ขนมไทยหัวใจ minimal ทองม้วนสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/467208

 

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หลายครั้งที่สถานที่พักกาย ย้อมใจไม่จำเป็นต้องมีความหรูหรา เพียงแค่มีจุดเชื่อมโยงเล็กน้อยที่ช่วยให้ความทรงจำสีจางๆ สดใสขึ้นมาบ้าง ความสุขแบบเพียงพอแบบนี้ไม่โหนใจมากจนเกินไป ช่วยให้รู้สึกอิ่มเอมได้อย่างไม่ยาก

ผู้เขียนหาความสุขได้ง่ายมากๆ ถนัดที่สุดขอให้เป็นเรื่องกิน วันก่อนจากใจหมองๆ ในช่วงวิปโยคของสุดแผ่นดินรัชกาลที่ 9 หัวใจแห้งชุ่มฉ่ำขึ้นมาได้ เพราะมีโอกาสไปรับประทานผัดไทยท่ายาง ที่ จ.เพชรบุรี ตลาดเก่าและเรือนไม้ห้องแถว ที่ทำการค้า นั้นยังคงความเป็นไทยโบราณอยู่คล้ายกำลังหลงยุคไปสู่ช่วงต้นรัชกาลที่ 9

รอผัดไทยอยู่นาน ผู้เขียนจึงขอไปเดินเล่นหาขนมมารองท้อง มองไปเห็นปี๊บทองม้วนเรียงรายอยู่ เพราะมีร้านขายขนมทองม้วนอยู่หลายเจ้า เดินเข้าไปพร้อมรับขนมทองม้วนทำใหม่ๆ มาชิม ไม่ซื้อไม่หาไม่ว่ากันดูแม่ค้าชวนให้ชิมทุกรส ทั้งทองม้วนกรอบแบบเค็ม แบบหวาน และไส้หมูหย็อง เหมาซื้อมาเสียเยอะแยะเพราะอร่อยถูกใจ

นอกจากชิมทองม้วนแบบกรอบแล้ว ยังเดินๆ ไปเมียงมองพี่แม่ค้ากำลังใช้เหล็กปลายแหลมพลิกกลับขนมถั่วลิสงทอดไปมา แน่นอนว่าพี่เขาส่งให้ชิมก็รับมาชิมอย่างว่าง่าย ถั่วทอดกรอบๆ กินเพลินใจ แล้วยังเพลินตากับความชำนาญในการหยอดถั่วลิสงลงไปทอดพร้อมแป้งอีกด้วย

ลูกค้าขาประจำเขาขี่จักรยานมาแวะซื้อขนมทองม้วนสด เลยมายืนมองแม่ค้าปรับเปลี่ยนจากแผ่นเหล็กทำทองม้วนกรอบเป็นแผ่นเหล็กสำหรับทำทองม้วนสด ซึ่งจะเรียบกว่า พร้อมกับนำแป้งทองม้วนสดที่ผสมไว้จากกระติกน้ำแข็งออกมาพร้อมเทลงจี่

มองดูเหมือนง่าย เพียงแค่หยอดแป้งลงไปบนแผ่นเหล็ก กลับไปมาบนไฟสักทีสองที เมื่อเปิดแผ่นเหล็กที่ประกบกันออกมา แม่ค้าเขาใช้มือม้วนอย่างชำนาญ ได้ชิมดูแล้วต้องติดใจ เพราะหอมใบเตย เคี้ยวหนึบๆ จากแป้งที่เหนียวนุ่ม มีเนื้อมะพร้าวอ่อนติดมาพอให้เคี้ยวเจอหนึบ

 

กลับมาถึงกรุงเทพฯ ยังรู้สึกสนุกกับการทำทองม้วนสด เลยทดลองทำดูบ้าง จะแกะสูตรขนมไทย ต้องค้นคว้าเลยไปเปิดจากหนังสือ อินเทอร์เน็ต สังเกตดูว่าทองม้วนจะมีแป้งหลายชนิด หลักๆ เลยจะมีแป้งมันเป็นส่วนผสมหลัก อาจมีแป้งเท้ายายม่อม แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้าไปจนถึงแป้งสาลีผสมอยู่ด้วย ทำให้มีเนื้อสัมผัสแตกต่างกันออกไป

สำหรับผู้เขียนชอบทองม้วนสดที่นุ่ม หยุ่นๆ หอมน้ำตาลโตนด จึงเลือกใช้แป้งมัน ผสมกับแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้า ใช้น้ำตาลเมืองเพชรแท้ให้ความหอม

ทองม้วนสดต้องอาศัยความยืดหยุ่นจากไข่ไก่เป็นตัวช่วย แต่ถ้าใส่ไข่มากเกินไปจะไม่อร่อยเพราะจะได้กลิ่นไข่แรงกลบความหอมของน้ำตาลไปเสียหมด จึงเลือกใช้ไข่แต่พอประมาณให้แป้งพอจะเกาะกัน

กะทิ เพื่อให้ชีวิตง่าย คุณผู้เขียนแนะนำให้เปิดกะทิกล่องยูเอชทียี่ห้อที่ชอบได้เลย ส่วนผู้เขียนขอใช้วิถีโบราณ ซื้อมะพร้าวทึนทึกขูดจากเจ้าประจำ ให้เขาปอกเปลือกเอาส่วนดำๆ ของมะพร้าวออกให้หมด จนได้เป็นปุยมะพร้าวขาวสวย ค่อยๆ รินน้ำอุ่นลงไปนิดเดียวเท่านั้นก่อนค่อยๆ บีบกะทิออกมา กรองด้วยผ้าขาวบางอีกรอบก่อนนำมาใช้

สำหรับสีสันที่เห็น เน้นการใช้สีธรรมชาติจากน้ำใบเตยคั้นเข้มข้น รวมทั้งน้ำบีทรูทจากเครื่องสกัดเย็นที่มักจะใช้คั้นน้ำผักในตอนเช้าที่บ้านอยู่แล้ว ส่วนสีเหลืองใช้ฟักทองต้มสุกมานวดกับแป้ง สีธรรมชาตินอกจากรับประทานได้สบายใจแล้ว ยังให้ทั้งความสวยและความหอมไปพร้อมกัน ที่สำคัญโทนสีที่ได้เป็น Thai Tone ดูงามตามาก

สูตรทองม้วนสดสูตรนี้ ถือว่า “ฟลุก” มากๆ ในการแกะสูตรออกมา เพราะมั่วขึ้นมาจากความชอบแท้ๆ ได้รสชาติที่สมาชิกพึงพอใจ ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมให้ยุ่งยาก ขอเพียงแค่กระทะเคลือบสารกันติดเพียงใบเดียวก็สามารถทำขนมทองม้วนสดได้แล้ว บอกไว้สักนิดว่าขนมทองม้วนสด ทำใหม่ๆ รับประทานอุ่นๆ อร่อยที่สุด แต่ก็ยังสามารถเก็บไว้ในภาชนะปิดสนิทใส่ตู้เย็นได้ อุ่นไมโครเวฟสัก 15 วินาทีหรือนึ่งไฟอ่อนๆ สัก 3-4 นาทีก็อร่อยใกล้เคียงเดิม

ทองม้วนสด Cookool

ส่วนผสม

แป้งมัน 170 กรัม

แป้งข้าวเจ้า 20 กรัม

แป้งข้าวเหนียว 10 กรัม

น้ำตาลโตนด 150 กรัม

ไข่ไก่ 1 ฟอง

กะทิ 320 กรัม (คั้นโดยเติมน้ำอุ่นๆ นิดหน่อยเท่านั้นเพื่อให้ได้กะทิล้วนๆ)

เกลือ 1/2 ช้อนชา

น้ำใบเตยคั้น (น้ำบีทรูท) 30 กรัม (ถ้าเป็นรสฟักทองต้มสุก 50 กรัม แทนน้ำคั้นใบเตย)

เนื้อมะพร้าวอ่อน ซอยเป็นเส้นๆ 120 กรัม

วิธีทำ

1.แบ่งกะทิสักครึ่งหนึ่งออกมาละลายน้ำตาลโตนด

2.ตีไข่ไก่ให้พอเป็นฟอง จากนั้นผสมน้ำกะทิ เกลือเข้าด้วยกัน

3.ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน

4.ค่อยๆ เติมน้ำกะทิจากข้อ 2 ลงในแป้ง ให้พอนวดได้ นวดสักพักให้แป้งนุ่มเติมน้ำคั้นใบเตย หรือน้ำบีทรูท (หากเป็นฟักทองต้มสุกให้นวดเนื้อฟักทองลงในขั้นตอนนี้ด้วย) นวดให้สีเสมอกัน ประมาณ 5 นาที จึงค่อยๆ ใส่น้ำกะทิที่เหลือจนหมดคนให้เข้ากัน

5.เติมน้ำกะทิที่ผสมกับน้ำตาลโตนดไว้แล้วลงไปคนให้เข้ากันเพื่อละลายแป้งที่นวดไว้ กรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้แป้งเป็นเม็ดๆ

6.เติมเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปในส่วนผสมแป้ง

7.นำกระทะเคลือบสารกันติดตั้งไฟอ่อน รอให้กระทะร้อนแล้วจึงใช้ช้อนตักส่วนผสมหยอดลงบนกระทะ เกลี่ยบางๆ ให้แผ่นแป้งกว้างประมาณ 5-6 ซม. รอให้แป้งสุก สังเกตจากหน้าที่แห้งขึ้นไม่เยิ้มติดมือ จึงกลับด้านเพื่อจี่อีกด้านให้สุกเสมอกัน ค่อยๆ ม้วนแป้งขึ้นมาจากริมด้านหนึ่งถึงอีกด้าน ตักขึ้นจากกระทะ พักไว้บนใบตองหรือจาน รอให้คลายความร้อนสักนิด ก่อนรับประทานตอนอุ่นๆ จะอร่อยที่สุด

ซาลาเปา ขนมจีบร้านเด็ด“นพเก้าซาลาเปา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/466212

ซาลาเปา ขนมจีบร้านเด็ด“นพเก้าซาลาเปา”

โดย…เอกชัย จั่นทอง ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

หากถามถึงซาลาเปา ขนมจีบร้านไหนเด็ดดัง ใครว่าเลิศว่าดีคนก็อยากตามไปชิมกัน อย่างร้าน “นพเก้าซาลาเปา”  ถือเป็นอีกร้านต้นตำรับความอร่อยที่กล้าท้าให้นักชิมนักกินไปพิสูจน์ว่าจะอร่อยเลิศแค่ไหน โดยเฉพาะลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติความอร่อยนุ่ม หอม และสะอาด ร้านนี้อาจเป็นคำตอบในไลฟ์สไตล์การกินได้เป็นอย่างดี

สำหรับร้าน “นพเก้าซาลาเปา” เปิดตำนานความอร่อยมานาน 30 ปีแล้ว บนถนนประดิพัทธ์ ซอย 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ถือเป็นย่านค้าขายของอร่อยมากมาย ร้านนี้บรรยากาศร้านตกแต่งเหมือนภัตตาคาร เน้นสีม่วง สามารถนั่งรับประทานภายในห้องแอร์เย็นสบาย  รองรับลูกค้าได้ประมาณ 7-8 โต๊ะ หรือใครไม่สะดวกนั่งรับประทานก็สามารถซื้อหากลับบ้านฝากญาติพี่น้องได้เช่นกัน

ขณะที่ทีเด็ดของซาลาเปามัดใจลูกค้ามีถึง 8 ไส้ หมูสับ หมูแดง ครีม ถั่วดำ งาดำ และเห็ดหอม ราคาลูกละ 15 บาท ส่วนไส้หมูสับไข่เค็ม และเผือกแปะก๊วย ราคาลูกละ 15 บาท และหมั่นโถว ราคาลูกละ 12 บาท  ซาลาเปาทุกลูกแป้งนุ่มเหมือนปุยนุ่นละมุนลิ้นชวนลิ้มลองรสชาติ ส่วนขนมจีบมีไส้ปูและกุ้ง ราคาลูกละ 6 บาท เนื้อแน่นชวนฟินกับความอร่อยทุกเมนู

ธัญลักษณ์ เพชรประดับสุข หรือ น้องเกล เจ้าของร้าน “นพเก้า ซาลาเปา” บอกว่า ทุกขั้นตอนตั้งแต่การทำ การเลือกวัตถุดิบ และขาย จะใส่ใจทุกกระบวนการเพื่อให้ลูกได้รับความพอใจ ตั้งแต่รสชาติและการขาย แม้ร้านจะมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่ความพิถีพิถันด้วยความใส่ใจก็ยังต้องคงไว้ และพยายามพัฒนาคิดค้นเมนูใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นด้วย

 

“เคยคิดท้อแท้ แต่ก็ลุกขึ้นสู้ฝ่าฟันปัญหาทุกอย่างมาได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ยอมรับเลยว่าเลือดตาแทบกระเด็น แต่ก็พยายามทำเรื่อยมา เริ่มต้นจากศูนย์ใช้มือทำจนไปสู่การใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยเสริม เพื่อเบาแรงและให้รวดเร็วต่อความต้องการของลูกค้า แต่ยังคงมาตรฐานความอร่อยนุ่มเช่นเดิม”

ยิ่งกว่านั้น ร้าน “นพเก้า ซาลาเปา” ยังถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในร้านเด็ด ร้านดัง สำหรับประชาชนที่เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จะได้รับประทานอาหารพระราชทานจากร้านดังที่อร่อยที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือร้าน “นพเก้า ซาลาเปา” ด้วย ถือว่าสร้างความปลื้มปีติยินดีแก่ครอบครัวของร้าน “นพเก้า ซาลาเปา” อย่างมากในชีวิต  เจ้าของถึงกับบอกว่า “จะพัฒนาคุณภาพให้ดีที่สุดเพื่อคนรับประทาน”

 

หมายเหตุ – ใครอยากลิ้มรสความอร่อยแบบแป้งอร่อยนุ่มของซาลาเปาและขนมจีบก็ลองแวะเวียนไปชิมที่ร้าน “นพเก้า ซาลาเปา” ร้านอยู่ติดกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ริมถนนประดิพัทธ์ ซอย 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท เบอร์โทรศัพท์ 02-278-0424, 02-271-1988-9 หรือ www.noppakaosalapao.in.th เปิดบริการตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และยังมีบริการจัดส่งความอร่อยสำหรับลูกค้าด้วย

 

มื้อแห่งความสุนทรีย์ @ เรค ไวนิล & คาเฟ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/466105

มื้อแห่งความสุนทรีย์ @ เรค ไวนิล & คาเฟ่

โดย…ลีโอ เคน ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข

ครั้งหนึ่งเจ้าของร้านวัยหนุ่มกับแฟนสาว เคยเปิดร้านขายแผ่นเสียงในนาม เรค (Rec) แถวย่านแยกวังหิน ก่อนหมดสัญญาเช่า แล้วย้ายมาขายย่านลาดพร้าว ซอย 15 ในชื่อเดี๋ยวกัน และอยู่จนหมดสัญญา แล้วย้ายมาอยู่ที่ใหม่ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว พร้อมชื่อใหม่ในนาม เรค ไวนิล & คาเฟ่ (Rec Vinyl & Cafe) ที่มีร้านขยายใหญ่กว่าเดิม จึงเพิ่มเติมเรื่องของอาหาร กาแฟ และเครื่องดื่มนานาเข้ามารองรับลูกค้า

ตัวร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นคาเฟ่น่ารักๆ มีที่นั่งรองรับแบบสบายๆ ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ตกแต่งในสไตล์เท่ๆ ดิบๆ พร้อมกับติดรูปภาพของว่านต่างๆ รวมถึงต้นไม้หายากแต่ละชนิด ให้สอดคล้องกับร้านที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้มาช่วยเสริมด้วย ซึ่งเป็นไอเดียเจ้าของร้านฝ่ายหญิง

 

สำหรับชั้นสอง เป็นที่เก็บแผ่นเสียงและเทปคาสเซตหลากหลายแนวเพลง ทั้ง ป๊อป คลาสสิก ร็อก อินดี้ เวิลด์ มิวสิค และเพลงนอกกระแส ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของรักของหวงของเจ้าของร้านทั้งคู่ โดยจะหมุนเวียนแนวเพลงไปตลอด ทางร้านอยากให้คนที่มาได้แลกเปลี่ยนแนวเพลงหรือฟังเพลงสไตล์อื่นให้หลากหลายขึ้น หรือถ้าใครต้องการแลกเปลี่ยนแนวเพลงกับคนอื่น ก็สามารถเอามาแลกเปลี่ยนหรือฝากขายกับทางร้านได้เช่นกัน

สำหรับอาหารของที่นี่จะเน้นเป็นเมนูโฮมเมด ที่เหมาะรับประทานแกล้มกับเบียร์ ด้านสูตรนั้นสืบทอดมาจากต้นตำรับของบ้านฝ่ายหญิง ที่เน้นวัตถุดิบหาง่ายตามท้องถิ่นและฤดูกาล รสชาติจัดจ้านไปตามประสา

 

เมนูแนะนำ ไส้กรอกย่างรมควัน ไส้กรอกหมู 3 ชนิด อาทิ ไส้กรอกหมูบดละเอียด ไส้กรอกหมูบดหยาบ ไส้กรอกหมูผสมแฮมเบคอน เสิร์ฟกับผักสลัดและซอสบาร์บีคิว

ต่อด้วย ยำทูน่ารสแซ่บ ทูน่ายำพร้อมกับเครื่องยำไทย ใส่พริกขี้หนูสวน เสิร์ฟคู่กับผักสลัด หัวไช้เท้าญี่ปุ่น มะเขือเทศ กระตุ้นต่อมหิวดีไม่น้อย

 

สำหรับใครที่กำลังมองหากาแฟ ลองสั่ง Ice Latte ลาเต้เย็นที่ใช้เมล็ดกาแฟอราบิกา 100% เบลนด์โดยใช้เมล็ดคั่วกลางและเข้ม เสิร์ฟแบบแยกชั้นกับนมสด มีกลิ่นหอมกาแฟอ่อนๆ รสชาติไม่เข้มมาก

หรือใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มดับร้อน ทางร้านก็มีอีกหลายเมนูให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น บลูเลมอนโซดา เรียกความสดชื่นทีเดียวล่ะ และถ้ายามค่ำยังกล่อมอารมณ์ด้วยคราฟต์เบียร์ ทั้งไทยและของต่างประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังเปิดเพลงแนวเจ้าของร้านถนัด กล่อมอารมณ์ระหว่างลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มอีกนะครับ

เรค ไวนิล & คาเฟ่ ปากทางลาดพร้าว (MRT พหลโยธิน ทางออก 2) เปิดบริการทุกวัน (หยุดวันจันทร์) วันอังคาร-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์ 13.00-24.00 น. โทร.08-5366-9116

 

อร่อยสุขภาพดี แบบ 7 จักระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/466099

อร่อยสุขภาพดี แบบ 7 จักระ

โดย…สาโรจน์ มีวงษ์สม ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ผู้สันทัดด้านโยคะกล่าวไว้ว่า ร่างกายของคนเรานั้นประกอบด้วยจักระทั้ง 7 ซึ่งร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์นั้น ต้องหมั่นออกกำลังกาย เล่นโยคะ หรือไม่ก็ฝึกสมาธิ เพื่อควบคุมลมปราณ รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกาย แต่หากป่วยไข้ เจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยครั้ง นั่นแสดงว่าจักระทั้ง 7 ของเราเริ่มบกพร่องเข้าให้แล้ว

จักระ (Chakra) เป็นคำจากภาษาสันสกฤต คือศูนย์รวมของพลังงานภายในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งเป็นศูนย์พลังอันละเอียดอ่อน ทางโยคีกล่าวว่ามนุษย์เรานั้นมีจักระอยู่ด้วยกัน 7 ตำแหน่ง ซึ่ง
จักระในแต่ละตำแหน่งจะดูแลและควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆ ภายในร่างกายของคนเราให้ทำงานเป็นปกติ

จักระแต่ละแห่งมีลักษณะคล้ายจักรที่หมุนในลักษณะตามเข็มนาฬิกาอยู่ตลอดเวลา และหมุนด้วยความถี่ที่แตกต่างกันไป ความถี่ในการหมุนของจักระแต่ละแห่งจะมีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับระบบการทำงานของอวัยวะที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งความถี่ในการหมุนของจักระนอกจากจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสุขภาพของมนุษย์ได้แล้ว ยังสัมพันธ์กับอารมณ์และจิตใจของมนุษย์อีกด้วย

 

 

จะว่าไปแล้วจักระทั้ง 7 นี้จะคอยทำหน้าที่ควบคุม จิต จิตใต้สำนึก อารมณ์ ปัญญา บ้างก็ว่าเป็นเหมือนเครื่องมืออเนกประสงค์เลยทีเดียว ซึ่งบางทีอาจสร้างความมหัศจรรย์ของมนุษย์ได้ครับ

“จักระ คือการสร้างบาลานซ์และสมดุลให้กับร่างกายคนเรา คือวิตามินที่กระตุ้นระบบไหลเวียน ทำให้เรารู้สึกนึกคิด ควบคุมตัวเองได้ เป็นการบำบัดร่างกาย ถ้าเรารู้จักควบคุมจักระในร่างกายของเราได้ ชีวิตเราก็จะมีความสุข และมีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น การนั่งสมาธิหรือการฝึกโยคะ รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะช่วยให้จักระของเราแข็งแรงและทำงานไหลลื่นมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ”

คำบอกกล่าวของสาวกั้ง-กฤติยา ศรียะพันธ์ ที่ครั้งหนึ่งเธอใช้ชีวิตอย่างโลดโผน ทั้งดื่มหนัก พักผ่อนน้อย ประกอบกับต้องใช้ความคิดครีเอทงานในสายโฆษณาอันหนักหน่วงตลอดเวลา จนถึงขั้นที่เธอรู้สึกว่าร่างกายรับไม่ไหว ถึงเวลาต้องเบรกตัวเอง เธอจึงลาออกจากงานแล้วเพิ่มพลังด้านบวกให้กับชีวิต ด้วยการไปเรียนโยคะกับครูสอนผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นชีวิตเธอก็ค่อยๆ ดีขึ้น ประกอบกับเป็นคนที่ชอบทำอาหารเป็นทุนเดิม จึงอยากจะให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงประโยชน์ของอาหารจานสุขภาพ พร้อมกับเป็นครูสอนโยคะไปในตัวอีกด้วย

 

เธอจึงเปิดร้านอาหารนามว่า เซเว่น (Seven) ที่มีความหมายมาจากการรักษาสมดุลทั้ง 7 จักระในร่างกายด้วยการออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ คาเฟ่แห่งนี้จึงเป็นเหมือนคอมมูนิตี้เล็กๆ สำหรับคนรักสุขภาพที่แวะเวียนกันเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ ผ่อนคลาย และสนุกสนานไปกับเวิร์กช็อปออกกำลังกาย รวมถึงเรียนโยคะ

“เมนูของที่ร้านทุกเมนูผ่านการทดสอบจากตัวเองแล้ว เราจึงรู้ว่าดีพอหรือยัง ทุกเมนูเมื่อกินเข้าไปแน่นอนจะต้องดีต่อร่างกาย กินแล้วเอนจอย เป็นเมนูที่เข้าถึงง่าย และแน่นอนทุกเมนูต้องดีต่อสุขภาพค่ะ”

สำหรับเมนูอาหารของที่นี่ จะเน้นเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ กินง่าย อิ่มสบายท้อง และยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยแต่ละเมนูจะมีส่วนผสมของธัญพืชต่างๆ เข้ามาร่วมสร้างรสชาติอีกมากมาย

 

เริ่มต้นปรับสมดุลด้วย Cheesy Toast ขนมปัง Cubic ไวท์เบอร์รี่ ยัดไส้ด้วยชีสชั้นดี พร้อมด้วยยอดทานตะวันอ่อน เสิร์ฟคู่กับน้ำสมุนไพร บานาน่า เบกกี้ ที่มีส่วนผสมของกล้วยหอม ข้าวโอ๊ต ลูกเกด กราโนล่า และธัญพืช ปั่นรวมกัน 2 เมนูนี้ดีกับจักระช่วงท้อง ช่วยทำให้สดชื่น แฮปปี้ กระตุ้นโซลาร์จักระ อิ่มกำลังดี และเรียกความสดชื่นดีไม่น้อยจริงๆ เชียวครับ

ต่อด้วย Granola Bowl อโวคาโด น้ำผึ้ง นม นำไปปั่นรวมกัน แล้วท็อปด้วยกล้วยหอม กราโนล่า เมล็ดทานตะวัน โกจิเบอร์รี่ เพิ่มความหอมด้วยมะพร้าวคั่ว และความหวานที่ได้จากน้ำผึ้ง เมนูนี้ช่วยในเรื่องของอาการอกหัก เพราะดีต่อจักระช่วงหัวใจและหน้าอก ใครที่คิดว่าตัวเองตกอยู่ในภาวะเช่นนี้เมนูนี้ล่ะเหมาะกับคุณที่สุด

 

ตบท้ายด้วยของหวานชวนหลง Raw Cacao ขนมเค้กไม่ผ่านความร้อน ไม่ใส่แป้ง มี 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอัลมอนด์ ชั้นที่ 2 เป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์ นำมาทำเป็นเนย ส่วนชั้นบนเป็นไซรัปน้ำตาลทราย น้ำมันมะพร้าว มะพร้าวขูด และบลูเบอร์รี่ เมนูนี้ดีต่อจักระช่วงคอ ช่วยให้ชีวิตบาลานซ์

เซเว่น ซอยพหลโยธิน 18/1 แยก 2 (ด้านหลังบีทีเอสหมอชิต) เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น. และวันศุกร์ ปิดเวลา 21.00 น. โทร. 08-1901-8622

 

มื้อพิเศษ ณ ห้องอาหารรอสซินีส์ กับเชฟมิชลินสตาร์ ฟาบิโอ้ รอสซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/466096

มื้อพิเศษ ณ ห้องอาหารรอสซินีส์ กับเชฟมิชลินสตาร์ ฟาบิโอ้ รอสซี่

โดย…คาเอรุ kaeru.the.frog63@gmail.com

ระหว่างวันนี้-19 พ.ย. เชิญพบกับเชฟมิชลินสตาร์ฟาบิโอ้ รอสซี่ จากห้องอาหารชื่อดัง วิเต้ (Vite) ในเมืองซาน พาทริญาโน่ ประเทศอิตาลี ที่มารังสรรค์มื้ออาหารสุดอร่อย โดยในนำปรัชญา Farm to Fork มาสร้างสรรค์อาหารอิตาเลียนสไตล์แบบดั้งเดิมได้คนไทยได้ชิมกัน ณ ห้องอาหารรอสซินีส์ โรงแรมเชอราตันแกรนด์ สุขุมวิท

เชฟฟาบิโอ้จะมารังสรรค์เมนูพิเศษพร้อมกับไวน์แพริ่งจากซาน พาทริญาโน่ ซึ่งเป็นวินยาร์ดที่ดำเนินงานแบบองค์กรนอน-โพรฟิต โดยนำเอาคนงานที่เคยมีปัญหาด้านยาเสพติดมาฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ให้พวกเขาได้มีงานทำ ซึ่งการผลิตไวน์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานอาชีพของซานพาทริญาโน่เท่านั้น ยังมีไลน์ผลิตอาหาร เสื้อผ้า และอื่นๆ ตามความถนัดของผู้มารีแฮบอีกหลายอย่าง

สำหรับเมนูที่เชฟฟาบิโอ้เตรียมมาปรุง มีอย่างเช่น Warm Prawn Carpaccio with Lamb’s Leaf Salad, Foie Gras, Pickled Fruit, Toasted Pine Nuts, and Raspberry Vinegar-กุ้งคาร์ปาโช เสิร์ฟพร้อมกับสลัดแลมส์ลีฟ ตับห่าน ผลไม้ดอง เมล็ดสนคั่ว กับน้ำส้มสายชูราสพ์เบอร์รี่ แพริ่งกันสปาร์กลิงไวน์ Avenir Brut, San PatrignanoNV ที่ผลิตแบบตามมาตรฐานแชมเปญ
(Methode Champenoise)

เมนูน่าสนต่อมา Hazelnut Crusted Jumbo Scallops with Watercress cream, Sprouts Salad – เฮเซลนัทป่นบนหอยเชลยักษ์ เสิร์ฟพร้อมกับซอสครีมวอเตอร์เครสกับสลัดผักงอก รับประทานคู่กับไวน์ขาว Aulente Bianco, San Patrignano 2014 ซึ่งเป็นส่วนผสมขององุ่นพันธุ์ชาร์ดอนเนย์และโซวิญงบลอง

อีกจานที่ไม่น่าพลาด Avenir Marinated Duck Breat, Spiced Carrots Coulis อกเป็ดหมักสปาร์กลิงไวน์อาเวนีร์ เสิร์ฟกับแครอตบด จานนี้รับประทานคู่ไวน์แดง Aulente Rosso, San Patrignano 2014 ตัวนี้ใช้องุ่นพันธุ์ท้องถิ่น อย่างซานโจเวเซ่

เชฟฟาบิโอ้ รอสซี่ ยังโชว์ฝีมือจานพาสต้า Potato Ravioli, Free Range Chicken Ragout ราวิโอลิไส้มันฝรั่งราดสตูไก่ เสิร์ฟพร้อม Ino, San Patrignano 2015 ไวน์แดงจากองุ่นกาแบร์เนต์ ฟร็อง ซึ่งทางผู้ผลิตบอกว่าเป็นวินเทจที่ดีที่สุดของไวน์ตัวนี้

 

เมนูจานไฮไลต์ Braised Aulente Veal Cheek with Oven-Roasted Endive and Thyme-Orange Potato Cream เนื้อแก้มลูกวัวหมักไวน์แดงออเลนเต้ตุ๋น เสิร์ฟพร้อมกับเอนไดฟ์อบ และซอสครีมมันฝรั่งปรุงรสด้วยไทม์และส้ม แพริ่งกับ Montepirolo, San Patrignano 2007 ไวน์แดงที่เป็นส่วนผสมของกาแบร์เนต์ โซวิญง, กาแบร์เนต์ ฟร็อง และแมร์โลต์

อย่าพลาดของหวาน Vite Tiramisuทิรามิสุสไตล์วิเต้ ที่มาแนวดีคอนสตรักเต็ด แบบแยกส่วนระหว่างครีมกาแฟ ครีมชีสมาสกาโปเน ขนมปัง ไอศกรีม ผนวกกับรสชาติเข้มข้นของไซรัปกาแฟ

เมนูโดยเชฟมิชลินสตาร์ ฟาบิโอ้ รอสซี่ เสิร์ฟแบบอะลาคาร์ตและเซตเมนู 5 คอร์ส ราคา 5,000 บาท++ เซตเมนู 6 คอร์ส ราคา 6,500 บาท++ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นมีสไตล์อย่างทัสกันวิลล่าของห้องอาหารอิตาเลียนรอสซินีส์ หรือลองลิ้มไวน์ดินเนอร์มื้อพิเศษ กับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์ ฟาบิโอ้ รอสซี่วันศุกร์ที่ 18 พ.ย.นี้ คืนเดียวเท่านั้น ราคา 4,500 บาท++ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 02-649-8364 หรืออีเมล dining.sgs@luxurycollection.com

 

บ้านไม้ชายน้ำ อิ่มท้องและย้อนความหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/466094

บ้านไม้ชายน้ำ อิ่มท้องและย้อนความหลัง

โดย…ชายโย

หากเดินทางมาเที่ยวที่ จ.นครราชสีมา แล้ว ต้องมาแวะรับประทานอาหารที่ร้านบ้านไม้ชายน้ำ อ.ปากช่อง หนึ่งในร้านดังประจำจังหวัดที่ควรไปเยี่ยมเยือน เอกลักษณ์ของร้านนี้คือสไตล์การตกแต่งร้านที่นำของเก่าทรงคุณค่าทั้งความทรงจำ ให้ลูกค้าได้รำลึกถึงอดีตที่เคยเลือนหายให้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง

นอกจากบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว อาหารแบบไทยพื้นเมืองดั้งเดิมหลากหลายเมนู เริ่มต้นด้วยผัดหมี่โคราชเส้นเหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อมอร่อยถูกปากของทุกคน เติมต่อด้วยพะแนงเนื้อหนึ่งในเมนูเด็ดที่พิสูจน์ฝีมือพ่อครัวแม่ครัวได้เป็นอย่างดี

คนที่ชอบรับประทานส้มตำแนะนำเมนูส้มตำไข่เค็มหมูกรอบ รสชาติเผ็ดเปรี้ยวหวานอร่อยนัวในปาก ต่อด้วยเมนูน่าซดอย่างต้มแซบซี่โครงหมู รสแซ่บเปรี้ยวนำเผ็ดตาม และที่จะพลาดไม่ได้เด็ดขาดที่ต้องสั่งกันทุกโต๊ะก็คือ ยำเป็ดย่างน้ำตก ที่คัดสรรเฉพาะเนื้อส่วนอกของเป็ด นำมาหมักด้วยเครื่องเทศจนซึมลึกถึงเนื้อในได้ที่ จึงนำไปย่างบนเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน เนื้อเป็ดแสนนุ่ม หั่นให้ชิ้นพอดีคำนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องยำ ที่มีหอมแดง ต้นหอมซอย มะนาวสด น้ำปลา ข้าวคั่ว และพริกป่น จนออกมาเป็นรสชาติที่อร่อยสุดๆ

นอกจากอาหารจะอร่อยแล้วที่ร้านนี้ก็ยังมีมุมถ่ายภาพให้คุณเลือกเดินหายอย่างมากมาย ร้านเปิดตั้งแต่เวลา10.00-22.00 น. ทุกวัน โทร.044-314-236

 

แอตโมสเฟียร์ รูฟท็อป คาเฟ่ ชั้นบรรยากาศแห่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/466093

แอตโมสเฟียร์ รูฟท็อป คาเฟ่ ชั้นบรรยากาศแห่งความสุข

โดย…ซิตี้ กาย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ลมหนาวกำลังเคลื่อนตัวมาทักทาย จัดเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศเหมาะกับการหาที่นั่งชิลดื่ม-กินเพลินๆ ร้านอาหารที่อยู่บนดาดฟ้าตึกสูงยามไร้สายฝนยิ่งเป็นที่นิยม วันนี้ขอแนะนำร้านใหม่ แอตโมสเฟียร์ รูฟท็อป คาเฟ่ (At-Mosphere Rooftop Cafe) แม้ระดับความสูงไม่มาก บนดาดฟ้าชั้น 5 (ตึกเกสต์เฮาส์ The Secret Service) แต่นับว่าวิวเปิดและสูงในย่านบางลำพู อีกทั้งยังให้ความเป็นส่วนตัวแตกต่างจากด้านล่างที่ละลานไปด้วยร้านรวงบนถนนข้าวสาร

 

การตกแต่งร้านเน้นให้สัมผัสบรรยากาศโดยรอบ เน้นใช้วัสดุไม้ เหล็ก แผ่นซีเมนต์ ตกแต่งเพิ่มบริเวณผนังร้านด้วยการหยิบเอาจุดเด่นของย่านนั้น เช่น ป้อมพระสุเมรุ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รถตุ๊กตุ๊กมาประยุกต์ให้ดูล้ำสไตล์อวกาศ

อาหารเป็นไทยโฮมเมดที่ลงมือปรุงกันสดๆ หลังร้าน โดยเรื่องรสชาตินั้นก็ไม่ประนีประนอมต่อแขกต่างชาติ หรือคนที่ไม่รับประทานรสจัดๆ เลย เช่น กะเพรากระดูกหมู ที่เลือกใช้เนื้อซี่โครงหมูติดกระดูกอ่อนชิ้นใหญ่ ตุ๋นกับเครื่องเทศนานข้ามวันก่อนเอามาผัด ได้เนื้อนุ่มกินง่ายพร้อมได้เคี้ยวกระดูกอ่อนกรุบกรับ เครื่องผัดก็โขลกสดๆ แบบถึงรสถึงเครื่อง ยังมีเมนูลูกครึ่ง สปาเกตตีแกงเขียวหวานปลาแซลมอน รสชาติเผ็ดกลางๆ เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องแกง

 

อาหารรสอ่อนๆ ก็มี เช่น แกงจืดไข่ม้วน ซดร้อนๆ หรือจะเป็นของกินเล่นๆ รอเพื่อนฝูง อย่างเฟรนช์ฟรายส์ปลาหมึก ปลาหมึกหั่นเป็นเส้นชุบแป้งทอด จิ้มซอสมายองเนสวาซาบิ อีกเมนูเกี๊ยวซ่าไส้ผักโขมชีส ผิวสัมผัสของแป้งบางกรอบแล้วฉ่ำด้วยชีสเน้นๆ ข้างใน

ทางร้านมีเล่นดนตรีสดทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.00-22.30 น. และวันศุกร์-เสาร์ เวลา 20.00-21.30 น. และ 22.00-23.30 น. เล่นทั้งเพลงฮิตในกระแส เพลงแจ๊ส เพลงเก่าทั้งไทยและสากล ฟังเพลินเคล้าบรรยากาศ

 

แอตโมสเฟียร์ รูฟท็อป คาเฟ่ ดาดฟ้าตึกเกสต์เฮ้าส์ The Secret Service ถนนตานี (ใกล้ถนนข้าวสาร) เปิดทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น. โทร.08-7718-9004

 

ขาหมูก๊วยเจ๋งเมืองตรัง อร่อยกลิ่นสมุนไพรจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/465985

ขาหมูก๊วยเจ๋งเมืองตรัง อร่อยกลิ่นสมุนไพรจีน

โดย…เมธี เมืองแก้ว

สุดยอดความอร่อยข้าวขาหมู อีกหนึ่งร้านใน จ.ตรัง ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ตรัง-พัทลุง ช่วงก่อนที่จะถึงเขาพับผ้า บริเวณเทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ต้องไปรับประทาน ร้านแห่งนี้ ชื่อว่า “ร้านเตี๋ยวเรือเขาช่อง” แต่กลับขายข้าวขาหมูดีกว่าก๋วยเตี๋ยว เพราะคิดค้นข้าวขาหมูสูตรต้นตำรับเอง รสชาติอร่อยถูกปาก รับประทานแล้วไม่เลี่ยน หอมคลุ้งกลิ่นสมุนไพรจีน

ทศประนม ด้วนเกตุ หรือ ก๊วยเจ๋ง เจ้าของร้านเตี๋ยวเรือเขาช่อง บอกว่า โดยปกติครอบครัวชื่นชอบรับประทานข้าวขาหมูเป็นพิเศษ และมักจะไปนั่งตามร้านอาหารต่างๆ อยู่เสมอ ประกอบกับชอบเดินทางไปท่องเที่ยวและใช้ชีวิตอยู่หลายจังหวัด รวมถึงที่กรุงเทพมหานคร แต่วันหนึ่งอยากกลับมาอาศัยอยู่บ้านเกิด ก็เลยคิดว่าน่าจะเปิดร้านอาหาร เพราะ จ.ตรัง เป็นเมืองของคนช่างกินอยู่แล้ว ส่วนครอบครัวตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษก็มีฝีมือด้านการทำอาหารอยู่ก่อนแล้วด้วย จึงได้คิดค้นสูตรอาหาร 2 เมนูเด็ด นั่นคือ ข้าวขาหมูโอวัลติน และบะหมี่ขาหมูโอวัลติน

ทศประนม บอกอีกว่า หลังจากเปิดร้านมาประมาณ 1 เดือน กระแสการตอบรับจากลูกค้าดีเป็นพิเศษ ลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำเข้ามาอุดหนุนกันทุกวันจนแทบไม่พอขาย สาเหตุที่ขายข้าวขาหมูดีเป็นพิเศษเพราะลูกค้าบอกกันปากต่อปากว่า ข้าวขาหมูริมถนนเพชรเกษม ตรัง-พัทลุง รับประทานรสชาติอร่อยถูกปาก รสชาติลงตัวพอดี ไม่เลี่ยน และได้กลิ่นของสมุนไพรจีน ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญ ทำให้มีลูกค้าแห่เข้าคิวเพื่อรับประทานข้าวขาหมูและซื้อไปรับประทานที่บ้านแน่นร้านทุกวัน

“ถ้าเป็นวันจันทร์-ศุกร์ จะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท และถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ยอดขายจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท เนื่องจากร้านของผมจะเน้นความสะอาดมากเป็นพิเศษ และมีหม้อแยกเนื้อโดยเฉพาะ ทำให้ลูกค้าที่เป็นชาวมุสลิมสามารถมารับประทานได้ โดยทั้งข้าวขาหมูโอวัลตินและบะหมี่ขาหมูโอวัลตินจะมี 3 ไซส์ให้เลือก คือ อร่อย อิ่ม และจุก ราคาถูก” เจ้าของร้านเตี๋ยวเรือเขาช่อง ยืนยันถึงความอร่อยข้าวขาหมู

แม้ร้านจะเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปจนถึง 5 โมงเย็น แต่ก็ไม่เคยพอขาย แถมวันไหนที่ขายดีมากๆ เพียงแค่เปิดร้าน 3-4 ชั่วโมง ข้าวขาหมูก็หมดแล้ว หากใครพลาดก็ต้องรอรับประทานวันถัดไป

 

ขนมไทยหัวใจ Minimal ขนมถั่วแปบธัญพืช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/465979

ขนมไทยหัวใจ Minimal ขนมถั่วแปบธัญพืช

โดย…สวีลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ขนมไทยในยุคนี้ นอกจากจะต้องทำให้รูปร่างแปลกตา สีสวยไม่เข้มแจ๋นจนกลายเป็นขนมไทยไหว้ศาลพระภูมิยังต้องหวานน้อย ยิ่งถ้ามีจุดขายที่เสริมที่ไปที่มาของส่วนผสม วัตถุดิบ รับรองว่ากลายมาเป็นที่สนใจ ถ้าพูดถึงวิวัฒนาการของขนมไทยต้องมองไปที่ต้นตอของขนมไทยเน้นกลุ่มขนมไทยพื้นบ้านเป็นหลัก สีสันทางเลือกไม่ได้มีมากมายอะไรนัก หยิบจับอะไรมาปรุงแต่งเป็นขนมได้ มักมีสีสันเป็นไปตามวัตถุดิบ อย่างสีขาวนวลจากแป้ง กะทิ หรือสีเขียวจากใบเตย อาจมีสีสันของน้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลมะพร้าว ที่เรียกได้ว่าเป็นสีสันพืชพรรณธรรมชาติ ถ้าเป็นชาวรั้วชาววัง ความประณีตในการสร้างสรรค์อาจมีมากขึ้น สีสันที่ได้จึงดูน่ารัก น่ารับประทาน

พอมาถึงยุคที่สีผสมอาหารเข้ามา ขนมไทยมีหน้าตาเปลี่ยนไป สีสันเข้มสุดพลัง จนบางครั้งไม่กล้าและไม่น่ากิน ยิ่งขนมไทยถูกจัดเป็นขนมราคาถูก นำมาประกอบแค่พอเป็นพิธี ไม่ได้ใส่ใจถึงรสชาติและความประณีตมากนัก ช่วงหนึ่งที่กลายเป็นยุคมืดความนิยมขนมไทยตกลงไปเยอะ

จนมาถึงยุคปัจจุบันที่ถือได้ว่าเป็น Revolution หรือการปฏิวัติขนมไทยที่น่าจดจำ เพราะงานปาร์ตี้น่ารัก งานเลี้ยงหรูๆ ล้วนมีขนมไทยที่ถูกปฏิรูปหน้าตาให้ทันสมัยขึ้นร่วมโต๊ะ แม้ว่าวัตถุดิบขนมไทยส่วนมาก วนเวียนกันอยู่ไม่มาก แต่พอได้แต่งเติมวัตถุดิบร่วมสมัย ช่วยให้ขนมไทยแตกรายละเอียดได้อีกหลากหลาย อย่างในฉบับนี้ เรามามองถึง “ขนมถั่วแปบ” ซึ่งเป็นพืชที่มีอยู่จริง เป็นถั่วที่มีลักษณะคล้ายๆ ถั่วลันเตา แบนๆ คล้ายๆ กับครึ่งวงกลม ขนมถั่วแปบจึงเป็นแบบโบราณเป็นแป้งเนื้อหนา แผ่ให้เป็นแผ่นกลมๆ ต้มให้สุก ห่อถั่วเหลืองซีก พับครึ่งกลายเป็นครึ่งวงกลม มีมะพร้าวเกาะอยู่โดยรอบ

วิวัฒนาการมาเป็นถั่วแปบปากหม้อ ที่แป้งบางขึ้นไปอีกขั้นจากแป้งบางๆ ที่กรอกบนผ้าที่ขึงให้ตึงแล้วสุกได้โดยไอน้ำร้อน ก่อนใส่ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกต้มสุกลงไปตรงกลาง หรือถ้าโบราณแท้ๆ คือถั่วแปบคลุกกับมะพร้าวทึนทึกขูดบางๆ โรยน้ำตาลทราย งาขาวคั่วหอมๆ เค็มปะแล่มๆ

 

ฉบับนี้เราเลยมานั่งคิดกันว่า นอกจากจะเป็นถั่วเขียวซีกแล้ว ยังมีธัญพืชอะไรที่น่าสนใจในการทำถั่วแปบของเราได้บ้าง เลยทดลองนำธัญพืชต้มสุกหลายหลายชนิดมาทดลองทำ ตั้งแต่ ลูกเดือย ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง ถั่วแดงนาง ถั่วดำ กลายเป็นว่า ถั่วแดงและข้าวบาร์เลย์ต้มสุกนั้น ทำออกมาแล้ว “เวิร์ก” ได้รสชาติอร่อยๆ เข้ากับแป้งข้าวเหนียวที่นวดให้นุ่มนิ่มผสมแป้งมันนิดๆ เพื่อให้นวดและคลึงเป็นแผ่นได้ง่าย

เลือกวิธีทำแบบโบราณที่ใช้แป้งนวดคลึงแป้งให้เป็นแผ่นๆ จะได้ปรับวิธีให้ได้ง่ายทำได้ทุกครัว มือใหม่ไม่ต้องกังวล เพราะสามารถทำขนมถั่วแปบได้ไม่ยากและไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมอะไร

นอกจากจะมีไส้ธัญพืชที่เพิ่มเติมจากถั่วแปบแบบถั่วเขียวซีก ยังขอเพิ่มสีสันน่ารักจากฟักทองและบีทรูท ผสมสีทำให้เกิดลักษณะเป็น “ไทยโทน” เพื่อให้ถั่วแปบดูน่ากินมากขึ้น

เคล็ดลับที่จะทำให้อร่อยคือ ถั่วและธัญพืช ต้องต้มให้สุกๆ นุ่มๆ เพื่อให้ได้รสชาติอร่อย พอแป้งสุก ห่อถั่วแล้ว ควรระวังไม่ให้โดนลม เพราะจะทำให้ขนมแข็ง แห้ง

ความอร่อยของถั่วแปบ หัวใจสำคัญอยู่ที่น้ำตาลทราย เน้นแค่คั่วงาให้หอมที่สุด สังเกตสีของงาจะต้องเข้มเกือบเป็นสีน้ำตาลโดยไม่ถึงขั้นไหม้ ก่อนป่นให้พอละเอียด งาขาวที่คั่วจนหอมนั้นจะช่วยให้รสชาติของถั่วแปบของเราอร่อยกว่าตามร้านทั่วไปเยอะๆ แป้งธัญพืช

ถั่วแปบธัญพืช

ส่วนผสมสำหรับแป้ง

แป้งข้าวเหนียว 90 กรัม

แป้งมัน 15 กรัม

น้ำเดือด 80 กรัม

น้ำใบเตย หรือน้ำบีทรูท 20 กรัม

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1/8 ช้อนชา

น้ำสะอาด สำหรับต้มประมาณ 5 ถ้วยตวง

น้ำตาลทรายประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับแป้งฟักทองสีเหลือง

ฟักทองต้ม/นึ่ง 2 ช้อนโต๊ะ ลด

ปริมาณน้ำเดือดลง 10 กรัม

ส่วนผสมสำหรับธัญพืช

ถั่วซีก แช่น้ำข้ามคืน ต้มจน

สุกนิ่ม 1 ถ้วย

ลูกเดือย แช่น้ำข้ามคืน ต้ม

จนสุกนิ่ม 1 ถ้วย

ข้าวบาร์เลย์ แช่น้ำข้ามคืน

ต้มจนสุกนิ่ม 1 ถ้วย

น้ำตาลงาสำหรับโรย

งาขาวคั่วบด 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1/2 ช้อนชา

น้ำตาล 3/4 ถ้วย

วิธีทำ

1.ผสมแป้งทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน เติมน้ำตาลทราย และเกลือลงไป

2.ค่อยๆ เทน้ำเดือดลงไปทีละน้อย คนไปเรื่อยๆ สลับกับหยอดน้ำสีที่เตรียมไว้ สำหรับฟักทองค่อยๆ บี้ไปเรื่อยๆ นวดกับแป้งไปพร้อมๆ กัน พอคลายความร้อนลงค่อยๆ นวดแป้งไปเรื่อยๆ จนนุ่ม

3.ต้มน้ำให้เดือด ใส่น้ำตาลลงไป

4.ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ขนาดเท่าๆ กัน ค่อยๆ คลึงให้แบน ใส่ลงในน้ำเดือด พอแป้งสุกลอยสะเด็ดน้ำขึ้นวางบนธัญพืช ตักใส่ธัญพืชวางตรงกลางเป็นไส้ แล้วพับแป้งให้เป็นครึ่งวงกลม แล้วคลุกกับธัญพืชให้ติดทั่วทั้งชิ้น ทำจนครบหมดแป้งและธัญพืช

5.ผสมงาขาวคั่ว เกลือ และน้ำตาลให้เข้ากัน จัดเสิร์ฟพร้อมกับแป้งธัญพืช

 

ชิมอาหารแบบไทยๆ ที่ครัวหวานใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/464949

ชิมอาหารแบบไทยๆ ที่ครัวหวานใจ

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

ทุกวันนี้ขนมและอาหารไทยโบราณๆ นับวันจะหารับประทานได้ยากเต็มที เพราะคนไทยส่วนใหญ่หันไปนิยมชมชอบรสชาติอาหารต่างชาติจนทำให้อาหารไทยแทบจะถูกลืม แต่ที่ “ร้านครัวหวานใจ” ทางร้านให้ความสำคัญกับเมนูอาหารไทยเป็นพิเศษ ทั้งที่เจ้าของก็ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องอาหารมาก่อน แต่อาศัยความชอบในรสชาติอาหารไทย จึงได้ลงมือค้นคว้าและทดลองสูตรจนได้เมนูอาหารแบบไทยมาประจำที่ร้านกว่า 10 รายการ แถมยังพ่วงด้วยเมนูขนมหวานแบบไทยๆ อีกหลายชนิด

ธัญนันท์ วีรกุล อดีตนักประชาสัมพันธ์ที่ผันตัวเองมาทำร้านอาหารเมื่อ 4 ปีที่แล้ว บอกถึงเหตุผลที่มาเปิดร้านอาหารว่า ปกติเวลาไปรับประทานอาหารนอกบ้านแล้วรู้สึกว่าราคาแพง แต่ลูกชายจะรับประทานอาหารเก่งมาก จึงทำเมนูอาหารง่ายๆ ที่บ้านให้ลูกรับประทานเองบ่อยๆ จนเริ่มมีความคิดจะต้องทำร้านเอง โดยเริ่มจากอาหารฝรั่งที่รับประทานง่ายๆ อย่างสเต๊ก สปาเกตตี ข้าวผัด สลัด และเครื่องดื่มอย่างกาแฟสด เป็นต้น

 

หลังจากที่เปิดร้านไปได้สักระยะเริ่มมีลูกค้าประจำเข้ามารับประทานในร้านแล้วบอกว่า อยากรับประทานขนมจ่ามงกุฎ ทำให้รับประทานได้ไหม ก็เริ่มทำขนมไทยออกมาด้วย โดยเริ่มลองผิดลองถูก ทำไปแจกให้คนทดลองชิม จากนั้นทำขนมกลีบลำดวนโดยคิดว่าขนมไทยนั้นสามารถนำมารับประทานกับกาแฟหรือชาได้ แทนที่จะมีแต่ขนมเบเกอรี่ เค้ก เหมือนกันไปหมด เมื่อรับประทานบ่อยๆ แล้วอาจจะรู้สึกเลี่ยน

สำหรับขนมที่ทำนั้นจะทำสดใหม่ อย่างเช่นลูกค้าอยากรับประทานช่อม่วง ทองเอก อาลัวดอกกุหลาบ หรือกลีบลำดวน จะทำเสิร์ฟกับกาแฟร้อน จนทำให้ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติชื่นชอบ เนื่องจากเมนูขนมและอาหารที่ทำนั้นมีการปรับรูปแบบและรสชาติให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

 

ในช่วงที่เปิดร้านใหม่ๆ ก็พยายามประชาสัมพันธ์ร้านผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ จนถึงเปิดคอร์สสอนทำขนมไทยหลักสูตร 1 วัน อย่างไปเจอของว่างลุดตี่ ประทัดลม ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานสมัยรัชกาลที่ 2 ก็จะลงเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมท ลูกค้าก็ต้องการจะลิ้มลอง เพราะไม่เคยเห็น

อย่างส่วนประกอบของไส้ประทัดลมนั้นทำมาจากกุ้งสับและหมูสับสูตรเฉพาะ ห่ออยู่ในแผ่นแป้งแล้วนำไปทอด ซึ่งเมื่อทอดเสร็จจะมีรสชาติเค็มนิดๆ เพราะใช้ดอกเกลือ โดยต้องรับประทานร่วมกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่มีรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ที่มีส่วนผสมของกุหลาบมอญ ทำให้มีกลิ่นหอมของกุหลาบ ที่สำคัญไม่ทำเกิดรสชาติขม เพราะเป็นกุหลาบที่รับประทานได้ และปลูกเองโดยไม่ใช้สารเคมี หรือเป็นของหวานประเภทข้าวเกรียบปากหม้อ หรือสาคู หรือช่วงไหนที่ทำล่าเตียงก็จะประชาสัมพันธ์ เป็นของว่างโบราณซึ่งคนจะหารับประทานได้ยาก

 

ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบคิด ชอบลองทำ จึงได้เมนูใหม่ออกมา รวมไปถึงอาหารไทยอีสานอย่างส้มตำน้ำปลาร้าสูตรพิเศษ ที่คนไม่ชอบปลาร้าก็สามารถรับประทานได้ กระทั่งขาหมูอบน้ำผึ้งก็มีให้ลิ้มลอง สูตรนี้ใช้เวลาเตรียมหมักหมูนาน 3 วัน

ด้วยรายการอาหารที่มีให้ลูกค้าเลือกหลากหลาย ที่สำคัญต้องมีรสชาติที่ถูกปากคนรับประทาน เนื่องจากเจ้าของร้านจะสังเกตได้จากอาหารที่สั่งไปรับประทานแล้วเหลือ ก็จะสอบถามว่ารสชาติเป็นอย่างไร มีอะไรที่จะต้องปรับปรุง ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มารับประทานจะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในย่านพหลโยธิน นิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัย รวมไปถึงชาวต่างชาติ เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของร้านอยู่ในซอยพหลโยธิน 40 ติดกับโรงแรมมารวย บางเขน เข้าซอยไปประมาณ 100 เมตร

ร้านเปิดให้บริการเวลา 10.00-19.00 น. แต่ลูกค้าสามารถโทรมาสั่งเมนูพิเศษล่วงหน้าได้ที่โทร. 09-2668-4488 หรือที่เฟซบุ๊ก wanjaikitchen ที่สำคัญหลายเมนูราคาเริ่มต้นไม่ถึง 100 บาท