึ่งพิงของคนไทยให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
และในปี 2559 จากหนึ่งพระปณิธานเพื่อการช่วยเหลือชีวิต “พัฒนาต่อยอด” สู่การสร้างคนให้เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต โดยวันที่ 18 เมษายน 2559 กำเนิดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์….ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ว่าควรมีการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จึงดำเนินการพัฒนาต่อยอดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้เป็น “วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” สถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ในกำกับของรัฐ ที่มีพระประสงค์ให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559 โดยมี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาภายใต้สังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี ในวันที่ 19 สิงหาคม 2560 จากอาคารหลังแรก สู่ “ส่วนต่อขยายการให้บริการทางการแพทย์” ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้พระราชทานนามศูนย์การแพทย์ ภายใต้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 100 เตียง ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 50 เตียง ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง​
ในการนี้ เสด็จไปทรงเปิดอาคาร “ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ” ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560 เป็นโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 50 เตียง ตรวจรักษาผู้ป่วยโรคทั่วไปและศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ได้แก่ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ คลินิกจักษุ คลินิกโรคผิวหนังและเลเซอร์ คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ในวันที่ 1 ธันวาคม 2560

ปี 2560 สานต่อพระปณิธาน ตามรอยที่พ่อให้ทำ 5 ธันวาคม 2561 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์อาคาร “ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์” อันมีความหมายว่า ศูนย์การแพทย์ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง เพื่อถวายราชสดุดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยจะเป็นอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง และเป็นอาคารการศึกษาและวิจัยของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2564
กระทั่ง 2562 สู่ 1 ทศวรรษ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ “ยกระดับการรักษา” สู่เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นเลิศเพื่อปวงชนชาวไทย “พัฒนาต่อยอด” สู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยให้บริการเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิตอย่างเสมอภาค พร้อม “เป็นที่พึ่งพิง” ดูแลทุกชีวิตด้วยหัวใจ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทุกคนทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา
ในโอกาสนี้ ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยทีมแพทย์จุฬาภรณ์ ร่วมจัดกิจกรรมครบรอบ 10 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ “จากพระปณิธาน…สู่ 1 ทศวรรษโรงพยาบาลจุฬาภรณ์” ภายใต้แนวคิด “ยกระดับการรักษา“…สู่เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นเลิศ ”พัฒนาต่อยอด“…สู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยให้บริการเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิตอย่างเสมอภาค และ ”พร้อมเป็นที่พึ่งพิง…สู่การดูแลทุกชีวิตด้วยหัวใจ”  ขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ที่ลานอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เวลา 13.30 น. เพื่อร่วมสมทบทุนเข้า “โครงการศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์”…ดั่งพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี…ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ปาร์ตี้เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377862

ปาร์ตี้เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรี่

วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 – 13:32 น.
อ๋อง วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์,การแต่งบ้านสไตล์นอร์ดิก,กูบิ,บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด,พลอย ปิ่นแสง,วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา,คิด คณชัย เบญจรงคกุล,กูบิ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,152 ครั้ง

นอร์ส รีพับบลิคเปิดประตูต้อนรับคนรักการแต่งบ้านสไตล์นอร์ดิก

“มิกซ์ ยัวร์ ไอเดีย, แมทช์ ยัวร์ สไตล์” ให้คุณสนุกไปกับการมิกซ์ไอเดียและค้นหาแรงบันดาลใจในการเลือกเฟอร์นิเจอร์จากแถบสแกนดิเนเวีย “อ๋อง” วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด เปิดประตูต้อนรับคนรักการแต่งบ้านสไตล์นอร์ดิก แนะนำแบรนด์ กูบิ (GUBI) แบรนด์ดีไซน์จากประเทศเดนมาร์กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมปาร์ตี้เปิดบ้านต้อนรับแขกคนสำคัญ อาทิ “ขวัญ” สู่ขวัญ บูลกุล, “แพร” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, “แนท” ธนวลัย วัชรพล, “นิล” ญาณินท์ วีระไวทยะ, ธชล ขจรมาศบุษป์, พลอย ปิ่นแสง, “มีมี่” มิลิน ยุวจรัสกุล, แสงแข เหมกมลเศรษฐ์, พรนภา เกียรติศรีชาติ, พอล สิริสันต์, อธิชัย โปษยานนท์, “อู้” นพปฎล พหลโยธิน, สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง, ทัตวร สุกัณศีล, สธน ตันตราภรณ์ ฯลฯ ให้ได้มาเพลิดเพลิดกับอาหารรสชาติเยี่ยมจาก เชฟชาลี กาเดอร์ ที่มาโชว์ลีลาการทำอาหารให้ดูกันสดๆ ที่นอร์ส รีพับบลิค สุขุมวิท เมื่อวันก่อน

