โครเอเชียเจอแผ่นดินไหวซ้ำสองก่อนสิ้นปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641583

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 13:59 น.โครเอเชียเจอแผ่นดินไหวซ้ำสองก่อนสิ้นปี   ชาวโครเอเชียเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย หลังแผ่นดินไหว 6.4 แมกนิจูดเขย่าตอนกลางประเทศ 

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 แมกนิจูดในเมืองเปตรินญาทางตอนกลางของโครเอเชียเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (29 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นอีกราว 1 ชั่วโมงให้หลังได้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกครั้ง

แรงสั่นสะเทือนครั้งแรกรับรู้ไปทั่วคาบสมุทรบอลข่าน ไม่ว่าจะเป็นกรุงซาเกร็บซึ่งอยู่ห่างราว 48.2 กิโลเมตร และประเทศเพื่อนบ้านอย่างบอสเนีย เซอร์เบีย และไกลถึงอิตาลี  

ทางการเปิดเผยว่าเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี และคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองเปตรินญาเผยว่าเมืองราวครึ่งเมืองถูกทำลาย โดยมีผู้รอดชีวิตหลายคนถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพัง 

ในบรรดาอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มรวมถุงโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง แต่เคราะห์ดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ในโรงเรียน   

มาริกา เพฟโลวิช ชาวบ้านวัย 72 ปีเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “กระเบื้องทุกแผ่นในห้องน้ำแตกหมด จานชามตกลงมาแตกกระจาย แม้พวกเราจะอยากกลับบ้านแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันไม่มีไฟฟ้า” 

เหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ธ.ค.มีแผ่นดินไหวขนาด 5.0 ใกล้กับเมืองเปตรินญา และเมื่อเดือน มี.ค. มีเหตุแผ่นเดินไหวขนาด 5.3 ที่กรุงซาเกร็บ มีผู้ชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 27 ราย

วิจัยชี้อู่ฮั่นอาจมีคนติดโควิดมากกว่าที่จีนเปิดเผย 10 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641566

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 11:57 น.วิจัยชี้อู่ฮั่นอาจมีคนติดโควิดมากกว่าที่จีนเปิดเผย 10 เท่าผลการสุ่มตรวจแอนติบอดี้ผู้คนในอู่ฮั่นพบอาจมีผู้เคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสเกือบ 10 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการ  

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีน (CDC) เผยผลการสุ่มตรวจหาแอนติบอดี้ต้านเชื้อโคโรนาไวรัสในเลือดของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งพบว่าอาจมีผู้เคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นต้นตอการระบาดของ Covid-19 ถึงเกือบ 500,000 คน หรือสูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการเกือบ 10 เท่า

การศึกษาดังกล่าวทำขึ้นในเดือน เม.ย. หรือ 1 เดือนหลังจากควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว โดยการสุ่มตรวจชาวจีน 34,000 คนจากพื้นที่ต่างๆ อาทิ เมืองอู่ฮั่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง มณฑลเจียงซู มณฑลเสฉวน มณฑลเหลียวหนิง เพื่อศึกษาอัตราการติดเชื้อ

ผลการศึกษาพบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่นมีอัตราการพบแอนติบอดีอยู่ที่ 4.43% ของประชากรทั้งหมด โดยเมืองอู่ฮั่นมีประชากรราว 11 ล้านคน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจมีคนเคยติด Covid-19 เกือบ 500,000 คน แต่ในขณะนั้นทางการระบุว่าพบผู้ติดเชื้อราว 50,000 คน

ขณะที่นอกเมืองอู่ฮั่นมีอัตราการพบแอนติบอดีอยู่ที่ 0.44 % เท่านั้น ซึ่ง CDC ของจีนระบุว่าเป็นการชี้วัดว่าจีนควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้กระจายเป็นวงกว้างได้ดี

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาจีนถูกนานาชาติวิจารณ์เรื่องการรับมือกับ Covid-19 และการนับจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

และผลการศึกษาชิ้นนี้อาจทำให้ข้อกล่าวหานี้วนกลับมาอีกครั้ง ทว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะรายงานตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงในช่วงที่เกิดการระบาดอย่างหนัก เนื่องจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการตรวจอาจจำกัด โรงพยาบาลเนืองแน่นไปด้วยผู้ป่วย หรือการติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ เป็นต้น

เปิดลิสต์บทความที่ชาวโลกเปิดอ่านมากที่สุดในวิกิพีเดียปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641528

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 09:30 น.เปิดลิสต์บทความที่ชาวโลกเปิดอ่านมากที่สุดในวิกิพีเดียปี 2020ปีนี้ชาวโลกเปิดอ่านบทความเรื่อง ‘Covid-19’ ในวิกีพีเดียมากสุด

มูลนิธิวิกิมีเดีย (Wikimedia Foundation) เผย 25 อันดับบทความภาษาอังกฤษที่มีคนเปิดอ่านมากที่สุดในเว็บไซต์ฐานข้อมูลวิกิพีเดีย (Wikipedia) ประจำปี 2020 โดยบทความที่มีคนอ่านมากที่สุด ได้แก่ COVID-19 pandemic (โรคระบาดโควิด-19) มียอดคลิกอ่านทั้งหมด 83,040,504 ครั้ง (pageview)

3 บทความที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโคโรนาไวรัสคือ COVID-19 pandemic (โรคระบาดโควิด-19) ในอันดับ 1, coronavirus (โคโรนาไวรัส) ในอันดับ 6 และ COVID-19 pandemic by country and territory (โรคระบาดโควิด-19 รายประเทศและดินแดน) ในอันดับ 8 มียอดอ่านรวมกันทั้งหมด 145 ล้านครั้ง

ส่วนบทความที่มียอดอ่านสูงสุดอันดับ 2 ได้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ 55,472,791 ครั้ง และยังมีบทความที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐติดท็อป 10 อีก อาทิ คามาลา แฮร์ริส (อันดับ 4 อ่าน 38,319,706 ครั้ง) โจ ไบเดน (อันดับ 5 อ่าน 34,281,120 ครั้ง) และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 (อันดับ 9 อ่าน 24,313,110 ครั้ง)

นอกจากนี้ ยังมีบทความอื่นติดอันดับอีก อาทิ โคบี ไบรอันต์, สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2, อีลอน มัสค์, แชสวิก โบสแมน เป็นต้น

ประมวลภาพเหตุการณ์เด่นแห่งปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641447

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 20:00 น.ประมวลภาพเหตุการณ์เด่นแห่งปี 2020รวบรวมภาพเด่นจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2020

ฝูงลิงในมาเลเซียเล่นหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ขาดไม่ได้ของทุกคนในปีนี้ซึ่งกลายเป็นขยะเกลื่อนโลก (ภาพเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม)

ประชาชนสวมขวดพลาสติกเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาหลังประเทศจีนออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (ภาพเมื่อวันที่ 31 มกราคม)

ห้องเรียนแบบนิวนอร์มอลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในไทเป (ภาพเมื่อวันที่ 29 เมษายน)

เจ้าหน้าที่ในอินโดนีเซียทำการฝังศพเหยื่อไวรัสโคโรนา ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเกือบ 2 ล้านคนทั่วโลก (ภาพเมื่อวันที่ 29 กันยายน)

ผู้คนประท้วงเพื่อความเท่าเทียมของคนผิวสีหลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ในรัฐมินนิโซตา (ภาพเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน)

เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไฟป่าที่กำลังลุกลามในแคลิฟอร์เนีย (ภาพเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน)

ตำรวจปราบปรามผู้ประท้วงในฮ่องกงที่ชุมนุมต่อต้านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (ภาพเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม)

ไฟป่าครั้งรุนแรงในสหรัฐอเมริกาส่งผลให้เมืองทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีส้ม (ภาพเมื่อวันที่ 9 กันยายน)

สงครามระหว่างอาร์เมเนียและอาร์เซอร์ไบจานในพื้นที่นากอร์โน-คาราบัค ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี (ภาพเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม)

ตำรวจอินโดนีเซียเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงกฎหมายแรงงานซึ่งถูกกล่าวหาว่าเอื้อต่อนายทุนและกดขี่ชนชั้นแรงงาน (ภาพเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม)

ประท้วงใหญ๋ในซานติอาโก ประเทศชิลี เพื่อขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องความเท่าเทียม (ภาพเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม)

เหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทยซึ่งสื่อต่างชาติหลายรายร่วมบันทึกภาพ (ภาพเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน)

ชาวเฮติเดินขบวน ณ กรุงปอร์โตแปรงซ์เนื่องในโอกาสวันสิทธิมนุษยชนสากล (ภาพเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม)

เด็กชายคนหนึ่งโชว์รอยกระสุนปืนที่ถูกลูกหลงในเอธิโอเปีย (ภาพเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม)

ประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจโดนัลด์ ทรัมป์ ในรัฐจอร์เจีย (ภาพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม)

โจ ไบเดน กล่าวปราศัยในวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ หลังได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ (ภาพเมื่อ 14 ธันวาคม)

สุริยุปราคาที่มองเห็นได้จากประเทศอาร์เจนตินา (ภาพเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม)

ยานสำรวจดวงจันทร์ ‘ฉางเอ๋อ-5’ ของจีนกลับถึงโลกพร้อมเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ได้สำเร็จเป็นประเทศที่ 3 ของโลก (ภาพเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม)

เครื่องบินโบอิ้ง C-17 ของกองทัพอากาศกาตาร์สวนสนามเฉลิมฉลองวันชาติกาตาร์ (ภาพเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม)

ซานตากับเด็กน้อยในเทศกาลคริสต์มาสแบบนิวนอร์มอลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (22 ธันวาคม)

ภาพโดย : AFP

ฮุนเซนโวผลิตน้ำมันดิบหยดแรกเองได้แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641519

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 18:30 น.ฮุนเซนโวผลิตน้ำมันดิบหยดแรกเองได้แล้วฮุนเซนเผยกัมพูชาขุดเจาะน้ำมันดิบหยดแรกสำเร็จแล้วหลังรอมานาน

นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน ของกัมพูชาประกาศข่าวดีผ่านเฟซบุ๊คว่า กัมพูชาสามารถขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นมาใช้ได้เป็นครั้งแรกของประเทศแล้ว โดยประกาศว่าถือเป็นความสำเร็จครั้งใหม่ของเศรษฐกิจกัมพูชา

“น้ำมันดิบหยดแรกถูกขุดเจาะขึ้นมาแล้ว ปี 2021 กำลังจะมาถึง และเราได้รับของขวัญยิ่งใหญ่สำหรับประเทศของเรานั่นคือ การขุดเจาะน้ำมันดิบหยดแรกของประเทศ” ฮุนเซนระบุในเฟซบุ๊ค

ฮุนเซนยังกล่าวอีกว่า การขุดเจาะนี้ถือเป็นพรสำหรับชาวกัมพูชา ไม่ใช่คำสาปตามที่ผู้ไม่ประสงค์ดีบางคนกล่าวอ้าง

น้ำมันดังกล่าวขุดเจาะขึ้นมาจากน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองสีหนุวิลล์ หรือกำปงโสมในอ่าวไทย

บริษัท เชฟรอน ของสหรัฐสำรวจพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งของกัมพูชาครั้งแรกเมื่อปี 2005 ส่งผลให้กัมพูชาถูกจับตามองว่าจะเป็นแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ของภูมิภาค โดยรัฐบาลคาดว่ามีน้ำมันอยู่ใต้ท้องทะเลหลายร้อยล้านบาร์เรล

ทว่า ในขณะนั้นการขุดเจาะต้องชะงัก เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาและเชฟรอนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงส่วนแบ่งรายได้ ส่งผลให้เชฟรอนขายหุ้นให้กับบริษัท คริสเอนเนอจี (KrisEnergy) เมื่อปี 2014 ซึ่งปัจจุบันคริสเอนเนอจีถือหุ้น 95% ส่วนที่เหลือเป็นของรัฐบาลกัมพูชา

