Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สติสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด! หนุ่มบิ๊กไบค์กับเรื่องกล้วยๆ (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291393

สติสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด! หนุ่มบิ๊กไบค์กับเรื่องกล้วยๆ (ชมคลิป)

สติสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด! หนุ่มบิ๊กไบค์กับเรื่องกล้วยๆ (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.32 น.

ต้องบอกว่าโชคดีมากๆ! เมื่อเพจเฟซบุ๊ก Banz MuMi ได้แชร์คลิปอุทาหรณ์ขณะที่ซิ่งบิ๊กไบค์ลงไปในดงกล้วย แต่ก็ถือว่าเคราะห์ดีที่ไม่ใช่คลองน้ำและไม่ได้รับบาดเจ็บแถมยังลงไปจอดเท่ๆอีกด้วย

ภายหลังต่อมาทราบว่า เจ้าของคลิปดังกล่าวได้ออกทริป กรุงเทพ-ลพบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ประสบอุบัติเหตุรถพุ่งลงคลอง แต่โชคดีมากๆ ที่เจอดงกล้วย ไม่เจอน้ำ เหตุการณ์เกิดจากลื่นสไลด์เม็ดกรวดทรายริมถนน ส่วนคนขับปลอดภัยดี รถเสียหายเล็กน้อย ประมาณ3%

อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวถูกแชร์กว่า 5 พันครั้ง ชื่นชมในความมีสติของเจ้าตัวและเข้าไปแซวขำๆว่า “สงสัยจะหิวกล้วยแน่ๆ” ทว่าหากครั้งหน้าไม่ใช่ดงกล้วยแต่ถ้าเป็นบนที่สูงก็คงไม่โชคดีเท่าครั้งนี้ก็เป็นได้ อย่างไรก็ขอให้ขับขี่อย่างมีสติและไม่ประมาทจะดีที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดปาก‘ห้ามพูด-ห้ามค้าน’ ความมั่นคงของรัฐหรือของใคร?

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291347

ปิดปาก‘ห้ามพูด-ห้ามค้าน’ ความมั่นคงของรัฐหรือของใคร?

ปิดปาก‘ห้ามพูด-ห้ามค้าน’ ความมั่นคงของรัฐหรือของใคร?

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.06 น.

“..ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี..”

บทบัญญัติใน มาตรา 116 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นอีกมาตราหนึ่งที่มีการตั้งข้อสังเกตเสมอว่ามักถูกใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” เมื่อผู้ที่มีอำนาจเป็นรัฐบาลในขณะนั้นรู้สึก “ไม่สบายใจ” กับเสียงต่อต้านคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตน ก็จะหยิบยกมาตราดังกล่าวขึ้นมา “จัดการ” บรรดาผู้มี “ความเห็นต่าง” อยู่เสมอ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ทิศทางของรัฐบาลหรือของนายกรัฐมนตรีแต่ละคน

ดังเรื่องเล่าจากเวทีเสวนา “ปลุกข้อหา มาตรา 116 อุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศ ?” ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน กรุงเทพฯ ซึ่ง สุณัยผาสุข ที่ปรึกษาองค์กร Human Rights Watch ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ มีคดี ม.116 เกิดขึ้นแล้วทั้งสิ้น 23 คดี มีผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 66 คน และในจำนวนนี้ “เกือบ 20 คดี” เป็นกรณีวิพากษ์วิจารณ์ คสช. รองลงมา 2 คดี เป็นการพูดถึงอดีตนายกฯ บางท่าน

ที่ปรึกษาองค์กร Human Rights Watch ประจำประเทศไทย ระบุว่า ต้นแบบของกฎหมาย ม.116 ต้องย้อนไปยังสมัย “ยุคล่าอาณานิคม” ที่ฝรั่งตะวันตกส่งกองกำลังไปยึดดินแดนทั่วโลก แล้วตั้งกฎขึ้นมาเพื่อ “ควบคุม” ไม่ให้ผู้คนในดินแดนที่ตกเป็น “เมืองขึ้น” ของชาติตะวันตก “ลุกฮือ” จับอาวุธขึ้นต่อต้านดังจะเห็นได้จากเพื่อนบ้านอย่าง “มาเลเซีย-สิงคโปร์-เมียนมา (พม่า)” อดีตอาณานิคมของ อังกฤษ ต่างก็มีกฎหมายทำนองเดียวกับ ม.116 ของไทย

และแม้จะได้รับเอกราชแล้ว ประเทศเหล่านั้นกลับยังรักษา “มรดกจากเจ้าอาณานิคม” ไว้ใช้ต่อไป แถมใช้ในระดับที่ “รุนแรงกว่า” ในไทยนั้นฟ้องกันแค่หลับสิบคดี แต่ 3 ประเทศข้างต้นฟ้องกัน “หลักร้อยคดี” และลงโทษกันอย่าง “หนักหน่วง” กับผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล ทั้งที่กฎหมายทำนองนี้ ถ้าตีความกันอย่างตรงไปตรงมา “มันยากมากที่จะเข้าองค์ประกอบ” แต่พอเห็นว่ามันใช้สร้าง “ความหวาดกลัว” ทำให้คนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเพราะเป็น “ข้อหาร้ายแรง” เช่น ของไทยติดคุกได้สูงสุดถึง 7 ปี ทำให้ถูกนำมาใช้อย่าง “พร่ำเพรื่อ” ตั้งข้อหาเอาไว้ก่อน

