หลายประเทศอ่วม! โควิดยังไม่หาย ไข้หวัดนกระบาดซ้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

หลายประเทศอ่วม! โควิดยังไม่หาย ไข้หวัดนกระบาดซ้ำ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 15:04 น.หลายประเทศอ่วม! โควิดยังไม่หาย ไข้หวัดนกระบาดซ้ำหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับไข้หวัดนก ขณะที่โควิด-19 ยังคงระบาดหนัก

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทั่วโลกยังคงวิกฤต ไข้หวัดนกก็กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศ โดยขณะนี้ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 และ H5N5 กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก

โดยทางการนอร์เวย์กล่าวว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีมาตรการเคอร์ฟิวสำหรับสัตว์ปีกในบางพื้นที่ของประเทศ หลังมีการยืนยันว่าพบไข้หวัดในนกป่า โดยนอร์เวย์เป็นประเทศล่าสุดในกลุ่มประเทศยุโรปที่ดำเนินการหลังจากพบไวรัสซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่อาจส่งผลร้ายต่อภาคเกษตรกรรม

ขณะที่เบลเยียมได้ยืนยันการระบาดของไข้หวัดนก H5N5 ในฟาร์มสัตว์ปีก ซึ่งการระบาดเกิดขึ้นในเมืองทางตะวันตกใกล้ชายแดนฝรั่งเศสที่ทำให้นกเสียชีวิตถึง 600 ตัว และจำเป็นต้องจำกัดนกในฝูงอีก 151,000 ตัว รวมถึงฝรั่งเศสก็มีการระบาดของไข้หวัดนกเช่นเดียวกัน

รวมถึงเนเธอร์แลน์ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่และไข่รายใหญ่ที่สุดของยุโรป ได้เสียไก่เกือบ 500,000 ตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส และแม่ไก่มากกว่า 900,000 ตัวเสียชีวิตในฟาร์มประเทศโปแลนด์

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยว่าพบไข้หวัดนกที่ฟาร์มไก่งวงทางตอนเหนือของประเทศ โดยไก่งวง 10,500 ตัวจะถูกกำจัดจากฟาร์มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก แม้สาธารณสุขของอังกฤษจะกล่าวว่าความเสี่ยงของสุขภาพประชาชนจากไวรัสอยู่ในระดับต่ำมาก และการแพร่ระบาดของโรคไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหารแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้สวีเดนยังได้กำจัดไก่งวง 3,200 ตัวหลังพบไข้หวัดนก ซึ่งรัฐบาลกล่าวว่าจะช่วยหยุดการส่งออกสัตว์ปีกของประเทศไปยังตลาดนอกสหภาพยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างน้อย 3 เดือน ขณะที่เยอรมนีมีการพิจารณาคัดแยกไก่งวงถึง 70,000 ตัวหลังพบไวรัสในฟาร์ม

เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ที่มีการระบาดของไข้หวัดนกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 4 ปี โดยกระทรวงเกษตรกล่าวว่ามีการตรวจพบเชื้อในฟาร์มสัตว์ปีก และไก่ 146,000 ตัว รวมถึงสัตว์ปีกในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบฟาร์มจะถูกกำจัด หมายความว่าจะมีการกำจัดไก่มากกว่า 1.8 ล้านตัว

IATA เผยอย่างน้อย 4 ปีธุรกิจการบินจึงกลับสู่ภาวะปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

IATA เผยอย่างน้อย 4 ปีธุรกิจการบินจึงกลับสู่ภาวะปกติ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 13:31 น.IATA เผยอย่างน้อย 4 ปีธุรกิจการบินจึงกลับสู่ภาวะปกติสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศเผยปีนี้เลวร้ายสุด สายการบินขาดทุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสายการบินทั่วโลก โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) กล่าวว่าอุตสาหกรรมจะยังคงเผชิญกับความสูญเสียต่อไป และในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าอุตสหกรรมการบินจะสามารถกลับมาฟื้นฟูในปีหน้า แต่สมาคมมองว่าการเดินทางโดนเครื่องบินของผู้โดยสารจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติจนกระทั่งปี 2024 เป็นอย่างน้อย

