รวมศิลปิน ‘สไปร์ซซี่ ดิสก์’ รวมใจสร้างเพลง ‘เพื่อพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247507

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นความปลาบปลื้มยกค่ายเมื่อศิลปินจาก สไปร์ซซี่ ดิสก์ ร่วมใจกันถ่ายทอดความรู้สึกต่อ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”พระราชาของปวงชนชาวคนไทย ผ่านบทเพลง “กาลครั้งหนึ่งตลอดกาล” โดยหลังจากที่อัดเสียง และถ่ายมิวสิกวีดีโอ
กันไป ในที่สุดก็ปล่อยมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ออกมาให้ได้ชมกันเป็นที่เรียบร้อย

นำโดย คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทสไปร์ซซี่ ดิสก์ จำกัด ตามด้วยศิลปิน อาทิ บอย-ตรัย ภูมิรัตน, ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ,บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, วิน ศิริวงศ์, มายด์, ว่าน-ธนกฤต, ละอองฟอง, คิดแนปเปอร์ส, เดอะ พาร์คินสัน, เดอะ รู๊บ, เฮลเมทเฮดส์, เราระบาย, กู๊ด เซ็ปเทมเบอร์, วอลรัส, แนปอะลีน, รูฟ ท็อป และมอร์นิ่ง ซูน

บรรยากาศการถ่ายทำนั้นอบอุ่นไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีพร้อมใจที่ได้มาร่วมสร้างบทเพลงรำลึกถึง “พ่อหลวง” ในเรื่องราวของพระองค์ที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้อยู่อย่างสุขสบายมาตลอด 70 ปี ตลอดการบันทึกเสียงและถ่ายทำ ทำให้เห็นภาพความประทับใจ ความสามัคคีของเหล่าศิลปิน จนบทเพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ และเชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้ฟังเพลงนี้จะมีแต่ความอิ่มเอมใจ

 

ฮอตหนักมาก!’พลอย ชวพร’ อวดผิวแทนกับบิกินีเซ็กซี่เว่อร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247516

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.41 น.

4 ธ.ค.59 เรียกว่าแซ่บตัวแม่อีกคนจริงๆ สำหรับไฮโซสาว “พลอย ชวพร เลาหพงศ์ชนะ” ที่เรียกว่าเป็นแฟชั่นนิสต้าอีกคนหนึ่งที่สาวๆ หลายคนนำมาเป็นแรงบันดาลใจในด้านการแต่งตัว

ซึ่งล่าสุดสาวพลอยก็ได้แชะภาพฮอตๆ กับบิกินีสวยๆ อวดหุ่นฟิตกับผิวสีแทนที่ดูเซ็กซี่เข้ากันแบบสุดๆ บอกเลยว่าเผ็ดกว่านี้ไม่มีอีกแล้วเลยทีเดียว

ภาพจาก : @ploychava

‘ฅนไทยฯ’พาไปพูดคุยกับบุคคลสำคัญของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247409

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รายการ “ฅนไทยไม่ใส่ดัดจริต”อาทิตย์ที่ 4 ธ.ค.นี้ ช่วงคนไทยไม่ลืมตัว“อิ๋งอิ๋ง-สิทธิณี” จะพาไปพบกับบุคคลสำคัญคนหนึ่งของไทย ผู้ซึ่งมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศจนเป็นที่ยอมรับและอ้างถึงในวงวิชาการอย่างกว้างขวาง เช่น การชำระประวัติศาสตร์สุโขทัยถิ่นเดิมและตระกูลภาษาไทย หลักการสืบค้นเมืองสมัยสุโขทัย ความเห็นเรื่องจารึกพ่อขุนรามคำแหงเกี่ยวกับศิลาจารึกสุโขทัย และอีกมากมาย ซึ่งบุคคลท่านนี้ก็คือ “ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร” จากนั้น “ช่วงคนไทยไม่ทิ้งกัน” จะเดินทางไปสัมผัสกับความเป็น“พ่อ” ของหลวงพ่อพบโชค ติสสวังโสที่ต้องรับหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนลูกๆ ทั้ง 1,000 คน โดยใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้ลูกๆ เจริญเติบโตเป็นคนดีของสังคม และร่วมบุญครั้งยิ่งใหญ่กับอาจารย์ชไมพร มัลลิเนอร์ ที่ได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทอดถวายณ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิงแฮม ซึ่งมีคนไทยที่อาศัยในเมืองเบอร์มิงแฮมและเมืองใกล้เคียงกว่า 300 คน เข้าร่วมพิธีครั้งนี้ ติดตามชม “ฅนไทยไม่ใส่ดัดจริต” ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางช่อง 5

‘เจมส์-จิรายุ’ พาเที่ยวครั้งแรก ‘กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247416

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ลอปติมัม ไทยแลนด์” (L’Optimum Thailand) นิตยสารแฟชั่นระดับไฮเอนด์จากฝรั่งเศสเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการพาหนุ่ม “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” Guest Editor ของนิตยสาร เดินทางบินลัดฟ้าสู่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับเมืองที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสวรรค์แห่งทะเลทรายและร่ำรวยที่สุดในโลกพร้อมเก็บภาพความประทับใจกลับมาฝากแฟนๆ ในคอลัมน์ “L’Optimum Journey” กับทริป “L’Optimum Ultimate Destination” โดยได้สายการบินไทยให้การสนับสนุนการเดินทางตลอดทริป

นับเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของหนุ่ม “เจมส์-จิรายุ” ที่ได้เดินทางไปกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในฐานะบรรณาธิการรับเชิญ (GuestEditor) คอลัมน์ท่องเที่ยว (Journey) ของนิตยสารลอปติมัม ไทยแลนด์โดยลอปติมัมได้เริ่มต้นจุดหมายแรกของทริปด้วยการพา เจมส์-จิรายุ เดินทางไปที่โรงแรม Eastern Mangroves Hotel & Spa by Anantara เพื่อเข้าที่พักสุดหรูในค่ำคืนแรกจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น เจมส์จิได้ออกเดินทางไปเที่ยวชม มัสยิดชีค ซาเยด แกรนด์ (Sheikh Zayed Grand Mosque) มัสยิดหินอ่อนแห่งอาบูดาบีที่สวยงามและยิ่งใหญ่ติดอันดับโลกซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองที่ไม่ควรพลาด ต่อจากนั้นจึงออกเดินทางนั่งเรือไปยังเกาะ Sir Bani Yas เกาะที่มีบรรยากาศเงียบสงบพร้อมวิวทิวทัศน์ของทะเล เพื่อเข้าที่พักสุดหรูบนชายหาดส่วนตัว Desert Islands Resort & Spa by Anantara พร้อมรับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษ เช้าวันที่สองในกรุงอาบูดาบี ของ “เจมส์-จิรายุ” ได้นั่งรถชมธรรมชาติในบรรยากาศซาฟารี ที่ได้สัมผัสสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น กวาง, แพะ, ยีราฟ, เสือดาว จากนั้น หนุ่มเจมส์ ได้เที่ยวชม Anantara Al Sahel & Al Yamm Villa Resort สถานที่ตากอากาศบรรยากาศส่วนตัว พร้อมทำกิจกรรมช่วงบ่าย อย่าง Land Sailing กิจกรรมการโต้เรือใบบนทะเลทรายที่น่าตื่นเต้นวันที่สามในกรุงอาบูดาบี หนุ่ม “เจมส์-จิรายุ” ได้นั่งลิมูซีนสุดหรูมายัง Qasr Al Sarab Desert Resort by Anantara รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลทรายทั้งหมด โดย เจมส์จิ ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการนั่งรถตะลุยทะเลทราย (Dune Bashing) และเล่น Sand Boarding ในบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางทะเลทราย และในวันสุดท้ายของทริปการเดินทางครั้งนี้ เจมส์-จิรายุ เริ่มต้นเช้าตรู่ด้วยการไปชมโชว์การฝึกบังคับนกเหยี่ยว (Falcon Show) ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แล้วได้ไปลองขี่ม้าและขี่อูฐท่ามกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ โดยในวันสุดท้ายนี้ เจมส์จิ ได้มีโอกาสลองใส่ชุดประจำชาติอาหรับที่ดูหล่อแปลกตาทีเดียว ซึ่งเจมส์ ในฐานะบรรณาธิการรับเชิญของลอปติมัม ผู้ที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจก็ไม่พลาดถ่ายภาพในสไตล์ของตัวเองมาฝากแฟนๆ สามารถติดตามภาพถ่ายสุดพิเศษนี้ของ “เจมส์-จิรายุ”ได้ในนิตยสาร “ลอปติมัม ไทยแลนด์” คอลัมน์ “Journey” ฉบับเดือนมกราคม 2560 ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ศิลปิน-ดารา ต่างเทใจ ยกนิ้วให้ ‘Surf and Turfs’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247412

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นที่รวบรวมเอาของสดจากทะเลทั่วโลกมารวมไว้ที่เดียวกันเลยทีเดียวกับร้าน“Surf and Turfs” ที่รับประกันความสด และใหญ่จริงๆ อาทิ ปูอลาสก้า, ปูทาราบะ, Lobster เป็นต้น โดยเน้นคัดแต่ของที่มีคุณภาพ ใหญ่ สด ที่สำคัญทานอร่อย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสุดแซ่บ ที่ตำพริก กระเทียม น้ำมะนาวแท้ๆ 100% ทำเอาเหล่าศิลปิน-ดารา พากันติดอกติดใจ ยกให้ “Surf and Turfs” เป็นที่หนึ่งในดวงใจกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค-เฉลิมพล (แจ็คแฟนฉัน), ซินดี้ พวง แห่งไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์, ตั้ม เดอะสตาร์โดย ซินดี้ พวง หรือกอล์ฟ แห่ง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ กล่าวว่า“ปูเป็นปู  ปูอารายตัวใหญ่ ใหญ่ ฉิบ….ใหญ่ เวอร์ แล้วเสิร์ฟร้อน แกะเนื้อออกมาแน่นเป็นดุ้นๆ เลยค่า ความทาราบะมากๆ ค่า” โดย “Surf and Turfs” จะไปให้ลิ้มรสกันที่งาน Shopping on tour ใจกลางเมืองกับ Pop-up store at INTHEBOX MARKET 9-11 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ลานหน้า Central World (Square B) หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ @surf.and.turfs

Dr.Ofir Artzi บินตรงอัพเดทเทคโนโลยีความงาม ใน ‘A Day with A Master’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247411

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นผู้นำด้านความสวยความงามมาโดยตลอด บริษัท เทคนิคอลไบโอเมด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือการแพทย์ด้านความงามและเวชสำอางระดับโลก ร่วมกับ บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันจัดงาน A Day with A Master : Unlock The Secrets of Combination Therapy “ปลดล็อกทุกเคล็ดลับความงาม พร้อมเผยเทคนิคคืนความกระจ่างใส ไร้ปัญหาผิว” ณ สถาบันสุขภาพและความงามตรัยยา (Tria) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออัพเดทนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านความงาม พร้อมเทคนิคพิเศษเพื่อเเก้ไขทุกปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยไฮไลท์อยู่ที่ Dr.Ofir Artzi แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังชื่อดังระดับโลก  ให้เกียรติบินตรงจากประเทศอิสราเอลเพื่อมาเป็น Speaker ในหัวข้อพิเศษ “The Golden Combination :Venus Viva, Skinboosters and the Secrets to Enhance Skin Rejuvenation” ผสานสองนวัตกรรมความงามสู่เคล็ดลับผิวสวยใส ไร้ปัญหา” และผู้ร่วมบรรยายรับเชิญพิเศษ ผศ.พญ.รัมภาหลินปิยวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ระดับนานาชาติ พร้อม Live demonstration สาธิตเทคนิคที่จะช่วยฟื้นฟูและแก้ไขทุกปัญหาบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือติดตามอัพเดทได้ทาง http://www.technicalbiomed.com งานนี้ได้รับความสนใจจากคุณหมอชั้นนำของเมืองไทยทั่วทั้งประเทศ ให้เกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง”

คนรักบทเพลงร่วมออดิชั่นสู่ฝันเวทีใหญ่ ‘ชุมทางเพลงพระราชนิพนธ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247404

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ได้รับความสนใจล้นหลามจากประชาชนคนรักบทเพลงกว่า 200 ชีวิต หอบเอกสารสมัครร่วมออดิชั่นคัดเลือกนักร้องสู่เวทีประกวดเพลงพระราชนิพนธ์ รอบ 2 ใน “ชุมทางเพลงพระราชนิพนธ์” รายการพิเศษทางช่อง 7 ภายหลังจากที่มีการแถลงข่าวความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9, สมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทยฯ, บริษัท เซเว่นสตาร์ท จำกัด และสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ร่วมกันผลิตรายการพิเศษ “ชุมทาง..เพลงพระราชนิพนธ์” ชิงถ้วยพระราชทานจาก 3 พระองค์ 1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 (ถ้วยสุดท้าย) 2.พระเทพพระรัตนราชสุดาฯ 3.พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ได้มีการจัดออดิชั่นคัดเลือกนักร้องสู่เวทีประกวดเพลงพระราชนิพนธ์ใน“ชุมทางเพลงพระราชนิพนธ์” โดยเปิดเวทีกลางห้าง เดอะ ไนน์ เซ็นเตอร์ ย่านพระราม 9 ให้ได้โชว์พลังเสียงสดแบบไร้ดนตรี พร้อมชมนิทรรศการหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่มี นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ตั้งแต่อายุ 3 ขวบไปจนถึง 70 ปี จำนวนกว่า 200 ชีวิตร่วมสมัคร ทั้งนี้มีนักแสดงนักร้องให้ความสนใจร่วมกรอกใบสมัคร อาทิ “นุชจรีศรีราชา” และนักแสดงหนุ่ม “ต๊อก-ศุภกร กิจสุวรรณ”ขึ้นเวทีร่วมออดิชั่นด้วย

เปิดเวทีด้วยการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงดุริยางค์จากกรมดุริยางค์ทหารบก สมทบด้วยพระเอกหนุ่ม “เอก” รังสิโรจน์” จับไมค์ขับร้องเพลง“ความฝันอันสูงสุด” ก่อนส่งมอบเวทีให้กับ 3 พิธีกรสาว“เบญทราย-ปุ๋ย รุ่งทิวา-ทับทิม อัญรินทร์” ดำเนินการสู่ช่วงการออดิชั่นตามลำดับ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ “อ.ชินกร ไกรลาศ” เป็นประธานในการคัดเลือก สมทบด้วย “สดใส รุ่งโพธิ์ทอง”,“ภูพาน เพชรปฐมพร” พร้อมคณะกรรมการสมาคมนักเพลงลูกทุ่งฯ ติดตามชมการประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการบทเพลงแห่งแผ่นดินครั้งที่ 2ได้ในรายการ “ชุมทาง..เพลงพระราชนิพนธ์”ประเดิมออกอากาศในวันพุธที่ 7 ธันวาคมนี้ ทางช่อง 7กดหมายเลข 35

 

Hollywood stars : 4 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247417

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

O หนังอินดี้ Manchester By The Sea ขึ้นแท่นเป็นตัวเต็งในฤดูกาลแจกรางวัลด้านภาพยนตร์ในปี 2017 เมื่อหนังสามารถคว้า 4 รางวัลใหญ่จากสถาบันนักวิจารณ์ National Board of Review ทั้ง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม เคซี แอฟเฟล็ค บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และนักแสดงชายน่าจับตามอง ขณะที่หนังเรื่อง Moonlight ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มผิวสี ผู้ค้นหารสนิยมทางเพศของตัวเองก็เป็นเจ้าของรางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยม ที่มอบให้กับ แบร์รี่ เจนกิ้นส์ และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งตกเป็นของ นาโอมิ แฮร์ริส โดยผลงานหนังทั้งสองเรื่องนั้น ต่างก็ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ จนคาดว่าจะสามารถคว้ารางวัลบนเวทีออสการ์ปีหน้าด้วย

O 3 นางเอกซุป’ตาร์โลก นำทีมโดย นิโคล คิดแมน, เฮเลน เมียเรนและ อูม่า เธอร์แมน ควงแขนกันมาร่วมงานเปิดตัวปฏิทินรับปี 2017 ของพีเรลลี บริษัทผลิตยางรถยนต์ชั้นนำ ซึ่งสร้างความฮือฮาด้วยการให้นางเอกแถวหน้า 14 คน มาเป็นนางแบบ ผ่านการลั่นชัตเตอร์ของช่างภาพมือหนึ่ง ปีเตอร์ ลินด์เบิร์ก โดยทั้งสามก็ต่างประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า เหตุผลที่พวกเธอตอบตกลงมาเป็นนางแบบปฏิทินชุดนี้ เพราะคอนเซ็ปต์เผยความสวยที่แท้จริงของผู้หญิง ซึ่งนางเอกทั้ง 14 คน ต่างก็เต็มใจและยินดีที่จะเผยใบหน้าที่แท้จริง แบบปราศจากเมคอัพให้ได้เห็นกัน คิดแมนมั่นใจว่า ผู้ชายส่วนใหญ่รักผู้หญิงเวลาที่เธอมีความเป็นธรรมชาติ แม้แต่สามี คีท เออร์เบิร์นก็ยังชอบเวลาที่เธอไม่แต่งหน้ามากกว่า เช่นเดียวกับอูม่า คุณแม่ลูกสาม ที่บอกว่า นี่เป็นการส่งสารถึงเด็กรุ่นใหม่ให้ยอมรับธรรมชาติ และตัวตนของตัวเอง

O พระเอกซุป’ตาร์ แบรด พิตต์ ตกเป็นข่าวลือครั้งใหม่ว่า เขามีสาวคนใหม่มาดามใจแล้ว หลังแยกทางกับภรรยาปากอิ่ม แองเจลิน่า โจลี แถมยังมีดีกรีเป็นนางเอกฮอลลีวู้ดแถวหน้าเหมือนกัน อย่าง เคท ฮัดสัน โดยสื่อออสซี่ Woman’s Day ปล่อยข่าวเม้าท์สนั่นว่า คู่นี้เริ่มสานสัมพันธ์กันช่วง 2-3 สัปดห์ที่ผ่านมา ด้วยการแอบนัดพบกันแบบลับๆ หลังจากรู้สึกถึงแรงดึงดูดของกันและกัน แถมบอดี้การ์ดของคนดัง คริส เฮอร์ซอค ยังมาขยี้ซ้ำว่า เขารู้จักกับแบรด และเคท มานาน ถ้าคู่นี้จะสปาร์กรักกันจริง เขาก็ไม่แปลกใจสักเท่าไร ถึงอย่างนั้น เว็บไซต์อื่นๆ ทั้งMailOnline, DailyMail และ HollywoodLife ล้วนแท็กทีมกันมาแก้ข่าวแทนเจ้าตัวว่า ข่าวนี้มั่วสิ้นดี แบรด ไม่ได้ปิ๊งปั๊งกับ เคท ฮัดสัน อย่างแน่นอน

O นักแสดงสาว อีวาน ราเชล วู้ดวัย 29 ปี จากซีรี่ส์ Westworld ออกมาเผยความจริงสุดช็อกกับนิตยสาร โรลลิ่ง สโตนว่า เธอเคยถูกข่มขืนถึง 2 ครั้งเมื่อหลายปีมาแล้ว โดยอีวานเชื่อว่าเหตุผลที่ทำให้เธอตกเป็นเหยื่อการทารุณกรรมทางเพศ ก็เพราะรสนิยมที่ชอบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงนั่นเอง ที่สำคัญ การถูกข่มขืนยังเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เธอเคยคิดฆ่าตัวตายตอนอายุ 22 ปีอีกด้วย ถึงอย่างนั้น การมีลูกชายตัวน้อยวัย 3 ขวบกับอดีตสามี เจมี่ เบลล์ ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เหตุผลที่อีวานออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะอยากให้ทุกคนรับรู้ว่า โลกใบนี้ยังมีความเหลื่อมล้ำทางเพศอยู่นั่นเอง

O นางเอกสาวตาโต อแมนดาไซเฟรด เตรียมเป็นคุณแม่มือใหม่ เพราะเธอกำลังตั้งท้องลูกคนแรกกับแฟนหนุ่ม โธมัส ซาดอสกี ซึ่งเพิ่งหมั้นหมายกันไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยสื่อดัง พีเพิล คอนเฟิร์มข่าวดีนี้ อแมนดา วัย 30 ปี พบรักกับโธมัส วัย 40 ปี จากการทำงานละครเวทีเรื่อง The Way We Get By ด้วยกันเมื่อปีก่อน แล้วค่อยๆ สานต่อความสัมพันธ์กันในหนังเรื่อง The Last Word ที่ถ่ายทำไปแล้วเพื่อเตรียมเข้าฉายปีหน้านั่นเอง

Star Retro : ชีวิตดุจนิยาย หลากเรื่องเล่าจาก ‘อาร์ต-ศุภวัฒน์ อ่ำประสิทธิ์ เพอร์ดี้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247419

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หายหน้าจากจอทีวี.บ้านเราไปพักใหญ่ สำหรับอดีตพระเอกลูกครึ่งไทย-อเมริกัน “อาร์ต-ศุภวัฒน์ อ่ำประสิทธิ์ เพอร์ดี้” มีโอกาสได้เจอะเจอกันที่งานบวงสรวงละครเรื่อง “ทิวลิปทอง” ของค่าย อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น โดย “อาหลอง-ฉลอง ภักดีวิจิตร” และผู้บริหาร 2 พี่น้อง “คุณระวิสรา อินทรีย์” และ “คุณพิมพ์สุภัคอินทรีย์” ภรรยาของอาหลอง ที่หนุ่มอาร์ตร่วมแสดงนำ และนอกจากนี้เขายังมีส่วนช่วยในงานเบื้องหลังอีกด้วย สตาร์เรโทรจึงไม่พลาดที่จะพูดคุยอัพเดทเรื่องราวชีวิตของเขามาฝากแฟนๆ

เริ่มกลับมารับงานแสดงแล้วครับหลังจากที่หายไป 14 ปีที่หยุดไปไม่ใช่ว่าเราอิ่มตัวนะ แต่คือเรามีโอกาสได้ออกอัลบั้มทำเพลงกับทาง Warner Music และได้ไปทัวร์ร้องเพลงที่ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา ซะส่วนใหญ่เลยเหมือนเราเปลี่ยนอาชีพ และบทบาททางการแสดงที่เขายื่นมาให้ตอนนั้นเริ่มจะเป็นบทตัวโกงตัวร้าย ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับเราเพราะว่าเพลงในอัลบั้มเป็นเพลงรัก เราติดใจการร้องเพลงก็เลยเดินสายคอนเสิร์ตอย่างเดียว ถ้าไม่ใช่ “อาหลอง” (ฉลอง ภักดีวิจิตร) ผมก็ไม่คิดว่าจะกลับมาเล่นละคร ด้วยความที่เราอยากร่วมงานกับอาหลองนานแล้ว อย่างนางเอกผมจากเรื่องเพชรตาแมว “เอ็มม่า” (วรรัตน์ สุวรรณรัตน์) เรามีผู้จัดการคนเดียวกันคือ “พี่แอ๊ะ” (ณัฐฐาวดี วินศิริ) ที่เป็นภรรยาของ “พี่ตู่” (พงศนาถ วินศิริ) พี่ตู่เป็นคนสนิทของอาหลองแล้วได้พาเอ็มม่ามาเล่นอังกอร์กับอา เราเห็นงานแล้วเราก็สนใจอยากจะเล่นมาก แต่ว่ามันไม่มีโอกาสเนื่องจากตอนนั้นติดสัญญากับกันตนา พอมาอีกทีเมื่อปี 2008 อาก็เรียกไปเล่นเรื่องทอง 9ผมตอบตกลงเล่นเรียบร้อย แต่ว่าติดขัดบางอย่างเลยไม่ได้เล่น จนที่สุดก็ได้มาเล่นทอง 10 ซึ่งประทับใจมากคืออยู่ที่นี่เหมือนอยู่บ้าน มันมีความสบายใจ แบบอธิบายไม่ถูก