คริสเอนเนอจีคาดว่าในช่วงแรกจะผลิตน้ำมันได้สูงสุดราว 7,500 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งไม่มากเมื่อเทียบกับการผลิตน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและไทย ทว่าปริมาณดังกล่าวถือเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับรัฐบาลกัมพูชา โดยเมื่อปี 2017 รัฐบาลประเมินว่าจะได้ค่าภาคหลวงและภาษี 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 15,021 ล้านบาทในระยะแรก

รัสเซียยอมรับยอดเสียชีวิตโควิดสูงกว่าที่รายงาน 3 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641515

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 16:32 น.รัสเซียยอมรับยอดเสียชีวิตโควิดสูงกว่าที่รายงาน 3 เท่ารัสเซียกลายเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก หลังรายงานตัวเลขแท้จริง

สำนักงานสถิติของรัสเซียเผยว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสาเหตุทั้งหมดระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ย. ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 229,700 รายเมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี ตาเตียนา โกลิโควา เผยว่า กว่า 81% ของตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุมาจาก Covid-19 ซึ่งหมายความว่ามีชาวรัสเซียกว่า 186,000 รายที่เสียชีวิตจากเชื้อโคโรนาไวรัส

ทว่ากระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 เพียง 55,265 รายซึ่งน้อยกว่าในประเทศที่มีการระบาดหนักเหมือนรัสเซีย หมายความว่ารัสเซียรายงานผู้เสียชีวิตน้อยกว่าตัวเลขจริงมากกว่า 3 เท่า

ตัวเลขใหม่นี้ส่งผลให้รัสเซียขยับเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐและบราซิล ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อ้างว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสของรัสเซียต่ำ และยังบอกอีกว่ารัสเซียรับมือกับการระบาดได้ดีกว่าประเทศตะวันตก ทว่าตั้งแต่ช่วงที่ Covid-19 ระบาดแรกๆ ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียบางรายเผยว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์การระบาดของประเทศ

สภาสหรัฐไฟเขียวเพิ่มเงินเยียวยาโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641502

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 14:30 น.สภาสหรัฐไฟเขียวเพิ่มเงินเยียวยาโควิดชาวอเมริกันจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสูงสุดคนละ 60,140 บาท

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากลงมติ 275 ต่อ 134 เสียง เห็นชอบให้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 จากเดิมที่จะได้รับคนละ 600 เหรียญสหรัฐ หรือ 18,042 บาท เป็น 2,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 60,140 บาท

การมีสิทธิ์ได้รับเช็คจะพิจารณาจากการคืนภาษีล่าสุดของแต่ละบุคคล โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือคู่สมรสที่มีรายได้รวมกัน 150,000 เหรียญสหรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือเต็มจำนวน และจำนวนเงินช่วยเหลือที่จะได้รับต่อคนจะลดลง 5 เหรียญสหรัฐ ทุกๆ 100 เหรียญสหรัฐที่เกินจาก 75,000 เหรียญสหรัฐ และผู้ที่มีเงินได้เกิน 99,000 เหรียญสหรัฐ หรือคู่สมรสที่มีเงินได้รวมกันเกิน 198,000 เหรียญสหรัฐจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ

จากนี้มาตรการดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้วุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากพิจารณาต่อไป ซึ่งอาจต้องลุ้นกันเล็กน้อย เนื่องจากสมาชิกจากพรรครีพับลิกันหลายคนกังวลว่าการเพิ่มเงินช่วยเหลือจะเป็นภาระทางการคลังของประเทศ

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้แก้ไขเพิ่มเงินช่วยเหลือก่อนการลงนามกฎหมายงบประมาณ ซึ่งรวมเงินช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่เพิ่งอนุมัติครั้งล่าสุดเป็นเงิน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทรัมป์สนับสนุนให้เพิ่มเงินช่วยเหลือชาวอเมริกันและตัดลดเงินช่วยเหลือต่างชาติ

ญี่ปุ่นงานเข้าอีก! เจอเชื้อกลายพันธุ์อีกชนิดที่มาจากแอฟริกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641496

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 12:26 น.ญี่ปุ่นงานเข้าอีก! เจอเชื้อกลายพันธุ์อีกชนิดที่มาจากแอฟริกาญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่อีกชนิดที่มาจากแอฟริกา หลังเพิ่งพบเชื้อกลายพันธุ์ชนิดเดียวกับอังกฤษไม่กี่วันก่อน

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสกลายพันธุ์ชนิดเดียวกับในแอฟริกาใต้เป็นเคสแรกของประเทศ โดยผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นหญิงวัย 30 ปีเศษ เดินทางจากแอฟริกาใต้มาถึงสนามบินนาริตะ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม

ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นตรวจพบผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์จากอังกฤษมาแล้ว 8 คน ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้สั่งห้ามชาวต่างชาติจากแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา แต่อนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นเดินทางกลับเข้ามาได้ แต่จะต้องมีใบรับรองการตรวจโควิด-19 ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง ซึ่งมาตรการนี้บังคับใช้กับผู้ที่เดินทางมาจากอังกฤษด้วย ทั้งยังห้ามชาวต่างชาติจากประเทศอื่นเดินทางเข้าญี่ปุ่นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการแรพ่ระบาดระลอกที่ 3 โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันทำสถิติสูงสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่ 3,881 ราย และมีผู้เสียชีวิตสูงสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 64 ราย

พบหมาป่าโบราณถูกแช่แข็งนาน 56,000 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641450

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 09:37 น.พบหมาป่าโบราณถูกแช่แข็งนาน 56,000 ปีนักวิจัยเผยเป็นซากที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบ

วารสาร Current Biology เผยแพร่การค้นพบซากลูกสุนัขป่าโบราณที่ถูกฝังอยู่ในชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) มานานกว่า 56,000 ปีในดินแดนยูคอนทางตะวันตกสุดของแคนาดา ซึ่งถือเป็นซากสุนัขป่าที่สมบูรณ์ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา

ซากลูกสุนัขป่าตัวนี้ถูกพบโดยคนงานเหมืองทองที่กำลังทะลายกำแพงโคลนที่กลายเป็นน้ำแข็งในเหมืองทองคลอนไดค์ใกล้กับเมืองดอว์สันซิตี

จูลี มีเชน ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดมอยส์ในรัฐไอโอวาของสหรัฐเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ซากมัมมี่นี้สมบูรณ์มาก มีทั้งผิวหนังทั้งหมดยังอยู่ ขนส่วนใหญ่ และเนื้อเยื่ออ่อนทั้งหมดก็ยังคงอยู่ และซากลูกสุนัขป่าตัวนี้มีอายุราว 56,000 ปี

ซากลูกสุนับป่าเพศเมียตัวนี้นับเป็นซากที่เกาแก่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา และช่วยให้นักวิจัยสามารถค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดได้ว่าการใช้ชีวิตของมันน่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

จากการใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลูกสุนัขตัวนี้ตายตอนอายุระหว่าง 6-7 สัปดาห์ ขณะที่เทคโนโลยีการวิเคราะห์ไอโซโทปเสถียรพบว่ามันมีชีวิตอยู่ในช่วงที่ธารน้ำแข็งกำลังละลาย

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าอาหารของลูกสุนัขตัวนี้ได้รับอิทธิพลจากการอยู่ใกล้ชิดกับแหล่งน้ำ อาหารส่วนใหญ่จึงเป็นสัตว์น้ำ อาทิ แซลมอน หรืออาจเป็นนกตามชายฝั่ง

ส่วนการวิเคราะห์ดีเอ็นเอพบว่า ลูกสุนัขสืบทอดเชื้อสายมาจากสุนัขป่าโบราณจากรัสเซีย ไซบีเรีย และอลาสกาซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสุนัขป่าในปัจจุบัน

