COACH คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2017 ติดขอบเวที New York Fashion Week

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243718

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สองผู้บริหารใหญ่จากกลุ่มบริษัทแปซิฟิกาผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นชั้นนำระดับโลกอย่างแบรนด์ COACH โอภาส และ โศภนา เลวิจันทร์ สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเชิญเซเลบริตี้ระดับเอลิสท์ของเมืองไทยเข้าชมแฟชั่นโชว์แบรนด์ COACH คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2017 แบบติดขอบเวทีที่งานแฟชั่นโชว์ระดับโลกอย่าง New York Fashion Week ที่ผ่านมา ร่วมกับแฟชั่นนิสต้า และเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังมากมายจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งยิงภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ส่งตรงจากมหานครนิวยอร์กเพื่อขึ้นบิลบอร์ด LED ให้คนไทยได้รับชมพร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งสร้างปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

โศภนา เลวิจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัทแปซิฟิกา ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ COACH กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากอีกปีหนึ่งของแบรนด์ COACH เพราะเป็นปีที่ทางแบรนด์ฉลองครบรอบ 75 ปีที่ COACH ได้ก่อตั้งขึ้นในมหานครนิวยอร์กและตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ทางแบรนด์ได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มจากการเปลี่ยน Creative Director คนใหม่เป็น สจ๊วต วีเวอร์ส์ (Stuart Vevers) เมื่อปี 2013 ซึ่งเขาได้เข้ามาปรับเปลี่ยนทิศทางในการดีไซน์คอลเลคชั่นใหม่ๆ ให้แบรนด์ดูโดดเด่นและทันสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้ริเริ่มทำคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีแบบเต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรก รวมถึงการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์สโตร์ให้เข้ากับดีเอ็นเอของความเป็น แบรนด์ COACH มากยิ่งขึ้น เพื่อบ่งบอกถึงความหรูหราแบบทันสมัย (Modern Luxury) และเป็นการสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่งอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มบริษัทแปซิฟิกาจึงต้องการสร้างความตื่นเต้นและสีสันให้กับสาวกแบรนด์ COACH ในเมืองไทย ด้วยการยิงภาพแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ส่งตรงจากมหานครนิวยอร์กขึ้นบิลบอร์ด LED ให้รับชม เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนทั่วกรุงเทพฯ เพราะลูกค้าคนไทยมีความสนใจทางด้านแฟชั่นค่อนข้างมาก เราจึงคิดว่า New York Fashion Week เป็นอีเว้นท์ที่ใหญ่ที่สุดของเรา และเราต้องการให้ลูกค้าของ COACH ในประเทศไทย ได้ติดตามความตื่นเต้นและความพิเศษของรันเวย์ล่าสุดจากแฟชั่นวีค ในครั้งนี้”

โศภนายังได้กล่าวเสริมอีกว่า “สำหรับความยิ่งใหญ่ของ New York Fashion Week (NYFW) เป็นแฟชั่นวีค
Ready to Wear ที่จะมีขึ้นปีละสองครั้ง ได้แก่ Spring-Summer และ Fall-Winter โดยแฟชั่นวีคที่สำคัญคือ Big Four Cities โดยเริ่มที่นิวยอร์กเป็นแห่งแรก และตามมาด้วยเวทีแฟชั่นวีคที่ลอนดอน มิลาน และสิ้นสุดที่ปารีส

ด้าน เอ-เบญจวรรณ เบอร์แมน เซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ของเมืองไทยที่ได้รับเกียรติจากแบรนด์ COACH ให้เข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Spring-Summer 2017 เล่าถึงประสบการณ์ครั้งสำคัญนี้ว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสร่วมชมแฟชั่นโชว์ช่วงแฟชั่น วีค ที่ผ่านมาที่นิวยอร์ก แล้วยังได้เจอกับแฟชั่นนิสต้าและเซเลบริตี้ชื่อดังมากมายจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ Chloe Grace Moretz, Emma Roberts และ Serena Williams เป็นต้น ส่วนลุคที่เอชื่นชอบมากที่สุดก็เห็นจะเป็นแจ๊กเกตประดับหมุด ที่สวมเข้ากับกางเกงยีนส์ ที่สร้างความโดดเด่นด้วยหัวเข็มขัดที่ทำจากโลหะแผ่นใหญ่ แล้วอีกลุคที่เอชอบก็คือชุดเดรสลูกไม้ซีทรูที่ใส่พร้อมกับเสื้อกั๊กหนังสีดำ ซึ่งช่วงล่างของชุดเดรสเผยให้เห็นเรียวขาของผู้ใส่ ดูแล้วสวยงามมากๆ ค่ะ แถมยังเพิ่มเลเยอร์ด้วยการสวมทับด้วยแจ๊กเกตที่ให้ลุคเท่ๆ”

สำหรับ COACH คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2017 นี้ “สจ๊วต วีเวอร์ส” ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ผู้ดำรงตำแหน่ง Creative Director ผู้หลงใหลในเสื้อผ้าสไตล์คลาสสิกอเมริกันอันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941 ได้ตีความใหม่ในรูปแบบเสื้อผ้าแบบ Girl Gang ที่มีทั้งความชิค เท่ และแฝงกลิ่นอายของร็อกแอนด์โรลด้วยการใช้วัสดุหนังคุณภาพเยี่ยมของแบรนด์ หมุดตอก และฟริ้นจ์หรือพู่ระบาย ส่วนคีย์ไอเท็มสำคัญคือไบเกอร์แจ๊กเกตและโค้ทตกแต่งเชียร์ลิ่ง (Shearling) หรือขนแกะ รวมถึงรองเท้าบู๊ท อย่างไรก็ตาม คอลเลคชั่นนี้ยังคงแฝงกลิ่นอายของความเป็นเฟมินีนที่ซ่อนไว้ในแต่ละลุคผ่านผ้าซีทรู ลายดอกไม้ และงานปักมืออันพิถีพิถัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทางแบรนด์ต้องการนำเสนอ
อีกด้วย

ซิสเล่ย์ ไขความลับธรรมชาติ เพื่อดูแลปัญหาผิวมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243717

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เครื่องสำอางซิสเล่ย์ ผู้นำความงามจากคุณค่าพืชพรรณธรรมชาติ จัดงานแนะนำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มทร็อปปิคอลเรซินส์ (Tropical Resins Line) 3 ขั้นตอนล่าสุด เพื่อเติมเต็มกิจวัตรประจำวันในการดูแลผิวมันและผิวผสม ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิทเมื่อเร็วๆ นี้

รุจิตร สุธนะเสรีพร กรรมการผู้จัดการ เครื่องสำอางซิสเล่ย์ในประเทศไทย เผยว่า “ปัญหาความมันส่วนเกินบนผิวหน้าเป็นอุปสรรคความงามอันดับต้นๆ ที่ทำลายความมั่นใจในชีวิตประจำวันเรามักเข้าใจว่า ปัญหาผิวมันนั้นเป็นเรื่องของวัยรุ่น ทว่าแท้จริงแล้ว ปัญหาจากภาวะผิวมัน อันได้แก่ ผิวหน้ามัน, รูขุมขนกว้าง, ผิวไม่เรียบเนียน, สีผิวไม่สม่ำเสมอ, รวมไปถึงการอุดตันและสิวล้วนส่งผลกระทบต่อผู้คนทั้งหญิงและชาย ในช่วงวัยผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไป มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่เราต้องเผชิญกับมลภาวะโลกร้อนขึ้น ความเครียด การรับประทานอาหารไม่สมดุลหวาน, มัน หรือคาร์โบไฮเดรทมากเกินไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลกระตุ้นผิวให้สร้างน้ำมันส่วนเกินมากกว่าปกติ ซิสเล่ย์เข้าใจในธรรมชาติของผิวลึกซึ้งถึงปัญหาผิวมัน

ซิสเล่ย์ จึงได้มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลปัญหาผิวนานัปการจากสาเหตุของความมันส่วนเกินอย่างไม่หยุดยั้งนำมาซึ่ง 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มทร็อปปิคอลเรซินส์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า “เจนเทิล คลีนซิ่งเจล” (Gentle Cleansing Gel) เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนเพื่อทำความสะอาดผิว ด้วยคุณค่า ทร็อปปิคอลเรซินส์ ที่ประกอบด้วย เบนโซอิน, อินเซนส์ และไมอาห์ ช่วยชะล้างความมันส่วนเกินและถนอมสมดุลชุ่มชื่นบนผิว, “อินเทนซีฟเซรั่ม” (Intensive Serum)เซรั่มฟื้นบำรุงสูตรเข้มข้นพิเศษ เพื่อผิวที่มีปัญหาความมัน, รูขุมขนกว้าง, อุดตันและสิว และผลิตภัณฑ์บำรุงความชุ่มชื่นสูตรออยล์ฟรี “แม็ททิฟายอิ้งมอยซ์เจอไรซิ่งสกินแคร์” (Mattifying Moisturizing Skin Care) ผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลปัญหาความมัน และให้ความชุ่มชื่น ในรูปแบบเจลนุ่ม สูตร ออยล์-ฟรี เพื่อผู้มีปัญหาผิวมันและผิวผสม โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ในการสกัดส่วผสมให้มีประสิทธิภาพเหนือระดับยิ่งขึ้น สามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของผิวที่งดงามขึ้นนับจาก 7 วันแรกที่ใช้ ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์นี้ จะช่วยเติมเต็มขั้นตอนการดูแลผิวของผู้มีปัญหาผิวมัน ให้สมบูรณ์แบบ และสำหรับผู้ที่มีปัญหาความมันส่วนเกินในบางบริเวณบางช่วงเวลา หรือต้องการลดความมันส่วนเกินระหว่างวันให้เมคอัพติดทนนานมากขึ้น ก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในชุดนี้ได้เช่นเดียวกัน”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน ‘เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์’ ครั้งที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243788

