ปฏิญญาโซจิ-อาเซียนและรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160503/226920.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2559
ปฏิญญาโซจิ-อาเซียนและรัสเซีย

โลกสาระจิปาถะ : ปฏิญญาโซจิ-อาเซียนและรัสเซีย : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com

                    ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน มีหมายกำหนดการพบผู้นำอาเซียนทั้ง 10 คนที่เมืองโซจิในวันที่ 19-20 พฤษภาคม ถือเป็นครั้งแรกของการพบกันแบบครบทุกคน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามเจรจาเรื่องสาระว่าจะมีอะไรออกมาอวดชาวโลกให้ประจักษ์
                    ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้ใจเต็มร้อยจากผู้นำอาเซียนตอนพบกันที่ซันนีแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีการออกคำปฏิญญาซันนีแลนด์ออกมา แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี ต้องให้คะแนนโอบามาที่ชนะใจอาเซียน
                    ประเด็นสำคัญที่ประชุมสุดยอดโซจิคืออาเซียนจะต้องทำอย่างไร ในการรักษาหน้าตารัสเซีย ไม่ทำให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้ดูจืดเกินไป เท่าที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าทั้งรัสเซียและอาเซียนยังไม่รู้ว่าจะเลือกเอาประเด็นไหนมาเป็นสาระหลักของสัมพันธ์นี้
                    ฝ่ายอาเซียนต้องการเน้นหลักการความมั่นคงและเสถียรถาพในภูมิภาคและนานาชาติที่เคยอ้างอิงมากในเอกสารต่างๆ ส่วนรัสเซียมีจุดประสงค์ชัดเจนคือพยายามลดความสำคัญของพันธมิตรที่อาเซียนมีกับสหรัฐอเมริกา รัสเซียตอกย้ำสัมพันธ์ทางด้านพลังงานและการปราบกลุ่มก่อการร้าย สองประเด็นนี้รัสเซียดูเหมือนมีอำนาจต่อรองสูง
                    สัมพันธ์อาเซียน-รัสเซียลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด เพราะว่าผู้นำรัสเซียไม่ได้ใส่ใจอาเซียนเท่าไรนัก มักเห็นอาเซียนเป็นกลุ่มที่เข้ากับฝ่ายโลกตะวันตก ซึ่งมีทัศนคติผิดกับจีนสามารถพัฒนาสัมพันธ์กับอาเซียนได้อย่างกว้างขวาง และต่อมากลายเป็นความร่วมมือกับคู่เจรจาที่สำคัญที่สุดในอาเซียน
                    หลังจากที่การกีดกันรัสเซียสองปีกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากการเข้ายึดครองเครมเมียร์และนโยบายทางด้านความมั่นคงของรัสเซียในซีเรีย รัสเซียเริ่มให้ความสนใจอาเซียนมากขึ้น เห็นโอกาสที่จะเสริมสร้างพันธมิตรขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทย
                    ในช่วงที่ผ่านมา สองเดือน ผู้นำทหารไทยได้เดินทางไปเยือนรัสเซียค่อนข้างถี่ มีการเจรจาการค้าทั่วๆ ไป กระชับสัมพันธ์ในด้านต่างๆ แถมมีเรื่องซื้ออาวุธ ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการผลิตอาวุธเข้ามาด้วย กระทรวงกลาโหมไทยไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาวุธรัสเซียเพราะซื้ออาวุธส่วนใหญ่จากสหรัฐอเมริกา หลังการยึดอำนาจ สหรัฐอเมริกาเล่นแง่กับไทยในทุกๆ เรื่อง ทำให้สัมพันธ์ทวิภาคีชะงัก ไทยต้องหาทางออก
                    ประเทศเพื่อนบ้านเช่นเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนเคยซื้ออาวุธและเครื่องบินไอพ่นแบบต่างๆ จากรัสเซีย เพราะราคาถูก ข้อจำกัดน้อย ส่วนไทยถือว่าเป็นการลดความพึ่งพาทางด้านอาวุธที่มีกับสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาได้ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาและอาวุธที่ซื้อมาสามารถใช้แทนกันได้ ส่วนของรัสเซียหรือจีน มันเป็นคนละระบบกัน ต้องศึกษาและฝึกฝนกันใหม่
                    ในการประชุมที่โซจิ ไทยจะเป็นตัวหลักเนื่องจากมีสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัสเซียมากที่สุด แถมยังเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งในอาเซียน ฝ่ายไทยเองต้องการใช้รัสเซียเป็นดุจอำนาจถ่วงกับสหรัฐอเมริกาและจีน อย่าลืม รัสเซียยังมีอดีตสหายคือ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ที่คอยช่วยรัสเซียให้ดูดี ถึงแม้จะไม่มากก็ยังเกรงใจอยู่
                    ขณะนี้กองทัพไทยไม่ง้อสหรัฐอเมริกาแล้ว แม้จะเป็นพันธมิตรก็ตาม แต่ต้องพยายามขยายสัมพันธ์ทหารกับมหาอำนาจอื่นๆ ในวงกว้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อรอง ไทยโชคดีมีที่ตั้งศูนย์กลางในเอเชียอาคเนย์ ในเมื่อสถานการณ์ในภูมิภาคและต่างประเทศยังอยู่ในสภาพที่แปรเปลี่ยนอยู่เสมอ ไทยต้องการความเป็นอิสระมากขึ้นในการดำเนินนโยบายความมั่นคง
                    ช่วงหลัง รัสเซียเพิ่มความสนใจไทยมากขึ้น ทูตรัสเซียคนปัจจุบัน นายคาริล บาสสกี ค่อนข้างขยันใช้การทูตเชิงรุกสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของรัสเซียในไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพิ่มพลวัตพลังรัสเซียในสังคมไทย แข่งกับทูตสหรัฐอเมริกา นายเกลน เดวีส์ อย่างแข็งขัน
                    ไทยต้องระวังเวลาคบกับรัสเซียเพราะอาจจะเจ็บตัวได้ เนื่องจากมันเป็นการสวนต้านกระแสการเมืองโลกที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะในขณะนี้ ไทยยังมีปัญหายืดเยื้อทางด้านการประมงผิดกฎหมายอยู่ และเรื่องการค้ามนุษย์กับสหรัฐอเมริกากับรายงานประจำปีที่จะถึงในปลายเดือนนี้
———————-
(โลกสาระจิปาถะ : ปฏิญญาโซจิ-อาเซียนและรัสเซีย : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com)