นักวิจัยยังเผยอีกว่า การเกิดมัมมี่ในชั้นดินเยือกแข็งคงตัวต้องใช้สภาพแวดล้อมพิเศษคือ ต้องตายบนพื้นที่ที่มีชั้นดินเยือกแข็งคงตัวซึ่งพื้นดินเป็นน้ำแข็งตลอดเวลา และต้องถูกฝังอย่างรวดเร็ว และด้วยสภาพที่สมบูรณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงลงความเห็นว่า ลูกสุนัขตัวนี้ตายแบบฉับพลัน ซึ่งอาจเป็นการที่รังพังลงมา เนื่องจากมันไม่ได้ขาดอาหารก่อนตาย

แม้จะมีการค้นพบซากสุนัขป่าสภาพสมบูรณ์ในไซบีเรียหลายครั้ง แต่ลูกสุนัขป่าโบราณตัวนี้ถูกพบที่อเมริกาเหนือซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ศาลจีนเริ่มพิจารณาคดี 12 ม็อบฮ่องกง ส่อคุกสูงสุด 7 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641444

วันที่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 19:00 น.ศาลจีนเริ่มพิจารณาคดี 12 ม็อบฮ่องกง ส่อคุกสูงสุด 7 ปีศาลประชาชนสูงสุดในเมืองเซินเจิ้นพิจารณาคดีนักเคลื่อนไหวฮ่องกงเป็นการภายในห้ามคนนอกเข้ารับฟัง

วันนี้ (28 ธ.ค.) รอยเตอร์สและอัลจาซีรารายงานว่า ศาลประชาชนสูงสุดในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน นัดไต่สวนพิจารณาคดีนักเคลื่อนไหวฮ่องกง 10 คน จากทั้งหมด 12 คนที่ถูกคุมขังอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น

โดยทางการจีนได้ควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวฮ่องกงทั้ง 12 คน เป็นชาย 11 คน และหญิง 1 คน ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังไต้หวัน เมื่อวันที่ 23 ส.ค. โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกง

ทั้งนี้ ศาลประชาชนสูงสุดนัดไต่สวนเป็นการภายใน ซึ่งให้เหตุผลว่าเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จึงไม่อนุญาตให้สื่อและประชาชนภายนอกเข้าร่วมรับฟัง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า นักเคลื่อนไหว 10 คนถูกตั้งข้อหาลักลอบข้ามพรมแดนโดยผิดฎหมาย ซึ่งอาจมีโทษจำคุกถึง 7 ปี ส่วนอีก 2 คนยังเป็นผู้เยาว์ซึ่งอายุไม่ถึง 18 ปี จึงต้องนัดไต่สวนพิจารณาคดีแยกต่างหาก

อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าทั้ง 10 คนปรากฏตัวต่อศาลหรือเข้ารับฟังการไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ครอบครัวของหนึ่งในนักเคลื่อนไหวเปิดเผยว่า แม้แต่สมาชิกในครอบครัวก็ไม่มีสิทธิเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดี และจำเลยทุกคนถูกปฏิเสธไม่ให้แต่งตั้งทนายความ โดยรัฐบาลฮ่องกงไม่สามารถให้การช่วยเหลือนักเคลื่อนไหวทั้ง 12 คนได้

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักการทูตจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย ซึ่งทั้งหมดถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับต่างชาติ

ขณะที่สหรัฐเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมทั้งหมดทันที โดยพยายามส่งนักการทูตสหรัฐเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีแต่ถูกปฏิเสธ โดยสถานทูตสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ว่า “สิ่งที่ทางการจีนเรียกว่า “อาชญากรรม” คือการหลบหนีการปกครองแบบเผด็จการ จีนคอมมิวนิสต์จะไม่ยอมนิ่งเฉยเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนแสวงหาอิสรภาพจากที่อื่น”

ด้านจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า สหรัฐควรหยุดแทรกแซงกิจการในประเทศ และปฏิเสธการควบคุมสิทธิและเสรีภาพโดยกล่าวว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อความเป็นระเบียบของประเทศ

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP