โตโน่’ โชว์มินิคอนเสิร์ตสุดมันส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239151

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จบลงไปอย่างประทับใจ สำหรับงาน “ฉลองครบรอบ 1 ปีเดอร์มาทิส คลินิก” นำโดย แพทย์หญิงวฤณดา จิรพุตธิวัต กรรมการผู้บริหารเดอร์มาทิส คลินิก พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “เบลลบล็องซ์” นิยามใหม่ของครีมบำรุงผิวกาย โดยมีนักร้องหนุ่มฮอตมาดเซอร์ “โตโน่–ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ขวัญใจสาวๆ ทั้งประเทศ มาร่วมสร้างสีสันกับมินิคอนเสิร์ตสุดมันส์ ตลอดจนแบ่งปันวิธีการดูแลสุขภาพผิวที่ดีในสไตล์หนุ่มขาลุยและชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการทำดีตอบแทนสังคมกับกิจกรรมการกุศลที่ทางเดอร์มาทิสคลินิก ได้จัดทำขึ้น เพื่อมอบรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนให้กับทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ เดอร์มาทิส คลินิก ชั้น 2 ศูนย์การค้าอยุธยา ซิตี้ ปาร์ค

‘กระแต’พาครอบครัวทัวร์ทำบุญ‘พม่า’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239161

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นศิลปินที่คิวแน่นตลอดทั้งปี สำหรับราชินีแดนซ์เมืองไทย กระแต อาร์สยามพอมีคิวว่างบ้างเลยขอปลีกเวลาพาครอบครัวทัวร์ทำบุญครั้งใหญ่ไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ขอพรเทพทันใจ และพระนอนตาหวาน ที่ประเทศพม่า เพื่อเสริมสิริมงคลทั้งเรื่องงาน และสุขภาพ แต่จะรวมถึงเรื่องหัวใจด้วยหรือเปล่าน้า?? ต้องลองฟังจากปากเธอเอง

“ทริปนี้ก็เป็นความตั้งใจของ แต และครอบครัวค่ะ เราอยากไปทำบุญแบบนี้กันมานานแล้ว แต่ด้วยงานคอนเสิร์ตที่แน่นมาก และมีโปรเจกท์พิเศษหลายอย่างที่ค้างอยู่ ก็เลยไม่มีเวลาไปสักที การไปครั้งนี้เราก็ทำบุญกันแบบเต็มที่จริงๆ สวดมนต์ทุกคืน คืนละหลายชั่วโมง และสิ่งที่ทำให้เราตื่นตามาก ก็คือ ประติมากรรม สถาปัตยกรรมของวัดที่นั่น มีความละเอียด และสวยงามมากจริงๆ และภาพประทับใจที่ แต ได้เห็นคือ เด็กๆ ที่นั่นเข้าวัดมานั่งสมาธิ สวดมนต์กันเยอะมาก เราเห็นแล้วรู้สึกชื่นใจค่ะ ถือว่าได้ชาร์จแบตให้ตัวเองด้วย ได้พักผ่อน และก็อิ่มบุญกลับมา ถ้ามีโอกาสจะไปอีกแน่นอน เพราะขอพรไว้เยอะเหมือนกัน แต่เรื่องความรัก สำหรับ แต เวลาไปทำบุญจะไม่เคยขอเรื่องนี้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลย เพราะ แต เชื่อว่า ความรักเป็นเรื่องของบุญกรรมวาสนามากกว่า ทุกครั้งที่มีโอกาสไปทำบุญก็จะขอให้เจอคู่บุญ แต่ไม่ได้หมายถึงแฟนนะคะ หมายถึงคนที่เคยสร้างบุญร่วมกันมา หรือขอให้มีคนดีๆ เข้ามาในชีวิตเราแบบนี้มากกว่าค่ะ สถานะหัวใจตอนนี้ก็กระปรี้กระเปร่าค่ะ มีคนเข้ามาหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกกับใครเป็นพิเศษค่ะ ยังสนุกกับงาน และก็มีความสุขกับครอบครัวค่ะ”

 

EFM Six Pack on The Beat #3 มันส์หาดแตก ขนดีเจยกคลื่นศิลปินยกแพ็กถล่มพัทยา!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239156

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม ข่าวดัง เพลงดี ที่เดียวจบ!! ที่ทำตามเสียงเรียกร้องของคุณผู้ฟังจัดกิจกรรม EFM Six Pack on The Beat #3 (อีเอฟเอ็มซิกแพค ออน เดอะ บีท 3) ยึดริมหาดพัทยามันส์กันอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 แล้ว กับบันทึกหน้าใหม่ที่ผู้ฟังร่วมกันสร้างขึ้นจนทำให้บัตรกว่า 13,000 ใบ หมดเกลี้ยงในพริบตาเรียกว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นเครื่องการันตีความสนุกที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี พร้อมทั้งกองทัพดีเจที่พาเหรดกันมาสร้างความสุข นำโดยดีเจโป้ง, ดีเจโบ, ดีเจเผือก, ดีเจเจ็ม, ดีเจบุ๊คโกะ, ดีเจต้นหอม, ดีเจอ๋อง, ดีเจดาด้า, ดีเจโจ๊ก, ดีเจจอมจิ, ดีเจป๊อป, ดีเจบอล, ดีเจแนน และ ดีเจมะตูม ที่โอเชี่ยน มาริน่า ยอชท์ คลับ พัทยา