อธิชัย โปษยานนท์

เนตรดาว -สุธาชล วัฒนะสิมากร

เซเลบสาวแฟชั่นอย่าง “มี่” เนตรดาว วัฒนะสิมากร เผยว่า จะเลือกเฟอร์นิเจอร์จากความชอบเป็นหลัก ประกอบกับสามี (สุธาชล วัฒนะสิมากร) เป็นนักสะสมเฟอร์นิเจอร์และชื่นชอบการแต่งบ้านในสไตล์นี้อยู่แล้ว ทำให้คุ้นเคยกับแบรนด์จากฝั่งสแกนดิเนเวียเป็นอย่างดี นอกจากดีไซน์ร่วมสมัยสิ่งสำคัญคือฟังก์ชันการใช้งาน เก้าอี้ต้องนั่งสบาย โคมไฟต้องให้แสงสบายตา ซึ่งการเลือกวัสดุคุณภาพดีก็จะทำให้ของแต่งบ้านเหล่านี้อยู่กับเราไปได้ตลอด

นพปฎล พหลโยธิน

คณชัย เบญจรงคกุล

ด้านหนุ่มหล่อผู้หลงใหลในงานศิลปะ “คิด” คณชัย เบญจรงคกุล เผยสไตล์เลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับการแต่งห้องในแบบตัวเองว่า เวลาเลือกเฟอร์นิเจอร์จะเลือกจากรูปแบบดีไซน์ วัสดุ และฟังก์ชันเป็นหลัก เช่น ถ้าซื้อเก้าอี้ โซฟา ก็จะลองนั่งดูก่อน และเลือกที่นั่งที่ให้สัมผัสสบาย ส่วนมุมโปรดของบ้านที่ชอบตกแต่งมากๆ จะเป็นห้องนั่งเล่น โดยจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่โดดเด่นให้สะดุดตาแขกมาวางไว้ และส่วนห้องนอนจะเลือกเก้าอี้ข้างเตียงให้นั่งแล้วสบาย เพราะเป็นไอเทมที่เราใช้บ่อย นอกจากนี้ผมเป็นคนที่ชอบเล่นกับโทนสีด้วย สมมุติถ้าใช้พรมสีเขียว ก็อาจจะเลือกเก้าอี้โทนสีเบจ เล่นโทนสีส้มๆ ไปเลย เพื่อให้ห้องดูโดดเด่นขึ้น

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

พลอย ปิ่นแสง

วีกฤษฏิ์-จงกล พลาฤทธิ์ ต้อนรับ โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์

ต่อด้วยเซเลบริตี้หนุ่มผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่น “โอ” โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ เผยสไตล์แต่งห้องสุดโปรดของตัวเองเช่นกันว่า เน้นแบบ Timeless ดูแล้วอยู่ได้นาน มักจะชอบเฟอร์นิเจอร์ที่ดูคลีน วางไว้ในบ้านแล้วดูไม่ขัดตา โดยจะเลือกดูเรื่องฟังก์ชันกับดีไซน์ด้วย เพราะเมื่อเราวางเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างในห้องมันก็เหมือนงานศิลปะ มองว่าเป็นถ้าเลือกดีๆ จะเป็นมาสเตอร์พีซได้เลย จึงต้องเลือกที่เรามองทุกวันแล้วเราไม่เบื่อ และถึงแม้ว่าบางชิ้นอาจจะราคาแพง แต่ถ้าเป็นสินค้าดีมีคุณภาพ แล้วอยู่กับเราได้ตลอด

สธน ตันตราภรณ์

เสริมลุคหล่อ-สวยด้วยเรือนเวลาหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377697

เสริมลุคหล่อ-สวยด้วยเรือนเวลาหรู

วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 – 11:00 น.
มิโด,มิโด เพรส พรีเซนเทชั่น โนเวลตี้ 2019,ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม,ฟรานซ์ ลินเดอร์
เปิดอ่าน 2,580 ครั้ง

เสริมสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยเรือนเวลาดีไซน์โก้หรู

เสริมสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยเรือนเวลาดีไซน์โก้หรูจากแบรนด์ ‘มิโด’ ที่ล่าสุดได้จัดงาน “มิโด เพรส พรีเซนเทชั่น โนเวลตี้ 2019: ลันช์ ปาร์ตี้” อวดโฉมเรือนเวลาดีไซน์หรูจำนวน 40 เรือนที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดีในบรรยากาศการรับประทานอาหารอากลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เมื่อบ่ายวันก่อน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงาน ได้แก่ “คุณหมูตั้ง” ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, “โบว์” ณชา จึงกานต์กุล และ “นิน” ชนินทร์ เตรัตนชัย

ฟรานซ์ ลินเดอ-ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม

  ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นาฬิกาแบรนด์ “มิโด” บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง ประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า ‘งานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการแนะนำนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2019 จากแบรนด์มิโด โดยจะมีนาฬิกาทั้งหมดจำนวน 40 เรือนที่มีดีไซน์โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวชาวไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งตรงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาจัดแสดงโชว์ ทั้งยังได้รับเกียรติจาก ฟรานซ์ ลินเดอร์ ประธานบริหารร่วมแนะนำเรือนเวลาในแต่ละคอลเลกชั่นด้วย

ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

          ภายในงานได้เปิดตัวมีเรือนเวลาดีไซน์หรูกว่า 40 เรือน ซึ่งหลังจากชมแต่ละคอลเลกชั่นแล้ว เหล่าเซเลบริตี้ต่างร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาเสริมสไตล์ตัวเองให้โดดเด่น พร้อมการดูแลรักษาให้สวยทนอย่างยาวนาน เริ่มที่ดีไซเนอร์สาว “ปอนด์” หฤทัย เผยว่า ส่วนตัวเน้นสวมนาฬิกาเวลาที่ต้องออกงานสำคัญ เพราะมองว่านาฬิกาเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ โดยจะเลือกนาฬิกาที่มีดีไซน์สวยหรูเข้ากับชุด จะเป็นพวกนาฬิกาสายสเตนเลสสตีลหรือสายหนังโทนสีเข้ม ตัวเรือนเล็กๆ ขนาดพอดีกับข้อมือ มีหน้าปัดตกแต่งด้วยไข่มุกหรือเพชรก็จะช่วยขับลุคให้ดูดีมากขึ้น และหลังจากสวมใส่เสร็จควรเช็ดทำความสะอาดและเก็บในที่แห้ง ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการใส่นาฬิกาหรูออกไปทำกิจกรรมแนวผจญภัยเพื่อไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน

ณชา จึงกานต์กุล

          ถัดมาที่เวิร์กกิ้งวูแมนสาว “โบว์” ณชา เล่าว่า ด้วยการทำงานที่ต้องมีการดูแลธุรกิจในหลากหลายด้านมีทั้งการประชุมงาน เดินทางออกไปดูหน้าร้าน ก็มักจะเน้นเลือกสวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีความสะดวกสบายคล่องตัว โดยนาฬิกาที่เลือกก็ต้องสามารถใส่แล้วเข้าได้กับทุกชุด รวมทั้งถูกต้องตามกาลเทศะด้วย โดยจะเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์หรูแต่คงความคลาสสิกด้วยสายหนังโทนสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม ด้านหน้าปัดอาจจะประดับด้วยเพชรหรือพลอยสีก็จะช่วยดึงดูดความสนใจ

ชนินทร์ เตรัตนชัย

          ปิดท้ายที่หนุ่มนักธุรกิจ “นิน” ชนินทร์ เล่าว่า เวลาทำงานต้องมีออกไปพบปะลูกค้า นอกจากการแต่งตัวที่ดูดีและถูกกาลเทศะแล้ว ก็จะเลือกสวมนาฬิกาเพื่อช่วยเสริมลุคให้ดูสมาร์ทมีความน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น โดยนาฬิกาจะต้องมีดีไซน์คลาสสิก สายสเตนเลสสตีลสีเงิน มีขนาดหน้าปัดที่ใหญ่พอดีกับข้อมือ และอาจจะมีลูกเล่นเป็นนาฬิกาที่บอกวันที่ได้ด้วย ซึ่งนาฬิกาสายสเตนเลสนี้นอกจากจะใส่ทำงานได้แล้ว ยังสามารถสวมออกกำลังกายได้ด้วย เวลาที่โดนเหงื่อก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะเท่าพวกนาฬิกาสายหนัง ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี