เตือนภัยคุกคามไซเบอร์มุ่งโจมตีเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561640

  • วันที่ 22 ส.ค. 2561 เวลา 12:24 น.

เตือนภัยคุกคามไซเบอร์มุ่งโจมตีเอเชีย

แคสเปอร์สกี้ ชี้ปี 2561 ภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลกพุ่ง 700 เท่า แรนซัมแวร์โจมตี ดาต้าบุคคล ไอโอที สมาร์ทโฟน

นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แคสเปอร์สกี้ แลป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อกับดีไวซ์ของคนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2561 ความเสี่ยงภัยคุกคามในโลกไซเบอร์เพิ่มขึ้น 700 เท่าตัว โดยดาต้ากลายเป็นทรัพย์สินสำคัญของบุคคลที่สำคัญ ซึ่งพบว่า 11% ของคนทั่วไปมีโอกาสเสี่ยงโดนโจมตีจากแรนซัมแวร์

สำหรับปีนี้พบว่ามีแอ็กเคาต์ของบุคคลราว 1.5 ล้านแอ็กเคานต์ที่โดนโจมตี และสร้างรายได้ให้กับแฮ็กเกอร์ตั้งแต่ 3-200 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้แรนซัมแวร์ยังคงโจมตีองค์กรในสัดส่วน 23% สิ่งที่สร้างความกังวลจากการใช้คลาวด์ 59% ขององค์กรจะใช้บริการคลาวด์จากผู้ให้บริการ รวมถึงการโจมตีไอโอที แอพพลิเคชั่นปลอม เป็นต้น

ขณะที่การคุกคามไซเบอร์องค์กรธุรกิจระดับสูงในครึ่งปีหลังพบว่า มีกลุ่ม Lazarus แฮ็กเกอร์เกาหลีจะเข้าโจมตีธุรกิจการเงินในลาตินอเมริกา ส่วนการโจมตีตลาดเอเชีย ได้แก่ Turla Caka Uroburos /Snake จะส่งอีเมลปลอมเพื่อลวงให้เปิดอ่านโจมตีในตะวันออกกลาง มัลแวร์ Roaming Mantis จะโจมตีอุปกรณ์ไอโอที และสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส

ปลอมแปลง ข้อมูลผู้ป่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561628

  • วันที่ 22 ส.ค. 2561 เวลา 11:30 น.

ปลอมแปลง ข้อมูลผู้ป่วย

นักวิจัยความปลอดภัยของ McAfee พบช่องทางที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ป่วยและสามารถส่งข้อมูลปลอมไปยังศูนย์กลางของโรงพยาบาลได้ แฮ็กเกอร์สามารถใช้วิธีการเปิดช่องทางปลอมแปลงข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วยได้โดย

1.การสลับอุปกรณ์ที่โรงพยาบาลใช้ เพื่อเปิดช่องทางปลอมแปลงข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วย และ 2.เข้าถึงเครือข่ายของทางโรงพยาบาล

เมื่อแฮ็กเกอร์สามารถเข้าไปในเครือข่ายได้ไม่ว่าจากช่องทางใด พวกเขาสามารถควบคุมข้อมูลส่วนกลาง และรับข้อมูลที่ส่งมาจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ชิ้นอื่นๆ และส่งข้อมูลตามความต้องการของตัวเองได้

แฮ็กเกอร์สามารถควบคุมข้อมูลทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ ผ่านโปรโตคอลของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อยู่ภายในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไว-ไฟ หรือแลนเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนการแสดงผลข้อมูลทางการแพทย์ เช่น จังหวะการเต้นของหัวใจ ความดันเลือด และระดับออกซิเจนในเลือดได้

นักวิจัยที่พบช่องโหว่กำลังติดต่อกับผู้ผลิตให้ดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดของระบบ เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮ็กเกอร์ที่ไม่คาดฝันในอนาคต

ชนะด้วยเป้าระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561539

  • วันที่ 21 ส.ค. 2561 เวลา 14:03 น.

ชนะด้วยเป้าระยะยาว

โลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน หากยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ ดูจะยั่งยืนกว่าการฝากขายสินค้าผ่านตัวกลางเพียงอย่างเดียว

************************************

โดย…ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Priceza.com นายกสมาคมผู้ประกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Thai e-Commerce Association)

ข่าวคราวอี-คอมเมิร์ซเมื่อไม่นานมานี้ ว่าด้วยเรื่องลาซาด้า (Lazada) ที่ตัดสินใจไม่เก็บค่าคอมมิชชั่นสำหรับผู้ขายในทุกประเภทสินค้า จากเดิมที่ต้องถูกหักค่าคอมมิชชั่น 4-12% ซึ่งเป็นการดีสำหรับผู้ขายที่สามารถมีช่องทางขายฟรี และช่วยลดต้นทุนในการขายอีกต่างหาก

แรกเริ่มลาซาด้ามี Rocket Internet เป็นผู้ร่วมลงทุนก่อตั้ง (Venture Builder) ลาซาด้าเปิดในไทยและในหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ในปี 2555 ผมเคยอ่าน Investment Deck แผนคือต้องการจะทำให้ลาซาด้ามีกำไร หรือถึงจุดคุ้มทุน ภายใน 5 ปี คือภายในปี 2560

ช่วงแรกที่เปิดตัวลงทุนสูงมากทั้งลดแลกแจกแถม ผลปรากฏว่าพอดำเนินธุรกิจไปธุรกิจก็เติบโตได้ดี แต่โอกาสทำกำไรยังริบหรี่ และดูท่าทียังไม่สามารถทำกำไรได้ตามแผน นักลงทุนเริ่มกังวลและชะลอการปั๊มเงินเข้าไปในลาซาด้าเพิ่มในช่วงนั้น และธุรกิจเริ่มมีความเสี่ยง จนในที่สุด Rocket Internet จึงขายลาซาด้าให้กับอาลีบาบาในปี 2016 ถ้าไม่ขายตอนนั้น เงินสดมีโอกาสหมดได้

ตัดภาพมาปี 2561 ในวันที่อาลีบาบาเป็นเจ้าของลาซาด้าเต็มตัวและแจ็ค หม่า ประกาศว่า อาลีบาบาจะเป็นธุรกิจที่มีอายุมากถึง 102 ปี หมายถึง เขาลงทุนกับลาซาด้าโดยมองเป้าระยะยาว และเขามีเงินอัดเข้ามาได้เรื่อยๆ จากธุรกิจที่ทำผลกำไรให้ในประเทศจีน

ปรับค่าคอมมิชชั่นร้านค้าเป็น 0% เพื่ออะไร หมากนี้คือ อยากชนะในสงคราม ด้วยการสร้างฐานร้านค้าให้มากๆ ก่อน หลังจากนั้นค่อยหาทางทำเงิน ซึ่งรอได้ยาวๆ เป็น 10 ปี

สำหรับร้านค้าได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะไม่ว่าจะไปลงขายกับช้อปปี้ หรือลาซาด้า ก็ไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลาซาด้าจะสามารถขยายร้านค้าได้ในวงกว้างมากขึ้น เดิมมีร้านค้าบางกลุ่มไม่ขายที่ลาซาด้า เพราะหักค่าคอมฯ สูงเกินกว่าที่เค้ามีกำไร สุดท้ายร้านค้ารายย่อยจะทยอยมาเปิดที่ลาซาด้ามากขึ้น

การแข่งขันอี-มาร์เก็ตเพลส ในไทย แทบจะแบ่งแยกไปเลยว่ารายใหญ่เท่านั้นถึงจะกล้ามาแข่งกับลาซาด้าช้อปปี้ และเจดี การแข่งขันจะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ใครอ่อนแออาจพ่ายแพ้ได้ ใครเงินหมดก่อนก็อาจต้องยกธงขาว ซึ่งการแข่งขันดีกับผู้บริโภคในการมีตัวเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้น

แม้ว่าตลาดอี-คอมเมิร์ซประเทศไทยจะไม่มีผู้เล่นที่เป็นมัลติ แคธิกอรี่ อี-มาร์เก็ตเพลส สัญชาติไทยมาสักพักแล้ว และจะเป็นแบบนี้ต่อไป ใครอยากเข้ามาแข่งในตลาดนี้จะต้องเตรียมเงินไว้อย่างต่ำ 1 หมื่นล้านบาท

ผู้ประกอบการเองก็อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าจะได้ค่าคอมฯ 0% ในระยะยาว ควรมองช่องทางการขายให้หลากหลายช่อง ทั้งโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ที่เราสามารถบริหารจัดการพูดคุยโดยตรงกับลูกค้าได้ และเน้นเรื่องการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเอง เพื่อต่อยอดการขาย และกระตุ้นการซื้อซ้ำได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพาอี-มาร์เก็ตเพลสหรือช่องทางอื่นๆ มากนัก

เพราะในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน หากยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าถึงหัวใจลูกค้า ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ ตรงนี้ดูจะยั่งยืนกว่าการฝากขายสินค้าผ่านตัวกลางเพียงอย่างเดียวครับ

โนเกียลุย5จีบรอดแบนด์700

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561500

  • วันที่ 21 ส.ค. 2561 เวลา 08:45 น.

โนเกียลุย5จีบรอดแบนด์700

โนเกียเปิดโผเทคโนโลยี 5จี ชูระบบเอ็นอาร์รองรับเครือข่ายบรอดแบนด์ มั่นใจตลาดไทยเริ่มใช้เชิงพาณิชย์ 2563

นายเซบาสเตียน โลฮอง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท โนเกีย เปิดเผยว่า แผนของบริษัทรุกเทคโนโลยี 5จี เพื่อรองรับไทยเข้าสู่ 5จี ปี 2563 ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเริ่มเป็นขั้นตอนหรือเป็น สเต็ปไป โดยขณะนี้ไทยถือว่ามีความพร้อมของคลื่นที่จะรองรับ 5จี แต่ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดสรรคลื่นย่านความถี่รองรับ โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ใช้คลื่นย่านความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ แนวโน้มของธุรกิจไทยใช้คลาวด์ เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2558 ไปสู่ปี 2562 ราว 2 เท่าตัว เมื่อเทียบกับการใช้ข้อมูล หรือดาต้าจะไม่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การก้าวสู่ 5จี ทำให้เกิดธุรกิจเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมโรงงานสู่ยุคไอโอที สมาร์ทซิตี้ ธุรกิจเฮลท์แคร์ โลจิสติกส์ และคมนาคม สำหรับเทคโนโลยีของบริษัท โนเกีย 5จี New Radio (NR) จะช่วยให้โครงข่ายโทรคมนาคมเป็นระบบรับส่งข้อมูลทางอากาศแบบใหม่ รับเครือข่ายบรอดแบนด์ของอุปกรณ์เคลื่อนที่

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีการ กระจายสัญญาณไว-ไฟของโนเกียแบบ Mesh และ Home Insight โนเกีย ไว-ไฟ เป็นโซลูชั่นที่ช่วยกระจายสัญญาณไว-ไฟความเร็วสูง และโนเกีย อัลตรา คอมแพกต์ เน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายแอลทีอี สามารถเชื่อมต่อได้ครอบคลุมพื้นที่และทันที พร้อมกับมีบริการโซลูชั่นคลาวด์ ออโตเมชั่น ซึ่งมุ่งเน้นเจาะกลุ่มโรงงานเฮลท์แคร์ ส่วนภาพรวมปีนี้ชิปเมนต์ถือว่ารองรับ 5จี แล้ว ส่วนกลุ่มมือถือในปีหน้าจะเริ่มมีดีไวซ์ออกมาสู่ตลาด

สำหรับพฤติกรรมของคนไทยพบว่า 86% ต้องการทำกิจกรรมบนสมาร์ทโฟน อาทิ การใช้งานสมาร์ทโฟน 75% เพื่อการดูรับชมวิดีโอและแนวโน้มต้องการความคมชัดมากขึ้น เช่น การรับชมคอนเทนต์หรือการถ่ายทอดสด 4K และแนวโน้มต่อไปจะเป็นระบบ 8K รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเออาร์หรือวีอาร์

ขณะที่ภาคธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีไว-ไฟของโนเกีย เช่น โรงแรมในสมุยได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นำเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติกเพื่อให้บริการลูกค้าในห้อง หรือภาคการเกษตรสู่สมาร์ทฟาร์ม โดยการติดตั้งชิปเมนต์ เป็นต้น

“หัวเว่ย”เซ็นเอ็มโอยูนำร่องทดลองระบบ5จีรายแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561476

  • วันที่ 20 ส.ค. 2561 เวลา 21:42 น.

"หัวเว่ย"เซ็นเอ็มโอยูนำร่องทดลองระบบ5จีรายแรกในไทย

หัวเว่ยพร้อมทดลองระบบ 5จี โครงการ 5จี Test Bed ในดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ จ่อเอ็มโอยูดีอีรายแรกวันที่ 24 ส.ค.นี้

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ส.ค. 2561 นี้ ตัวแทนจากบริษัท หัวเว่ย จะร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับกระทรวงดีอี เรื่องการทดลองระบบ 5จี ภายใต้โครงการ 5จี Test Bed ในพื้นที่ดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ โดยหัวเว่ยจะเป็นเอกชนรายแรกที่เข้าร่วมทดลองระบบ 5จี ซึ่งในอนาคตกระทรวงดีอีจะร่วมมือกับเอกชนอีกหลายแห่งในการทดลองระบบ 5จี ด้วย

ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ทดลองระบบ 5จี ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1.การจัดหาคลื่นความถี่ ซึ่งเบื้องต้นสำนักงานกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอให้ใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 3.3-4.2 กิกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 24-29 กิกะเฮิรตซ์ ในการทดลองระบบ 2.การจัดหาอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นการลงทุนของภาคเอกชน เช่น หัวเว่ย

3.การเปิดให้ผู้ให้บริการเข้ามาทดลองระบบในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมระบบ 5จี ในอนาคต และ 4.การพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการทดลองระบบ โดย

ด้านพื้นที่ทดสอบระบบ 5จี ในระยะยาวจะใช้พื้นที่ของดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ แต่ระหว่างการพัฒนาอาจใช้พื้นที่ใกล้เคียงไปก่อน

ภาพ เอเอฟพี

“แอปเปิล”ถอนแอพฯผิดกฎหมาย2.5หมื่นแอพฯในจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561409

  • วันที่ 20 ส.ค. 2561 เวลา 12:13 น.

"แอปเปิล"ถอนแอพฯผิดกฎหมาย2.5หมื่นแอพฯในจีน

“แอปเปิล”ประกาศถอนแอพพลิเคชั่นผิดกฎหมาย 25,000 แอพฯจากแอพฯสโตร์ในประเทศจีน

แอปเปิล อิงค์ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ได้ตัดสินใจถอนแอพพลิเคชันที่ผิดกฎหมายจาก “แอปเปิล แอพ สโตร์” ในประเทศจีน หลังจากสื่อของรัฐบาลจีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทางบริษัทไม่พยายามควบคุมข้อมูลหรือเนื้อหาที่เป็นเรื่องต้องห้ามของรัฐบาลจีน

แอปเปิลระบุว่า บริษัทได้ถอนแอพพลิเคชันจำนวนมากในประเทศจีน ซึ่งรวมถึงแอพพลิเคชันการพนัน ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โดยบริษัทจะจับตาสถานการณ์แอพฯที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า แอปเปิลได้ทำการถอนแอพพลิเคชันไปแล้วประมาณ 25,000 แอพฯ

ด้าน กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนระบุว่า แอปเปิลให้บริการแอพพลิเคชันกว่า 1.8 ล้านแอพฯ บนแอปเปิลสโตร์ในจีน โดยการถอนแอพพลิเคชันจำนวน 25,000 แอพฯนั้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1.4 % จากทั้งหมด

ภาพ เอเอฟพี

รับมือ แฮ็กไอจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561406

  • วันที่ 20 ส.ค. 2561 เวลา 12:05 น.

รับมือ แฮ็กไอจี

อินโฟอินเทรนด์

เร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์สะเทือนโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อผู้ใช้อินสตาแกรมหลายรายถูกล็อกออกจากบัญชีของตัวเองและเข้าใช้งานอีกไม่ได้เนื่องจากถูกโจรไซเบอร์แฮ็กและเปลี่ยนข้อมูลทุกอย่าง ทั้งชื่อบัญชี รูปโปรไฟล์ อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ ทำให้การกู้คืนบัญชีนั้นยากมาก

นาเดซดา เดมิโดวา นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของแคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่พบว่าโจรไซเบอร์ใช้วิธีการใดในการเข้าถึงโปรไฟล์ของผู้ใช้อินสตาแกรม แต่วิธีการที่โจรมักใช้โจมตีคือผ่านฟิชชิ่ง จากข้อมูลของแคสเปอร์สกี้ แลป ชี้ว่าในปี 2561นี้ ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถป้องกันการพยายามโจมตีที่เกิดจากการเข้าเพจฟิชชิ่งในอินสตาแกรมถึง 6.8 หมื่นครั้ง

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจคือในช่วงปลายเดือน ก.ค. ก่อนเกิดเหตุแฮ็กครั้งนี้ นักวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป ตรวจพบจำนวนการโจมตีฟิชชิ่งพุ่งกระฉูดขึ้นมากจาก 150 ครั้ง เป็นเกือบ 600 ครั้ง/วัน และผู้ใช้อินสตาแกรมนั่นเองคือช่องโหว่ที่แฮ็กเกอร์จ้องใช้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น การกรอกข้อมูลส่วนบุคคลในเว็บฟิชชิ่ง แอพที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองและการใช้งานเพจที่ทำลอกเลียนแบบ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จากความนิยมใช้งานอินสตาแกรมของคนจำนวนมาก ที่มีผู้ใช้มากกว่าพันล้านรายนี่เอง ที่ทำให้อินสตาแกรมเป็นเป้าดึงดูดใจโจรไซเบอร์ เมื่อโจรไซเบอร์แฮ็กเข้าบัญชีผู้ใช้แล้วก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการโต้ตอบสื่อสารต่างๆ ได้ โปรไฟล์ของผู้ใช้ยังจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลสแปมและฟิชชิ่งต่อไปด้วย นั่นคือมหันตภัยของไซเบอร์ที่นับว่าจะยิ่งใกล้ตัวยิ่งขึ้นและผู้ใช้งานต้องเตรียมตัวรับมือ

ผลประมูลคลื่น1800 “เอไอเอส-ดีแทค”คว้าบริษัทละ1ใบอนุญาต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561305

  • วันที่ 19 ส.ค. 2561 เวลา 13:03 น.

ผลประมูลคลื่น1800 "เอไอเอส-ดีแทค"คว้าบริษัทละ1ใบอนุญาต

การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เอไอเอส และดีแทค ประมูลได้บริษัทละ 1 ใบอนุญาต รวมเงินประมูล 25,022 ล้านบาท

พล.อ. สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในวันนี้ (19 ส.ค. 2561) ได้เริ่มต้นเมื่อเวลา 10.00 น. และสิ้นสุดลงในเวลา 11.15 น. โดยมีผู้ประกอบการ 2 ราย เข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด(DTN) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด(AWN)

พล.อ. สุกิจ กล่าวว่า ผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1740 – 1785/1835 – 1880 MHz ในวันนี้ได้สิ้นสุดลง โดยมีรอบการประมูลจำนวน 4 รอบ ใช้เวลาในการประมูลรวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 15 นาที

สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในครั้งนี้ แบ่งชุดคลื่นความถี่จำนวน 9 ชุด ขนาดชุดละ 2 x 5 MHz ซึ่งมีผู้ชนะการประมูล และได้เสนอราคาชุดคลื่นความถี่รวม 2 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,022 ล้านบาท และมีการเลือกย่านความถี่ที่ชนะการประมูล ดังนี้

1. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) เสนอราคารวม 12,511 ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 1 รวม 2 x 5 MHz ในช่วงความถี่วิทยุ 1740 – 1745 MHz คู่กับ 1835 – 1840 MHz

2. บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด(DTN) เสนอราคารวม 12,511 ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 2 รวม 2 x 5 MHz ในช่วงความถี่วิทยุ 1745 – 1750 MHz คู่กับ 1840 – 1845 MHz

ทั้งนี้ตามขั้นตอนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ได้ประกาศผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และประกาศให้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว และจะมีการประชุมเพื่อรับรองผลการประมูลภายใน 7 วันนับจากวันที่สิ้นสุดการประมูล

สำหรับผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินประมูลงวดที่ 1 เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของราคาการประมูลสูงสุดของตนเอง พร้อมจัดส่งหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลในส่วนที่เหลือภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งจะจัดส่งภายหลังการรับรองผลการประมูล

อาลีบาบารุกหนัก ดันคลาวด์อาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561113

  • วันที่ 17 ส.ค. 2561 เวลา 08:16 น.

อาลีบาบารุกหนัก ดันคลาวด์อาเซียน

อาลีบาบาเตรียมขยายบริการคลาวด์สู่อาเซียน หวังยกเครื่องธุรกิจค้าปลีกสู่รูปแบบดิจิทัล

อาลีบาบา ยักษ์อี-คอมเมิร์ซจีนเตรียมขยายการให้บริการระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง เข้าสู่ตลาดอาเซียน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกของภูมิภาคให้เปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายขยายฐานลูกค้าทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านคนภายในปี 2036

ทั้งนี้ ระบบคลาวด์ดังกล่าวประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ 9 รายการ รวมถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูล อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) และบริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยบริการคลาวด์ล่าสุดจะช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกในอาเซียนเปลี่ยนสู่ นิว รีเทล ที่เป็นการผสมผสานค้าปลีกแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน

เซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า อาเซียนเป็นตลาดสำคัญสำหรับธุรกิจคลาวด์ของบริษัท ขณะที่อาลีบาบากำลังเร่งขยายบริการดังกล่าวแข่งขันกับอเมซอนและไมโครซอฟท์ โดยบริษัทประกาศเปิดรับพันธมิตรในอาเซียนเพิ่มอีก 150 ราย และฝึกอบรมบุคลากรฝ่ายขายและเทคโนโลยีอีก 600 รายในปีหน้า เพื่อเร่งการขยายธุรกิจคลาวด์ในอาเซียน

อินฟลูเอนเซอร์ (influencer) ตอบโจทย์คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/561069

  • วันที่ 16 ส.ค. 2561 เวลา 16:20 น.

อินฟลูเอนเซอร์ (influencer) ตอบโจทย์คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง

โดย..ปากกาด้ามเดียว

การทำตลาดคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งผ่านผู้ใช้จริง หรือรีวิวเวอร์ส (Reviewers) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ไมโครอินฟลูเอนเซอร์สามารถตอบโจทย์การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งแบบระยะยาว เพราะปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ให้อินฟลูเอนเซอร์มาถือผลิตภัณฑ์และโพสต์ลงโซเชียล แต่ต้องทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และบอกเล่าประสบการณ์ผ่านบทความรีวิว รวมถึงต้องวัดผลได้ผ่านการเอ็นเกจเมนต์

อนุพงศ์ จันทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลเทอเนท 65 ผู้บริหาร “เรวู” แพลตฟอร์มรีวิวอันดับ 1 ของเมืองไทย ภายใต้บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า การทำคอนเทนต์ที่ดีควรทำแบบระยะยาวและจะต้องรองรับการเสิร์ชของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมีการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ

สำหรับปีที่ 2 ของเรวูผ่านเว็บไซต์ th.revu.net ที่สร้างเนื้อหาการรีวิวสินค้าและบริการ ล่าสุด พบว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 50% และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากแบรนด์สินค้ามีจำนวนรีวิวในแพลตฟอร์มเรวูมากกว่า 1.2 หมื่นรีวิว และรีวิวเวอร์สกว่า 8,500 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีแคมเปญสินค้าบริการที่ใช้นักรีวิวผ่าน REVU กว่า 2,000 แคมเปญ

ปัจจุบันการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งในเมืองไทยได้แบ่งอินฟลูเอนเซอร์เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ คือ เซเลบริตี้ เพาเวอร์ อินฟลูเอนเซอร์ เพียร์ อินฟลูเอนเซอร์ และไมโครอินฟลูเอนเซอร์ (ผู้ใช้จริง) ทั้ง 4 กลุ่มนี้จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป

ดังนั้น หากนักการตลาดต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ควรเลือกใช้เซเลบริตี้หรือคนดัง เพราะจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างที่สุด แต่หากต้องการสร้างคอนเทนต์มีความน่าเชื่อถือควรทำผ่านไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งการทำการตลาดคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งควรทำควบคู่กันไปทุกกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มมีหน้าที่แตกต่างกัน

ขณะที่หมวดสินค้าบริการ 5 อันดับ ที่เลือกใช้แพลตฟอร์มรีวิวเรวูมาใช้เป็นกลยุทธ์ทำการตลาดให้แบรนด์ ได้แก่ หมวดสินค้า ความงาม ไลฟ์สไตล์ ไอทีและอุปกรณ์ สุขภาพ และอาหาร โดยในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าเติบโต 30% รวมทั้งเพิ่มรีวิวเวอร์สเป็น 1.5 หมื่นคน และในปีนี้มีแผนจะบุกตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในเวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน