ไอ้ไข่มีลิขสิทธิ์ไหม? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633454

ไอ้ไข่มีลิขสิทธิ์ไหม?

วันที่ 20 ก.ย. 2563 เวลา 14:10 น.

DeepTalk : เรามาถึงยุคที่วัดต้องจดลิขสิทธิ์เพื่อปกป้องชื่อเสียง (และผลประโยชน์) กันแล้ว

DeepTalk : เรามาถึงยุคที่วัดต้องจดลิขสิทธิ์เพื่อปกป้องชื่อเสียง (และผลประโยชน์) กันแล้ว

ติดตาม PostToday podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/896335717&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ไอ้ไข่มีลิขสิทธิ์ไหม?

พบเรือดำน้ำที่สาบสูญช่วงสงครามใกล้กับภูเก็ต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633443

วันที่ 20 ก.ย. 2563 เวลา 12:41 น.พบเรือดำน้ำที่สาบสูญช่วงสงครามใกล้กับภูเก็ตเรือดำน้ำสูญหายสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกพบในน่านน้ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในน่านน้ำที่ขุ่นมัวบริเวณช่องแคบมะละกาห่างจากภูเก็ตไปทางใต้ประมาณ 90 ไมล์ นักดำน้ำ 4 คนได้ค้นพบเรือดำน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกจมลงเมื่อ 77 ปีก่อน

ซากปรักหักพังใต้น้ำซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเรือดำน้ำ USS Grenadier ของกองทัพสหรัฐถูกพบเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วโดยทีมนักดำน้ำคือ Jean Luc Rivoire, Lance Horowitz, Benoit Laborie และ Ben Reymenants โดยทีมประกาศเพิ่งจะประกาศข่าวการค้นพบในเดือนนี้

หนึ่งในทีมคือ Horowitz วัย 36 ปีกล่าวกับผู้สื่อข่าวของ NYT จากภูเก็ตเมื่อวันศุกร์ว่าในช่วงหกเดือนต่อมาหลังการค้นพบได้มีการวางแผนการดำน้ำอย่างรอบคอบ 6 ครั้งเพื่อศึกษาและระบุเรือดำน้ำ โดยหนึ่งในทีมงานนั้นคือ Reymenants ซึ่งเคยช่วยในการช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากทำการวัดส่วนต่างๆของเรือดำน้ำและเปรียบเทียบกับภาพวาดทางเทคนิคจากหอจดหมายเหตุและบันทึกข้อมูลแห่งชาติ ทีมงานรู้สึกมั่นใจว่าพวกเขาได้ค้นพบเรือดำน้ำที่หายสาบสูญแล้ว

“มันดีอย่างที่เราหวังไว้จริงๆ” Horowitz กล่าวถึงการสำรวจของทีมงานที่ใช้งบประมาณถึง 110,000 เหรียญสหรัฐ “ผมคิดว่าคนจำนวนมากใฝ่ฝันที่จะค้นหาหรือค้นพบหรือสะดุดกับบางสิ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มันเป็นความรู้สึกที่ทรงพลังมาก มันวิเศษมาก”

Grenadier ได้รับการตั้งชื่อตามปลาทะเลน้ำลึกที่มีลำตัวยาวและหางสั้นแหลม ตัวเรือมีความยาวมากกว่า 300 ฟุตและหนัก 1,475 ตันตามข้อมูลของกองบัญชาการประวัติศาสตร์และมรดกกองทัพเรือซึ่งมีหน้าที่ในการอนุรักษ์วิเคราะห์และการเผยแพร่ประวัติศาสตร์การเดินเรือของสหรัฐ

ทีมงานพบเรือลำนี้จมในลักษณะตั้งลำอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 260 ฟุต นักดำน้ำกล่าวในแถลงการณ์เพิ่มเติมว่าบางส่วนถูกคลุมด้วยอวนจับปลา

Robert Neyland หัวหน้าสาขาโบราณคดีใต้น้ำของกองบัญชาการประวัติศาสตร์กองทัพเรือเผยว่า ขั้นตอนต่อไปสำหรับนักดำน้ำคือการตรวจสอบการค้นพบโดยกองบัญชาการประวัติศาสตร์กองทัพเรือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบแต่ละรายการไม่ว่าจะเป็นวิดีโอรูปถ่ายและการวัดผลได้รับการประเมินจากเอกสารที่เก็บถาวรและบันทึกทางประวัติศาสตร์ กระบวนการตรวจสอบเรือดำน้ำลำนี้น่าจะใช้เวลาสองสามเดือน

