๙ พระราชดำรัส ประทับในใจราษฎร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247185

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

9 ราษฎรไทยใต้พระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านพระราชดำรัส มาจัดแสดงงานนิทรรศการ “๙ พระราชดำรัส ประทับในใจราษฎร์” เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2559

นับเป็นเวลากว่า 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม พร้อมทรงอุทิศพระวรกาย ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะในการเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแต่ละครั้ง ทรงมีพระราชดำรัสที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าเฝ้าฯ เพื่อน้อมนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ ดังนั้น เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค จึงรวบรวม ๙ พระราชดำรัส กับเรื่องราวความประทับใจ และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ของ ๙ ราษฎรไทยใต้พระบรมโพธิสมภาร มาจัดแสดงพร้อมด้วยอีกหลากหลายกิจกรรม เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความอาลัยในงาน “๙ พระราชดำรัส ประทับในใจราษฎร์”


พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี)

นิทรรศการ “๙ พระราชดำรัส ประทับในใจราษฎร์” ได้รวบรวมพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นที่ประทับใจของ 9 ราษฎรไทย ได้แก่ พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) ซึ่งประทับใจในพระราชดำรัส ราชธรรม : ธรรมของพระราชา ซึ่งพระราชทานแก่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26พฤศจิกายน 2513 โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “…พระพุทธศาสนา แสดงความจริงของชีวิต แสดงทางปฏิบัติที่จะให้บรรลุความสุขสูงสุดของชีวิต มีวิธีการสั่งสอนที่ยึดหลักเหตุและผลว่า ทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ผู้ใดประกอบเหตุอย่างไร เพียงใด ก็ได้ผลอย่างนั้นเพียงนั้น…”

ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ประทับใจในพระราชดำรัส ศิลปะ-ศิลปินในรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระราชทาน
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร ณ วังท่าพระ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2513 โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า“…งานด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรมนั้น คือ งานสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญาและทางจิตใจ ซึ่งเป็นทั้งต้นเหตุทั้งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ของความเจริญ ด้านอื่นๆ ทั้งหมด และเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เรา รักษาและดำรงความเป็นไทยได้สืบไป…”

ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ผู้เคยเข้าเฝ้าฯ ถวายรับใช้ในด้านดนตรีอยู่เสมอ ทั้งยังได้รับพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ให้ร่วมบรรเลงดนตรี ในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี อีกทั้ง ยังโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนส่วนพระองค์ เพื่อให้ไปศึกษาด้านดนตรี จนถึงระดับปริญญาเอก ประทับใจในพระราชดำรัสนักดนตรีของพระราชา ซึ่งพระราชทานให้สัมภาษณ์แก่วิทยุเสียงอเมริกา เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาในพ.ศ. 2503 โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “…ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่แจ๊สก็ตาม ดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา สำหรับข้าพเจ้า ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงาม และทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภทเพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสมตามแต่โอกาสและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป…”


ดร.ภาธร ศรีกรานนท์

นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของฟาร์มโชคชัย โชค บูลกุล มีความประทับใจในพระราชดำรัส อาชีพพระราชทาน ซึ่งพระราชทานเนื่องในพระราชพิธีเปิดโรงนมผง “สวนดุสิต” ณ บริเวณสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม  พ.ศ.2512 โดยมีใจความว่า “โรงงานแห่งนี้เป็นแห่งแรกที่ทำขึ้นในเมืองไทยและก็เป็นที่น่าภูมิใจว่าคนไทยได้ออกแบบและเป็นผู้สร้าง ขอให้ถือว่าโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานตัวอย่าง ใครอยากได้ความรู้ ใครอยากที่จะทำกิจการโคนม ให้สำเร็จให้ก้าวหน้า และเป็นประโยชน์แก่ตนแก่เศรษฐกิจของบ้านเมือง ก็ให้มาดูกิจการได้ทุกเมื่อ และถ้ามีปัญหาอะไรมีความคิดอะไร ก็ให้แสดงออกมา บางทีบางคนอาจเกิดความคิดอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมที่ทางนี้ไม่ได้คิด ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะร่วมแรงกันในทางความคิด เพื่อความก้าวหน้าของกิจการโคนมของประเทศไทย” นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมความประทับใจของ พันเอกวันชนะ สวัสดีในพระราชดำรัส เสียใจได้ แต่อย่าละเลยหน้าที่ ซึ่งพระราชทาน ในวันกองทัพไทย เมื่อวันที่ 25มกราคม พ.ศ. 2499, ครูวิทย์ อนันตะ ในพระราชดำรัส ครูของครูทั้งปวง ซึ่งพระราชทานแก่ครูอาวุโส เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม2523, นาวาตรีสมรักษ์ คำสิงห์ ในพระราชดำรัส รางวัลแห่งความเพียร ซึ่งพระราชทานในพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี พ.ศ. 2539, ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในพระราชดำรัส โลกร้อนเพราะความโลภ ซึ่งพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4ธันวาคม พ.ศ. 2532 และ
ม.ล.จิติเทวัญ เทวกุล ในพระราชดำรัส อัศวินฝนหลวง


โชค บูลกุล

ภายในงาน ยังมีอีกหลากหลายกิจกรรม ที่จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559 พบกับการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์จากศิลปินวง วีทริโอ พร้อมร่วมจุดเทียนขาวถวายความไว้อาลัยในเวลา 18.00 น.

นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2559 ณ รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่ http://www.paradisepark.co.th

คุณแหน : 2 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247201

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
●● ข้าพระพุทธเจ้า หนังสือพิมพ์แนวหน้า  ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยแด่  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ขอทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ…

●●พลเรือเอกนายแพทย์หม่อมเจ้า ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ประธานมูลนิธิชีวิตพัฒนาในพระอุปถัมภ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงจัด ทอดผ้าป่าขอไถ่ชีวิตโคกระบือ 89 กอง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันอาทิตย์ที่ 11  ธ.ค. ณ อุทยานสุขภาพ มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ ถนนบรมราชชนนี…

●● พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานมอบเข็มเครื่องหมายเยาวชนพระราชทานและเกียรติบัตร โดยมี กุณฑลา สันติประภพ นายกสมาคมหมู่บ้านฤดูร้อนเด็กนานาชาติ ประเทศไทยพร้อมคณะกก. อาทิวนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา ต้อนรับ 6 ธ.ค. 14.00 น. หอประชุมกรมกิจการเด็กและเยาวชน..

●●พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ ประธานสนามกอล์ฟ อโยธยา ลิงส์ และประธานจัดงานเตรียมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชาติไทย ต้อนรับเหล่าอาคันตุกะผู้มาเยือนในพิธีเปิด “อะเมซิ่ง คิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ : กอล์ฟเวิลด์ คลับ แชมเปี้ยนชิพ 2016” 6 ธ.ค. ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ไปยังผู้ชมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ให้ได้ชมแข่งขันกอล์ฟระดับโลกที่มีความทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ โดยมี พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน  ณ สนามกอล์ฟ อโยธยา ลิงส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา..

●●หลังเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพญาติผู้ใหญ่ที่สงขลาเรียบร้อย พูนสุข  ประธานราษฎร์นิกร ชวนลูกสาวไปรับอากาศหนาวเย็นเพื่อพักผ่อนที่ญี่ปุ่นนาน 2 สัปดาห์..

●● สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานบริหาร เอไอเอส ปลื้มกับข่าวดีที่ เอไอเอสเป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวที่ ได้รับรางวัล Corporate Social Responsibility Award 2016  ในฐานะองค์กรที่ทำประโยชน์ เพื่อสังคมดีเด่นในภูมิภาคเอเชียงาน   15th Asia Business Leaders Award 2016 จัดขึ้นโดย CNBC ณ กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย..

●●ธรรมรัตน์ โชควัฒนา ชวนแบ่งปันและทำบุญแบบง่ายๆ มอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา,มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รวมถึงฝากชวนสาวๆ ร่วมบริจาคบราเสื่อมสภาพในโครงการวาโก้ บราเดย์ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน 3-5 ธ.ค. ที่บริษัท ไอ.ซี.ซี. สนง.ใหญ่ ซอยสาธุประดิษฐ์ 58..

●● ยินดีกับ รัติกาล วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกเป็น ประธานคณะกรรมการ สภาองค์การพัฒนาเด็กเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เป็นวาระที่ 3 ส่วนกรรมการใหม่ผู้รอบรู้มากความสามารถมาร่วมงาน อ.สุวัฒน์ ชมพูพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการศึกษา..●●

น้อง

ตามรอยเส้นทางต้นไม้ทรงปลูกกว่า350 ต้นทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247186

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทรงปลูกต้นหางนกยูงฝรั่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ , ทรงปลูกต้นยูงทอง ที่มหาวิทยาลัยลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

พระราชดำรัสตอนหนึ่ง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ หน่วยงานพัฒนาต้นน้ำทุ่งจ๊อ ในปี พ.ศ. 2519 ความว่า “…ควรจะปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง….” นับเป็นแนวพระราชดำริบริหารจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้กลับคืนมา ที่สร้างคุณอเนกอนันต์ให้กับประเทศชาติ โดยทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ใดก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงปลูกต้นไม้ไว้ทุกครั้ง ซึ่งรู้จักกันในนาม “ต้นไม้ทรงปลูก” ถือเป็นสัญลักษณ์ทางใจให้ประชาชนได้รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วทุกพื้นที่บนผืนแผ่นดินไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสถาบันไทยคดีศึกษา จึงได้รวบรวมภาพถ่ายต้นไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการทรงครองราชย์ มาจัดทำเป็นหนังสือ “ใต้ร่มพฤกษาพระบารมี” จำนวน 2,000 เล่ม สำหรับแจกหน่วยงานและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเป็นเสมือนพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งการทรงงาน ตลอดจนเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้ตระหนักและรับรู้ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นธารแห่งความอุดมสมบูรณ์ทั้งปวง

ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันมีความเกี่ยวโยงไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิมไว้ให้มากที่สุด จากแนวพระราชดำริของพระองค์ ได้ก่อเกิดโครงการพัฒนาและบำรุงป่าไม้ทั่วประเทศตามมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวช่วยป้องกันอุทกภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และการพังทลายของดินอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังเป็นการถนอมน้ำไว้ใช้บริโภค-อุปโภค และหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นในธรรมชาติ

ไม่ใช่แค่ความมุ่งมั่นที่จะรักษาผืนป่าและทำนุบำรุงป่าต้นน้ำ ทว่าเมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร
ในพื้นที่ห่างไกลคราใด ทั้งสองพระองค์ทรงปลูกพรรณไม้ที่เหมาะสมต่อการเติบโตในพื้นที่นั้นๆ เสมอมา ดังนั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย สถาบันไทยคดีศึกษา จึงใช้เวลาร่วม 1 ปี ในการตามรอยเส้นทางต้นไม้ที่ทรงปลูกทั่วประเทศไทย ทั้งหมดกว่า 350 ต้น ตามที่ได้บันทึกไว้ในหนังสือพระราชกรณียกิจ และตามรายงานข้อมูลต้นไม้ทรงปลูกของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อถ่ายภาพต้นไม้ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษแห่งการครองราชย์ จากสถานที่จริงในปัจจุบัน รวบรวมและผลิตเป็นหนังสือภาพสี่สี“ใต้ร่มพฤกษาพระบารมี” จำนวนกว่า 400 หน้า พร้อมคำบรรยายชื่อ เรื่องราวการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน ณ สถานที่นั้นๆ เพื่อให้ชาวไทยได้ตามรอยไปสัมผัสกับต้นไม้ของพ่อ

“กว่า 1 ปี ที่ทางคณะจัดทำหนังสือได้เดินทางลงไปถ่ายรูปและเก็บข้อมูลต้นไม้ทรงปลูกตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทางทีมงานรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและตระหนักถึงพระวิริยะอุตสาหะของทั้ง 2 พระองค์ ที่ทรงตรากตรำพระวรกาย ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ในการเยี่ยมเยือนบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ราษฎร ซึ่งเราพบว่าหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ที่ยากลำบากในการเข้าถึงมาก บางพื้นที่รถไม่สามารถเข้าได้ ต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางหลายกิโล แต่พระองค์ยังทรงไปถึง “ต้นไม้ทรงปลูก”จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ชาวไทยทุกคน ได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ และเพื่อเจริญรอยตามพระองค์ท่าน”

ภาพและเรื่องราวของต้นไม้ทรงปลูกที่ได้รวบรวมมาไว้ในหนังสือเล่มนี้ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ และมีหลายๆ ต้นที่เชื่อว่าหลายคนไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น และปัจจุบันหลายต้นเติบใหญ่ ให้ชาวไทยได้รักและหวงแหนไว้เป็นวัตถุทางใจ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ ประชาชนของพระองค์ อาทิ ต้นไม้ทรงปลูกลำดับแรกๆ เช่น ต้นสัก ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประพาสถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี และทรงปลูกไว้เป็นที่ระลึก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2499

“สถานศึกษาที่สำคัญของประเทศอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีต้นไม้ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานและทรงปลูกไว้เป็นที่ระลึก นั้นคือ ต้นหางนกยูงฝรั่ง หรือยูงทอง ต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่พระองค์ทรงปลูกไว้เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2506 บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ ซึ่งสีเหลืองแดงของดอกยูงทอง ถูกใช้เป็นสีประจำมหาวิทยาลัยอีกด้วย”

เมื่อเวลาผ่านพ้นตามกาล ต้นไม้ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูก ได้เติบใหญ่ แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา หยั่งรากลึกลงดินอย่างมั่นคง ทั้งยังให้ดอกผลแพร่พันธุ์ออกไป เปรียบเสมือนพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาลให้ พสกนิกรชาวไทยได้ระลึกถึงและดำเนินตามพระราชปณิธาน ในการดูแลผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่สืบต่อไป

หนังสือภาพสี่สี “ใต้ร่มพฤกษาพระบารมี” มีกำหนดเผยแพร่ กลางเดือนมกราคม 2560 หน่วยงาน และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร.02-6133205 ต่อ 32

 

แพทย์เตือนระวัง’แมลงก้นกระดก’ ทำผิวหนังอักเสบ-ไม่อันตรายถึงชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247157

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.31 น.

หมอเตือนพิษจากด้วงก้นกระดก ทำให้เกิดผื่นระคายเคืองแดงคัน ถ้ามีอาการโรคติดเชื้อรุนแรงควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง ระบุพิษจากแมลงด้วงก้นกระดกไม่ทำให้มีอันตรายถึงชีวิต  แนะอย่าวิตกกังวลมากเกินไป

1 ธ.ค.59 จากกรณีที่มีการแชร์ภาพผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นแหลมชนิดหนึ่ง ในสื่อสังคมออนไลน์ ยิ่งแชร์กันมาก ความรุนแรงของโรคก็จะดูเหมือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงกับมีข่าวว่า แมลงชนิดนี้ทำให้เสียชีวิต ซึ่งกรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนังได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดจากแมลงดังกล่าวว่า

อาการผิวหนังอักเสบจากแมลงด้วงก้นกระดก เกิดจากการสัมผัสสารพีเดอริน (Paederin) จากตัวแมลง สารนี้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน เมื่อด้วงก้นกระดกมาเกาะตามร่างกายแล้วเผลอปัด หรือบี้ทำให้แมลงท้องแตกและสัมผัสกับสารพิษนั้น อาการจะมากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณสารพิษที่สัมผัส โดยพิษจากด้วงก้นกระดก ทำให้เกิดผื่นระคายเคืองแดงคัน ถ้าสัมผัสสารพิษจำนวนมากจะเป็นหนอง ผื่นวางเรียงตัวเป็นแนวยาว เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ  โดยอาการจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะมีอาการหลังสัมผัสแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง  ทำให้อาจจะไม่ได้ประวัติการสัมผัสแมลงที่ชัดเจนจากผู้ป่วย ถ้ามีอาการโรคติดเชื้อรุนแรงควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง  อย่างไรก็ตามพิษจากแมลงด้วงก้นกระดกไม่ทำให้มีอันตรายถึงชีวิต  ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลมากเกินไป

รอยโรค พบมากบริเวณนอกร่มผ้า โดยมีลักษณะเป็นผื่นแดงหรือเป็นรอยไหม้ รูปร่างมักเป็นทางยาว ทิศทางหลากหลาย (ตามรอยปัด) ผื่นมีขอบเขตชัดเจน ในระยะต่อมาจะมีตุ่มน้ำพองใสและตุ่มหนองขนาดเล็กเกิดขึ้นตามมาในเวลา 2-3 วัน อาการคันมีไม่มากนัก  แต่มักมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย เมื่อสัมผัสกับสารพีเดอรินในบริเวณรอยพับต่างๆ อาทิ พับข้อศอก ข้อเข่า  มักกระจายไปสัมผัสทั้งสองด้าน จะเกิดผื่นสองผื่นที่ลักษณะคล้ายกันในแต่ละด้าน เป็น mirror images หรือ kissing lesions หากสารพีเดอรินกระจายถูกบริเวณดวงตา ก็จะเกิดอาการตาบวมแดงและอาจทำให้ตาบอดได้ อาการที่ตานี้ มีชื่อเรียกเฉพาะว่า  “ตาอักเสบแบบไนรูบี” ( Nairobi eye” or “ Nairobi conjunctivitis”) เพราะแมลงเหล่านี้ก็พบได้บ่อยแถวแอฟริกาด้วยเช่นกัน

ผื่นบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือบริเวณผิวอ่อน มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าที่อื่น  ส่วนบริเวณฝ่ามือซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่สัมผัสสารพิษเป็นแห่งแรก  กลับไม่ค่อยมีอาการเนื่องจากบริเวณนี้มีผิวหนากว่าผิวส่วนอื่น ทั้งนี้ อาการอักเสบเหล่านี้จะหายไปในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์  โดยอาจจะมีรอยดำหลังการอักเสบได้ในระยะสั้นๆ แต่มักจะไม่เป็นแผลเป็น โดยทั่วไป อาการจะไม่รุนแรง และไม่มีอาการระบบอื่นนอกจากตาและผิวหนัง ยกเว้นในรายที่ได้รับพิษจำนวนมาก หรือมีอาการแพ้รุนแรง ก็จะมีไข้สูง และอาการทางระบบหายใจได้

ด้วงก้นกระดกจะมีสารพิษชื่อว่า พีเดอริน (Paederin) สารชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนสามารถทำลายเซลล์เนื้อเยื่อผิวหนังได้ ด้วง 1 ตัว จะมีสารพิษอยู่ในตัวประมาณร้อย 0.025 ของน้ำหนักตัว โดยตัวเมียจะมีปริมาณสารพิษมากกว่าตัวผู้มาก ทำให้อาจเป็นเหตุให้เข้าใจผิดได้ว่า แมลงชนิดนี้ไม่มีอันตรายมาก หากเคยโดนด้วงตัวผู้ ซึ่งผู้โดนจะไม่ค่อยมีอาการเนื่องจากมีสารพิษจำนวนน้อย

สำหรับแมลงชนิดนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า ด้วงก้นกระดก ชื่อเรียกอื่นๆ คือ แมลงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน ด้วงกรด หรือแมลงเฟรชชี่ (เพราะพบบ่อยในหมู่นักศึกษาใหม่ที่อยู่หอปีแรก) เป็นต้น แมลงชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Paederus fuscipes Curtis และมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Rove beetles ตัวเต็มวัยมีสีดำสลับส้ม ยาวประมาณ 5-7 มิลลิเมตร หัวสีดำ อกส่วนหน้าแบนยาว ส่วนท้องมี 6 ปล้อง 4 ปล้องแรกสีส้มอมน้ำตาล ส่วนที่เหลือสีดำ ขาทั้ง 3 คู่มีสีน้ำตาลแดงปีกแข็งด้านบนสีน้ำเงินเข้มและปีกอ่อนข้างใต้ เป็นแมลงที่มีอายุอยู่ได้ยาวนาน มีความว่องไว ไต่ไปตามต้นข้าว บินได้เร็วและว่องไว เวลาวิ่งจะยกปลายท้องตั้งขึ้นคล้ายแมงป่องจนเรียกว่า “ด้วงก้นกระดก”

ข้อมูลโดย : นายแพทย์ธีรพล  โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ 

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง

‘แสงแห่งพระบารมี’ บันทึกความภาคภูมิใจที่ทำตามพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247069

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนักศึกษาจิตอาสา

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โครงการ“ภาคภูมิแผ่นดินไทย” เติมความภูมิใจให้เต็มชาติและบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมจัดงาน“แสงแห่งพระบารมี” เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมเขียนคำปณิธาน “บันทึกความภาคภูมิใจที่ทำตามพ่อ” เพื่อนำไปประดับต้นไม้แห่งคำปณิธานขนาดยักษ์เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เมตร ตกแต่งกิ่งก้านด้วยแสงไฟงดงามสว่างไสว เปรียบเสมือนแสงแห่งพระบารมีอันยิ่งใหญ่แผ่ไพศาล พร้อมชมพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ขนาดกว้าง 2.4 เมตรยาว 2.4 เมตร รวมความยาวกว่า 33 เมตร ผลงานสุดวิจิตรสร้างสรรค์โดยนักศึกษาจิตอาสาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์วิทยาเขตเพาะช่าง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินจิตอาสาซึ่งกิจกรรมจะจัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม2560 ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และประธานโครงการภาคภูมิแผ่นดินไทย กล่าวว่า เราคนไทยทุกคนต่างตระหนักว่าเรามีหน้าที่ ที่ต้องรักษาชาติบ้านเมืองอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อยืนหยัดและก้าวต่อไป ด้วยสำนึกว่าเราโชคดีมีบุญวาสนาที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอนันต์ พระผู้ที่ไม่มีวันใดที่จะทรงละทิ้งประชาชนของพระองค์ ไม่มีพื้นที่แห่งใดเลยในประเทศไทยที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อหาทางขจัดทุกข์สร้างสุขให้กับประชาชน

พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนักศึกษาจิตอาสา

และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โครงการ “ภาคภูมิแผ่นดินไทย” เติมความภูมิใจให้เต็มชาติ ได้ร่วมกับบริษัทสยามพิวรรธน์ ทำการเก็บรวบรวมเรื่องราวความภาคภูมิใจของคนไทยที่ได้เกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท ตลอดจนคำสอนของพระองค์มาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ซึ่งเปรียบเสมือน “บันทึกความภาคภูมิใจที่ทำตามพ่อ”หรือปณิธานความดีที่ตั้งใจไว้ว่าจะดำเนินชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดยเรื่องราวทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้ในคลังสมบัติดิจิทัลของ โครงการ “ภาคภูมิแผ่นดินไทย” เติมความภูมิใจให้เต็มชาติ ในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ โครงการ “ภาคภูมิแผ่นดินไทย”เติมความภูมิใจให้เต็มชาติ ได้เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อกลางปี 2559 เป็นโครงการที่เกิดจากความคิดริเริ่มของ มูลนิธิเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมผนึกความร่วมมือสานพลังประชารัฐ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันเก็บรวบรวมและบันทึกเรื่องราวอันล้ำค่าและดีงามที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยไว้ในคลังสมบัติดิจิทัล ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการจารึก เพื่อส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นให้คงอยู่คู่คนไทย และประกาศเรื่องราวดีงามบนผืนแผ่นดินไทยให้เป็นที่จดจำไปทั่วโลก

นิทรรศการ‘บรมกษัตริยาธิราช’ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247068

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คุณชวลี อมาตยกุล

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าและ ศูนย์การสยามพารากอน ร่วมกันจัดนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” รวบรวมพระราชประวัติในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ วังสระปทุมซึ่งเป็นสถานที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทยรวมถึงพระราชจริยาวัตร และพระราชกรณียกิจต่างๆที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติทั้งยังเป็นการเผยแผ่เรื่องราวอันทรงคุณค่าโดยถ่ายทอดผ่านการจำลองบรรยากาศวังสระปทุมมาไว้ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้ประชาชนได้ร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ระหว่างวันที่ 5-18 ธันวาคม 2559

คุณชวลี อมาตยกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า กล่าวว่า นิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวพระมหากษัตริย์ที่เสด็จครองสิริราชสมบัติยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และยืนนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดของนานาประเทศ นับแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อ พ.ศ.2489 จนถึง พ.ศ.2559 รวมระยะเวลายาวนานถึง 70 ปี แบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ “ปฐมนิวาสราชสถิต” ภาคแห่งการแสดงพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องด้วยวังสระปทุม ซึ่งเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย, “พิพิธราชกรณีย์” เป็นภาคที่ประกอบด้วยเรื่องการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการที่ยังประโยชน์แก่ประเทศและปวงชนชาวไทยตลอดจนมนุษยชาติ, “ราชสดุดีสรรพสกล” ภาคแห่งสาระเกี่ยวกับการถวายราชสดุดี และ “มหาภูมิพลปรมานุสาสน์”ภาคแห่งการประมวลพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่พสกนิกร

บอร์ดจำลองนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช”

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความผูกพันกับวังสระปทุม เนื่องจากเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากโดยเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี จากประเทศสหรัฐอเมริกานิวัตประเทศไทยตั้งแต่พระชนมพรรษา 1 พรรษา กระทั่งมีพระชนมพรรษา 2 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนกสิ้นพระชนม์ ทรงได้รับการอภิบาลจากสมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทั้งนี้ในวัยเยาว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯเฝ้าสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทุกวัน กระทั่งเสด็จฯไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเมื่อเสด็จฯนิวัตประเทศไทยมาอีกครั้งเมื่อพระชนมพรรษา 11 พรรษา และประทับที่พระตำหนักสวนจิตรลดาก็ยังคงเสด็จฯ มาเฝ้าสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทุกวัน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ว่าทรงจำอะไรได้บ้าง ในหลวงทรงมีรับสั่งว่าของเล่นก็เอาเศษไม้มาต่อกันเป็นรถลาก จะเห็นได้ว่าทรงมีพระอุปนิสัยที่ไม่สุรุ่ยสุร่ายสำหรับมุมโปรดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดทุกมุม เพราะวังสระปทุมคือบ้านที่มีความรักความอบอุ่น”

นิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานสำเนาเอกสารพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยกษัตริย์ และสาส์นแสดงความเสียใจจากผู้นำประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงให้ชม ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน โดยคัดเลือกพระราชสาส์นที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ อาทิ พระราชสาส์นของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี จากญี่ปุ่น พระราชสาส์นของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก จากภูฏาน ซึ่งได้เสด็จฯ มาประเทศไทย เพื่อแสดงความอาลัย เป็นต้น

คุณแหน : 1 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247066

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พลตรีบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณอดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร11 ธ.ค.17.00 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส…

ll หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนีเสด็จเป็นประธานงาน “ร้อยดวงใจน้อมอาลัยพ่อของแผ่นดิน” และทรงเปิดนิทรรศการ “ในหลวง…ในดวงใจราษฎร์” 2 ธ.ค.17.30 น. ณ บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ งานนี้ ยุวดี พิจารณ์จิตร เชิญชวนชาวไทยเขียนสิ่งที่ตั้งใจทำดีตามรอยเบื้องพระยุคลบาทลงบนใบไม้แห่งความดีครบจำนวน 99,999 ใบเพื่อนำไปหลอมเป็นระฆัง 9 ใบ ถวายวัดพระราม 9กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9…

ll สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เสนอรัฐบาลขอให้พิจารณาเปลี่ยนชื่อ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็น “สนามบินนานาชาติคิงภูมิพลอดุลยเดช” เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่ง ปกแผ่ไพศาลไปทั่วโลก…

ll เตรียมตัวเข้าชม “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าวังสระปทุม” จะเปิดระหว่าง 19 ธ.ค. 2559-31 มี.ค.ปีหน้าทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 10.00-15.00 น. แต่ต้องจองรอบเข้าชมล่วงหน้าที่  02-2521965…

llรอบปีเวียนมาถึง ลานทิพย์ ทวาทศิน เชิญชวนศิษย์เก่าโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ศิษย์ปัจจุบัน ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ แวะไปเที่ยวงาน “วังหลัง-วัฒนาแฟร์”17 ธ.ค. รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนมูลนิธิพระดาบสเพื่อผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา…

ll เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครอง โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์กรุงเทพฯ จัดงาน Christmas Open House 9 ธ.ค.14.15-15.30 น. เยี่ยมชมการเรียนการสอนหลักสูตรอังกฤษสำหรับเด็กแรกเกิด-5 ขวบ http://www.regents.ac.th….

ll รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร เตรียมนำสินค้าแบรนด์ดังลดพิเศษ up to 70 เปอร์เซ็นต์ ในงานไอ.ซี.ซี.แฟร์ครั้งที่ 17 ส่งท้ายปีเก่า  3-5 ธ.ค. อาทิ Becky Russell /ELLE  / Minna  /Basic de Nuvo / St.Andrews ฯลฯช็อปได้ที่ บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์ฯ สาธุประดิษฐ์ 58…

llลักขณา นะวิโรจน์ จัดงาน “กูร์เมต์ มาร์เก็ต แอนด์โฮม เฟรช มาร์ท บลิสฟูล แฮมเปอร์ 2017 ด้วยกระเช้าจากโครงการในพระราชดำริและกระเช้านานาชาติระดับพรีเมียม เพื่อส่งต่อความสุขต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ถึง15 ม.ค. ที่กรูเมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขา…

ll อุษณีย์ มหากิจศิริ ส่งซินนาบอน แบรนด์ขนมอบชื่อดัง ด้วยเมนูใหม่ให้อร่อยลิ้มรส ซินนาบอนโรล ออน เดอะ โก เมด วิตส์ สนีกเกอร์ส ทุกสาขา ถึง 14 ม.ค.ปีหน้า…ll

น้อง

มหัศจรรย์ความงามจากเชียบัตเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247050

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

เครื่องมือตรวจวัดพัฒนาการ ค้นหาความเป็นเลิศรอบด้านของลูกน้อยจริงหรือ?เครื่องมือตรวจวัดพัฒนาการ ค้นหาความเป็นเลิศรอบด้านของลูกน้อยจริงหรือ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247052

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘ทูอี้’คอลเลคชั่นใหม่สไตล์สาวชนเผ่าสุดหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247058

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.