‘ดีเจเต็ป-ดีเจปอ’ ติดใจวิถีชีวิตชาวเกาะ ใช้ชีวิตพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246525

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ชวนคนฟังไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สัมผัสชีวิตชาวประมงแบบถึงแก่นถึงที่ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา กับ กรีนแฟนคลับ : The Islanderเกาะยาวน้อย พร้อมกับ 2 ดีเจหนุ่มรักธรรมชาติ ดีเจเต็ป-กีรติ และ ดีเจปอ-นันทชัย

ทันทีที่เราเดินทางไปถึง เกาะยาวน้อย พวกเราก็ได้เริ่มสัมผัสชีวิตแบบชาวบ้านกันเลย โดยการนั่งรถสองแถวชมวิถีชีวิตชุมชนรอบเกาะยาวน้อย สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทุ่งนาเขียวขจีที่ละลานตาให้มองอย่างสบายใจ จอดรถแวะพักเข้าไปเดินเที่ยวในทุ่งนา และพูดคุยกับคุณลุง-คุณป้าที่มาเล่าให้ฟังถึงการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายบนเกาะแห่งนี้กันแบบเพลินๆ แถมยังใจดีให้พวกเราได้ชิมมะพร้าวสดๆ จากต้นอีกด้วย งานนี้ทั้งดีเจปอ-ดีเจเต็ปเลยขอเหมาน้ำมะพร้าวคนละลูกชิมกันไปแบบเต็มอิ่ม ก่อนออกไปเดินเล่นสูดอากาศดูวิวกันจนฉ่ำปอดกลางทุ่งนาที่ยาวสุดลูกหูลูกตาออกไปหลายไร่ จากนั้นนั่งรถสองแถวไปชิมโรตีร้าน โรตีชาวเกาะ เกาะยาวน้อยที่ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนที่มาจะต้องมาแวะชิมและติดใจกันไปทุกราย อิ่มท้องแล้วก็ถึงเวลาไปแสดงฝีมือลองหัดทำ ผ้าบาติก โดยมีสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกาะยาวน้อยมาคอยสอนอย่างเป็นกันเองและใกล้ชิด ทุกคนขอแสดงฝีมือกันอย่างสุดความสามารถ ก่อนแยกย้ายกันเข้าบ้านแบบโฮมสเตย์แท้ๆ ที่เจ้าบ้านต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี

รุ่งขึ้นตื่นเช้าลงเรือเที่ยวชมหมู่เกาะต่างๆ ที่สวยงามของอ่าวพังงา ไม่ว่าจะเป็น เกาะพนัก เกาะห้อง หมู่เกาะโรย เกาะกูดู นั่งรับลมทะเลกันไปเพลินๆ ดูธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์สวยงามเพราะชาวบ้านที่นี่ช่วยกันอนุรักษ์ ไว้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้เข้าชุมชน ซึ่งทั้ง ดีเจเต็ป-ดีเจปอ ต่างก็ทึ่งหลังจากได้พูดคุยกับชาวบ้าน และทราบว่าทุกครอบครัวที่นี่ยังใช้วิถีชีวิตชุมชนแบบดั้งเดิมทั้งการประมง สวนยาง ทำนา และโฮมสเตย์ เพื่อสร้างรายได้หลายทางไว้ทดแทนในทุกฤดูกาลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ล่องเรือชมธรรมชาติกันจนหนำใจ ก็ได้เวลาไปลอง ชิมขนมบ้าบิ่นร้านดังบนเกาะยาวใหญ่ที่เคยทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสร็จมาที่เกาะยาวน้อยหลายปีก่อนมาแล้ว ทุกคนต่างตื่นตันที่ได้มาลองชิมแล้วก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น “ขนมบ้าบิ่นที่อร่อยที่สุดจริงๆ” ปิดท้ายด้วยการกลับเข้าเมืองภูเก็ตอีกครั้งเพื่ออุดหนุนสินค้าโอท็อปกลับไปฝากคนที่บ้าน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพด้วยความอิ่มอกอิ่มใจกันทุกคนที่ได้มีโอกาสมาซึมซับและเรียนรู้วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงกันแบบถึงแก่นกันที่เกาะยาวน้อยแห่งนี้ เรียกว่า กรีนแฟนคลับ : The Islanderเกาะยาวน้อยครั้งนี้สร้างความประทับใจกันแบบถ้วนหน้า

 

Star Retro : ‘ดวงใจ หทัยกาญจน์’ ยิ่งรู้ ก็ยิ่งรัก…ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่รัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246531

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้เปิดพื้นที่ให้กับ “ดวงใจ หทัยกาญจน์” กับเรื่องราวที่ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ พร้อมทั้งเปิดเผยภาพถ่ายสุดรักและเทิดทูน เมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯรับเสด็จ“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

ภาพแรกนี้ เป็นภาพที่ได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในงานกฐินที่วัดแคนางเลิ้งในภาพจะมีนักร้องนักแสดงในสมัยนั้นมารอเข้าเฝ้าฯรับเสด็จมากมายนะคะ คุณบุปผา สายชล, คุณโย-ทัศน์วรรณ, คุณครรชิต ขวัญประชา, ป้าทอง สุลาลีวัลย์สำหรับงานกฐินในวันนั้น ต้องขอประทานโทษด้วยถ้าบอกเล่ารายละเอียดของงานผิด เนื่องจากว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานมากแล้ว คือพี่ครรชิตเป็นศิษย์เอกของคุณมิตร ชัยบัญชา ซึ่งวัดแคนางเลิ้งจะเป็นเหมือนวัดที่คุณมิตร เคารพนับถือและอุปถัมภ์พอคุณมิตรเสียไปไม่กี่ปี คุณครรชิตก็ได้มีการทำบุญทอดกฐิน แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านก็ทรงเสด็จฯมาในงานนี้ด้วย พวกเราก็ยืนตั้งแถวรอรับเสด็จ พอพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมา ท่านก็หันหน้ามาทางดาราที่เข้าเฝ้าฯ อีกฝั่งจะเป็นประชาชนท่านเดินมาแต่ไกลเลย ท่านยิ้มให้กับพวกเราด้วยจนพระองค์ท่านหันไปทางประชาชนแล้วเราก็ยังยิ้มอยู่เลย เป็นความรู้สึกที่ (น้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอ) เหมือนเทวดายิ้มให้ เพราะท่านก็เหมือนเทวดาจริงๆ แม้ว่าท่านจะไม่ได้รับสั่งอะไร แต่แค่นี้เราก็ปลื้มใจ ยิ้มไปสามวันสามคืนแล้วค่ะ เพราะเป็นความรู้สึกที่เรารอคอยมานานแสนนาน แต่จริงๆ เราก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯบ่อยนะคะ หมายถึงว่าดาราสมัยก่อน จะมีงานการกุศล และพระองค์ท่านก็เสด็จฯด้วย อย่างเช่นงานรวมใจสู่แนวหน้า ซึ่งเป็นการหาเงินไปช่วยทหารที่ตระเวนชายแดน พี่เล็ก-นาท ภูวนัย เคยให้สัมภาษณ์เราก็ได้ไปรำฟ้อนเซิ้งสวิงในงานนั้นด้วย ซึ่งถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นจะได้รำคู่กับพี่เล็กด้วย แต่หารูปไม่เจอ การแสดงในวันนั้นรู้สึกว่าหายเหนื่อยค่ะ เพราะว่ากว่าจะขึ้นไปเล่นบนเวทีได้ ต้องไปซ้อมที่โรงละครแห่งชาติ กลับจากถ่ายหนังยังไงก็ต้องขอกองถ่ายกันไป นักแสดงทุกคนทำงานกันเดือนนึง 30 วัน 60 คิว คือกลางวันเรื่องนึง กลางคืนเรื่องนึง แต่ก็ต้องแบ่งเวลาตรงนี้เพื่อไปซ้อม เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ

ได้มีโอกาสเฝ้าฯรับเสด็จ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9” อยู่หลายครั้ง

ภาพแรกเป็นงานการกุศลของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ แต่ตนเองไม่ได้จบเซนต์ฟรังนะคะ คือโรงเรียนสอนตัดเสื้อกิติยา ขอมาว่าให้เราไปเดินแบบเสื้อผ้าที่เป็นชุดไทย และสมเด็จพระราชินีท่านก็เสด็จฯงานของเซนต์ฟรังอยู่แล้ว ตอนนั้นได้รอเฝ้าฯรับเสด็จ และในภาพก็ยิ้มด้วยค่ะ เพราะว่าพระองค์ท่านทรงมีรับสั่งด้วยว่าเห็นข่าวลงว่าจะเลิกแสดงหนังแล้วเหรอ เราก็ยิ่งปลื้มปิติในความสนพระทัยของพระองค์ท่าน แสดงว่าพระองค์ท่านอ่านข่าว ก็ได้ตอบกลับไปว่ายังไม่เลิกแสดงเพคะ คือช่วงนั้นมีข่าวลงว่าเรากำลังจะแต่งงาน และเหมือนว่าจะเลิกแสดงหนังแต่จริงๆ ไม่ใช่นะคะ หนังสือพิมพ์คงจะเข้าใจผิด และลงข่าวไป แล้วสมเด็จพระราชินีท่านทรงคุยเก่ง เราก็จะไม่ประหม่า ท่านให้ความเป็นกันเอง นอกจากนี้ท่านยังชมว่าเราเป็นผู้หญิงที่ผิวสวยนะ แล้วดูสิเราเนี่ยไปตากแดดมา ในภาพก็จะเห็นพระองค์ท่านยกแขนเราก็จำที่พระองค์ท่านรับสั่งกับเราได้ เพราะรู้สึกว่าเป็นมงคลกับเรามาก คือท่านเป็นผู้หญิงที่คุยเก่งดังนั้นเราก็จะไม่ประหม่าค่ะ

ส่วนอีกภาพเป็นเมื่อครั้งที่แสดงหนังเรื่อง “17 ทหารกล้า” ของคุณไพฑูรย์ รตานนท์ ในภาพก็จะมี คุณสุริยา ชินพันธุ์, คุณไกร ครรชิต ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้เล่นเป็นนางเอกค่ะ แล้วพระองค์ท่านก็เสด็จมาทอดพระเนตร แล้วรุ่งขึ้นเราก็ได้ไปเข้าเฝ้าในวังอีกแต่เป็นงานการกุศล ในภาพนี้คือได้ทูลเกล้าฯถวายดอกไม้ และก็ยิ้มด้วยความปลื้มปีติอีกเช่นเคย และพอพระองค์ท่านทอดพระเนตรจบแล้ว หนังฉายเสร็จ ช่วงที่รอส่งเสด็จฯ พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งชื่นชมว่าเราเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน

ดุจเทวดามาจุติ

นักแสดงสมัยก่อนมีโอกาสได้ถวายงานต่อหน้าพระพักตร์ คือที่สุดแล้วค่ะ ถือว่าเป็นมงคลของชีวิต ส่วนตัวได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯรับเสด็จและถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีอยู่บ่อยครั้งเหมือนกันนะคะ แต่ว่าภาพถ่ายอาจจะไม่มีแล้ว คือบางทีนักข่าวก็ขอไปและไม่คืน เราก็ลืมไปเลย พอจะหาภาพถ่ายได้มาเท่าที่มี ความรู้สึกทุกครั้งที่ได้เข้าเฝ้าฯนั้นเราเหมือนว่าเราได้รับพลังแห่งคุณความดี แล้วก็มีความรู้สึกว่าชีวิตเราจะดีขึ้นแล้วก็ดีจริงๆ นะคะ ถือเป็นความโชคดีของนักแสดงสมัยนั้น แต่พระเจ้าอยู่หัวท่านจะไม่ค่อยรับสั่งอะไรยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งพระราชินีทรงหันไปรับสั่งกับพระเจ้าอยู่หัวว่าเมื่อคืนไปดูหนังที่ดวงใจแสดงพระเจ้าอยู่หัวท่านก็ทรงยิ้ม ท่านจะยังคงอยู่ในความทรงจำทุกครั้งเสมอ เราอยู่ใกล้เทวดาที่เดินดินได้ แล้วเราก็จะได้รับมงคลจากท่าน (น้ำตาคลอ)

คำสอนของพ่อที่ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ

โดยส่วนตัวแล้ว ดำเนินชีวิตตามคำพ่อสอนโดยตลอด ให้มีเมตตาไมตรีดีต่อกัน คือเราห้ามชีวิตไม่ให้เกิดปัญหา เกิดความทุกข์ไม่ได้ แต่ถ้าในใจของเรามีเมตตาไมตรีและดีต่อกันอย่างจริงใจ เชื่อว่าปัญหาหนักก็จะกลายเป็นเล็ก ปัญหาเล็กก็จะไม่เกิด เพราะว่าเรามีใจที่เมตตาต่อกัน ช่วยอะไรได้ก็ช่วย ไม่เคยกลัวที่จะเกิดมาเป็นผู้ให้ ให้แล้วก็มีใจที่เป็นสุข

พระราชกรณียกิจที่ตรึงตราอยู่ในหัวใจ

มีภาพที่พระองค์ท่านทรงลุยน้ำไป แต่ก็ไม่ค่อยได้แพร่ภาพเท่าไหร่ ถ้าดูในหนังจะเห็น คือเหมือนรถติดหล่มหรือยังไงไม่ทราบ แล้วท่านเดินลุยลงไปในน้ำในคลองเลย แล้วท่านก็เอามือแหวก เรารู้สึกว่าคือที่สุดแล้ว คือไม่มีข้อแย้งใดๆ เลยที่จะไม่รัก (น้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมหยดน้ำตาที่ไหลริน) ยิ่งทุกวันนี้ยิ่งรู้ก็ยิ่งรัก ที่ผ่านมาความดีของท่านฝังอยู่ในใจตลอดค่ะ แต่พอท่านสิ้นแล้ว ถึงได้เห็นหนังพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เราไม่เคยรู้ เลยต้องขอใช้คำว่ายิ่งรู้ก็ยิ่งรัก และที่เพิ่งได้ชมจากภาพยนตร์ส่วนพระองค์ คือรถพระที่นั่งของท่านวิ่งเข้าไปที่ถนนซึ่งเป็นดินลูกรัง เป็นฝุ่นแดงเต็มไปหมด แล้วพระราชินีท่านก็ลงมาจากรถและทรงปัดขี้ฝุ่นใส่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เหมือนแกล้งค่ะ ว่านี่แหนะๆ ซึ่งน่ารักมากแต่ว่าเราดูแล้วกลับน้ำตาไหล คือท่านไม่จำเป็นต้องไป หรือต้องทำถึงขนาดนั้นข้าราชบริพารนี่เป็นฝรั่งหมดเลยหัวแดง (หัวเราะ) คือขี้ฝุ่นเกาะเต็มไปหมดเป็นภาพที่ดูน่ารัก แต่ว่าเราก็รู้สึกตื้นตันที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชนมากถึงเพียงนี้ และเราก็เพิ่งมาเห็นหลังจากท่านสวรรคต

ยังคงความเศร้าโศกเสียใจ

ได้ชมภาพยนตร์ สารคดีที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านเมื่อไหร่ก็ร้องไห้ ฟังเพลงขับรถอยู่ก็ร้องไห้ ขับรถผิดทางตลอด ตั้งแต่ท่านสวรรคตค่ะ ด้วยความที่เราฟังวิทยุแล้วก็อินร้องไห้ ก็จะปิด แต่ว่าเดี๋ยวก็ทนไม่ได้อยากรู้ก็เปิดอีก เหมือนคนบ้าปิดๆ เปิดๆ อยู่บ้านก็เหมือนกันค่ะ ปิดๆ เปิดๆ ทีวี. ดูแล้วก็ร้องไห้ คือจะเป็นแบบนี้ตลอด เพราะว่าเรารักและเราก็คิดถึงพระองค์ท่าน การที่เราไม่มีพระองค์ท่านแล้ว ช่วงแรกๆเปรียบเหมือนว่าใจสลาย แต่ก็บอกเลยว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป เรากลับมามองว่ายิ่งท่านสวรรคตไปแล้วพลังที่ท่านอยู่บนฟ้ายิ่งจะคุ้มครองบ้านเมืองและลูกๆ ที่ท่านรักให้เข้มแข็ง (ร้องไห้) แล้วก็ผ่านวิกฤติไปได้ ส่วนตัวเชื่ออย่างนั้นค่ะ และขอให้เรารักกัน มีเมตตาไมตรี ถ้าคนเรามีจิตเมตตาที่ดีต่อกันยังไงเราก็ไปด้วยกันได้ แต่ถ้าเราคอยแต่จะโกรธแค้นเอาเรื่องกันปัญหาจากเล็กก็จะกลายเป็นใหญ่ เหมือนที่เขาบอกว่าน้ำผึ้งหยดเดียว เราก็เห็นกันอยู่ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นยิ่งท่านสวรรคตแล้วเราก็จะต้องยิ่งดีต่อกัน ไม่ต้องถึงกับรักกัน และพวกเราโชคดีท่านวางไว้ให้หมดแล้ว แค่เดินตามเอง ไม่ต้องคิดเลย เพราะว่าท่านคิดไว้ให้เราหมดแล้ว

ภาพประทับใจ ที่เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการใช้ชีวิตคู่

คือภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ทรงหอมแก้มพระราชินี เป็นภาพที่ใครให้มานั้น จำไม่ได้แล้วค่ะ แต่เป็นภาพที่เห็นแล้วชอบและประทับใจมากคือท่านก็ทรงเป็นแบบอย่างของความรักของครอบครัวที่ต้องมีอารมณ์ที่นุ่มนวลต่อกัน ความรักอย่างเดียวครองคู่ไม่ได้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี (เสียงสั่นเครือร้องไห้) ของชีวิตคู่ ซึ่งเราก็ดำเนินรอยตาม เวลาเห็นท่านจับมือกัน ยิ่งวันที่ฉลองครองราชย์ครบ 60 ปีพระราชินีจะทรงจับมือพระเจ้าอยู่หัวตลอด เพราะตอนนั้นท่านก็เริ่มเดินติดๆแล้ว ท่านออกมามองประชาชนแล้วท่านก็ทรงยิ้มทั้ง 2 พระองค์ แล้วพระราชินีก็รับสั่งกับพระเจ้าอยู่หัว เหมือนกับจับที่ศอกพระองค์ท่านแล้วให้บ๊ายบายประชาชน แล้วพระเจ้าอยู่หัวท่านก็ปลื้มใจที่ลูกๆ มากันเยอะมาก สายตาพระองค์ท่านบอกได้เลยว่า ขอบใจนะ ขอบใจลูกทุกคนที่มา พระราชินีท่านก็ซาบซึ้งด้วยเช่นกัน พระราชินีทรงเป็นกำลังใจให้พระเจ้าอยู่หัว ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการครองคู่ หลายครั้งที่เห็นในข่าว รู้สึกได้เลยว่าเวลาที่ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปด้วยกันท่านทรงมีความสุข แล้วเฉกเช่นเดียวกันก็เชื่อว่าพระราชินีท่านเป็นภรรยาที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างเพราะฉะนั้นภรรยาที่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง นั่นแหละคือกำลังใจที่ดีและวิเศษที่สุดให้กับคนที่เป็นสามี

ที่บ้านจะมีรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เยอะมากอย่างที่สมุดจดคิวก็จะมีรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ติดอยู่ วันนี้หยิบมาให้ชมด้วย มีหลายเล่มเริ่มตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2559 แล้วเล่มสุดท้ายคือปี 2560 คือจะตัดรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แล้วก็มาแปะไว้ที่สมุดคิว แต่ละปีๆ ก็จะมาแปะทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ เพราะว่าเรารัก เดินทางกลับเชียงใหม่ ระหว่างรอขึ้นเครื่องก็จะเอามาดูไม่อยากมองหน้าใครก็เอารูปในหลวงมาดู รักที่สุดไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่รัก ก็ลองคิดดูนะคะว่า ฝนแล้งก็ทำให้ฟ้าฉ่ำ น้ำท่วมก็ช่วยให้บรรเทา รถติดก็สร้างถนนลอยฟ้าให้ ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่รัก แม้ว่าในบทบาทการเป็นนักแสดงเราจะไม่เคยได้รับพระราชทานรางวัลตุ๊กตาทองจากท่าน แต่ก็ดีใจกับเพื่อนๆ ทุกคนเวลาไปบ้านใครแล้วเห็นรางวัลตุ๊กตาทองก็ยินดีกับเขาและชื่นชมที่เขาโชคดี ยิ่งสมัยแรกๆจะได้รับจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่านด้วย ตอนที่ท่านหนุ่มๆจะเสด็จฯมางานบันเทิงเยอะค่ะ

ปลูกฝังลูกๆ อยู่เสมอ

ก็ตั้งแต่ดูข่าว สมัยที่ลูกเล็กๆ เราก็จะให้เขาดูข่าวพระราชสำนัก เพราะว่าเราเป็นคนเลี้ยงลูกเองแล้วก็อยู่กับลูกตลอดเวลา เห็นข่าวก็จะบอกกับลูกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำอย่างนั้นอย่างนี้นะ และจะสอนให้เขาขอบคุณข้าวทุกจาน ข้าวทุกเม็ด ตามที่ในหลวงทรงสอน และทุกวันนี้ตัวเราเองเวลาตื่นเช้ามาหรือก่อนนอนก็จะสวด พุทธังเศรษฐี ธัมมังมั่งมี สังฆังเป็นสุขแล้วก็จะขอบคุณคุณพ่อ-คุณแม่ ขอบคุณครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณ แต่เดี๋ยวนี้ต้องเพิ่มอีกคนนึงแล้ว คือกราบส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปกติจะสวด 5 ครั้ง ตอนนี้เพิ่มเป็น ขอให้ท่านคุ้มครองประเทศชาติของเรา

ขอตั้งปณิธานสานต่อสิ่งที่พ่อสร้างไว้

จะเดินตามคำพ่อสอนทุกอย่าง ให้ได้ทุกข้อให้มากที่สุดแล้วก็จะบอกต่อลูกหลาน การเป็นนักแสดงก็ให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ แค่นี้ก็เป็นการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่แล้ว เราต้องทำอยู่เสมอ ใครก็ทำได้หมดค่ะ ไม่ใช่แค่การเป็นนักแสดง ทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเองล่าสุดก็ได้มีโอกาสไปเล่นละครเทิดพระเกียรติที่ทาง “คุณบอย-ถกลเกียรติ” สร้างขึ้น คือเล่นเป็นตัวประกอบด้วยนะไม่มีบทพูด แต่ก็เต็มใจมากๆ คือเป็นฉากที่เราไปลงนามถวายความอาลัยไปกราบท่านฉากคือจะเป็นที่โรงพยาบาล ปกติไม่ได้เล่นของเอ็กแซ็กท์นานแล้วนะ แต่พอน้องพีอาร์โทร.มาบอกว่าคุณบอยอยากเชิญนักแสดงมาร่วม แต่ว่าไม่มีค่าตัวนะ เราก็บอกเลยว่าไม่ต้องพูดเรื่องค่าตัวเลย แค่บอกว่าเป็นละครเทิดพระเกียรติเราก็เต็มใจไปแล้ว

วันนั้นถือว่าเป็นวันที่เราต้องไป ขนาดว่าติดถ่ายอีกเรื่องนึงยังขอเขาเลยว่าขอไปถ่ายละครเทิดพระเกียรติก่อนในช่วงเช้า ในบทเรากราบท่านอยู่ แล้วมองพระพักตร์ท่านและลงนามก็เขียน “ดวงใจหทัยกาญจน์” แล้ว “แก้ว-อภิรดี” ก็เข้ามาประคองเราขึ้น และแก้วก็นั่งกราบและลงนามแล้วร้องไห้เราก็เข้าไปปลอบแก้ว เท่านี้ค่ะ เป็นงานที่เป็นตัวประกอบแต่เต็มใจที่จะไปและต้องไป ขอให้มีส่วนร่วมด้วยก็ยังดี วันที่ช่อง 3 ถวายความอาลัยและร้องเพลงเราก็ไป มีญาติๆ มาถามว่าทำไมไม่เห็นในทีวี. เราก็บอกว่าเรายืนอยู่หลัง “แอน ทองประสม” ตัวเล็กๆ เลยมองไม่เห็น ซึ่งเห็นหรือไม่เห็นไม่สำคัญเลยค่ะ แค่ได้ไปอยู่ตรงนั้นก็ประเสริฐแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้าใจพร้อม ทุกอย่างก็จะดีเองค่ะ

กุหลาบสีเงิน

‘ยีนส์,ฝ้าย,มังกร’ ชวนทำนาโยน ตามรอยพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246528

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 แสดงความไว้อาลัยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ” โดยดาราจิตอาสาร่วมกันไปเยี่ยมชม ศึกษางานในโครงการพระราชดำริ ซึ่งมีมากกว่า 4,000 โครงการ เพื่อนำมาเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับรู้ พร้อมทั้งนำหลักคำสอน แนวคิดที่ท่านสอนปวงชนชาวไทยตลอด70 ปี มาปฏิบัติและดำเนินรอยตาม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยในครั้งนี้มีดารานักแสดงช่อง 8 นำโดย “ยีนส์-เกวลิน/ฝ้าย-เวฬุรีย์” จากละครมงกุฎริษยา และ “มังกร-ปภาวิน” ละครเรื่อง เชลยศึก ที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ แท็กทีมกันไป “พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ โครงการในพระราชดำริ ปทุมธานี คลอง 1”  เพื่อทำนาโยน

ซึ่งในครั้งนี้ “ยีนส์, ฝ้าย, มังกร” ใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที จากลาดพร้าว 15ก็มาถึงที่หมาย พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ โครงการในพระราชดำริ พอมาถึง จุดแรก “ยีนส์, ฝ้าย, มังกร” แวะเข้าชมก่อนเป็นเบื้องต้น ได้แก่ “พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาคารเฉลิมพระเกียรติ 5 ชั้นเมื่อเดินเข้าไปในโซนแรกซึ่งมีชื่อว่า“เรื่องของพ่อในบ้านเรา” ก็จะพบกับหุ่นจำลองขบวนพิธีแรกนาขวัญ ตลอดจนจิตรกรรมฝาผนังว่าด้วยพิธีแรกนา พิธีเสี่ยงทายและปฏิทินทำนา ฯลฯ ถัดไปจะเป็นโซน “กษัตริย์เกษตร”ในอาคารนี้เองยังมีนิทรรศการ “วิถีเกษตรของพ่อ” ศึกษาต้นแบบในการบริหารจัดการดินน้ำป่าและพัฒนาคน โดยเริ่มจาก “บ้าน” ของพระองค์ท่าน หรือวังสวนจิตรลดาอันเป็นที่ทดลองโครงการส่วนพระองค์ต่างๆ ก่อนที่จะต่อยอดเป็นโครงการหลวง, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและโครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการในที่สุด จากนั้น “ยีนส์,ฝ้าย, มังกร” ขอลงมือทำจริง เรียนรู้การทำนาโยนกล้า กลางบรรยากาศทุ่งนาจริง ซึ่งเป็นการทำนาสมัยใหม่ และการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า สำหรับใครที่ต้องการไปท่องเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ตั้งอยู่ที่ 13 ถนนพหลโยธิน ต.คลอง1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ตรงข้ามโรงพยาบาลนวนคร เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.30-15.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-5292212-13 หรือ http://www.wisdomking.or.th เปิดให้เข้าชมฟรี ถ้าต้องการมาเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อทางสำนักงานพิพิธภัณฑ์ฯ

 

‘อาเล็ก’ รับบทหนุ่มนักบิดเจ้าสำอาง ฟุ้ง!! ร่วมงาน ‘ยอร์ช-ฤกษ์ชัย’ รู้ทางกันดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246517

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถือเป็นพระเอกหนุ่มที่เข้าไปครองใจสาวเล็กสาวใหญ่ค่อนประเทศ สำหรับพระเอกหนุ่ม “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” เพียงเพราะแค่ยิ้มมุมปากก็ทำเอาสาวๆ ใจละลายเข้าทางผู้กำกับ “ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์”คว้าตัวอาเล็กมารับบท “โตมร” เพลย์บอยหนุ่มนักรักเจ้าสำอาง ที่คลั่งไคล้การขี่มอเตอร์ไซค์ในภาพยนตร์ “จำเนียร วิเวียน โตมร I LOVE YOU TWO” หนังแอ๊กชั่นคอเมดี้ สวัสดีปีใหม่

“ผมชอบคาแร็กเตอร์ของโตมรมากเลยนะ เป็นอีกฟีลหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อนคือ จำเนียร วิเวียน โตมร จะมีกลิ่นอายของหนังแก๊ง
สเตอร์นิดๆ มีฉากบู๊ คอสตูมนี่จัดเต็มมาก ไม่น่าจะใส่เดินตามท้องถนนทั่วไปได้ (หัวเราะ) แล้วก็มีความเป็นคอเมดี้ที่คนดูยิ้มตามได้แน่ๆ ที่สำคัญมีเรื่องความรักของชาย 2 หญิง 1 ที่เข้มข้นใช้ได้เลย อย่างตัวละคร โตมร ก็จะเป็นรองหัวหน้าคนเล็กของแก๊งขาลอย ที่ตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย แต่จริงๆ คือรีดไถเงินชาวบ้านเป็นเพื่อนรักกับ จำเนียร (บอย-ปกรณ์) ที่โตมาด้วยกัน จริงๆ เหมือนพี่น้องมากกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ ถ้าโตมรอยากทำอะไร ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เขาก็จะฝึกฝนจนทำสำเร็จ แล้วในเรื่องก็ชอบขี่มอเตอร์ไซค์มาก แถมยังบ้าพลัง ซึ่งตรงนี้ก็แอบคล้ายผมเหมือนกัน เรียกว่าเวลาทำอะไรต้องทำให้สุด ถ้าไม่สุดไม่ใช่ผม แล้ว โตมร ยังเป็นนักบู๊ตัวยง ใจร้อน มุทะลุ คือถ้ามีเรื่องโตมรจะถึงสถานที่เกิดเหตุเป็นคนแรกเสมอ แต่ในความจริงจังแบบนั้นเขาก็เป็นเพลย์บอยที่ซ่อนมุมโรแมนติกเอาไว้นะ มีมุขเสี่ยวๆมาหยอดสาวๆ ตลอด นอกจากคาแร็กเตอร์ที่ผมได้รับจะสนุกมากๆ แล้ว บรรยากาศในกองก็เฮฮาสุดๆ เพราะได้กลับมาร่วมงานกับพี่ยอร์ช ที่ครั้งนี้เรียกว่าเรารู้ใจกันมากขึ้น อย่างเวลาบรี๊ฟฉากต่างๆ ในหนัง ผมก็จะเริ่มรู้ทางพี่ยอร์ช และเริ่มรับมุขของพี่เขาได้ กับพี่ชมพู่ (อารยาเอฮาร์เก็ต) นี่เรียกว่ารู้ทางกัน เพราะเราเคยเล่นหนังกับพี่ยอร์ชมาแล้วเรื่องหนึ่ง ก็เริ่มจับทางจับจังหวะในการเล่นด้วยกันได้มากขึ้น หรืออย่างพี่บอยที่ต้องเข้าฉากด้วยกันบ่อยๆ ตอนนี้ก็มาสนิทกันนอกจอแล้ว ยังมีน้าค่อม พี่โก๊ะ ป๋ากิ๊ก มาเสริมทัพอีก คือแค่เห็นชื่อพวกพี่ๆ เขาภาพความสนุกก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ไปดูกันเถอะครับรับรองความเฮฮาต้อนรับปีใหม่ปีนี้แน่นอน”

 

‘ขวัญ’ ภูมิใจสวมบท ‘ครูอาสา’ ในละครเทิดพระเกียรติ ‘ทางของพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246519

