สัตว์ทะเลนับพันตายปริศนาเกลื่อนชายหาดรัสเซีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634850

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 18:15 น.สัตว์ทะเลนับพันตายปริศนาเกลื่อนชายหาดรัสเซียสัตว์ทะเลรัสเซียตายหลายพันตัวตายเกลื่อนนักเคลื่อนไหวเรียกร้องคำตอบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ามลพิษทางน้ำในมหาสมุทรเลวร้ายส่งผลให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสัตว์ทะเลหลายพันตัวทั้งปลาหมึก ดาวทะเล ปลา และหอยตายเกลื่อนชายหาดในคาบสมุทรคัมชัตคา ประเทศรัสเซีย

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีทั้งรูปภาพและคลิปวิดีโอถูกแชร์อย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางความสงสัยของประชาชนว่าสาเหตุของปรากฏการณ์นี้คืออะไร ทั้งที่คัมซัตคาเป็นมหาสมุทรที่อยู่ห่างไกลเมืองและมีชื่อเสียงด้านเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและภูเขาไฟที่บริสุทธิ์

นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมกำลังเรียกร้องคำตอบของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเชื่อว่าเกิดจากการรั่วไหลของสารพิษในมหาสมุทร

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของรัสเซียทำการประเมินขนาดของมลพิษ และกล่าวว่ามลพิษดังกล่าวไม่น่าจะเกิดจากการกระทำของมนุษย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาเผยว่า ขณะนี้การวิจัยพบระดับธาตุเหล็กและฟอสเฟตในน้ำที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นผลจากพายุที่เพิ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตะวันออกของรัสเซีย

ด้านเจ้าหน้าที่ได้เตือนให้ชาวบ้านอยู่ห่างจากชายหาดคัมชัตคาเนื่องจากกรีนพีซกล่าวว่าการก่อมลพิษที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็น “หายนะทางระบบนิเวศ”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชายหาดยอดนิยมของนักโต้คลื่นนี้ยังส่งผลให้นักโต้คลื่นบางคนคลื่นไส้ อาเจียน รวมทั้งได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา 

ศึกชิงฐานทัพเรือในอ่าวไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634848

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 17:42 น.

ศึกชิงฐานทัพเรือในอ่าวไทย

PostToday Podcast:The Expert Ep.59 ศึกชิงฐานทัพเรือในอ่าวไทย

PostToday Podcast:The Expert Ep.59 ศึกชิงฐานทัพเรือในอ่าวไทย

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/905511604&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ศึกชิงฐานทัพเรือในอ่าวไทย

ฮ่องกงประเดิมยึดใบอนุญาตครูสอนเรื่องแยกตัวจากจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634831

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 15:53 น.ฮ่องกงประเดิมยึดใบอนุญาตครูสอนเรื่องแยกตัวจากจีนเป็นครั้งแรกที่ทางการฮ่องกงยึดใบอนุญาตครู

สำนักข่าวผิงกั่วรื่อเป้าของฮ่องกงรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการของฮ่องกงเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูรายหนึ่งในโรงเรียนประถมในฝั่งเกาลูนตะวันตก เนื่องจากใช้สื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ในชั้นเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการมองว่าการแยกตัวจากจีนขัดต่อรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดี กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ระบุรายละเอียดของสื่อการเรียนการสอนดังกล่าว แต่เมื่อปีที่แล้วหนังสือพิมพ์ต้ากงเป้าของจีนเอ่ยถึงการเรียนการสอนของครูรายนี้ว่ามีการสั่งให้นักเรียน 5 คนดูคลิปที่ แอนดี ชาน นักเคลื่อนไหวเรียกร้องการแยกตัวจากจีน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ RTHK และให้นักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กระทรวงศึกษาธิการยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูเนื่องจากประพฤติมิชอบในวิชาชีพ

ด้าน แคร์รี หลั่ม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเผยว่า “เราต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อกำจัดแกะดำออกจากวงการการศึกษา”

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการบ่อนทำลายชื่อเสียงด้านเสรีภาพในการศึกษาของฮ่องกง และยังแสดงความกังวลว่าการควบคุมระบบการศึกษาแบบเข้มงวดที่ทางการจีนแผ่นดินใหญ่จะถูกนำมาใช้ในฮ่องกงด้วย

คนอเมริกัน 2 ใน 3 มองทรัมป์ไม่รับผิดชอบต่อคนรอบตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634818

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 14:23 น.คนอเมริกัน 2 ใน 3 มองทรัมป์ไม่รับผิดชอบต่อคนรอบตัวโพลล์ชี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองว่าทรัมป์ไร้ความรับผิดชอบต่อคนรอบข้างในการรับมือกับ Covid-19

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน 1,205 คน ซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 1-4 ต.ค. โดยบริษัทวิจัยเชิงสำรวจ SSRS พบว่า ชาวอเมริกัน 69% มองว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จัดการกับความเสี่ยงของการติดเชื้อโคโรนาไวรัสจากตัวเองต่อคนรอบข้างอย่างไร้ความรับผิดชอบ ขณะที่ 33% มองว่ามีความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ในช่วงที่ทรัมป์เข้ารักษา Covid-19 ที่โรงพยาบาลทหารวอลเทอร์รีด 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่า เชื่อสิ่งที่ทำเนียบขาวเปิดเผยเกี่ยวกับสุขภาพของทรัมป์น้อยมากหรือไม่เชื่อเลย และมีเพียง 12% เท่านั้นที่บอกว่าเชื่อเกือบทั้งหมด และ 32% เผยว่า กังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของรัฐบาลในช่วงที่ทรัมป์ไม่สบาย

ส่วนคะแนนความไม่พอใจต่อการรับมือการแพร่ระบาดของ Covid-19 ของทรัมป์ทำสถิติสูงสุดโดยขยับเพิ่มไปอยู่ที่ 60% และอีก 63% มองว่า การที่ทรัมป์ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเองไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทรัมป์เคยทำเกี่ยวกับ Covid-19 ก่อนหน้านี้

ด้านการดีเบตที่เหลือนั้น 59% มองว่าควรดำเนินต่อตามกำหนดเดิม ขณะที่ 36% บอกว่าควรยกเลิก

คนจีนแห่ซื้อทุเรียนมูซังคิงของมาเลย์ 60 ตันเกลี้ยงใน 1 ชั่วโมง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634803

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 12:00 น.คนจีนแห่ซื้อทุเรียนมูซังคิงของมาเลย์ 60 ตันเกลี้ยงใน 1 ชั่วโมงมาเลเซียส่งออกทุเรียนไปจีน ทำรายได้ 15 ล้านเหรียญในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

สื่อท้องถิ่นจีนรายงานว่า เทศกาลทุเรียนออนไลน์ระหว่างจีน-มาเลเซียที่จัดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมามีรายงานยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทุเรียนมูซังคิงประมาณ 60 ตันถูกขายหมดภายในเวลา 50 นาที 48 วินาที โดยมียอดขายประมาณ 14.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

จางชิ่งซิ่น ทูตมาเลเซียประจำประเทศจีนกล่าวว่า เขามั่นใจว่าการส่งออกทุเรียนของมาเลเซียไปจีนจะช่วยส่งเสริมการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ตามสถิติในปีที่แล้วจีนนำเข้าทุเรียนทั้งหมด 600,000 ตัน มูลค่า 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย 7,700 ตันมาจากมาเลเซีย คิดเป็นมูลค่า 67 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปรากฏการณ์ที่ชาวจีนซื้อทุเรียนมูซังคิงจากมาเลเซียมูลค่าเกือบ 15 ล้านเหรียญสหรัฐภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทำให้จางซิ่งซิ่นมองว่าแม้จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อความต้องการทุเรียนมาเลเซียได้

ผู้อำนวยการสภาธุรกิจมาเลเซีย-จีนกล่าวว่า “เราควรรักษาตัวเลขเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศในด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรวัฒนธรรมรวมถึงการแบ่งปันความรู้”

ทั้งนี้ ในปี 2018 จีนนำเข้าทุเรียนแช่แข็งจากมาเลเซีย 3,200 ตัน มูลค่า 41 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ รองประธานสวนอุตสาหกรรมจีน-มาเลเซียยังเผยว่าพวกเขากำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดตั้งฮับทุเรียนมาเลเซียในนิคมอุตสาหกรรม โดยเขาเชื่อว่ามาเลเซียสามารถส่งออกทุเรียนได้เป็นจำนวนมากและยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล

“ทรัมป์”เสี่ยงเจอผลข้างเคียง หลังใช้ยาหลายขนานรักษาโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634791

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 10:11 น."ทรัมป์"เสี่ยงเจอผลข้างเคียง หลังใช้ยาหลายขนานรักษาโควิดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐชี้ “โดนัลด์ ทรัมป์” เสี่ยงเจอผลข้างเคียงจากการรักษา เหตุได้รับยาถึง 3 ชนิด ที่อาจเกิดความเสี่ยงจากการได้รับยามากเกินไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.ลีนา เหวิน แพทย์ฉุกเฉินและศาสตราจารย์ด้านสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ซึ่งได้ติดตามอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้แสดงความกังวลว่า นายทรัมป์อาจได้รับผลข้างเคียงจากการได้รับยารักษาโควิด-19 มากจนเกินไป

ดร.เหวิน กล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นบุคคลที่มีความสำคัญมาก ทำให้คณะแพทย์ที่ทำการรักษารู้สึกกดดัน ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า วีไอพี ซินโดรม (VIP syndrome) จนทำให้ต้องแสวงหายาทุกประเภทมาใช้ในการรักษาให้หายดี แต่การทำเช่นนั้นอาจกลายเป็นการรักษาที่มากเกินไป

“ประธานาธิบดีสหรัฐอาจเป็นผู้ป่วยโควิด-19 เพียงรายเดียวในโลกที่ได้รับการรักษาด้วยยาถึง 3 ชนิด ได้แก่ ยาต้านไวรัส remdesivir ของบริษัท Gilead, ยาสเตียรอยด์ dexamethasone และแอนติบอดีของบริษัท Regeneron ซึ่งยาชนิดหลังสุดนี้เป็นการรักษาที่ยังอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในกลุ่มผู้ป่วยไม่กี่ร้อยคน และยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐ”แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุ

เขากล่าวด้วยว่า ผู้ป่วยที่เป็นบุคคลสำคัญเองนั้นก็คาดหวังว่าจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด แต่บ่อยครั้งผลที่เกิดขึ้นตามมาจะเป็นการรักษาที่มากเกินไป และมีความเสี่ยง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกจากศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด และเดินทางกลับไปยังทำเนียบขาวแล้ว แม้ว่าอาการโรคติดเชื้อโควิด-19 ยังไม่หายดีก็ตาม

ภาพ เอเอฟพี

จะเกิดอะไรขึ้นหากทรัมป์ป่วยหนักจนไปต่อไม่ไหว? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634752

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 09:19 น.จะเกิดอะไรขึ้นหากทรัมป์ป่วยหนักจนไปต่อไม่ไหว?จะเกิดอะไรขึ้นกับการเลือกตั้งหากโดนัลด์ ทรัมป์อาการทรุดหนักหรือเสียชีวิต

อาการป่วยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเพียงไม่กี่สัปดาห์ยังคงเป็นที่น่าสงสัย แม้แหล่งข่าวจะเผยว่าอาการป่วยของเขาน่ากังวลมากแต่แพทย์ยืนยันว่าอาการของเขาดีขึ้นหลังจากเข้าโรงพยาบาล ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าการป่วยของทรัมป์จะส่งผลอย่างไรต่อการเลือกตั้งที่กำจะเกิดขึ้น และตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจะดำเนินต่อไปอย่างไร

จะเกิดอะไรขึ้นหากทรัมป์ป่วยหนักก่อนการเลือกตั้ง?

  • เลื่อนการเลือกตั้ง

ไม่เคยมีการเลื่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐมาก่อนแม้ในช่วงสงครามกลางเมือง, สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือวิกฤตอื่นๆ โดยรัฐธรรมนูญสหรัฐระบุว่าประธานาธิบดีสามารถมอบอำนาจให้รองประธานาธิบดี (ไมค์ เพนซ์) ทำหน้าที่แทน หรือหากไมค์ เพนซ์ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ทำหน้าที่แทนในลำดับถัดไป

ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงกำหนดการเลือกตั้งนั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐไม่ใช่ประธานาธิบดี ซึ่งต้องใช้เสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้ง 2 แห่งในการลงมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงวันที่ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้เนื่องจากจะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรที่ควบคุมด้วยระบอบประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐกำหนดให้การปกครองโดยประธานาธิบดีมีวาระเพียง 4 ปีเท่านั้น ดังนั้นวาระของประธานาธิบดีทรัมป์จะหมดลงโดนอัตโนมัติในวันที่ 20 มกราคม 2021

  • เปลี่ยนชื่อบนบัตรเลือกตั้ง

แม้ว่าทรัมป์จะสามารถส่งมอบตำแหน่งให้เพนซ์เป็นผู้รักษาการแทนได้แต่เขาไม่จำเป็นต้องกลายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรครีพับลิกัน เนื่องจากมีการเสนอชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการไปแล้ว

แต่ภายใต้กฎของสมาชิกพรรค 168 คน ของคณะกรรมการแห่งชาติของสาธารณรัฐหากจะลงคะแนนเลือกผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ เพนซ์เป็นผู้สมัครที่มีแนวโน้มจะถูกเลือกและหากเขาได้รับเลือกจะต้องมีการเลือกเพื่อนร่วมงานคนใหม่

อย่างไรก็ตามทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันไม่เคยมีการเปลี่ยนชื่อผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหลังมีการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการแล้ว

  • เลื่อนการประชันวิสัยทัศน์

โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วันนับจากวันที่ 1 ตุลาคมที่ผลตรวจโควิด-19เป็นบวก ดังนั้นเขาอาจจะยังสามารถเข้าร่วมการประชันวิสัยทัศน์ครั้งต่อไปซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 15 ตุลาคม แต่การประชุมอื่นๆ ของทรัมป์ในช่วงเวลานี้ต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป รวมทั้งการประชุมที่จะเกิดขึ้นในฟลอริดาเมื่อวันศุกร์ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นการประชุมทางวิดีโอแทน

จะเกิดอะไรขึ้นหากทรัมป์เป็นผู้ไร้ความสามารถ?

  • ส่งมอบอำนาจ

หากสองในสามของสภาและวุฒิสภาเห็นพ้องต้องกันว่าประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ รองประธานาธิบดีจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีไปจนกว่าจะมีการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป

กล่าวคือทรัมป์สามารถส่งมอบอำนาจให้ ไมก์ เพนซ์ ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีและหากทรัมป์สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้จึงสามารถยึดตำแหน่งประธานาธิบดีกลับคืนมา

หากเพนซ์ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ก็จะส่งมอบไปยัง แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือหากเพโลซียังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตำแหน่งจะถูกส่งไปยังวุฒิสมาชิกพรรครีพลับลิกันอาวุโส ชัค กราสลีย์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 87 ปี

ซึ่งก่อนหน้านี้ในสหรัฐเคยเกิดเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดีเป็นผู้ไร้ความสามารถมาก่อนโดยในปี 1985 อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เข้ารับการผ่าตัดมะเร็ง โดยมีรองประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช รักษาการแทน

ในปี 2002 อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ได้ทำเช่นเดียวกันเมื่อเขาต้องรับการรักษาส่องกล้องที่ลำไส้

ทั้งนี้ข้อมูลอื่นๆ จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ในกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 ในช่วงอายุ 70 ปี อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อที่สุขภาพแข็งแรงคือ 10% แต่สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการป่วยอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ 32% โดยการประเมินจากทั้งหมด 47 ประเทศ มีถึง 41 ประเทศที่พบว่าการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อเพศชายมีจำนวนมากกว่าผู้ติดเชื้อที่เป็นเพศหญิง

นอกจากนี้หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริการายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยแบ่งตามอายุว่า ผู้ป่วยเพศชายที่มีอายุ 65-74 ปีเสียชีวิตจากโรคโควิด-19คิดเป็นร้อยละ 25 รองลงมาจากผู้ป่วยที่มีอายุ 75-84 ปีที่เสียชีวิตเป็นร้อยละ 27 ซึ่งมากที่สุดในผู้ป่วยทุกวัย โดยปัจจุบันโดนัลด์ ทรัมป์มีอายุ 74 ปี

จะเกิดอะไรขึ้นหากทรัมป์เสียชีวิต?

  • เปลี่ยนตัวผู้ลงสมัคร

ในสหรัฐอเมริกาหากผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเสียชีวิตหรือถอนตัวจากการเลือกตั้ง พรรคของพวกเขาจะต้องตัดสินใจเปลี่ยนผู้ลงสมัครคนใหม่ ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างมีกฎเกณฑ์ในการเลือกผู้สมัครใหม่

ในขณะที่บัตรลงคะแนนหลายล้านใบจะต้องพิมพ์ใหม่ รวมถึงรัฐทั้ง 29 รัฐที่ได้เริ่มส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้วและการเลือกตั้งล่วงหน้าได้เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน

  • การเลือกตั้งเป็นไปตามเดิม

ริก ฮาเซน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงคะแนนเขียนไว้ในบล็อกของเขาว่า “สิ่งที่จะเป็นไปได้มากที่สุดคือการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามกำหนดเดิม โดยมีชื่อผู้สมัครที่เสียชีวิตหรือไร้ความสามารถในบัตรลงคะแนน จากนั้นจะมีคำถามว่าสภานิติบัญญัติจะอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีของแต่ละรัฐลงคะแนนเสียงให้กับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้สมัครที่เสียชีวิตหรือไม่”

Photo by Tia DUFOUR / The White House / AFP

“WHO” คาดมีชาวโลกติดโควิดแล้วกว่า 760 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634780

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 08:18 น."WHO" คาดมีชาวโลกติดโควิดแล้วกว่า 760 ล้านคนองค์การอนามัยโลกเผยประมาณการคาดชาวโลกติดเชื้อโควิด-19แล้วกว่า 760 ล้านคน สูงกว่าตัวเลขที่มีการรายงาน 20 เท่าเหตุพบผู้ติดเชื้อพุ่งต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาระบุว่า WHO ได้ประมาณการว่า ขณะนี้ประชากรราว 1 ใน 10 ของทั่วโลกหรือประมาณ 760 ล้านคน ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่มีการรายงานกว่า 20 เท่า

นายแพทย์ไรอันระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าประชากรโลกส่วนใหญ่ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากไวรัสโควิด-19 โดยจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังพุ่งขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในยุโรปและแถบตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน แต่สถานการณ์ดีขึ้นในแอฟริกาและแปซิฟิกตะวันตก

ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญระบุก่อนหน้านี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีการรายงานโดย WHO และมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ที่มีจำนวนกว่า 35 ล้านคน อาจต่ำกว่ายอดผู้ติดเชื้อจริงเป็นอย่างมาก

ทรัมป์สุดระห่ำเผ่นโรงพยาบาลบอกไม่ต้องกลัวโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634778

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 07:54 น.ทรัมป์สุดระห่ำเผ่นโรงพยาบาลบอกไม่ต้องกลัวโควิดโดนัลด์ ทรัมป์อยู่โรงพยาบาลแค่ 3 วันก็เผ่นออกจากมาทั้งๆ ที่ยังติดเชื้อแถมยังปลดหน้ากากออก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐทำเรื่องที่เหลือเชื่อขึ้นเมื่อเขาเดินทางออกจากโรงพยาบาลแล้วทั้งๆ ที่พักอยู่แค่ 3 วันหลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 และยังถอดหน้ากากอนามัยออกเมื่อถึงทำเนียบขาวแล้ว พร้อมกับบอกในทวิตเตอร์ว่า “ อย่ากลัวโควิด อย่าปล่อยให้มันครอบงำชีวิตคุณ”

เขายังบอกด้วยว่า “ตอนนี้ผมดีขึ้น บางทีผมอาจจะมีภูมิคุ้มกันแล้วก็ไม่รู้” พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังเรียกร้องให้คนอเมริกันออกมา แต่บอกให้ระวังตัว

แต่การทำแบบนี้ทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ไม่พอใจอย่างมาก และทำให้โจ ไบเดนคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ตำหนิเขาที่ดูแคลนความร้ายแรงของโรคโควิด-19 และไบเดนเรียกร้องให้สวมหน้ากากอย่างจริงจัง