เริ่มต้นอุ่นเครื่องด้วยเซอร์ไพรส์โชว์จากหนุ่มๆ ในเครื่องแบบฟิตๆ กับเหล่า Police Dance Crew ที่มาโชว์ลีลาทั้งร้องทั้งเต้นใส่เต็มแบบไม่ยั้ง จนไม่คิดว่าจะเป็นตำรวจจริงๆ จากนั้นเป็นคิวของ ซีซั่นไฟว์ ที่ขอขึ้นโชว์เปิดเป็นวงแรกให้ทุกคนได้วอร์มเสียงกรี๊ดกันก่อนเบรกอารมณ์ด้วยหนุ่มมาดเข้มอย่าง สิงโตนำโชค ที่เหมาะกับบรรยากาศชิลๆ ริมทะเลที่สุดและก็ทำเอาทุกคนลุกขึ้นมาโยกตามจังหวะ ส่งไมค์ต่อไปที่หนุ่มๆ ที่ชอบปิดหน้า เกทสึโนวา ที่จัดเซตเพลงมาให้ฟังกันชุดใหญ่ ไปกันต่อกับวง ซีล และวง เคลียร์ ที่มาขึ้นเวทีซิกแพคเป็นครั้งแรก ก็มาชวนแฟนๆ กระโดดให้หายคิดถึง ส่งท้ายกันให้สุดๆ ไปเลยกับ โปเตโต้เท่านั้นยังไม่พอ บนเวทีประภาคารซึ่งจัดเป็นเวทีย่อยในงานเอาไว้สลับความมันส์กับเวทีหลักของงานนี้ ก็จัดเต็มแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบด้วยดีเจดีกรีหนุ่มเมนเฮลท์หล่อล่ำได้โล่ มาเปิดเพลง EDM ในสไตล์ EFM เอาใจหนุ่มสาวยุค 90 ให้ได้แดนซ์และย่อกันติดพื้นจนลืมวิธีนั่งเลยทีเดียว และบรรดาเหล่าดีเจตัวท็อปก็พร้อมใจวาดลีลาพาผู้ฟังในงานเต้นกันสุดชีวิต เรียกว่ามันส์สุดติ่งสนุกสุดพลังกว่าครั้งไหนๆ จริงๆ

Star Retro : ชีวิตผลิกผันจากช่างกล สู่นักร้องชื่อดัง ‘โอ ชัยรัตน์ เทียบเทียม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239164

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 40 ปี แล้วแต่เชื่อว่าหลายคนคงจำเพลงดังอย่าง สุขาอยู่หนใด, เธอที่รักชูวับ ชูวับ กับเสียงร้องของผู้ชายคนนี้ได้เป็นอย่างดีโอ-ชัยรัตน์ เทียบเทียม นักร้องหนุ่มหล่อเสียงดีผู้มีเอกลักษณ์กับกีตาร์โปร่งคู่ใจ เรียกว่าน้อยคนนักจะรู้เรื่องราวชีวิตของโอ เพราะที่ผ่านมาโอไม่ค่อยเปิดเผยชีวิตต่อสาธารณะเท่าไหร่ ฉะนั้นวันนี้ สตาร์เรโทร มีโอกาสเจอตัวจึงขออัพเดทชีวิตทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงโปรเจกท์์ใหม่ของเขามาให้แฟนเพลงได้หายคิดถึงกัน รับรองมีเซอร์ไพรส์หลายเรื่อง!!

จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงยุคแรกๆ

ผมเป็นนักเรียนช่างกล จบช่างยนต์มา กะว่าจะไปทำงานเกี่ยวกับช่างยนต์ แต่ไปๆ มาๆ เพื่อนก็ชวนไปร้องเพลง เพราะบังเอิญว่าผมเล่นกีตาร์ได้ด้วย เลยไปร้องเพลง แล้วเผอิญคุณเอ๋-ไพโรจน์ สังวริบุตร ซึ่งเขาได้มาเล่นภาพยนตร์กับพี่เปี๊ยก โปสเตอร์ เรื่องวัยอลวน เลยดึงผมไปร้องเพลงในภาพยนตร์ ผมก็ไปทำเพลงให้เขา ร้องเพลงให้เขา ไม่ได้คิดว่าเพลงจะโด่งดังอะไร ทำเล่นๆ เพลงนั้นคือ สุขาอยู่หนใด และ เพลง น่ารัก ปรากฏว่าหนังดัง เพลงดัง ก็เลยทำภาค 2 เรื่อง รักอุตลุด ก็เขียนเพลงให้เขาสามเพลง ชูวับๆ แล้วก็เพลง รักน้อรักไม่จริง แล้วก็ทำเพลง ระทมรัก ปรากฏว่าดังเปรี้ยงทั้ง 3 เพลงเลยกลายเป็นนักร้องไม่รู้ตัว ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลยคราวนี้จากการที่ตั้งใจจะเป็นช่าง กลายเป็นนักร้อง (หัวเราะ)ก็เลยมาสายดนตรียาวเลย ทำอัลบั้ม ร้องเพลงมาเรื่อยๆ

อัลบั้มแรกในชีวิต

ชื่อว่าชุด ยับ (ยับในทรวงเขาลวงอก) เพลงแจ้งเกิดก็เป็นเพลงจากภาพยนตร์ซึ่งเขาเอาไปรวมเป็นอัลบั้มเพลงจากภาพยนตร์ อย่างเช่น เพลงสุขาอยู่หนใดเธอที่รัก ชูวับๆ เพลงยักษ์ ก็เป็นเพลงที่ทุกคนรู้จักหมดในตอนนั้น และดังมาก อัลบั้มต่างๆ ก็มีทั้งรวมเพลงภาพยนตร์ ละคร แล้วก็มีอัลบั้มชุดชัยรัตน์ 80 แล้วก็ชุด มหา’ลัยเดียวกัน มีออกมาประมาณ 10 ชุด เล่นดนตรีไปเรื่อยๆ อยู่ในวงการเพลงมาเกือบ 30 ปี เริ่มรู้สึกเบื่อเลยไปทำงาน ขายบ้าน ขายที่ดิน อสังหาริมทรัพย์เปิดบริษัทขึ้นมา ล้มลุกคลุกคลานอยู่ประมาณ 3-4 ปี ได้กำไรบ้าง ขาดทุน เจ๊งบ้าง ก็ถือว่าเราได้ประสบการณ์ พอเรารู้แล้วว่าจะต้องทำยังไงแบบไหนก็เลยมาจับธุรกิจเปิดพื้นที่ให้เช่า ตอนแรกไปขายของท้ายรถก่อน เพื่อเก็บความรู้ทดลองแนวทาง ซึ่งก็เห็นผลและทำให้เราคิดว่าจะต้องทำยังไงต่อไป เพื่อขยาย ได้ไอเดียตอนไปทำกับซีคอนสแควร์ (อาชีพหลักในปัจจุบัน?) ทำอพาร์ตเม้นท์ให้เช่าครับ คือก็เหมือนเราซื้อมาขายไป ตอนนี้กำลังทำกันอยู่ เพิ่งขายที่หลักสี่ไป แล้วไปซื้อที่ปากน้ำมีประมาณไม่ถึง 100 ห้อง คือผมเป็นคนเมเนจฯเป็นธุรกิจครอบครัว มีลูกน้องดูแลครับ

