เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิต พฤติกรรมคนไทยเข้าใกล้โลกแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 ธันวาคม 2559 เวลา 07:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470645

เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิต พฤติกรรมคนไทยเข้าใกล้โลกแห่งอนาคต

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ใกล้จะเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีอย่างเต็มที่แล้วสำหรับคนไทย ที่ผ่านมาทุกคนต่างพูดถึงอุปกรณ์ทุกอย่างเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต (Internet of Things) ทำให้ในอนาคตเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทการดำเนินชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ความจริงเสมือนและเทคโนโลยีผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง หรือเออาร์/วีอาร์ กระทั่งอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคลทั่วไป

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารบาร์บีคิว พลาซ่า เปิดเผยว่า โลกแห่งอนาคตเฟซบุ๊กยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดทรงอิทธิพล และเข้ามามีบทบาทไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนไทย จากพฤติกรรมการถ่ายรูปก่อนกิน การถ่ายรูปสถานที่เที่ยวสร้างประสบการณ์ใหม่ และแม้กระทั่งการแต่งตัวตามแฟชั่น พร้อมกับแชร์ภาพในโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เกิดไลฟ์สไตล์กิน ท่องเที่ยว และการแต่งตัวตามสไตล์สปอร์ตแฟชั่น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพฤติกรรมการกินอาหารของผู้บริโภคจะกินในศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า ตามเชนร้านอาหารชื่อดัง อาทิ บาร์บีคิว พลาซ่า โออิชิ แต่กระแสการแชร์สถานที่กิน ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารแบรนด์เล็กๆ เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก และมีอิทธิพลให้คนไทยตามไปกินอาหารรสชาติที่เลื่องลือ

สำหรับบริษัท ฟู้ดแพชชั่นมีแผนนำเฟซบุ๊กมาเป็นเครื่องมือการทำตลาด แต่ต้องรอให้เฟซบุ๊ก ช็อป พัฒนาฟีเจอร์ออกมาให้เต็มเวอร์ชั่น สำหรับบริษัทมองว่าเฟซบุ๊กไม่ได้เป็นเพียงช่องทาง กดไลค์ แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

ขณะที่แอพพลิเคชั่นเป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนอีกหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของผู้บริโภคมีความสะดวกสบาย ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในต่างประเทศ ธุรกิจกลุ่มฟาสต์ฟู้ดเซอร์วิส เช่น แมคโดนัลด์ เปิดให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือกระทั่งมีแอพพลิเคชั่นสร้างสรรค์เมนูอาหารตามความต้องการของลูกค้า จากนั้นทางร้านจะเสิร์ฟอาหารตามที่สั่ง ส่วนโดมิโน พิซซ่า จับมือร่วมกับอเมซอน เอคโค่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้โดยใช้แค่เสียงพูดเท่านั้น

บุณย์ญานุช กล่าวว่า บริษัทใหญ่ๆ หรือกระทั่งธุรกิจเชนร้านอาหารต้องปรับตัวมอบประสบการณ์ดีให้กับลูกค้า แอพพลิเคชั่นช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนไทยให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว

การดำเนินของบริษัทในไทยนั้น ได้มีการเปิดให้ลูกค้าสร้างสรรค์เมนูเองผ่านทางแอพพลิเคชั่น เหมาะกับกลุ่มอาหารบางชนิด และแบรนด์สามารถนำเข้ามาสร้างสีสันแค่ในระยะหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมเบื่อง่ายและต้องการให้ธุรกิจบริการมากกว่าบริการตัวเอง ส่วนเทคโนโลยีเออาร์บริษัทเคยนำมาใช้ให้ลูกค้าตามจับตัวบาร์บีกอน เพราะเชื่อว่าจะได้ฐานสมาชิกลูกค้าใหม่ๆ

ไมเคิล อาราเน็ตตา ผู้จัดการประจำไอดีซี ประเทศไทย บริษัท ไอดีซีที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาด กล่าวว่า อีก 2 ปีข้างหน้า สินค้าและบริการต่างๆ นำอุปกรณ์เออาร์/วีอาร์มาใช้ส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่เรียกว่าอินเทอร์เฟซแบบ 360 องศา จะได้รับความสนใจมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าการใช้งานเทคโนโลยีเออาร์/วีอาร์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การสั่งงานด้วยเสียงจะทำให้ชีวิตของคนไทยเห็นโลกดิจิทัลเชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริง และเห็นคนเข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัล

“อิทธิพลของเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยแบบเดิม ทางบริษัทไอดีซี คาดการณ์ว่าในปี 2563 ประสบการณ์การใช้งานโมบายเว็บ หรือแอพพลิเคชั่น“ที่เจ๋งที่สุด” ของวันนี้จะดูน่าเบื่อมาก ดังนั้น นักการตลาดควรริเริ่มและนำคอนเทนต์ในรูปแบบเออาร์/วีอาร์มาใช้ประโยชน์ เพื่อหาวิธีการใหม่ในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะอุปกรณ์เออาร์/วีอาร์ เป็นเครื่องมือที่เข้ามาสร้างสีสันและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค”

แม้ว่าอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคล อาทิ สมาร์ทวอตช์ ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกลุ่มคนใส่ใจสุขภาพ แต่เชื่อว่าการใช้งานจะเริ่มแพร่หลายสู่กลุ่มคนทั่วไปมากขึ้น อันเดอร์ อาร์เมอร์ (Under Armour) เป็นแบรนด์กีฬาจากอเมริกาเริ่มนำอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคลมาเชื่อมโยงกับการจำหน่ายสินค้ากีฬาทำให้คนสามารถออกกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับร่างกายของแต่ละคน

สำหรับในไทยก่อนหน้านี้แอมเวย์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลรูปร่าง บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ พร้อมกับให้ผู้ซื้อสินค้านำอุปกรณ์เพื่อสุขภาพส่วนบุคคลไปใช้เพื่อให้ผลลัพธ์การดูแลรูปร่างได้ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถตรวจเช็กควบคุมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง จากนี้ไปสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพนำอุปกรณ์มาเป็นเครื่องมือทางการตลาดเพิ่มขึ้น

รัฐกร โพธาราม ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เอ็ม อาร์ เอ็ม แมคแคน ที่ปรึกษาสื่อสารการตลาด กล่าวว่า การที่มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพส่วนบุคคล เช่น การตรวจวัดสุขภาพ การเผาผลาญแคลอรี การเต้นของหัวใจ ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มดังกล่าวที่ใส่ใจสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนการกินอาหารเพื่อสุขภาพ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราอย่างสิ้นเชิง ย้อนไปในอดีตคนไทยใช้เพจเจอร์ในการสื่อสาร ตามด้วยโทรศัพท์มือถือ และยุคนี้เป็นสังคมก้มหน้าติดต่อกันทางไลน์ เฟซบุ๊ก โลกในอนาคตอยู่ใกล้มือแค่เอื้อม

ขณะที่การตลาดจากนี้ก็ต้องคิดคอนเทนต์ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ผสมผสานมากกว่าสู่เทคโนโลยีเต็มตัว เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรมคนไทยมีความพร้อมเฉพาะกลุ่มคนเมืองเท่านั้น

 

กสทช.เล็งอุทธรณ์ทีวีดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2559 เวลา 07:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470486

กสทช.เล็งอุทธรณ์ทีวีดิจิทัล

“กสทช.” เล็งยื่นอุทธรณ์ คำสั่งศาลระงับธนาคารกรุงเทพจ่ายค่า ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลแทน “ไทยทีวี” ช่องเจ๊ติ๋ม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ศาลปกครองได้มีหนังสือส่งมายังสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2559 แจ้งว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการให้ธนาคารกรุงเทพชาระค่าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล งวดที่ 4-6 แทนบริษัท ไทยทีวี ในฐานะที่ธนาคารกรุงเทพเป็น ผู้ออกหนังสือค้ำประกันทางการเงิน (แบงก์การันตี) ให้บริษัท ไทยทีวี

ทั้งนี้ บริษัท ไทยทีวี เป็นผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลทั้งสองช่อง ได้แก่ ไทยทีวีและเอ็มวีทีวี แฟมิลี นั้น ขณะนี้ทางสำนักงาน กสทช.อยู่ในขั้นตอนการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาในรายละเอียด เพื่อเตรียมยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจาก กสทช.เห็นว่าหากมีการระงับการชาระเงินดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อภาครัฐ เนื่องจากเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล กสทช. จะต้องนำส่งเพื่อให้เป็นรายได้แผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ทาง กสทช.ก็น้อมรับผลการตัดสินของศาล แต่ กสทช.เองก็ต้องดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศเต็มที่

“หาก กสทช.เพิกเฉย อาจโดนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้” นาย ฐากร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวครั้งนี้ ไม่ถือว่า กสทช.แพ้คดีต่อ นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย (ติ๋ม ทีวีพูล) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี ที่ไปยื่นเรื่องฟ้องไว้ เพียงแต่ศาลให้ความคุ้มครองในเรื่องการจ่ายเงินงวดที่ 4-6 จนกว่าการตัดสินคดีจะสิ้นสุดเท่านั้น

ทั้งนี้ สถานะการดำเนินการในขณะนี้ ธนาคารกรุงเทพยังต้องจ่ายเงินแทนบริษัท ไทยทีวี เช่นเดิม แค่ต้องจ่ายหลัง คดีสิ้นสุด หรือ จะจ่ายตามงวด คือ 4-6 ดังเดิมหาก กสทช.อุทธรณ์สำเร็จ

สำหรับคดีนี้ บริษัท ไทยทีวี ยื่นต่อศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว ระงับการจ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 2 รวมทั้งฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กสทช.ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแล แต่ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับชมรายการทีวีดิจิทัลได้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ของบริษัท ไทยทีวี ขณะที่ยังมีทีวีดิจิทัลที่ระงับการจ่ายเงินค่าประมูล และยื่นฟ้องต่อศาลให้เยียวยากรณีแผนการขยายการรับชมทีวีดิจิทัลไม่เป็นไปตามแผน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการตามแผนธุรกิจได้

 

อี-คอมเมิร์ซชิงเค้กอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2559 เวลา 07:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470483

อี-คอมเมิร์ซชิงเค้กอาเซียน

กูรูคาดอาลีบาบาและอเมซอนแข่งขันสูงในอาเซียน หลัง 2 บริษัทเตรียมขยายบริการต่างๆ ในภูมิภาค

บลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ด้านอี-คอมเมิร์ซจากจีน และบริษัท อเมซอน อิงค์ อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่จากสหรัฐ มีแนวโน้มแข่งขันกันอย่างดุเดือดยิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งดีมานด์การซื้อสินค้าออนไลน์จากประชากรในภูมิภาคราว 620 ล้านคน กำลังปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า หลังจากที่อาลีบาบาซื้อกิจการลาซาด้า อี-คอมเมิร์ซของสิงคโปร์ มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายเครือข่ายการขนส่งในภูมิภาคผ่านพันธมิตรในจีนและเกาหลีใต้ รวมถึงเตรียมลงทุนเพิ่มเติมและเข้าซื้อกิจการต่างๆ เพื่อขยายซัพพลายเชน หลังตกลงซื้อกิจการเรดมาร์ท ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์รายใหญ่ในสิงคโปร์

บลูมเบิร์กเสริมว่า การซื้อกิจการเรดมาร์ทช่วยให้อาลีบาบาขยายการดำเนินงานเข้าสู่ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ โดยในขณะนี้บริษัทกำลังวางแผนขายของชำออนไลน์ผ่านเรดมาร์ทในหลายเมืองของมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยในช่วงต้นปี 2017

“แม้ว่าการขายของชำออนไลน์ดำเนินการได้ยากลำบาก แต่ธุรกิจดังกล่าวคิดเป็น 60% ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของตลาดค้าปลีกในอาเซียน โดยลูกค้าจะเข้ามาซื้อสินค้าบ่อยกว่า” โรเจอร์ อีแกน ซีอีโอผู้ร่วมก่อตั้งเรดมาร์ท กล่าว พร้อมเสริมว่า บริษัทวางแผนลดระยะเวลาการส่งสินค้าลงให้เหลือ 4-6 ชั่วโมง จากปกติที่ใช้เวลาราว 1 วัน ภายในช่วงครั้งแรกของปี 2017 และในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเปิดให้บริการส่งสินค้าด่วนภายในเวลา 1-2 ชั่วโมงเมื่อมีการสั่งซื้อออนไลน์

ทั้งนี้ อาลีบาบากำลังครองตลาดใหญ่ในจีน ขณะที่อเมซอนมีส่วนแบ่งตลาดสูงในสหรัฐ และทั้งสองบริษัทกำลังหาทางขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยอเมซอนกำลังเดินหน้าขยายกิจการในอินเดีย

แม้ว่าในขณะนี้อเมซอนยังไม่เปิดเผยความต้องการขยายธุรกิจในอาเซียน แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อเมซอนที่วางเป้าหมายผลักดันให้ธุรกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องนั้น อาจหันมาทำกิจการในภูมิภาคดังกล่าวภายในปี 2017 โดยเทคครันช์ เว็บไซต์ข่าวธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า เมื่อเดือน พ.ย. อเมซอนมีแนวโน้มขยายบริการส่งสินค้าอเมซอน ไพรม์ และอเมซอน เฟรช บริการซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ เข้าสู่สิงคโปร์ในไตรมาสแรกของปี 2017 เนื่องจากมองว่าสิงคโปร์มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

“ทั้งสองบริษัทต้องการครองอิทธิพลในตลาดอาเซียน โดยอาลีบาบาเลือกใช้วิธีซื้อกิจการบริษัทในภูมิภาคเพื่อย่นระยะเวลาการขยายธุรกิจ และผมมองว่า อาลีบาบาจะเป็นคู่แข่งที่สูสีกับอเมซอน” ทอมป์สัน ทีโอ อาจารย์จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ กล่าว

 

แฮ็กยาฮูรอบใหม่ เจาะผู้ใช้พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2559 เวลา 06:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470479

แฮ็กยาฮูรอบใหม่ เจาะผู้ใช้พันล้าน

ยาฮูข้อมูลรั่วครั้งใหญ่รอบ 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบผู้ใช้งานรวมทั้งหมดกว่า 1,500 ล้านราย

บริษัท ยาฮู อิงค์ เปิดเผยว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์เจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 1,000 ล้านบัญชี เมื่อเดือน ส.ค. 2013 ซึ่งเป็นการแฮ็กครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ และนับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ยาฮูโดนแฮ็กเกอร์เจาะระบบครั้งใหญ่ โดยผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสองครั้งมีจำนวนรวมแล้วกว่า 1,500 ล้านบัญชี จากผู้ใช้งานยาฮูทั้งหมด 3,000 ล้านราย

ยาฮูระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์กลุ่มดังกล่าว แต่อาจเป็นคนละกลุ่มกับที่ขโมยข้อมูลผู้ใช้กว่า 500 ล้านบัญชี ในเดือน ก.ย. 2014 อย่างไรก็ดี บริษัทยืนยันว่า ในการเจาะระบบทั้งสองครั้ง ข้อมูลบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตของผู้ใช้ยังไม่ถูกขโมยไป

แม้การเจาะระบบยังไม่มีความเกี่ยวพันกับการฉ้อโกงออนไลน์หรือส่งผลกระทบเฉพาะต่อบรรดาผู้ใช้ แต่การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังหน่วยข่าวกรองสหรัฐแสดงความวิตกเกี่ยวกับการเจาะระบบข้อมูลรัฐบาลโดยแฮ็กเกอร์รัสเซีย ซึ่งเพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

เจฟฟ์ ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์จากพรีวาเลนต์ บริษัทจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ในสหรัฐ กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่มีหน่วยงานใดปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ แม้จะเป็นองค์กรใหญ่ก็ตาม ซึ่งหมายความว่าข้อมูลบนโลกดิจิทัลของผู้คนทั่วไปไม่มีวันปลอดภัย

ด้านนิตยสารไทม์ระบุให้แฮ็กเกอร์ติดอันดับตัวเต็งบุคคลแห่งปีที่มีอิทธิพลต่อโลกในปี 2016 หลังข่าวการโจมตีระบบเลือกตั้งสหรัฐ และการเจาะข้อมูลของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก

ภาพ เอเอฟพี

 

เช็คที่นี่! คนไทยค้นอะไรมากสุดในกูเกิลประจำปี2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 15:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470430

เช็คที่นี่! คนไทยค้นอะไรมากสุดในกูเกิลประจำปี2559

กูเกิลประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี2559 สะท้อนมุมทองในเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้น

กูเกิล (Google) ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2559 ซึ่งแสดงถึงภาพรวมของทั้งปีที่ผ่านมา ผ่านสายตาและการค้นหาของผู้คนในประเทศไทย พร้อมนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของปีจากเหตุการณ์สำคัญมากมายที่เกิดขึ้นไปจนถึงเทรนด์การค้นหาที่มาแรงในประเทศไทย

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทยในปีนี้ การค้นหาของปวงชนชาวไทยสะท้อนให้เห็นความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดประมาณ ตั้งแต่แถลงการณ์การเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นมาการค้นหาเกี่ยวกับ “ในหลวง” ได้เพิ่มสูงขึ้นนับจากนั้น โดยมีการค้นหาสูงสุดเป็นอันดับที่สองของการค้นหาที่มาแรงตลอดทั้งปี

ความอาดูรของปวงชนชาวไทยยังได้รับการแสดงออกผ่านการค้นหาพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9  โครงการในพระราชดำริ คำถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” นอกจากนั้นยังค้นหาความหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “หมอกธุมเกตุ” “พระบรมโกศ” และ “เครื่องทองน้อย” 

แม้คนไทยจะหันหา Google ในยามที่โศกเศร้า เขายังค้นหาสิ่งทำให้มีความสุขด้วยเช่นกัน นอกจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Descendants of the Sun” จะได้รับความนิยมไปทั่วเอเชียแล้ว ในประเทศไทยยังเป็นคำค้นหายอดนิยมประจำปี นอกจากนั้นเกมยอดนิยมเช่น “Slither.io” “Roblox” และ “Pokémon Go” ก็อยู่ในกลุ่มคำที่ได้รับการค้นหาสูงสุด

นอกจากความชื่นชอบในเกมแล้วคนไทยยังรักกีฬาไม่แพ้กันโดย 5 จาก 10 อันดับคำค้นหายอดนิยมในหมวดข่าวต่างประเทศประจำปี 2559 เป็นการค้นหาเกี่ยวกับกีฬา ทั้งนี้คนไทยให้ความสนใจกับการแข่งขันกีฬาระดับโลกเช่น “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ริโอ 2016” “บอลยูโร” “เลสเตอร์แชมป์” “โคปาอเมริกา 2016” หรือแม้แต่ “ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2016”

และเมื่อพูดถึงดนตรี คนไทยยังรักและมีใจให้เพลงไทยอย่างเหนียวแน่นเห็นได้จากการค้นหาเพลงดังต่างๆ อาทิ “คนทางนั้น” “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” “ขอเวลาลืม” “อ้ายมีเหตุผล” และ “แพ้ทาง” ที่ติด 5 อันดับแรกของการค้นหาในหมวดเพลง ส่วนในหมวดภาพยนตร์ “หลวงพี่แจ๊ส 4G” เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจมากที่สุดโดยมีภาพยนตร์ต่างประเทศ “Deadpool” และภาพยนตร์อานิเมะจากญี่ปุ่นเรื่อง “Your Name” ติดอันดับคำค้นในหมวดภาพยนตร์ของปีนี้

นายไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า ผลการค้นหาประจำปีสะท้อนให้เห็นความสนใจ สงสัยและค้นหาข้อมูลของผู้คนในประเทศไทย  โดยปี 2559 เป็นปีแห่งความโศกเศร้าของชาวไทย ซึ่งเรารับรู้ได้นอกเหนือจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเราแต่ยังสัมผัสได้จากการค้นหาออนไลน์”

อย่างไรก็ตามในอีกด้านหนึ่งผู้คนยังค้นหาความสุขผ่าน Google ตั้งแต่กีฬา ภาพยนตร์ ซีรีส์และเกมต่างๆ ซึ่งคนไทยอยู่ในแถวหน้าของเทรนด์การค้นหาจากทั่วโลกอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

ตะกร้าช็อปปิ้งอัจฉริยะในญี่ปุ่น คิดเงินเอง ใส่ถุงให้ ไม่ต้องพึ่งพนักงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 14:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470423

ตะกร้าช็อปปิ้งอัจฉริยะในญี่ปุ่น คิดเงินเอง ใส่ถุงให้ ไม่ต้องพึ่งพนักงาน

พานาโซนิกจับมือกับลอว์สันพัฒนาการช็อปปิ้งไปอีกขั้น ด้วยระบบออโตเมติกที่ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้น

การช็อปปิ้งในญี่ปุ่น ที่ร้านค้าลอว์สัน ในโอซาก้า จะสะดวกสบายขึ้นอีกเป็นกอง ด้วยความร่วมมือระหว่างพานาโซนิก และร้านค้าลอว์สัน ได้พัฒนาตะกร้าช็อปปิ้งอัจฉริยะที่สามารถสแกนบาร์โค๊ดสินค้าขณะช็อป, รวมราคาสินค้าที่ต้องจ่ายทั้งหมด และนำสินค้าใส่ถุงหิ้วให้เรียบร้อย

เป้าหมายของการพัฒนาตะกร้าอัจฉริยะนี้มีขึ้นเพื่อพัฒนาระบบร้านค้าแบบพึ่งพาตนเองในญี่ปุ่น รวมถึงการแก้ปัญหาการว่างงานของพนักงานร้านอีกด้วย อย่างไรก็ดีระบบใหม่นี้ใช่ว่าจะเป็น Auto ซะทีเดียว ลูกค้ายังคงต้องเดินเลือกของด้วยตนเอง และสแกนสินค้าด้วยตนเองอยู่ รวมไปถึงเดินนำสินค้าไปยังจุดจ่ายเงิน และใส่ถุงด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะ

สรุปก็คือการช็อปปิ้งของคุณๆทั้งหลายยังคงได้บรรยากาศการช็อปแบบเดิมๆ เพียงแต่ที่ต่างออกไปก็คือไม่มีพนักงานนั่นเอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเว็ปไซต์สินค้าออนไลน์ขนาดยักษ์อย่าง Amazon เพิ่งจะเผยแพร่วิดีโอร้านค้าแบบใหม่ ที่ชื่อว่า Amazon Go ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการนั้นไม่ต้องพกเงินสด และเข้าคิวจ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เชื่อมต่อกับธนาคารออนไลน์ เมื่อจะเข้าร้านก็เปิดแอพที่สมาร์ทโฟน แล้วสแกนที่เครื่องอ่านในร้าน และช็อปปิ้งอย่างสบายใจ ระบบจะแสดงข้อมูลสินค้า และหักเงินจากบัญชีออนไลน์

ทั้งนี้ร้านค้า Amazon Go จะเริ่มทดสอบที่ซีแอตเทิล ในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเริ่มเปิดให้ใช้งานสาธารณะในปี 2017

 

ขอบคุณวิดีโอจาก ANNnewsCH

 

กสทช.ลุยยึด537คลื่นวิทยุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 08:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470369

กสทช.ลุยยึด537คลื่นวิทยุ

กสทช.เล็งยึดคลื่นวิทยุ กว่า 537 คลื่น จาก 21 หน่วยงาน เม.ย. 2560

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินการการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยการเรียกคืนคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บท โดยคลื่นวิทยุ ของหน่วยงานอื่นของรัฐ 21 หน่วยงาน จำนวน 537 คลื่น มีกำหนดคืนภายในเดือน เม.ย. 2560

ขณะที่คลื่นความถี่วิทยุของ อสมท บนคลื่นเอฟเอ็ม 105.5 เมกะเฮิรตซ์ อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ สามารถใช้งานได้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2563 อย่างไรก็ตาม หากประสงค์จะคืนคลื่นความถี่ก่อนระยะเวลาที่กำหนดสามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือในขั้นต่อไปว่าจะเปิดการประมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ รวมทั้งจะมีมาตรการเยียวยาแก่ผู้ประกอบการและผู้ทำสัญญาเช่าช่วงเวลาในคลื่นความถี่ต่างๆ โดยการศึกษาผลกระทบต่อการคืนคลื่นวิทยุ และกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เป็นมาตรการเยียวยา แต่จะไม่ขยายระยะเวลาตามแผนแม่บทออกไป

นอกจากนี้ มติที่ประชุม กสทช. ยังเห็นชอบร่างแก้ไขประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการใช้สิทธิในการปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ หรือ ติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใดในการให้บริการโทรคมนาคม และให้นำไปประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เช่น ร่นระยะเวลาพิจารณาการขอใช้สิทธิบริการโทรคมนาคมเหลือ 30 วัน ให้ผู้ประกอบการจัดระเบียบสาย และสามารถส่งเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้

นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้อนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) โครงการประเภทที่ 2 ประจำ ปี 2558 จำนวน 12 ราย วงเงินรวม ทั้งสิ้น 72,223,782 บาท

 

‘เอไอเอส’ ลุยเน็ตบ้าน ตั้งเป้า 5 ปีเบียดขึ้นเบอร์ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ธันวาคม 2559 เวลา 05:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470354

‘เอไอเอส’ ลุยเน็ตบ้าน ตั้งเป้า 5 ปีเบียดขึ้นเบอร์ 2

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

ภาพรวมของการแข่งขันอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ไทย หรือโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก หรืออินเทอร์เน็ตบ้านนั้น นับวันจะแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากภาพรวมผู้ประกอบการ 4 ราย ในตลาดแข่งขันกันอย่างดุเดือดในด้านของโปรโมชั่นที่ทุกเดือนจะแข่งขันกันเรื่องของราคา จนปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าใกล้จะถึงจุดต่ำสุดเท่าที่เคยทำมา และให้ปริมาณการใช้งานที่สูงขึ้น

ศรัณย์ ผโลประการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เห็นการแข่งขันในอุตสาหกรรมฟิกซ์บรอดแบนด์มากขึ้น เนื่องจากผู้ดำเนินธุรกิจ 4 รายใหญ่ ประกอบด้วย ค่ายทรู มีผู้ใช้งาน 2.6 ล้านราย ทรี บรอดแบนด์ จำนวน 2.34 ล้านราย ทีโอที ประมาณ 1.4-1.5 ล้านราย และเอไอเอส 3 แสนราย ได้เปิดศึกครั้งใหญ่เพื่อช่วงชิงความเป็นเจ้าตลาดเน็ตบ้าน

“สงครามราคาของฟิกซ์บรอดแบนด์ดุเดือด จะเห็นได้ว่า ปีนี้ราคาทุกค่ายปรับลงทุกเดือน การใช้เน็ตบ้าน 100 Mbps ราคาไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ซึ่งค่าเฉลี่ยการใช้โทรทัศน์ระบบเอชดี จะใช้เน็ตเพียง 6 Mbps และในอนาคตระบบคอนเทนต์โทรทัศน์พัฒนาไปสู่ระบบ 4 เค ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการเกิดโทรทัศน์ระบบ 4 เค ปริมาณการใช้เน็ตจะอยู่ที่ 50-40 Mbps”

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าจะเป็นผู้นำอันดับ 2 ของฟิกซ์บรอดแบนด์ภายใน 5 ปี หรือปี 2563 โดยจะต้องมีผู้ใช้งาน 2.5 ล้านราย มีส่วนแบ่งตลาด 25-30% จากปัจจุบันเอไอเอสมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในอันดับที่ 4 หรือเพียง 4% โดยปี 2560 มั่นใจว่าจะขยับขึ้นเป็น 10% โดยปีนี้บริษัทได้ใช้เม็ดเงินลงทุน 7,000 ล้านบาท ในการลากสายไฟเบอร์ออฟติก
เพื่อให้ถึงบ้านของผู้ใช้งาน จากปี 2558 ได้ใช้เงินลงทุนไปกว่า 5,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปีนับจากนี้บริษัทจะเริ่มมีกำไร ซึ่งในปีบริษัทจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท

“การทำธุรกิจเน็ตเวิร์กนั้น หากมีลูกค้าไม่ถึง 1 ล้านราย จะแข่งขันได้ยากมากและอยู่รอดได้ยาก ปัจจุบันเอไอเอส มีฐานลูกค้าเพียง 3 แสนราย ตั้งเป้าว่าจะต้องมีลูกค้าเพิ่มขึ้นไตรมาสละกว่า 1 แสนราย โดยในต้นปี 2561 จะต้องถึง 1 ล้านราย ซึ่งธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์นั้นมีข้อดีที่เทคโนโลยีนั้นไม่ได้เปลี่ยนรวดเร็วเหมือนกับโครงข่ายสัญญา
โทรศัพท์มือถือที่เฉลี่ยแล้วจะเปลี่ยนทุก 5 ปี ขณะที่โทรศัพท์มือถือจะเปลี่ยนทุก 1 ปี”

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรบรอดแบนด์ปี 2559 ปัจจุบันตลาดรวมเน็ตบ้านมีผู้ใช้งานอยู่ที่ 7 ล้านราย หรือคิดเป็น 32.9% เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ เอไอเอส ไฟเบอร์ ในฐานะผู้เล่นรายใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน เม.ย. 2558 หรือ 1 ปี 8 เดือน มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่ล่าสุด เอไอเอส ไฟเบอร์ เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ 100/10 Mbps ในราคา 990 บาท/เดือน สำหรับลูกค้าเอไอเอส พิเศษเหลือเพียง 899 บาท/เดือน สำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด จะมาพร้อมความบันเทิงระดับพรีเมียมจากกล่องเอไอเอส เพลย์บอกซ์ ให้ดูฟรี ทีวี ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ การ์ตูน กีฬา คอนเสิร์ต พร้อมคอนเทนต์ฮอลลีวู้ดจาก HOOQ นาน 12 เดือน ด้วยความคมชัดระดับ HD พร้อมอุปกรณ์ เราเตอร์

นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าทั่วไปที่สมัครแพ็กเกจ 100/10 Mbps ได้รับสิทธิเป็นเอไอเอส เซเรเนด โกลด์ ทันทีเมื่อเปิดซิมเบอร์ใหม่และสมัครใช้แพ็กเกจเอไอเอสรายเดือน 488 บาทขึ้นไป