รวมไปถึงประเด็น “การชุมนุมทุกประเภทเพื่อคัดค้านโครงการของรัฐบาล” อาทิ ม็อบต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ “ตำรวจ” มักจะออกมาให้สัมภาษณ์ทำนอง “พยายามกวาดทุกข้อหาเข้ามาให้มากที่สุด” แม้เอาเข้าจริงๆ จะไม่มีการดำเนินคดีในบางข้อหาก็ตาม แต่ต้องพูดเอาไว้ก่อนเพื่อ “ขู่ให้กลัว” จะได้ไม่กล้ามาชุมนุมประท้วง ฉะนั้นแล้วนี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้อง “ปฏิรูปตำรวจ” ด้วย เพราะตำรวจถือเป็น “ต้นทาง” ในกระบวนการยุติธรรม กลับนำข้อหาต่างๆ มา “ปิดกั้น” ประชาชนไม่ให้ “ตรวจสอบ” การใช้อำนาจของภาครัฐ

ขณะที่ เสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ม.116 มีมาตั้งแต่ปี 2499 และมีการใช้มาก่อนยุคสมัยของ คสช. เช่น ในปี 2550 มีคดีผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้าไปในรัฐสภา นอกจากถูกแจ้งข้อหาบุกรุกแล้วยังโดน ม.116 พ่วงด้วย แต่ท้ายที่สุดศาลตัดสินลงโทษเฉพาะข้อหาบุกรุกเท่านั้น, ในปี 2552 มีนักจัดรายการวิทยุรายหนึ่งประกาศชวนประชาชนไปชุมนุมปิดถนน กรณีนี้ศาลตัดสินว่าผิด ม.116 แต่ให้รอลงอาญา,

ในปี 2556 ผู้สื่อข่าวคนดัง เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ถูกฟ้อง ม.116 เพราะโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คว่าอาจจะมีการรัฐประหาร พ่วงไปกับความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14 (2) ว่าด้วยการเผยแพร่ข่าวลือที่ทำให้สังคมแตกตื่น, ในปี 2555 กรณีของ “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ แกนนำกลุ่มพิทักษ์สยาม ชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และต้นปี 2557 แกนนำ นปช. (กลุ่มเสื้อแดง) ปราศรัยขอแยกประเทศ ทว่า 3 กรณีหลังนี้ “คดียังไม่สิ้นสุด” ก็อาจเป็นความจริงที่ว่า ม.116 ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ในทางการเมือง

อดีต สปท. ท่านนี้ วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “หากมองจากมุมของผู้มีอำนาจ” การปล่อยให้ใครๆ วิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ได้ “แล้วจะควบคุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยได้อย่างไร?” โดยเฉพาะการชุมนุมประท้วงในระยะหลังๆ ที่กลายเป็น “การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์” เสียมาก เช่น “ไม่เอารัฐประหารเด็ดขาด” ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม โดย “ไม่ดูบริบทความเป็นจริง” ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง อาทิ การคอร์รัปชั่นของนักการเมืองมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยกพวกเข้าทำร้ายเข่นฆ่ากัน ประชาชนโดยรวมเดือดร้อน แล้วจะมีใครหยุดสภาวะแบบนี้ได้นอกจากทหาร?

ส่วนประเด็นการห้ามชุมนุม เสรี ระบุว่า กฎหมายชุมนุมสาธารณะก็มีความพยายามจะ “เข็น” ออกมาทุกยุคสมัย แต่เพิ่งจะได้ “คลอด” เอาเมื่อปี 2558 นี้เอง ที่ผ่านมาถูกคัดค้านตลอดเพราะทำนั่นทำนี่ไม่ได้ ปิดถนนก็ไม่ได้ แต่ “การชุมนุมมันเป็นปลายเหตุ” ที่หลายครั้งสืบเนื่องมาจาก “ความทุกข์ร้อนของประชาชน” ถ้าชาวบ้านอยู่ดีมีสุข เดือดร้อนอะไรรัฐบาลแก้ให้ “ถ้ามีนโยบายที่ทำให้อยู่ดีกินดี ชาวบ้านก็ไม่ต้องมาชุมนุม” เพราะคนคนหนึ่งไปร้องอะไรก็ไม่มีใครฟัง จึงจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อให้มีเสียงหนักแน่นพอที่ภาครัฐจะต้องรับฟัง

นอกจากนี้ประเด็น “การออกและใช้กฎหมาย” ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหา เสรี กล่าวว่า ที่มาของกฎหมายนั้น “เจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนเสนอขึ้น” ฉะนั้นแล้วก็มักจะ“เอาที่ตนเองสะดวกเข้าว่า” แม้จะไปลิดรอนเสรีภาพของใครต่อใครก็ถือว่าเป็น “เรื่องรอง” กฎหมายที่ออกมาจึงมีลักษณะ “ให้อำนาจและดุลยพินิจกับเจ้าหน้าที่มาก” และบางครั้งก็มากเกินไปจนกลายเป็นช่องทาง “แสวงหาผลประโยชน์”ของเจ้าหน้าที่รัฐเสียเอง ขณะที่การตีความและการบังคับใช้ก็ออกไปในทาง “ตีความเข้าข้างตนเอง-เลือกปฏิบัติ” กลายเป็นภาพของการใช้กฎหมายแบบไม่มีมาตรฐาน

มุมมองจากคนที่เป็นทั้งนักกฎหมายและนักการเมืองวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และยังเป็นหัวหน้าทีมกฎหมายของพรรค มองว่า การจะตีความให้เข้าองค์ประกอบความผิดตาม ม.116 นั้นเอาเข้าจริงๆ แล้ว “ยากมาก” เพราะถ้า 1.ทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2.แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 3.การก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือรัฐบาลไม่ใช่ด้วยการใช้กำลัง หรือหากจะกล่าวหาว่าก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในระดับที่ก่อจะให้เกิดความไม่สงบ มันก็ยังยากที่จะเข้าองค์ประกอบอยู่ดี

หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า “ช่องทางต่อสู้คดีจึงมีอยู่มากมาย” เพียงแต่ในระหว่างนั้นตัวผู้ถูกดำเนินคดีคง “ไม่สนุก” เพราะต้องประกันตัว ต้องเสียเวลาต่อสู้คดี แต่ก็เข้าใจว่าเพราะรัฐธรรมนูญไม่เขียนเรื่อง “ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังแตกแยก” (Hate Speech) ผู้มีอำนาจจึงพยายามหาเครื่องมืออื่นๆ มาใช้แทน แต่ก็เชื่อว่าท้ายที่สุดคงไปไม่ถึงการลงโทษ เป็นเพียงการใช้เพื่อ “ป้องปราม” เสียมากกว่า

วิรัตน์ ยังกล่าวถึงกฎหมายชุมนุมสาธารณะด้วยว่า ตนยืนยันหลักการคือการชุมนุมนั้นต้องเพียง “แจ้งให้ทราบ” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมดูแลสถานที่ ไม่ใช่การ“ขออนุญาต” เพราะถึงอย่างไรทางเจ้าหน้าที่ก็คงไม่อนุญาต หรือพยายาม “ถ่วง” ประวิงเวลาให้ล่าช้าออกไป แต่ที่สำคัญคือ “สมดุล” เพราะหากเป็นการ “ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” แล้วไปขัดขวางไม่ให้ชุมนุมเพียงเพราะอยากให้ “ทุกอย่างดูสวยงามไม่วุ่นวาย” ท้ายที่สุดย่อมเหมือนกับรอเวลาที่จะ “ระเบิด” ออกมาจากข้างใน

ด้านสื่อมวลชนอาวุโส จักร์กฤษ เพิ่มพูล อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า โดยปกติแล้วหากนักการเมืองหรือใครก็ตามต้องการ “ปิดปากสื่อ” มักจะใช้ข้อหา “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา (ม.328) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี กระทั่งต่อมาเมื่อมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ก็มักจะใช้ ม.14 ของกฎหมายดังกล่าว “ฟ้องพ่วง” ร่วมไปด้วย

ซึ่งสิ่งที่ต่างกันคือ “ข้อหาหมิ่นประมาทยังตกลงยอมความได้ แต่ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยอมความไม่ได้” อีกทั้งมีโทษจำคุกสูงกว่าคือไม่เกิน 5 ปี จนเกิดปัญหามาก ทำให้หลังจากนั้นมีการแก้ไขใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 โดยเขียนกำกับไว้ว่า “ไม่ใช้กับความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” และล่าสุดคือการนำ ม.116 มาใช้ ทำให้ประชาชนที่ไม่รู้รายละเอียดก็คงจะกลัว คงจะคิดว่าต่อไปคงวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจไม่ได้เลย

จักรกฤษ ย้ำว่า ม.116 ไม่ได้ถูกใช้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่ถูกใช้เพื่อรับใช้ผู้มีอำนาจ รับใช้การเมือง รับใช้ใครก็ตามที่ไม่ต้องการให้เกิดการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งขัดต่อ “เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” ที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง ดังนั้นเมื่อพูดถึงคำว่า “ความมั่นคง” ต้องพูดให้ชัดว่าเป็นความมั่นคงของรัฐ

หรือความมั่นคงของใคร?

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มพิการยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่เก็บของเก่าเลี้ยงยายชรา (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291317

หนุ่มพิการยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่เก็บของเก่าเลี้ยงยายชรา (ชมคลิป)

หนุ่มพิการยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่เก็บของเก่าเลี้ยงยายชรา (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.06 น.

บนเพจ สีสันโคราช  ได้เผยแพร่เรื่องราวของหนุ่มวัย 29 ปี ชื่อว่า นายมังกร ยะลา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 12 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นโรคสมองพิการแต่กำเนิด (CP) ใช้จักรยานพ่วงข้างตระเวนเก็บของเก่าตามถังขยะและข้างถนนเลี้ยงตนเองกับยายวัย 70 ปี

นายมังกร เล่าว่า ช่วงเช้าๆของทุกวันตนจะปั่นจักรยานคู่ชีพไปเก็บขวดพลาสติก กระป๋อง กระดาษ ฯลฯ นำไปขายให้ร้านของเก่าในหมู่บ้านทุกวัน ซึ่งมีรายได้ประมาณวันละ 50 บาท และตนเองก็ได้เงินคนพิการเดือนละ 800 บาท จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้มอบให้ยายไว้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน ตนเองรักยายมาก ยายเลี้ยงมาแต่เล็กๆ งานเก็บของเก่าก็เป็นงานสุจริต รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานเลี้ยงตัวเองและยายชรา

ด้านนางอรุณ แก้วสามัคคี ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า นายมังกรเป็นคนดี คนขยัน ทางหมู่บ้านก็ได้จ้างทำงานเก็บขยะ คุมเครื่องเสียงและเขาก็มีจิตอาสามาช่วยงานในกิจกรรมของหมู่บ้านบ่อยๆ

สำหรับท่านผู้ใจบุญต้องการอยากจะช่วยเหลือช่วยเหลือน้องมังกร สามารถติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 0934279255 มังกร

เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ไปบนโลกออนไลน์ ทำให้หลายคนเข้ามาชื่นชมพร้อมบอกว่าขอยกย่องนายมังกร ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายอาจไม่ครบ 100% แต่จิตใจดี ไม่ท้อและสู้ชีวิตพร้อมทั้งร่วมให้กำลังใจนายมังกรกันอย่างล้นหลาม

หมายเหตุ : สมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือคำย่อที่นิยมเรียก คือ ซี พี (C.P.) ไม่ใช่เป็นโรคเฉพาะ แต่เป็นคำรวมของกลุ่มอาการของผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการอย่างถาวรของสมอง (ที่มา:สถาบันราชานุกูล)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เก่ง เกียร์อาร์’ รับรางวัลอภิชาตบุตร

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291303

'เก่ง เกียร์อาร์' รับรางวัลอภิชาตบุตร

‘เก่ง เกียร์อาร์’ รับรางวัลอภิชาตบุตร

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.31 น.

11 ก.ย. 60 โลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพจากเพจ “กลุ่มสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ”ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศภายในงานมอบรางวัล “อภิชาตบุตร รวมใจภักดิ์ ครั้งที่ 3″ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบรางวัลให้กับบุคคลที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี ผู้มีพระคุณ ในหลากหลายสาขาอาชีพ โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้มี นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือ ดีเจเก่ง เข้ารับรางวัลด้วย ซึ่งเหตุกาณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ย.

สำหรับการจัดงานดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่กลุ่มสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ โดยมีอาจารย์ บอย ไพ่ผ่องญาณ และ หมอซัน ราชาโชคคเณชานี เป็นหัวเรือใหญ่การจัดงานดังกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สปน.สรุปปชช.ร้องทุกข์รบ.บิ๊กตู่ ช่วยแก้สังคม-สวัสดิการมากสุด1,013เรื่อง

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291296

สปน.สรุปปชช.ร้องทุกข์รบ.บิ๊กตู่ ช่วยแก้สังคม-สวัสดิการมากสุด1,013เรื่อง

สปน.สรุปปชช.ร้องทุกข์รบ.บิ๊กตู่ ช่วยแก้สังคม-สวัสดิการมากสุด1,013เรื่อง

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.05 น.

11 ก.ย.60 นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ได้รวบรวมข้อมูลการร้องทุกข์ของประชาชนที่เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2 – 8 ก.ย.พบว่า มีผู้ร้องทุกข์ทั้งสิ้น 2,978 ครั้ง รวม 1,687 เรื่อง ซึ่งมาจากประชาชนรายย่อย จำนวน 1,681 ราย และกลุ่มมวลชน 6 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มสมัชชา 9 เขื่อน 1 แม่น้ำ จ.นครศรีธรรมราช 2.สหกรณ์โคนมศรีธาตุ จำกัด ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี 3.กลุ่มประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย 4.เกษตรกรบ้านไร่พิจิตร 5.ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย และ 6.ผู้ขับขี่จักรยานรับจ้างรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี

นายจิรชัย กล่าวต่อว่า การร้องทุกข์รวม 1,687 เรื่อง สามารถดำเนินการจนได้ข้อยุติแล้ว 1,371 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 81.27 และอยู่ระหว่างดำเนินการ 316 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 18.73 โดยแบ่งเป็นประเภทเรื่องร้องทุกข์ คือ 1.ประเภทเรื่องสังคมและสวัสดิการ จำนวน 1,013 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 900 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 113 เรื่อง 2.การร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 234 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 151 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 83 เรื่อง 3.การเมือง – การปกครอง จำนวน 172 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 126 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 46 เรื่อง 4.เศรษฐกิจ จำนวน 153 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 109 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 44 เรื่อง 5.กฎหมาย จำนวน 75 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 54 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 21 เรื่อง 6.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 40 เรื่อง ดำเนินการจนได้ข้อยุติ 31 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 9 เรื่อง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มเมายับกร่างใส่ตร. หลังถูกเรียกเป่าแอลกอฮอล์ สุดท้ายหายซ่า (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291289

หนุ่มเมายับกร่างใส่ตร. หลังถูกเรียกเป่าแอลกอฮอล์ สุดท้ายหายซ่า (ชมคลิป)

หนุ่มเมายับกร่างใส่ตร. หลังถูกเรียกเป่าแอลกอฮอล์ สุดท้ายหายซ่า (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 11.58 น.


ซึ่งคลิปดังกล่าว ปรากฎหนุ่มรูปร่างใหญ่เดินอยู่บริเวณริมถนน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3-4 คน ได้ทำการเชิญตัวไปเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ที่ด่านตรวจ ซึ่งอยู่ถัดประมาน 1 ซอย ทว่าชายดังกล่าวไม่ยอม พร้อมตอบว่า “ด่านอยู่ตรงนู้น และผมผิดหรอที่เดินออกมาจากซอย ผมขับตรงไหน”จากนั้นชายคนดังกล่าว ยังอ้างว่า ตัวเองก็เป็นลูกของตำรวจ และต่อว่าและท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

อย่างไรก็ตาม อีกคลิปได้เผยภาพชายคนนี้อีกครั้ง แต่เป็นการยอมรับผิดว่าที่ทำไปด้วยอาการเมา และขอโทษตำรวจ พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยรับโทรศัพท์หน่อย เนืองจากภรรยาโทรมาและต้องการให้มาประกันตัว

เพจดังได้โพสต์ข้อความประกอบคลิป ว่า “Before After ตะไมตอนหลังเป็นลูกแมวเลยวะ 555555555555-0 #แอล #ไปดูแฮร์รี่พอร์ตเตอร์แปบ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เนติวิทย์โพสต์ขอความเป็นธรรมให้กับพวกเราบ้างเถอะ

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291283

เนติวิทย์โพสต์ขอความเป็นธรรมให้กับพวกเราบ้างเถอะ

เนติวิทย์โพสต์ขอความเป็นธรรมให้กับพวกเราบ้างเถอะ

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 11.35 น.

11 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานสภานิสิตจุฬาฯ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Netiwit Chotiphatphaisal” ระบุว่า ขอความเป็นธรรมให้กับพวกเราบ้างเถอะ

พร้อมแชร์หลักฐานยืนยันว่า จุฬาฯ ได้ทำการแก้ไขแถลงการณ์ที่ลงในวันที่ 4 ก.ย.โดยทำการแก้ไขในวันที่ 6 ก.ย.ซึ่งมีคน cache link แถลงการณ์ฉบับแรกไว้ : https://archive.fo/fAmPj ก่อนที่ต่อมาจุฬาฯ จะทำการแก้ไขเนื้อหาในแถลงการณ์ในหน้าเดิม ทำให้ข้อความเดิมหายไป และแทนที่ด้วยข้อความใหม่ที่ปรากฎในปัจจุบัน ตาม link นี้ : http://www.chula.ac.th/th/archive/65905 หากใครต้องการเปรียบเทียบแถลงการณ์ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว สามารถอ่านได้ตาม link ทั้ง 2 ฉบับด้านบนครับ

ทีนี้ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตุไว้ คือ แถลงการณ์ฉบับนี้ถูกการเมืองภายในเข้าแทรกแซงหรือเปล่า เพราะสาระสำคัญในการแก้ไข เป็นการตัดประโยคและแก้ไขประโยคที่กล่าวโทษอาจารย์ที่ล็อกคอนิสิตให้ดูเบาลงเป็นอย่างมาก ตามที่ผมได้โพสต์ไปเมื่อวานนี้

และอีกประเด็นหนึ่ง คือ จุฬาฯ ได้ตัดประโยคที่บอกว่าจุฬาฯ ไม่คาดหวังให้สื่อตะวันตกเห็นชอบกับการตัดสินใจและวิธีการที่จุฬาฯ ใช้ลงโทษนิสิตกลุ่มนี้ จนมีการพูดคุยกันในแวดวงวิชาการต่างประเทศ และมีข่าวลือหลุดออกมาว่าอาจกระทบต่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัย อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้จุฬาฯ ตัดประโยคปัญหานี้ออกไป

ประกอบกับในวันที่ 6 ก.ย.ในวันเดียวกับที่มีการแก้ไขแถลงการณ์ของจุฬาฯ บีบีซีไทยได้ตีข่าวล่ารายชื่อคนดังนานาชาติเรียกร้องจุฬาฯ ยกเลิกคำสั่งลงโทษเนติวิทย์ อาจทำให้จุฬาฯ นำมาประกอบการตัดสินใจตัดประโยคนี้ออกไป

ประเด็น คือ การแก้ไขแถลงการณ์ทั้งๆ ที่ประกาศออกมาแล้วโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบเช่นนี้ รวมทั้งการแก้ไขเนื้อหาที่อาจมีผลต่อความยุติธรรมในการสอบสวนอาจารย์ที่ล็อกคอนิสิตหรือไม่อย่างไร นี่เป็นการทำลายเครดิตขององค์กรขนาดใหญ่อย่างจุฬาฯ ในการออกแถลงการณ์ด้วยการกระทำของตนเองหรือไม่

ผมยังหวังว่าความยุติธรรมจะยังมีอยู่จริงและปราศจากการแทรกแซงนะครับ แม้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ ดูจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปฏิรูปตำรวจ’ ทำแล้วอย่าให้‘เสียของ’

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291183

‘ปฏิรูปตำรวจ’ ทำแล้วอย่าให้‘เสียของ’

‘ปฏิรูปตำรวจ’ ทำแล้วอย่าให้‘เสียของ’

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นหัวข้อที่ “ร้อน” เอามากๆ ในขณะนี้กับการ “ปฏิรูปตำรวจ” โดยหลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 36 คน ซึ่งมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. 2560 ก็มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ทว่าดูเหมือนประชาชนจะรู้สึก “ไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าใดนักว่าจะปฏิรูปได้สำเร็จ” เห็นได้จากผลสำรวจของสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC)

ในหัวข้อ “ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อนโยบายการปฏิรูปตำรวจ” ที่สอบถามกลุ่มตัวอย่าง 1,213 คน ช่วงวันที่ 26-31 ส.ค. 2560 พบว่า กลุ่มตัวอย่างถึง “ร้อยละ 75” ไม่เชื่อว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจะสามารถปฏิรูปตำรวจให้เห็นผลได้จริง และ “กว่าครึ่ง” หรือร้อยละ 55.73 มองว่า การปฏิรูปตำรวจจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ “ทัศนคติ” ของตำรวจเอง
มากกว่า

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรกับผลโพลล์ข้างต้น เพราะเรื่องการปฏิรูปตำรวจไม่ได้เพิ่งเริ่มคิดกันในสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะนี้ แต่เคย“พยายาม” กันมาแล้ว ดังเรื่องเล่าจาก พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในเวทีเสวนาหัวข้อ “สอบสวนคดีอาญา : ใครได้ใครเสีย” จัดโดยคณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ว่าหากย้อนไปในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ช่วงปี 2550 ก็มีการตั้งคณะกรรมการทำนองเดียวกัน

พล.ต.อ.วสิษฐ ซึ่งร่วมเป็นกรรมการในครั้งนั้นด้วย เล่าว่า มีการตั้งคณะอนุกรรมการออกไปรับฟังความคิดเห็นอย่าง “รอบด้าน” ทั้งจากประชาชน ทั้งจากตำรวจระดับชั้นประทวนและสัญญาบัตร ในทุกภูมิภาค “เหนือ – อีสาน – กลาง – ใต้” ใช้งบประมาณทั้งสิ้น “20 ล้านบาท” จนเกิดเป็นรายงานที่มั่นใจว่า “สมบูรณ์ที่สุด”เท่าที่มีผู้เคยทำมาในหัวข้อเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ แต่น่าเสียดายว่าไม่มีการ “สานต่อ” นำผลการศึกษาไปใช้อย่างจริงจัง