คาดว่าที่ทรัมป์เร่งรีบออกมาจากโรงพยาบาลเพราะกังวลกับคะแนนนิยมที่ถูกไบเดนทิ้งห่างถึง 10 จุดจากผลโพลของรอยเตอร์ส โดยก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาลทรัมป์ทวีตว่า “จะกลับมาลงถนนหาเสียงอีกเร็ว ๆ นี้ !!! ข่าวปลอมแสดงเฉพาะโพลปลอมเท่านั้น”

ทั้งนี้ ฌอนคอนลีย์แพทย์ประจำทำเนียบขาวกล่าวในการบรรยายสรุปหลังการประกาศของทรัมป์ว่า “ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาประธานาธิบดีได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ท่านมีคุณสมบัติตามเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์ในการออกจากโรงพยาบาลอย่างเต็มที่” 

แต่แพทย์ประจำทำเนียบขาวบอกว่าทรัมป์ยังอาจไม่ได้พ้นจากภาวะน่าเป็นห่วงเสียทีเดียว แต่สามารถดำเนินการรักษาต่อได้อย่างปลอดภัยที่ทำเนียบขาวซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตลอด 24-7 วัน

โดยทรัมป์ได้รับยาต้านไวรัส Remdesivir ครั้งที่สี่ที่โรงพยาบาล Walter Reed ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยตัวออกมาและจะได้รับยาโดสที่ห้าที่ทำเนียบขาวทีมแพทย์ของเขากล่าว

Photo by NICHOLAS KAMM / AFP

กระแสไม่ยอมรับวัคซีนมาแรง ออสเตรียเกินครึ่งไม่เอา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634763

วันที่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 21:27 น.กระแสไม่ยอมรับวัคซีนมาแรง ออสเตรียเกินครึ่งไม่เอาผลสำรวจชี้ ชาวออสเตรีย 2 ใน 3 ‘ไม่ประสงค์’ รับวัคซีนโควิด-19

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังแข่งขันกันเพื่อทดสอบและผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา แต่ก่อนหน้านี้ชาวอเมริกันกลับมีกระแสต่อต้านวัคซีนโควิด-19 โดยชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ไม่ถึงครึ่งที่กล่าวว่าพวกเขาจะเข้ารับการฉีดวัคซีนเมื่อพร้อมใช้งาน และล่าสุดยังมีกระแสต่อต้านวัคซีนโควิด-19ในออสเตรีย 

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าผลสำรวจระดับชาติที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (2 ต.ค.) เผยว่าชาวออสเตรียจำนวน 2 ใน 3 ระบุว่าตนจะไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา เมื่อมีวัคซีนพร้อมใช้

การสำรวจทางออนไลน์ในกลุ่มคน 1,200 คน ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.- 1 ต.ค. ที่เผยแพร่โดยพี8 (P8) บริษัทตัวแทนการตลาดชั้นนำของออสเตรีย พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงร้อยละ 16 ที่ตอบว่าจะรับการฉีดวัคซีน ในขณะที่อีกร้อยละ 16 ยังไม่ได้ตัดสินใจ

เมื่อถูกถามว่าชาวออสเตรียคิดอย่างไรกับการบังคับฉีดวัคซีน คำตอบที่ได้ยิ่งชัดเจนขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 9 ใน 10 คนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว

นอกจากนี้ การสำรวจยังชี้ให้เห็นความรู้สึกแง่ลบโดยทั่วไปที่มีต่อการจัดการปัญหาโควิด-19 ในออสเตรีย โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 1 ใน 3 เชื่อมั่นว่าประเทศของตนจะรอดพ้นจากวิกฤตดังกล่าว ขณะที่อีก 1 ใน 3 รู้สึกไม่แน่ใจ ส่วนคนที่เหลือไม่เชื่อว่าการจัดการปัญหานี้จะมีบทสรุปที่ดี

ทั่วโลกกำลังดิ้นรนต่อสู้กับการแพร่ระบาด บรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ต่างกำลังเร่งหาวัคซีน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก ณ วันที่ 30 ก.ย. ระบุว่าทั่วโลกมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 192 ตัว โดย 41 ตัวในจำนวนนี้อยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิก