มาดูร้านสตรีทฟู้ด 2,000 ปีในเมืองปอมเปอี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641348

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 15:27 น.มาดูร้านสตรีทฟู้ด 2,000 ปีในเมืองปอมเปอีนักโบราณคดีค้นพบร้านอาหารและเครื่องดื่มริมทางในเมืองปอมเปอีพร้อมภาชนะและวัตถุดิบยังอยู่ครบ

รอยเตอร์สรายงานว่านักโบราณคดีค้นพบร้านอาหารและเครื่องดื่มริมทางอายุราว 2,000 ปี ในเมืองปอมเปอีซึ่งเป็นเมืองที่ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าหินภูเขาไฟหลังเกิดภูเขาไฟระเบิดตั้งแต่ปี ค.ศ.79

ร้านดังกล่าวสร้างด้วยปูนเปียก หน้าเคาน์เตอร์ตกแต่งด้วยจิตรกรรมสีสันสดใสเป็นภาพสัตว์ซึ่งคาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในอาการที่ขาย เช่น ไก่ และเป็ด นอกจากนี้ยังพบไหสำหรับบรรจุอาหารร้อน ชามทองสัมฤทธิ์ที่เรียกว่า “ปาเตรา” โถเซรามิกที่ใช้สำหรับทำซุป ขวดไวน์ และโถ

รวมถึงร่องรอยอาหารที่มีอายุราว 2,000 ปี โดยวาเลเรีย อโมเรตติ นักมานุษวิทยาเผยว่ามีการพบร่องรอยของเนื้อหมู เนื้อวัว ปลา และหอยทากในภาชนะ แสดงให้เห็นว่ามีการใช้สัตว์นานาชนิดมาปรุงอาหาร

นักโบราณคดีคาดว่านี่คือร้านอาหารริมทางสำหรับผู้คนชาวโรมันที่สัญจรไปมาเมื่อหลายพันปีก่อน และแมสซิโม โอซานน่า ผู้อำนวยการอุทยานโบราณคดีปอมเปอีกล่าวว่าการค้นพบครั้งนี้เป็นการค้นพบที่พิเศษอย่างยิ่ง

Photo by Luigi Spina / AFP

ยูเอ็นห่วงแรงงานไทยในเกาหลีใต้เสียชีวิตพุ่งหลายร้อยราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641333

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 14:00 น.ยูเอ็นห่วงแรงงานไทยในเกาหลีใต้เสียชีวิตพุ่งหลายร้อยรายเปิดเผยข้อมูลแรงงานไทยเสียชีวิตในเกาหลีใต้จำนวนมาก ซ้ำเจอติดโควิดอีก 67 ราย สถานทูตไทยยันไม่ทอดทิ้ง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในเกาหลีใต้ยังคงวิกฤต ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวมทั่วประเทศ 55,902 ราย โดยข้อมูลล่าสุดจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อเป็นชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ 67 ราย สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดที่ร้านอาหารไทยในเมืองชอนัน

ก่อนหน้านี้มูลนิธิทอมสันรอยเตอร์สยังได้เปิดเผยว่ามีแรงงานชาวไทยเสียชีวิตที่เกาหลีใต้จำนวนมาก โดยอ้างอิงข้อมูลจากสถานทูตไทยในกรุงโซลพบว่านับตั้งแต่ปี 2015 มีคนไทยอย่างน้อย 522 คนเสียชีวิตในเกาหลีใต้ ซึ่ง 84% เป็นแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

โดยในปีนี้มียอดเสียชีวิตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์คือ 122 คน ท่ามกลางความกังวลของแรงงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ระหว่างปี 2015-2018 แรงงานไทยในเกาหลีใต้เสียชีวิตถึง 283 คนซึ่งเป็นสถิติที่มากกว่าแรงงานไทยในประเทศอื่นๆ ทุกประเทศ

ทั้งนี้ คนไทยทั้งหมด 40% ไม่ทราบสาเหตุการตาย และที่เหลือเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพ, อุบัติเหตุ และการฆ่าตัวตาย

นิลิม บารัวห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) แห่งองค์การสหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวโดยมองว่าเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสนใจและตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซึ่งแรงงานที่ไม่มีเอกสารจะได้รับการคุ้มครองน้อย และมีความน่าเป็นห่วงด้านสุขภาพและความปลอดภัย

ด้านองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานแห่งสหประชาชาติ (IOM) กล่าวว่ามีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวเช่นกันและกำลังติดตามสถานการณ์

ขณะที่กระทรวงแรงงานความยุติธรรมและการต่างประเทศของเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว และสถานทูตเกาหลีใต้ในกรุงเทพฯ ไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็น

ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแรงงานข้ามชาติไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะโดยรัฐบาลทั้งสองฝ่าย จึงไม่ค่อยได้รับความสนใจในการแก้ไขเยียวยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทำให้แรงงานตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น

แรงงานและเจ้าหน้าที่ไทยกล่าวว่าแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารในเกาหลีใต้หลายหมื่นคนทำงานหนักเกินไป ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล และไม่กล้าเรีกร้องเพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออกจากประเทศ

มูลนิธิทอมสันรอยเตอร์สได้พูดคุยกับแรงงานไทยในเกาหลีใต้ที่ไม่มีเอกสาร 7 คน โดยพวกเขาเผยว่าได้รับค่าจ้างน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และทำงานเป็นเวลานานในสภาพแวดล้อมที่สกปรกหรืออันตราย

ข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศของไทยเผยว่า คนไทยอย่างน้อย 460,000 คนทำงานในต่างประเทศทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย โดยเกาหลีใต้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ซึ่งมีแรงงานชาวไทยประมาณ 185,000 คน

Photo by Jung Yeon-je / AFP

ฮ่องกงล่าตัว 30 นักเคลื่อนไหวที่หนีไปต่างแดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641335

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 12:43 น.ฮ่องกงล่าตัว 30 นักเคลื่อนไหวที่หนีไปต่างแดนทางการฮ่องกงกำลังตามตัวนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่หนีไปอยู่ต่างประเทศ 30 คน และจนถึงตอนนี้ถูกรวบไปแล้ว 40 คน

สำนักข่าวเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตำรวจฮ่องกงตัวกำลังตามนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 30 คน ที่หนีไปกบดานอยู่ในต่างแดน ทั้งยุโรป สหรัฐ และไต้หวันเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีในข้อหาปลุกระดมให้เกิดความแตกแยก หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ขัดกับกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่จากทางการจีน ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

แหล่งข่าวเผยว่า คนที่ทางการฮ่องกงต้องการตัวรวมถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่าง ซิกซ์ตัส เหลียง ซึ่งหนีไปสหรัฐเมื่อวันที่ 30 พ.ย. และเท็ด ฮุย ซึ่งบินไปเดนมาร์กเมื่อปลายเดือน พ.ย.และขณะนี้อยู่ในอังกฤษ โดยทั้งคู่ยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อ

แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า ประเทศตะวันตกหลายประเทศได้ยกเลิกสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงหลังจากกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ใช้บังคับ มีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องสงสัยที่ทางการฮ่องกงต้องการตัวจะไม่ถูกส่งตัวกลับ แต่หากผู้ต้องสงสัยกลับฮ่องกงจะถูกจับกุมทันที

นอกจากนี้ หลังจากบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวถูกทางการฮ่องกงจับกุมตัวไปแล้ว 40 คน

ผู้นำเติร์กเมนิสถานอ้าง ‘ชะเอม’ ช่วยรักษาโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641326

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.ผู้นำเติร์กเมนิสถานอ้าง 'ชะเอม' ช่วยรักษาโควิดกูร์บันกูลี เบอร์ดีมูคาเมดอฟ ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถานอ้างว่าชะเอมสามารถต้านไวรัสโคโรนาได้ผล

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กูร์บันกูลี เบอร์ดีมูคาเมดอฟ ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถานกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีว่าชะเอมสามารถรักษาโรคโควิด-19 ได้

โดยอดีตทันตแพทย์เบอร์ดีมูคาเมดอฟ กล่าวว่า “นักวิทยาศาสตร์จากทุกประเทศกำลังมองหาแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพผ่านการศึกษาวิจัยมากมาย แต่หนึ่งในนั้นอาจเป็นรากชะเอม”

“ชะเอมสามารถยับยั้งไวรัสโคโรนา แม้ชะเอมสะกัดเพียงเล็กน้อยผสมน้ำก็สามารถยับยั้งการออกฤทธิ์ของไวรัสได้” เบอร์ดีมูคาเมดอฟกล่าวโดยไม่ได้อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ

พร้อมเสริมว่าเติร์กเมนิสถานมีชะเอมจำนวนมาก และสั่งการให้สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติทำการศึกษาวิจัยสรรพคุณของชะเอมเพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้ เบอร์ดีมูคาเมดอฟมักเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมพืชและสัตว์ในประเทศมาตลอด โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาได้แนะนำให้ประชาชนใช้ต้นฮาร์มาล (wild rue) มาเผาไฟเพื่อเป็นยาต้านโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศเติร์กเมนิสถานเลยแม้แต่คนเดียว

ฮิวแมนไรท์เรียกร้องดูแลที่พักแรงงานต่างด้าวให้ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641301

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 09:00 น.ฮิวแมนไรท์เรียกร้องดูแลที่พักแรงงานต่างด้าวให้ดี  ข้อเรียกร้องนี้เกิดขึ้นหลังจากแรงงานเมียนมาถูกนายจ้างไทยทิ้งไว้กลางทาง

ฮิวแมนไรท์สวอทช์เรียกร้องให้รัฐบาลและนายจ้างดูแลที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างด้าวให้ดี รวมทั้งแก้ไขกฎหมายวีซ่า

ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์สวอทช์ เอเชีย เผยกับมูลนิธิธอมป์สัน รอยเตอร์สว่า แรงงานต่างด้าวในเอเชียกำลังถูกกักตัวอยู่ในหอพักหรือถูกนายจ้างลอยแพแม้ว่าหลายประเทศจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 แล้ว

“เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลและนายจ้างเหล่านี้ปฏิบัติกับแรงงานต่างด้าวในฐานะพลเมืองชั้นสอง…แน่นอนว่ารัฐบาลจำเป็นต้องจัดการกับการแพร่ระบาดและตรวจหาเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าว แต่รัฐบาลกำลังทำในลักษณะที่ละเมิดสิทธิ์ของแรงงานเหล่านี้ และในลักษณะที่จะไม่ปฏิบัติกับพลเมืองของตัวเอง” โรเบิร์ตสันกล่าว

นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์สวอทช์ เอเชียยังเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลและนายจ้างปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างด้าว รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกวีซ่าที่ทำให้แรงงานต่างด้าวต้องผูกติดกับนายจ้าง

“แรงงานต่างด้าวมีความเสี่ยงสูงขึ้นเนื่องจากสภาพที่อยู่อาศัยและการทำงาน ทั้งยังต้องเผชิญกับการเข้าถึงบริการต่างๆ ที่ไม่เท่าเทียม จำเป็นต้องมีการทบทวนใหม่ว่าจะปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างไร และต้องไม่ใช่เฉพาะในแง่มุมของความจำเป็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น” โรเบิร์ตสันเผย

การเคลื่อนไหวของฮิวแมนไรท์สวอทช์ เอเชียเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวว่าแรงงานจากเมียนมาถูกนายจ้างทิ้งไว้กลางทางในประเทศไทยหลังจากทางการสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเพื่อป้องกัน Covid-19 แพร่ระบาด

เธอคือนักธุรกิจหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายรักหาแจ็ก หม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641073

วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 20:00 น.เธอคือนักธุรกิจหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายรักหาแจ็ก หม่าเคธี่ กง ตอกย้ำความความสำเร็จของเพศหญิงในวงการเกม ครั้งหนึ่งเธอเคยเขียนจดหมายรักหา ‘แจ็ก หม่า’ ด้วย

เคธี่ กง หรือกงเสี่ยวซื่อ ผู้ร่วมก่อตั้ง WafaGames ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสร้างกระแสในวงการเกมด้วยเกมที่โดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมทั้งให้ความสำคัญกับตัวละครหญิง

เธอได้รับการขนานนามว่าเป็นนักสตรีนิยมผู้มีความคิดที่สดใสที่สุดคนหนึ่งของจีน โดยการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของผู้หญิงในวงการเทคโนโลยีเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของเธอ

เคธี่ กง กล่าวว่า “ถ้าฉันขอให้ใครๆ บอกชื่อผู้เจ้าของธุรกิจด้านเทคโนโลยีชาย 10 คนที่มีอิทธิพลต่อโลก คำตอบนั้นง่ายมาก แต่ถ้าขอให้พวกเขาบอกชื่อผู้ประกอบการเทคโนโลยีหญิงคนหนึ่ง เขามักจะเงียบ”

กงเป็นทายาทตระกูลนักธุรกิจก่อสร้างชื่อดังในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ในวัยเด็กกงยังถูกมองว่าเป็นนักเล่นหมากรุกเยาวชนจีนที่มีฝีมือระดับมาสเตอร์สากลตั้งแต่อายุ 13 ปี นอกจากนี้เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยเธอได้สอบชิงทุนเต็มจำนวนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยเลือกศึกษาวิชาหลัก 2 วิชาพร้อมกันคือ เศรษฐศาสตร์ และเอเชียตะวันออกศึกษา

เมื่อเรียนจบเธอกลับมารับช่วงต่อเป็นผู้บริหารบริษัท Seeway Investment ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว และก็ไม่ทำให้ครอบครัวผิดหวังด้วยผลประกอบการรายปีที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 ปีนับตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงาน

ก่อนที่เธอจะวางมือไปก่อตั้งธุรกิจของตัวเอง KG Inc. ซึ่งเป็นธุรกิจที่ปรึกษาพัฒนาความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ โดยให้เหตุผลว่าเพราะอยากเริ่มต้นทำอะไรด้วยตัวเอง

ภายหลังเธอยังได้รับการประกาศชื่อให้เป็นหนึ่งในผู้สร้างนวัตกรรมอายุต่ำกว่า 35 ประจำปี 2017 และร่วมเป็นสมาชิกในบอร์ดประชุมด้านเศรษฐกิจหลายแห่ง รวมถึงเป็นวิทยากรด้านการเงินอีกด้วย เธอประสบความสำเร็จมากมายตั้งแต่วัยเด็กทำให้เธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจ

หลายคนคงคิดไม่ถึงว่าครั้งหนึ่งเธอเคยเขียนจดหมายรักกับนักธุรกิจรุ่นพ่ออย่างแจ็ก หม่า โดยเนื้อหาเอ่ยถึงความรู้สึกของเธอที่มองว่า เขาคือชายที่หล่อที่สุดด้วยวิสัยทัศน์ของเขาและความกล้าหาญในการก่อตั้งธุรกิจอาลีบาบา และยังเสนอตัวที่จะแต่งงานกับหม่าเลยทีเดียว

อีก 8 ปีจีนจะแซงหน้าสหรัฐเป็นที่ 1 ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641291

วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 19:00 น.อีก 8 ปีจีนจะแซงหน้าสหรัฐเป็นที่ 1 ของโลก เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากรับมือกับ Covid-19 ได้ดีกว่า

รายงานประจำปีของศูนย์เพื่อการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ (CEBR) ในอังกฤษระบุว่า ในปี 2028 จีนจะแซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อปีที่แล้วถึง 5 ปี เนื่องจากจีนรับมือและฟื้นตัวจาก Covid-19 ได้ดีกว่าสหรัฐ

การจัดการที่มีทักษะในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ของจีนด้วยการล็อกดาวน์อย่างเข็มงวดตั้งแต่เนิ่น ๆ และการที่ชาติตะวันตกได้รับผลกระทบในเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว ส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนปรับตัวดีขึ้น

รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2021-2025 เศรษฐกิจจีนจะโตเฉลี่ยปีละ 5.7% ก่อนจะลดลงเหลือปีละ 4.5% ตั้งแต่ปี 2026-2030 ขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2021 โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะลดดลงเหลือปีละ 1.9% ระหว่างปี 2022-2024 และหลังจากนั้นจะขยายตัว 1.6%

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า จีนจะขยับเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2023

ด้านญี่ปุ่นจะยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกต่อไปจนถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 2030 จากนั้นจะถูกอินเดียแซงหน้า ส่งผลให้เยอรมนีขยับจากอันดับ 4 ลงไปอยู่อันดับ 5

รัสเซียอวดคลิปทดสอบขีปนาวุธสุดล้ำทำลายโดรน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641284

วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 18:00 น.รัสเซียอวดคลิปทดสอบขีปนาวุธสุดล้ำทำลายโดรนผู้ผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่ของรัสเซียเผยคลิปทดสอบยิงขีปนาวุธ “ยิงแล้วลืม” ประสิทธิภาพทำลายอากาศยานบินต่ำ

บริษัท คาลาชนิคอฟ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของรัสเซีย เผยแพร่คลิปการทดสอบขีปนาวุธนำวิถีตัวใหม่ 9M333 ซึ่งเป็นขีปนาวุธชนิด fire-and-forget (ยิงแล้วลืม) ที่พุ่งโจมตีเป้าหมายโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องนำวิถีเพิ่มเติมหลังการยิง และยังสามารถเลือกตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของเป้าหมายในการเข้าโจมตีได้ด้วย

ขีปนาวุธล่าสุดนี้สามารถโจมตีเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือโดรนที่บินในระดับต่ำ และยังสามารถจัดการกับขีปนาวุธที่พุ่งตรงเข้าหาด้วย

ทางบริษัทเผยว่าขีปนาวุธชนิดนี้สามารถปกป้องกองทัพภาคพื้นดินทั้งในระหว่างที่กำลังทำการสู้รบและกำลังเคลื่อนพลจากการถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีทางอากาศและเครื่องบินสอดแนม

ขณะนี้คาลาชนิคอฟเริ่มผลิตขีปนาวุธชนิดนี้เพื่อเตรียมนำเข้าประจำการในกองทัพรัสเซียแล้ว

ในคลปวิดีโอที่คาลาชนิคอฟเผยแพร่เป็นขีปนาวุธ Strela-10M ที่ยิงจากพื้นดินสู่อากาศที่บรรจุหัวรบแบบระเบิดแรงสูงแตกสะเก็ดซึ่งอัพเกรดมาจากยุคโซเวียต โดยการทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นที่แคว้นเออรินบูร์กของรัสเซีย

ทั้งนี้ การโชว์การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกเซอร์คอนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

พบดอกไม้สายพันธุ์ใหม่ในอำพันอายุ 100 ล้านปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641278

วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 16:45 น.พบดอกไม้สายพันธุ์ใหม่ในอำพันอายุ 100 ล้านปีนักวิจัยสหรัฐพบดอกไม้สายพันธุ์ใหม่ในเศษอำพันอายุราว 100 ปีในเมียนมา

ทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอนและกรมวิจัยทางการเกษตร กระทรวงเกษตรของสหรัฐ เปิดเผยการพบพืชดอกสายพันธุ์ใหม่ชื่อว่า Valviloculus pleristaminis  ที่เคยเบ่งบานในยุคครีเทเชียสตอนกลาง หรือราว 100 ล้านปีถูกฝังอยู่ในเศษอำพันหรือยางไม้ของต้นไม้ในเมียนมา

ทีมนักวิจัยระบุว่า แม้ดอกไม้ดังกล่าวจะมีขนาดเล็กจิ๋วเพียง 2 มิลลิเมตร แต่กลับมีเกสรตัวผู้เรียงกันอย่างสวยงามถึง 50 ชิ้น โดยจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับอบเชย และยังเกี่ยวข้องกับต้น blackheart sassafras ในออสเตรเลีย

แม้ว่าปัจจุบันเมียนมาและออสเตรเลียจะอยู่ห่างกันราว 6,450 กิโลเมตรโดยมีทะเลขวางกั้น แต่ในช่วงเวลาที่ดอกไม้นี้ถูกฝังอยู่ในอำพัน ทั้งเมียนมาและออสเตรเลียต่างก็ตั้งอยู่บนมหาทวีปกอนด์วานา ก่อนที่จะแยกตัวออกมาเป็นคนละทวีป

การค้นพบครั้งนี้เป็นข้อมูลใหม่สำหรับนักโบราณคดีที่ศึกษาการแยกตัวของมหาทวีปกอนด์วานา ว่าแผ่นดินอาจแยกตัวช้ากว่าในช่วงเวลาที่เคยตั้งทฤษฎีไว้ว่าอยู่ในช่วง 200-500 ล้านปีก่อน

การค้นพบครั้งนี้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารการวิจัยด้านพฤกษศาสตร์เทกซัส

ภาพ : Oregon State University

จีนอวดโฉมรถไฟสินค้าความเร็วสูงรุ่นแรกของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641272

วันที่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 15:30 น.จีนอวดโฉมรถไฟสินค้าความเร็วสูงรุ่นแรกของโลกบริษัทผลิตรถไฟยักษ์ใหญ่ของจีนเปิดตัวรถไฟขนส่งสินค้าซึ่งมีความเร็วสูงถึง 350 กม./ชม.

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัท ซีอาร์อาร์ซี ถังซาน จำกัด (CRRC Tangshan) ผู้ผลิตรถไฟสัญชาติจีน เปิดตัวรถไฟหัวกระสุนสำหรับขนส่งสินค้าที่นครถังซาน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน

นับเป็นรถไฟขนส่งสินค้ารุ่นแรกของโลกที่สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมีประตูขนถ่ายกว้าง 2.9 เมตร ที่ช่วยให้ขนถ่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และมีอัตราพื้นที่จัดเก็บสินค้าบนขบวนรถไฟสูงถึงร้อยละ 85

รูปร่างของบวนรถไฟถูกออกแบบให้คล้ายกับปลาสเตอร์เจียนจีน (Chinese Sturgeon) ซึ่งช่วยลดแรงต้านทานขณะวิ่ง

นอกจากนี้บริษัทยังเผยว่ามีการประยุกต์ใช้คลังข้อมูลขนาดใหญ่ เทคโนโลยีคลาวด์ และอัลกอริทึมเฉพาะ เพื่อการขนถ่ายสินค้าอย่างชาญฉลาด

ทั้งนี้ ซีอาร์อาร์ซี ถังซาน เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถไฟความเร็วสูงรายใหญ่ของจีน ขณะเดียวกันเมืองถังซานมีพันธมิตรอุตสาหกรรมการขนส่งทางรางเชิงอัจฉริยะ รวมถึงศูนย์นวัตกรรมและการพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมการคมนาคมขนส่งทางราง

จีนอวดโฉม ‘รถไฟสินค้าความเร็วสูง’ รุ่นแรกของโลก วิ่ง 350 กม./ชม.