สื่อยังต่อไม่ติดประชาคมอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160412/225773.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 12 เมษายน 2559
สื่อยังต่อไม่ติดประชาคมอาเซียน

โลกสาระจิปาถะ : สื่อยังต่อไม่ติดประชาคมอาเซียน : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com

                    ประชาคมอาเซียนครบ 100 วัน พอดีอาทิตย์นี้ สื่อมวลชนในอาเซียนก็ยังต่อไม่ติดเหมือนเดิม ไม่มีการรายงานข่าวแสดงให้ถึงการหล่อหลอมรวมตัวกันของทั้งสิบประเทศสมาชิกให้เป็นประชาคมอาเซียนอย่างที่ผู้ก่อตั้งอาเซียนตั้งความหวังไว้
                    อย่าลืม ตอนนี้เราเป็นประชาคมมีเพื่อนร่วมชะตาชีวิต 630 ล้านคนแล้ว ประเทศไทยคือศูนย์กลางของอาเซียน (Hub of ASEAN) แล้ว ถึงแม้ว่า หน่วยงานของรัฐยังไม่สามารถปรับตัวและประสานงานกับหุ้นส่วนอื่นๆ ก็ตาม (ไม่เชื่อให้ไปดูที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ยังงุ่มง่ามเรื่องอาเซียนเลน ทั้งๆ ที่ไทยมีมาก่อนเป็นประเทศแรก แต่ในภาคสนามยังมีความพิเรนทร์มากๆ ตามจริง ตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2025 ฉบับล่าสุด ไทยและสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ต้องมีแต่อาเซียนเลน (ASEAN Lane) กับที่ไม่ใช่อาเซียนเลน (Non-ASEAN Lane) เพื่อแสดงตัวให้เป็นคนอาเซียนรู้ว่าประชาคมอาเซียนมีจริง สัมผัสได้จริง ดูแบบที่สหภาพยุโรปมีอียูเลนกับไม่ใล่อียูเลน)
                    โดยทั่วๆ ไป สื่อมวลชนไทยมีความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนและการรวมตัวประชาคมอาเซียนดีกว่าทุกประเทศในอาเซียนก็ว่าได้ เพราะรัฐบาลไทยได้รณรงค์การเป็นประชาคมอาเซียนมานานถึงสามปีกว่า จนทุกวันนี้คนไทยติดปากเออีซีว่ามันเป็นประชาคมอาเซียน ถึงแม้ว่ามันหมายถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ตาม
                    น่าเสียดายมากๆ สื่อมวลชนไทยยังไม่ได้ขยายผลงานหรือรายงานข่าวคราวที่เกี่ยวกับองค์ร่วมของอาเซียนและประชาคมอาเซียน ถึงแม้ว่า สื่อตีพิมพ์ทุกฉบับและทีวีดิจิทัลเกือบทุกช่องมีคอลัมน์หรือโปรแกรมเกี่ยวกับอาเซียนโดยตรง แต่รายงานส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบของสัมพันธ์ทวิภาคี ไทยได้อะไร ไทยเสียอะไร ไทยพร้อมแล้วหรือยัง
                    ตัวอย่างเช่น ขณะนี้สื่อทั่วๆ ไป ยังขาดการรายงานแบบบูรณาการถึงความพยายามของไทยในการเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน (Asean Centrality) ส่งเสริมบทบาทอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ หรือเข้าร่วมเสวนาหรือแสดงความมุ่งมั่นในประเด็นที่มีผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมในโลกของไทยเรายังเป็นผู้ประสานงานและนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาแบบยั่งยืนให้แก่อาเซียน เป็นต้น
                    ประเด็นเหล่านี้ ไทยเป็นตัวตั้งตัวตีมานานแล้ว แต่สื่อมวลชนไทยไม่ได้สนใจ ไม่ใช่เพิ่งมาทำเพื่อสร้างภาพหรือขอคะแนนสนับสนุนในการแข่งขันชิงที่นั่งไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติที่กำลังดำเนินการอยู่
                    ที่เห็นชัดเจน สื่อมวลชนไทยให้ความสำคัญกับข่าวและข้อมูลด้านเศรษฐกิจมากเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเครือข่ายสื่อมวลชนกระทรวงพาณิชย์สนใจ ลึกๆ เกรงกลัวว่านักธุรกิจบ้านเราจะสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ โดยเน้นเรื่องความเตรียมพร้อมเสียส่วนใหญ่ เช่น ภาษาอังกฤษอ่อน ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความรู้เกี่ยวกับวิธีทำธุรกิจเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งหลาย ฝ่ายไทยไม่ห่วงบริษัทใหญ่ๆ รู้ดีว่ากลุ่มเหล่านี้มีความเตรียมพร้อมสูง มีการพัฒนาขีดความสามารถสูง ประสบการณ์และความรอบรู้ครบวงจร
                    มีความจำเป็นที่สื่อไทยต้องรายงานเกี่ยวกับอีกสองเสาคือความมั่นคงและสังคม-วัฒนธรรมด้วยที่ผ่านมารายงานที่ได้ติดตามจะพบว่าเป็นเรื่องราวของการท่องเที่ยว หรือเป็นรายการชวนกิน ชวนเพลินเสียมากกว่า ไม่มีการรายงานข่าวความคืบหน้าในแต่ละประเทศที่พยายามปรับตัวเข้าหาประชาคมอาเซียน
                    ในบริบทอาเซียน สื่อมวลชนเวียดนาม สิงคโปร์และอินโดนีเซีย พอมีข่าวอาเซียนมากหน่อย แต่ก็มีปัญหาแบบเดียวกับสื่อมวลชนไทยคือชอบรายงานในประเด็นที่เป็นทวิภาคีล้วนๆ แบบนี้บทบาทสื่อมวลชนในการเสริมสร้างอัตลักษณ์หรือสร้างความรู้สึกร่วมต่อประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
                    น่าสนใจคือในช่วงสามปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนเวียดนามค่อนข้างมีผลงานเยอะ ให้ความสนใจกิจกรรมอาเซียนมากที่สุด โดยเฉพาะทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เรียกได้ว่าประเทศนี้ส่งเสริมบทบาทอาเซียนขนานใหญ่ ยิ่งอาเซียนเป็นองค์กรที่เข้มแข็งมากขึ้นเท่าไรยิ่งดีต่อเวียดนาม เพราะสามารถใช้เป็นที่กำบังให้แก่เวียดนามเพื่อต้านกับอิทธิพลจีนที่มีชายแดนติดต่อกันด้านทิศเหนือ
                    ถึงเวลาแล้วที่สื่อมวลชนอาเซียนต้องเอาใจใส่ประเด็นสำคัญๆ ในบริบทประชาคมอาเซียน มิฉะนั้นประชาคมนี้จะไม่มีทางเติบโตได้อย่างแน่นอน
———————–
(โลกสาระจิปาถะ : สื่อยังต่อไม่ติดประชาคมอาเซียน : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com)

ผลประชุมผู้นำสหรัฐ-อาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160301/223317.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 1 มีนาคม 2559
ผลประชุมผู้นำสหรัฐ-อาเซียน

ผลประชุมผู้นำสหรัฐ-อาเซียน : กวี จงกิจถาวร โดยโลกสาระจิปาถะ

           ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประสบความสำเร็จในการพบปะผู้นำอาเซียนที่สถานตากอากาศซันนี่แลนด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ทั้งในฐานะเป็นเจ้าภาพงาน และเสริมบารมีส่วนตัว ถือเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมนัดพิเศษระหว่างทั้งสองฝ่ายในสหรัฐอเมริกา ทำให้บทบาทสหรัฐเข้มข้นขึ้นมทันที และทำให้สัมพันธ์ทวิภาคีนั้นกระชับขึ้นทันที ส่วนในระดับส่วนตัวโอบามาต้องการให้ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาและภูมิภาคจารึกถึงบทบาทและความพยายามของเขาในการเสริมสร้างสายใยกับสมาชิกอาเซียน

คำปฏิญาณ 17 ข้อออกตามมาหลังการประชุมเสร็จ เป็นเอกสารที่น่าสนใจเพราะรวบรวมความคิดของผู้นำทั้งหมดของทั้งสองฝ่ายที่ได้มาประชุมกันสองวันอย่างสมบูรณ์ที่สุด เพราะหยิบเอาหลักที่มีอยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และกฎระเบียบวินัยต่างๆ ที่ใช้กันทั่วโลกมาเป็นหลักการของอาเซียนและสหรัฐอเมริกา มันสามารถนำมาเป็นแนวทางหรือโรดแม็พเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้เป็นเพราะว่าโอบามาต้องการให้นโยบายวางเข็มหมุดในเอเชียหรือการสร้างดุลอำนาจใหม่ในเอเชีย (Rebalance to Asia) ให้มีความต่อเนื่องต่อไป หลังตัวเองออกจากตำแหน่ง

ต้องขอชมโอบามาที่ชักจูงให้ผู้นำอาเซียนเดินทางข้ามทะเลมาที่สหรัฐอเมริกาด้วยระยะเวลาเชิญอันสั้น แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและไว้ใจที่มีต่อโอบามา ที่น่าสนใจคือผู้นำจีนและรัสเซียไม่ได้มีความสนิทสนมกับผู้นำอาเซียนเท่ากับโอบามาเลย ทำให้โอบามาสามารถพบผู้นำอาเซียนก่อนใครเพื่อนในช่วงเข้าสู่ประชาคมอาเซียนพอดี

เท่ากับว่างานนี้สหรัฐอเมริกาได้ใจอาเซียนไปเยอะมาก (สหรัฐเป็นประเทศแรกที่ส่งทูตประจำสำนักเลขาธิการอาเซียนในปี 2011 ที่กรุงจาการ์ตา) ในทางตรงกันข้ามประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ไม่เคยเข้าประชุมผู้นำอาเซียนแต่ครั้งเดียว ทำให้ผู้นำอาเซียนรู้สึกไม่ดีมีอคติ ในวันที่ 19-20 พฤษภาคม จะมีประชุมนัดพิเศษระหว่างผู้นำอาเซียนและปูตินเพื่อฉลองสัมพันธ์ครบรอบ 20 ปี ต้องติดตามดูว่าผลประชุมจะออกมาในแนวใด แต่คงจะไม่บูรณาการเท่ากับปฏิญาณซันนี่แลนด์แน่นอน

ตามจริงปูตินมีมิตรภาพที่ดีกับมาเลเซียในช่วงที่มาเลเซียยังไม่ได้พัฒนาสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา ในปี 2005 ปูตินเดินทางไปเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างเป็นทางการ พร้อมกับแสดงความพร้อมที่จะเข้าเป็นสมาชิกก่อตั้งของการประชุมสุดยอดเอเซียอาคเนย์ หรือ East Asia Summit ปรากฏว่าสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วย จึงมีการยับยั้งสร้างความรู้สึกไม่ดีให้แก่ปูตินตั้งแต่นั้นมา