กลับมาบทบาทเปลี่ยน

ชื่อเราก็มาหลังพระเอกนางเอกนะ อาจจะไม่ได้เป็นคู่ 2 คู่ 3เป็นพระเอกเหมือนเมื่อก่อน ด้วยวัยเรามันก็ไม่ได้จะห้าสิบแล้วครับ (หัวเราะ) ไม่ว่าจะเป็นบทอะไรก็แล้วแต่ถ้าอายื่นมาผมไม่ปฏิเสธ ผมไม่เคยคิดอยากจะกลับมาเล่นละคร ผมเป็นพิธีกรเดินสายออกคอนเสิร์ตต่างประเทศของผมไปก็มีความสุขดี เป็นบอสของตัวเอง แต่ว่าพอมาเล่นละครกับอาแล้วมันมีความรู้สึกว่าว้าว! บอกตัวเองว่ามันควรเป็นแบบนี้สิ เวลาที่เราให้ใจใครแล้วสิ่งที่เราได้กลับมามันเป็นความรู้สึกที่สุดยอด อาเมตตาผมมากถึงไหนถึงกัน ผมเลยมาช่วยทำเว็บไซต์ให้อา ไปเนเธอร์แลนด์ผมก็ช่วยแพลนช่วยติดต่อสายการบินติดต่ออะไรๆ บางทีก็เหนื่อยนะแต่ว่าเราทำด้วยใจแล้วเรามีความสุขที่ได้ทำให้กับคนที่เขาดีกับเรา เมื่อก่อนอยู่กันตนาผมก็เป็นคนไปติดต่อ “คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น” เราสามารถดิวงานให้ได้ทั้งในเมืองไทยและต่างแดน อาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นพิธีกรหลายที่เรารู้จักคนเยอะ และจากชื่อเสียงของรา เราก็คิดว่าคนจะลืมหมดแล้วนะ แต่ว่าพอเจอกันจริงๆ คือยังมีคนจำเราได้เยอะ รู้สึกว่าสาธุ ก็ต้องขอบคุณ “พี่ต๊ะ-นิรัตติศัย” ที่มอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตให้เป็นพระเอกเรื่องเพชรตาแมว และกันตนานี่แหละครับที่ทำให้ผมมีทุกวันนี้ด้วยละครเรื่อง สะพานดาว ขนาดว่าผมไปเที่ยวกลางคืนยังมีน้องเข้ามาทักเลยว่าแม่เขาเคยดูเราเล่นละครเรื่องนี้ และมีอยู่วันนึงรถไปเสียอยู่ข้างถนนก็มีน้องคนนึงขับมอเตอร์ไซค์มาและทักว่า ใช่พี่ที่เล่นละครกับไอ้ดำไหม คือ “สำลี” เล่นด้วย ก็จะยี่สิบปีแล้วเขาจำได้หมดเลยว่าบทบาทของเราเป็นยังไง ก็แอบปลื้มมาก

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายบันเทิง

เริ่มต้นจากการเป็นนายแบบที่นิวยอร์กครับ ตอนนั้นผมเรียนปริญญาโท University of Central Florida in Orlando และมีคนมาเจอก็เลยทาบทามให้มาเป็นนายแบบ แต่เราไม่ได้สนใจ และในที่สุดก็ถามแม่ แม่บอกว่าจะมีใครบ้างที่มีโอกาสแบบนี้ เพราะว่าที่นิวยอร์ก
ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะเป็นนายแบบถ้าเขาไม่เลือกคุณ เขามีจำนวนจำกัดอย่าง Storm Models Management ที่ผมเซ็นสัญญาด้วยมีนายแบบ 50 คน ก็เลยตัดสินใจใหม่ลองงานนายแบบ เมื่อปี 1995 ได้ลง VOGUE ตอนที่ถ่ายAd (advertisement) ให้ GIVENCHY ก็ปลื้มสุดปลื้มที่ครั้งหนึ่งในชีวิต และน่าจะเป็นนายแบบคนไทยคนเดียวมั้งที่ลง VOGUE (จากที่นึกปฏิเสธการเป็นนายแบบ?) มันก็น่าลองเพราะว่าตอนนั้นเราก็อายุ 24-25 ยังเด็ก เอ๊ะ! แต่ก็ไม่เด็กแล้วนะสำหรับอเมริกาถือว่าโตแล้ว แต่คือเราไม่ได้คิดว่าจะกลับมาเมืองไทยแล้วก็มาทำอะไรเยอะแยะขนาดนี้ ผมเกิดและโตที่เมืองไทยจนถึงอายุ 15 ก็ไปอยู่อเมริกาเลย งานก็มีเข้ามาเรื่อยๆเลี้ยงตัวได้แต่ไม่ฮอต กล้าพูดเลยว่าเราไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้าง แต่ว่าก็เลี้ยงตัวเองได้ เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วหลังจากนั้นเพื่อนที่เป็นนายแบบชื่อ “พี่แซ็ค” เขาก็กลับมาที่เมืองไทยและมีงานเพียบเลยนะกับ Traffic jam บริษัทที่จัดเขามีงานเยอะมากก็เลยชวนเรามา เราก็รู้สึกว่าไม่ได้เจอคุณยายนานแล้วก็เลยกลับมากะว่ามาเยี่ยมคุณยายและมีงานด้วย ก็เลยได้มาถ่ายแฟชั่นลงหนังสือต่างๆ เดินแบบ มาเห็นความเป็นอยู่ของคุณยายก็เลยอยากจะอยู่ดูแลท่านให้อยู่อย่างสะดวกสบาย เพราะว่าตอนนั้นท่านก็แก่แล้วครับจะแปดสิบแล้ว ก็ถือว่าเป็นการเลือกที่ถูก เพราะว่าได้อยู่ดูแลท่านในช่วงบั้นปลายชีวิต

