มหกรรมหนังสือต่างประเทศครั้งใหญ่ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286482

มหกรรมหนังสือต่างประเทศครั้งใหญ่ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2017

มหกรรมหนังสือต่างประเทศครั้งใหญ่ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2017

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่มากขึ้น เพื่อให้นักอ่านชาวไทยได้สัมผัสกับมหกรรมหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดในโลก  กับงาน Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2017 งานมหกรรมที่รวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษชั้นเยี่ยมจากสำนักพิมพ์ทั่วโลกที่มีคุณภาพกว่า 3 ล้านเล่ม มากกว่า 50,000 เรื่อง และยังลดราคาจากหน้าปก 60-80% มาให้เลือกซื้อกันตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2560 ณ ฮอลล์ 9 อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

นายสุรเชษฐ วรวงศ์วสุ ผู้อำนวยการ บริษัท เรดดี้ทูรี๊ด จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมหนังสือต่างประเทศ “Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2017” เปิดเผยว่า หลังจากที่เราประสบความสำเร็จจากการจัดงานมหกรรมหนังสือ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2016 ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2559 วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น และหวังจะช่วยยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ ด้วยหนังสือดี มีคุณภาพ ในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งยังเป็นการช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเยาวชนและประชาชนคนไทยอีกด้วย การกลับมาในปีนี้ เราเพิ่มความพิเศษยิ่งกว่าเดิม ตรงที่เราขนหนังสือภาษาอังกฤษจากสำนักพิมพ์ที่มีคุณภาพ ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ หนังสือเด็ก หนังสือสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หนังสือทำอาหาร มาจำหน่ายในงานมากถึง 3 ล้านเล่ม มากกว่า 50,000 เรื่อง และยังลดราคาจากหน้าปกเช่นเดิม คือ 60-80% เปิดฮอลล์ให้นักอ่านได้เลือกซื้อตลอด 24 ชั่วโมง แบบไม่หยุดพักกันเลย

นอกจากนี้ บริษัท เรดดี้ทูรี๊ด ยังได้ร่วมกับ เคทีซี หรือ บริษัท บัตร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดย นายธีรพจน์ โชคอนันตัง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต ได้เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน และสนับสนุนให้คนไทยได้ศึกษาและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ภายในงาน ครบทุก 500 บาท (สมาชิกสามารถรวมเซลส์สลิปได้) พร้อมใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER REWARDS ทุก 500 คะแนน แลกรับเครดิตเงินคืน 15% หรือใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ภายในงานตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เลือกบริการแบ่งชำระอัตราดอกเบี้ยพิเศษ KTC FLEXI 0.69% นาน 3 เดือน โดยสมาชิกสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์แลกรับเครดิตเงินคืน หรือบริการแบ่งชำระ ได้ที่ บูธเคทีซี ภายในบริเวณงาน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone โทร. 02-1235000 หรือที่เว็บไซต์ http://www.ktc.co.th/flx

ทั้งนี้ งานมหกรรมหนังสือ Big Bad Wolf Book Sale เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2552 ที่ ดาตารัน ฮาโมดัล ประเทศมาเลเซีย โดยจัดให้มีการขายขึ้นที่คลังสินค้าของร้านขายหนังสือชื่อ Book Xcess ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายหนังสือหลากหลายประเภท นับตั้งแต่หนังสือขายดี หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน ไปจนถึงหนังสือวิชาการ และหนังสือภาพ ฯลฯ ทุกๆ ปี คนรักหนังสือจะได้เพลิดเพลินไปกับส่วนลด 75%-95% ในงานมหกรรมหนังสือนี้

ปัจจุบัน Big Bad Wolf ได้เดินทางไปจัดมหกรรมหนังสือในเมืองใหญ่ๆ ทุกปี พร้อมกับหนังสือที่สั่งสมไว้จำนวนมหาศาลเพื่อขายในราคาถูกที่สุดในโลก ด้วยการกระหน่ำลดราคาให้ต่ำลงกว่าเดิม ไม่ว่าคุณจะมองหาหนังสือคลาสสิกยุคใหม่ หรือหนังสือเพื่อเก็บเข้าในห้องสมุดใหม่ของบุตรหลาน แม้แต่หนังสือที่หายาก หรือหนังสือแนวผจญภัยตื่นเต้นใหม่เอี่ยมที่เพิ่งออกมา หมาป่า Big Bad Wolf มีหนังสือเหล่านี้ไว้รอนักอ่านทุกท่าน ล่าสุด Big Bad Wolf เพิ่งเสร็จสิ้นจากการจัดมหกรรมที่ จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มาสดๆร้อนๆ และเวลานี้กำลังมาพบกับนักอ่านที่ประเทศไทย ก่อนที่จะเดินทางไปพบกับนักอ่านในประเทศอื่นๆ ต่อไป

ดูแลมือให้สวยสุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286459

ดูแลมือให้สวยสุขภาพดี

ดูแลมือให้สวยสุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นอกจากสุขภาพผิวหน้าและผิวกายที่ต้องดูแลให้ดูดีแล้ว อีกหนึ่งบริเวณที่ต้องใส่ใจดูแลให้สวยสุขภาพดีเช่นกันก็คือ “มือ” เพราะมือและเล็บเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานค่อนข้างหนัก เจอทั้งมลภาวะ เชื้อโรค และแบคทีเรีย ที่เกิดจากการหยิบจับสิ่งของในชีวิตประจำวัน ผนวกกับการที่บริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย ทำให้ผิวบริเวณมือขาดความชุ่มชื้นได้ง่าย ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดอาการแห้งกร้าน รวมถึงริ้วรอยเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ หากขาดการบำรุงที่ถูกวิธี ล่าสุดกูรูด้านการดูแลมือและเล็บชื่อดัง หญิง-ปรัชญมน บุรณศิริ ได้จัดกิจกรรมแนะนำวิธีการดูแลมือและเล็บอย่างถูกวิธีร่วมกับผลิตภัณฑ์ “ธัญ แฮนด์ ครีม ซีรี่ส์” (THANN Hand cream series) พร้อมเหล่าเซเลบริตี้สาว ได้แก่ แป้ง-พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์, แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, กิ๊ฟท์-ณัฐชา และ เกรซ- ชิดชนก หอสัจจกุล มาร่วมเผยเคล็ดลับการบำรุงมือในแบบฉบับของตนเอง

หญิง-ปรัชญมน บุรณศิริ กูรูชื่อดังด้านมือและเล็บได้เผยถึงสาเหตุที่มักทำให้ผิวมือเสียสุขภาพ พร้อมแนะนำวิธีการ บำรุงอย่างถูกต้องและเคล็ดลับการนวดมือ “มือเป็นอวัยวะที่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายมากที่สุด เนื่องจากมือต้องเผชิญทั้ง มลภาวะ เชื้อโรค
จากการหยิบจับสิ่งของ การเปลี่ยนของอากาศ หรือแม้แต่การล้างมือบ่อย ที่ทำให้มือสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นได้ง่าย ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงมือก็ควรเลือกที่มอบความชุ่มชื้น และปรับสภาพผิว ให้เนียนนุ่ม ซึ่งหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดธรรมชาติก็จะดีเพราะจะทำให้ซึมเข้ามือได้เร็ว และเวลาทาครีมบำรุงก็อยากให้นวดมือด้วย เพราะนอกจากทำให้ครีมซึมเร็วแล้วยังช่วยสร้างความผ่อนคลาย แล้วเวลา นวดมือก็อยากให้เน้นนวดบริเวณจมูกเล็บด้วย พยายามให้สารอาหารเข้าไปบำรุงมากๆ จะได้สุขภาพดีทั้งมือและ เล็บ ซึ่งเทคนิคการนวดกดจุดมือและนิ้วแบบง่าย ๆ ก็มี 4 ขั้นตอนที่สามารถทำได้เอง เป็นการกระตุ้นการไหลเวียน ของโลหิต และผ่อนคลายกล้ามเนื้อไปในตัว”

นอกจากนี้ในงาน 4 เซเลบริตี้สาวต่างก็ร่วมเผยถึงสาเหตุที่มักจะทำให้ผิวที่มือต้องเสียสุขภาพอยู่บ่อยๆ รวมถึงเคล็ดลับการบำรุงมือในแบบฉบับของตนเอง เริ่มจากเซเลบริตี้สาวสวย แป้ง-พลอยวารินทร์ทรงปกรณ์ เผยว่า “เราเป็นคนติดครีมทามือมาก เพราะให้ความสำคัญกับการดูแลมือและเล็บเป็นพิเศษ เพราะว่ามือมันสามารถบ่งบอกได้ว่าเราเป็นคนดูแลตัวเองหรือเปล่า เพราะมันจุดเล็กๆ ที่คนชอบละเลย อีกอย่างเราเป็นชอบอาบน้ำร้อนด้วย มันก็จะทำให้ผิวแห้ง มือแตกง่าย ฉะนั้นเลยขาดครีมบำรุงไม่ได้เลย ส่วนเวลาที่ไปทำเล็บต้องเข้าเครื่องอบ ก็จะต้องทำสปามือ สปาเท้า ตามตลอด ผิวจะได้ไม่แห้งหรือเหี่ยว”

ถัดมาที่เซเลบริตี้สาวสังคม แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เผยว่าในแต่ละวันทำงานค่อนข้างหลายอย่าง เดินทางไปหลายสถานที่ มือก็มักจะไปหยิบจับสิ่งของมากมายทำให้ต้องล้างมือบ่อยมาก ผิวบริเวณมือจึงแห้งง่าย “ในแต่ละวันเราทำงานเยอะมาก หยิบจับของก็เยอะทั้งที่ร้านขนม แล้วก็ร้านเสื้อผ้าด้วย ซึ่งเวลาที่ต้องจับอะไรหลายอย่างเราก็จะติดนิสัยต้องล้างมือตลอด แค่เช็ดอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะกลัวจะไม่สะอาด ซึ่งหลังล้างมือก็จะพยายามทาครีมบำรุงทุกครั้งแล้วก็จะชอบนวดมือนวดนิ้วไปด้วย เพื่อให้เนื้อครีมซึมซาบสู่ผิวได้ดี นอกจากนี้ยังเป็นการคลายกล้ามเนื้อไปในตัวด้วย”

ปิดท้ายที่เซเลบริตี้สาวคู่พี่น้อง กิ๊ฟท์-ณัฐชา และ เกรซ-ชิดชนก หอสัจจกุล เล่าว่า การเปลี่ยนแปลงของอากาศมักทำให้มือของเธอต้องแห้งอยู่บ่อยๆ “เราเป็นคนที่เดินทางค่อนข้างบ่อย เวลาขึ้นเครื่องมือจะแห้งง่าย บางครั้งไปประเทศที่อากาศหนาวจัดมือแตกเลยก็มี เลยเป็นคนที่พกครีมทามือติดตัวไว้ตลอด เพราะจะชอบให้มือนิ่มแล้วก็หอมอยู่ตลอดเวลา”ด้านคุณเกรซเสริมว่า “เราก็เป็นคนที่ทำกิจกรรมข้างนอกบ่อยด้วย ต้องออกไปเจอมลภาวะ แล้วเวลาทำกิจกรรมมือก็จะแห้งง่าย เพราะฉะนั้นครีมบำรุงเราจะมีติดรถไว้เลย เวลาขึ้นรถมาก็จะหยิบมาทาตลอด เพราะเราเป็นชอบใส่แหวนด้วย เดี๋ยวเวลามีคนมองแล้วมือไม่สวย”

สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลมือและเล็บของแบรนด์ “ธัญ” (THANN) มีให้เลือก 4 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ อะโรมาติก วู้ด แฮนด์ ครีม, โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ แฮนด์ ครีม, จัสมิน บลอสซั่ม อินฟินิท แฮนด์ ครีม และอีเดน บรีซ แฮนด์ ครีม สัมผันกันได้แล้ววันนี้

คุณแหน : 17 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286504

คุณแหน : 17 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 17 สิงหาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 ครั้งที่ 12 พร้อมร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ศาสตร์พระราชา : วิจัยและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” 23 ส.ค. 09.00 น. ห้องเวิลด์บอลรูม เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์..

 

●● สานต่อพระปณิธานขององค์พระอุปถัมภ์ พลโทนายแพทย์สุปรีชา โมกขะเวส รองประธานทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมคณะกรรมการ จุมพจน์ เชื้อสาย,ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, พิริยาภรณ์ธรรมมารักษ์ และ อัจฉรา เตชะไพบูลย์ มอบทุนเรียนต่อดนตรีคลาสสิกปี 2560 ให้ ลลิต วรเทพนิตินันท์,สุภาณี สนชัยวานิช และ ณภัค ภักดีสถิตวรา ณ พระที่นั่งพิมานจักรี วังพญาไทขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุนทุกคน…

●● ทิพาณัท เลณบุรี แห่งโอเมก้า เนรมิตพื้นที่ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้กลายเป็นพื้นผิวดวงจันทร์ จัดงาน “SPEEDMASTER 60th ANNIVERSARY” ในรูปแบบเอ็กซิบิชั่นสุดพิเศษครั้งแรกในไทย เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีให้กับสปีดมาสเตอร์ (SPEEDMASTER) จักรกลเวลาเรือนแรกที่ถูกสวมใส่บนดวงจันทร์ พร้อมชม 12 เรือนเวลาประวัติศาสตร์รุ่นหายาก ส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์โอเมก้ามา 24 ส.ค. 18.30 น…

●● เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ห่วงใยสุขภาพ สิริน ศรีอรทัยกุล ทายาทบิวตี้เจมส์รุ่นที่ 4 เลือกใช้บริการสอบถามข้อมูลผ่าน Chat Online ของ TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ ได้ข้อมูลรักษาสายตาสั้นครบถ้วนนัดวันรักษารวดเร็วเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยตอบทุกคำถามตอนนี้ Happy กับการมองเห็นชัดแจ๋วไปเรียบร้อย..

●● ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ แห่งกลุ่มบริษัทนานมี ได้ไอเดียจากลูกสาววัยเรียน ผิงผิง-อิงอิง ว่าอยากได้สีที่มีความพิเศษไว้ไฮไลท์จุดสำคัญของภาพ จึงออกสินค้าใหม่เป็นสีไม้ตราม้ารุ่นสีสะท้อนแสงพร้อมส่วนผสมที่ปลอดภัย..

●● กลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย ไปมาแล้วอดไม่ได้จึงบอกต่อและเชิญชวนไปช่วยกระจายรายได้ให้ท้องถิ่นโดยตรง กับงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ครั้งที่ 6 ที่ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพคเมืองทองธานี งานมีถึง 20 ส.ค.สนับสนุนคนไทยด้วยกัน…

●● หลังจากขวดไวน์ขนาด 750ml ตกใส่เท้านิ้วก้อยหัก นิรัชฎา พงษ์โสภณ ต้องสละส้นสูงชั่วคราว 4 สัปดาห์ จนกว่าจะกลับมาเดินโก้ได้อย่างเดิม..●●

 
น้อง

พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัล ‘แม่ดีเด่น’ และ ‘ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286507

พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัล ‘แม่ดีเด่น’ และ ‘ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่’

พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานรางวัล ‘แม่ดีเด่น’ และ ‘ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

ประทานรางวัลให้กับ กีระณา สุมาวงศ์ แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560” พร้อมประทานรางวัลแก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ดีเด่น” และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความอบอุ่นของครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

สำหรับปีนี้มีแม่ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นแม่ดีเด่น ประจำปี 2560 ในประเภทต่างๆ รวมจำนวน 224 คน ประกอบด้วย แม่ของผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ, แม่ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม, แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร, แม่ของผู้เสียสละฝ่ายอาสาสมัครและแม่ผู้เป็นอาสาสมัคร, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารบก, แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารเรือ,แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารอากาศ, แม่ผู้เสียสละฝ่ายตำรวจ และแม่ผู้เป็นเกษตรกร ส่วนลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่มีจำนวน 108 คน แบ่งเป็นประเภท นักเรียนนักศึกษา, ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ, นักร้อง นักแสดงศิลปิน, สื่อมวลชน, ประชาชนทั่วไป และลูกกตัญญูประจำภาคของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ครอบครัวลิ่มพงศ์พันธุ์ ร่วมแสดงความยินดีกับแม่ดีเด่น ดร.นิลุบล ลิ่มพงศ์พันธุ์

โอกาสนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีพระดำรัสว่า “แม่คือผู้ที่มีอุปการคุณคนแรกของลูก ที่ได้กล่าวเช่นนี้ เพราะแม่นั้นเป็นผู้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้ยาก ให้แก่ลูกก่อนใครอื่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มครรภ์ การให้กำเนิด เลี้ยงดู การศึกษาอบรมสั่งสอน ตลอดจนความอยู่ดีมีสุข และแม้กระทั่งความรักความอบอุ่น การให้ของแม่ดังกล่าวนี้ เป็นการให้ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ความเอื้ออาทร และความปรารถนาดีอย่างบริสุทธิ์ใจ ลูกทุกคนซึ่งเจริญเติบโตมา มีความปลอดภัยและอยู่สุขสบายได้ ก็ด้วยแม่ที่ให้ อุปการะอุ้มชู จึงควรตระหนักสำนึกรู้บุญคุณของแม่ในข้อนี้ให้มาก แล้วตั้งใจตอบแทนบุญคุณด้วยการประพฤติปฏิบัติตน ให้เป็นลูกที่ดี มีศีลธรรมจรรยา เคารพเทิดทูน และเอาใจใส่ช่วยเหลือ ดูแลแม่อย่างใกล้ชิด การที่ลูกๆ ทำได้เพียงเท่านี้ ถือเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีได้อย่างประเสริฐ เพราะมีค่าเหนือกว่าการทำสิ่งใดๆ ให้”

นกน้อย-พรพิชิต พัฒนถาบุตร ร่วมแสดงความยินดีกับ นฤมล ล้อมทอง แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

กีระณา สุมาวงศ์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสตรี เยาวชน เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เผยว่า “แม่เปรียบเสมือนครูคนแรก ทำทุกอย่างไม่เคยมีวันหยุด โดยจะให้ความรัก ความอบอุ่นตั้งแต่เล็กจนโต พร้อมสอนให้เขารู้จักความเคารพกับผู้มีพระคุณ สอนให้เขารักชาติ และรักสถาบันพระมหากษัตริย์ รักความเป็นประชาธิปไตย เป็นพลเมืองที่ดี อีกทั้ง ให้เขาพยายามรักษาศีล 5 ไว้ให้ดีที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าอย่างน้อยมนุษย์ต้องรักษาให้ได้ เพราะถือว่าเป็นศีลพื้นฐานที่จะทำให้เขาดำรงชีวิตอยู่ในพื้นฐานที่ดี”

ดร.นิลุบล ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง, ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เผยว่า “รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ รางวัลนี้ก็จะแสดงให้ลูกๆ ได้เห็นในสิ่งที่แม่ได้ทำให้กับผู้อื่น ก็อยากจะให้ลูกสานต่อและได้ทำอะไรตอบแทนกับสังคมเช่นเดียวกับแม่ด้วย ส่วนการเลี้ยงดูนั้น จะให้ความรัก ความอบอุ่น และให้เวลากับเขามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถือว่าการเลี้ยงลูก คือโรงเรียนเริ่มต้นในช่วงวัยเด็ก จะรับฟังความคิดเห็นและให้อิสระเสรีในการแสดงออก แต่ในขณะเดียวกันก็ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้กับเขา”

วศิณี วนาพิทักษ์กุล แม่ของผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และครอบครัว

อัญชลีพรรณ อมรวิวัฒน์ นักธุรกิจ แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เผยว่า “รู้สึกภูมิใจ ยินดีและเป็นเกียรติมากที่ได้รับรางวัลแม่ดีเด่น ซึ่งรางวัลนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก สำหรับการเลี้ยงดูลูกนั้นจะให้ความรัก ความอบอุ่นเขาตั้งแต่เด็กๆ พร้อมทั้งปลูกฝังเขาให้รู้จักรักประเทศชาติ และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเน้นย้ำในเรื่องของการรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองให้ดีอยู่เสมอ”

นฤมล ล้อมทอง กรรมการและเลขานุการ มูลินิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเผยว่า “รู้สึกตื่นเต้น ภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นประจำปี 2560 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด สำหรับการเลี้ยงดูลูกนั้นจะเน้นการให้เวลากับลูกเป็นหลัก และทำตัวให้เหมือนเป็นเพื่อนเขาอีกคน และสิ่งที่ปลูกฝังมาโดยตลอดคือ การจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะว่าถ้ามีความจงรักภักดีแล้ว ในเรื่องของความเสียสละ และความเป็นจิตอาสาจะตามเรามาเอง”

วศิณี วนาพิทักษ์กุล ธุรกิจส่วนตัว แม่ของผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เผยว่า “ดีใจมาก และภูมิใจมากกับรางวัลแม่ดีเด่น เพราะตัวเองเลี้ยงลูกด้วยความลำบาก กว่าลูกจะจบปริญญาตรี แต่ในขณะเดียวกันก็สอนให้เขารู้จักประหยัด รู้จักความพอเพียง ให้มีความอดทน อดกลั้น และที่สำคัญสอนให้เขารู้จักเสียสละและพร้อมที่จะบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม”

งานวิจัยใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286472

งานวิจัยใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตคนไทย

งานวิจัยใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อพูดถึงงานวิจัย หลายคนคงนึกถึงเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรมไกลตัว แต่แท้จริงแล้วงานวิจัยมีหลากหลายรูปแบบการนำไปใช้งาน และทั้งหมดเกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตประจำวันของเราแทบทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น 3 ผลงานวิจัยที่จะทำให้คุณรู้ว่างานวิจัยใกล้กับเราแค่ไหน

ในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกจำนวนไม่น้อย และไวรัสต้นเหตุของโรคก็มีการพัฒนาอย่างน่ากลัวขึ้นทุกวัน ซึ่งเราสามารถป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากไข้เลือดออกด้วยการกำจัดลูกน้ำยุงลาย “LeO-Trap นวัตกรรมดักยุงพร้อมกำจัดลูกน้ำยุงลาย” คิดค้นโดยสองนักวิจัย ดร.อุษาวดี ถาวระ และ ดร.อภิวัฏ ธวัชสิน จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลักษณะมีรูปร่างคล้ายโอ่งน้ำขนาดจิ๋ว ผลิตจากพลาสติกสีดำ ฝาสูง มีช่องว่างให้ยุงเข้าไปวางไข่ภายในได้ โดย ดร.อุษาวดี อธิบายถึงนวัตกรรมจิ๋วแต่แจ๋วตัวนี้ว่า

“ภายใน LeO-Trap มีการเคลือบสารสกัดที่มีกลิ่นดึงดูดเฉพาะยุงลายให้เข้ามาวางไข่ เพียงแค่เติมน้ำที่ผสมสารกำจัดลูกน้ำยุงซีโอไลท์ไว้ ก็จะช่วยกำจัดลูกน้ำยุงได้แล้ว ซึ่งความพิเศษของสารดึงดูดยุงนั้นเป็นสารสกัดจากหอยลายที่เราค้นพบได้โดยบังเอิญ เนื่องจากซื้อหอยลายเตรียมไว้ทำอาหารมื้อเย็น จึงได้นำไปแช่น้ำเพื่อรักษาความสดของหอยลาย แต่เราพบว่ามียุงที่เลี้ยงไว้เพื่อการทดลองที่หลุดลอดออกมาไปลอยตายอยู่ในอ่างที่แช่หอยลาย จึงได้นำหอยลายมาทำการวิจัยพบว่า หอยลายที่แช่น้ำจะปล่อยเมือกที่เป็นกรดอะมิโนหลายชนิดออกมาซึ่งมีกลิ่นที่สามารถดึงดูดยุงให้เข้ามาตอมได้

แต่การจะนำน้ำที่แช่หอยลายมาใช้งานเลยก็จะทำให้เกิดกลิ่นเน่าเสียซึ่งไม่เป็นผลดีกับคน จึงได้นำน้ำแช่หอยลายนั้นให้อยู่ในรูปของไมโครแคปซูลแล้วนำไปเคลือบในภาชนะ LeO-Trap แล้วนำไปตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน พบว่าภายในหนึ่งสัปดาห์สามารถกำจัดลูกน้ำยุง และยุงได้อย่างน้อย 500 ตัว ซึ่ง LeO-Trap 1 ชิ้นใช้งานได้ 3 เดือนสารดึงดูดที่เคลือบไว้ก็จะหมดอายุ แต่สามารถใช้งานต่อได้ด้วยการติดแผ่นสติกเกอร์ที่เคลือบสารดึงดูดยุงให้ใช้งานได้ต่อ”

“เจลลี่พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ” ผลงานของ อ.อลิสา สุนทรวัฒน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ต้องการหาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และต้องการคิดค้นวิธีการเพิ่มมูลค่าและต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยโดยเฉพาะ คือ ผลหม่อน และมะม่วงน้ำดอกไม้

“ผลไม้สองชนิดนี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบน้ำผลไม้ ผลไม้แปรรูป และอยู่ในรูปแบบรสปรุงแต่งในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลผลิตดังกล่าวมีคุณค่าทางอาหารน้อย จึงได้ทำการวิจัยพบว่าการนำน้ำผลไม้ 100% มาทำเจลลี่นั้นร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆไม่มากพอ เนื่องจากสารอาหารนั้นอาจจะระเหยไประหว่างการแปรรูปวัตถุดิบมาเป็นน้ำผลไม้ จึงคิดให้มีการใช้สารสกัดลูกหม่อนและมะม่วงน้ำดอกไม้เข้ามาเพิ่ม และเลือก คาราจิแนน ซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายทะเล ที่นิยมนำมาใช้ผิวของอาหารเป็นเจลลี่ที่มีความเหลวกว่าการใช้เจลาตินแบบในท้องตลาดทั่วไป เป็นตัวช่วยให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มเหลว และเติมจุลินทรีย์โปรไบโอติก เข้าไปเพื่อส่งเสริมระบบกระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีทำให้เจลลี่สูตรนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ชอบกินโยเกิร์ต หรือการกินเจลลี่ที่ต้องเคี้ยว ในอนาคต มีจะศึกษาเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดอีกว่า เมื่อกินเจลลี่พร้อมดื่มนี้แล้ว จะมีสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายจะดูดซึมไปใช้งานได้จริงอยู่ในปริมาณมากน้อยเท่าใด เพื่อนำไปปรับปรุงสูตรให้ดียิ่งขึ้น”

“ผ้ากลีบบัว” ผลงานของนักวิจัยแดนอีสาน ผู้ไม่เคยละทิ้งบ้านเกิด ผศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ คณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นผลงานในซีรี่ส์ผ้าทออุบล ที่ต้องการพัฒนา “ผ้ากาบบัว” ซึ่งเป็นผ้าทอประจำจังหวัดอุบลราชธานีให้มีเนื้อสัมผัสเหมือนกลีบบัวจริงๆ โดยเลือก “บัวอุบลสีชมพู” มาเป็นต้นแบบแรงบันดาลใจ

“การวิจัยจึงเริ่มตั้งแต่การศึกษาวิธีการย้อมสีธรรมชาติอย่างไรให้ได้เหมือนสีดอกบัวชมพู ที่มีความอ่อน แก่ เหลือบ ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งคณะวิจัยกับชาวบ้านกลุ่มทอผ้าร่วมกันลองผิดลองถูกหลายครั้งจนประสบความสำเร็จ เมื่อสัมผัสเนื้อผ้าจะให้ความรู้สึกละมุนละไม อ่อนหวานดุจสัมผัสกลีบบัวธรรมชาติจริง จึงให้ชื่อว่าผลงานใหม่ว่าผ้ากลีบบัว สามารถดึงดูดให้ชาวบ้านที่เคยทิ้งการทอผ้ากาบบัว หันกลับมาสนใจทอผ้ากลีบบัวแบบใหม่นี้มากขึ้น เนื่องจากจำหน่ายได้ราคาดี และกลุ่มผู้บริโภคก็ชื่นชอบ ราคาจำหน่ายผ้ากลีบบัวสามารถจำหน่ายได้ในราคาประมาณ 8,000 บาท ต่อความยาว 2 เมตร”

จากผลงานวิจัยทั้งสามนี้ คงแสดงให้เห็นแล้วว่า งานวิจัย ไม่ได้ไกลตัวเรา แต่มันคือสิ่งที่เราใช้สอยกันอยู่ในชีวิตประจำวัน ที่นอกจากมีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทยแล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ซึ่งยังมีงานวิจัยของคนไทยเพื่อคนไทยอีกมากมายที่น่าสนใจและยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้รวบรวมนำมาให้เราได้สัมผัสในงาน Thailand Research Week : มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 ระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคม 2560 ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชั่น แอทเซ็นทรัลเวิลด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.reseachexpo.nrct.go.th หรือโทร.02-5612445 ต่อ 517-9

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ มอบทุนการศึกษานักเรียนในเขตกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286490

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ มอบทุนการศึกษานักเรียนในเขตกรุงเทพฯ

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ มอบทุนการศึกษานักเรียนในเขตกรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจ้าสัวประจักษ์-คุณละออ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ ร่วมกับ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดี และผลการเรียนปานกลาง มีความกตัญญู แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องปีที่ 3 จำนวน 250 ทุน รวมทั้งสิ้น 500,000 บาท โดยมี นางสาวปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับการศึกษา เพราะเป็นรากฐานที่สำคัญจุดประกายในการดำเนินชีวิต ถ้าเรามีการศึกษาที่ดีจะช่วยต่อยอดหน้าที่การทำงานในอนาคต ทำให้ชีวิตและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การศึกษายังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองและนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ ด้วยเล็งเห็นความสำคัญและพร้อมสนับสนุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนไทยเสมอมา มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ จึงได้ร่วมกับ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบทุนแก่นักเรียน เรียนดี กตัญญู แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 250 คน ด้วยมุ่งหวังในการเป็นส่วนหนึ่งของการให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน พร้อมส่งมอบโอกาสในการศึกษาให้กับเด็กไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าไม่มีบุญใดยิ่งใหญ่ เท่ากับการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งนี้ มูลนิธิได้พิจารณามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในหลายลักษณะ เช่น นักเรียนผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยม แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นักเรียนผู้มีผลการเรียนดีปานกลาง แต่เต็มเปี่ยมด้วยความกตัญญู และนักเรียนซึ่งเป็นผู้พิการทุพพลภาพ โดยมีความมุ่งหวังว่าทุนการศึกษาครั้งนี้จะช่วยเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ ในการศึกษาเล่าเรียนต่อไป พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ต้องขอขอบคุณ
แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ อาทิ วิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์, ศรีสะอาด ชั้นสามารถ, พูลศรี จงแสงทอง, สมจิต วัฒนสมบัติ และ ประเทือง คูสกุล เป็นต้น

สำหรับบรรยากาศมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความสุข อีกทั้ง เด็กๆ ยังได้อิ่มท้องกับมื้ออาหารกลางวันสุดแสนพิเศษ ที่ทางบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ จัดเตรียมมาให้น้องๆ ได้อร่อยกันถ้วนหน้า เรียกได้ว่า สุขใจทั้งผู้ให้ อิ่มใจทั้งผู้รับ ด้วยการดำเนินกิจกรรมดีๆ ที่ ทีโอเอ และมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ มุ่งมั่นจะนำมาซึ่งประโยชน์ของสังคมไทยตลอดไป

วิกฤติโรคธาลัสซีเมีย คืนรอยยิ้ม คืนชีวิต ให้ลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286468

วิกฤติโรคธาลัสซีเมีย คืนรอยยิ้ม คืนชีวิต ให้ลูก

วิกฤติโรคธาลัสซีเมีย คืนรอยยิ้ม คืนชีวิต ให้ลูก

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ลูก” คือ ความหวังและคือทุกๆ สิ่งในชีวิตของพ่อแม่ เพราะลูกคือสิ่งเติมเต็มความรักความอบอุ่นในครอบครัว พ่อแม่ทุกคนเฝ้าดูแลทะนุถนอมลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้อง เพียงหวังให้ลูกน้อยเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์ และมีอวัยวะครบ 32 ประการ เหมือนเด็กๆ ทั่วไป แต่เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจฝัน เมื่อลูกน้อยเกิดมาพร้อมโรคร้าย “ธาลัสซีเมีย” ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ที่สำคัญลูกจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 10 ปี หัวใจของคนเป็นแม่แตกสลาย แต่ต้องสู้ เพื่อให้ลูกมีชีวิตอยู่ต่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ แม้จะเป็นความหวังที่ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรก็ตาม

คุณแม่นุช-มนัญชยา มูสิกครุณ เล่าว่า ตอนท้องลูกคนแรก น้องออกัส-ด.ช.บุญญฤทธิ์ มูสิกครุณ ก็ไปตรวจเลือดฝากท้องเหมือนคนอื่นๆ แต่ปรากฏว่าผลตรวจเลือดออกมาพบว่า ทั้งคู่เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมียซึ่งเป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง ตอนนั้นอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ คุณหมอแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ เพราะหมอเองก็ตอบไม่ได้ว่า ถ้าลูกเกิดมาแล้วจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นไหน แต่ถึงอย่างไรลูกก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิด 10 ปี ซึ่งเราก็เข้าใจสิ่งที่คุณหมอพูดและอธิบาย แต่เมื่อกลับมาที่บ้านเห็นรูปอัลตร้าซาวนด์ของลูก “เราก็รู้สึกว่า เราคงทนไม่ได้ ถ้าต้องปล่อยให้ลูกคลอดออกมาโดยไม่ช่วยอะไรเลย นอนดูลูกหยุดหายใจไปเอง เลยตัดสินใจจะสู้ ยอมรับผลต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะเรามีความหวังว่า ถ้าลูกยังอยู่ เราจะสามารถรักษาให้หาย แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่ ก็ยังดีกว่าที่เราไม่ทำอะไรเลย”

คุณแม่นุช เล่าต่อว่า หลังจากที่คลอดลูกมาแล้ว น้องก็มีอาการเหมือนเด็กปกติ แต่เราก็เฝ้าดูอาการของลูกตลอด จนน้องอายุ 5 เดือน ก็เริ่มมีอาการป่วย เป็นไข้ตัวร้อนและตัวซีด ซึ่งคุณหมอก็รักษาตามอาการ หลังจากนั้นน้องก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอด เพราะต้องไปเติมเลือดเนื่องจากโรคนี้จะทำให้หลอดเลือดแดงแตกง่าย ซึ่งค่ารักษาพยาบาลแต่ละครั้งก็ประมาณ 4-5 พันบาท ซึ่งตอนนั้นเราได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรค จึงทำให้รู้ว่าสามารถรักษาได้โดยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จึงเข้าร่วมโครงการรอผู้บริจาคไขกระดูก ซึ่งตอนนั้นคุณหมอยังบอกว่า “การรักษาด้วยสเต็มเซลล์มันยากเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร ไม่มีใครสามารถรับรองผลการรักษาได้เลย” แต่ด้วยความหวังและความเชื่อว่าลูกจะต้องให้หาย เราเลยตัดสินใจสู้ต่อ จนน้องอายุ 2 ขวบ ก็มีผู้ยินดีจะบริจาคไขกระดูกให้กับน้อง แต่คุณหมอบอกว่าโอกาสที่จะเข้ากันได้มีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เพราะคนที่บริจาคไม่ใช่ญาติ เราจึงตัดสินใจไม่รับการรักษา เพราะไม่พร้อมรับกับความเสี่ยง

หลังจากนั้นอีก 2 ปีเมื่อลูกชายมีอายุได้ 4 ขวบ ได้มีโอกาสรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้ว และทราบว่า เทคนิค PGD-PCR ร่วมกับ HLA Matching สามารถช่วยรักษาโรคธาลัสซีเมียได้ โดยการให้กำเนิดบุตรอีกคนหนึ่งเพื่อนำสเต็มเซลล์ที่ได้มาใช้รักษาบุตรที่ป่วยเป็นธาลัสซีเมีย ซึ่งปัจจุบันลูกชายหายจากอาการป่วย มีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ร่าเริงแจ่มใส และกลับมายิ้มหัวเราะอีกครั้งโดยถือว่าเป็นความโชคดีของครอบครัวเรา ที่ได้เข้ารักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

แพทย์หญิงวรัชยา ฟองศรัณย์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับการรักษาโรคธาลัสซีเมีย สามารถรักษาได้โดยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ โดยนำสเต็มเซลล์จากน้องแรกเกิดมารักษาพี่ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย โดยไม่ต้องรอสเต็มเซลล์บริจาค เพราะการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เป็นหนทางเดียวที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ซึ่งอุปสรรคใหญ่ของการรักษา คือ ความยากในการหาสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้กับผู้ป่วย เพราะคนไข้ไม่สามารถใช้สเต็มเซลล์ของตัวเองรักษาโรค แต่ต้องใช้สเต็มเซลล์จากอาสาสมัครผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้ ซึ่งโอกาสพบสเต็มเซลล์เป็นไปได้ยาก หรือเพียง 1 ใน 50,000 ราย (0.002%) นอกจากนั้น วิธีการเก็บสเต็มเซลล์ในเด็กเล็ก ต้องทำการเก็บจากไขกระดูกซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อเจ้าของสเต็มเซลล์ ดังนั้นการที่เราได้มีส่วนช่วยในการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือของทารกภายหลังคุณแม่ให้กำเนิดอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทั้งมารดาและทารกเจ้าของสเต็มเซลล์ การเก็บและแช่แข็งสเต็มเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญก่อนการนำไปใช้กับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

รวม 10 รองเท้าสนีกเกอร์ สุดฮิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286465

รวม 10 รองเท้าสนีกเกอร์ สุดฮิต

รวม 10 รองเท้าสนีกเกอร์ สุดฮิต

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไอเท็มที่ได้รับความนิยมและอยู่ในเทรนด์การช็อปปิ้งเสมอมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือรองเท้าผ้าใบ ซึ่งตอนนี้ทุกคน
นิยมใส่รองเท้าผ้าใบกันหลากหลายสไตล์มากขึ้น เพราะสวมใส่ง่าย สบาย เข้าได้กับหลากหลายสไตล์การแต่งตัว ให้คุณได้มิกซ์แอนด์แมทช์อย่างสนุกสนาน

ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ก็ต้องมีสักคู่ไว้ใส่ตามเทรนด์ โดยในปีที่ผ่านมากระแสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอลสไตล์
ฮิปสเตอร์สไตล์ หรือแนวน้อยแต่มาก เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ ดังนั้นเรามาอัพเดทเทรนด์ 10 รองเท้ายอดฮิตแห่งปี 2017 ที่น่าสอยกันดีกว่า

คู่แรกที่กำลังมาแรง ณ ตอนนี้ คือ Vans รองเท้าผ้าใบแฟชั่นรุ่น Old Skool black & white skate รองเท้าผ้าใบดีไซน์สุดคลาสสิก สุดฮิตตลอดกาล ซึ่งขายดีมากและหมดอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ใครที่อยากอัพลุคเท่ๆ คูลๆ ต้องไม่พลาดตัวนี้ การันตีความสวยเด่นและมีคุณภาพ

ต่อมาคือรองเท้า Converse รุ่น Chuck Taylor all star ตัวเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจใส่รองเท้าผ้าใบ รองเท้าสุดคลาสสิกของคอนเวิร์ส โดยมีที่มาจากการที่ นักบาสเกตบอลชื่อดัง Charles H. “Chuck” Taylor เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Converse All Star จึงมาร่วมกันออกแบบและพัฒนารองเท้ารุ่นนี้ ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายมาเป็นรองเท้าแฟชั่นสุดคลาสสิกแห่งยุค

อีกรุ่นที่ไม่ควรพลาด คือ Puma รุ่น Puma Creeper รองเท้าผ้าใบสุดจี้ดรุ่นยอดนิยม รองเท้ารุ่นนี้มีสไตล์โดดเด่น เหมาะกับทุกลุค สวมใส่ง่ายเข้ากับทุกชุด และอัพลุคให้ทั้งสาวๆหนุ่มๆ เป็นฮิปสเตอร์แบบมีสไตล์ได้ไม่ยาก

รุ่นที่พลาดไม่ได้เลย คือ BataXStarwars ที่มาแรงและขายดีมากๆ เพราะเป็น Exclusive Collection ซึ่งเป็นลาย Starwars ในตำนานที่ทุกคนรอคอย Star Wars ถือเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในหลายๆด้าน ทำให้แฟนๆหลายคนคลั่งไคล้ภาพยนตร์เรื่องนี้ และตามเก็บสะสมรองเท้าคอลเลคชั่นนี้ได้ไม่ยาก หนุ่มๆ สาวๆ สามารถอัพลุคสุดเท่ได้ด้วยคอลเลคชั่นนี้ที่มีดีไซน์ที่แปลกตาสวยงามไม่เหมือนใครรวมถึงคุณภาพดีที่มาพร้อมราคาที่เหมาะสม มีให้จับจองกันไม่มากอีกด้วย

สายชิวๆ ต้องไม่พลาดกับรองเท้า ทอมส์ (Toms) รุ่นสุดฮิตขายดี อย่างรุ่น Toms university stripe navy ที่นอกจากจะใส่สบายแล้วยังมีดีไซน์แบบแคชชวล น่ารักสดใส ให้ทุกคนสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ ใส่ได้ในทุกๆ วัน
น้ำหนักเบา ใส่สบาย นอกจากนี้ยังมีหลากหลายสีให้เลือก

ที่มาแรงไม่แพ้กันอีกหนึ่งคู่คือ Keds champion original sneaker รองเท้าดีไซน์เรียบง่าย ซึ่งทำจากผ้าแคนวาสสวยงามและใส่ได้ง่ายในทุกโอกาส ซึ่งรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่วัยรุ่น

รองเท้าสุดคลาสสิกอย่าง Reebok Classic ก็ยังคงอยู่ในกระแสมาอย่างยาวนานมาใน ซึ่งเป็นรองเท้าที่ยังคงคอนเซ็ปต์เรียบง่ายสไตล์อังกฤษ ใช้วัสดุหนังระดับพรีเมี่ยม เพิ่มมิติด้วยลูกเล่นต่างๆ และลวดลายการตัดเย็บ มาพร้อมพื้นยางตัดกับสีรองเท้า ทำให้ มีสไตล์ เท่และทันสมัย

รองเท้า Lacoste contrast heel leather sneakers ก็ไม่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ดีไซน์เรียบง่าย แต่โดดเด่น มีสไตล์ไม่แพ้ใคร จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

Adidas NMD ได้กลายมาเป็นรองเท้าสุดฮิต ซึ่งเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ด้วยรูปลักษณ์ที่มีสไตล์โดดเด่น อีกทั้งยังดูเป็นรองเท้าที่ดูแฟชั่นซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีอีกด้วย

Nike Air Max รองเท้าที่ได้รับความนิยมตลอด ดีไซน์เรียบง่ายแต่มีความโฉบเฉี่ยวและโมเดิร์น สวยและมีสไตล์ สวมใส่สบาย ใช้งานได้ดีคุ้มค่ากับราคา

น้อมจิตรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286308

น้อมจิตรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.9

น้อมจิตรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.9

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผศ.ดร.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ รอง ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย,
นิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และ กฤษณา อัมพุช

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ สายใย แห่งความผูกพัน” รณรงค์รับบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลน้อมจิตรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช

งานโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ” เป็นงานรณรงค์รับบริจาคโลหิตที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2549 ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อรณรงค์รับบริจาคโลหิตส่งมอบให้สภากาชาดไทย ซึ่งในปัจจุบันโลหิตที่จัดหาทั่วประเทศไทยยังมีไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในภาวะต่างๆ ด้วยเหตุนี้เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงได้เข้ามาเป็นสื่อกลางในการรับบริจาคโลหิตสำรองให้กับสภากาชาดไทย อย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 12 ในปีนี้โดยตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ทั้งจากการจัดกิจกรรมและเปิดรับบริจาคโลหิต ณ ห้องบริจาคโลหิต 365 วัน ในห้างสรรพสินค้าเป็นแห่งแรกในประเทศ สามารถส่งมอบโลหิตสำรองให้สภากาชาดไทยแล้วกว่า 300 ล้านซีซี

และในปีนี้ การจัดกิจกรรมโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ” ได้จัดขึ้นอีกครั้งภายใต้ชื่องาน “M Heart สายโลหิต สายใจ สายใยแห่งความผูกพัน” เพื่อน้อมจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ที่ห้อง MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลในครั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น.

โดยในช่วงบ่าย เดอะมอลล์ กรุ๊ป โดย กฤษณา อัมพุช ได้จัดให้มีพิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วย ผู้บริหารสภากาชาดไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พญ.จารุพร พรหมวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และคณะผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป นงนุช นามวงศ์, ณัฐศมนวงศ์ กิตติพัฒน์ รวมถึงข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและดารา เซเลบริตี้ใจบุญมาร่วมกิจกรรมและบริจาคโลหิตในงานมากมาย อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, เต๋า AF-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ, ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้ว, อัฌชา เจริญรัศมีเกียรติ, ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล,นัฏฐ์นิชย์ โชติสรยุทธ์,ปรัชญมน บูรณศิริ และอีกมากมาย

แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ มาร่วมให้กำลังใจแก่ผู้บริจาคโลหิตภายในงาน

โดยพิธีเปิดงาน มีการขับร้องเพลง “พระราชาในนิทาน” โดยเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการ The Mall Star Kids และเข้าประกวดในรายการ Star Kids ทางช่อง 3SD ซึ่งบรรยากาศในช่วงนี้ ทำให้ผู้มีเกียรติหลายท่านน้ำตาคลอ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

หลังจากนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมคณะผู้บริหารบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และสภากาชาดไทย ได้มอบของที่ระลึกให้แก่ผู้มาร่วมบริจาคโลหิต ได้แก่ ชุดปลูกเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง 999 ชุด ที่คณะผู้บริหารโครงการตั้งใจแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปปลูกให้ดอกดาวเรืองบานสะพรั่งในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเดือนตุลาคม

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมโลหิตส่งต่อให้สภากาชาดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เชิญชวนบริจาคโลหิตทุกๆ 3 เดือนอย่างสม่ำเสมอกับโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ” ภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ บริเวณชั้น 3A, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บริเวณชั้น 1, เดอะมอลล์ บางแค บริเวณชั้น P ล็อบบี้ 5 และเดอะมอลล์ นครราชสีมา บริเวณชั้น 2 เปิดบริการรับบริจาคโลหิตตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น.