ช่วงชีวิตที่ดังเปรี้ยงสุดๆ

ปีพ.ศ.2520 เพราะภาพยนตร์ฉายปี พ.ศ. 2519 พอปี พ.ศ.2520 ก็เลยเป็นปีของเรา ดังที่สุดเลย ในประเทศไม่มีใครไม่รู้จักเพลงสุขาอยู่หนใด เพราะว่าภาพยนตร์ฉายทั่วประเทศ วิทยุก็เปิดโดยที่ไม่ต้องเสียเงิน เขาเอาแผ่นไปเปิดทั่วประเทศและเปิดเป็นเดือนๆ ช่วงนั้นออกทีวีถี่มาก อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง พอวัยอลวนจบ ก็ทำ รักอุตลุด ขึ้นมา เรื่องนี้ยิ่งดังเปรี้ยงขึ้นไปอีก ออกทีวีถี่มาก คนก็จำได้ว่านี่คือ ชัยรัตน์ เทียบเทียมพีคสุดช่วงนั้นครับ

ดังปุ๊บชีวิตเปลี่ยน

จากที่ไปไหนไม่มีใครรู้จักคนก็รู้จักมากขึ้น คนให้เกียรติเรามากขึ้นเพราะเราก็เป็นศิลปินที่ดัง คือตอนนั้นโอ้โหได้ไปทั่วประเทศเลย ได้ไปเที่ยว ร้องเพลงสนุกสนานมาก เจอแฟนเพลงตลอดเวลา ถือเป็นกำไรชีวิตมากๆได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็จะมีความสุขมากเลยนะ ผมไปทั่วทุกจังหวัด สนุกมาก คนอื่นอาจจะทำไม่ได้แบบเรายกตัวอย่างนักร้องสมัยนี้ก็ไม่สามารถที่จะมานั่งร้องเพลงให้คุณฟังในทุกๆ วันได้เพราะเวลาที่เขาดังแล้ว ก็จะมีเฉพาะเวลาที่เป็นโชว์พิเศษ เป็นคอนเสิร์ต อาจจะเดือนละครั้ง สองเดือนครั้ง ไม่โชว์บ่อย แต่สมัยก่อนเราไปทุกอาทิตย์ ทุกเดือน ตะลอนๆ

เริ่มเล่นหนัง เล่นละคร

ละครเรื่องแรกที่เล่น เล่นกับทางช่อง 3 เรื่อง ดงมนุษย์ ทองประกายแสด คลื่นเสน่หา คนเริงเมือง แล้วก็ไปเล่นที่ช่อง 9 นิดหน่อยแล้วก็หยุดไป มีเล่นหนังเรื่อง นักรักรุ่นกระเตาะ เพลงรักเพื่อเธอ นางฟ้าท่าเรือ ซึ่งก็อาศัยว่าเราร้องเพลงได้ก็ร้องเพลงประกอบหนังไปด้วย เล่นหนังร้องเพลงอยู่ในวงการเกือบ 40 กว่าปี แต่พอหลังๆ เริ่มอยู่เบื้องหลัง เช่น เขียนเพลง แต่ไม่ค่อยร้องเพลง

มีเลือดศิลปินอยู่เต็มเปี่ยม

คุณแม่ผมเป็นนางละครเก่าครับ พอมีสายเลือดศิลปิน เราก็ชอบร้องเพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ ก็จะฝังหูมาโดยตลอด แบบที่เราไม่ได้ซ้อม พอมาวันหนึ่งที่เราจะต้องมาร้องเพลงพวกนี้ก็เลยร้องได้เลย แม่ก็เป็นศิลปินอยู่แล้ว ส่วนคุณพ่อเป็นทหารเรือ เอาจริงๆ นะเขาก็เหมือนหล่อหลอมให้เราอยู่ในแวดวงตรงนี้ แต่ในบ้านไม่ค่อยมีใครฟังเพลงนะนอกจากผมคนเดียว ผมมีพี่น้อง 4 คน ผมเป็นคนโตมีน้องชาย 1 คน และน้องสาวอีก 2 คน และน้องสาวคนที่สามเป็นคนที่ร้องเพลง รักหนอรัก (สภาภรณ์เทียบเทียม) ในภาพยนตร์เรื่อง รักอุตลุด

ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตล่าสุด

เป็นคอนเสิร์ตของมูลนิธิของฟ้าหญิงอุบลรัตน์ คอนเสิร์ตการกุศล ผมก็จะเป็นเจ้าประจำแหละ คือเวลามีคอนเสิร์ตอะไรแบบนี้ผู้ใหญ่ก็จะเรียกเรา เพราะว่าโชคดีอีกอย่างคือ ผมร้องเพลงลูกกรุงเป็น ซึ่งจริงๆ ผมร้องเพลงเป็นทุกแนวนะ ลูกทุ่ง สตริง สากล ตอนเด็กๆ ร้องเพลงสากลนั่นคือจุดเริ่มต้น ผมร้องเพลงสากลมาก่อน เพลงเดอะ บีทเทิลส์, เอลวิส เพรสลีย์ แล้วก็ร้องมาตั้งแต่ยุคซิกตี้เลย เราก็โตขึ้นมาพร้อมกับแวดวงตรงนี้ มีเพื่อนไปร้องเพลงก็ขึ้นไปร้องแจมกับเขา เพลงยุคซิกตี้ ก็เลยชอบ แล้วตอนหลังมาร้องเพลงไทยซึ่งไม่เคยคิดเลยว่าจะมาร้องเพลงไทย เพราะก่อนที่จะมาร้องเพลงในวัยอลวนก็ยังร้องเพลงสากลมาตลอด เล่นในผับ บาร์ ร้องสากลตลอด

ตัดสินใจเลิกร้องเพลงประจำ

ประมาณ 10 กว่าปีแล้วครับ คือไม่ร้องประจำเลย เมื่อก่อนจะมีร้องตามคาเฟ่ ผับ โรงแรมต่างๆก็จะร้องตลอด ตอนหลังมาคิดได้ว่าเออถ้าเราจะมาร้องแบบนี้ตลอดไปไม่ได้แล้วล่ะ คลื่นลูกเก่ากำลังโรยราไป คลื่นลูกใหม่กำลังมา จะเห็นว่ามีนักดนตรีวัยรุ่นเยอะแยะเต็มไปหมดเลยที่ขึ้นมา ก็เลยถอยและคิดว่าเราไปทำธุรกิจอย่างอื่นดีกว่า ซึ่งจริงๆ ผมทำธุรกิจมาตลอดนะในช่วงเวลาที่ผ่านมา 20-30 ปี ก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ ขายพื้นที่ให้เช่าทำมาประมาณ 10 กว่าปี คือตอนนั้นก็ทำควบคู่กันไปกับการร้องเพลงทำเพลง แต่เราไม่ได้คิดว่าจะขายเป็นล่ำเป็นสัน แต่ก็จะทำอะไรที่เกี่ยวกับการซื้อ-ขายแบบนี้ตลอดเวลา ผมทำมาตั้งแต่คลองถมซีคอนฯ สมัยก่อนโน้น10 กว่าปีที่แล้ว มาทำที่พาราไดร์ เสรีเซ็นเตอร์เก่ามีที่มาบุญครองด้วยซึ่งก็ทำมาประมาณ 10 กว่าปีเพิ่งเลิกไปเมื่อสองปีกว่านี่เอง ส่วนตอนนี้ทำที่เมกบางนาทำเล็กๆ ครับ พื้นที่ให้เช่า สินค้าก็จะเป็นไทยๆ ทำเล่นๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไร

ล้มลุกคลุกคลาน ธุรกิจเจ๊ง

เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วผมมีชีวิตที่ตกต่ำคือหมายความว่าเราทำบริษัทตอนนั้นเลิกร้องเพลงพอเลิกก็ทำบริษัทอสังหาริมทรัพย์ปรากฏว่าเจ๊ง ทำไปกี่บริษัทก็เจ๊งหมด เหมือนกับว่าเป็นช่วงดาวน์ของเราจริงๆ นะ เพราะเราก็มีช่วงดังสูงสุดมาแล้ว ตอนมีชื่อเสียงแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ต่ำลงมาเรื่อยๆผมคิดว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ก็ตกต่ำอยู่ช่วงหนึ่งเราก็ต้องทำใจ ตอนนั้นสารพัดทั้งค่าบ้าน ค่ารถ ค่าอะไรต่างๆ นานา ที่ต้องผ่อนเกิดวิกฤติ แต่เราก็มาฟื้นเพราะเราสู้ แฟนก็สู้ด้วย เราไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา มาฟื้นคืนชีพก็ตอนปีพ.ศ.2540 จากการทำพื้นที่ให้เช่า คือกลับกลายเป็นว่าช่วงที่เขาวิกฤติกัน เรามาโผล่ตรงนั้นพอดีเลยจำได้เลยช่วงนั้นเราสวนทางกับคนอื่น จนถึงตอนนี้ก็สบายแล้ว แต่พอเราย้อนคิดไปในอดีตก็ยังแปลกใจนะว่าเราผ่านช่วงนั้นมาได้ยังไง เอ๊ะเรามาถึงตรงนี้วันนี้ได้ยังไง (หัวเราะ) กว่าจะฟื้นตัวก็ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีไม่ง่ายเหมือนกันครับ

ยาวิเศษยามเหนื่อยท้อเจอปัญหา

ผมเป็นคนชอบทำบุญ ชอบสวดมนต์ คือเราจะตกต่ำหรือดีอะไรก็ตามเราจะไม่ทิ้งตรงนี้ เราจะทำบุญมาตลอดตั้งแต่เราไม่มีอะไร มีน้อยทำน้อย แล้วก็สวดมนต์ตรงนั้นแหละที่ทำให้เรามีปัญญา เพราะเหมือนเวลาที่พอเราจะตกก็จะมีคนช้อนเราขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีมากมาย แต่ก็ทำให้เรามีกำลังใจที่จะสู้ ยายผมเป็นคนที่ถือศีลมากๆ สวดมนต์ทุกวัน ไปวัดก็จะพาผมไปด้วย ก็จะซึมซับตรงนี้ พอโตพอเจอปัญหาหรือวิกฤติก็จะนั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ ถึงแม้จะไม่ได้มากมายอะไรก็แค่ขอให้ใจเรานิ่งสักแป๊บทำให้เรามีปัญญาให้เราสู้กับปัญหา

ครอบครัวสุดที่รัก

ผมมีความสุขที่ได้มีครอบครัวในแบบวันนี้เพราะทำให้เราอยู่ในกรอบของการได้ดูแลชีวิตและใช้ชีวิตได้อย่างประชาชนทั่วไป คือผมไม่ได้คิดว่าการที่ผมมีครอบครัวจะทำให้ผมต้องถูกลดทอนความสุขของชีวิตไป เวลาผมมีงานเขาก็ให้โอกาสผม ไปไหนก็ได้ เป็นครอบครัวที่เราเข้าใจกัน

ลูกชายเลือดศิลปิน

เรียกว่าเจริญรอยตามผมเลยครับ เป็นนักดนตรี จริงๆ แล้วเขาจบที่มหาวิทยาลัยมหิดล ด้านดนตรี คือตั้งแต่เขาเกิดมาก็จะเปิดเพลงให้เขาฟังตลอด เพลงแจ๊ส คลาสสิก ทุกแนว เลี้ยงเขาด้วยเพลงจริงๆ (หัวเราะ) เวลาขับรถไปส่งตอนเด็กๆ ก็เปิดเพลงให้ฟังเขาก็จะซึมซับไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเขาก็ชอบเพลงโดยที่เราไม่ต้องบอกว่าให้ชอบแนวนี้หรือแนวไหน เขาก็ชอบเข้าสายเลือดและเขาก็เลยมุ่งมั่นว่าอยากจะเล่นดนตรี ก็ให้เล่นและส่งเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ หาครูเก่งๆ มาสอนทั้งครูไทยครูฝรั่ง พอเล่นได้ เขาก็ดีใจ จนปัจจุบันนี้เขายึดอาชีพนี้หากินเลย คือเล่น เปียโน เขาจะเล่นเดี่ยวคนเดียวที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ แล้วก็โรงแรมเชอราตัน สลับเปลี่ยนกันทุกวันให้แขกฝรั่งฟังเวลาเขาเล่นดนตรีได้แบบนี้คนเป็นพ่อก็มีความสุขมากๆ ครับ เห็นแล้วก็ดีใจด้วยที่เขามีความสุขกับการเล่นดนตรี แต่ไม่ค่อยได้ไปดูเขาเล่นนะเพราะเขาจะเขิน ก็เลยจะปล่อยให้เขาเล่นเป็นตัวของตัวเอง มีแอบไปดูบ้างเป็นครั้งคราว (หัวเราะ)

บั้นปลายชีวิต

ก็คงจะดำเนินชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือเราได้มีเพื่อนที่ดี มีครอบครัวที่ดี แล้วก็ไปเที่ยวตามต่างจังหวัดที่เราอยากไปแค่นั้นแหละ

บนถนนสายเสียงเพลงให้อะไรบ้าง

ประสบการณ์ชีวิต เพราะเป็นชีวิตจริงๆ ที่เราไปเจอมามีทั้งสุข สมหวัง ทุกข์ก็มี เหมือนกับละชีวิตทั่วๆ ไป แต่อันนี้คือประสบการณ์จริง ซึ่งทำให้เราได้รู้ว่าชีวิตของเราที่ผ่านมานะเป็นยังไง แต่ของผมถือว่าโชคดีมากที่เจอแต่คนดีๆ เจอเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร แฟนเพลงที่น่ารัก ผิดหวังนี่แทบจะไม่มีเลย เพราะอีกอย่างหนึ่งเราเป็นคนที่แบบว่าอะไรก็ได้ ทนได้ทุกอย่าง สบายๆ ชิลล์ๆ เจอใครก็สนุกสนาน คิดบวก แล้วก็คิดว่าชีวิตนี้เราโชคดีนะที่เราได้เดินมาบนถนนสายบันเทิง เราได้ร้องเพลงให้คนฟัง แล้วคนฟังเขาก็มีความสุขกับเรา แค่นี้แหละเราพอใจแล้ว

หวนกลับมาจับงานเพลงอีกครั้ง

กำลังคิดว่าจะเอาเพลงเก่าๆ ที่เราคิดว่ายังไพเราะอยู่เอามาเปลี่ยนดนตรี แล้วก็มีเพลงใหม่เสริมเข้าไปบ้าง ซึ่งเป็นเพลงที่เราเขียนให้กับนักร้องคนอื่น เอากลับมาร้องเอง คือเหมือนจะทำเป็นรวมอัลบั้มพิเศษขึ้นมา ร้องคนเดียวและอาจจะมีเกสต์ที่เป็นเพื่อนๆ กันมาแจมบ้าง ก็ทำขึ้นเพื่อไม่ให้เหงา ทำให้กับแฟนๆ ที่คิดถึง ส่วนคอนเสิร์ตก็มีเรื่อยๆ ครับ แล้วแต่ใครจะเชิญไปร้องไปขึ้นเวทีอะไรต่างๆ นานา ไปได้หมดครับ ถ้าติดต่อเข้ามายินดีมากๆ ครับ ตามผับมีคนติดต่อให้ไปร้องประจำก็มีเยอะแยะเลย แต่ผมไม่รับ เพราะผมไม่ได้ต้องการว่าจะต้องไปร้องเพลงหาเงินแล้ว คือพูดง่ายๆ ว่าชีวิตเราก็ไม่ได้เดือดร้อน ถ้ามีคนชวนไปเล่นฟรีผมก็ไปนะ ขอให้มีใจอยาก แต่ตอนนี้ยังไม่มีใจอยากไง อยากทำอย่างอื่นก่อนตอนนี้ถามว่ามีไหมก็มีแต่ไม่มากมายอะไร เพราะเราก็เลยจุดอิ่มมาแล้ว

กิจกรรมยามว่างที่หลงใหล

ตีกอล์ฟ ครับ มีเพื่อนๆ ที่เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงนักดนตรี เล่นกอล์ฟด้วย ก็ไปเล่นไปตีด้วยกันเหมือนเป็นอีกหนึ่งกีฬาทางเลือกให้เรามีกิจกรรมทำ เพลงก็ร้องบ้าง ไม่ร้องบ้าง

สุขภาพร่างกายในวัย 62

ตอนนี้รักษาสุขภาพอย่างสุดๆ ตื่นเช้ามาก็ดื่มน้ำผัก ผลไม้ปั่นทุกวัน เอ็กเซอร์ไซส์ ควบคุมเรื่องอาหารการกิน เราจะไม่กินอะไรที่ไม่มีประโยชน์กับร่างกายทานผัก ปลา เพื่อให้ร่างกายได้รับสิ่งดีๆ เข้าไป เพราะปกติก็เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้วถ้ามีเวลาโรคภัยไข้เจ็บก็มีแค่ไขมันในเส้นเลือดเป็นเพราะอาหารก็พยายามควบคุมอยู่

หลักในการดำเนินชีวิต

เราพยายามอย่าประมาท ผมกลัวที่สุดก็คือ กลัวความจน เพราะว่าเราเคยจนมาแล้ว เรากลัวว่าเราจะกลับไปเหมือนเดิม เพราะว่าเวลาที่เราได้เงินมาก็จะพยายามเก็บเป็นสัดส่วน เก็บ ช่วยเหลือสังคมทำบุญ คือทุกเดือนจะต้องไปทำบุญหนึ่งครั้งตรงป่อเต็กตึ๊ง บริจาคเงินซื้อข้าวสาร ซื้อโรงศพ ทำมาตั้งแต่ 30-40 ปีแล้วนะตั้งแต่ผมไม่มีอะไรเลยเพราะผมก็อยากช่วยเขา โอเคเรามีน้อยช่วยน้อย

คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องศิลปินสมัยใหม่

อยากให้ทำตัวอย่าไปหวือหวามากนัก วงการนี้มาแล้วดับเร็วนะ ถ้าเราทำตัวดีอยู่ในศีลในธรรมอยู่ในกรอบที่ดีก็จะทำให้เราอยู่ได้นาน และอย่ามัวเมาในอบายมุขทั้งหลาย อันนี้สำคัญทั้งเรื่องยาเสพติดเรื่องผู้หญิง พยายามให้พอดีๆ อย่าไปล้ำเส้นใครเขาให้ดูรุ่นพี่ที่อยู่นานๆ อย่างผมก็จะดูรุ่นพี่ก็คือ พี่ต้อย- เศรษฐา ศิระฉายา คนนี้เขาเป็นไอดอลผมตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนเลยนะ เขาทำตัวให้คนเคารพดีมาก มีโอกาสก็ช่วยเหลือน้องๆ ที่ตกต่ำ

ผลงานใหม่เร็วๆ นี้ได้ดูแน่นอน

เป็นรายการเกี่ยวกับการตีกอล์ฟ ชื่อว่า Hole In One ออนแอร์ประมาณเดือนตุลาคมนี้ ทางช่องอัมรินทร์ทีวี วันอาทิตย์ เวลาประมาณ 23.00 น.ทำร่วมกับน้องคนที่รู้จักในรายการเขาชวนไปทำ เราก็เป็นคนชอบตีกอล์ฟด้วยก็เลยตกลงทำ ด้านผลงานเพลงเดี๋ยวผมจะทำเพลงสักชุดหนึ่งออกมาเร็วๆ นี้แหละ กำลังรวบรวมเพลง พยายามทำอยู่นะครับ อาจจะมีทั้งเพลงเก่าและเพลงใหม่ผสมกัน ส่วนละครถ้ามีติดต่อให้ไปเล่นก็รับครับ เพราะคำว่าศิลปินในตัวเรานี่ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

อีกไม่นานเกินรอ เราคงได้ฟังเพลงเพราะๆ ที่หายากทั้งเพลงเก่าเพลงใหม่จากเสียงต้นฉบับจริงๆ กันแบบเต็มอิ่ม แต่ในระหว่างที่รอผลงานเพลง หันไปดูโอตีกอล์ฟทางช่องอัมรินทร์ทีวีกันไปพลางๆ นะจ๊ะแฟนจ๋า

ใบพร้าว

‘ไดโนซอร์แพลนเน็ต’ ชวนร่วมค้นหาคำตอบ ‘ไข่ดึกดำบรรพ์ สายพันธุ์สุดประหลาด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239160

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วินิจ เลิศรัตนชัย กรรมการบริหาร บริษัท เอฟดับเบิ้ล ยูอาร์ จำกัด ชวนค้นหาคำตอบ “ไข่ดึกดำบรรพ์ สายพันธุ์สุดประหลาด” ซากฟอสซิล ของไข่ไดโนเสาร์ของจริงพันธุ์เทอริสิโนซอร์ อายุกว่า 65 ล้านปี ที่ถูกขุดพบแถบประเทศมองโกเลีย-จีน พร้อมเผยโฉมเทอริสิโนซอรัส (Therizinosaurus) ไดโนเสาร์สายพันธุ์สุดประหลาด ขนาดเท่าจริง ความสูงกว่า 6 เมตร ไฮไลท์ใหม่ล่าสุดของ “ไดโนซอร์แพลนเน็ต”ที่จะนำมาจัดแสดงเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน และครอบครัวที่สนใจศึกษาเรื่องราวไดโนเสาร์ ณ โซน ไดโนซอร์ ดิสทริค โครงการไดโนซอร์ แพลนเน็ต สุขุมวิท 22

นอกจากนี้ ทางโครงการยังมีการเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์ 4 มิติเรื่องใหม่ของโซน 4D Deep World ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้
อีกด้วย ทางโครงการมุ่งหวังเพื่อส่งเสริมความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิต อายุกว่าล้านปีเพราะในอนาคตเราอาจจะสามารถเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์ให้ฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง “ไดโนซอร์แพลนเน็ต” เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-22.00 น. บัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ ราคา 600 บาท เด็กความสูง 90-120 เซนติเมตร ราคา 400 บาท เด็กความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรี นั่งกระเช้า Dino Eye ราคาคนละ 200 บาท ขี่ไดโนเสาร์ Dino Farm ราคาคนละ 100 บาท ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :www.dinosaurplanet.net

 

‘ทอย’ ร่วมเพ้นท์เสื้อรูปโดนัท ไลน์ เฟรนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239152

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กันตภณ ศรีสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แบรนด์ มิสเตอร์ โดนัท บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดตัวสินค้าสุดน่ารัก เอาใจคนรัก LINEFriends กับ “มิสเตอร์โดนัท ไลน์ เฟรนด์” ที่รังสรรค์ความอร่อยด้วยการสร้างสรรค์โดนัทเป็นคาแร็กเตอร์สุดฮิตจากแอพพลิเคชั่นยอดนิยมจนกลายเป็นโดนัทสุดน่ารักแสนอร่อยกับ “มิสเตอร์โดนัท ไลน์เฟรนด์” อร่อยยกแก๊ง สนุกยกก๊วนไลน์เฟรนด์ งานจัดขึ้น ณ ร้าน misterDonut ชั้น B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาแกรนด์ พระราม9 ภายในงานได้รับเกียรติจาก แมรี่ จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บจก. เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป และนักแสดงหนุ่มน้องใหม่ “ทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดี” ที่มาสร้างสีสันร่วมกิจกรรม เพ้นท์เสื้อรูปโดนัทไลน์เฟรนด์ที่ชื่นชอบ โดยมีแฟนคลับมาเป็นกำลังใจอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน

‘เบนจามิน-ตั๊ก’ปะทะอ่วม!!! เจอเท้าฟาดหน้าเต็มๆ ใน‘หัวใจและไกปืน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239002

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.08 น.

ถ่ายทำซีรีส์แนวแอ๊กชั่นขนาดนี้ หนีไม่พ้นเรื่องการพลาดคิว ล่าสุดระหว่างถ่ายทำ “หัวใจและไกปืน” ให้กับช่อง MONO 29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) นักแสดงน้องใหม่ “เบนจามิน วาร์นี” พลาดท่าโดนเท้าของผู้กำกับฯ ฟาดหน้าไปแบบเต็มๆ ในฉากที่ต้องปะทะกันแบบดุเดือดกับผู้กำกับฯ และนักแสดงรุ่นพี่ “ตั๊ก-นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์”

โดยฉากดังกล่าว ผู้กำกับฯ และทีมงาน ปักหลักถ่ายทำกันที่โรงหนังแหลมทองย่านคลองเตยกันตั้งแต่เช้า หลังจากเจาะซีนต่างๆ เรียบร้อย ก็มาถึงคิวที่จะต้องปะทะกัน ก่อนถ่ายทำ ทั้งเบนและตั๊ก พร้อมใจกันซักซ้อมคิวบู๊ร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะต้องฟัดกันนัวทั้งเตะทั้งต่อย สถานที่ปะทะยังเป็นซอกทางเดินแคบๆ การออกท่าทางจึงต้องระวังเป็นพิเศษ แต่เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เริ่มถ่ายทำทันที ระหว่างการปล่อยไหลให้ตั๊กและเบนปะทะกันอยู่ จังหวะที่ตั๊กฟาดเท้าออกมากลับพลาด!! โดนหน้าเบนอย่างจังจนต้องคัท ทั้งตั๊กและทีมงานต้องรีบเข้ามาดูใบหน้าบริเวณแก้ม ขึ้นปูดเป็นรอยแดงช้ำจนต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ด้วยสปิริต หนุ่มเบน บอกไม่เป็นไรมาก และขอถ่ายต่อทันที ถ่ายเจาะเก็บฉากต่อเนื่องจนครบทุกรายละเอียดเสร็จเรียบร้อย”

 

‘จอนนี่ อันวา’ ถ่ายทอดเพลงไอดอล!! อาจารย์ผู้สอนแร็พ ใน‘ร่างทรงคนเขียนเพลง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238999

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตแห่งปีที่เหล่าสาวกอาร์เอสรอคอยกับคอนเสิร์ต “ร่างทรงคนเขียนเพลง” ผ่านร่างทรง 5 ศิลปินคุณภาพนำโดยร็อกรุ่นใหญ่ “โป่ง-ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์/เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ /ดัง-พันกรบุณยะจินดา/จอนนี่ อันวา และ แดน-วรเวช ดานุวงศ์” ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลง จากปลายปากกาความรู้สึก..คนเขียนเพลงที่ทุกคนเคยประทับใจ โดยเฉพาะ “จอนนี่ อันวา” ที่ครั้งนี้เจ้าตัวออกปาก ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะจะได้ถ่ายทอดเพลงไอดอล “เสือ-ธนพล” อาจารย์ผู้ร้องเพลงสอนแร็พ ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ “จอนนี่อันวา” กล่าวว่า

“พี่เสือ-ธนพล ก็ถือว่าเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง ที่รักและนับถือ สอนเราทุกอย่าง ทั้งเรื่องดนตรี สอนให้เล่นกีตาร์ จับคอร์ด หาเสียงตัวเอง และที่สำคัญสอนให้รู้จักการร้องเพลงแร็พ เจียระไนก้อนหินก้อนดินจน มี “แร็พเตอร์” ในวันนี้ขอคารวะจากหัวใจ การกลับมาทำงานครั้งนี้ ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศแบบอัดเสียงเสร็จ ดึกมากก็โทร.หาพ่อ-แม่ บอกว่าต้องเข้าห้องอัด ขอไปนอนบ้านพี่เสือ ดีใจที่ต้องอยู่ในสตูดิโอ 8 ชั่วโมงเต็ม พี่เสือทำให้เราทำงานสนุก คอนเสิร์ต “ร่างทรงคนเขียนเพลง” ผมรับประกันกับแฟนเพลงได้เลย ทุกครั้งทุกเพลงที่เมโลดี้นำขึ้นมา แฟนๆ ต้องกรี๊ดแบบสุดเสียง และ ร้องตามกันได้ทุกเพลง เป็นเพลงฮิตที่อยู่ในความทรงจำของทุกคน พลาดไม่ได้เด็ดขาดโอกาสรวมตัวกันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับใครที่ยังไม่บัตร รีบไปจับจองเป็นเจ้าของบัตรคอนเสิร์ต แล้วมาพบกัน วันเสาร์ที่15 ตุลาคมนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์”

‘กระแต-หวาย’ชวนขาแดนซ์คัฟเวอร์ ในกิจกรรม‘แดนซ์สุดเหวี่ยง กับ กระแต X หวาย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239003

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เรียกได้ว่ากำลังเข้มข้นเลยทีเดียว สำหรับกิจกรรม แดนซ์สุดเหวี่ยง กับ กระแต X หวาย ที่ 2 สาวตัวแม่เพลงเต้นอย่าง ราชินีแดนซ์ของเมืองไทย กระแตอาร์สยาม-นิภาพร บุญยะเลี้ยง และสาวแซ่บไม่แคร์เวิร์ล หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ ศิลปินในเครือ อาร์เอส เชิญทุกคนลุกขึ้นมาแดนซ์กันให้มันส์ นวดกันให้นุ่ม เพื่อร่วมลุ้นรางวัล MEET & GREET กันแบบใกล้ชิดกับ กระแต x หวาย และร่วมลุ้นรางวัลพิเศษทุกสัปดาห์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ผู้ชนะรางวัล เหวี่ยง of The Week ประจำสัปดาห์ที่ 1 ไปแล้ว แถมยังก็เกิดปรากฏการณ์เหวี่ยงฟีเวอร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนใครที่อยากร่วมสนุก และไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ เพียงส่งคลิป Cover เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม) ที่แซ่บสุดพลัง หรือร่วมแชร์คลิปเหวี่ยงโดนใจ แล้วติดแฮชแท็ก #นวดให้นุ่ม พร้อมชื่อ-นามสกุล มาที่หน้ากิจกรรมใน Facebook : RsiamMusic ได้ตั้งแต่ วันนี้–15 ตุลาคม และจะประกาศผลผู้โชคดี วันที่ 19 ตุลาคมนี้สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : RsiamMusic หวาย “ก็อยากให้ทุกคนส่งคลิปคัฟเวอร์เข้ามากันเยอะๆ นะคะ จะมาเป็นเดี่ยวเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มได้หมดเลย เพราะวันที่ 19 ตุลาคมนี้ เราก็จะคัดเลือกผู้เข้ารอบ10 ทีม สุดท้ายกันแล้ว ใครเต้นแซ่บ เต้นปัง เต้นโดนใจ หวาย และ พี่กระแต มากที่สุด เตรียมมาร่วมสนุก และรับของรางวัลจากเราสองคนได้เลยค่ะ ”กระแต “ ตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้วนะคะ ก็แอบไปเห็นคลิป cover มาเยอะแล้วเหมือนกัน แต่ละคนแต่ละทีมเต้นกันจัดเต็มมาก อยากให้มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะเพลงนี้เราตั้งใจทำกันมาก ส่วนใครที่ชนะก็จะได้มา MEET & GREET กับพวกเราสองคน ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ แบบใกล้ชิดเลยจ้า”

‘หนุ่ม-คงกะพัน’จัดเองเล่นเอง เต็มครบทุกรสชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238996

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ห่างหายการเล่นละครมานานหลายสิบปี “หนุ่ม” คงกะพัน กลับมาเล่นอีกครั้งใน “หลอนเดอะซีรี่ส์” เป็นตอนรวมดาวของจริงเมื่อผู้จัดละคร หนุ่ม-คงกะพัน กระโดดลงมาเล่นเองพร้อมชวนเพื่อนพ้อง เมฆ-วินัย ไกรบุตร, เดวิสอัศวนนท์ และสาวเกาหลีอย่าง “จียอน” มานำเสนอเรื่องราว ที่ไม่ได้มีแค่ความหลอน แต่จะเป็นตอนพิเศษที่ครบทุกรสชาติ ดราม่า บู๊ มิตรภาพ และความหลอน ต้องติดตามกันได้ออกอากาศเสาร์ที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลา 21.00 น.ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี และ ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

“ต้องบอกเลยว่าไม่ได้รับเล่นละครมานานหลายปีมากหลังจากที่ค้นพบว่าตัวเองเหมาะกับงานพิธีกร ก็เลยจริงจังและทำงานพิธีกรมาโดยตลอด มีผู้จัดหลายท่านชวนไปเล่นละครก็ไม่ได้ไปเล่น ถามว่าคิดถึงและจดจำความสนุกได้มั้ยแน่นอนเรายังจำการทำงานละครได้เสมอก็ผลัดๆ มาเรื่อยๆ จนเมื่อตัวเองได้รับโอกาสดีจากทางผู้ใหญ่โมเดิร์นไนน์ทีวี ได้เป็นผู้จัดละครหลอนเดอะซีรี่ส์ คัดเลือกเรื่องราวอิงความจริงมานำเสนอผ่านซีรี่ส์สั้นแนวเทเลมูฟวี่ ก็เริ่มสนุกแล้วทางผู้กำกับก็ชวนว่ามีเรื่องหนึ่งที่อยากให้เราเล่น เพราะมันจะไม่ใช่แค่เรื่องหลอนๆ จะเป็นเรื่องพิเศษกว่าตอนอื่นๆ ชื่อตอนว่า “ถอดรหัสสัมผัสสยอง” รับบทเป็นตำรวจนักสืบที่มีสัมผัสพิเศษรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดเหตุร้ายอะไรกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเราบ้างแล้วหลายเหตุการณ์มันเริ่มชัดขึ้นเมื่อเพื่อนรอบตัวเราหายไปทีละคนมันไม่ใช่แค่สัมผัสพิเศษ มันมีมากกว่านั้น ติดตามชม “หลอนเดอะซีรี่ส์ ตอน ถอดรหัสสัมผัสสยอง” วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลา 21.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี และ ช่อง 9 MCOT HD