ก้าวสู่การแสดง

เพราะพี่แอ๊ะผู้จัดการผมนี่แหละครับ เจอพี่แอ๊ะที่งานแฟชั่นโชว์พี่แอ๊ะเรียกผมมาเดินแฟชั่น หลังจากนั้นก็ได้มาดูแลผมเป็นผู้จัดการส่วนตัว แล้วเชื่อไหมครับ 20 กว่าปีเราก็ยังแน่นแฟ้นเหมือนเดิมหาผู้จัดการกับดาราคนไหนที่เป็นได้ขนาดนี้ เรายังติดต่อกันตลอดเราอยู่กันด้วยใจ เงินไม่สำคัญ คือตอนนั้นผมกำลังจะไปฝรั่งเศสพี่แอ๊ะก็บอกว่ากันตนากำลังต้องการพระเอกละคร ซึ่งผมก็อายุ 27-28(เข้ามาตอนที่อายุเยอะ?) คือจะแก่แล้วครับ (หัวเราะ) แต่โชคดีที่ตอนนั้นผู้ชายไทยยังไม่ค่อยรู้จักการออกกำลังกายไม่ค่อยมีใครมีกล้ามหรือว่าเล่นฟิตเนสกัน แต่ว่าผมพกกล้ามมาจากนิวยอร์กด้วย ดูเฟิร์มดูฟิต เวลาเล่นแอ๊กชั่นฮีโร่เราก็ดูสมจริงสมจัง ไม่ก๊องแก๊งซึ่งพี่ต๊ะต้องการแบบนั้น ก็เลยได้เล่นละครเรื่องแรกเพชรตาแมว คู่กับเอ็มม่า ถือเป็นการแจ้งเกิดในวงการระดับหนึ่ง แต่ว่าที่แจ้งเกิดเลยจริงๆน่าจะเป็นสะพานดาว ซึ่งเป็นละครดราม่าที่นำเสนอเรื่องราวของเกย์ผู้ชายกับผู้ชาย เราเล่นเป็นผู้ชายนี่แหละแล้วมีเกย์มาชอบ แต่เราไม่ชอบและเรารู้สึกว่ามันอินมากในละครก็เหมือนกับชีวิตจริงที่เราปฏิเสธ พอเราปฏิเสธเขาก็เลยเห็นในความดีของเรา เอาเราไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ละครเรื่องนี้เป็นอะไรที่ดังมากไปไหนมาไหนคนก็จะทัก

ไม่เคยลืมที่มา ตัวตน และผู้ที่ให้โอกาส

ทุกวันนี้ผมไม่ได้แคร์อะไรแล้ว แต่ถ้าได้พูดแล้วมันจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นที่ได้ฟัง เด็กๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ ว่าสิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดแล้วก็ต้องขอบคุณกันตนา ที่มอบโอกาสให้ผมได้ดูแลยายให้ได้อยู่ดีในบั้นปลายชีวิต เงินทองชื่อเสียงที่เราได้มาประกอบกับการเป็นคนดีของเราด้วย ที่ทำให้เราสามารถต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ผมยังบอกกับตัวเองเลยว่าผมมั่นใจว่าผมเป็นคนดี ยายผมสอนมา คนอื่นจะเป็นยังไงผมไม่สนใจ ทำดีไปเถอะครับใครไม่เห็นแต่ตัวเรารู้ ผมเคยให้สัมภาษณ์ในหนังสือดิฉันแล้วผมก็พูดว่าผมอยู่กับยายมาจากท้องไร่ท้องนา ก็มีคนว่าผมว่าจะไปบอกเขาทำไมว่าเรามาจากไหน แต่ผมคิดว่าก็มันเป็นความจริง คนเราวิ่งหนีความเป็นตัวตนของตัวเองไม่ได้หรอกครับ แล้วผมภูมิใจเพราะว่าตรงนั้นมันทำให้ผมมีตรงนี้ ซึ่งการมาอยู่ตรงนี้คือผมโคตรภูมิใจเลย ทุกวันนี้ผมยังพูดอยู่เสมอว่าผมขอขอบคุณพี่ต๊ะ พี่ตุ๊กตา กันตนาที่ให้โอกาสผม นอกจากละครแล้วพี่ตุ๊กตาก็ยังได้ให้ผมทำพิธีกรด้วยรายการเรื่องจริงผ่านจอ ผมเป็นพิธีกรคนแรกนะ กับพี่ต๊ะทุกวันนี้ก็ยังมีพูดคุยชวนผมไปเล่นละครซึ่งเร็วๆ นี้ ก็จะมีผลงานร่วมกัน พี่ต๊ะไม่เคยลืมผมเพียงแค่รอบทที่มันเหมาะกับเราที่สุด เรามองตารู้ใจกันและผมก็ไม่เคยลืมถ้าไม่ได้พี่ต๊ะผมคงไม่มีวันนี้ ไม่ได้พี่ตุ๊กตาดันเรื่องต่อๆ ไปผมก็คงจะไม่บรรลุถึงขนาดนี้ ผมไม่เคยลืมบุญคุณคนครับ

ตักตวงโอกาสตรงนี้มากพอหรือยัง

ผมว่ามันคุ้มค่ามากๆ โชคดีที่ผมเป็นคนรู้จักคำว่าพอ เป็นคนไม่มีความทะเยอทะยานที่จะทำให้ชีวิตมันดีไปกว่านี้ เพราะวันนี้มันก็ดีเลิศแล้ว ถ้าเปรียบกับเมื่อวาน ได้มาอีกก็ถือว่าเป็นบุญ แต่จะไม่ทำอะไรที่ค้านกับตัวเอง อย่างเช่นเพื่อนบอกว่ารถเราเก่าแล้วนะทำไมไม่เปลี่ยนคันใหม่ที่มันทันสมัยกว่านี้ แต่เราไม่คิดอย่างนั้น คือเราจะไปเป็นหนี้ทำไม การไม่มีหนี้สบายตัวจะตายนอกจากจะเล่นละครให้กับกันตนาแล้วผมก็ยังมีโอกาสได้ไปร่วมงานกับทางช่อง 3 ด้วยครับเรื่องไฟกามเทพ ตอนนั้น “พี่ตุ๊ก-เดือนเต็ม” บอกว่าทางอาร์เอสเขากำลังหาพระเอกไปเล่นคู่กับ “นิ้ง-กุลสตรี” ซึ่งไฟกามเทพเป็นละครอีกหนึ่งเรื่องที่ผมประทับใจ แล้วเขาเอามาออกในยูทูบก็ได้ดูเลยรู้สึกว่าว้าว! ชอบสนุกดี มีเล่นเจ้าสาวสายฟ้าแลบ และพริ้งคนเริงเมืองทางช่อง 5 ต้องบอกว่าบางทีมือมันเผลอไปเสิร์ชชื่อตัวเองในกูเกิ้ลก็จะเห็นรูปของตัวเองโผล่มาจากละครเรื่องนั้นเรื่องนี้ (หัวเราะ) มันก็รู้สึกว่าปลื้มนะ ถามว่าผมตักตวงตรงนี้มาพอหรือยัง คือผมอาจจะไม่ใช่พี่เบิร์ด หรือหลายๆ คนที่คนเห็นแล้วชื่นชมว่า โห!พี่เขาเท่มากเก่งมาก แต่เราก็ภูมิใจในระดับหนึ่งกับสิ่งที่เรามี ที่สำคัญคือทำให้ยายผม 2 คน ภูมิใจที่เรามาถึงตรงนี้ได้ ทั้งๆ ที่ตอนเริ่มต้นชีวิตมันมันค่อนข้างจะขรุขระ และทุกวันนี้อาหลองไว้วางใจเรา ให้เราติดต่อตรงนั้นตรงนี้ให้ ล่าสุดผมก็ได้เชิญท่านทูตเนเธอร์แลนด์มาในงานบวงสรวงละครเรื่องทิวลิปทองตอนแรกก็ไม่คิดว่าท่านจะมา สรุปแล้วท่านก็มาเราก็รู้สึกปลื้มใจแทนอาที่พูดผมไม่ได้ต้องการที่จะโฆษณาตัวเองนะอยากจะบอกว่าทำดีจากใจไม่ว่าใครจะมองเรายังไงหรือเข้าใจผิดก็ไม่เป็นไรเราไม่จำเป็นต้องไปแก้ตัว ไม่ใช่ว่าไม่แคร์แต่เราจะไปห้ามความคิดของเขาได้ยังไง เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่สักวันมันจะพิสูจน์เอง

หลากหลายบทบาทที่ได้ทำ ชอบสิ่งไหนมากที่สุด

ผมเป็นคนชอบเอ็นเตอร์เทนครับ ก็น่าจะเป็นชอบร้องเพลงที่สุดและภูมิใจมากที่ได้ไปเล่นละครเวทีที่สิงคโปร์เรื่อง Cold White Lies and Red Hot Scandals ที่ Esplanade Center, Singapore ก็โอเคมันไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้าง เล่นซีซั่นเดียว 3 เดือน เป็นประสบการณ์ที่ดีเพราะว่าได้ร้องเพลงด้วยเป็นละครเพลง เป็นงานที่ดีอีกเรื่องแต่เรื่องที่ภาคภูมิใจที่สุดคือเรื่อง Soi Cowboy (2008) เป็นหนังลูกครึ่งอังกฤษไทย ผมได้ร้องเพลงซาวนด์แทรค และเขาเอาเพลงในอัลบั้มของผมมารีเมค หนังเรื่องนี้ได้รับเลือกเข้าพิจารณารางวัลใหญ่ Un Certain Regard ที่งานCannes Film Festival2008 น้ำตาก็ไหลเลยเพราะเราไม่เคยคิดว่าจะมีชื่ออยู่ในหนังเรื่องนั้นได้เครดิต Music by Art Supawatt และเราก็เล่นด้วย เล่นเป็นตัวเองนี่แหละ คือในเรื่องนางเอกเขาบ้าดาราไทยอยู่คนนึงพอเป็นผมเล่นเขาก็เอาเรื่องสะพานดาวไปเปิด

ชีวิตคือการเดินทาง

ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ทั้งที่เมืองไทยและอเมริกา อยู่เมืองไทยตอนนี้ก็คือเล่นละคร ทำเพจ เหมือนเป็นพีอาร์รับเชิญให้กับค่าย Insee ของอาหลอง และยังมีงานร้องเพลง พิธีกร อยู่อเมริกาก็อยู่กับครอบครัว ไปหาเพื่อนเดือนครึ่งสองเดือน คือผมมีอะไรที่แม่บุญธรรมได้ทิ้งไว้ให้ แต่เราก็ไม่ได้ใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่ายนะ บางคนอาจมองว่าเห็นงานน้อยแต่ทำไมเดินทางบ่อยจัง ก็คือผมเดินทางไปด้วยทำงานไปด้วย เวลาเดินทางไปผมก็จะบอกหัวเมืองต่างๆ ว่า Hello I’m coming (หัวเราะ) เช่นซูริคไปบ่อยมาก ลาสเวกัส ชิคาโก้ แอลเอ งานแสดงที่เมืองไทยถ้ามีติดต่อมาก็รับแล้วแต่พี่แอ๊ะ (ยิ้มตาวาว) แต่ผมอยู่กับอาหลองกับพี่ต๊ะผมก็แฮปปี้แล้วนะ