ปัจจุบันจากการศึกษาพฤติกรรมการใช้เน็ตของคนในปัจจุบัน พบว่า คนต้องการความเร็วของอินเตอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่อยู่ในและนอกบ้าน กล่าวคือ เมื่ออยู่นอกบ้าน คุ้นเคยกับความเร็วของเครือข่าย 4จี จึงคาดหวังว่าเมื่ออยู่บ้าน จะต้องได้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 20-30 Mbps เช่นกัน รวมถึงไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของครอบครัวยุคใหม่ พบว่าสมาชิกในครอบครัว แต่ละคนต่างก็ใช้งานดีไวซ์มากกว่า 1 เครื่อง หรือเฉลี่ย 2 ดีไวซ์/คน ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เป็นต้น

 

ฟ็อกซ์ฟ้องธ.กรุงเทพ 2,500 ล้าน ปมไม่จ่ายแบงก์การันตี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ธันวาคม 2559 เวลา 14:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/470219

ฟ็อกซ์ฟ้องธ.กรุงเทพ 2,500 ล้าน ปมไม่จ่ายแบงก์การันตี

ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชียประกาศยื่นฟ้องธนาคารกรุงเทพกรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีค่าลิขสิทธ์ออกอากาศมูลค่า2,500ล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย ได้ประกาศว่าได้ยื่นเรื่องต่อศาล ที่ฮ่องกงและไทย ฟ้องธนาคารกรุงเทพ กรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีสำหรับค่าลิขสิทธิ์การออกอากาศรายการของฟ็อกซ์ แทนบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัท ซีทีเอช สองผู้ประกอบการธุรกิจดิจิทัลทีวีที่ยุติการให้บริการไปแล้ว

ฟ็อกซ์ระบุว่า ได้ทำสัญญาให้สิทธิ์ในการออกอากาศรายการต่างๆ แก่จีเอ็มเอ็ม และซีทีเอช ตั้งแต่ปี 2556 โดยทั้งสองบริษัทได้ค้างชำระค่าสิทธิ์การออกอากาศดังกล่าวเป็นมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท และต้องชำระดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีเพื่อค้ำประกันการชำระเงินให้กับจีเอ็มเอ็ม และซีทีเอช และตั้งแต่ปี 2558 ธนาคารกรุงเทพ ไม่ได้ทำตามสัญญาเพื่อจ่ายแบงก์การันตีแทน 2 บริษัทดังกล่าวเลย

นายซูบิน กานเดเวีย ประธานบริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป ประจำภูมิภาพเอเชีย-แปซิฟิก และตะวันออกกลาง กล่าวว่า ฟ็อกซ์ มีความผูกพันอย่างยาวนานต่ออุตสาหกรรมสื่อในประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรายการบันเทิง และรายการกีฬาระดับคุณภาพแก่ผู้ชมชาวไทย เรื่องนี้ทำให้เราผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่ธนาคารที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทยผิดสัญญาในการจ่ายแบงก์การันตี ซึ่งการผิดสัญญาในครั้งนี้ไม่เพียงจะส่งผลต่อฟ็อกซ์เท่านั้น แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยอยู่ในระดับที่สูง

นายกานเดเวียกล่าวอีกว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้วคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดประมูลใบอนุญาตการดำเนินกิจการทีวีดิจิทัล และสร้างรายได้ให้แก่รัฐกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีรายใหญ่ที่สุดแก่ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัลในประเทศไทย โดยออกแบงก์การันตีแก่ผู้ให้บริการจำนวน14 ราย จากทั้งหมด 24 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท หรือราวร้อยละ 41 ของค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามผู้ชนะการประมูลต้องประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากการซื้อขายเวลาโฆษณาชะลอตัว อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อีกทั้งผู้ชมยังคงนิยมรับชมทีวีแบบอนาล็อก และเปลี่ยนมาดูทีวีแบบดิจิทัลในอัตราที่ต่ำอยู่มาก

การยุติการให้บริการของทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ นับเป็นการทดสอบระบบของธนาคารไทย เนื่องจากส่งผลให้บรรดาเจ้าหนี้ขอให้ธนาคารหลักหลายแห่งในประเทศไทยต้องจ่ายแบงก์การันตีแก่คู่สัญญา และผู้ผลิตหลายราย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การซื้อเวลาโฆษณาในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการซื้อเวลาโฆษณาผ่านช่องทีวีดิจิทัล ถือว่าต่ำมาก โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 การซื้อเวลาโฆษณาผ่านทีวีดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าราว 9,000 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การซื้อเวลาโฆษณาผ่านทีวีอนาล็อกลดลงร้อยละ 11 คิดเป็นมูลค่าราว 26,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง

“ความน่าเชื่อถือของธนาคาร ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน แบงก์การันตีที่ออกโดยธนาคารถือว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เป็นพื้นฐานต่อทั้งระบบการเงินและการพาณิชย์ของประเทศ ดังนั้น การทำหน้าที่ผู้ค้ำประกันตามสัญญา ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นต่อธนาคารไทย การเพิกเฉยในการทำหน้าที่ดังกล่าว จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารกรุงเทพเอง”นายกานเดเวีย กล่าว

 

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ย่านราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2559 เวลา 11:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/472397

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ย่านราชประสงค์

โดย…พริบพันดาว ภาพ… คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ บนพื้นที่กว่า 6,600 ตร.ม. ในแต่ละปีจะมีการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการนับถอยหลังหรือเคาต์ดาวน์สู่ปีใหม่ในวินาทีแรก จนเป็นการปักหมุดการเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มาในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนแผนมาสู่แนวความคิดใหม่ในชื่องาน โอม : สดุดีแด่กษัตริยาธิราช โดยมีการแบ่งเป็น 4 โซน คือ โซน B จัดเป็นลานพระบริบาล โดยมีกิจกรรมเด่น 2 กิจกรรม ในลานนี้ คือ 1.เวทีสำหรับแสดงเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงเฉลิมราชย์สลับกับวงฟองน้ำ ควบคุมวงดนตรีโดย อาจารย์วิรัช อยู่ถาวร และอาจารย์บรู๊ซ แก๊สตัน 2.Social Tree ถวายสดุดี ซึ่งเป็นจออิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดให้คนไทยและคนต่างชาติได้เขียนข้อความถวายสดุดีพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะถูกลิงค์เชื่อมไปเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติผ่านระบบออนไลน์ในทันที รวมทั้งมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารผู้ด้อยโอกาสทั้งคนพิการและเด็กกำพร้า

