กรธ.เตรียมปรับสองประเด็นกม.พรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252229


กรธ., เตรียม, ปรับ, สอง, ประเด็น, พรรค, มีชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

กรธ.เตรียมปรับสองประเด็นกม.พรรค

“มีชัย”แย้มเตรียมปรับร่างกม.พรรค 2 ประเด็น ไม่สน 2 พรคใหญ่ไม่ร่วมวงสัมมนา เชื่อไม่มีข้อโต้แย้งให้โอกาสส่งเป็นหนังสือถึงกรธ.เพื่อปรับปรุง

          13 ธ.ค. — นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธส่งตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับเบื้องต้นในวันที่ 14 ธ.ค. ที่สโมสรสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยว่า ไม่เป็นไร ตนมองว่าเมื่อตัวแทน 2 พรรคใหญ่ปฏิเสธเท่ากับเห็นด้วยกับเนื้อหา ในการรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงเนื้อหา กรธ. รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนในลักษณะที่เงี่ยหูติดดิน ดังนั้นพรรคการเมืองที่ไม่ส่งตัวแทนร่วมเวที สามารถส่งเป็นหนังสือมายังกรธ.ได้จนกว่าจะส่งร่างกฎหมายประกอบไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ โดยหากข้อเสนอใดมีเหตุผล ตนพร้อมนำไปปรับปรุงโดยไม่มีพิธีรีตรองใด ๆ ทั้งสิ้น

นายมีชัย กล่าวด้วยว่าหลังจากที่เผยแพร่ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองและได้รับฟังความเห็น ล่าสุดกรธ.เตรียมพิจารณาปรับเนื้อหาในบทเฉพาะกาลส่วนที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองด้วยการชำระค่าสมาชิกพรรคการเมือง ที่กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 150 วัน ซึ่งมีเสียงท้วงติงว่าไม่สามารถทำให้เสร็จได้ทันเวลา โดยเฉพาะกรณีที่พรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกเกินกว่า 1 หมื่นคน ดังนั้นกรธ.จึงจะพิจารณาปรับให้ ส่วนกรณีที่มีความเห็นระบุว่าเนื้อหาไม่ดี แต่ไม่บอกรายละเอียด กรธ.จะไม่ทราบว่าต้องแก้ไขประเด็นใด ดังนั้นข้อเสนอใดที่มีเหตุผลและคิดว่าจะเป็นประโยชน์ กรธ.พร้อมจะปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา รวมถึงกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่ากรณีที่นายทุนทุ่มเงินเพื่อตั้งพรรคโดยไม่มีผู้ริเริ่มจ่ายทุนประเดิมที่แท้จริง เพื่อเป็นการป้องกัน ตนจะนำไปพิจารณาเพิ่มบทกำหนดโทษ

“ผมยืนยันว่าร่างกฎหมายประกอบ ไม่ได้มุ่งบีบให้พรรคใหญ่ หรือ บีบพรรคเล็กทั้งสิ้น แต่ทำเนื้อหาตามแนวทางที่รับฟังมา คือ ประชาชนต้องการเป็นเจ้าของพรรค และไม่ต้องการให้คนเพียง 1 หรือ 2 คนมีอิทธิพลเหนือพรรค ดังนั้นการกำหนดให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ด้วยการจ่ายทุนประเดิม 2,000 บาท ไม่เกิน 5 แสนบาท เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ เทียบได้กับการตั้งสมาคมหรือทอดกฐินต้องมีการควักเงินร่วมกันถึงจะมีชื่อเป็นกรรมการ” นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของนักการเมืองที่ต้องการให้ผ่อนคลายให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมืองได้ว่า ตนเชื่อว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณา หลังจากที่ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองมีความชัดเจน คือ ผ่านชั้นการพิจารณาของสนช.และบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว เนื่องจากเนื้อหาบังคับให้พรรคต้องดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับกฎหมายใหม่.

 

“ประวิตร”เยือนจีนผลักดันรถไฟไทย-จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252223

ยุทธศาสตร์, ทาง, หุ้นส่วน, เชิง, ความร่วมมือ, เห็นพ้อง, One Belt One Road, พล.อ.ประวิตร, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ประวิตร, เยือน, จีน, ผลักดัน, รถไฟ, ไทย, One Belt One Road
ยุทธศาสตร์, ทาง, หุ้นส่วน, เชิง, ความร่วมมือ, เห็นพ้อง, One Belt One Road, พล.อ.ประวิตร, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ประวิตร, เยือน, จีน, ผลักดัน, รถไฟ, ไทย, One Belt One Road
ยุทธศาสตร์, ทาง, หุ้นส่วน, เชิง, ความร่วมมือ, เห็นพ้อง, One Belt One Road, พล.อ.ประวิตร, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ประวิตร, เยือน, จีน, ผลักดัน, รถไฟ, ไทย, One Belt One Road

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

“ประวิตร”เยือนจีนผลักดันรถไฟไทย-จีน

ไทย-จีนเห็นพ้องความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เริ่มสร้างทางรถไฟ หนองคาย-กทม.ปี60 นายกฯจีน ยาหอม ไทย ยังเป็นที่หนึ่ง แหล่งท่องเที่ยวคนจีน

          13 ธ.ค. — พล.ต.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผย ผลการเดินทางเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน ( สปจ.) ของพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะระหว่าง 12-13 ธ.ค.59.  ณ กรุงปักกิ่งว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเดินทางเยือนครั้งนี้ โดยได้นำคณะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีมิตรไมตรี  ในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและรอบด้านในทุกระดับ

โดยพล.อ.ประวิตร และดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ใช้โอกาสนี้ กล่าวในนามของรัฐบาลจีนและประชาชนว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ต่อจากนั้น ได้หารือสานต่อความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ขยายสู่ความเป็นรูปธรรมร่วมกัน ทั้งการท่องเที่ยว การคมนาคม ด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้ระบุถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องขับเคลื่อนการปฏิรูปและวางรากฐานประเทศ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดยใช้กลไกและการบังคับใช้กฎหมายทางสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องสร้างมาตรฐานความถูกต้องและเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยว  ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยรวมแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและต่างประเทศที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ขณะเดียวกัน. ได้พยายามเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรและวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งรองรับ

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้ยืนยันความร่วมมือกับจีนในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ สายหนองคาย – กทม. ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในต้นปี 60 ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการขยายความร่วมมือขนส่งสินค้าการเกษตรระหว่างกันและสามารถสอดรับกับยุทธศาสตร์ ” One Belt One Road ” ของจีน ควบคู่กับการเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนของจีน ในการพัฒนาขยายโครงข่ายความเชื่อมโยงทางอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ( Internet Super Highway ) ที่สามารถใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุนและการติดต่อสื่อสารของอาเซียน ในการขยายความเชื่อมโยงไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาค

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แสดงความขอบคุณ ถึงพัฒนาการแนวทางความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ที่ผ่านมา และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ประชุมหารือผลักดันความร่วมมือกันโดยเร็ว   พร้อมทั้งแสดงความเข้าใจ ถึงความจำเป็นที่ไทยต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิ์ที่เป็นธรรมและประโยชน์แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนร่วมกัน โดยยืนยันว่า ประเทศไทย ยังคงเป็นอันดับหนึ่งของความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีน  สำหรับความร่วมมือในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ สายหนองคาย – กทม.นั้น คาดว่าจะสามารถก่อสร้างได้โดยเร็ว ด้วยความพยายามของทั้งสองฝ่าย พร้อมกันนี้ จีนยินดีที่จะขยายความร่วมมือด้านสินค้าการเกษตรกับไทย ขณะเดียวกัน ก็พร้อมที่จะผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย ทั้งด้านยาเสพติด การก่อการร้าย อาชญกรรมข้ามชาติ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ. พร้อมทั้ง ขอฝากความปรารถนาดีมายัง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มีโอกาสพบและพูดคุยกันหลายครั้งที่ผ่านมา

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.ฉาง  ว่านฉวน  รมว.กห.สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กระทรวงกลาโหม  โดยได้รับการต้อนรับด้วยมิตรภาพที่คุ้นเคยกันดีอย่างอบอุ่นยิ่ง  ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันถึง การขยายความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศให้มีขอบเขตครอบคลุมความร่วมมือด้านต่าง ๆ ให้มากขึ้น

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า  พล.อ.ประวิตร เสนอความเป็นไปได้ถึงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่ประสงค์ให้จีนสนับสนุนการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ทางทหารในไทย พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีและขีดความสามารถในการพัฒนาและดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในจีนที่มีประจำการในประเทศไทย และภูมิภาค พร้อมกับเชิญชวนและเสนอให้จีน พิจารณาความพร้อมในการเข้าร่วมฝึก Cobra Gold ผ่านความร่วมมือด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ และความร่วมมือทางการแพทย์ทหาร  ขณะเดียวกันได้แสดงถึงความพร้อมของกระทรวงกลาโหมไทย ที่จะทำหน้าที่ร่วมกับจีนในฐานะประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายภายใต้กรอบการประชุมรมว.กลาโหม อาเซียนและรมว.กลาโหมประเทศคู่เจรจาในวงรอบ ปี 2560-2562

ขณะที่พล.อ.ฉาง ว่านฉวน รมว.กลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณและพร้อมสนับสนุนให้กองทัพของทั้งสองประเทศ แลกเปลี่ยนความร่วมมือทางทหารในสาขาต่าง ๆ ให้มากขึ้น  โดยเสนอให้มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน 3 ประการ ประกอบด้วย  1) ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่างๆ  2) ความร่วมมือในการฝึกร่วม ทั้งทวิภาคี ไตรภาคีและพหุภาคี 3) ความร่วมมือกันด้านการป้องกันประเทศ พร้อมทั้งแสดงท่าทีเชิงบวกและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อข้อเสนอของไทยทุกเรื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ทางทหารในไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในจีน ที่มีประจำการในไทยและภูมิภาค  โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งคณะทำงาน ประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ผ่านกลไกทางการทูตทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตรพร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ นายเมิ่ง เจี้ยนจู้ง สมาชิกกรมการเมือง หัวหน้าคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมาย คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ที่ทำการ จงหนานไห่ โดยได้แลกเปลี่ยนหารือกันถึงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญกรรมข้ามชาติ ระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ขณะดียวกัน ทั้งสองฝ่าย มีความกังวลร่วมกันในประเด็นความมั่นคงทั้ง การก่อการร้าย แนวคิดความรุนแรงสุดโต่ง สำหรับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ( Cyber Security ) ถือเป็นภัยคุกคามที่สามารถสร้างความเสียหายทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงได้เป็นวงกว้าง ซึ่งไทยเสนอขอให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน สำหรับความร่วมมือในการดูแลผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น  หน่วยงานความมั่นคงทั้งสองฝ่าย จะร่วมประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะด้านการข่าวเพื่อการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน และเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน ทั้งนี้ ไทยพร้อมให้การดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนควบคู่กับความมั่นคงของรัฐ

พล.ต.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมในภาพรวมว่า  การเดินทางครั้งนี้ เป็นการขยายผลและสานต่อความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทยและจีน ที่มีพัฒนาการและความคืบหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับการเยือนของ พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะในครั้งนี้  โดยถือว่าเป็นสัญญานทางบวกที่ชัดเจนยิ่ง ต่อความร่วมมือในการผลักดันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของทั้งสองประเทศและภูมิภาค  ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะเร่งจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ เพื่อประชุมและทำงานผลักดันความร่วมมือกันและกันอย่างเต็มที่ต่อไปโดยใกล้ชิด ภายใต้กรอบความร่วมมือที่บรรลุข้อตกลงร่วมกัน รวมทั้งเร่งขยายความชัดเจนในเรื่องที่ยังไม่บรรลุข้อยุติ เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศและภูมิภาคต่อไป

 

สปท.ผ่านรายงานปฏิรูปการศึกษาคนพิการ คนชรา ผู้ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252218

สปท., ข้างมาก, เสียง, คนด้อยโอกาส, พึ่งพา, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ผ่าน, รายงาน, ปฏิรูป, การศึกษา, คนพิการ, คนชรา, ผู้ด้อยโอกาส

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

สปท.ผ่านรายงานปฏิรูปการศึกษาคนพิการ คนชรา ผู้ด้อยโอกาส

สปท. ข้างมากผ่านรายงานการปฏิรูปการศึกษาคนพิการ คนชรา ผู้ด้อยโอกาส หนุนบูรณาการภาครัฐ ให้สิทธิครบวงจรแก่ผู้ด้อยโอกาส-คนชรา

 

13 ธ.ค. 59 – ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาและเห็นชอบกับรายงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ, สำหรับผู้ด้อยโอกาสและสำหรับคนพิการและบุคคลที่มีต้องการจำเป็นพิเศษ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ… และ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่..)พ.ศ….. ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ที่มีนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร สมาชิก สปท. เป็นประธาน กรรมการฯ

ทั้งนี้รายงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปทั้ง 3 เรื่อง นั้นมีสาระสำคัญเพื่อวางแนวทางให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงานบูรณาการงานร่วมกันเพื่อพัฒนา เชื่อมโยงระบบ และข้อมูลรายบุคคลของคนพิการและบุคคลที่มีความจำเป็นพิเศษตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงวัยทำงาน ขณะที่การศึกษาจะเน้นการศึกษาของบุคคลที่บกพร่องด้านต่างๆ เฉพาะ เช่น การได้ยิน ต้องจัดบริการล่ามภาษามือ พัฒนาบุคลกรทางการศึกษา, ผู้บกพร่องทางสติปัญญา หรือ ออทิสติก ต้องจะห้องเรียนคู่ขนาด หรือสอนเสริม เป็นต้น ขณะที่การส่งเสริมการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุนั้น มีข้อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทุนสุขภาพตำบล ร่วมมือเพื่อพัฒนาผู้สูงอายุตามศักยภาพ เช่น  การศึกษาเพื่อประกอบอาชีพและมีงานทำ ส่งเสริมภูมิปัญญาผู้สูงวัยให้เป็นครู หรือผู้ทรงความรู้ และโรงเรียนนอกระบบสำหรับผู้สูงอายุ

ขณะที่เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ที่เสนอพร้อมกัน 2 ฉบับนั้น มีสาระสำคัญ เพื่อให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการตั้งแต่แรกเกิดถึงตลอดชีวิต รวมถึงสิทธิทางการศึกษาของคนพิการ ได้แก่ ได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นทางการศึกษา อย่างเป็นมาตรฐานและมีคุณภาพ ที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่สปท. ได้อภิปรายเสนอความเห็นเพิ่มเติม อาทิ นางถวิลวดี บุรีกุล สปท. อภิปรายว่า การส่งเสริมคุณภาพสำหรับผู้พิการหรือผู้ด้อยโอกาส ควรคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากกว่าส่งเสริมแหล่งการศึกษา รวมถึงต้องพัฒนาให้ผู้พิการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยไม่เป็นภาระของสังคมในอนาคต

โดยรายงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับคนพิการและบุคคลที่มีความจำเป็นพิเศษและร่าง พ.ร.บ. จำนวน 2 ฉบับ ที่ประชุมเสียงข้างมาก 155 เสียง ลงมติเห็นชอบ ขณะที่อีก 2 เสียง ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง 1  เสียง , รายงานการขับเคลื่อนการปฏิรุปการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ ที่ประชุมเสียงข้างมาก 155 เสียงเห็นด้วยและงดออกเสียง 2 เสียง และรายงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส เห็นด้วย 155 เสียงและงดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นสปท. จะส่งรายงานทั้ง 3 ฉบับและร่าง พ.ร.บ.จำนวน 2 ฉบับพร้อมความเห็นของสปท.ให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป.

 

จี้ ! ผู้ตรวจฯสอบผบช.น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252216

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร, ศรีสุวรรณ จรรยา, ผบช.น., จี้, ผู้ตรวจ, สอบ, ผบชน, ผู้ตรวจฯสอบผบชน , ศรีสุวรรณ, ศานิตย์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

จี้ ! ผู้ตรวจฯสอบผบช.น.

“ศรีสุวรรณ”ร้องผู้ตรวจฯสอบจริยธรรม”ศานิตย์” นั่งที่ปรึกษาบ.เอกชนเข้าข่ายผลประโยชน์ขัดกัน จี้ลาออกผบช.น.-สนช.

          13 ธ.ค. – นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายธาวิน อินทรจำนงค์ รองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการกระทำเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจและข้าราชการการเมืองของพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กรณีปรากฎข้อมูลในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่า มีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ  จำกัด ตั้งแต่ปี 2558 ในอัตราเดือนละ 50,000 บาท

โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวขัดต่อประมวลประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  และประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจ ข้อ 12(1)-(6) ที่ระบุว่า ข้าราชการตำรวจต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นในศีลธรรม ยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตัว โดยต้องประพฤติตน เช่น ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ อำนาจหน้าที่ ไปในทางจูงใจหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ  ไม่รับของขวัญนอกเหนือจากโอกาส และกาลประเพณีนิยม และของขวัญต้องมีมูลค่าตามที่ป.ป.ช.ประกาศกำหนด  ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์ราชการเพื่อธุรกิจหรือประโยชน์ส่วนตน ไม่ประกอบอาชีพเสริมที่มีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตน เนื่องจากบริษัทไทยเบฟ ฯดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ต้องถูกควบคุมตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกกอฮอล์ 2551  ซึ่งพล.ต.ท. ศานิตย์ เป็นข้าราชการตำรวจ เป็นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร  ถือเป็นผู้ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด  แต่การไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัทฯ อาจทำให้มีการย่อหย่อน  หรือ ยักคิ้วหลิ่วตา ในการควบคุมดูแลซึ่งที่มีการปล่อยปละละเลยให้มีการดื่ม หรือจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายขณะนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผบช.น ไปเป็นที่ปรึกษา ดังนั้นกรณีดังกล่าวจึงเข้าข่ายผลประโยชน์ขัดกัน

นอกจากนี้ยังพบว่าการเป็นที่ปรึกษาดังกล่าวยังเข้าข่ายผิดพ.ร.ป.ปปช. มาตรา 100 (4) ที่ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนได้เสียเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน หรือลูกจ้างในธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานรัฐที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นสังกัดอยู่ หรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและมาตรา 103 ที่ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายด้วย

“ด้วยสปิริตของพล.ต.ท.ศานิตย์ ควรลาออกจากผบช.น. ไปเป็นตำรวจธรรมดาเหมือนเดิม และควรลาออกจากสนช.ด้วยเพื่อรักษาสถาบันตำรวจไว้ให้คงอยู่ต่อไป และผู้ตรวจฯ ควรจะไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่าบริษัทดังกล่าวได้มีการจ้างข้าราชการอื่นไปเป็นที่ปรึกษาเพื่อประโยชน์ของกิจการอีกหรือไม่ เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กับวงราชการด้วย”นายศรีสุวรรณ กล่าว

 

ลุ้นดีเอสไอยื่นขอหมายค้นธรรมกายอีกรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252201

ลุ้น, ดีเอสไอ, ยื่น, หมายค้น, ธรรมกาย, อีก, รอบ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

ลุ้นดีเอสไอยื่นขอหมายค้นธรรมกายอีกรอบ

ตร.เบรคดีเอสไอค้นธรรมกาย 13 – 16 ธ.ค. แนะยื่นศาลขอหมายค้นต่อเนื่อง 4 วันทั้งกลางวันกลางคืน ป.ป.ท.จี้จังหวัดปทุมฯรื้อสอบธรรมกายสร้างสะพานบนพื้นที่สาธารณะ

          13 ธ.ค. — แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยถึงการประชุมร่วมระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจ และนายทหารพระธรรมนูญ เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน สมคบฟอกเงินและรับของโจร  สืบเนื่องจากการยักยอก ฉ้อโกง ทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์  รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ทักท้วงแผนปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมของดีเอสไอ ตามที่ดีเอสไอได้ขอหมายค้นต่อเนื่อง 4 วัน ระหว่างวันที่ 13-16 ธ.ค. โดยศาลอาญาอนุมัติหมายค้นแล้ว แต่ตำรวจขอให้ไปยื่นขอหมายค้นฉบับใหม่และให้เพิ่มรายละเอียดเป็นการขอเข้าค้นต่อเนื่อง 4 วันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ทั้งนี้เพื่อให้การตรวจค้นกระทำต่อเนื่องแบบไม่หยุดพัก ทำให้ดีเอสไอต้องระงับแผนการเข้าสนธิกำลังเข้าค้นตามหมายฉบับเดิมไปก่อน  คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะทำแผนปฏิบัติการตรวจค้นเพิ่มเติมตามข้อท้วงติงตำรวจเพื่อนำไปยื่นขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาอีกครั้ง

นายประยงค์  ปรียาจิตต์  เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึง การตรวจสอบกรณีวัดพระธรรมกายก่อสร้างสะพาน 6 จุด บนที่ดินสาธารณประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการปิดกั้นสะพานเพื่อใช้เป็นการส่วนบุคคลว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและจังหวัดปทุมธานีต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะการก่อสร้างบนที่ดินสาธารณะต้องยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบว่าสะพานเหล่านั้นมีการใช้งบประมาณจากรัฐไปก่อสร้างด้วยหรือไม่  หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้องจังหวัดต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากหน่วยงานในพื้นที่เพิกเฉยป.ป.ท.จะเข้าไปดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

กทม.เร่งสร้างอุโมงค์ทางลอดอีก 3 แห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252197

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, เมืองกรุง, ปัญหา, บรรเทา, จราจร, ทางลอด, กทม., กทม, เร่ง, สร้าง, อุโมงค์, ทาง, ลอด, อีก, แห่ง
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, เมืองกรุง, ปัญหา, บรรเทา, จราจร, ทางลอด, กทม., กทม, เร่ง, สร้าง, อุโมงค์, ทาง, ลอด, อีก, แห่ง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

กทม.เร่งสร้างอุโมงค์ทางลอดอีก 3 แห่ง

กทม.เร่งสร้างอุโมงค์ทางลอดอีก 3 แห่ง บรรเทาปัญหาจราจรเมืองกรุง คาดปี 72 ยอดรถพุ่ง 10 ล้านคัน ความเร็วเฉลี่ยเหลือ 12 กม./ชม.

          13 ธ.ค.59 – นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบันกทม.ได้ก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯเสร็จแล้ว จำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางลอดถนนดินแดง-ถนนวิภาวดี 2.ทางลอดกลับรถ ถนนพัฒนาการ 3.ทางลอด เชื่อมพหลโยธิน-ถนนลาดปลาเค้า 4.ทางลอด ถนนรัชดาภิเษก-ถนนสุทธิสารวินิจฉัย 5.ทางลอด ถนนรัชดาภิเษก-ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ 6.ทางลอดถนนรัชดาภิเษก-ถนนเพชรเกษม (ท่าพระ) 7.ทางลอดถนนจรัญสนิทวงศ์-ถนนราชวิถีตัดถนนสิรินธร (บางพลัด) 8.ทางลอดถนนศรีนครินทร์-ถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) 9.ทางลอดถนนจรัญสนิทวงศ์-ถนนบรมราชชนนี (บรมราชชนนี) และ 10.ทางลอดถนนเชื่อมถนนพัฒนาการ -ถาวรธวัชกับพระราม9

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด อีก 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางลอดถนนตากสิน-ถนนรัชดาภิเษก (มไหสวรรย์) 2.ทางลอดถนนจรัญสนิทวงศ์-ถนนพรานนก (ไฟฉาย) 3.ทางลอดถนนรัชดาภิเษก-ถนนพหลโยธิน (รัชโยธิน) และ 4.ทางลอดถนนพัฒนาการ-ถนนรามคำแหง-ถาวรธวัช อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกทม.จะดำเนินการอีก 3 แห่ง ประกอบด้วย 1.ทางลอดอุโมงค์แยกศรีอยุธยา-ถนนพระราม6 2.ทางลอดศรีนครินทร์-พัฒนาการ และ 3.ทางลอดรัชดาภิเษก-ราชพฤกษ์

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันรถยนต์ในกรุงเทพฯ มี 8 ล้านคัน แต่ผิวจราจรกลับมีน้อยกว่าและปริมาณรถมีมากกว่าประชากรในทะเบียนบ้านหลายล้านคัน และยังพบตัวเลขการใช้รถยนต์มากกว่าระบบขนส่งสาธารณะสะท้อนว่า กรุงเทพฯและปริมณฑลประสบปัญหาจราจรติดขัดและมีแนวโน้มรุนแรง โดยจากนี้ถึงปี 2572 ยานพาหนะรถยนต์จะเพิ่มจาก 8 ล้านคันเป็น 10 ล้านคัน ขณะที่การเพิ่มผิวจราจรนับวันจะทำลำบากขึ้น เพราะไม่มีความต้องการเวนคืนและสัดส่วนการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลไม่ได้ลดลง ขณะที่ความเร็วบนถนนปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ในปี 2572 อาจเหลือเพียง 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

 

นายกฯ ชี้ยังไม่แต่งตั้งคนแทน “ไพบูลย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252195

ประยุทธ์, ครม., คสช., ปลดล็อค, พรรคการเมือง, ยืนยัน, ไม่มี, หารือ, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, นายกฯ, ชี้, ยัง, ไม่, แต่งตั้ง, แทน, ไพบูลย์, มีชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

นายกฯ ชี้ยังไม่แต่งตั้งคนแทน “ไพบูลย์”

นายกฯประชุม คสช.-ครม. ชี้ ยังไม่มีการแต่งตั้งคนแทน “ไพบูลย์” ด้าน “มีชัย” โยนให้ไปถามนายกฯ พร้อมยืนยันไม่มีหารือประเด็นปลดล็อคพรรคการเมือง

 

13 ธ.ค.59 – เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี( ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนที่จะมีการประชุม ครม.ในเวลาต่อมา

จากนั้น เวลา 10.00 น. ภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.)และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมง พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.เปิดเผยภายหลังว่า ที่ประชุมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้รายงานต่อที่ประชุมถึงความจำเป็นในการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยความตามตามมาตรา 44 จำนวน 3 ฉบับ เนื่องจากการออกคำสั่งดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบและเป็นมติของ คสช. ดังนั้นจึงต้องมีมติในที่ประชุม แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ ในที่ประชุมไม่มีการหารือหรือพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ คสช. แทน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีต รมว.ยุติธรรม ซึ่งได้ลาออกไป อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับคดีของวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด เป็นการคุยกันภายในเท่านั้น

ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวเพียงสั้นๆว่า การประชุมวันนี้เป็นการพูดคุยกันภายในของ คสช. และครม.เท่านั้น ยังไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ คสช.เพิ่มแต่อย่างใด เช่นเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นโดยโยนทั้งหมดว่าให้ไปถามนายกรัฐมนตรีเอง โดยยืนยันว่าไม่มีประเด็นการหารือในเรื่องการปลดล็อคพรรคการเมืองแต่อย่างใด.

 

ก.คลัง ชง ครม.มาตรการช็อปช่วยชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252193

ภาษี, ลดหย่อน, ครม., ประยุทธ์, คลัง, ครม, มาตรการ, ช็อป, ช่วย, ชาติ, กคลัง, ประจิน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

ก.คลัง ชง ครม.มาตรการช็อปช่วยชาติ

ก.คลัง ชง ครม.มาตรการลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ช็อปช่วยชาติช่วงปีใหม้15,000-30,000 บาท “ประจิน” เสนอผลสำรวจความเห็นปชช.เกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ทีต้องการจากรบ.

 

13 ธ.ค. 59 – การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (13 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโดยเตรียมพิจารณาวาระที่กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดา สำหรับการซื้อสินค้าในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ หรือมาตรการช็อปช่วยชาติ โดยที่ประชุมครม.จะหารือถึงวงเงินที่จะให้ลดหย่อนภาษีได้ระหว่าง 15,000-30,000 บาท ระหว่างวันที่ 14-31 ธันวาคม 2559 ทั้งนี้วาระดังกล่าวเสนอเข้าครม.มาแล้ว 2 สัปดาห์ก่อน แต่ครม.ยังไม่พิจารณาเพราะเกรงว่าประชาชนจะชะลอการจับจ่ายใช้สอย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอผลคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ ส. 490/2555 คดีหมายเลขแดงที่ ส. 708/2559 ระหว่างสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อนที่ 1 กับพวกรวม 151 คน ฟ้องร้องนายกรัฐมนตรี ที่1 กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลปกครองกลาง เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ดำเนินการตามขั้นตอนมาตรา 69 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนอนุมัติเปิดเขื่อนแม่วงก์

นอกจากนี้นายวิษณุยังเสนอร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่..) พ.ศ…. (เกี่ยวกับการพ้นราชการของข้าราชการตุลาการ) ร่างพ.ร.บ.หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส (ฉบับที่..) พ.ศ…. (เกี่ยวกับการกำหนดให้ข้าราชการตุลาการไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณที่มีอายุครบหกสิบห้าปี) และเสนอร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

ขณะที่พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล พ.ศ.2560 เสนอรายงานผลการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร จำนวน 478 ราย ตามโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร และโครงการแผนฟื้นฟูการเกษตร.

 

“บิ๊กโด่ง” โว แก้ไฟใต้คืบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252189

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, กลับบ้าน, คน, พา, ขับเคลื่อน, โครงการ, รัฐบาล, พิเศษ, ผู้แทน, โว, ไฟใต้, อุดมเดช, บิ๊ก, โด่ง, แก้, ใต้, คืบ, บิ๊กโด่ง, แก้ไฟใต้คืบ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

“บิ๊กโด่ง” โว แก้ไฟใต้คืบ

“บิ๊กโด่ง” โว แก้ไฟใต้ คืบ เผย จัดทำโรดแม็พ คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ขับเคลื่อนในปี60 ย้ำ โครงการพาคนกลับบ้าน ต้องทำให้ได้

 

13 ธ.ค.59 – พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล หรือคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระดับพื้นที่ (คปต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี โดยเฉพาะโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขณะที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการสรุปเกี่ยวกับการจัดทำโรดแม็พของคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการดำเนินการขับเคลื่อนในปี 60 เป็นหลัก ซึ่งจะต้องมีการปรับแก้เล็กน้อย เพราะมีความซับซ้อน จึงต้องทำให้เข้าใจง่าย ให้สามารถเดินงานได้ชัดเจน โดย 2 – 3 วันนี้จะเร่งปรับปรุง

เมื่อถามถึงโครงการพาคนกลับบ้าน ขณะนี้มีอุปสรรคหรือปัญหาอะไรหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องหลักเรื่องหนึ่งที่จะต้องแก้ปัญหาให้ได้ เรื่องกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคิดว่าจะทำอย่างไรให้โครงการพาคนกลับบ้านสามารถดูแลผู้ที่เห็นต่างและกลับมาได้จริงจัง ขณะนี้พยายามทำอยู่ คนที่กลับมาบางส่วนมีการอบรมตามขั้นตอนของมาตรา 21 พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังติดขัดอยู่ กำลังเร่งพิจารณาอยู่ โดยคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลได้ตั้งประเด็นมาแล้วและได้คุยกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม และกอ.รมน.ระดับหนึ่งแล้ว กำลังหาทางว่าจะทำอย่างไรให้โครงการดังกล่าวมีความชัดเจน สามารถดูแลผู้เห็นต่างที่หลงผิดไปและจะกลับเข้ามาสู่สังคมได้อย่างเรียบร้อย ตอนนี้ข้อมูลมีแล้ว เพียงแต่เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ต้องให้มีความลงตัวและเหมาะสมก่อน แล้วจึงจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี และประธานคปต.ต่อไป.

 

“อัศวิน”เร่งตั้ง5ตำแหน่งผอ.13เขตเป็นของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252187

ชง, ว่าง, แต่งตั้ง, ผอ.เขต, กทม., อัศวิน ขวัญเมือง, อัศวิน, เร่ง, ตั้ง, 5ตำแหน่งผอ13, เขต, เป็น, ของขวัญ, ปีใหม่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 13 ธ.ค. 2559

“อัศวิน”เร่งตั้ง5ตำแหน่งผอ.13เขตเป็นของขวัญปีใหม่

แห่สมัครผอ.เขตที่ว่าง 13 เขต 84 ราย “อัศวิน” ยันเร่งตั้ง 5 ตำแหน่งที่ว่าง ชงเป็นของขวัญปีใหม่

 

13 ธ.ค. 59 – นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง จำนวน 5 ตำแหน่ง รวม 19 อัตรา ว่า ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือก มีจำนวน 5 คน ประกอบด้วย ข้าราชการระดับสูง 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน โดยได้เปิดรับสมัครและได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว จากนี้จะเร่งคณะกรรมการคัดเลือก ให้สอบสัมภาษณ์ผู้มีสิทธิ์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้ ตามที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ได้เร่งรัด

ด้านพล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า จะแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวที่ว่างให้ครบภายในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ทั้งนี้ ตนมองว่าในตำแหน่งที่ว่างนานจะเป็นการเสียโอกาสในการทำงานของข้าราชการที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งนั้นๆ เพราะตนเป็นข้าราชการมาก่อน จึงรู้ดีว่าตำแหน่งที่ว่างจะเสียโอกาสได้ ส่วนแนวทางในการแต่งตั้งข้าราชการนั้น จะไม่แต่งตั้งแล้วให้ข้าราชการมีโอกาสทำงานได้เพียงเดือนเดียวแล้วเกษียณอย่างแน่นอน

          รายงานข่าวแจ้งว่า ตามที่กองการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัดกทม. ได้เปิดรับสมัครเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง จำนวน 5 ตำแหน่ง รวม 19 อัตรา แบ่งเป็น 1.ตำแหน่งผู้ตรวจราชการสูง 3 อัตรา 2.ตำแหน่งผู้อำนวยการเขต 13 อัตรา ประกอบด้วย 1.เขตบางกอกน้อย 2.เขตบางเขน 3.เขตบางคอแหลม 4.เขตบางซื่อ 5.เขตบึงกุ่ม 6.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 7.เขตพญาไท 8.เขตภาษีเจริญ 9.เขตมีนบุรี 10.เขตลาดกระบัง 11.เขตลาดพร้าว 12.เขตสัมพันธวงศ์ และ 13.เขตหนองจอก

3.ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม 1 อัตรา 4.ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง 1 อัตรา และ 5.ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน  สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 1 อัตรา เมื่อวันที่ 24-30 พ.ย.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบคุณสมบัติพบว่ามีผู้มาสมัครในตำแหน่งผู้อำนวยการเขต มากที่สุด 84 ราย ตำแหน่งผู้ตรวจราชการสูง 66 ราย ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ 4 ราย ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 8 ราย และ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน  7 ราย.