ปูตินไม่ค่อยให้ความสนใจอาเซียนเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียจะตอกย้ำเสมอว่า รัสเซียให้ความสำคัญต่ออาเซียนก็ตาม

รัสเซียก็เหมือนสหรัฐอเมริกา กำลังจีบอาเซียนอย่างหนัก เพราะรู้ดีว่าอาเซียนสามารถเป็นกลุ่มสร้างอำนาจต่อรองให้แก่รัสเซียในภูมิภาคได้ อย่าลืมว่า รัสเซียในยุคสหภาพโซเวียตเฟื่องฟูนั้น มีเวียดนาม ลาว กัมพูชาอยู่ในอาณัติมาก่อน ตอนนี้สงครามเย็นยุติแล้ว แต่ความคิดทางการเมืองระหว่างประเทศยังคงความแปลกแยกกันอยู่ ทำให้รัสเซียจะยังคงเป็นทางเลือกในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ซีเรีย เวเนซุเอลา เป็นต้น

ปลายปีนี้ช่วงต้นกันยายน ผู้นำอาเซียนมีหมายกำหนดจะพบผู้นำจีน

เป็นนัดพิเศษฉลองสัมพันธ์ 25 ปี ที่กรุงเวียงจันทน์ ตอนนี้เริ่มมีการเตรียมการไว้แล้ว อาเซียนอยากเห็นประธานาธิบดีสี จิ้นเผิงมา ตามปกติส่งนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง มาประชุมตลอด ถ้าครั้งนี้ได้สีมากเองก็จะดี เพราะครั้งนี้สีสามารถสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำอาเซียนแบบเดียวกับโอบามา

ที่ผ่านมา ผู้นำจีนและอาเซียนมีแต่คุยกันที่ประชุม ไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้นำเหล่านี้รู้จักซึ่งกันและกันดีขึ้น สหรัฐอเมริกาต้องการอาเซียนเข้าช่วยพยุงนโยบายปักหมุดเอเชีย เพราะถ้าไม่ผู้นำสหรัฐมาผลักดันด้วยตัวเอง นโยบายนี้จะไม่มีการพัฒนาการต่อไป ต้องชื่นชมโอบามาในประเด็นนี้

ปฏิญาณซันนี่แลนด์จะเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์อาเซียน เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่อาเซียนกับสหรัฐอเมริกาได้ช่วยกันร่างหลักการ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องเคารพและปฏิบัติตามจนฟ้าดินสลาย

สัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐเหนียวขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160223/222952.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559
สัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐเหนียวขึ้น

โลกสาระจิปาถะ : สัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐเหนียวขึ้น : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com

