“ประยุทธ์” ส่งสารถึงนายกฯเยอรมนี เหตุรถพุ่งชนตลาดคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253123

ประยุทธ์ ส่งสารแสดงความเสียใจถึงนายกฯ เยอรมนี เหตุรถบรรทุกพุ่งชนตลาดคริสต์มาส #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ประยุทธ์, ส่งสาร, ถึง, นายกฯ, เยอรมนี, เหตุ, พุ่งชน, ตลาด, คริสต์มาส

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

“ประยุทธ์” ส่งสารถึงนายกฯเยอรมนี เหตุรถพุ่งชนตลาดคริสต์มาส

“ประยุทธ์” ส่งสารแสดงความเสียใจถึงนายกฯ เยอรมนี เหตุรถบรรทุกพุ่งชนตลาดคริสต์มาส พร้อมยืนเคียงข้าง – ร่วมมือต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ

          20 ธ.ค.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสารแสดงความเสียใจถึง นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐเยอรมัน ต่อเหตุการณ์คนร้ายขับรถบรรทุกวิ่งพุ่งชนตลาดคริสต์มาสที่จตุรัส Brietscheidplatz ใกล้โบสถ์ Kaiser Wilhelm Gedaechtniskirche ในย่านการค้าใจกลางกรุงเบอร์ลิน มีใจความว่า  ในนามรัฐบาลไทย และประชาชนไทย รู้สึกสลดใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บกว่า 50 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลของปี

ในห่วงเวลาอันโศกเศร้านี้ รัฐบาลและประชาชนไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และเห็นอกเห็นใจต่อญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไทย ในฐานะประเทศที่มีความใกล้ชิดกับเยอรมนี พร้อมที่จะยืนเคียงข้างและให้ความร่วมมือกับเยอรมนี ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ

 

ม.44 ระงับคัดเลือก-สรรหา กสทช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253117

คมชัดลึก, คสช., ประยุทธ์, กสทช., ม.44, ม44, ระงับ, คัดเลือก, สรรหา, กสทช, ระงับคัดเลือก-สรรหา, พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

ม.44 ระงับคัดเลือก-สรรหา กสทช.

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ออกคำสั่งตาม ม.44 ระงับการคัดเลือกบุคคลและการสรรหา กสทช.

            20 ธ.ค. 59 – ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว คำสั่งที่ 75/2559 เรื่อง ระงับการคัดเลือกบุคคลและการสรรหาเพื่อเสนอชื่อเป็น กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

คำสั่งระบุว่า โดยที่ขณะนี้ได้มีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนขององค์ประกอบ คุณสมบัติ กระบวนการได้มา และการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ให้แตกต่างไปจากบทบัญญัติเดิมที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ เมื่อปรากฏว่ามีกรรมการใน กสทช. ด้านกฎหมาย พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ จึงเห็นสมควรให้ระงับกระบวนการได้มาซึ่งกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างลงไว้ก่อน เพราะการพ้นจากตําแหน่งดังกล่าวแม้จะเป็นเหตุให้ กสทช. มีจํานวนเหลืออยู่เพียงเก้าคนก็ไม่มีผลกระทบในทางกฎหมายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. แต่อย่างใด เนื่องจากมาตรา ๒๐ วรรคสามได้บัญญัติให้กรรมการที่เหลืออยู่ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานภาครัฐและไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองและซ้ำซ้อนทางด้านงบประมาณ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ระงับการคัดเลือกและสรรหาบุคคลเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ แทนตําแหน่งที่ว่างลง ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ. ๒๕๕๓ ไว้จนกว่าจะมีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหกคน หรือจนกว่าร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ. …. ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้จะมีผลใช้บังคับหรือจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน และให้ กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

ให้นําความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับกับองค์ประกอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมด้วย โดยอนุโลม

ข้อ ๒ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๓ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ม.44 อุ้ม ทีวีดิจิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253113

ม.44, อุ้มทีวีดิจิตอล, ประยุทธ์, คมชัดลึก, ม44, อุ้ม, ทีวี, ดิจิตอล, ทีวีดิจิตอล, พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประกาศ

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

ม.44 อุ้ม ทีวีดิจิตอล

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ออกคำสั่งตาม ม.44 ส่งเสริมกิจการทีวีดิจิตอล

            20 ธ.ค. 59 – ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว คำสั่งที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

เนื้อหาระบุว่า  โดยที่ในปัจจุบันการประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ มีการแข่งขันในรูปแบบที่หลากหลาย ประกอบกับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการที่สุจริตทําให้ไม่อาจชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทันภายในระยะเวลาที่กําหนด ในขณะเดียวกันการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มีความหลากหลาย ถูกต้อง ครบถ้วน และปราศจากการบิดเบือนยังมีความสําคัญทั้งในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ การส่งเสริมความสามัคคีและสมานฉันท์ของประชาชน จึงจําเป็นต้องมีการส่งเสริมให้โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียมสามารถดําเนินการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมาตรการในการส่งเสริมนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน และยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้

“ประกาศ” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖

ข้อ ๒ ให้ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามประกาศ ชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ในส่วนที่เหลือตั้งแต่งวดที่สี่เป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในข้อ ๑๐ ของประกาศ

ข้อ ๓ หากผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายใดไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ ๒ ได้ ให้ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายนั้นแจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงาน กสทช. ล่วงหน้าก่อนวันครบกําหนดชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามที่กําหนดไว้ในประกาศ

ในกรณีที่สํานักงาน กสทช. พิจารณาแล้วเห็นเป็นการสมควร ก็ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือทั้งหมดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในบัญชีท้ายคําสั่งนี้ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นตามประกาศด้วย

ข้อ ๔ การชําระค่าธรรมเนียมตามคําสั่งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่จะขอชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือตามที่กําหนดไว้ในข้อ ๑๐ ของประกาศโดยให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นแจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงาน กสทช. ล่วงหน้าก่อนวันครบกําหนดชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามประกาศ

ข้อ ๕ การชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามข้อ ๓ มิให้นํามาใช้บังคับกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ที่ขอยกเลิกการประกอบกิจการหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการดังกล่าวก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๖ ให้ กสทช. และ สํานักงาน กสทช. หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วแต่กรณีจัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียมตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการท่วไป ั เป็นระยะเวลาสามปี

การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยให้คํานึงถึงการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน และครอบคลุมถึงบริการโทรทัศน์สาธารณะที่นํารายการมาออกอากาศผ่านดาวเทียมซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทยในประเทศและที่พํานักในต่างประเทศได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างทั่วถึงต่อเนื่อง และหลากหลาย

ข้อ ๗ ให้ กสทช. หรือสํานักงาน กสทช. ดําเนินการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนําไปจัดสรรใหม่หรือปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ. ๒๕๕๕) เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาห้าปี นับแต่วันครบกําหนดแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ดังกล่าว ทั้งนี้ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ประกอบกิจการกระจายเสียงตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และได้รับความเห็นชอบให้ถือครองคลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ยังคงมีสิทธิในการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและการถือครองคลื่นความถี่ดังกล่าวได้ตามขอบเขตและสิทธิเดิม

ข้อ ๘ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๙ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

กต. แจง ต่างชาติ ยัน พ.ร.บ.คอมฯ ไม่ลิดรอนสิทธิฯ ปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253110

โฆษก กต. แจง ต่างชาติ ยัน พ.ร.บ.คอมฯ ไม่ลิดรอนสิทธิฯ ปชช. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, แจง, ต่างชาติ, ยัน, พรบ, คอมฯ, ไม่, ลิดรอน, สิทธิ, ปชช, พรบคอมฯ, ไม่ลิดรอนสิทธิฯ

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

กต. แจง ต่างชาติ ยัน พ.ร.บ.คอมฯ ไม่ลิดรอนสิทธิฯ ปชช.

กต. แจง ต่างชาติ ยันพ.ร.บ.คอมฯ ไม่ลิดรอนสิทธิฯ ปชช. – ปัดโยงซิงเกิลเกตเวย์ ชี้ เป็นการปรับปรุง กม.ดิจิทัลเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0

          20 ธ.ค.59 – นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่องค์การต่างประเทศบางองค์กรแสดงความห่วงกังวลต่อกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติของไทยลงมติผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์นั้น ขอชี้แจงว่า รัฐบาลเคารพในสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชนบนโลกออนไลน์ โดยร่าง พ.ร.บ.ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อลิดรอนสิทธิใดๆ หรือเพื่อการควบคุมหรือดักจับข้อมูลของประชาชน แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นข้อมูลและการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยจะเป็นเครื่องมือปกป้องประชาชนจากภัยความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ อาทิ การก่อการร้าย เว็บไซต์ผิดกฎหมาย เว็บไซต์ขายของที่เป็นอันตรายต่อเด็ก การโจมตีทางไซเบอร์ การโจรกรรมข้อมูล การฉ้อโกง เว็บไซต์ลามกอนาจาร

นายเสขกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบซิงเกิลเกตเวย์ โดยรัฐบาลขอยืนยันว่า ไม่มีนโยบายซิงเกิลเกตเวย์ ซึ่งขัดต่อการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 แต่การออกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการปรับปรุงกฎหมายฉบับเดิม (พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550) ที่อาจมีจุดบกพร่องหรือจุดอ่อนให้สมบูรณ์และทันสมัยยิ่งขึ้น โดยจะช่วยคุ้มครองและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ตลอดจนรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยด้วย

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่าประชาชนยังสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ได้ตามปกติ โดยหากพบเว็บไซต์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย หรือขัดต่อหลักศีลธรรม ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลอาจขอดูการจราจรของข้อมูลเป็นรายกรณี โดยต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการที่กำหนดไว้ ซึ่งการตัดสินใจต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่ประกอบด้วยตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ สิทธิมนุษยชน สื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนต้องผ่านการพิจารณาของศาล ดังนั้นการปิดเว็บไซต์จึงมิใช่การตัดสินใจโดยลำพังของรัฐบาล

 

ศาลอุทธรณ์”ไฟเขียวประกันตัว”หมอนิ่ม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253112


ไฟเขียวให้ประตัว, ให้, ศาลอุทธรณ์ ให้ประกันตัว หมอนิ่ม, ให้ประกันตัว หมอนิ่ม, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ศาลอุทธรณ์, ไฟเขียว, ประ, ตัว, หมอ, นิ่ม, ไฟเขียวประตัว, หมอนิ่ม

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

ศาลอุทธรณ์”ไฟเขียวประตัว”หมอนิ่ม”

ศาลอุทธรณ์ อนุญาตประกันตัว“หมอนิ่ม”แล้ว ตีราคาประกันล้านบาท แต่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ ศาลเตรียมออกหมายปล่อยตัวเย็นวันนี้

          20 ธ.ค.59  – เมื่อเวลา 17.00 น. นายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความของ พญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม ภู่เจริญยศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นประกันตัวคดีที่ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาประหารชีวิต ฐานใช้ผู้อื่นฆ่านายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม สามีอดีตนักยิงปืนทีมชาติว่า ตนได้เดินทางมาฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พญ.นิธิวดี จำเลย โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยขณะนี้ศาลจังหวัดมีนบุรี กำลังออกหมายปล่อยตัวจำเลย ซึ่งจะส่งไปยังทัณฑสถานหญิงกลางในวันนี้ทันที ส่วนเรือนจำจะปล่อยตัวเวลาใด ยังไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟังคำสั่งปล่อยชั่วคราวของศาลอุทธรณ์นี้ น้องสาวของ พญ.นิธิวดี ก็ได้เดินทางมาฟังคำสั่ง ซึ่งศาลเห็นว่าจำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อีกทั้งจำเลยไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ชั้นนี้จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขจำเลยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

 

“ศานิตย์” รับเงินไทยเบฟฯ ต้องดูข้อกม.-จริยธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253102

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, กฎหมาย, ป.ป.ช., ศานิตย์, รับเงิน, ไทย, ต้อง, ข้อ, จริยธรรม, รับเงินไทยเบฟฯ, ต้องดูข้อกม-จริยธรรม, ปปช, ไทยเบฟฯ, ที่ปรึกษา

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

“ศานิตย์” รับเงินไทยเบฟฯ ต้องดูข้อกม.-จริยธรรม

“ป.ป.ช.” แจงต้องดู ข้อกม. ปม ร้อง “ศานิตย์” รับเงิน “ไทยเบฟฯ” ขัดจริยธรรมหรือไม่ ชี้ หากตำแหน่ง “ที่ปรึกษา” กม. ไม่ยกเว้น ต้องดำเนินการตาม ม.103 ของ “พ.ร.บ.ป.ป.

          20 ธ.ค.59 – นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ให้ไต่สวนพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีรับเงินตำแหน่งที่ปรึกษาจากบริษัทไทยเบฟฯ เดือนละ 5 หมื่นบาท ว่าอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 103 ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ว่า เมื่อมีผู้ยื่นเข้ามา ป.ป.ช.จะสรุปรายละเอียดทั้งหมดว่ามีความผิดเพียงพอตามที่ผู้ร้องเรียนได้ร้องมาหรือไม่ และต้องพิจารณาว่าการเป็นที่ปรึกษามีข้อยกเว้นหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีข้อยกเว้นป.ป.ช.จะต้องดำเนินการตามข้อกฎหมาย โดยเฉพาะฐานความผิดตามมาตรา 103 ที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์จำนวนที่ป.ป.ช.กำหนด

เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่เคยดำเนินการไต่สวนในส่วนที่เป็นค่าที่ปรึกษามาก่อน ส่วนใหญ่เรื่องร้องเรียนที่ได้รับจะมีเฉพาะการรับทรัพย์สินโดยตรง ดังนั้นป.ป.ช.ต้องพิจารณารายละเอียดทั้งข้อกฎหมาย และข้อห้ามทางจริยธรรมก่อน.

 

“หมอนิ่ม”ลุ้นคำสั่งประกันตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253099


ทนายหมอนิ่ม, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, หมอ, นิ่ม, ลุ้น, คำสั่ง, ประกันตัว, หมอนิ่ม

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

“หมอนิ่ม”ลุ้นคำสั่งประกันตัว

ทนายหมอนิ่ม รอลุ้นคำสั่งประกันตัว ระบุหลังศาลตัดสินยื่นเงินสด 2.5 ล้าน 1 วัน ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่ง

เมื่อวันที่ 20 .ค.59 เวลา 15.00 น. นายชำนาญ ชาดิษฐ์ทนายความของ พญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม ภู่เจริญยศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นประกันตัวคดีที่ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาประหารชีวิต ฐานใช้ผู้อื่นฆ่านายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรมสามีอดีตนักยิงปืนทีมชาติว่า ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษา และได้ยื่นประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดีไปเมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ส่งมาถึงศาลชั้นต้น ทั้งนี้จะใช้เวลาเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ระหว่างนี้ต้องรอคำสั่งต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี (แดนหญิง) เช่นเดียวกับนายสันติ ทองเสมอาชีพทนายความ หรือทนายอี๊ด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตเช่นกันฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ก็ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงมีนบุรีตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อศาลจังหวัดมีนบุรีที่เป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาลงโทษแล้ว ทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์มูลค่ากว่าล้านบาทขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลจังหวัดมีนบุรี ให้ส่งคำร้องขอประกันตัว ให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาและมีคำสั่งต่อไป

 

“สุวพันธุ์” ลั่น “คดีธัมมชโย” ยึดตามแนวทาง “บิ๊กต๊อก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253096

บิ๊กต็อก, บิ๊กต็, สุวพันธุ์ สายต่อ คดีธัมมชโย ยึดตามแนวทาง บิ๊กต็อก #การเมือง #คมชัดลึก, สุว, พันธุ์, ลั่น, คดีธัมมช, ยึด, ตาม, แนวทาง, บิ๊ก, ต๊อก, สุวพันธุ์, คดีธัมมชโย, ยึดตามแนวทาง, บิ๊กต๊อก

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

“สุวพันธุ์” ลั่น “คดีธัมมชโย” ยึดตามแนวทาง “บิ๊กต๊อก”

“สุวพันธุ์” ลั่นสายต่อ “คดีธัมมชโย” ยึดกม.เป็นที่ตั้ง ปัดตอบจับตัวได้หรือไม่ ยันเดินตามแนวทาง “บิ๊กต๊อก”

          20 ธ.ค.59 – นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงานในกระทรวงยุติธรรมว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรมว.ยุติธรรม ตนจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนงานในกระทรวงยุติธรรมมีความสำคัญเพราะเป็นการรักษาและอำนวยความยุติธรรม ผลสัมฤทธิ์ใดที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรับมนตรี ต้องการตนจะเดินตามแนวทางที่ได้รับมอบหมาย โดยนายกรัฐมนตรีไม่ได้เน้นย้ำภารกิจใดเป็นพิเศษ แต่ได้มอบแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงในปี 2560 โดยสั่งการให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้มากขึ้น และเน้นย้ำงานต่อต้านการทุจริต และอะไรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนที่ก่อนหน้านี้ได้ทำไว้และคิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ตนก็จะเดินตามแนวทางนี้ต่อ โดยตนจะเริ่มทำงานนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายจะมีแนวทางอย่างไร นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า ตนยึดความถูกต้องเป็นหลัก เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของกฎหมายก็ควรต้องดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่การดำเนินการต้องระมัดระวังในห่วงของเวลา ตนไม่มีวาระซ่อนเร้นทำงานเพื่อช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตนยึดหลักกฎหมาย โดยจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำงานตามอำนาจหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การที่เคยกำกับดูแล้วสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาก่อนจะทำให้การแก้ไขปัญหาง่ายขึ้นหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า วิธีบริหารจัดการเรื่องนี้ต้องใช้หลายรูปแบบ สิ่งที่เราต้องการคือการได้ข้อยุติที่เป็นไปตามกฎหมายและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เมื่อถามว่า พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในยุคที่นายสุวพันธุ์ดำรงตำแหน่งรมว.ยุติธรรมหรือไม่ นายสุวพันธุ์ ไม่ตอบคำถามได้เพียงแต่หัวเราะ และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวไปทันที

 

“ประยุทธ์”ปรับแผนการทำงาน“6รองนายกฯ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253093

คมชัดลึก, ปรับแผนทำงาน, ประยุทธ์, ปรับ, แผนการ, ทำงาน, รอง, นายกฯ, 6รองนายกฯ

การเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

“ประยุทธ์”ปรับแผนการทำงาน“6รองนายกฯ”

“ประยุทธ์” ปรับแผนการทำงาน“6รองนายกฯ”ลดภาระ ให้“เจ้ากระทรวง”ติดตามงานแทน

            ที่ทำเนียบรัฐบาล -20ธ.ค.59- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้ให้แนวทาง ครม.ชุดใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ โดยตั้งแต่ปี2557-ปัจจุบัน ได้เน้นภารกิจมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีทุกคน ดูแลงานด้านต่างๆ ได้แก่ งานตามบทบาทหน้าที่ หรือ(Function)คือ ลงไปกำกับการดำเนินงานของแต่ละกระทรวง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีบางราย อาจต้องลงไปทำหน้าที่เจ้ากระทรวงในบางกรณี ที่ไม่มีรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ และยังเป็นประธานในคณะกรรมการชุดต่างๆที่จัดตั้งขึ้นด้วย คือ งานในระดับที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ หรือ(Agenda)ได้แก่ ยุทธศาสตร์ต่างๆเฉพาะเรื่อง เช่น ปัญหาการทำประมงไอยูยู ปัญหาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ เป็นต้น รวมถึงกำกับกลุ่มงานคลัสเตอร์ และแบ่งพื้นที่กำกับดูแลรายจังหวัด

“นายกรัฐมนตรีบอกว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รองนายกฯทั้งหมดรับภาระมากเกินไป จึงอยากให้มาช่วยงานสำคัญ ในภาพกว้าง ภาพรวม และระดมความคิดร่วมกับท่าน มากกว่ามาลงรายละเอียดเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นจากนี้ไปในปีงบประมาณ2560จะเปลี่ยนแนวทางให้รองนายกฯทั้งหมดไม่ต้องลงไปคลุกคลีมากเกินไป แต่จะให้เจ้ากระทรวงมาทำหน้าที่หารือ บูรณาการ ติดตาม และระดมความคิดลงไปในรายละเอียด เรียกว่ารัฐมนตรีวงใน ให้ไปคุยกันมาก่อนตั้งแต่ต้นทาง ลงมาเป็นประธานคณะกรรมการชุดต่างๆด้วยตัวเอง ส่วนรองนายกฯทั้งหมดก็จะทำหน้าที่เพียงกำกับดูแล”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ อาจส่งหน่วยงานกลาง เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) คณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น เข้าไปช่วยสนับสนุน การดำเนินงานของเจ้ากระทรวง ขณะที่ในระดับพื้นที่จะมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นแม่งานสำคัญๆติดตามงานในจังหวัด เช่น งานโอท็อป หรืองานที่เป็นการสร้างรายได้ต่างๆ

 

“บิ๊กตู่” มอบของขวัญปีใหม่ ให้ “ครม.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253094

ครม., หนังสือ, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, บิ๊ก, ตู่, มอบ, ของขวัญ, ปีใหม่, ให้, ครม , บิ๊กตู่, มอบของขวัญปีใหม่, ครม, ครม-คนไทย, วิษณุ, ชีวิตของประเทศ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 20 ธ.ค. 2559

“บิ๊กตู่” มอบของขวัญปีใหม่ ให้ “ครม.”

“บิ๊กตู่” มอบชุดผ้าเอนกประสงค์ เป็นของขวัญปีใหม่ ให้ “ครม.” ทั้งแนะนำหนังสือดี ให้ “ครม.-คนไทย” ได้ลองอ่าน ชีวิตของประเทศ ผลงาน “วิษณุ”

          20 ธ.ค.59 –  พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในที่ประชุมวันนี้ โดยของขวัญดังกล่าวเป็นชุดผ้าเอนกประสงค์จากร้านจิตรลดา ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้มอบสินค้าโอท็อปเป็นของขวัญแก่ครม. รวมถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ก็ได้ฝากของขวัญปีใหม่มาให้ครม.ในการประชุมวันนี้ด้วย

พ.อ.หญิง ทักษดา กล่าวว่า ช่วงท้ายของการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้แนะนำหนังสือน่าอ่าน ชื่อ “ชีวิตของประเทศ” ที่เขียนโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้ ครม. และคนไทยได้ลองอ่าน เพราะเห็นว่า อ่านแล้วเนื้อหามีความสนุก เรื่องราวเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่เริ่มต้นสมัยรัตนโกสินทร์ และไม่อยากให้คนไทยใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป นอกจากนี้  นายกฯ ยังระบุในที่ประชุมด้วยว่า หากรัฐมนตรีคนใด มีหนังสือดีแนะนำ ก็สามารถแนะนำได้ในที่ประชุมครม.ครั้งต่อๆไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลนั้น ห้องทำงานของนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้ห้องทำงานเดิมที่ชั้น 2 ตึกบัญชาการ 1 ห้องทำงานเดิมของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกคน ใช้ห้องทำงานชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องทำงานเดิมของนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ที่ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม.