“วิษณุ” ยืนยันสถานะ “ป๋าเปรม” ปธ.องคมนตรีเหมือนเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251005

วิษณุ ยืนยันสถานะ ป๋าเปรม ปธ.องคมนตรีเหมือนเดิม #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, วิษณุ, ยืนยัน, สถานะ, ป๋า, เปรม, องคมนตรี, เหมือนเดิม, ยืนยันสถานะ, ป๋าเปรม, ปธองคมนตรีเหมือนเดิม

การเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

“วิษณุ” ยืนยันสถานะ “ป๋าเปรม” ปธ.องคมนตรีเหมือนเดิม

“วิษณุ” ยืนยันสถานะ “ป๋าเปรม” ปธ.องคมนตรีเหมือนเดิม เผยแต่งตั้ง-ให้ออกจากองคมนตรีต้องเป็นตามพระราชอัธยาศัย เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือถกแนวทางดำเนินการ 6 ธ.ค.

          2 ธ.ค.59 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานะของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และคณะองคมนตรี ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นทรงราชย์ รัชกาลที่ 10 ว่า โดยหลักการเป็นที่รู้กันอยู่ว่าการแต่งตั้งและพ้นจากตำแหน่งองคมนตรีนั้น ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยองคมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งก็ต่อเมื่อ 1.เสียชีวิต 2.ลาออกจากตำแหน่ง 3.พระกรุณาโปรดเกล้าให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากองคมนตรีไม่มีวาระการดำรงตำแหน่ง

“ส่วน พล.อ.เปรม ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ทำให้พล.อ.เปรมจึงกลับไปดำรงตำแหน่งประธานองมนตรีเหมือนเดิม โดยไม่ต้องมีมติจากที่ประชุมองคมนตรี เพราะตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พล.อ.เปรมก็ยังเป็นประธานองคมนตรีอยู่ด้วย เพียงแต่ทำหน้าที่ประธานองคมนตรีไม่ได้” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า หลังจากมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในส่วนของรัฐบาลจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆในวันที่ 6 ธันวาคม เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานหลังจากนี้ ส่วนการประกาศเกี่ยวกับข้อปฏิบัติของประชาชนที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ (ศตส.) จะมีการประชุมแล้วชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง ส่วนเรื่องปฏิทินวันหยุดที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตอนนี้รัฐบาลยังไม่ได้หารือกัน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือเพื่อเตรียมการไว้แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือกระทบในวงกว้าง เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงวันหยุดประมาณ 3 วันเท่านั้น

          นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วนการพระราชทานอภัยโทษในวันสำคัญต่างๆ ภายหลังมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น ต้องรอให้มีการพิจารณาก่อน เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเสนอหลักการเข้ามา และตนไม่ควรจะนำมาพูด เพราะเรื่องพวกนี้มีผลกระทบหลายอย่าง ไม่ใช่เป็นเรื่องของพระบรมเดชานุภาพเท่านั้น แต่รวมถึงอย่างอื่นด้วย

 

“โฆษกกรธ.”แจงบอร์ดรัฐวิสาหกิจ-ที่ปรึกษานั่งสนช.ต่อได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251000

อุดม รัฐอมฤต, โฆษก, แจง, บอร์ด, รัฐวิสาหกิจ, ที่ปรึกษา, นั่ง, ต่อ, ได้, โฆษกกรธ, บอร์ด-ที่ปรึกษา, คสช

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

“โฆษกกรธ.”แจงบอร์ดรัฐวิสาหกิจ-ที่ปรึกษานั่งสนช.ต่อได้

“โฆษกกรธ.”แจงคุณสมบัติสนช.หลังรธน.ใหม่ไม่ห้าม“บอร์ด-ที่ปรึกษา”นั่งเป็นสนช.ต่อยืนยัน“คสช.”มีอำนาจใช้ ม.44 ได้หลังรธน.ใหม่ใช้บังคับ แต่เตือนให้ระวังอย่าทำขัดรธน.

          2 พ.ย. — นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้แจงต่อการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติมีผลบังคับใช้ว่า  สมาชิกสนช.ที่มีตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย , ดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ , ตำแหน่งในหน่วยงานอื่นของรัฐ, กรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจ (บอร์ด) และผู้ที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาในส่วนต่าง ๆ  สามารถดำรงตำแหน่งเป็น สนช. ได้ต่อไปจนกว่าจะลาออกหรือพ้นจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาล มาตรา 263 วรรคสอง (2) ข ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสนช. ที่ได้รับการยกเว้น  ส่วนกรณีที่ สนช. ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.  ต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนด ขณะที่สนช. ที่คาดว่าจะได้รับเลือกเป็นส.ว. นั้นไม่มีบทบัญญัติใดที่ระบุให้ต้องลาออก

         นายอุดม กล่าวถึงการใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ ว่า  คสช. ยังมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แต่ตนเชื่อว่าการใช้อำนาจของคสช. หลังจากนั้นต้องคำนึงอย่างมากต่อกรณีที่จะกระทำการใดที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญใหม่ ส่วนกรณีที่ผู้อื่นได้รับผลกระทบจากคำสั่งหรือประกาศคสช.จะใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ยกเลิกนั้น ในหลักการไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญใหม่รองรับไว้  แต่หากจะถูกยกเลิกได้ต้องเป็นไปตามการพิจารณาของคสช.

 

คนพิการฯร้องนายกฯเพิ่มโควต้าสลากกินแบ่งฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250995

ทำเนียบรัฐบาล, สลากกินแบ่งรัฐบาล, คนพิการ, ร้อง, นายกฯ, เพิ่ม, โควต้า, สลากกินแบ่ง, สมาพันธ์คนพิการฯ, วอน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

คนพิการฯร้องนายกฯเพิ่มโควต้าสลากกินแบ่งฯ

“สมาพันธ์คนพิการฯ”ร้องนายกฯขอเพิ่มโควต้าสลากกินแบ่งฯคนพิการเป็นรายละ 5 เล่มคู่ “วอน”ขอสิทธิจองก่อนผู้ค้าทั่วไป หวังเป็นของขวัญปีใหม่

          2 ธ.ค. – นายสมชาย ปัญญ์อกวงศ์ ประธานส่งเสริมอาชีพและการจ้าง ในฐานะตัวแทนสมาพันธ์คนพิการแห่งประเทศไทยเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทรธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ผ่านนายอิทธิพล ช่างกลึงดี  รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอโอกาสให้คนพิการและผู้สูงอายุทั่วประเทศได้เข้าถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ โดยเฉพาะผู้ค้าสลากรายย่อยที่เป็นคนพิการให้ได้โควต้าเพิ่ม ทั้งหมด 3,340 ราย จากปัจจุบันได้รับรายละ 3 เล่มคู่ เป็นรายละ 5 เล่มคู่ และขอให้ผู้พิการได้รับสิทธิพิเศษในจองสลากก่อนผู้ค้าทั่วไปผ่านช่องทางตู้เอทีเอ็ม 1วัน เนื่องจากผู้พิการไม่สามารถไปจองซื้อสลากหน้าตู้เอทีเอ็มข้ามคืนข้ามวันได้ อีกทั้งต้องเผชิญกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น

พร้อมกันนี้ยังขอให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินส่วนลดจากร้อยละ 12 เป็นร้อยละ 15 หรือจาก 9.60 บาท  เป็น 12 บาท เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่ทำตามสัญญาในการขายสลากไม่เกินใบละ 80 บาท เนื่องจากกำไรที่ขายได้แต่ละงวดไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ซึ่งเฉลี่ยรายได้น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

 

“ศรีสุวรรณ”ร้องป.ป.ช.สอบผู้ว่าฯเชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250993

ปปช., ศรีสุวรรณ, ร้อง, ปปช, สอบ, ผู้ว่าฯ, เชียงใหม่, ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

“ศรีสุวรรณ”ร้องป.ป.ช.สอบผู้ว่าฯเชียงใหม่

“ศรีสุวรรณ”ร้องป.ป.ช.สอบพ่อเมืองเชียงใหม่”ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อย”ร.ร.เดอะคอร์”เชียงใหม่เปิดบริการไร้ใบอนุญาต ย้ำต้องการให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทั่วประเทศ

           2 ธ.ค. — นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ เจ้าพนักงานไต่สวนชำนาญการพิเศษ เพื่อให้ตรวจสอบ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะนายทะเบียนโรงแรม ตามพ.ร.บ.โรงแรม 2547 เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อันมีลักษณะทุจริตต่อหน้าที่ ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือไม่ จากกรณีที่โรงแรมเดอะคอร์ (The Core) จ.เชียงใหม่ ที่มีนายกฤษณะ อมิตรสูญ (บอล) ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายลูกชายผบ.มทบ.38 ซึ่งเป็นอดีตคนบริหารโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงแรมตามพ.ร.บ.โรงแรม 2547 ทั้งที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปลายปี 2558 จนถึงปัจจุบัน และเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการอย่างเปิดเผยและนายปวิณได้เข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 จนถึงปัจจุบัน

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ต้องการให้ป.ป.ช.ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศในฐานะนายทะเบียนโรงแรมของแต่ละจังหวัดได้ทำการตรวจสอบโรงแรมในพื้นที่ว่ามีโรงแรมที่เปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมหรือไม่เพราะเรื่องนี้มีลักษณะเดียวกันกับกรณีโรงแรมอีสติน ตัน โอเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที ที่เปิดบริการโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมเช่นกันและเชื่อว่ายังมีโรงแรมอีกหลายแห่งทั่วประเทศที่เปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาต จึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศประกาศรายชื่อโรงแรมในแต่ละจังหวัดที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ ได้รับรู้ และจะได้ช่วยกันตรวจสอบไม่ให้โรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ลักลอบเปิดให้บริการได้อีก

 

ร้องยุติธรรม.สอบคดีแจกปุ๋ยบุรีรัมย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250990


ยุติธรรม, ร้อง, ยุติ, สอบ, คดี, แจก, ปุ๋ย, บุรีรัมย์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

ร้องยุติธรรม.สอบคดีแจกปุ๋ยบุรีรัมย์

เกษตรกรบุรีรัมย์ร้องกองทุนยธ.ช่วยส่งทนายฟ้องคดีฉ้อโกงปุ๋ย ระบุเป็นโครงการแจกปุ๋ยฟรีของอบจ.แต่ถูกสตง.สั่งระงับโครงการ . ด้านรองปลัดยธ.ประสานศอตช.ตรวจสอบ

         2 ธ.ค.59 –  นายธนากร  จีนกลาง  ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรพื้นที่อ.โนนสุวรรณ  อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์  เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีซื้อปุ๋ยอินทรีย์ตามโครงการส่งเสริมอาชีพของคนบุรีรัมย์ปี 2558 จากห้างหุ้นส่วนจำกัด  ดีสิงห์ทวีโชค โดยขอให้กองทุนยุติธรรมช่วยดำเนินคดีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินจากกลุ่มเกษตรกร โดยกรณีนี้หจก.ดีสิงห์ทวีโชคให้เกษตรกรลงชื่อในใบสั่งซื้อและเอกสารใบรับสินค้าโดยอ้างว่าไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต่อมาหจก.ดีสิงห์ทวีโชคกลับมีหนังสือทวงถามให้ชำระเงินค่าปุ๋ย ซึ่งอ้างหลักฐานใบสั่งซื้อที่เคยลงชื่อไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการติดต่อประสานงานโดยตรงกับหจก.ดังกล่าว  แต่เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ตามโครงการแจกปุ๋ยฟรี แต่โครงการถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและสั่งระงับโครงการ ทำให้หจก.ดังกล่าวฟ้องเรียกเงินค่าปุ๋ยจากเกษตรกร  ที่ผ่านมาเคยร้องขอความเป็นธรรมผ่านศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดและพบว่ามีการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะครอบครัวของเกษตรกรที่ร้องขอทนายความ  ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะการเข้าร้องเรียนดำเนินการเป็นกลุ่มไม่ใช่การดำเนินส่วนบุคคล  จึงเห็นว่าไม่ควรมีการตรวจสอบสถานะรายครอบครัว

นายธวัชชัย  ไทยเขียว  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่องพร้อมกล่าวว่า ตามระเบียบกองทุนยุติธรรมการตรวจสอบสถานะของผู้ยื่นถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ  อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวตนในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกองทุนฯจะเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือรวมถึงการประสานทนายความจากสภาทนายความเข้าให้ความช่วยเหลือ

ขณะที่พ.ต.อ.ดุษฎี  อารยวุฒิ  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมไม่ได้นิ่งนอนใจกับความเดือดร้อนของประชาชน  ที่สำคัญคือกรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงถือเป็นอำนาจของกระทรวงยุติธรรมและศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)ในการดูแลประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

ทูตสหรัฐฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250987

ทูตสหรัฐฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สหรัฐฯ มุ่งมั่นพัฒนาสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ภายใต้พระบารมีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ทูต, สหรัฐฯ, ถวายพระพร, ชัยมงคล, แด่, สมเด็จ, พระเจ้าอยู่หัว, ทูตสหรัฐฯ, ถวายพระพรชัยมงคลแด่, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

ทูตสหรัฐฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทูตสหรัฐฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สหรัฐฯ มุ่งมั่นพัฒนาสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ภายใต้พระบารมีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

          2 ธ.ค.59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ของนายกลิน ที เดวีส์เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย มีใจความว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท  ข้าพระพุทธเจ้า นายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบบังคมทูลพระกรุณาแสดงความยินดีและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีต่อประชาชนชาวไทยเนื่องในวาระมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย

พันธมิตรระหว่างสหรัฐอเมริกากับราชอาณาจักรไทยเป็นสิ่งทรงคุณค่ายิ่งสำหรับสหรัฐอเมริกา และสหรัฐอเมริกามีความปรารถนายิ่งที่จะสืบสานมิตรภาพอันยืนยงนี้ซึ่งเริ่มมานับตั้งแต่การติดต่อสื่อสารครั้งแรกระหว่างราชสำนักในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร ในปีพ.ศ.2361 นับจากนั้นมา มิตรภาพระหว่างทั้งส 2 ประเทศได้พัฒนาสู่ความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรที่ยังประโยชน์ยิ่งต่อประเทศทั้งสองมาตลอดร่วมสิบชั่วอายุคน

“เฉกเช่นเดียวกับในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมชนกนาถผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน สหรัฐอเมริกาจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสายสัมพันธ์นี้ ภายใต้พระบารมีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองแห่งประชาชนของทั้งสองประเทศ”

ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลเพื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า

นายกลิน ที. เดวีส์

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

 

“มีชัย”วอนนักการเมืองเลิกกังวลเวลาไม่พอเตรียมพร้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250982


กรธ., มีชัย, วอน, นักการเมือง, เลิก, กังวล, เวลา, ไม่พอ, เตรียมพร้อม, ปธกรธ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

“มีชัย”วอนนักการเมืองเลิกกังวลเวลาไม่พอเตรียมพร้อม

“ปธ.กรธ.”ย้ำกรธ.ให้เวลาพรรคการเมืองเตรียมพร้อมเต็มที่ ขอคลายกังวล เผยยังไม่ส่งร่างกม.ลูกที่กำหนดวันเลือกตั้ง จนกว่าพรรคการเมืองจะพร้อม ดักทางไม่ใช่ถ่วงเวลา

          2 ธ.ค. 59 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้พรรคการเมืองเลิกกังวลใจต่อการเตรียมความพร้อมตามที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรรคการเมืองกำหนดให้ตามที่ก่อนหน้านั้นให้ข่าวระบุว่าจะเตรียมตัวไม่ทัน เนื่องจากการเขียนร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น กรธ. ได้คำนึงถึงการให้ระยะเวลาที่พรรคการเมืองต้องเตรียมตัว เช่น บางประเด็นให้เวลามากถึง 150 วัน ขณะที่การเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งของพรรคการเมือง กรธ. ได้คำนึงถึงเช่นกัน จึงได้กำหนดการจัดทำร่างกฎหมายลูกว่า จะส่งร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตราเป็นกฎหมายก่อนเพื่อให้พรรคการเมืองเตรียมตัว และเมื่อพรรคการเมืองมีความพร้อมจะส่งร่าง พ.ร.ป. 2 ฉบับสุดท้าย คือ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยที่มาของส.ว.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้สนช.พิจารณาเหตุผลสำคัญที่ต้องถ่วงเวลาส่งร่างกฎหมายลูกนั้น ไม่ใช่เพื่อถ่วงเวลาเลือกตั้ง แต่ถ่วงเวลาเพื่อให้พรรคการเมืองมีความพร้อม ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวขอให้เข้าใจด้วยว่าต้องไม่เกินเวลาที่กรธ.ต้องทำกฎหมายลูกตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้ไว้ 8 เดือน

        ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองกังวลต่อคำสั่งคสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมนั้น ขออย่ากังวล เพราะขณะนี้คสช.อยู่ระหว่างการพิจารณายกเลิกคำสั่งเป็นรายฉบับอยู่ เพราะไม่สามารถยกเลิกคำสั่งคสช.ได้ทันทีและทั้งหมดหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ได้ เพราะจะเกิดความวุ่ยวายได ทั้งนี้การยกเลิกคำสั่ง คสช. จะคำนึงถึงความจำเป็น ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า คำสั่งหรือประกาศของคสช. นั้นยังได้รับการรับรองตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ                         

           นายมีชัย ยังกล่าวถึงกรรมการในองค์กรอิสระ และ สนช. ที่อาจมีคุณสมบัติขัดกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า  ในส่วนของกรรมการองค์กรอิสระนั้นในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญ รองรับให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าร่างกฎหมายลูกจะจัดทำแล้วเสร็จแต่หากมีปัญหากรธ.เขียนไว้ในร่างกฎหมายลูก คือ ให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้เริ่มต้นตรวจสอบ ขณะที่ประเด็นของสนช.ที่บทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญกำหนดข้อยกเว้นไว้ให้เพราะสนช.มาชั่วคราว อย่างไรก็ตามคุณสมบัติสนช.ที่ถูกยกเว้น เช่น ดำรงตำแหน่งข้าราชการ แต่บทยกเว้นจะไม่เกี่ยวกับพฤติกรรม เช่น หากเคยติดคุกหรือเคยทุจริตต่อหน้าที่                    

            “ผมเชื่อว่าในส่วนสนช.นั้นจะไม่มีผลกระทบแต่หากมีสนช.ที่คุณสมบัติไม่ครบ สมาชิกสนช.อาจเข้าชื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาคุณสมบัติได้ แต่หากไม่มีใครร้องก็เท่ากับ่ไม่มีใครสงสัย” นายมีชัย กล่าว.

 

ฎีกายกฟ้อง “จตุพร” หมิ่น ประมาท “เทพเทือก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250976

สุเทพ เทือกสุบรรณ, หมิ่นประมาท, จตุพร พรหมพันธุ์, คมชัดลึก, การเมือง, ฎีกา, ยกฟ้อง, จตุพร, หมิ่น, ประมาท, เทพ, เทือก, ฎีกายกฟ้อง, เทพเทือก, จตุพร , เทพเทือก

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

ฎีกายกฟ้อง “จตุพร” หมิ่น ประมาท “เทพเทือก”

ฎีกายกฟ้อง ” จตุพร ” ไม่ผิดสัมฯ ตอบโต้หมิ่น ” เทพเทือก ” ปมต่างด้าวแฝงชุมนุมเสื้อแดงปี 52 ศาลชี้ ถลงข่าวป้องกันตัวเองจากคู่ขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่ฝ่ายสุเทพ ไร

ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 2 ธ.ค.59 เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.855/2553 ที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร  พรหมพันธุ์ ประธานแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.52 นายจตุพร จำเลย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายสุเทพ โจทก์เตรียมดำเนินการใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดง โดยให้คนต่างด้าว 5,000 คน แฝงตัวเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณ ถ.ราชดำเนิน

ซึ่งศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.54 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า ทางนำสืบ พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็น ผบก.น.1 รับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยควบคุมการชุมนุม ก็ได้เบิกความว่า ทางการข่าวทราบว่ามีบุคคลต่างด้าวมาร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งได้พยายามควบคุม ขณะที่ทางการสืบสวนสอบสวนพบว่า เหตุการณ์การชุมนุมบางครั้งสามารถถูกสร้างสถานการณ์ได้ทุกฝ่าย การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการทำหน้าที่ของโจทก์ที่ติดตามดูแลความเรียบร้อยการชุมนุม ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นเพื่อความชอบธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ที่ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ต่อมานายสุเทพ โจทก์ ยื่นอุทธรณ์แล้วศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 13 ส.ค.56 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง

นายสุเทพ โจทก์ จึงยื่นฎีกาต่อ

โดยวันนี้ ศาลให้เบิกตัว นายจตุพร ปธ.นปช. จำเลย มาจากพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งนายจตุพร มีสีหน้ายิ้มแย้ม และทักทายกับแกนนำ นปช.ที่มาให้กำลัง อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ และ นางธิดา ถาวรเศรษฐ

ทั้งนี้ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า นายสุเทพ โจทก์ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยการชุมนุม  ส่วนนายจตุพรจำเลย เป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้จัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้นเพื่อให้มีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่

นายสุเทพ โจทก์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ก็ได้แถลงข่าวว่าจะมีคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง จึงเตือนผู้ประกอบการโรงงานต่างๆโดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพและปริมณฑลกำชับห้ามไม่ลูกจ้างซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุม ซึ่งโจทก์ได้ข้อมูลมาจาก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และแหล่งข่าว

    โดยข้อความนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์ของจำเลยซึ่งเป็นแกนนำ นปช. อีกทั้งจำเลยยังเคยตั้งกระทู้ถามโจทก์ในรัฐสภาถึงเรื่องนี้ จากนั้นจำเลยจึงได้มีการแถลงข่าวตอบโต้คำพูดของโจทก์

ซึ่งชั้นพิจารณา นายจตุพร จำเลย ก็เบิกความว่า หากตัวจำเลยไม่ได้แถลงข่าวอาจจะเกิดเหตุการณ์ตามที่โจทก์อ้าง การแถลงข่าวของจำเลยเป็นการแถลงข่าวดักคอโจทก์

โดยพยานโจทก์ ที่นำมาเบิกความอ้างว่าได้ข่าวกรองว่าจะมีต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุมกับ นปช.นั้น ก็เบิกความยอมรับว่าไม่ได้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องการวิเคราะห์หรือหาข่าว เป็นพียงผู้มีหน้าที่ให้คำปรึกษา กับผอ.สำนักข่าวกรองทางด้านกฎหมาย และโจทก์ก็ไม่ได้นำ ผอ.สำนักข่าวกรอง มาสืบข้อเท็จเกี่ยวกับเรื่องการแฝงตัวของต่างด้าวในการชุมแต่อย่างใด

ขณะที่จำเลย มีนายอารีย์ ไกรนรา พยาน เบิกความสอดคล้องกับ พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ขณะนั้นว่า จะมีผู้เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ 3 ราย และก็ไม่มีเหตุตามที่โจทก์กล่าวอ้างเกิดขึ้น ส่วนเหตุที่มีการพบวัตถุระเบิดในการชุมนุมซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์โดยใช้ระเบิดปลอมโดยการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด อาจจะเป็นฝีมือของรัฐบาลหรือผู้ชุมนุมก็ได้

คำเบิกความ พ.ต.อ.วิชัย ถึงเรื่องดังกล่าวจึงเป็นคำเบิกความของข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นคนกลางไม่มีส่วนได้เสียย่อมมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

ประกอบกับพรรคการเมืองของนายสุเทพโจทก์ และนายจตุพร จำเลย ต่างเป็นคู่แข่งปฏิปักษ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน

ดังนั้น การที่นายสุเทพ โจทก์ แถลงข่าวผ่านทางหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ ว่าจะมีคนต่างด้าว แฝงตัวชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณ ถ.ราชดำเนิน ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้รับฟังเกิดความเสื่อมเสียและประชาชนคลางแคลงสงสัยในตัวจำเลย จำเลยย่อมที่จะมีสิทธิโต้ตอบโดยสุจริตเพื่อป้องกันส่วนได้ของตัวเอง

ฎีกาของนายสุเทพ โจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จึงพิพากษายืนยกฟ้อง

ภายหลังนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า จากคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ข้อวินิจฉัยมีความละเอียดครบถ้วนทุกมุม ทำให้เห็นภาพข้อเท็จจริงในขณะนั้นว่ามีความขัดแย้ง โดยตัวจำเลยในขณะนั้นพยายามที่จะตักเตือนผู้ชุมนุมให้มีการชุมนุมตามกรอบ และที่ถูกฟ้องเพราะว่าปกป้องส่วนได้เสียของตัวเอง อีกทั้งมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีต รอง ผบช.น.มาเบิกความก็ยิ่งสร้างน้ำหนัก ต้องขอบคุณทั้ง 3 ศาลที่วินิจฉัยข้อเท็จจริง

 

เมื่อถามถึงสภาพจิตใจนายจตุพร ที่ขณะนี้ยังถูกคุมขังในเรือนจำหลังจากถูกศาลเพิกถอนประกันคดีก่อการร้ายตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายวิญญัติ ทนายความ กล่าวว่า สภาพร่างกายยังแข็งแรงไม่มีโรคภัยใดๆ ส่วนจิตใจก็อาจจะป่วยบ้างเพราะว่าคงไม่มีใครสบายในคุก แต่ก็ยังไม่ท้อแท้และยังยึดมั่นในอุดมการณ์อยู่

 

นายวิญญัติ ทนายความ ยังกล่าวถึงการยื่นขอประกันตัว  นายจตุพร ครั้งที่ 5 ด้วยว่า น่าจะอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะยื่นขอปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้าหน้านี้ที่ศาลยกคำร้อง เนื่องจากอาจเป็นในส่วนของเรื่องเวลาความเหมาะสม แต่ส่วนตัวตนเชื่อว่าใกล้แล้วที่ศาลจะพิจารณาปล่อยชั่วคราวนายจตุพร โดยคำร้องในครั้งก่อนเราก็ให้เหตุผลว่านายจตุพร มีความสำนึกผิดและเข็ดหลาบ โดยจะให้สัตย์สาบานตนว่าจะไม่กระทำผิดเงื่อนไขของศาลอีก

 

เมื่อถามว่า หากศาลกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นแกนนำชุมนุมทางการเมือง นายจตุพรจะรับได้หรือไม่

 

นายวิญญัติ ทนายความ กล่าวว่า ตนไม่กล้าก้าวล่วงว่าศาลจะเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่ แต่หากศาลกำหนดเงื่อนไขอย่างไรมาเราก็ยินดีจะปฏิบัติเพราะสถานการณ์ขณะนี้ก็คงไม่มีการชุมนุมใดๆเกิดขึ้น ควรจะเป็นบรรยากาศของความสามัคคีปรองดอง

 

“นายกฯ”ประกาศไทยมี”ในหลวง”พระองค์ใหม่แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250954

การเมือง  : 2 ธ.ค. 2559

“นายกฯ”ประกาศไทยมี”ในหลวง”พระองค์ใหม่แล้ว

นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านทรท.ประกาศประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้ว นับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.59 เป็นต้นไป

         เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เวลา 22:00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า รัฐบาลขอประกาศให้ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในราชอาณาจักร และในต่างประเทศทั่วโลกทราบทั่วกันว่า บัดนี้ประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้วตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรี และประธานศาลฎีกา ร่วมเป็นสักขีในพิธีประวัติศาสตร์นี้ และทรงพระกรุณารับคำกราบบังคมทูลอัญเชิญ

ดังที่ต่อมาได้มีประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อแจ้งประชาชนแล้ว การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ และโบราณราชประเพณีทุกประการ ทั้งสนองพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมารที่พระราชทานไว้ตั้งแต่แรกว่า ในระหว่างที่พระองค์เองและประชาชนกำลังทุกข์โศกอย่างใหญ่หลวงจากการเสด็จสวรรค์นะคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังไม่ควรดำเนินการเรื่องการสืบราชสมบัติทันทีในขณะนั้น หากแต่ควรรอจนการบำเพ็ญพระราชบุตรสนและการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่ง

ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาการบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารคือครบ 50 วัน และประชาชนได้มีโอกาสเข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้วนับล้านคน จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งยังสอดคล้องกับคตินิยมในนานาประเทศที่ว่า ราชอาณาจักรย่อมไม่ว่างเว้นขาดตอนจากการมีพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการเริ่มราชการใหม่จึงมีผลต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมพุทธศักราช 2559 เป็นต้นไป

ณ บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมงกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงสถิตอยู่ในพระราชสถานะองค์พระรัชทายาทมาตั้งแต่พุทธศักราช 2515 นัดเป็นเวลาถึง 44 ปี จึงทรงเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนการจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชขัตติยประเพณีที่เรียกว่า “ พระราชพิธีพระบรมมาราชาภิเษก ” นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย ซึ่งมีพระราชดำริแล้วว่าควรดำเนินการเมื่อเสร็จสิ้นการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศแล้ว

พี่น้องประชาชนทั้งหลาย ด้วยศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระบรมชนกนาถได้ทรงวางไว้แล้วตลอดเวลา 70 ปี จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง เมื่อประกอบเข้ากับความศรัทธาเชื่อมั่นและสัตยาธิษฐานที่มหาชนชาวสยามทุกรูปทุกนามพร้อมใจกันเปล่งวาจาตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 และมากล่าวย้ำพร้อมกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ว่า จะทำดีเพื่อพ่อ จะจดจำคำของพ่อ จะขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป จะสืบสานพระบรมราชปณิธาน คิดดี พูดดี ทำดี ซื่อสัตย์สุจริต รู้รักสามัคคี และจะอยู่อย่างพอเพียง รัฐบาลเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นดุจปราการอันมั่งคง บนพื้นฐานอันแข็งแกร่ง ประการสำคัญคือ ด้วยพระบรมเดชานุภาพของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ทุกอย่างจะดำเนินไปได้ด้วยดีท่ามกลางความเพียรอันบริสุทธิ์ของเราทั้งหลาย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ทรงเป็นพระรัชทายาทที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา และมีโอกาสโดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานในที่ต่าง ๆ มากว่า 44 ปี บัดนี้ทรงเป็นพระประมุข เป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ สืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงเจริญรอยพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมราชบุพการีทั้งสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงกระทำบำเพ็ญมาแล้วอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์

ดังนั้น แม้เราต่างก็รู้ว่าการพลัดพรากจากสิ่งที่เรารักและเคารพย่อมเป็นทุกข์ แม้การสูญเสีย ความวิปโยค จะเป็นวิกฤตที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เราทั้งหลายควรใช้วิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส แปลงความทุกข์โศกให้เป็นพลังของแผ่นดิน พลังที่แม้จะไม่มีพระผู้เป็นพลังของแผ่นดินทางพระรูปกายอยู่คุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อม แต่พลังของแผ่นดินยังจะมีอยู่ต่อไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาเชื่อมั่น ในพระบรมราชปณิธานและศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ พระบรมราชปิโยรสเป็นผู้นำแทนพระองค์

พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ขอให้เราทุกคนร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน ขอพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระปิยมหากษัตริย์ นักพัฒนา เป็นอาทิ ได้โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ให้ทรงพระเจริญ สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อม อาณาประชาราษฎรชาวไทยและประเทศไทย ให้สามารถพัฒนา จนประสบความสำเร็จ บังเกิดความเจริญรุ่งเรือง มีสันติสุขและความสามัคคีปรองดอง สมดังพระราชปณิธาน ปรารถนา ภายใต้การปกครอง แบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตราบกาลนานเทอญ

 

ทุกพุธ 4 โมงเย็นออกกำลังกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250939


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่ง, ทุก, พุธ, โมง, เย็น, ออกกำลังกาย, ทุกพุธ, โมงเย็นออกกำลังกาย, มหาดไทย, บิ๊กตู่

การเมือง  : 1 ธ.ค. 2559

ทุกพุธ 4 โมงเย็นออกกำลังกาย

“มหาดไทย”รับลูก“บิ๊กตู่”ออกกำลังกายทุกพุธ ให้เริ่ม 4 โมงเย็นทั่วประเทศ ลั่นห้ามทิ้งงานบริการปชช. ชี้อย่างน้อยจะต้องจัดจนท.คอยดูแลให้บริการเอาไว้ 1 – 2 คน

          1 ธ.ค. 59 – นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการจัดกิจกรรมออกกำลังกายทุกวันพุธระหว่างเวลา 15.30 – 16.30 น. เพื่อเสริมสร้างให้ข้าราชการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีช่วยให้ข้าราชการมีความตื่นตัวในการทำงาน รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมทางกายมากขึ้นว่าทางกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเป็นการเสริมสร้างให้บุคลากรในสังกัด มีสุขภาพพลานามัยที่ดีทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากภารกิจของกระทรวงมหาดไทยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับงานบริการประชาชน ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องคำนึงถึงการให้บริการประชาชนก่อนเป็นอันดับแรกส่วนการออกกำลังกายให้ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

“ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งแนวทางปฏิบัติในการจัดกิจกรรมออกกำลังกาย เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดถือปฏิบัติโดยให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนโดยตรง ให้ยึดถือภารกิจการบริการประชาชนเป็นหลักโดยจะต้องให้บริการประชาชนจนหมดผู้รับบริการก่อน และให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานไว้อย่างน้อย 1 – 2 นาย เพื่อให้บริการประชาชน กรณีที่มีเรื่องเดือดร้อนของประชาชนที่จะต้องให้บริการในทันทีหรือให้เจ้าหน้าที่หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันในการออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสมตั้งแต่เวลา 16.00 น.”ปลัดมท.กล่าว และว่า ส่วนหน่วยงานที่ไม่ได้รับผิดชอบในการบริการประชาชนโดยตรง หรือไม่มีเวรภารกิจใดให้เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายได้ตั้งแต่เวลา 16.00 น. และให้ถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัดด้วย