Horowitz กล่าวว่าหลังจากนี้ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าจะทำอย่างไรกับ Grenadier นั้น เพราะเรือดำน้ำยังคงเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลสหรัฐ

ตามที่กองทัพเรือระบุก่อนที่ Grenadier จะพบกับจุดจบมันสามารถจมเรือของข้าศึกได้ภึงหกลำ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 1943 เรือดำน้ำได้พบเห็นเรือสินค้าสองลำและเคลื่อนตัวเข้าใกล้เพื่อทำการโจมตี วันรุ่งขึ้นขณะที่อยู่บนผิวน้ำ Grenadier ได้ถูกข้าศึกพบเห็นและถูกเครื่องบินของญี่ปุ่นพบเห็น ในขณะที่เรือพยายามดำลงเพื่อความปลอดภัยมันถูกระเบิดโจมตีจนได้รับความเสียหายแต่ก็ยังไม่จมลง

ในเช้ามืดของวันที่ 22 เมษายนมีเรือญี่ปุ่นสองลำถูกพบเห็นในระยะไกล Robert W. Palmer ลูกเรือคนหนึ่งบนเรือเ Grenadier เขียนไว้ในหนังสือ “The Silent Service in World War II” ว่าลูกเรือใช้อาวุธปืนหลายประเภทรวมทั้งปืน 20 มม. ปืนยาวปืนพกและปืนทอมมี่ เพื่อยิงไปที่เครื่องบินอีกลำ แต่ในที่สุดเครื่องบินข้าศึกก็ทิ้งระเบิดลงมาใกล้ๆ เรือ

ก่อนที่เรือดำน้ำจะจมลงลูกเรือได้ทำลายเครื่องเข้ารหัสด้วยค้อน และทำลายคอมพิวเตอร์ข้อมูลตอร์ปิโดและอุปกรณ์วิทยุทั้งหมด เอกสารถูกโยนลงน้ำพร้อมกระเป๋าถ่วงน้ำหนัก

ลูกเรือทั้ง 76 คนรอดชีวิตจากการโจมตี แต่พวกเขาต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนกลางท้องทะเลอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากกัปตันสั่งให้ทุกคนออกจากเรือแล้วลอยทะเลพวกเขาก็ถูกจับโดยเรือบรรทุกสินค้าของญี่ปุ่น

หลังจากนั้นพวกเขาถูกนำตัวไปที่โรงเรียนคาทอลิกที่พวกญี่ปุ่นใช้เป็นฐานบัญชาการในปีนัง ประเทศมาเลเซียในปัจจุบันแล้วถูกทรมานนานถึง 28 เดือนครึ่ง มีลูกเรือ 4 คน ตายระหว่างนั้น

สหรัฐขู่ประเทศไหนไม่คว่ำบาตรอิหร่านจะโดนด้วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633442

วันที่ 20 ก.ย. 2563 เวลา 10:40 น.สหรัฐขู่ประเทศไหนไม่คว่ำบาตรอิหร่านจะโดนด้วยสหรัฐท้าทายโลกประกาศว่าการคว่ำบาตรอิหร่านของสหประชาชาติมีผลบังคับใช้อีกครั้งทั้งๆ เลิกไปแล้ว

รัฐบาลสหรัฐประกาศเพียงฝ่ายเดียวว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติต่ออิหร่านกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้ง และสัญญาว่าจะลงโทษผู้ที่ละเมิดมาตรการเหล่านี้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงที่จะทำให้สหรับต้องโดดเดี่ยวตัวเองมากขึ้น และยังจะเพิ่มความตึงเครียดระหว่างประเทศด้วย

“วันนี้สหรัฐยินดีต้อนรับการกลับมาของมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติที่ยุติไปก่อนหน้านี้เกือบทั้งหมดต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน” ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์