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดในชีวิตสำหรับนางเอกสาว “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในละครเทิดพระเกียรติชุด ใต้ร่มพระบารมี เรื่อง “ทางของพ่อ” กับบทบาทของ “ครูอาสา”ซึ่งทางช่อง 7 ได้มอบหมายให้ดาราวิดีโอ เป็นผู้ผลิตถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับคำสอนและพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ซึ่งในเรื่องนี้ขวัญเผยว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตเลยค่ะ ที่ได้มาเป็นส่วนเล็กๆ ในละครเทิดพระเกียรติเรื่องนี้ซึ่งขวัญรับบทเป็น “ครูแก้ว” คุณครูจบใหม่ไฟแรงที่มีความสนใจในเรื่องของจิตอาสา เลยสมัครใจที่จะมาเป็นครูในชนบทให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยยึดหลักพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวฯเป็นที่ตั้ง เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรา เพื่อทำให้เราพยายามพัฒนาแก้ไขให้ดีขึ้น ละครเทิดพระเกียรติเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ 2 ที่ขวัญได้มีโอกาสร่วมแสดงแล้วขวัญก็ตั้งใจอย่างเต็มที่ พยายามทำหน้าที่ของนักแสดงให้สุดความสามารถ เพื่อจะถ่ายทอดเรื่องราวให้ออกมาดีที่สุด อยากจะทำให้ทุกคนได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส ของพระองค์ท่านในทุกๆ ด้าน ถึงจะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งที่ท่านได้ทำเอาไว้ก็ตาม แต่ขวัญก็รู้สึกปลื้มปีติทุกครั้งที่ได้เข้าฉาก ยอมทุ่มเททั้งกายและใจอย่างเต็มที่ แบบไม่เคยยอท้อ เหมือนที่พระองค์ท่านเคยตรัสเอาไว้ซึ่งขวัญก็น้อมนำมาปฏิบัติตาม และก็เชื่อว่าละครเทิดพระเกียรติเรื่องนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนได้ระลึกถึงคำสอนและพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ท่านเคยทำได้อย่างขึ้นใจค่ะ”

ผู้เข้ารอบ Miss Teen Thailand 2016 Workshop ทำอาหารเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246520

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

SWIZER อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบรนด์ไทย จัดกิจกรรม Workshop ทำอาหารเพื่อสุขภาพกับน้องๆ ผู้เข้ารอบ 50 คนสุดท้าย ผู้เข้าประกวด Miss Teen Thailand 2016 หวังกระตุ้นให้วัยทีนตระหนักถึงการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อตัวเองและครอบครัวอีกด้วย ภายในงานได้เชิญ“ชิ้ง-กนกวรรณ อัศวานุชิต” บล็อกเกอร์สาวสุดฮอตแห่งโลกอาหาร ChingCanCooK (ชิ้งแคนคุก) และเป็นเจ้าของแฟนเพจ Fashion on Foodที่มีผู้ติดตามกว่าสามแสนคน ได้ร่วมให้ความรู้และสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพง่ายๆ พร้อมได้คุณประโยชน์ที่ครบถ้วนไปกับ Superfood จาก SWIZER สำหรับเมนูที่ทำประกอบไปด้วย 1.มัลติอะมิโนมิกซ์ เมล็ดเจียสมูธตี้ และมิกซ์เบอรี่,2.สลัดน้ำใส FAB ผสมเมล็ดเจีย และ 3.วุ้นกาแฟอาราบิก้า ผสมอาซาอิเบอรีและเมล็ดเจีย ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่าน้องๆ ผู้เข้าประกวด Miss TeenThailand2016 กันเป็นอย่างมาก

‘อั้ม’ คว้าแบรนด์แอมบาสซาเดอร์สมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246518

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นนักแสดงสาวเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิงไทย ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็โดนจับตามองมาโดยตลอดสำหรับ “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ล่าสุดยังขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ให้กับ “Vivo V5” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด งานนี้ใครที่รักการเซลฟี่คงจะอดใจไม่ไหว เพราะเป็นการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 20 ล้านพิกเซลที่มาพร้อมกลับแฟลช Soft Light  ด้วยสโลแกน PERFECT SELFIEเซลฟี่ช็อตไหนก็เพอร์เฟกต์ ทำให้การเซลฟี่ของคุณสวยเพอร์เฟกต์คมชัด เนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ งานนี้รับรองว่าถ่ายยังไงก็สวยเป๊ะเหมือนสาวอั้มแน่นอน

สุดเศร้า!!’คิมเบอร์ลี่’สูญเสียคุณพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246494

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.57 น.

26 พ.ย.59 หลังจากที่คุณพ่อ  “ฮันส์ โยอาคิม ฟลีดาริช โวลเทมัส ” คุณพ่อของนางเอกสาวชื่อดัง “คิมเบอร์ลี่” ได้ป่วยจนต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุด คุณพ่อของนางเอกดังได้เสียชีวิตลงแล้วในช่วงเช้าของวันนี้ (26 พ.ย.)

โดยกำหนดการ ตั้งศพ 7 วัน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ศาลา 3 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.- 2 ธ.ค. 59 รดน้ำศพวันนี้ เวลา 16:00 น. สวดพระอภิธรรม เวลา 18:30 น. ฌาปนกิจศพวันที่ 3 ธ.ค.59 ในเวลา 16:00 น. ณ เมรุ 2

ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สาวคิมได้โพสต์รูปถ่ายคู่กับพ่อ พร้อมระบุข้อความว่า “My Papa’s my hero he’s my heart my world my every breath, I need you more then ever Papa.. Please keep on fighting please.. ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ”

 

ภาพ : @kimmy_kimberley

‘โอ๊ต-วรวุฒิ’ นำข้อคิดจาก ‘ดวงใจพิสุทธิ์’ ปรับใช้ในชีวิตครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246369

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สะสมประสบการณ์เป็นคนเบื้องหน้ามากว่า 20 ปีล่าสุด “โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์” ก็ได้เวลาขอพิสูจน์ฝีมือทำงานเบื้องหลังในฐานะผู้กำกับละครครอบครัวน้ำดีเรื่อง “ดวงใจพิสุทธิ์” งานนี้เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับโอดว่ายากเจองานหินเพราะต้องกำกับนักแสดงเด็ก มาเรีย-ทิพย์รดา ไมเออร์ และ รถบัส-ภคพล ตัณฑ์พาณิชย์ ให้อยู่หมัด พร้อมบอกการได้เป็นพ่อคนในชีวิตจริง ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวลึกซึ้ง เลยนำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย

“ดวงใจพิสุทธิ์ เป็นละครเรื่องแรกที่ได้กำกับให้กับทางช่อง 3 ครับ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสรวมถึง คุณชุดาภา และ คุณก้อง-ปิยะ ที่คอยสนับสนุน ละครเรื่องนี้จะเป็นแนวครอบครัวครับ เนื้อหาหลักๆ เกี่ยวกับเด็ก 2 ครอบครัวที่ถูกเลี้ยงดูต่างกัน อย่าง ปุ๊คกี้ (น้องมาเรีย) แสดงเป็นเด็กมีปัญหาโดนทารุณร่างกาย และจิตใจจากป้าใจร้าย ส่วน ลูกหมี (น้องรถบัส) เด็กบ้านติดกันจะร่าเริงครอบครัวอบอุ่น เนื้อเรื่องก็จะเน้นสะท้อนปัญหาสังคมสมัยนี้ โดยใส่ความเข้มข้นของตัวละครลงไปทำให้ไม่น่าเบื่อ จัดว่าเป็นเรื่องยากและท้าทายสำหรับผู้กำกับมือใหม่อย่างผม เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมกับทีมงานต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กเยอะมาก เพื่อที่จะถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมเข้าใจถึงแก่นของละครได้ ว่าการที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคม ต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัวที่ดีก่อนอันดับแรก ส่วนความดราม่าในละครก็มีหนักมากเช่นกัน โดยเฉพาะน้องมาเรียกับจอย-รินลณี ที่เล่นเป็น “ชลีกร” ป้าใจร้าย แต่ละซีนบีบคั้นหัวใจหนักมาก ผมนั่งดูหน้ามอนิเตอร์ยังแอบน้ำตาซึม ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กด้วยครับ แต่เหนือสื่งอื่นใดคือข้อคิดที่ได้จากละครเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องของครอบครัว การเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ เด็กจะโตมาเป็นสีอะไร อยู่ที่เริ่มแรกเขาได้รับสีอะไรในชีวิต เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ควรต้องตระหนักให้มาก ยิ่งสังคมตอนนี้มีสิ่งล่อตาล่อใจให้ไขว้เขวได้ง่ายมาก คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเอาใจใส่ดูแลตรงนี้อย่างจริงจัง ผมเองตอนนี้เป็นพ่อคนแล้ว รู้ซึ้งเลยว่าการมีลูกและการเลี้ยงดูเขาเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดไม่แพ้เรื่องไหนๆ ในชีวิตเลย เด็กในวันนี้จะดีหรือไม่ดีพ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูมีส่วนมากจริงๆ ฝากไว้ให้คิดนะครับ”

‘ฅนไทยฯ’ พาชมโบราณสถานพระธาตุวัดโพนชัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246371

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รายการ “ฅนไทยไม่ใส่ดัดจริต”อาทิตย์ที่ 27 พ.ย.นี้ อิ๋งอิ๋ง-สิทธิณี จะพาไปพบกับ “ช่วงคนไทยไม่ลืมตัว” โดยจะขอแนะนำให้รู้จักโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดโพนชัยตำบลบ้านหวาย อำเภอหล่มสัก โดยภายในวัดมีพระธาตุอายุหลายร้อยปี นั่นก็คือพระธาตุวัดโพนชัย ที่ชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุเจดีย์พระนางสิงขรเทวี ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระนางสิงขรมหาเทวี พระมเหสีของพ่อขุนผาเมือง “ช่วงคนไทยไม่ทิ้งกัน” แวะมาทำบุญกันที่วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย ชมความงดงามของพระโพธิสัตว์กวนอิมที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้เข้ามาชื่นชมความงดงามภายในแล้ว “ช่วงพระธรรมทูต” นับเป็นความสำเร็จของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังต่างแดน ที่พระพรหมสิทธิ ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศได้เยือนมหาวิทยาลัยลีดส์แห่งสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการเพื่อกระชับความสัมพันธ์และทำความตกลงร่วมมือกัน กำหนดให้มีตำแหน่งศาสตราจารย์อาคันตุกะ “อุปเสโณ” ด้วยการมอบทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา “อุปเสโณ”และการจัดตั้งศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่างคณะสงฆ์ไทยและมหาวิทยาลัยลีดส์ ตามชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.30 น.ทางช่อง 5