อเล็กซ์ซานเดอร์ เดอ จูเนียค ผู้จัดการและประธานบริหารสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ กล่าวว่าวิกฤตดังกล่าวส่งผลให้สายการบินต้องลดต้นทุนลง 45.8% ขณะที่รายได้ลดลงถึง 60.9% ซึ่งในปีนี้สายการบินมีผลขาดทุนสุทธิ 118.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีหน้า

จูเนียค เผยว่าปี 2020 เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของอุตสาหกรรมการบิน โดยสายการบินมีการลดค่าใช้จ่ายลงโดยเฉลี่ยวันละ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะขาดทุนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นอกจากนี้ยังมองว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเปิดพรมแดนโดยไม่มีการกักตัวเพื่อที่ผู้โดยสารจะได้กลับมาใช้บริการสายการบินอีกครั้ง

Photo by JOEL SAGET / AFP

ทวิตเตอร์แบนบัญชีเกี่ยวข้องกับโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทวิตเตอร์แบนบัญชีเกี่ยวข้องกับโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 11:57 น.ทวิตเตอร์แบนบัญชีเกี่ยวข้องกับโรงเรียนจิตอาสาพระราชทานรอยเตอร์สวิเคราะห์ทวิตเตอร์ระงับบัญชีผู้ใช้ที่ส่อแววว่าเป็นไอโอของไทย

รอยเตอร์ส รายงานทวิตเตอร์ระงับบัญชี @jitarsa_school ซึ่งเกี่ยวข้องกับฝ่ายสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยข้อความที่โพสต์มักเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์

บัญชี @jitarsa_school ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ถูกสร้างขึ้นเมื่อเดือนกันยายน โดยมีจำนวนผู้ติดตามมากกว่า 48,000 คนก่อนที่จะถูกระงับ

โดยตัวแทนของทวิตเตอร์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า บัญชีที่ถูกระงับเนื่องจากละเมิดกฎของทวิตเตอร์เกี่ยวกับการจัดการสแปมและแพลตฟอร์ม และการระงับเป็นไปตามนโยบายของบริษัท

ทั้งนี้ โปรไฟล์ของบัญชีดังกล่าวระบุว่าได้ฝึกอบรมผู้คนสำหรับโครงการจิตอาสาพระราชทาน ขณะที่สำนักงานใหญ่ของจิตสอาสาพระราชทานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อการระงับบัญชีดังกล่าว

จากการวิเคราะห์ของรอยเตอร์สพบว่ามากกว่า 80% ของบัญชีที่ติดตาม @jitarsa_school ได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน จากการสำรวจตัวอย่างบัญชี 4,600 บัญชีที่สร้างขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้พบว่าสิ่งที่บัญชีเหล่านี้ทำคือการส่งเสริมแฮชแท็กสนับสนุนสถาบันซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทวิตเตอร์ทั่วไป

สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล จากกลุ่ม Social Media Monitoring for Peace กล่าวว่า “กองกำลังของรัฐบาลพยายามตอบโต้ผู้ประท้วง ทวิตเตอร์ได้ลบบัญชีบางบัญชีไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายบัญชี”

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มสนับสนุนสถาบัน (หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี) ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการระงับบัญชีโดยบอกว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้

เขาบอกกับรอยเตอร์สว่ามีข้อความที่สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นบนทวิตเตอร์ เนื่องจากผู้สนับสนุนสถาบันตระหนักถึงความจำเป็นในการตอบโต้ข้อความของผู้ประท้วงมากขึ้น และสนับสนุนกันและกันให้เข้าร่วมทิวตเตอร์

“แฮชแท็กสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นของแท้ที่เกิดจากความรู้สึกที่แท้จริง” นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรมกล่าว

ไบเดนข้อเท้าพลิกหลังเล่นกับสุนัข ด้านทรัมป์โร่ให้กำลังใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไบเดนข้อเท้าพลิกหลังเล่นกับสุนัข ด้านทรัมป์โร่ให้กำลังใจ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 10:50 น.ไบเดนข้อเท้าพลิกหลังเล่นกับสุนัข ด้านทรัมป์โร่ให้กำลังใจไบเดนลื่นล้มจนข้อเท้าพลิกขณะกำลังเล่นกับสุนัข แพทย์เผยอาจต้องสวมบูทไปอีกหลายสัปดาห์

สำนักข่าว NBC รายงานว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาหลังเล่นกับสุนัขแล้วลื่นล้มจนต้องเข้าโรงพยาบาลไปเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา

เควิน โอคอนเนอร์ ศัลยแพทย์ด้านศัลยกรรมกระดูก รัฐนิวเจอร์ซี ระบุว่า ไบเดนมีอาการเคล็ดที่ข้อเท้าขวา โดยจากการเอกซเรย์ไม่พบว่ากระดูกหักแต่อย่างใด แต่ผลการซีทีสแกนเพิ่มเติมพบว่ามีรอยหักเล็กๆ ของกระดูกตรงกลางข้อเข้าด้านขวา โดยแพทย์คาดว่าไบเดนจะต้องสวมรองเท้าบูทเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ทั้งนี้ อาการบาดเจ็บดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ไบเดนกำลังเล่นกับ “เมเจอร์” ซึ่งเป็นหนึ่งในสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตลงบนทวิตเตอร์ต่อกรณีบาดเจ็บของไบเดนว่า “หายไวๆ !”

Get well soon! https://t.co/B0seiO84ld— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) November 30, 2020

Photo by Mark Makela/Getty Images/AFP

แพทย์เตือนสหรัฐคุมเข้มโควิดช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ หลังผู้ติดเชื้อพุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แพทย์เตือนสหรัฐคุมเข้มโควิดช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ หลังผู้ติดเชื้อพุ่ง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 09:16 น.แพทย์เตือนสหรัฐคุมเข้มโควิดช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ หลังผู้ติดเชื้อพุ่งแพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวเตือนสหรัฐออกมาตรการเข้มงวดในการควบคุมโควิด-19 ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ หลังยอดผู้ติดเชื่อพุ่งช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้า

นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ ซึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวในรายการ “Meet the Press” ของสถานีโทรทัศน์ NBC ว่า การออกมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ถือเป็นสิ่งจำเป็นมาก เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า

ข้อมูลล่าสุดของ Worldometer ระบุว่า สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 13,608,038 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 272,254 ราย ส่งผลให้สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงสุดในโลก

นายแพทย์ฟอซี ระบุว่า สหรัฐกำลังเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ การออกมาตรการที่เข้มงวดและการให้คำแนะนำด้านการเดินทางที่ปลอดภัยแก่ประชาชน ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังมาถึง

“เราเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ หากไม่มีการใช้มาตรการควบคุม เราก็อาจเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ผมไม่ต้องการให้ประชาชนหวาดกลัว แต่ผมต้องการเตือนว่าเราควรมีมาตรการควบคุมเพื่อไม่ให้ทุกอย่างสายเกินแก้”นายแพทย์ฟอซีกล่าว

นายแพทย์ฟอซียังกล่าวด้วยว่า แม้ก่อนหน้านี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้แนะนำชาวอเมริกันไม่ให้เดินทางในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าในเดือนพ.ย. แต่ก็มีประชาชนกว่า 9 ล้านคนเดินทางโดยเครื่องบินในช่วงเทศกาลดังกล่าว และคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

นายแพทย์ฟอซีกล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้กำลังจะมีวัคซีนซึ่งจะช่วยยุติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ประชาชนไม่ควรชะล่าใจ และปล่อยการ์ดตก พร้อมกับแนะนำว่า ประชาชนที่เดินทางกลับจากการฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าควรสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างเคร่งครัด

ออสเตรเลียร้อนทุบสถิติเสี่ยงเกิดไฟป่าอีก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ออสเตรเลียร้อนทุบสถิติเสี่ยงเกิดไฟป่าอีก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 17:45 น.ออสเตรเลียร้อนทุบสถิติเสี่ยงเกิดไฟป่าอีกหลายพื้นที่ในออสเตรเลียรวมทั้งซิดนีย์อุณหภูมิสูงทุบสถิติเป็นกลางคืนที่ร้อนที่สุดของเดือน พ.ย.

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น อุณหภูมิในเมืองซิดนีย์สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ขณะที่พื้นที่ทางตะวันตกอย่างรัฐนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลีย และทางตอนเหนือของรัฐวิกตอเรียอุณหภูมิสูงเกือบ 45 องศาเซลเซียส

กรมอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะสูงทะลุ 40 องศาเซลเซียสในวันนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และยังพยากรณ์ว่าจะเกิดคลื่นความร้อนราว 5-6 วันทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์และทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์

ด้านหน่วยงานดับเพลิงท้องถิ่นประกาศห้ามก่อไฟในพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่ามีความเสี่ยงจะเกิดไฟไหม้สูงมาก เพราะกระแสลมร้อนและกระโชกแรงทำให้ความแห้งแล้งรุนแรงขึ้น

ลอนดอนวุ่น! ชาวอังกฤษแห่ประท้วงคำสั่งล็อกดาวน์เต็มเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ลอนดอนวุ่น! ชาวอังกฤษแห่ประท้วงคำสั่งล็อกดาวน์เต็มเมือง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 16:05 น.ลอนดอนวุ่น! ชาวอังกฤษแห่ประท้วงคำสั่งล็อกดาวน์เต็มเมืองการประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ในอังกฤษบานปลายจนผู้ชุมนุมปะทะกับตำรวจนำมาสู่การจับกุมนับร้อย  

กลุ่มผู้ประท้วงมาตรการล็อกดาวน์และต่อต้านวัคซีน Covid-19 รวมตัวกันกลางกรุงลอนดอน พร้อมทั้งชูป้ายข้อความ “สู้เพื่อเสรีภาพ สู้เพื่อสิทธิมุษยชน” “ไม่เอาคำโกหก ไม่เอาหน้ากากอนามัย ไม่เอาล็อกดาวน์” “หยุดบังคับเราเสียที”

ต่อมากลุ่มผู้ประท้วงพากันเดินไปตามถนนออกซ์ฟอร์ดและถนนรีเจนท์ซึ่งเป็นย่านการค้าสำคัญของกรุงลอนดอน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวสกัดผู้ประท้วงตามเส้นทางดังกล่าวจนเกิดการกระทบกระทั่งกัน โดยกลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาขวดน้ำและระเบิดควันใส่ตำรวจ จนการจราจรติดขัดชั่วคราว

เบื้องต้นตำรวจจับกุมผู้ประท้วง 155 รายในข้อหาต่างๆ กัน อาทิ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ครอบครองยาเสพติด และฝ่าฝืนมาตรการล็อกดาวน์

ทั้งนี้ มาตรการล็อกดาวน์ครั้งล่าสุดของอังกฤษจะสิ้นสุดลงในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ และมีแนวโน้มว่าจะต่อไปจนถึงวันที่ 3 ก.พ. เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง

เจาะลึกรัฐบาลไบเดน ใครคือแม่ทัพรุกต่างประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เจาะลึกรัฐบาลไบเดน ใครคือแม่ทัพรุกต่างประเทศ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 14:02 น.เจาะลึกรัฐบาลไบเดน ใครคือแม่ทัพรุกต่างประเทศบลินเคนมีท่าทีชัดเจนเรื่องกิจการของสหรัฐในตะวันออกกลาง

1. บุคคลแรกๆ ที่โจ ไบเดน เลือกมาดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐบาลของเขาคือ แอนโทนี บลินเคน (Antony Blinken) อายุ 58 ปี มีดีกรีจากมหาวิทยาลัยฮาร์วารืดและทำงานกับรัฐบาลมาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน โดยเขาดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) ที่ทำเนียบขาวตั้งแต่ปี 1994 ถึง 2001

2. NSC เป็นเวทีหลักที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาใช้ในการพิจารณาเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ, การทหารและนโยบายต่างประเทศ โดยมีที่ปรึกษาอาวุโสด้านความมั่นคงแห่งชาติและเจ้าหน้าที่คณะรัฐมนตรีเข้าร่วม และเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานบริหารของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา

3. หลังจากในปี 2002 บลินเคนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาซึ่งดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2008 เขายังเป็นสมาชิกอาวุโสของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ บลินเคนใกล้ชิดกับไบเดนอยู่ไม่น้อยเพราะทำงานเพื่อหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของไบเดนกับโอบามาในปี ในปี 2008 และเป็นสมาชิกของทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจหลังจากโอบามา-ไบเดนชนะ

4. ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2013 เขาดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยประธานาธิบดีและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของรองประธานาธิบดี ระหว่างอยู่ในตำแหน่งนี้เขายังช่วยกำหนดนโยบายของสหรัฐเกี่ยวกับอัฟกานิสถาน ปากีสถานและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเขายังเป็นตัวจักรสำคัญของรัฐบาลโอบามาในการร่างนโยบายต่อซีเรีย จนเรียกได้ว่าเห็นหน้าเป็นตาของรัฐบาลเรื่องนี้

5. บลินเคนมีท่าทีชัดเจนเรื่องกิจการของสหรัฐในตะวันออกกลาง ถึงแม้จะอยู่กับนักการเมืองพรรคเดโมแครตเขาก็สนับสนุนการรุกรานอิรักของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช (ซึ่งไบเดนก็สนับสนุนด้วย ดูบทความเรื่อง “ไบเดนเป็นใหญ่โลกเสรีเบ่งบาน รัฐประหารจะตัน”) ตอนที่โอบามาตัดสินใจที่จะสังหารอุซามะห์ บินลาเดน เมื่อปี 2011 บลินเคนกล่าวว่า “ผมไม่เคยเห็นการตัดสินใจของผู้นำที่กล้าหาญมากกว่านี้อีกแล้ว”

6. ดังนั้นเราอาจคาดการณ์ได้ว่า แอนโทนี บลินเคนจะมีท่าทีเชิงรุกมากขึ้นในเรื่องตะวันออกกลางหลังจากที่สหรัฐสมัยทรัมป์รามือในเรื่องนี้ไป การกลับมาของบลินเคนมาสู่เวทีระหว่างประเทศด้วยอำนาจที่สูงสุดในกระทรวง คงจะทำให้เขาจับเรื่องซีเรียจริงจังมากขึ้น เขาเป็นคนสนับสนุนให้รัฐบาลช่วยเหลือาวุธแก่กบฎในซีเรีย

7. การแทรกแซงซีเรียจะทำให้บลินเคน (และรัฐบาลไบเดน) เผชิญหน้ากับรัสเซียอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง เพราะรัสเซียสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย บลินเคนยังเป็นผู้ช่วยกำหนดแนวทางของรัฐบาลสหรัฐในการต่อต้านการกลืนคาบสมุทรไครเมียของรัสเซีย และย้ำถึงความสำคัญที่จะต้องคว่ำบาตรพลพรรคของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินในวงกว้าง

8. ดังนั้น เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ว่าปูตินไม่พอใจพลพรรคของไบเดนมากแค่ไหน เขาจึงบอกยังไม่อาจยอมรับชัยชนะของไบเดนได้อย่างสนิทใจ แต่บลินเคนยังอาจเป็นเสี้ยนหนามต่อรัสเซียหนักกว่านี้ เพราะเขาต่อต้านการทำรัฐประหารในตุรกีเมื่อปี 2016 ซึ่งมำให้ตุรกีแทบจะตัดเพื่อนกับสหรัฐเพราะรัฐบาลทรัมป์ไม่ยอมส่งตัวเบื้องหลังผู้ก่อรัฐประหารให้ ทำให้ตุรกีเริ่มหันไปซบอกรัสเซียมากขึ้นและแข็งกร้าวกับสหรัฐ

9. มีโอกาสสูงที่บลินเคนจะเยียวยาความบาดหมางกับตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต-สหรัฐที่สำคัญมากในการวางหมากอำนาจในตะวันออกกลางและการเข้าไปแทรกแซงซีเรีย การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ (ถ้าเกิดขึ้นจริง) ก็จะสอดคล้องกับนโยบายของไบเดนที่จะกลับมาฟื้นคืนความสัมพันธ์กับพันธมิตรที่ถูกทรัมป์ทำให้ห่างเหินไป บลินเคนเคยบอกเองว่าสหรัฐต้อง “หาหนทางที่จะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ” กับตุรกี

10. เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2020 หลังจากได้รับการประกาศให้เป็นตัวเลือกรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลไบเดน บลินเคนก็กล่าวว่า “เราไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดของโลกเพียงลำพังได้” และ “เราต้องทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ” ท่าทีนี้สอดคล้องกับแนวนโยบายของไบเดนอย่างมาก

11. ในส่วนท่าทีต่อจีนบลินเคนมีจุดยืนเหมือนกับไบเดนนั่นคือจะแข็งกร้าวกับจีนมากขึ้น ขณะที่ชาวโลกเข้าใจว่าทรัมป์แข็งกร้าวกับจีนจนทำให้เกิดสงครามกาาค้าและสงครามเย็นใหม่ แต่บลินเคนกลับบอก (เหมือนไบเดน) ว่ารัฐบาลทรัมป์ช่วยจีนโดย “ทำให้พันธมิตรอเมริกันอ่อนแอลง เกิดทำให้สูญญากาศในโลกที่เปิดทางให้จีนเข้ามาเติมเต็ม ละทิ้งค่านิยมของเรา และให้ไฟเขียวแก่จีนในการเหยียบย่ำสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยจากซินเจียงถึงฮ่องกง”

Photo by STEPHANE DE SAKUTIN / AFP

สหรัฐทำตัวเป็นตำรวจโลกคุมเรือประมงผิดกฎหมายทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สหรัฐทำตัวเป็นตำรวจโลกคุมเรือประมงผิดกฎหมายทะเลจีนใต้ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 12:01 น.สหรัฐทำตัวเป็นตำรวจโลกคุมเรือประมงผิดกฎหมายทะเลจีนใต้สหรัฐตั้งตัวเป็นตำรวจต่อต้านการประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ทะเลจีนใต้

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาสหรัฐและจีนได้เพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ที่มีความโต้แย้ง รวมถึงตั้งตัวเป็นตำรวจประมงผิดกฎหมาย และยังได้เรียกร้องให้ชาติอื่นๆ ต่อต้านการครอบงำของประเทศจีนที่สร้างฐานทัพบนพื้นที่ทะเลจีนใต้

เดวิด ไฟท์ รองผู้ช่วยเลขาธิการด้านนโยบายภูมิภาคและความมั่นคงและกิจการพหุภาคีที่สำนักงานกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าสหรัฐจะกำลังทหารในบางพื้นที่ เช่น แปซิฟิกตอนเหนือเพื่อตอบโต้กับพฤติกรรมก้าวร้าวของจีนที่แล่นเรือประมงที่กฎหมาย (IUU)

ขณะที่กองกำลังรักษาการณ์ทางทะเลของจีน ซึ่งคาดว่ามีเรือมากกว่า 3,000 ลำ ดำเนินพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างต่อเนื่องในทะเลน่านน้ำอธิปไตยของชาติอื่นๆ เพื่อบีบบังคับให้สนับสนุนเป้าหมายทางยุทธศาสตร์การเดินเรือระยะยาวของประเทศจีน

อย่างไรก็ตามหลายประเทศพันธมิตรของสหรัฐซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เริ่มระมัดระวังแทรกแซงของสหรัฐ

กิแลง เคมบารา นักวิจัยจากศูนย์กลยุทธ์และการศึกษาระหว่างประเทศอินโดนีเซีย (CSIS) เตือนว่ามาเลเซียจะไม่ต้อนรับแนวทางทหารของสหรัฐ และสหรัฐควรร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ชายฝั่งของอินโดนีเซีย เนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) เป็นความผิดทางอาญาซึ่งต้องมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการต่อสู้

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างชาติที่อ้างสิทธิ์บริเวณพื้นที่นี้กำลังตึงเครียดอย่างมาก

โดยเมื่อเร็วๆ นี้จีนได้สร้างแนวกั้นทางทหารหลายแห่งจนเกิดความหวาดระแวงว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคม ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ชาติอื่นๆ ต่อต้านจีน โดยโพสต์ลงทวิตเตอร์ว่า “นโยบายของสหรัฐมีความชัดเจน ทะเลจีนใต้ไม่ใช่อาณาจักรทางทะเลของจีน ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ต้องได้รับการแก้ไขผ่านกฎหมายระหว่างประเทศ”

ในเดือนพฤษภาคมมีการพบเห็นเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐกำลังลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาทอย่างมาก รวมถึงกองทัพอากาศและนาวิกโยธินสหรัฐได้ทำการฝึกซ้อมในพื้นที่โดยมีเรือดำน้ำ 3 และเครื่องบินในบริเวณทะเลฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ใกล้เคียง

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการตอบโต้ต่อการคุกคามของจีนในการขุดเจาะทรัพยากรในน่านน้ำใกล้เคียง

พิษโควิด! ญี่ปุ่นฆ่าตัวตายกว่า 17,000 คนในปีนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

พิษโควิด! ญี่ปุ่นฆ่าตัวตายกว่า 17,000 คนในปีนี้ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.พิษโควิด! ญี่ปุ่นฆ่าตัวตายกว่า 17,000 คนในปีนี้แม้ญี่ปุ่นจะสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีแต่ยังคงมีคนฆ่าตัวตายจำนวนมากจากโควิด-19

สำนักข่าวซีบีเอสรายงาน คนญี่ปุ่นจำนวนมากฆ่าตัวตายจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงให้เห็นว่ามีการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันโดยในเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวมีสถิติการฆ่าตัวตายถึง 2,153 คน และในปีนี้มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายกว่า 17,000 คน ในขณะที่ญี่ปุ่นสามารถจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ดีกว่าหลายประเทศโดยมีผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ

โดยการฆ่าตัวตายในเพศหญิงคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 80% ทั้งนี้ ผู้หญิงญึ่ปุ่นมีหน้าที่หลักในการเลี้ยงเด็กและต้องเผชิญกับภาวะตกงาน รวมทั้งความไม่ปลอดภัยที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงในครอบครัว ซึ่ศูนย์ช่วยเหลือกล่าวว่าในปีนี้สถานการณ์ในญี่ปุ่นรวมถึงทุกประเทศทั่วโลกย่ำแย่ลง รวมถึงการฆ่าตัวตายในเด็กก็อัตรามากขึ้นเช่นกัน

คัตสึโนะบุ คาโตะ โฆษกรัฐบาลกล่าวว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างจริงจังและรัฐบาลกำลังพยายามเร่งแก้ไขปัญหา โดยมีการให้คำปรึกษาต่อผู้ที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายผ่านสายด่วนและโซเชียลมีเดีย

ชิโยโกะ ยูอิดะ จิตแพทย์ประจำโยโกฮามา เผยว่าความทุกข์ด้านสุขภาพจิตที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นเห็นได้ชัดอย่างยิ่ง โดยส่วนมากจะมีความกังวลเรื่องเงิน และการต้องหยุดอยู่ที่บ้านที่ให้ชีวิตของพวกเขาวุ่นวาย

โดยในเดือนนี้ญี่ปุ่นได้เพิ่มงบประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับป้องกันการฆ่าตัวตายหลังจากได้รับงบประมาณ 24 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดในกลุ่มประเทศ G-7 ด้วยอัตรา 16 ต่อ 100,000 และมีเป้าหมายที่จะลดระดับเป็น 13 ต่อ 100,000 ภายในปี 2026 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นระดับที่เทียบเท่ากับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ

นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมานักวิจัยของสหรัฐเตือนว่าการระบาดของโรคนี้อาจทำให้มีประชาชน “เสียชีวิตจากความสิ้นหวัง” ถึง 75,000 คน ซึ่งเกิดจากการว่างงาน ขาดการติดต่อทางสังคม และความเครียดด้านสุขภาพจิตอื่นๆ

โดยผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมากกว่าครึ่ง หรือราว 53% กล่าวในการสำรวจว่าสุขภาพจิตของพวกเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการแพร่ระบาด และใบสั่งยาสำหรับยาซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 14% หลังจากการระบาดครั้งแรก

Photo by Philip FONG / AFP