ปอมเปโอประกาศว่ามาตรการดังกล่าว “จะกลับมามีผลบังคับใช้” ตั้งแต่ 20:00 น. ตามเวลาวอชิงตัน หรือ 7:00 น. ของวันอาทิตย์ตามเวลาประทเศไทย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์แห่งสหรัฐยังสัญญาว่าจะ “กำหนดผลลัพธ์” ต่อประเทศสมาชิกสหประชาชาติที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร แม้ว่าสหรัฐจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ประกาศใช้มาตรการดังกล่าวก็ตาม

รัฐบาลจะถือว่าหากประเทศใดขัดขืนจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงระบบการเงินและตลาดของสหรัฐ

“หากประเทศสมาชิก UN ไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีในการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ได้ สหรัฐก็พร้อมที่จะใช้หน่วยงานในประเทศของเราเพื่อกำหนดผลลัพธ์จากความล้มเหลวเหล่านั้นและให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากกิจกรรมที่ต้องห้ามของสหประชาชาติ” ปอมเปโอระบุ

เขาสัญญาว่าจะมีการประกาศมาตรการจัดการกับ “ผู้ฝ่าฝืน” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

Photo by Jure Makovec / AFP

อินโดฯ ติดโควิดรายวันพุ่ง ตายเยอะสุดในอาเซียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633409

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 19:00 น.อินโดฯ ติดโควิดรายวันพุ่ง ตายเยอะสุดในอาเซียนตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายวันในอินโดนีเซียพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า วันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายวันในอินโดนีเซียพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ Covid-19 แพร่ระบาดในประเทศ โดยตัวเลขรายวันอยู่ที่ 4,186 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงจาการ์ตา (988 ราย)

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุว่า อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 240,687 ราย ด้านตัวเลขผู้เสียชีวิตวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 112 ราย ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 9,448 สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน

ผับฟลอริดาสวนกระแส ห้ามลูกค้าใส่หน้ากากอนามัยเข้าร้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633400

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 17:00 น.ผับฟลอริดาสวนกระแส ห้ามลูกค้าใส่หน้ากากอนามัยเข้าร้านเจ้าของสถานบันเทิงในรัฐฟลอริดาห้ามลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยหรือเฟซชิลด์เข้าใช้บริการ แม้ Covid-19 ในสหรัฐยังระบาดหนัก

แกรี เคอร์บี เจ้าของสถานบันเทิง Westside Sports Bar and Lounge ในเมืองเวสต์เมลเบิร์น รัฐฟลอริดาของสหรัฐเผยกับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทางร้านมีนโยบายห้ามลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยหรือเฟซชิลด์ภายในร้าน เนื่องจากเขาไม่เห็นด้วยกับมาตรการของทางการ และยังมองว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้การใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น 

อย่างไรก็ดี แม้จะห้ามสวมหน้ากากอนามัย แต่ลูกค้าทุกคนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อน  

ด้านโลกโซเชียลมีเดียมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนโยบายของร้าน โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียจากรัฐเท็กซัสและแคลิฟอร์เนียเขียนรีวิวติติงทางร้าน แต่เจ้าของร้านเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า อีกส่วนหนึ่งได้ส่งข้อความสนับสนุนแนวทางของเขาผ่านทางเฟซบุ๊คด้วย 

ทั้งนี้ เมืองเวสต์เมลเบิร์นไม่ได้กำหนดให้ร้านค้าต่างๆ ต้องออกกฎให้ลูกค้าสวมหน้ากากอนามัย แต่ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของเจ้าของธุรกิจที่จะกำหนดว่าจะให้ลูกค้าสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัย

คนไทยในญี่ปุ่นจัดประท้วงคู่ขนานสนับสนุนชุมนุมใหญ่ธรรมศาสตร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633383

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 14:59 น.คนไทยในญี่ปุ่นจัดประท้วงคู่ขนานสนับสนุนชุมนุมใหญ่ธรรมศาสตร์รวบรวมภาพบรรยากาศการชุมนุมประท้วงคู่ขนานของคนไทยในญี่ปุ่น

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มคนไทยในญี่ปุ่นที่สนับสนุนประชาธิปไตยออกมารวมตัวกันบริเวณด้านนอกของสถานีรถไฟชิบูยาในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เพื่อจัดการชุมนุมสนับสนุนการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ในวันนี้