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์จากร้านต่างๆ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 โดยมูลนิธิชัยพัฒนา และ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดขึ้น วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17.00 น. ณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ตึก B ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ โดยมีดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, หนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการผู้บริหารอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 ซึ่งน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์ นั้น เป็นหนึ่งในพระราชดำริ ที่พระราชทานให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา นำเมล็ดพันธุ์ต้นชาน้ำมันสายพันธุ์ Camellia oleifera จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาศึกษาและทดลองปลูกในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นให้คนไทยใส่ใจในสุขภาพ เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า และรักษาระบบนิเวศน์ป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย โดยทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เพื่อเป็นโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาและพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะผลิตน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับการบริโภคและนำไปเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง เป็นต้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2

ทรงปรุงอาหาร “ไก่นาบกระทะ” และ “ไข่พระอาทิตย์”

เมนูจากฝีพระหัตถ์ ไก่นาบกระทะ

พร้อมกับทรงได้พระราชทานเรื่องเล่า “น้ำมันเมล็ดชา” แก่ผู้ร่วมงานว่า“เป็นที่รู้จักในประเทศจีนนานกว่า 1,000 ปี มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่า น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก เนื่องจากมีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่ด้อยไปกว่าน้ำมันมะกอก จีนอธิบายให้ฟังว่าเค้าใช้น้ำมันจากเมล็ดชาหลายอย่าง ประการแรกคือมีคุณสมบัติโภชนาการที่ดี ประการที่สองก็ใช้ในเรื่องของเครื่องสำอาง ใช้ปกป้องผิวหนัง และใช้ได้หลายอย่าง เช่น น้ำมันเคยโฆษณาว่าใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ครีม สบู่ ก็เป็นประโยชน์ แต่ตอนนี้ก็ได้ยินเจ้าหน้าที่เค้าโฆษณาบอกว่ากำลังทำน้ำมันใส่ผมโดยเฉพาะ แต่เรายังไม่ได้ลองใช้ สรรพคุณประการที่สามที่ทางจีนใช้กัน คือทางด้านเภสัชกรรม เป็นประโยชน์ของน้ำมันในเชิงยา ยิ่งทำในระดับนาโนยิ่งดี คือว่าไม่ใช่ตัวยาแท้ แต่จะเป็นส่วนที่นำยาเข้าสู่ร่างกายให้กับผู้ป่วยได้

แต่ว่าเท่าที่จีนแนะนำกับเราว่าถ้าเป็นชาน้ำมันชนิดที่เป็นดอกสีขาว จะทำอาหาร และเครื่องสำอางได้ดี แต่ถ้าจะใช้ฤทธิ์ที่มีสรรพคุณทางยา ก็จะต้องเป็นชนิดดอกสีแดง ซึ่งเราก็กำลังลองดูอยู่ ที่ผ่านมายังไม่สำเร็จ เพราะต้องการอากาศอุณหภูมิที่เย็นกว่าสีขาว และต้องการความสูงมากกว่า ดังนั้นเราจึงจะต้องค้นคว้าด้วยตนเองของนักเกษตรไทย พอได้เมล็ดแล้วเราก็ต้องศึกษากัน ตอนนี้ก็ปลูกมากที่สุดที่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่อำเภอแม่สาย

ผลิตภัณฑ์จากร้าน ภัทรพัฒน์

ปัจจุบัน ประเทศจีนเค้าบอกว่ามีเท่าไหร่ขายเค้าก็ได้ เพราะว่าจีนมีความต้องการสูงมาก แต่ของเราก็พยายามช่วยของเราก่อน โดยที่นักธุรกิจทั้งหลาย ในด้านสปา และด้านอาหารก็เป็นลูกค้าซื้อ แล้วก็ผลิตอาหารออกมาจำหน่าย ขายได้บางช่วง แต่บางทีก็มีผลิตไม่ทัน ก็ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกัน และประชาสัมพันธ์อย่างดีการจัดงานขึ้นมาก็จะได้ทำให้คนรู้จักมากขึ้น การทำเมล็ดชาน้ำมันนี้ ไม่ได้ให้ผลในเชิงธุรกิจอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาชุมชนด้วย ทำให้เกิดรายได้พอสมควร และดูแลรักษาผืนแผ่นดินไทยเอาไว้อย่างดี”

พร้อมกันนี้ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการ “น้ำมันเมล็ดชา” และร้านพันธมิตรที่เข้าร่วมงานฯ อาทิ กรูเมต์ มาร์เก็ต, การบินไทย, ธรรมชาติซีฟู้ดส์, ไทยยามาซากิ, Gourmet One และ Coffee Bean By Dao เป็นต้น

โอกาสนี้ ทรงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันเมล็ดชาเป็นส่วนประกอบ ประกอบด้วยเมนูพระราชทาน 2 รายการ คือ “ไก่นาบกระทะ” และ “ไข่พระอาทิตย์” โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกถึงไข่พระอาทิตย์ในหนังสือว่า “เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 9 เคยทรงประกอบอาหารพระราชทานเรียกว่า ไข่พระอาทิตย์ มี

ผู้ถามว่าทำไมเรียกว่าไข่พระอาทิตย์ ข้าพเจ้าทูลถาม ทรงเล่าว่าเมื่อส่องกล้องแล้ว พื้นผิวดวงอาทิตย์มีลายเหมือนเมล็ดข้าว ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าgrain de riz และเป็นสูตรอาหารที่พระราชโอรสและพระราชธิดาต้องทำเป็นทุกพระองค์”

และทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับไข่พระอาทิตย์ และไก่นาบกระทะ “เหมือนไข่เจียวเราดีๆ นี่เองแต่ว่าใส่ข้าวสุกลงไปไม่ใช่ข้าวเละๆ แต่ต้องเป็นข้าวเนื้อแข็งจะดี ใส่เข้าไป กวนจนเข้ากัน หากรูปร่างข้าวมีลักษณะยาวๆ จะดี ตำรานี้เป็นตำราที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ทรงสอนตั้งแต่เล็กๆ ที่บ้านทำเป็นทุกคน ทั้งครอบครัว โดยใส่ส่วนผสมลงไป ปรุงรสตามชอบ น้ำปลา ทอดเหมือนเราทอดไข่เจียวธรรมดา ซึ่งส่วนผสมเมนูไข่พระอาทิตย์ มีข้าวสวย 1 ทัพพี, ไข่ไก่1 ฟอง, น้ำปลา, ซอสปรุงรส และน้ำมันเมล็ดชา

ผลิตภัณฑ์จากร้าน ภัทรพัฒน์

ส่วนไก่นาบกระทะ เป็นตำราที่ได้รับประทานตอนเล็กๆ ไม่ใช่พระเจ้าอยู่หัวแต่เป็นคนอื่นสอน โดยวิธีการนำอกไก่ เอาไปหมัก โดยส่วนผสมมี น้ำมันชา, ซีอิ๊ว, กระเทียม, พริกไทย รากผักชี และบรั่นดีด้วย หมักทิ้งไว้ 1 คืน ที่เราเรียกว่านาบกระทะ เพราะจะเรียกว่าไก่ทอดก็ไม่ใช่ เรานำไก่มานาบกับกระทะทั้ง 2 ข้าง จากนั้นเทไวน์ขาวลงไป รอสักพักแล้วตักใส่จาน”

วรามาศ ภัทรประสิทธิ์, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, ลักขณา นะวิโรจน์

“เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2559 ณ ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ตึก B ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ ภายในงานสามารถซื้อน้ำมันเมล็ดชา เครื่องสำอางที่มีน้ำมันเมล็ดชาเป็นส่วนประกอบ พร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์ และ ร้านจันกะผัก ยังสามารถร่วมชิมและชมการสาธิตการปรุงอาหารด้วยน้ำมันเมล็ดชาจากเชฟชื่อดัง เช่น หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และร้านอาหารชั้นนำ เช่น Coffee Bean by Dao, Thai Peppery และ Happy Beef by M

 

มุมนี้มีนัด : 9 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243715

587585

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วันโรคปอดบวมโลก

จุฬาคิดส์คลับ โดยฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขอเชิญน้องๆ นักเรียน ผู้ปกครองและผู้สนใจทั่วไป ร่วมงาน วันโรคปอดบวมโลก (World Pneumonia Day) ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2559 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. ที่ชั้น 10 ตึก สก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนพระรามที่ 4 กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดบวม พร้อมแนวทางการปฏิบัติ และการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคปอดบวม ฟังเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ปอดบวม…ภัยร้าย
ที่ป้องกันได้” โดย รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ กุมารแพทย์ หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้ว ภายในงานยังได้จัดเตรียมกิจกรรม “ตลาดนัดสุขภาพ” พบการฉีดวัคซีนเสริมในราคาพิเศษ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ลงทะเบียน สำรองที่นั่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจจุฬาคิดส์คลับwww.facebook.com/คลินิกจุฬาคิดส์คลับ

ของดี 4 ภาค

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพเกรดเอ จากทุกทิศทั่วไทย ในงาน “ของดี 4 ภาค” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น จากภาคเหนือ กลาง ใต้ และอีสาน โดยรวบรวมสินค้าคุณภาพ ดี เด่น ดัง ของแต่ละจังหวัดมาให้เลือกสรร และลิ้มลองกันถึงที่มากมายทั้งของกินของใช้ อาทิ งานไม้แกะสลัก, กระเป๋าทำจากใบพลู, เครื่องทองเหลือง, เครื่องประดับโป่งขาม, เครื่องเงิน, สินค้าเสริมฮวงจุ๊ย, ของตกแต่งบ้าน, เครื่องหนัง, ผ้าไทย, น้ำพริกจากครัวภูเก็ต, เครื่องสำอาง จากสมุนไพรแปรรูปเป็นต้น มาให้ได้ช็อป ชม ชิม อย่างจุใจ ในราคาย่อมเยาว์ ระหว่างวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2559 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

เสวนาสิ่งแวดล้อม

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม สนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ ร่วมสนับสนุนการประกวดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงาน Thailand Green Design Awards 2017 จัดโดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกิจกรรมเสวนาแนะแนวทางการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ Green Business Trend โดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต และ Green Business Model โดย ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ เพื่อแชร์ประสบการณ์เทคนิคและความรู้ทางวิชาการต่างๆ มาถ่ายทอดให้ผู้สมัครเข้าร่วมประกวดและประชาชนทั่วไปได้รับทราบ พร้อมรับฟังคำแนะนำ และพบกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากสถาบันผลิตผลเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00-17.00 น. ณ The Living Room ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่

โครงการ JUMC WoW

สมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญชวนผู้บริหารและนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 35 ปี ที่สนใจหาแรงบันดาลใจและไอเดียต่อยอดในการทำธุรกิจ ร่วมสมัครเรียนโครงการ JUMC WoW 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sharing and Networking Lead to the Future” หลังประสบความสำเร็จมาแล้ว 3 รุ่น โดย JUMC WoW รุ่นที่ 4 นี้ จะมุ่งให้ผู้เรียนต่อยอดประสบการณ์การบริหารจัดการธุรกิจ เน้นการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เรียน วิทยากร โค้ช และกรรมการโครงการ รวมถึงการดูงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเอง ทั้งด้านบุคลิกภาพ ศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และสายสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันจน เกิดเป็นมิตรภาพที่สามารถต่อยอด ไปยังเรื่องต่างๆ ในอนาคต ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการสมัครได้ที่ http://www.jumc.in.th/jumcwow หรือ http://www.facebook.com/jumcwow/ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนถึงวันที่ 14 มกราคม 2560

คุณแหน : 9 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243786

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll พยุงศักดิ์ กาฬมิค เขาคือเด็กน้อยที่คุกเข่าโน้มตัวเข้าไปก้มกราบในหลวงรัชกาลที่ 9 เหตุการณ์ที่ปัตตานี ปี 2516 ตอนนั้นเขาอายุ 4 ขวบปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ภาค 4 สงขลา…

ll แม้จะไม่คลายทุกข์ลงแม้แต่นิด เชื่อว่าคนไทยทุกคนยังมีน้ำตาไหลนองในหัวใจ เด็กเล็กหนุ่มสาวก็ยังร่ำไห้อาดูร หน้าเฟซบุ๊คยังไม่มีใครลงรูปสนุกๆ ยังไม่มีแก่ใจบันเทิง แต่เสียดายอย่างเดียวว่าภาพยนตร์พระราชกรณียกิจสารพัดเรื่อง ถูกนำมาเผยแพร่ช้าไปนิด น่าจะออกอากาศตั้งแต่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่…

ll ยังมีงานมงคลสมรสตามปกติ แต่ลดระดับความบันเทิงลง…12 พ.ย. วันฤกษ์ดีของหลายคู่…คู่ของ รัตน์ติพร บุตรสาว ดิลก-พรรณี ศรีวชิราธร กับ พิษณุพงศ์บุตรชาย พ.ต.พูนเพียร-พัชรา เทียนศิริ ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก เวลา 11.30 น….

ll คู่ของ ทพญ.วันศิริ บุตรสาว วิรัต-จีรวรรณ จันทร์ศิริวัฒนา กับ ทพ.วุฒินันท์ บุตรชาย ลดาวัลย์ พนมลักษณจิต ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เดนส์ เวลา 18.30  น. …

ll คู่ของ ฐชาพันธุ์ บุตรสาว ร.อ.สุวิพันธุ์-ชรอยบุญ ดิษยมณฑล กับ Nicholas William Wong บุตรชาย Robert William-Sandy Wai-Shan Wong ณ ห้องพิมานแมน โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เวลา 18.30 น. …

ll แต่ ชัชวดี หงสกุล ได้ปวารณาตัวไว้ว่าจะไว้ทุกข์ 1 ปี และตั้งใจจะงดไปงานรื่นเริงทุกงาน จึงต้องขอโทษเพื่อนๆล่วงหน้า
ไม่ใช่ไม่ยินดีด้วย แต่สุขภาพใจมันไม่ไหว…

ll ทหารสุภาพบุรุษน้ำดี พ.อ.จักเรศ ศิริพงศ์ เพิ่งย้ายไปเป็น ผบ.พัน.12 ค่ายพระยาไชยบูรณ์ จ.แพร่ ได้ไม่นาน ก็มีแผนจะปรับปรุงระบบสวัสดิการให้ลูกน้อง เรื่องแรกคือยกเลิกการรับประทานอาหารแบบถาดหลุม…

ll สูญเสีย พีระ ป้อมแก้ว ลูกชายคนโตอนาคตไกลวัย 42 ไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็งที่เนื้อเยื่ออ่อน ทำพิธีฌาปนกิจและลอยอังคารไปแล้ว แต่คนเป็นพ่ออย่าง จิระ ป้อมแก้วคงต้องใช้เวลาอีกสักพักที่จะทำใจได้ เพราะการเป็นพ่อ-แม่ที่ต้องมาจัดงานศพให้ลูกเสียเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจ…

ll วันนี้เวลา 19.00 น. โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดพิธีร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งประวัติศาสตร์ และจุดเทียน ณ บริเวณหน้าตึกอำนวยการ ใครอยู่ใกล้ ใครสะดวก เชิญเลยค่ะกรุณานำเทียนขาวติดตัวไปด้วย…ll

หนูภาฯ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ…แนะเทคนิคพิชิตไขมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243720

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“รูปร่างที่เพอร์เฟกท์ปราศจากไขมัน” คือ สิ่งที่หลายๆ คนปรารถนา เพราะรูปร่างที่ดีจะทำให้เรามีความมั่นใจ และมีบุคลิกภาพที่ดี สวมใส่เสื้อผ้าสไตล์ไหนก็ดูดี แต่เป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อมีการสำรวจพบว่าคนไทยมีปัญหาการอ้วน เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ซึ่งถือว่าเป็นวิกฤติสุขภาพที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากความอ้วนจะทำให้เรามีรูปร่างที่ไม่ดี ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา อาทิ ความดันในหลอดเลือดสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละคนก็มีวิธีแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่นิยมการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร บางรายทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมามากมาย

นพ.พลพงศ์ ชยางศุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและการดูแลรูปร่าง มอร์โฟร์สิส คลินิก กล่าวว่า โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายมีเนื้อเยื่อและไขมันสะสมไว้ในร่างกายมากกว่าปกติ จนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้คนที่มีรูปร่างอ้วนมีอายุสั้นกว่าคนปกติ ในปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างอย่างมาก เพราะจากสถิติพบว่า คนไทยส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วนอันดับ 2 ของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ที่น่ากังวลที่สุด คือ เด็ก เพราะเด็กบางคนเกิดมามีน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่มาจากความอ้วน อาทิ 1.โรคไขมันในเลือดสูง จากสถิติพบว่าคนไข้ที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ป่วยเป็นโรคนี้สูงถึง 25.5 ล้านคน 2.โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 10.7 ล้านคน 3.โรคเบาหวาน จำนวน 3.5 ล้านคน และ 4.โรคหัวใจ จำนวน 700,000 คน นอกจากนี้ตรวจพบโรคแทรกซ้อนที่มาจากความอ้วน คือ โรคอัมพฤกษ์ ที่มีสาเหตุมาจากไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สูงถึงปีละ 750,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากังวลสำหรับประเทศไทย

สำหรับสาเหตุที่ทำให้คนไทยเกิดปัญหาเรื่องอ้วน คือ 1.พฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย ปกติร่างกายคนเราต้องการพลังงานเพียง 1,600-2,800 แคลลอรี่ต่อวัน หากเราทานอาหารมากเกินไป สิ่งที่ทานเข้าไปก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันไปเกาะตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย 2.ไม่ออกกำลังกาย 3.กรรมพันธุ์ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนอ้วน 4.ความผิดปกติของฮอร์โมน ความผิดปกติของสมอง แต่การอ้วนประเภทนี้จะพบได้น้อยมาก

นพ.พลพงศ์ ชยางศุ กล่าวต่อว่า วิธีกำจัดไขมันอีก 1 วิธี ที่ถือเป็นทางเลือกของสาวๆ ยุคใหม่ เพื่อให้มีรูปร่างสวยเพอร์เฟกท์อย่างรวดเร็ว และกำลังได้รับความนิยมมากในตอนนี้ คือ การดูดไขมัน ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างรวดเร็ว แต่การดูดไขมัน ไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนักแบบถาวร เพราะการทำศัลยกรรมดูดไขมัน จะช่วยแค่ลดไขมันเฉพาะจุด ซึ่งจุดที่ลดไขมันได้ยาก เช่น บริเวณ ต้นแขน ต้นขา น่อง เอว หน้าท้อง ใต้คาง ซึ่งการดูดไขมันถือเป็นทางเลือกอีกทางที่น่าสนใจได้ผลเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ ถ้าดูดไขมันแล้วโอกาสที่จะมีไขมันส่วนเกินกลับมาเหมือนเดิมได้ บางรายบริเวณผิวที่ดูดไขมันจะไม่เรียบเหมือนที่เคยเป็น ซึ่งควรเสริมด้วยการออกกำลังกายจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้

นพ.พลพงศ์ ชยางศุ กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจดูแลรูปร่างมากขึ้น จนเกิดเป็นกระแสคนรักสุขภาพ แต่ทั้งนี้เราสามารถดูแลร่างกายและสามารถพิชิตไขมันด้วยตัวเอง เพียงปฏิบัติตัวง่ายๆ ดังต่อไปนี้ 1.ทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย 2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3.พักผ่อนให้เพียงพอ 4.หลีกเหลี่ยงความเครียด 5.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด แต่สำหรับคนไข้บางรายก็นิยมใช้ทางลัดในการลดหุ่น อาทิ การทานอาหารเสริมลดน้ำหนักจนทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ตามมาบางรายถึงขั้นเสียชีวิต

 

เคเอฟซีชวนคุณแม่ยุคใหม่เตรียมพร้อมรับเปิดเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243610

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฤดูเปิดเทอมกลับมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกได้เต็มที่กับชีวิตวัยเรียนและสนุกไปกับการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนด้วย เคเอฟซี ประเทศไทย ขอนำเสนอไอเดียง่ายๆ ให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวรับเปิดเทอมไปพร้อมกับลูกๆ ด้วยหลัก 4G

G แรก คือ Good Sleep เด็กๆ วัยเรียนต้องการการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอในแต่ละคืน อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงเพื่อความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และไม่อ่อนเพลียหรือง่วงซึมระหว่างวันที่โรงเรียน

G ตัวที่สอง คือ Good Food นอกจากอาหารจานโปรดฝีมือคุณแม่แล้ว ลองเพิ่มตัวช่วยอย่างไก่ทอดเคเอฟซีให้เป็นสีสันของมื้ออาหาร เพราะนอกจากรสชาติจะเป็นที่ถูกใจทุกเพศทุกวัยแล้ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพ เพราะไก่ทอดเคเอฟซีปรุงสดที่ร้านจากเนื้อไก่สดที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากฟาร์มที่ผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ ไม่แช่แข็ง และไม่มีฮอร์โมนหรือสารปรุงแต่ง แถมยังมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จากสมุนไพรและเครื่องเทศ 11 ชนิดตามตำรับของผู้พันแซนเดอร์และกรรมวิธีการผลิตเฉพาะของเคเอฟซีแบบ “7-10-7”

ส่วนอีกสอง G นั้นจะช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น ช่วยให้การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนสนุกมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเปิดเทอมกี่ครั้งก็พร้อมเสมอ ได้แก่ Goal และ Guide สำหรับ Goal คือการพูดคุย ถามไถ่ในแต่วันว่าได้เรียนรู้อะไรในห้องเรียนบ้าง แล้วชวนให้ลูกๆ ลองตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับการเรียนอาจเริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ง่ายๆ เช่น ตั้งใจว่าจะทานข้าวเช้าทุกวัน ไม่ไปโรงเรียนสาย หรือสอบให้ได้คะแนนดีกว่าเดิม เป็นต้น แล้วคุณพ่อคุณแม่ทำควบคู่กับการ Guide หรือให้คำแนะนำแบบเปิดใจรับฟังเสียงที่อยู่ในใจของเด็กๆ รู้จักชื่นชมเมื่อลูกทำตามเป้าได้สำเร็จ เพื่อปลุกพลัง สร้างกำลังใจและกระตุ้นให้เด็กรู้จักตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง

ไอเดียง่ายๆ ทั้ง 4 ข้อนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักและความเอาใจใส่ของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินและการใช้เวลาร่วมกัน เพียงนำไปประยุกต์ใช้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสม รับรองว่าเปิดเทอมนี้คุณพ่อคุณแม่คลายกังวลได้แน่นอน

 

เยาวชนไฟ-ฟ้า โชว์ผลงาน ‘เปลี่ยน’ โลกให้งดงามด้วยศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243613

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

มุมนี้มีนัด : 8 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243609

587585

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

l สกรีนลายพิมพ์เสื้อฟรี

สยามพิวรรธน์ ร่วมกับ เหล่าไทยดีไซเนอร์ชั้นนำในสยามเซ็นเตอร์ ออกแบบลายพิมพ์พิเศษเพื่อสกรีนลงบนเสื้อโดยสามารถนำเสื้อสีขาว-สีดำ มาสกรีนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ แบรนด์ 77th, 8 1/2, ADHOC, CHAIGOLDLABEL, FRI27NOV, GOOD MIXER, KLOSET,LALALOVE, MISSILE, PAINKILLER,PEDZ, Q DESIGN AND PLAY, ROTSANIYOM WHITE LABEL,SENADA, SHAKA, THEATRE และ TUBE GALLERY เป็นต้น ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559ณ เอเทรี่ยม 1 ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

l เปิดเรือนเยือนครัวไทย

แผนกอาหารไทย โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม จะเปิดคอร์สใหม่ 120 ชั่วโมง เริ่มมกราคม ปีหน้า ซึ่งจะมีอาหารไทยสี่ภาคเพิ่มเข้ามาในหลักสูตร มาสเตอร์เชฟเอ – ระพีพัฒน์ บริบูรณ์ ปรมาจารย์แห่งอาหารไทย เตรียมจัดเปิดเรือนเยือนครัวไทย (Open House) ขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14.00 น. ถึง 16.00 น ณ โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม ซอยกรุงเทพการบัญชี ถนนเพชรบุรี โดยจะสาธิตการทำ “ขนมจีนน้ำเงี้ยว” อาหารจานดังของภาคเหนือ ให้ชมและให้ชิม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สำรองที่นั่ง ได้ที่โทร.081-8050581

l แนวโน้มธุรกิจสีเขียว

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ร่วมสนับสนุนการประกวดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงาน Thailand Green Design Awards 2017 จัดโดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกิจกรรมเสวนาแนะแนวทางการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ Green Business Trend โดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต และ Green Business Model โดย ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ และฟังการแนะนำแนวโน้มธุรกิจสีเขียว และแผนธุรกิจสีเขียว เทรนด์ทำธุรกิจแนวใหม่สำหรับปี 2017 ได้ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ The Living Room ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่

l บุฟเฟ่ต์ขนมหวาน

หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา เอาใจคนรักขนมหวาน มอบโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ขนมหวานสุดพิเศษ “Sweet Monday” ที่จะเปลี่ยนวันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อเป็นวันจันทร์ที่ อบอวลไปด้วยความสุขพร้อมขนมหวานแสนอร่อยมากมายกว่า 30 เมนู ไม่ว่าจะเป็นเค้ก เพสตรี้ ขนมหวาน และเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่สำหรับทุกคนโดยเฉพาะ  จัดเต็มขนาดนี้ในราคาสุดพิเศษเพียง 599++ บาท สำหรับบุฟเฟ่ต์ของหวานและเครื่องดื่มจะมีทุกๆ วันจันทร์ ตั้งแต่เวลา14.00 -17.00 น. ณ สยามเบเกอรี่หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา

ชาวมาแตร์เดอีฯ จัด ‘พิธีมิสซาถวายความอาลัย’ แด่พ่อหลวงในรัชกาลที่ 9 พร้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243606

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.