“ทุกวันนี้ผมก็เชื่อว่า ผู้ที่สนใจเรื่องนี้ยังหาดูได้ที่ห้องสมุดของจังหวัดหรือของรัฐสภา” พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว

โดยบทสรุปของผลการศึกษาดังกล่าว สรุปได้ 2 เรื่องคือ 1.ให้แยกงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจออกไปให้หมด อาทิ งานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) งานรักษาทรัพยากรธรรมชาติ (ตำรวจป่าไม้) หรืองานตำรวจน้ำ ไปขึ้นกับหน่วยงานที่ดูแลด้านนั้นโดยตรง และ 2.ให้พนักงานสอบสวนทำงานได้อย่างมีอนาคตและไม่ถูกแทรกแซง ด้วยการกำหนดโครงสร้างในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่วนของ “สายงานสอบสวน” สามารถก้าวหน้าในอาชีพไปได้ขึ้นชั้น “ผู้บัญชาการ” จากเดิมที่มักจะไป “ตัน” อยู่ที่ระดับผู้กำกับการ หากอยากก้าวหน้ากว่านั้นก็ต้องย้ายไปสายงานอื่น

ทว่าเป็นที่น่าเสียดาย เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขณะนั้นหมดวาระเสียก่อน ข้อเสนอทั้ง 2 จึงไม่ได้ออกมาเป็นกฎหมาย แต่ถึงกระนั้นในส่วนของสายงานสอบสวนก็ยังมีความพยายามทำอย่างข้อเสนอข้างต้น กระทั่งไม่นานนี้ที่ คสช. ได้ใช้มาตรา 44 สั่ง “ยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน” ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอีกหน เพราะเป็นการทำลายความพยายามสร้างระบบที่ทำให้ตำรวจสายสอบสวน “อยู่กับงานได้นาน” จนเกิดความเชี่ยวชาญ ส่งผลให้พนักงานสอบสวนที่มีอยู่จำนวนไม่น้อยขอย้ายไปสายงานอื่น เนื่องจาก “เงินประจำตำแหน่ง” ถูกยกเลิก

“เวลานี้ตำรวจคนไหนก็เป็นพนักงานสอบสวนได้หมด ยิ่งทำให้คุณภาพพนักงานสอบสวนตกต่ำลงไปกว่าเก่า ตำรวจที่มีคุณวุฒิทางกฎหมายและเป็นพนักงานสอบสวนอยู่เดิม พอเปลี่ยนสภาพแบบนี้ ทำให้รายได้เหลือน้อยลง ต้องหยิบยืมเขามาใช้เพราะเงินเดือนไม่พอ หลายคนก็ทำท่าว่าอยากจะเลิกเป็นตำรวจ ไปเป็นผู้พิพากษา ไปเป็นอัยการ นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะนี้ ฉะนั้นถ้าจะให้พนักงานสอบสวนมีคุณภาพมากขึ้นหรืออย่างน้อยก็เท่าเดิม ก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้เสียก่อน” อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ระบุ

อีกด้านหนึ่ง ผศ.ดร.ธานี วรภัทร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทางนิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ในฐานะที่เคยทำการศึกษาปัญหา “นักโทษล้นคุก” แล้วพบว่าส่วนใหญ่ถึง “ร้อยละ 70” หรือกว่าแสนคน เป็นผู้ต้องขังคดีเกี่ยวข้องกับ “ยาเสพติด” ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาดังกล่าวอาจจะมาจาก “การตั้งข้อหา” ของตำรวจเองอยู่ไม่น้อย

อาจารย์ธานี ระบุว่า เมื่อผู้ต้องหาถูกล่อซื้อและถูกจับกุมได้ มักถูกตั้งข้อหา “มียาเสพติดเพื่อจำหน่าย” เอาไว้ก่อน ทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจจะเป็นเพียงการ “มีไว้เพื่อเสพ” ก็ได้ ทำให้เมื่อคดีไปสู่ศาลผู้ต้องหาจะต้อง “รับโทษหนักกว่าความผิดที่แท้จริง” เป็นต้นตอของความแออัดในเรือนจำ ซึ่งจากที่เคยทำงานวิจัยเรื่องดังกล่าว พบว่าผู้ต้องโทษคดียาเสพติดในเรือนจำ จำนวนมากถูกจับเพราะมียาเสพติดในครอบครองเฉลี่ยเพียง “2-5 เม็ด”
เท่านั้น

ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทางนิติศาสตร์ฯ DPU กล่าวต่อไปว่า ในต่างประเทศ “การตั้งข้อหาใครสักคนหนึ่งนั้นไม่ง่าย” เพราะเป็นขั้นตอนที่เมื่อทำแล้วย่อมกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล เช่น ต้องถูกขังไว้ระหว่างดำเนินคดี และหากสุดท้ายศาลยกฟ้องเท่ากับติดคุกโดยไม่มีความผิด จึงต้องย้อนไปดูตั้งแต่การตั้งข้อหาว่าทำโดยเหมาะสมหรือไม่ เช่น หากล่อซื้อยาเสพติดได้ไม่กี่เม็ด ในต่างประเทศไม่ได้มองว่าเป็นผู้จำหน่าย แต่เป็นการล่อซื้อเพื่อสืบสวนขยายผลไปหาผู้จำหน่ายที่เป็นรายใหญ่จริงๆ ตรงข้ามกับประเทศไทยที่เน้นล่อซื้อเพื่อจับกุมรายเล็กรายน้อย