                      ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา รู้ดีว่า ตำนานนโยบายต่างประเทศของเขาที่มีต่ออาเซียนในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา จะเป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์จะจารึกไว้อย่างแน่นอน ทำให้ตัวเขาเองต้องออกมาเล่นลูกด้วยการผูกมิตรกับผู้นำอาเซียนเอง โดยเฉพาะในวาระที่สอง นอกจากนั้น จะพบว่า บทบาทของรัฐมนตรีต่างประเทศจอห์น แคร์รี คนนี้ แทบจะไม่มีเลย มีความลับอีกอย่างคือ แคร์รีเข้ากับผู้นำอาเซียนไม่ค่อยได้ ถึงแม้ว่าจะเคยรบมาในสงครามเวียดนามก็ตาม
                      ในที่ประชุมซันนี่แลนด์ รัฐแคลิฟอเนียร์ ในช่วงสองวันนี้ แสดงให้ถึงความมุ่งมั่นของโอบามาในการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับอาเซียนให้สืบทอดต่อไปในอนาคต ถึงแม้ว่าจะมีประธานาธิบดีคนละพรรคการเมืองที่ต่างกันเข้ามาในต้นปีหน้าก็ตาม
                      ยิ่งในช่วงหนึ่งปีนี้ สหรัฐอเมริกาจะมีอะไรแปลกๆ ออกมาจากปากนักการเมืองทั้งหลายทั้งปวง เพราะแต่ละคนต้องการหาเสียง นักการเมืองอเมริกันน่าสนใจมาก เพราะต้องเตรียมตัวอย่างดี การพูดจาและแสดงความคิดเห็นมีวันต่อวัน บางครั้งเป็นชั่วโมงต่อชั่วโมง เพื่อเรียกร้องเสียงสนับสนุนจากประชาชน จึงไม่แปลกคนอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ จึงมีคนนิยมชมชอบ ทางด้านการเมืองเปรียบเทียบ ทำให้คิดถึงนักการเมืองไทยที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช
                      สหรัฐอเมริการู้ดีว่า อาเซียนในองค์รวมมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างฐานอิทธิพลทางด้านความมั่นคงหลังสงครามเย็น ในปัจจุบันจะพบว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้นิ่งนอนใจอะไรเลย พยายามอย่างยิ่งที่จะจีบอาเซียนในทุกๆ ด้าน ซึ่งต่างจากประธานาธิบดีอเมริกันคนก่อน
                      โอบามารู้ดีว่าสัมพันธ์สหรัฐกับอาเซียนจะยั่งยืนได้นั้น ต้องสร้างความสนิทสนมในระดับผู้นำก่อน เพราะมีผลตามมาแน่นอน เพราะผู้ใหญ่สั่งได้ ตามปกติผู้นำแต่ละประเทศไม่มีเวลาให้ซึ่งกันและกัน ประชุมเสร็จต่างฝ่ายต่างแยกย้าย เพราะแต่ละคนมีเรื่องที่ตนเองให้ความสำคัญและต้องทำ ไม่มีเวลาให้กันและกัน
                      สำหรับโอบามา จะพบว่าเขาพยายาม ตอนนี้คุยได้ว่าเป็นผู้นำอเมริกันคนเดียวที่ได้พบปะผู้นำอาเซียนทุกประเทศ นอกจากนั้นยังเดินทางไปเกือบทุกประเทศอาเซียน (ยกเว้น ลาว และเวียดนาม โอบามามีแผนการเดินทางเยือนทั้งสองประเทศในเดือนพฤษภาคม)
                      โอบามาโชคดีครับ ที่ได้พบปะผู้นำอาเซียนก่อนใครเพื่อน ในช่วงต้นๆของการเริ่มประชาคมอาเซียน ทำให้สหรัฐอเมริกามีปากมีเสียงมากขึ้น ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกว่า “หลักการซันนี่แลนด์” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้นำทั้งสองฝ่ายที่จะทำให้สัมพันธ์นี้มีเข้มข้นยิ่งๆ ขึ้น
                      ทั้งรัสเซียและจีนก็จะมีการประชุมสุดยอดเหมือนกันกับผู้นำอาเซียน วันที่ 19-20 พฤษภาคม ที่เมืองโซชิ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ได้เชิญผู้นำอาเซียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนจีนได้เชิญผู้นำอาเซียนในเดือนกันยายน ที่กรุงเวียงจันทน์ ปีนี้เป็นปีที่อาเซียนต้องแสดงฝีมือเต็มที่ในการแสดงบทบาทในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
                      โอบามารู้ดีว่าอาเซียนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการผูกมิตรกับจีนได้ แต่ละประเทศยังต้องพึ่งจีน เพราะเป็นตลาดสินค้าเข้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน พูดง่ายๆ คือ อาเซียนเข้าหาจีนเพราะเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนอาเซียนเข้าหาสหรัฐอเมริกานั้น เป็นประเด็นความมั่นคง
                      อาเซียนเป็นองค์กรที่มีมนต์ขลังมาก อาเซียนไม่ได้เป็นองค์กรแข็งหรืออ่อนเกินไป ทำให้มหาอำนาจอยากคบหาสมาคมกับผู้นำอาเซียน จึงไม่แปลกที่ผู้นำมหาอำนาจอุตส่าห์มาพบปะอาเซียน ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการเดินทางมายังอาเซียนเป็นวันๆ ก็ตาม
                      ในขณะที่ประชาคมอาเซียนกำลังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ไทยไม่ควรพลาดโอกาส ไทยมีที่ตั้งอยู่ใจกลางของผืนแผ่นดินเอเชียอาคเนย์ ไทยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ มหาอำนาจจะไม่มีทางปล่อยวางอาเซียนให้อยู่เฉยๆ เด็ดขาด
                      ไทยเป็นพันธมิตรสหรัฐและมีสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและรัสเซีย มีอำนาจต่อรองมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ประเด็นสำคัญคือเราต้องทำการบ้าน
                      ผู้นำไม่พูดจาเลอะเทอะ ต้องกล้าทำ พร้อมรับผิดชอบ
————————
(โลกสาระจิปาถะ : สัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐเหนียวขึ้น : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com)