กระเป๋าหนังวิจิตรงดงามผสานกับผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานการดีไซน์ล่าสุดของ ‘พญา’ (PHYA)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286309

กระเป๋าหนังวิจิตรงดงามผสานกับผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานการดีไซน์ล่าสุดของ ‘พญา’ (PHYA)

กระเป๋าหนังวิจิตรงดงามผสานกับผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานการดีไซน์ล่าสุดของ ‘พญา’ (PHYA)

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้มีการส่งเสริมอาชีพและอนุรักษ์การทอผ้าไหม หัตถศิลป์อันวิจิตรของไทยไว้ และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษาในวันที่ 12 สิงหาคม 2560 นี้ จิรยง อนุมานราชธน ในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่งแบรนด์ “พญา” (PHYA) ผู้สร้างสรรค์ผลงานการดีไซน์กระเป๋าหนังคุณภาพเยี่ยม จึงได้หยิบเอาผ้าไหมมัดหมี่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาผสมผสานเข้ากับผืนหนังวัวที่นำเข้าจากประเทศอิตาลี ถ่ายทอดเป็นกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่น“มาตา” (Mata) และ “นัดดา” (Nadda) ซึ่งได้จัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวไป เมื่อเร็วๆ นี้ ณ บริเวณพญา ป๊อปอัพสโตร์ (ล็อบบี้เลาจน์) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม

จิรยง อนุมานราชธน และเหล่านางแบบโชว์กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น

จิรยง อนุมานราชธน กล่าวถึงการออกแบบกระเป๋าดีไซน์พิเศษครั้งนี้ “แรงบันดาลใจหลักของการทำกระเป๋าสองรุ่นนี้มาจากการที่ดิฉันได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงให้การสนับสนุนงานหัตถศิลป์ไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้ตระหนักถึงการทำหน้าที่สืบทอดมรดกไทย ดิฉันจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่องานช่างและรักษาความวิจิตรที่ปรากฏบนงานศิลปะไทยเอาไว้ จึงเกิดเป็นไอเดียในการออกแบบกระเป๋ารุ่นมาตา ที่มีความหมายว่าแม่ และรุ่นนัดดา ที่มีความหมายว่าหลาน โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานหัตถกรรมอันเลื่องชื่อของไทย และผืนหนังวัวจากคุณภาพเยี่ยมจากประเทศอิตาลี ให้ออกมาเป็นกระเป๋าดีไซน์หรูที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน”

สำหรับการออกแบบกระเป๋ารุ่น “มาตา”(Mata) และ “นัดดา” (Nadda) ทางทีมดีไซน์ได้ใช้เทคนิคการตัดเย็บขั้นสูงและประณีตในทุกขั้นตอน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่มีความเบาและอ่อนนุ่ม นำมาตัดเย็บเข้ากับโครงของกระเป๋าที่ทำจากหนังวัว ดังนั้นการวางลวดลายและแพทเทิร์นของผ้า จึงต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญของทีมช่างฝีมือ การคำนวณและตัดเนื้อผ้ามาเย็บเข้ากับกระเป๋า เช่นกัน เพื่อให้ผ้าไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป กระเป๋าจึงจะคงรูปความงดงามตามแบบงานหัตถศิลป์ของไทยและความทันสมัยของสากลนิยม

ชิดชนก หอสัจจกุล, บุศรา ซอโสตถิกุล, จารุวรรณ โชติเทวัญ, จิรยง อนุมานราชธน,
สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร

“มาตา“ (Mata) กระเป๋าที่ใช้เทคนิคการผลิตขึ้นตามแบบโครงของกระเป๋ารุ่นนาตาลี กระเป๋าหนังแกะลายควิลท์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าไทยรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีของทางแบรนด์ โดยการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ในโทนสีม่วงอมชมพู ที่ลวดลายมีความทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ประดับด้วยสายสะพายโซ่สีเงิน ที่สามารถใช้เป็นกระเป๋าถือ หรือสะพายข้างหรือจะสะพายแล่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้

“นัดดา” (Nadda) กระเป๋าใบเล็ก ดีไซน์กะทัดรัด ที่ใช้เทคนิคการออกแบบตามโครงกระเป๋ารุ่นลิฟ กระเป๋ารุ่นล่าสุดจากแบรนด์ “พญา” (PHYA) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการเย็บประกบหนังสองชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งในรุ่นนัดดานี้ทางทีมออกแบบได้นำผ้าไหมมัดหมี่ที่มีลวดลายสีม่วงตัดกับสีฟ้ามาเย็บประกบลงบนแผ่นหนังด้านบน จากนั้นจึงเย็บตัดขอบด้วยหนังสีฟ้า กลายเป็นกระเป๋าถือทรงบ๊อกซี่ที่มีดีไซน์หรูหราและสง่างามอย่างลงตัว

ซึ่งกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น “มาตา” (Mata) และ “นัดดา” (Nadda) ทางแบรนด์ “พญา” (PHYA) ได้ผลิตขึ้นมาเพียงไม่กี่ใบเท่านั้น และรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋าทั้งสองรุ่นทางแบรนด์จะมอบให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและอนุรักษ์งานหัตถศิลป์อันเป็นมรดกของไทยสืบไป

ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร

ภายในงาน ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร บุตรสาวของ ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาร่วมพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการทอผ้าไหม หนึ่งในงานหัตถศิลป์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า “ตั้งแต่จำความได้คุณแม่ (ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร) จะเล่าให้ฟังตลอดว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึงแม้พระองค์จะทรงเจริญพระชันษาในต่างประเทศ แต่พระองค์ทรงรักความเป็นไทยมาก ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมไทยมาตั้งแต่ยังเป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร แล้วหลังเข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้รับสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์” ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก พระองค์ทรงออกแบบฉลองพระองค์ต่างๆ ด้วยพระองค์เอง โดยทรงศึกษาจากพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงใช้ชื่อพระตำหนักต่างๆ ในวังมาตั้งเป็นชื่อฉลองพระองค์ที่ทรงออกแบบด้วย และทุกครั้งเวลาตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นว่าชาวบ้านแต่งตัวด้วยผ้าไหมที่ทอขึ้นเองอย่างสวยงามมาเฝ้าฯรับเสด็จ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมและอนุรักษ์การทอผ้าไทยของแต่ละชุมชนเอาไว้ จึงเป็นที่มาของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและมีการสืบสานศิลปะการทอผ้าไทยมาจนถึงทุกวันนี้”