“ถ้าไปดูสถิติของราชทัณฑ์ แสนกว่าคนนี่ถ้าดึงออกมา คุกไทยเสถียรเลย การบังคับโทษ การแก้ไขมนุษย์ที่ทำผิดพลาดมันจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ บ้านเรานี่เสพก็ขัง ล่อซื้อรายเล็กรายย่อยเราก็ขัง เอาเป็นจำหน่าย นี่คือการบังคับใช้กฎหมายในชั้นแรกแล้วมันวิ่งต่อๆ ไปถึงท้ายที่สุด มันเห็นชัดว่าการตั้งข้อหาคนนี่มันยิ่งใหญ่มาก วันนี้เรากำลังปฏิรูปการสอบสวน ผมว่าข้อแรกเราต้องปฏิรูปการตั้งข้อหา การปรับบทความผิด เราจะให้อยู่ในองค์กรเดียวได้ไหม หรือควรจะกลั่นกรองกันยังไง ให้มันเกิดการคุ้มครองสิทธิ์ของประชาชนมากกว่านี้” อาจารย์ธานี ฝากข้อคิด

รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 258 กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับตำรวจโดยตรง เป็นที่มาของการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจำนวน 36 คนข้างต้น ซึ่งประชาชนก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วจะ “เปลี่ยนแปลง” ไปในทางดีขึ้น หรือจะ “ซ้ำรอยเดิม” เมื่อ 10 ปีก่อนที่

“เสียของ” เพราะได้เพียง “รายงานเอกสาร”!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 11 กันยายน 2560

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291221

ลึกลับในสนามข่าว : 11 กันยายน 2560

ลึกลับในสนามข่าว : 11 กันยายน 2560

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…วันก่อนอดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ “สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล” ได้ร่วมคณะไปกับอดีตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ “ชวน หลีกภัย” ไปปลูกต้นสะตอพันธุ์ตรัง 1 รอบอ่างเก็บน้ำศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง ซึ่งมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนจำนวนมากมีส่วนร่วมลงมือปลูกด้วย…เจ้าตัวเลยเก็บตกบรรยากาศชื่นมื่นอบอวลไปด้วยรอยยิ้มมาเล่าสู่กันฟัง รวมถึงเป้าประสงค์ของงาน ที่ทุกฝ่ายตั้งใจทำ เพื่อสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการเกษตร ชื่นชมธรรมชาติไปพร้อมชม “สะตอตรัง” ด้วยแนวคิดว่า สะตอเมื่อออกดอก (โบ้งตอ) แล้วอายุจะยาวนานกว่าดอกไม้ธรรมดา และกว่าเป็นฝัก เก็บกินได้ใช้เวลาเป็นเดือนๆ เมื่อต้นสะตอปลูกเป็นแถว ก็จะออกดอกออกฝักเป็นทิวแถวสวยงาม ประชาชนก็มาเดินเที่ยว ออกกำลังกาย ถ่ายภาพกับสะตอ สดชื่นกับบรรยากาศทั้งต้นไม้และอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจะมีการปลูกสะตอรอบอ่างเก็บน้ำ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สะตอพันธุ์ตรัง1 ออกผลผลิตปีละ 2 ครั้ง ทำให้ที่นี่จะเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงการเกษตรได้ตลอดทั้งปี…งานนี้ อดีต สส.สมบูรณ์บอกว่า “…รออีก 2-3 ปี ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังแห่งนี้ ไม่เพียงเป็นที่ศึกษาวิจัยทางด้านพืชสวน เป็นแหล่งต้นกล้าแหล่งพันธุ์ไม้เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนเท่านั้น ต่อไปจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงการเกษตรอีกที่หนึ่ง โดยแนวคิดของนักการเมืองเพื่อประชาชน และการขับเคลื่อนอย่างจริงจังของผู้อำนวยการศูนย์ฯ และข้าราชการ พนักงานของหน่วยงานแห่งนี้ จะเป็นจริงอีกไม่นานครับ…”…ในฐานะผู้แทนคนตรัง เห็นรอยยิ้มพ่อแม่พี่น้องแล้วก็สุขใจแท้…nn

nn…นอกจากเป็นผู้แทนคนตรังหลายสมัยแล้ว เฮียสมบูรณ์ยังสวมหมวกอีกใบฐานะ “นายกสมาคมกีฬาปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย” ที่วันก่อนเปิดแถลงข่าวถึงกิจกรรมของสมาคมฯในการแข่งขันกีฬาปีนหน้าผา ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2560 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เก็บคะเเนนเเรงกิ้งประเทศไทย โดยระบุว่า ในการแข่งขันมีนักกีฬาจาก 15 ชมรมร่วมชิงชัย เป็นการเก็บคะแนนประเทศไทยและเป็นการคัดเลือกนักกีฬารุ่นใหม่สู่ทีมชาติ เพื่อสู้ศึกปีนหน้าผาชิงแชมป์อาเซียน 10 ประเทศ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน ที่ ซีดีซี เลียบด่วนรามอินทรา ซึ่งเป็นรายการจัดอันดับเเรงกิ้งของอาเซียนในการส่งนักกีฬาเเต่ละชาติสมาชิก เตรียมเข้าเเข่งขันในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซียต่อไป “…ในส่วนการพัฒนานักกีฬาทีมชาติไทยนั้น คัดจากนักกีฬาที่เก็บตัวไว้ 22 คนที่มีการพัฒนาทั้งระดับเยาวชนและทีมชุดใหญ่ โดยจากนี้วางแผนไว้ว่า จะมีการคัดเลือกนักกีฬาหัวกะทิไว้ 4 คน เพื่อเป็นตัวหลักทีมชาติไทยส่งไปแข่งขันรายการนานาชาติ และสร้างความแข็งแกร่งไปสู่ศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ก่อนปูทางไปสู่โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่
กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้…”…งานนี้ ก็ต้องช่วยกันส่งกำลังใจไปถึงนักกีฬา เจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมฯให้ปีนไปถึงจุดหมายแบบชิลๆ ด้วยแล้วกัน…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : จากศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์ส่วนภูมิภาค สู่ศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียน

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291180

รายงานพิเศษ : จากศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์ส่วนภูมิภาค สู่ศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียน

รายงานพิเศษ : จากศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์ส่วนภูมิภาค สู่ศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียน

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา หรืออีกภารกิจหนึ่งคือศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียน สังกัดสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีภารกิจหลักในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบในการพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสหกรณ์ การบริหาร การจัดการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสหกรณ์ให้กับบุคลากรของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ

นายกัณวีย์ บุญญพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในภารกิจอีกด้านของศูนย์คือ การเป็นศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียน โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานส่งเสริม ดูแล สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้เห็นถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์และบุคลากร สหกรณ์ ก่อนที่จะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ด้วยการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแก่บุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์และบุคลากรสหกรณ์ เช่น การอบรมภาษาอังกฤษและภาษาจีน เพื่อเพิ่มทักษะในด้านภาษาสำหรับการสื่อสารด้านการค้า และการดำเนินงาน ระหว่างขบวนการสหกรณ์ไทยและสหกรณ์ในประเทศอาเซียน โดยเฉพาะในด้านการฝึกอบรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการตั้งศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียนเมื่อปี 2555 โดยได้มีการปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา ให้มีความพร้อมสำหรับการเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมด้านการสหกรณ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยได้ปรับปรุงห้องประชุม ห้องฝึกอบรม อาคารหอพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ตามรูปแบบศูนย์ฝึกอบรมในระดับนานาชาติ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมในระดับอาเซียน

จากการดำเนินการที่ผ่านมาศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียนได้ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ จัดการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น โครงการความร่วมมือไตรภาคีระหว่างประเทศองค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) กระทรวงการต่างประเทศ และสันนิบาตสหกรณ์ภาคกลางเวียดนาม (VCA) เป็นโครงการพัฒนาสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดภาคกลางของเวียดนาม โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้ฝึกอบรมให้กับสหกรณ์เวียดนาม และนำคณะสหกรณ์เวียดนามมาศึกษาดูงานสหกรณ์ในประเทศไทย โครงการความร่วมมือ ASEAN-JAPAN Capacity Building เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมง ประเทศญี่ปุ่นกับประเทศอาเซียน ในการฝึกอบรมให้กับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียนได้รับมอบหมายให้จัดโครงการฝึกอบรมภายใต้กรอบดังกล่าว 4 หลักสูตร ในระยะเวลา 4 ปี โครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันเพื่อการพัฒนาการเกษตรแห่งเอเชีย (IDACA) ประเทศญี่ปุ่น องค์กรสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA) สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร ICA-JAPAN Training Course on “Fostering Core Leaders of Agricultural Cooperative” โดยเป็นโครงการฝึกอบรมที่จัดขึ้นในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยในประเทศไทยศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียนเป็นผู้ดำเนินการจัดการอบรม โดยมีกรอบการจัดโครงการ 6 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี มีผู้เข้าร่วมโครงการจาก 6 ประเทศได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนร์มา เวียดนาม ภูฏาน และเนปาล

จากการดำเนินการที่ผ่านมา ศูนย์ฝึกอบรมสหกรณ์อาเซียนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ และมีความประสงค์จะให้ศูนย์แห่งนี้เป็นฐานในการศึกษาฝึกอบรม และศึกษาดูงาน การสหกรณ์ในประเทศไทย เช่น ฟิลิปปินส์ขอนำคณะมาศึกษาดูงานด้านการฝึกอบรมด้านการสหกรณ์ กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประสงค์จะส่งผู้แทนมาอบรม และในปี 2560-2562 จะดำเนินการโครงการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรในราชอาณาจักรกัมพูชา ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมง ของราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อวางระบบสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ในกัมพูชา

กัณวีย์ บุญญพันธุ์

กัณวีย์ บุญญพันธุ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,917,420 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

วงการการ์ดมีสะเทือน จ๋าย ไททศมิตร เดือด โพสต์ขู่แฉเบื้องลึกดาร์ค
Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
'บ้านนางรำ'ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง'แอนน่า'ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน
พิรุธ พรรคส้ม! พบโพสต์เฟซบุ๊กกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พ่วงข้อความว่าจ้าง สเปกเตอร์ ซี ผลิตสื่อ
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
คุณแหน : 18 เมษายน 2569
กรุงเทพประกันภัยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง
นายกฯอนุทิน ยืดอก ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาค 4 ยันให้ความยุติธรรม คดีสส.กมลศักดิ์ 
อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

Recent Posts

  • ทรัมป์ขู่ไม่ต่อเวลาหยุดยิงอิหร่าน หากดีลไม่สำเร็จ ย้ำไม่เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ และจะยึดยูเรเนียม
  • ผึ้งนับล้านบุกทางด่วนสหรัฐฯ หลังรถบรรทุกคนเลี้ยงผึ้งพลิกคว่ำ ต้องปิดทางชั่วคราวในรัฐเทนเนสซี
  • ญี่ปุ่นประกาศใช้คำเรียกใหม่สำหรับวันที่อุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • อิหร่านขู่กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ
  • สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน แต่ยังไม่ชัดวอชิงตัน ตอบรับหรือไม่

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d