ครอบครัว คู่ครอง คู่คิดที่ยังคงตามหากันต่อไป

ครอบครัวของผมมีพี่แอ๊ะ คุณอา ผมเปรียบตรงนี้เป็นครอบครัวผม (หมายถึงคู่ชีวิต?) อ๋อ…ผมก็มีตามหัวเมืองต่างๆ (หัวเราะร่วน) เปล่าหรอกครับอันนี้พูดเล่นขำๆ คือเคยมีคู่คิดแล้วก็เลิกกันไป ทุกวันนี้ผมเป็นเปาบุ้นจิ้น สำหรับเพื่อนๆ น้องๆ ที่เขาทะเลาะกันเราก็จะเรียกมาคุย เป็นผู้ที่คอยไกล่เกลี่ย ผมมีความรู้สึกว่าคู่ชีวิตส่วนใหญ่ทำไมเขาเจอกันต้องทะเลาะมีนั่นมีนี่กัน อาจจะเป็นเพราะว่าความรักมันหาง่ายมั้งแค่เข้า Internet ก็ได้แล้ว แต่สำหรับผม Romance เป็นสิ่งสำคัญมาก หมายถึงการที่เราอยู่กับใครสักคนนึงแต่ว่าคนอื่นเขาอาจจะมองอยากจะมี Romance เหมือนกัน แต่ว่าเรายังไม่มาเจอกัน ในขณะนี้ผมก็ขอทำตัวให้เป็นประโยชน์กับน้องๆ ต่อไปให้คำแนะนำที่เป็นกลางเพราะผมรู้สึกว่าชีวิตนี้เราเจออะไรมาเยอะพอสมควร เราอยู่เป็นผู้เป็นคนมาถึงทุกวันนี้ได้เราผ่านอะไรมาเยอะจนอยากจะเขียนหนังสือสักเล่มนึง เดี๋ยวอายุ 60 จะเขียนหนังสือTell all จริงๆ พร้อมแล้วละครับ แต่มีความรู้สึกว่าพออีก 20 ปีเพราะว่าเราอาจจะมีข้อมูลใหม่ๆ

สิ่งที่ได้รับจากวงการนี้

วงการบันเทิงให้ยายผมได้มีชีวิตที่ดีในบั้นปลายชีวิตของเขาทั้ง 2 คือผมมีคุณยาย 2 ท่านครับ “ยายธรรม” กับ “ยายไพ” ท่านไม่มีลูกและเลี้ยงผมมาตั้งแต่ 1 ขวบ“เจ้านกกาเหว่า ไข่ไว้ให้แม่กาฟักแม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร คาบเอาข้าวมาเผื่อ ไปคาบเอาเหยื่อมาป้อน ถนอมไว้ในรังนอน ซ่อนเหยื่อมาให้กิน” เสียงกล่อมของแม่กาทั้ง 2 ยังคงดังกังวาลอยู่ในจิตวิญญาณของ ลูกนกกาเหว่าน้อยตัวนี้เสมอ ไม่มีวันเลือนครับ และผมก็มีคุณแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูมาเป็นคนอเมริกัน นามสกุล Purdy ที่ผมใช้อยู่ก็เป็นนามสกุลของแม่บุญธรรม แม่แท้ๆ ยังมีชีวิตอยู่แต่ว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน อย่างที่บอกว่าผมเจออะไรมาเยอะมาก (ครอบครัวไม่ได้สมบูรณ์แบบ?) ผมขอใช้คำว่าติดลบด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ว่าติดลบทางด้านจิตใจนะ แต่คือเราไม่ได้มีพร้อมเหมือนคนอื่น ไม่มีพ่อไม่มีแม่ แต่เรามียายสองคนและแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูเรามาให้เติบโต และวงการบันเทิงก็ทำให้ผมได้มีโอกาสทำให้ยายผมภาคภูมิใจกับเด็กเบบี้ (น้ำตาซึม) ที่เขาเอามาเลี้ยงทั้งๆ ที่เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าวันๆ เขาจะกินอะไร

ปิดท้ายกันแบบซาบซึ้งปนหยดน้ำตา จากผู้ชายที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย และนี่ก็คือ “อาร์ต-ศุภวัฒน์อ่ำประสิทธิ์ เพอร์ดี้” อดีตพระเอกหนุ่มลูกครึ่งที่ยังอยู่ในใจหลายๆ คน

กุหลาบสีเงิน

‘ฟิล์ม-รัฐภูมิ’ ดาราจิตอาสา สร้างบ้านให้ชาวนาผู้ยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247415

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ร่วมกับ มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งประเทศไทย (Habitat for Humanity Thailand) พร้อมด้วยน้องๆ ฟิล์มแฟมิลี่ และพนักงานจิตอาสาจากเพย์ออล รวมพลังทำความดี สร้างบ้านให้ครอบครัวชาวนาผู้ยากไร้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดย ฟิล์ม-รัฐภูมิ ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า

“เป็นความตั้งใจของผมที่อยากจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้มีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง และขอเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่จะเดินตามหลักคำสอนของท่านในการทำความดี ช่วยเหลือและนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง เหมือนกับที่พระองค์ได้สร้างโครงการในพระราชดำริไว้มากมาย โดยผมพร้อมด้วยน้องๆ ฟิล์มแฟมิลี่และพนักงานจิตอาสาจากเพย์ออลได้ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งประเทศไทย (Habitat for HumanityThailand) ร่วมลงแรงสร้างบ้าน และ ออกค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านทั้งหมด ให้กับครอบครัวคุณสายใจ โพธิ์พยา ในพื้นที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีอาชีพทำนาและรับจ้าง โดยเดิมบ้านหลังนี้มีสภาพคับแคบ ทรุดโทรม และอาศัยอยู่หลายคน พื้นที่จึงไม่เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว พวกเราทั้งหมดจึงอยากจะช่วยเหลือและสานฝันมอบบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวนี้ และยังถือว่าเป็นการทำบุญวันเกิดของผมด้วย