ผู้ร่วมชุมนุมพร้อมใจกันชูกระดาษเปล่า ผูกริบบิ้นสีขาว และมีการชู 3 นิ้วซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุม รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

Photo by Philip FONG / AFP

ดูเตร์เตสั่งเว้นระยะ 1 เมตรบนรถเมล์เลี่ยงโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633372

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 12:55 น.ดูเตร์เตสั่งเว้นระยะ 1 เมตรบนรถเมล์เลี่ยงโควิดผู้นำฟิลิปปินส์สั่งเว้นระยะห่าง 1 เมตรบนรถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส

แฮร์รี โรเก โฆษกประจำตัวประธานาธิบดีเผยกับสถานีโทรทัศน์ PTV4 ของฟิลิปปินส์ว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ยืนยันให้ประชาชนเว้นระยะห่างระหว่างกันบนรถโดยสารสาธารณะ 1 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะของฟิลิปปินส์มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ทั้งยังต้องเข้าแถวรอยาวเหยียด

นอกจากนี้ ยังสั่งห้ามพูดคุย หรือรับประทานอาหาร รวมทั้งต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะด้วย

คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากลดระยะห่างลงอาจทำให้มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นอีก จากที่ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีผู้ป่วย Covid-19 มากที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และจะทำให้การระบาดในระลอกแรกในประเทศที่เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. ยืดเยื้อออกไปอีก

ด้านกระทรวงคมนาคมแถลงว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีอย่างเคร่งครัด หลังมีประกาศก่อนหน้านี้ให้ลดระยะห่างลงเหลือ 75 เซนติเมตรตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 ที่ผ่านมา และจะลดลงเหลือ 50 เซนติเมตรตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. และ 30 เซนติเมตรนับจากวันที่ 12 ต.ค.

ติ๊กต๊อก-วีแชทลั่นสู้ไม่ถอยหลังถูกสหรัฐแบน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633362

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 10:55 น.ติ๊กต๊อก-วีแชทลั่นสู้ไม่ถอยหลังถูกสหรัฐแบนติ๊กต๊อก-วีแชทเตรียมเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลสหรัฐหาทางออก หลังคำสั่งห้ามผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 นี้

วานนี้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศว่าผู้ใช้งานในสหรัฐจะไม่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อก (Tiktok) และวีแชท (WeChat) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 เป็นต้นไปตามเวลาท้องถิ่น ตามคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงนามเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากทั้งสองแอพพลิเคชั่น โดยติ๊กต๊อกออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกผิดหวังกับคำสั่งดังกล่าวและไม่เห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางติ๊กต๊อกได้เพิ่มความโปร่งใสในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อคลายความกังวลของรัฐบาลสหรัฐแล้ว

ติ๊กต๊อกยังยืนยันว่าหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้าหาทางออกกับคำสั่งพิเศษที่ไม่เป็นธรรมนี้ต่อไป ขณะที่แหล่งข่าวในไบท์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก ยืนยันว่าข้อตกลงใดก็ตามระหว่างติ๊กต๊อกกับผู้ประกอบการในสหรัฐจำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลจีนด้วย

ด้านเท็นเซนต์ (Tencent) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของวีแชท เผยว่าคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์เป็นเรื่องโชคร้าย แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลสหรัฐและผู้ถือหุ้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาในระยะยาว เพื่อให้สามารถให้บริการผู้ใช้ในสหรัฐได้ต่อไป

ทั้งนี้ ประกาศของกระทรวงพาณิชย์เป็นไปตามคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงนามเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้ามไม่ให้บริษัทในสหรัฐทำธุรกรรมกับบริษัทสัญชาติจีนภายใน 45 วัน

ประกาศนี้มีผลให้นับตั้งแต่วันที่ 20 นี้เป็นต้นไป ผู้ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นวีแชทไปแล้วยังคงใช้งานได้ต่อไป แต่จะไม่สามารถอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ หรือใช้บริการธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ขณะที่ติ๊กต๊อกยังคงใช้งานได้จนถึงวันที่ 12 พ.ย.นี้  

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังระบุอีกว่า หากทรัมป์อนุมัติข้อตกลงหุ้นส่วนระหว่างไบท์แดนซ์ บริษัทแม่ของติ๊กต๊อก กับบริษัทเทคโนโลยี ออร์ราเคิล (Oracle) ของสหรัฐ ติ๊กต๊อกจะไม่ถูกแบน

แม่น้ำโขงคือจุดอ่อนยิ่งกว่าทะเลจีนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633304

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 21:00 น.แม่น้ำโขงคือจุดอ่อนยิ่งกว่าทะเลจีนใต้การแข่งกันขยายอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐลามมาถึงสมรภูมิแห่งใหม่อย่างแม่น้ำโขงแล้ว และมีแนวโน้มว่าจีนอาจพ่ายแพ้ในสมรภูมิแห่งนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวหาว่าการควบคุมแม่น้ำโขงของจีนเป็นการซ้ำเติมปัญหาความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงช่วงท้ายน้ำ พร้อมย้ำว่าสหรัฐพร้อมจะอยู่เคียงข้างกับภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและจะจัดสรรเงินช่วยเหลือ 153 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4,769 ล้านบาทให้กับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ซึ่งได้แก่ เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนามเพื่อพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน

บรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่รัฐบาลในภูมิภาคต่างมองตรงกันว่า ขณะนี้แม่น้ำโขงได้กลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งแห่งใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีนเรียบร้อยแล้ว

เมื่อสองมหาอำนาจสู้รบปรบมือกัน แล้วประเทศอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศท้ายน้ำอย่างเมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมทั้งไทยจะรับมือสงครามนี้อย่างไร

บิลาฮารี คอสิคาน อดีตนักการทูตชาวสิงคโปร์แนะนำว่า ควรแก้ปัญหาความแห้งแล้งในแม่น้ำโขงผ่านประเทศอาเซียนเหมือนที่แก้ปัญหาในทะเลจีนใต้

อดีตนักการทูตชาวสิงคโปร์บอกว่า ประเทศอาเซียนที่เดือดร้อนจากภาวะความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงจะมีอำนาจต่อรองมากกว่าหากหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาพูดในเวทีพหุภาคีอย่างเวทีอาเซียน แทนที่แต่ละประเทศจะต่างคนต่างเจรจากับจีน

แต่บิลาฮารี บอกว่า ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นประเทศอาเซียนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม และไทย ต้องวางความขัดแย้งไว้ก่อนแล้วสร้างมุมมองร่วมกันเกี่ยวกับวิกฤตน้ำโขงที่มีมายาวนานให้ได้เสียก่อน

พูดอีกอย่างก็คือ ประเทศอาเซียนที่เคยอยู่แบบตัวใครตัวมัน ต้องหันมาสามัคคีกันเพื่อสู้กับมหาอำนาจอย่างจีน

การตอบโต้กันไปมาระหว่างจีนและสหรัฐเกี่ยวกับแม่น้ำโขง และข้อกล่าวหาของสหรัฐล่าสุดที่บอกว่าจีนกักเก็บน้ำในแม่น้ำโขงไว้เพื่อประโยชน์ของตัวเองผ่านการสร้างเขื่อน 11 แห่งบนตอนบนของแม่น้ำโขงที่จีนเรียกว่าแม่น้ำล้านช้าง ทำให้คอสิคานเปรียบเทียบกรณีนี้กับความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ว่าเป็นโรงละครแห่งใหม่ของการแข่งขันกันของมหาอำนาจ

บิลาฮารีเผยว่า ในขณะที่วิกฤตแม่น้ำโขงมักจะถูกพูดถึงในแง่ของ “สารัตถประโยชน์” ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม แต่จริงๆ แล้วปัญหาแม่น้ำโขงสร้างความท้าทายด้านยุทธศาสตร์ให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบมากกว่าที่คิด

บิลาฮารีบอกว่าต้องยกระดับให้ประเด็นปัญหาในแม่น้ำโขงเป็นประเด็นระดับโลก

อดีตนักการทูตชาวสิงคโปร์ยกตัวอย่างกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้เพื่อแสดงให้เห็นว่าการยกระดับให้ปัญหาแม่น้ำโขงเป็นประเด็นระดับโลกจะเป็นประโยชน์กับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างไร

บิลาฮารีเผยว่า สำหรับข้อพิพาททะเลจีนใต้ การหารือภายใต้กรอบอาเซียนได้ข้อสรุปว่า ข้อเรียกร้องหรือสิทธิพิเศษของประเทศอาเซียนต้องมาก่อนคำสั่งทางกฎหมาย ส่วนจีนก็ทำท่าว่าจะไม่ยอมสละสิทธิเหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ทำให้สถานการณ์ถึงทางตัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนไม่สามารถห้ามสหรัฐหรือพันธมิตรปฏิบัติการในทะเลจีนใต้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงก่อสงครามที่จีนไม่มีทางชนะ

ขณะที่การสร้างเขื่อนกั้นตอนบนของแม่น้ำโขงทำให้สถานการณ์ในแม่น้ำโขงไม่สมดุล

อดีตนักการทูตแนะนำให้ประเทศท้ายน้ำโขงทั้ง 5 ซึ่งได้แก่ กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม และไทย เป็นแกนนำในการนำปัญหาแม่น้ำโขงสู่ที่ประชุมอาเซียนด้วยการบรรจุในระเบียบวาระการประชุมครั้งต่อไปที่ประเทศท้ายน้ำเป็นประธานการประชุม

“หากประเทศชายฝั่งแม่น้ำโขงเป็นแกนนำจะสามารถขอความช่วยเหลือจากประเทศอาเซียนที่อยู่ติดทะเล ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเวีย หรือประเทศอื่น” บิลาฮารีกล่าว

อย่างไรก็ดี บิลาฮารียอมรับว่า ประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5 ยังลังเลที่จะลากกลุ่มอาเซียนเข้ามาพัวพันกับปัญหาเฉพาะของแม่น้ำโขงนี้ ในขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศจึงรับมือกับปัญหาผ่านกลุ่มอนุภูมิภาคเท่านั้น อาทิ กลุ่มความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) ที่นำโดยจีน ข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (LMI) ที่สหรัฐเป็นแกนนำ

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ข้อพิพาททะเลจีนใต้ถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียนซึ่งขับเคลื่อนโดยประเทศที่มีอาณาเขตทางทะเลที่อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้

เมื่อถูกถามว่าประเทศอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาแม่น้ำโขงจะรับมือกับจีนที่แข็งแกร่งอย่างไร บิลาฮารีตอบว่า ประเทศอาเซียนควรพยายามระมัดระวังไม่ให้ “อิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ” กลายเป็น “อิทธิพลผูกขาด” ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ใช้การทูตรูปแบบอื่นร่วมกับการปฏิสัมพันธ์แบบทวิภาคี

แม่น้ำโขงตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนของจีนเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงกว่า 60 ล้านชีวิตใน 5 ประเทศที่ไหลผ่าน เมื่อเทียบกับพื้นที่พิพาททางทะเลจีนใต้แล้ว แม่น้ำโขงมีความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชนมากกว่า ผลกระทบจึงมีมากกว่าการแย่งชิงพื้นที่ในทะเลจีนใต้

เมื่อปีที่แล้วน้ำในแม่น้ำโขงแห้งแล้งที่สุดในรอบกว่า 50 ปีจนสันดอนทรายโผล่ ทั้งยังน้ำยังเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากตะกอนดินถูกกักไว้เหนือเขื่อน

ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับผลวิจัยของ Eyes on Earth บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำในสหรัฐที่พบว่า จีนกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนกว่า 47,000 ล้านคิวบิกเมตร ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำโขงช่วงท้ายน้ำลดลง

ทว่า ทางการจีนโต้กลับว่า เขื่อนในจีนจะช่วยลดความแห้งแล้งของแม่น้ำโขง แต่ที่ปีที่แล้วมีน้ำน้อยเป็นเพราะต้นน้ำโขงมีฝนตกน้อย และพื้นที่มณฑลยูนนานก็ประสบภาวะแห้งแล้งเช่นกัน

แต่จากภาพถ่ายทางดาวเทียมของ Eyes on Earth ในมณฑลยูนนานซึ่งแม่น้ำโขงตอนบนไหลผ่าน กลับพบว่าในปี 2019 พื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณฝนและน้ำที่ละลายจากหิมะสูงกว่าระดับปกติในช่วงฤดูฝน

ผิดกับระดับน้ำโขงบริเวณชายแดนไทย-ลาวที่ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็นถึง 3 เมตร นั่นหมายความว่า จีนไม่ปล่อยน้ำลงมาแม้ว่าประเทศท้ายน้ำจะต้องเผชิญกับความแห้งแล้งก็ตาม

ความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรมและประมงของชาวบ้าน ซึ่งเฉพาะการจับปลาในแม่น้ำโขงอย่างเดียวมีสัดส่วนถึง 20% ของปลาน้ำจืดที่จับได้ทั่วโลก

เพียงเท่านี้ก็สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในอาเซียน ดังนั้นหากจีนยังใช้ความเป็นประเทศต้นน้ำโขงสร้างอิทธิพลเหนือประเทศท้ายน้ำอยู่เช่นนี้ สุดท้ายอาจเป็นการบีบบังคับให้ประเทศเล็กๆ รวมทั้งไทยซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หันมาจับมือกันต้านอิทธิพลจีนจนกลายเป็นศัตรูกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้จีนอาจไม่เหลือพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียนเลย เพราะนอกจากจะเป็นศัตรูกับประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว ยังขัดแย้งกับประเทศอาเซียนอื่นๆ ในกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ด้วย

ประเทศร่ำรวยกว้านซื้อวัคซีนโควิดไปแล้วเกินครึ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633332

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 20:10 น.ประเทศร่ำรวยกว้านซื้อวัคซีนโควิดไปแล้วเกินครึ่งกว่าครึ่งหนึ่งของวัคซีนที่จะผลิตได้ในอนาคตตกอยู่ในมือบรรดาประเทศร่ำรวยที่มีประชากรรวมกันเพียง 13% ของประชากรโลกเท่านั้น

องค์กรการกุศลอ็อกซ์แฟม (Oxfam) เผยรายงานโดยอาศัยข้อมูลจากบริษัทซอฟท์แวร์ Airfinity ของอังกฤษว่า กลุ่มประเทศร่ำรวยซึ่งมีประชากรรวมกันราว 13% ของประชากรโลกคว้าส่วนแบ่งวัคซีน Covid-19 รวมกันมากถึง 51% ของวัคซีนที่กำลังจะผลิตในอนาคต

อ็อกซ์แฟมยังเตือนอีกว่า แม้ว่าวัคซีนที่มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จทั้ง 5 ตัวสามารถผลิตออกมาได้ ประชากรโลกราว 2 ใน 3 จะยังไม่ได้รับวัคซีนจนกว่าจะถึงปี 2022 เป็นอย่างน้อย

วัคซีนตัวเก็งทั้ง 5 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดลองระยะสุดท้ายสามารถผลิตได้ 5,900 ล้านโดส เพียงพอสำหรับฉีดให้ประชากรโลกราว 3,000 ล้านคน โดยส่วนใหญ่คือ 51% ตกไปอยู่ในมือของประเทศร่ำรวยหรือพัฒนาแล้ว รวมทั้งสหรัฐ อังกฤษ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และอิสราเอล

ส่วนที่เหลืออีกราว 2,600 ล้านโดสเป็นของประเทศกำลังพัฒนา อาทิ อินเดีย บังกลาเทศ จีน บราซิล อินโดนีเซีย และเม็กซิโก

อย่างไรก็ดี Oxfam เผยว่าประเทศอังกฤษสั่งจองวัคซีนล่วงหน้าเทียบเท่ากับ 5 โดสต่อประชากร 1 คน ทั้งที่โดยทั่วไปแล้วต้องใช้วัคซีน 2 โดสต่อประชากร 1 คน ซึ่งดูเหมือนเป็นการเอาเปรียบประเทศที่ไม่ร่ำรวยที่ไม่สามารถสั่งจองวัคซีนจำนวนมากๆ ได้

“การเข้าถึงวัคซีนไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหน หรือคุณมีเงินในกระเป๋าเท่าไร” โรเบิร์ต ซิลเวอร์แมน จาก Oxfam ประจำสหรัฐกล่าว