ทรัมป์ลั่นจะไม่ยอมให้ใครมาขโมยคะแนนเสียง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637359

วันที่ 06 พ.ย. 2563 เวลา 07:42 น.ทรัมป์ลั่นจะไม่ยอมให้ใครมาขโมยคะแนนเสียงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวจากทำเนียบขาว หลังการนับคะแนนเลือกตั้งผ่านพ้นมาแล้ว 2 วัน

โดยระบุว่า “หากนับบัตรเลือกตั้งที่ถูกกฎหมาย ผมจะชนะการเลือกตั้งอย่างง่ายดาย แต่หากนับบัตรเลือกตั้งที่ไม่ถูกกฎหมายและบัตรที่มาถึงช้า พวกเขาสามารถขโมยชัยชนะไปจากเรา”

ทรัมป์กล่าวต่อว่า “ผมชนะรัฐสำคัญๆ ได้หลายรัฐแม้ว่าจะมีการแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นจากทั้งสื่อยักษ์ใหญ่ นายทุนเงินหนา และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่”

“ผู้บริจาคเงินของเราส่วนใหญ่เป็นตำรวจ เกษตรกร และคนทั่วๆ ไป แต่เดโมแครตมีนายธนาคารจากวอลล์สตรีท”

“ปีนี้เป็นปีของผู้หญิงรีพับลิกัน ผมได้คะแนนจากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนที่ไม่ใช้คนผิวขาวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1960”

“เป้าหมายของเราคือการต่อสู้เพื่อความชอบธรรมของการเลือกตั้ง เราจะไม่ยอมให้การคอร์รัปชั่นมาขโมยการเลือกตั้งครั้งสำคัญครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ…เราจะไม่ยอมให้ใครมาเอาคะแนนเสียงของเราไป”

“เดโมแครตไม่เคยเชื่อว่าพวกเขาจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเที่ยงตรง พวกเขาจึงต้องส่งบัตรเลือกตั้งไปยังผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนเลือกตั้งไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุว่าจะลงคะแนนผ่านจดหมายก็ตาม (unsolicited ballot) โดยไม่มีการตรวจสอบ”

หมายเหตุ มี 9 รัฐที่คณะกรรมการการเลือกตั้งส่งบัตรเลือกตั้งไปให้ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งทุกคน แม้ว่าจะไม่ได้ระบุว่าจะลงคะแนนผ่านจดหมายก็ตาม

สหรัฐเลือกคนรุ่นใหม่เข้าสภาเป็น ส.ส.อายุน้อยสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637346

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 20:30 น.สหรัฐเลือกคนรุ่นใหม่เข้าสภาเป็น ส.ส.อายุน้อยสุดหนุ่มวัย 25 จากรัฐนอร์ทแคโรไลนากลายเป็นว่าที่สมาชิกสภาคองเกรสที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสหรัฐ

เมดิสัน คอว์ธอร์น นักการเมืองรุ่นใหม่จากพรรครีพับลิกัน เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการเมืองสหรัฐด้วยการเป็นสมาชิกสภาคองเกรสที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ หรือนับตั้งแต่ปี 1797 ด้วยการเอาชนะ โม เดวิส จากพรรคเดโมแครต ด้วยคะแนนเสียง 54.52% ต่อ 42.36%

คอว์ธอร์นมีแนวคิดอนุรักษนิยม ต่อต้านการทำแท้ง สนับสนุนสิทธิในการครอบครองอาวุธปืน และต่อต้านผู้อพยพ เจ้าตัวให้คำมั่นไว้ในเว็บไซต์ส่วนตัวว่าจะปกป้องค่านิยมความเชื่อ ครอบครัว และเสรีภาพที่ทำให้สหรัฐยิ่งใหญ่อย่างที่เป็นอยู่นี้

คอว์ธอร์นเป็นอัมพาตบางส่วนหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2014 จนต้องนั่งรถวีลแชร์ โดยปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ

ทั้งนี้ เจ้าของสถิติสมาชิกสภาคองเกรสที่อายุน้อยที่สุดคนก่อนหน้าคือ อเล็กซานเดรีย โอคาสิโอ คอร์เตซ ตัวแทนของพรรคเดโมแครตจากนิวยอร์กที่มีอายุ 29 ปี 2 เดือน 22 วันหลังได้รับเลือกตั้งในปี 2018

แต่อันที่จริงแล้วสมาชิกสภาคองเกรสที่อายุน้อยที่สุดที่เคยได้รับเลือกจริงๆ คือ วิลเลียม ชาร์ลส์ โคล ไคลบอร์น จากรัฐเทนเนสซี ที่ได้รับเลือกในปี 1797 ด้วยวัยเพียง 22 ปี แต่เขาก็ได้รับตำแหน่งแม้จะอายุไม่ครบ 25 ปีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็ตาม

สถานทูตฯ เตือนคนไทยในสหรัฐเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637345

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 19:30 น.สถานทูตฯ เตือนคนไทยในสหรัฐเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประกาศเตือนภัยหลังเกิดประท้วงทั่วสหรัฐ

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ประกาศเตือนภัยถึงประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ความว่า

“ตามที่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาเป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ 59 ของสหรัฐฯ โดยได้เริ่มมีกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ออกมาชุมนุมประท้วง

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ชุมชนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี หรืออาจมีการชุมนุมประท้วงโปรดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมทั้งใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้พื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ โดยไม่จำเป็น

หากท่านได้รับความเดือดร้อนหรือทราบข่าวว่าคนไทยได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งหน่วยงานภาครัฐในท้องที่และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ ทราบที่หมายเลขโทรศัพท์ 202- 999-7690 หรือที่อีเมล protection@thaiembdc.org”

พร้อมแนบข้อแนะนำเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ลงคะแนนผ่านจดหมายโกงง่ายอย่างที่ทรัมป์อ้างจริงหรือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637342

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 18:35 น.ลงคะแนนผ่านจดหมายโกงง่ายอย่างที่ทรัมป์อ้างจริงหรือ“การลงคะแนนผ่านจดหมาย (Mail-in Voting) อันตรายมาก อาจจะมีการโกงครั้งใหญ่เกิดขึ้น” ทรัมป์กล่าว

การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในสหรัฐทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเลือกลงคะแนนผ่านจดหมายแทนการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนและป้องกันการติดเชื้อในวงกว้าง

โครงการเลือกตั้งสหรัฐ (US Elections Project) ระบุว่า ชาวอเมริกัน 63.9 ล้านคนใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วยวิธีดังกล่าวในปีนี้

นับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มตั้งคำถามถึงความถูกต้องชอบธรรมในการลงคะแนนผ่านจดหมายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่าอาจทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นและการโกงการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ทรัมป์ทวีตว่า “การลงคะแนนแบบ Mail-In Voting ในปี 2020 จะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมที่สุดในประวัติศาสตร์ มันจะเป็นความน่าละอายใจอย่างมากต่อสหรัฐ ขอให้ชะลอการเลือกตั้งจนกว่าประชาชนจะลงคะแนนได้อย่างถูกต้องปลอดภัยและปลอดภัย”

นอกจากนี้ อัยการสูงสุด วิลเลียม บาร์ ยังอ้างว่าการลงคะแนนผ่านจดหมายเป็นการเปิดประตูให้มีการโกง โดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทว่าผลการศึกษาวิจัยทั้งในระดับชาติและระดับรัฐแสดงให้เห็นว่าการโกงการเลือกตั้งเกิดได้น้อยมาก และถึงแม้จะมีการโกงบ้างเล็กน้อยก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเดี่ยวๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน อาทิ การเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Vote) ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อปี 2018 ที่ต้องเลือกกันใหม่ เนื่องจากที่ปรึกษาของตัวแทนผู้สมัครพรรครีพับลิกันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบัตรลงคะแนน

การศึกษาของศูนย์เบรนแนนเพื่อความยุติธรรมเมื่อปี 2017 พบว่า โดยรวมแล้วอัตราการโกงการเลือกตั้งของสหรัฐน้อยกว่า 0.0009% และการเลือกตั้งผ่านจดหมายก็เช่นเดียวกัน การวิเคราะห์การโกงการเลือกตั้งแบบ Mail-In Voting โดย Heritage Foundation พบว่า 20 ปีที่ผ่านมาพบการโกงการเลือกตั้งแบบนี้ 143 คดี หรือคิดเป็น 0.00006% เท่านั้น

นอกจากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งของสหรัฐยังมีมาตรการหลากหลายในการป้องกันการโกง เช่น ในบางรัฐจะเปิดโอกาสให้ผู้ลงคะแนนติดตามบัตรลงคะแนนจนกว่าบัตรจะส่งถึงมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง

และเจ้าหน้าที่ยังเปรียบเทียบลายเซ็นบนซองจดหมายเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ลงคะแนน และที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อไม่ให้มีการแอบอ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนหรือขโมยบัตรเลือกตั้ง

ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เผยเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ว่า ไม่พบหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการลงคะแนนผ่านจดหมาย และการเปลี่ยนผลการเลือกตั้งในระดับใหญ่ทำได้ยากมาก

ส่วน สตีฟ ไซมอน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศรัฐมินนิโซตา เผยว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะโกงการเลือกตั้งในระดับที่ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลง สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ การโจมตีการเลือกตั้งแบบ Mail-In Voting ว่าทำให้เกิดการทุจริต ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของระบบประชาธิปไตยทั้งระบบของเรา”

คณะกรรมการการเลือกตั้งยังเคยเตือนว่า การบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งน่ากังวลกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตการเลือกตั้ง และหากผู้คนปักใจเชื่อว่าผลการเลือกตั้งไม่ชอบธรรมแล้ว ก็ไม่สำคัญว่าการทุจริตจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

สหรัฐถอนตัวข้อตกลงปารีส ไบเดนลั่นเข้าร่วมใหม่หากได้เป็นปธน. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637333

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 17:15 น.สหรัฐถอนตัวข้อตกลงปารีส ไบเดนลั่นเข้าร่วมใหม่หากได้เป็นปธน.ทรัมป์ประกาศถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงปารีส ขณะไบเดนพร้อมเข้าร่วมอีกครั้งหากชนะการเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงสภาพภูมิอากาศปารีสอย่างเป็นทางการซึ่งมีผลในวันที่ 4 พฤศจิกายน หลังมีผลบังคับใช้ครบ 3 ปี โดยถือเป็นประเทศแรกที่ถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว

ในปี 2017 ทรัมป์ประกาศว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสโดยอ้างว่าอาจส่งผลเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความผิดหวังให้กับชาวอเมริกันจำนวนมากที่มองว่าสหรัฐควรเป็นผู้นำในการต่อสู้กับปัญหาสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก

อย่างไรก็ตามสหรัฐสามารถเข้าร่วมข้อตกลงปารีสได้อีกครั้งโดยโจ ไบเดน ให้คำมั่นว่า แม้วันนี้ฝ่ายบริหารทรัมป์จะถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส แต่ในอีก 77 วันข้างหน้าฝ่ายบริหารไบเดนจะเข้าร่วมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ข้อตกลงปารีสถูกสร้างขึ้นในปี 2015 เพื่อร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีทั้งหมด 196 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามในข้อตกลง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกและควบคุมให้การเพิ่มขึ้นของอุณภูมิโลกในศตวรรษนี้ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส

Today, the Trump Administration officially left the Paris Climate Agreement. And in exactly 77 days, a Biden Administration will rejoin it. https://t.co/L8UJimS6v2— Joe Biden (@JoeBiden) November 5, 2020

ทำไมคนอเมริกันยังเลือกทรัมป์ท่วมท้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637312

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 16:00 น.ทำไมคนอเมริกันยังเลือกทรัมป์ท่วมท้นการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าคะแนนของทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน สูสีชนิดหายใจรดต้นคอ แต่สำหรับทรัมป์อาจเกิดคำถามว่าทำไมคนอเมริกันยังคงเทคะแนนให้ท่วมท้น

ก่อนเปิดคูหาเลือกตั้ง โพลล์หลายสำนักฟันธงว่าไบเดนจะชิงคะแนนจากทรัมป์ในรัฐ swing state หรือรัฐที่คะแนนแกว่งไปแกว่งมา คาดเดาได้ยากว่าใครจะชนะ ที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดหนัก ด้วยสมมติฐานว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดอาจต้องการผู้นำคนใหม่

ทว่าหลังจากนับคะแนน ปรากฏว่าทรัมป์กลับโกยคะแนนจากทั้งรัฐไอโอวา ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 94% จากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทั้งรัฐฟลอริดาที่ Covid-19 ระบาดหนักไม่แพ้กันและทรัมป์เริ่มเสียคะแนนนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุเพราะปัญหา Covid-19 รวมทั้งในรัฐอื่นๆ เช่น ยูทาห์ มอนทานา ไวโอมิง เนบราสกา

บทความของ Vox ระบุว่าผลเอ็กซิตโพลล์ของการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้อาจมีคำตอบว่าทำไมคนอเมริกันจึงยังชมชอบทรัมป์ทั้งที่เจ้าตัวถูกวิจารณ์เรื่องการจัดการ Covid-19 อย่างหนาหู

ถ้าจะพูดสั้นๆ ก็คือ คนอเมริกันเหล่านี้แบ่งขั้วระหว่าง “เศรษฐกิจ” และ “สุขภาพ” อย่างชัดเจนในการแก้ปัญหา Covid-19

คนที่เทคะแนนให้พรรครีพับลิกันของทรัมป์ต้องการให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง (ซึ่งทรัมป์หาเสียงเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น) มากกว่าอยากเห็นว่าสหรัฐสามารถควบคุมเชื้อโคโรนาไวรัสได้ โดยการตัดสินใจเลือกผู้สมัครของคนกลุ่มนี้จะเน้นที่นโยบายเศรษฐกิจ

และที่ผ่านมาทรัมป์ประกาศตัวว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งทำให้อัตราการว่างงานลดลง ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น และก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วันกระทรวงพาณิชย์สหรัฐก็ประกาศว่าจีดีพีเดือน ก.ค.-ก.ย.ขยายตัวถึง 33.1%

ผลการสำรวจความคิดเห็นคนอเมริกันก่อนการเลือกตั้งโดย Change Research พบว่า คนที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตจะกังวลกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการระบาดของ Covid-19 มากกว่าแม้ว่าตัวเองจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหนักกว่าคนอื่นๆ ขณะที่คนที่สนับสนุนฝั่งรีพับลิกันจะกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่า  

และเอ็กซิตโพลล์หน้าหน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมาก็สะท้อนการสำรวจความคิดเห็นข้างต้นได้อย่างดี

การสอบถามความคิดเห็นชาวอเมริกันว่า เรื่องใดสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกผู้นำสหรัฐ ซึ่งจัดทำโดย Edison Research ในนามของสมาคมการเลือกตั้งแห่งชาติ พบว่า 82% ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า เศรษฐกิจสำคัญที่สุด ขณะที่ 82% ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตระบุว่า โรคระบาดต้องมาก่อน

นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวยังพบว่า ชาวรีพับลิกันให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่ชาวเดโมแครตให้ความสำคัญกับการหยุดยั้งไวรัส และฝั่งเดโมแครต 72% ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก Covid-19 ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันมีเพียง 26% ที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้น ที่ทรัมป์คัดค้านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการกลับมาเปิดประเทศ ไม่สนใจการสวมหน้ากากอนามัย และมุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจอาจจะเป็นสิ่งที่กลุ่มผู้สนับสนุนต้องการได้ยินก็เป็นได้

อันที่จริงแล้ว ตัวอย่างจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า การควบคุมให้มีผู้ติดเชื้อน้อยๆ เป็นผลดีกับเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่าการกลับไปล็อกดาวน์ซ้ำๆ อย่างที่อเมริกาเหนือและยุโรปกำลังทำอยู่

ทว่าชาวรีพับลิกันกลับไม่คิดเช่นนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะแม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นในรัฐที่สนับสนุนทรัมป์ แต่รัฐเหล่านี้อาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นที่รัฐที่สนับสนุนฝั่งเดโมแครตของไบเดนได้รับ หรืออาจเป็นเพราะฝั่งที่สนับสนุนทรัมป์อาจต้องการเพียงประธานาธิบดีที่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในหลายๆ รัฐที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจอยู่เหนือความกลัวเชื้อไวรัส ซึ่งช่วยให้ทรัมป์โกยคะแนนไปไม่น้อย

ทีมทรัมป์เดือด! ถือปืนขู่นับคะแนนต่อหลังยังเป็นรองในแอริโซนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637317

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 15:00 น.ทีมทรัมป์เดือด! ถือปืนขู่นับคะแนนต่อหลังยังเป็นรองในแอริโซนากลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ชุมนุมเรียกร้องให้นับคะแนนในรัฐแอริโซนาต่อไปหลังถูกไบเดนแซง

มาริโคปา เคาน์ตีในรัฐแอริโซนากำลังปิดสถานที่นับบัตรลงคะแนนเลือกตั้งเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยหลังมีประชาชนกว่า 400 คนที่สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวชุมนุมประท้วงพร้อมพกอาวุธอยู่บริเวณภายนอกอาคารและพยายามจะเข้าไปภายในอาคาร เนื่องจากมีข่าวลือว่าจะไม่นับคะแนนของพรรครีพับลิกัน

โดยฝูงชนจำนวนมากโบกธงทรัมป์และธงชาติอเมริกา พร้อมตะโกนโห่ร้องให้นับคะแนนและประณามสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ เป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่มีการรายงานว่าโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งในรัฐแอริโซนา

ผู้สื่อข่าวจากเอ็นบีซีที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่ากลุ่มผู้ประท้วงอ้างว่าไบเดนขโมยคะแนนไปจากทรัมป์

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แผนกการเลือกตั้งยืนยันในวันเดียวกันว่าจะดำเนินการนับบัตรลงคะแนนต่อไปแม้จะมีความตึงเครียดนอกศูนย์ลงคะแนน

ทั้งนี้เข้าสู่วันที่สามของการนับบัตรเลือกตั้งโดยไบเดนยังมีคะแนนนำอยู่ในรัฐแอริโซนา ด้วยคะแนนเสียง 50.7% ต่อ 47.9%  

Maricopa County Sheriff’s deputies now ready in tactical gear inside the elections center to potentially make a move on the protesters and demonstrators outside as the crowd continues to grow. #azfamily #arizona pic.twitter.com/XAhvE1hbIK— Briana Whitney (@BrianaWhitney) November 5, 2020

We have left the Maricopa Election Center. Staff there says they have NOT been evacuated & will stay there until they post results. That being said, as our crew left the crowd of protestors claiming the vote was being stolen from the president had grown larger & louder. @NBCNews— Gadi Schwartz (@GadiNBC) November 5, 2020

Staff at the @maricopacounty Elections Department will continue our job, which is to administer elections in the second largest voting jurisdiction in the county. We will release results again tonight as planned. We thank the @mcsoaz for doing their job, so we can do ours.— Maricopa County Elections Department (@MaricopaVote) November 5, 2020

ทำไมยังไม่รู้ผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐคนใหม่? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637307

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ทำไมยังไม่รู้ผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐคนใหม่?เกิดอะไรขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้และเมื่อไหร่จะรู้ผลการเลือกตั้ง

บีบีซี รายงานว่าโดยปกติแล้วเราจะสามารถทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันถัดมาหลังจากการเลือกตั้ง แต่ในปีนี้มีการลงคะแนนทางไปรษณีย์จำนวนมากเนื่องจากการะแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

การนับคะแนนในครั้งนี้จึงใช้เวลานานขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐสมรภูมิบางแห่งไม่อนุญาตให้นับผลการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง

โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการฟ้องร้องก่อนวันเลือกตั้งมากกว่า 300 คดีใน 44 รัฐเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดยเกี่ยวข้องกับเรื่องการส่งและรับบัตรลงคะแนน, ลายเซ็นพยาน และซองจดหมายที่ใช้ส่งบัตรลงคะแนน

ขณะที่โจ ไบเดน กำลังมีคะแนนนำและเข้าใกล้ชัยชนะ ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังท้าทายการนับคะแนนโดยเรียกร้องให้หยุดนับคะแนนในรัฐสำคัญอย่างเพนซิลเวเนีย, วิสคอนซิน, จอร์เจีย และมิชิแกน

ทรัมป์เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในรัฐวิสคอนซินเนื่องจากสังเกตได้ถึงความผิดปกติ โดยการนับคะแนนใหม่ในรัฐวิสคอนซินเคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วส่งผลให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไปราว 100 คะแนนเสียง

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้หยุดการนับคะแนนในรัฐมิชิแกนซึ่งมีการนับไปแล้ว 96% และเหลืออีกนับพันคะแนนเสียงที่ยังไม่ได้นับซึ่งส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ทีสนับสนุนพรรคเดโมแครต รวมถึงในรัฐเพนซิลเวเนีย และจอร์เจีย

โดยประธานพรรครีพับลิกันของจอร์เจียอ้างว่ามีผู้สังเกตการณ์ของพรรคเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผสมบัตรลงคะแนนมากกว่า 50 ใบลงในลงในบัตรลงคะแนนที่ยังไม่ได้นับ

ทั้งนี้จะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจบลงในศาลสูงสุดสหรัฐ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญระบุว่าภายในวันที่ 20 มกราคมจะต้องมีผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ประท้วงทั่วสหรัฐ ผลเลือกตั้งคลุมเครือซ้ำโดนกล่าวหามีการโกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637302

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 12:15 น.ประท้วงทั่วสหรัฐ ผลเลือกตั้งคลุมเครือซ้ำโดนกล่าวหามีการโกงการประท้วงเกิดขึ้นในรัฐต่างๆ ทั่วสหรัฐเป็นวันที่สองขณะผลเลือกตั้งยังคงไม่ชัดเจน

เข้าสู่วันที่สองที่ความตึงเครียดในสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยการประท้วงเกิดขึ้นเป็นระยะในรัฐต่างๆ ตลอดทั้งวันเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี และโดนัลด์ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ยุติการนับคะแนน

โดยผู้คนมากกว่า 1,000 คนรวมตัวกันที่ Black Lives Matter Plaza ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทำเนียบขาวเพื่อประท้วงต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่อีกหลายร้อยคนเดินขบวนไปตามส่วนต่างๆ ในวอชิงตัน รวมถึงมีการขัดขวางการจราจรและจุดประทัด พร้อมกล่าวว่า “ถนนของเรา ถ้าเราไม่ได้รับความยุติธรรมพวกเขาก็จะไม่ได้รับความสงบสุข”

รวมถึงในพอร์ตแลนด์, โอเรกอน และซีแอตเทิลมีผู้คนหลายร้อยคนออกมาเดินขบวนต่อต้านทรัมป์เช่นกัน โดยในผู้ชุมนุมในพอร์ตแลนด์กล่าวว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสันติเพื่อสนับสนุนความยุติธรรมทางเชื้อชาติ ขณะที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าเห็นผู้ชุมนุมบางคนถือปืนอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับกุมตัว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลกล่าวว่าได้จับกุมผู้ชุมนุมหลายคนเนื่องจากมีการวางตะปูขวางถนน, ขับรถข้ามเครื่องกีดขวาง และขับรถเข้าไปในเลนของตำรวจ

เช่นเดียวกับในเพนซิลเวเนียมีการเดินขบวนประท้วงหลังพรรครีพับลิกันยื่นฟ้องโดยกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ขบวนประท้วงมุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมเพนซิลเวเนียขณะที่กำลังมีการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง โดยหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อว่า “ระบบที่กำลังพยายามหยุดการนับคะแนนเป็นระบบเดียวกับกรณีที่วอลเตอร์ วอลเลซ ชายผิวดำถูกตำรวจกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต”

รวมถึงในโคโลราโดมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมโดยมีการเดินขบวนประท้วงที่ถนนในเมืองเดนเวอร์ก่อนที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุมและจับกุมตัวผู้ประท้วง

นอกจากนี้กรมตำรวจลอสแองเจลิสยังได้มีการประกาศเตือนภัยเป็นวันที่สองติดต่อกัน และในแมริแลนด์มีการเดินขบวนตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้นับบัตรลงคะแนนทั้งหมดเช่นกัน

ขณะที่ในรัฐแอริโซนามีกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวกันบริเวณคูหาเลือกตั้งหลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการโกง

ทรัมป์ฟ้องให้หยุดนับคะแนนในรัฐมิชิแกน-เพนซิลเวเนีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637281

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 09:15 น.ทรัมป์ฟ้องให้หยุดนับคะแนนในรัฐมิชิแกน-เพนซิลเวเนียทีมหาเสียงทรัมป์ฟ้องให้รัฐเพนซิลเวเนียและมิชิแกนหยุดนับบัตรเลือกตั้งอ้างอาจมีการโกง

ทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนฟ้องศาลในรัฐมิชิแกนและเพนซิลเวเนียเพื่อให้หยุดการนับคะแนน โดยอ้างว่าไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงพื้นที่นับคะแนนเพื่อสังเกตการณ์การเปิดหีบเลือกตั้งและการนับคะแนน ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้งของรัฐ

แถลงการณ์ของทีมหาเสียงกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในรัฐเพนซิลเวเนียสมรู้ร่วมคิดกันเพิ่มคะแนนให้ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต “เรื่องไม่ดีกำลังเกิดขึ้นที่เพนซิลเวเนีย เดโมแครตกำลังวางแผนตัดสิทธิ์และทำให้คะแนนของรีพับลิกันลดลง ประธานาธิบดีทรัมป์และทีมงานกำลังต่อสู้เพื่อหยุดเรื่องนี้”

ขณะนี้ทรัมป์มีคะแนนนำในรัฐเพนซิลเวเนีย แต่คะแนนจากการเลือกตั้งผ่านจดหมาย (Mail-in Voting) ยังนับไม่เสร็จสิ้นและคาดว่าบัตรเลือกตั้งที่เหลือจะทำให้ไบเดนได้คะแนนเสียงเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ทรัมป์แทบไม่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งหากไม่ได้คะแนนจากรัฐเพนซิลเวเนีย

นอกจากนี้ บิลล์ สตีเพียน หัวหน้าทีมหาเสียงของทรัมป์ ยังเรียกร้องให้นับบัตรเลือกตั้งที่เปิดและนับในช่วงที่ทีมหาเสียงของทรัมป์ไม่ได้เข้าสังเกตการณ์ใหม่ด้วย

ด้านทรัมป์ทวีตถึงการนับคะแนนของทั้งสองรัฐว่า “พวกเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้ 500,000 คะแนนอันมีค่าของเราหายไปอย่างเร็วที่สุด ที่มิชิแกนกับที่อื่นก็เช่นเดียวกัน”

ขณะที่ผู้สนับสนุนทรัมป์จำนวนหนึ่งพากันตะโกนว่า “หยุดนับคะแนน” ด้านนอกจุดนับคะแนนในเมืองดีทรอยต์ของรัฐมิชิแกน

วานิตา กุปตา หัวหน้าแผนกสิทธิมนุษยชนของกระทรวงยุติธรรมในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา เผยว่า การข่มขู่ว่าจะฟ้องของทรัมป์อยู่บนสมมติฐานว่ามีการโกงซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