โซน C จัดเป็นลาน 8 เทพแห่งราชประสงค์ เพื่อแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม (Cultural Identity) ให้ประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงความศรัทธาและความภาคภูมิใจในองค์เทพทั้ง 8 โดยจำลององค์เทพให้ทุกๆ คนได้บูชาในโอกาสวันขึ้นปีใหม่เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนกรุงเทพฯ

โซน D เป็นลาน “ปวงประชาน้อมจิต” โดยจัดให้ร่วมกันสวดสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ข้ามปีไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2560 และในช่วงเย็นของวันนี้ จะกลายเป็นที่จอดรถพาหนะเทพทั้ง 8 เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมฝีมือศิลป์ของรถแห่เทพแบบไทย นอกจากนี้ยังมีเวทีศิลปินน้อมเกล้าฯ คือ เวทีใช้จัดการแสดงของเหล่าศิลปินมาขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ โดย วงเฉลิมราชย์ และ วงฟองน้ำ และเพลงเทิดพระเกียรติพ่อหลวง นำโดยศิลปินแนวหน้าของเมืองไทย เช่น เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว และศิลปินสมทบจากบีอีซีเทโรอีกมากมาย

แรงบันดาลใจและการผลักดัน

ด้วยแนวคิดเทวราชาพุทธ ที่เกี่ยวโยงกับเขาพระสุเมรุ ตามคติในศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำ โดยมี “ปลาอานนท์” หนุนอยู่ บนยอดเขาพระสุเมรุ คือ “สวรรค์ชั้นดาวดึงส์” ที่ตั้งของนครไตรตรึงษ์ “นครแห่งเทพ” มี “พระอินทร์เทวราช” เป็นผู้ดูแลปกครอง พระอินทร์ คือ ผู้อภิบาลโลกและพิทักษ์คุณธรรมให้แก่มนุษย์ ที่ประทับของพระอินทร์ มีชื่อว่า ไพชยนต์มหาปราสาท ตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานแท่นบัณฑุกัมพลอันเป็นทิพยอาสน์ ในยามที่โลกเกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย ทิพยอาสน์นี้จะแข็งดั่งศิลาเพื่อบอกให้พระอินทร์ทราบและลงมาช่วยเหลือมนุษย์

ตามคติความเชื่อแต่โบราณ รอบเขาพระสุเมรุเป็นมหาสมุทร เรียกว่า “นทีสีทันดร” มี “ป่าหิมพานต์” ที่อยู่ของ “สัตว์หิมพานต์” ชนิดต่างๆ และมี “สระอโนดาต” ที่มีตาน้ำอยู่สี่ทิศ ลักษณะของแต่ละทิศจะเป็นหน้าสิงห์ ช้าง ม้า และวัว ตามลำดับ ทิศที่เป็นหน้าวัวจะเป็นทิศที่น้ำจากสระอโนดาตไหลไปออกมหาสมุทร

ดร.โสดากิติ์ วงศ์โกมลเชษฐ์ หนึ่งในกำลังสำคัญของการจัดงาน ได้เล่าถึงที่มาของงานครั้งนี้ว่า ด้วยความแข็งแกร่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่กับศาสนา และ โอม คือคำเปล่งคำแรกของศรัทธา

“ความตั้งใจของคณะผู้จัด อยากให้เป็นงานที่เป็นการสดุดีของความศรัทธา ผู้จัดตั้งใจที่จะร้อยสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน คนไทยทั้งชาติก็เข้ามามีส่วนร่วม ผู้ใหญ่ของคณะรัฐบาลก็สนับสนุน ร่วมกันปักเสาเข็มบนศรัทธา ต้องบอกว่าจะเป็นงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นงานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และแสดงให้เห็นความรักความศรัทธาในแนววิถีไทย เป็นการที่จะดึงองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ความศรัทธาของคนไทย โดยเฉพาะการดึงเอาเทคโนโลยีโซเชียลมีเดียมาใช้ทำโซเชียลทรีมาสดุดีพระมหากษัตริย์ เมื่อคนมาเขียนสดุดีทุกอย่างจะถูกส่งเข้าไปบันทึกในหอจดหมายเหตุได้ทันที ซึ่งเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ เพราะอีก 30 ปี ก็จะมีการค้นหาชื่อได้ถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่ท่านมีส่วนร่วมในการสดุดีกษัตริยาธิราช”

เหนื่อย แต่ปลื้มใจ ดร.โสดากิติ์ บอกถึงความรู้สึกและเล่าความในใจต่อว่า ตอนนี้ถือว่างานบรรลุผลอย่างเกินคาดหวัง

“จากความตั้งใจจากศรัทธาอยากให้กระแสของคนได้มาร่วมทำบุญทำทานรับพร มีการเลี้ยงเด็กกำพร้าในลานพระบริบาล แล้วงานคราวนี้ก็จะเน้นกลุ่มคนที่กว้างขึ้นแนวครอบครัวที่มาพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างอบอุ่น มีกิจกรรมที่ให้ทุกคนทำและอยู่ร่วมกันได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักอยู่ย่านราชประสงค์จะมากันเป็นครอบครัว จะได้มีที่ไปที่เที่ยวในวันปีใหม่ อยากให้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียพอเข้าเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เขาจะพูดถึงงานในเมืองไทยและอยากมา เรียกว่าปักหมุดไว้เลย”

ณัฏฐพร ชีวมงคล รองประธาน ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ตัวแทนสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) บอกด้วยความยิ้มแย้มว่า โรงแรมเต็มหมดแล้ว

“ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในอดีต ประเทศต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องสร้างเศรษฐกิจให้กลับคืนมาแก่ประเทศ ร่วมกันสร้างงานสร้างกิจกรรมเพื่อจะดึงดูดนักท่องเที่ยว ประเทศไทย คือ ศูนย์กลางของอาเซียน ต้องสร้างให้ถึงตรงนั้นให้ได้”

ร่วมสักการะ 8 องค์เทพแห่งย่านราชประสงค์

เขาพระสุเมรุจำลองที่จะเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพทั้ง 8 องค์ ที่อยู่ในย่านราชประสงค์มารวมไว้ในที่เดียวกันเพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาสักการะในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ครั้งนี้ ประกอบด้วย

1.ท้าวมหาพรหม ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ที่ว่า พระพรหมเป็นผู้สร้าง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เทพสูงสุด พระองค์ทรงมีชื่อเสียงในเรื่องทรงเปี่ยมไปด้วยเมตตา และทรงรับฟังคำขอ คำสวดภาวนาของทุกคน และทรงทำให้ผู้สักการะที่มีจิตใจศรัทธาสมความปรารถนา หากผู้ใดต้องการมากราบไหว้ให้เตรียม ดอกมะลิ หรือดอกดาวเรือง ขนมหวานรสอ่อน ผลไม้ หรือธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง มาเพื่อสักการะขอพรจะยิ่งเป็นมงคลแก่ตัว (ศาลท่านท้าวมหาพรหม ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ฝั่งเดียวกับโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ)

2.ท้าวอัมรินทราธิราช เป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีหน้าที่ปกป้องดูแลโลกให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ ดูแลทุกข์สุขของมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายบนโลก ผู้ใดที่เคารพบูชาท่านจะทำให้สามารถรู้ข้อบกพร่องของตัวเอง ทำให้สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ถูกต้อง รูปเคารพองค์อัมรินทราธิราชที่มีพระวรกายสีเขียวหยกเข้ม มีพระเนตรพันดวง ประดิษฐานอยู่หน้าศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า สำหรับเครื่องสักการะท้าวอัมรินทราธิราช คือ พวงมาลัยดอกดาวเรือง และตุ๊กตาช้าง

3.พระนารายณ์ (หรือพระวิษณุ) เป็น 1 ใน 3 มหาเทพ มีหน้าที่คุ้มครองและดูแลรักษาทั้ง 3 โลก ทรงเปรียบประดุจเทพเจ้าแห่งความเมตตา พระอำนาจของพระองค์สามารถขจัดปัดเป่าความชั่วร้ายและสิ่งไม่ดี และช่วยปกป้องจากภยันตรายทั้งปวง โดยรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ จะอยู่ในภาคพระวิษณุทรงสุบรรณ หรือทรงครุฑ ผู้ที่เข้ามาสักการะส่วนใหญ่จะมาเพื่อขอพรให้ธุรกิจการค้าของตนเองเจริญรุ่งเรือง โดยใช้เครื่องสักการะที่มีสีเหลือง ได้แก่ พวงมาลัยดอกดาวเรือง ผ้าไทย และขนมไทย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด

4.พระแม่ลักษมี ทรงเป็นชายาของพระนารายณ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทวีแห่งความงดงาม และเป็นดั่งเทพผู้บันดาลโชคลาภ ความร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์ พระองค์มักประทานความสำเร็จในการประกอบกิจการ การเจรจาต่อรอง การทำมาค้าขาย การประกอบธุรกิจทุกสาขา ประดิษฐานอยู่บริเวณดาดฟ้าชั้นสี่ ศูนย์การค้าเกษร เครื่องสักการะ คือ ดอกบัวบานสีชมพูเข้ม เหรียญ หรือสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์แสดงความมั่งคั่ง และอ้อยหรือน้ำอ้อย

5.พระพิฆเนศวร เป็นมหาเทพที่ผู้คนนับถือในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการ ขจัดอุปสรรค และอำนวยความสำเร็จในทุกสิ่ง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าแห่งสากล ที่มีผู้เคารพนับถือมากที่สุดองค์หนึ่งในทั่วโลก ศาลบูชาพระพิฆเนศวรตั้งอยู่บริเวณลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเครื่องสักการะ ได้แก่ พวงมาลัยดอกดาวเรือง กล้วย อ้อย หรือน้ำอ้อย มะม่วงสุก ทับทิม นมสด และนมเปรี้ยว ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว เป็นต้น

6.พระตรีมูรติ หรือเทพทัตตาเตรยะ ถือว่าเป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาพราหมณ์ เป็นการรวมกันของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ถึง 3 พระองค์ เข้าด้วยกัน ซึ่งก็คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ที่ถือว่าเป็นผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลาย การรวมอานุภาพของมหาเทพ 3 พระองค์ไว้ในองค์เดียวกัน ผู้บูชาย่อมบังเกิดความเป็นสิริมงคล และความสมบูรณ์พูนสุขในชีวิต ดุจดังพลานุภาพของเทพทั้ง 3  โดยมีเครื่องสักการะ คือ ธูปแดง 9 ดอก เทียนแดง กุหลาบแดง และผลไม้

7.พระแม่อุมาเทวี หรือพระแม่ปารวตี คือ พระนามแห่งพระแม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล เป็นเทวีแห่งอำนาจวาสนาและบารมีอันสูงสุด พระองค์ทรงประทานพรด้านความสมบูรณ์ ความอิ่มเอม ความผาสุกในการครองเรือน ครอบครัวที่เปี่ยมสุข โดยเครื่องสักการะควรเป็นขนมที่มีรสชาติมัน ปราศจากเนื้อสัตว์ และไม่มีกลิ่นหอมแรงเกินไป ตลอดจนผลไม้และธัญพืชทุกชนิด

8.พระนารายณ์ อยู่บนหลังพญาอนันตนาคราช หรือพญานาค มีอีกชื่อหนึ่งว่า “หริ” แปลว่า ผู้ดูแลแห่งจักรวาล ถือเป็นเทพสูงสุด ลักษณะเป็นองค์สีดำ ประดิษฐานอยู่กลางสระน้ำที่รายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิด อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เหมือนหน้าอินเตอร์คอนฯ ที่ประทับบนหลังพญาครุฑ สิ่งที่ใช้สักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ และดอกดาวเรือง 1 พวง

สำหรับงาน โอม : สดุดีแด่กษัตริยาธิราช ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะเริ่มให้ประชาชนเข้าสักการะ 8 องค์เทพ และชมการแสดงภาคบันเทิงได้ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2560 และมีขบวนแห่และพิธีเปิดในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และ 17.00 น.ตามลำดับ และจะจัดไปถึงวันที่ 2 ม.ค. 2560