4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการวิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 23 พ.ย. 2560 เวลา 13:54 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526847

4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการวิ่ง

เคล็ดลับและเกร็ดความรู้ที่ควรรู้ไว้ก่อนออกวิ่ง

หลายคนมักหันมาวิ่งเพื่อออกกำลังกายกันเยอะ เนื่องจากการวิ่งเป็นวิธีออกกำลังกายที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อะไรมาก มีเพียงรองเท้าวิ่งดีๆ สักคู่ ก็สามารถออกสตาร์ทได้แล้ว รวมไปถึงสามารถวิ่งได้ทั้งคนเดียว และวิ่งกับกลุ่มเพื่อน รวมไปถึงเลือกจัดสรรเวลาได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่นักวิ่งทุกคนควรรู้ก่อนออกวิ่ง

1. เลือกรองเท้าให้ดี – รองเท้าที่ใช้สวมใส่เวลาวิ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ ควรเลือกรองเท้าวิ่งโดยเฉพาะที่ซัพพอร์ตเท้า ขนาดพอดี สวมใส่สบาย ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป และหมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

2. ชุดใส่วิ่ง – นอกจากรองเท้าแล้ว เสื้อผ้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ควรเลือกเสื้อผ้าที่ไม่อุ้มเหงื่อ ระบายอากาศได้ดี สำหรับผู้หญิงควรสวมใส่สปอร์ตบราเพื่อความคล่องตัวขณะวิ่งด้วย

3. เลือกสถานที่วิ่ง – หลายคนมีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะว่างวิ่งช่วงเช้า หรือบางคนอาจจะมีเวลาว่างช่วงกลางคืน จึงควรเลือกสถานที่ให้เหมาะสม เพราะการวิ่งสามารถทำได้ทั้งในฟิตเนส และนอกสถานที่อย่างสวนสาธารณะด้วยเช่นกัน

4. อย่าแปลกใจหากน้ำหนักขึ้น – ในช่วงแรกที่เริ่มวิ่ง บางคนอาจจะขาใหญ่และน้ำหนักขึ้นเล็กน้อย อย่าเพิ่งตกใจ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมานั้นคือกล้ามเนื้อ ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อที่หนาขึ้น อาจทำให้ดูขาใหญ่ขึ้น หากวิ่งต่อไปเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้เพิ่มขึ้น จะไปช่วยเรื่องการเผาผลาญ และจะผอมลงเอง

3 เทคนิคเลือกจักรยานคู่ใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 23 พ.ย. 2560 เวลา 11:46 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526815

3 เทคนิคเลือกจักรยานคู่ใจ

เทคนิคการเลือกจักยานให้เหมาะกับตัวเอง

ในปีนี้เทรนด์การปั่นจักรยานนับเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรง ด้วยความที่จักรยานเป็นพาหนะที่ให้ความคล่องตัวสูง ช่วยเลี่ยงปัญหารถติดของคนเมืองได้ แถมหลายคนก็ยังยกให้การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายสุดโปรด ที่นอกจากจะสนุกเพลิดเพลินแล้ว ยังทำให้ได้เพื่อนใหม่อีกไม่น้อย จนหลายๆ คนที่เห็นอย่างงี้แล้วก็อยากจะหันมาปั่นจักรยานกันดูบ้าง ซึ่งการเลือกจักรยานคู่ใจสักคันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัย เพื่อให้เหมาะกับตัวเอง และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

1. ดูการใช้งาน – เนื่องจากจักรยานนั้นมีอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นจักรยานทั่วไป จักรยานแข่ง จักรยานสำหรับปั่นเพื่อการออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละประเภทก็มีดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยการจะเลือกซื้อจักรยานสักคัน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือควรเลือกซื้อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ปั่นเองและเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน

2. เลือกให้เหมาะกับสรีระ – สำหรับจักรยานนอกจากการเลือกที่มีดีไซน์สวยงาม เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในขณะปั่นแล้ว การเลือกจักรยานให้เหมาะกับรูปร่างของผู้ปั่นถือเป็นอีกข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึง เช่น การเลือกจักรยานตามความสูงของผู้ปั่น ที่ตัวนักปั่นเองจะสามารถรู้สึกได้ถึงความคล่องตัว

3. ตั้งงบประมาณ – อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือการตั้งงบประมาณคร่าวๆ เพราะเดี๋ยวนี้จักรยานก็มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว นอกจากประเมินราคาของตัวจักรยานแล้วก็อย่าลืมคำนึงถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ด้วย เช่น หมวกกันกระแทก อุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยทั้งหลาย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่นักปั่นต้องมีไว้เพื่อความปลอดภัย

เที่ยว ‘หนาว’ นอกกระแส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 23 พ.ย. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526797

เที่ยว ‘หนาว’ นอกกระแส

ฤดูหนาวอาจไม่มีจริงในเมืองใหญ่ แต่ไม่ใช่กับบนยอดดอยและในธรรมชาติโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ตอนนี้อุณหภูมิลดระดับแตะ 10 กว่าองศาเป็นที่เรียบร้อย แต่ครั้นจะไปหนาวสั่นบนดอยอินทนนท์ ภูเรือ ภูชี้ฟ้า ก็อาจสุ่มเสี่ยงต่อการเผชิญกับทะเลคนแทนทะเลหมอกยามเช้า ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยว “นอกกระแส” จึงอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับหนาวนี้

บ้านหล่อโย จ.เชียงราย

จากการอัพเดทล่าสุดพบว่า หมอกได้เข้าปกคลุมทุกวันพร้อมกับความหนาวเหน็บระดับไม่กล้าอาบน้ำนับเป็นข่าวที่น่าอิจฉาจาก “บ้านหล่อโย” หมู่บ้านเล็กๆ ในป่าใหญ่บนดอยแม่สลอง จ.เชียงราย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรเศษ ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ ทำให้เกือบทุกเช้าจะเห็นหมอกไหล และอากาศก็หนาวสะใจนักท่องเที่ยว

โยฮัน-ประกาศิต เชอมือกู่ ผู้นำหมู่บ้านหล่อโย และเจ้าของบ้านดินอาข่า (เพจเฟซบุ๊ก Akha Mudhouse Maesalong) เล่าว่า ในหมู่บ้านมีเพียง 58 ครัวเรือน มีประชากรประมาณ 280 คน มีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร ทำไร่ทำสวน เช่น กาแฟอราบิกา ข้าวไร่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในฤดูเก็บเกี่ยวผลกาแฟ

สำหรับกิจกรรม ที่นี่ไม่มีแลนด์มาร์ค หรือถนนคนเดินเอาใจนักท่องเที่ยว แต่ทุกคนจะได้ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าหาอาหารตามธรรมชาติ เก็บกาแฟใต้ต้นไม้ใหญ่ ร่วมเล่นโล้ชิงช้า ลองมัดหญ้าคาทำหลังคาตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรียนรู้การเล่นลูกข่างที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้กึกก้องหมู่บ้าน

ปัจจุบันบ้านดินอาข่ามี 8 ห้อง แบ่งเป็นห้องน้ำในตัว 4 ห้อง (คืนละ 1,300 บาท) และห้องน้ำรวม 4 ห้อง (คืนละ 800 บาท) ทุกห้องไม่มีเครื่องปรับอากาศ และค่าอาหารคิดหัวละ 250 บาท โดยจะเป็นอาหารอาข่าขนานแท้และยืนพื้นด้วยไข่เจียวหอมๆ ทุกมื้อ ติดต่อโทร. 09-3258-9994 (โยฮัน)

บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน

ความน่ารักของชาวม้ง “บ้านมณีพฤกษ์” ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ทำให้คนแปลกหน้าตกหลุมรักได้ง่ายๆ โดยที่นี่มีไฮไลต์อยู่ที่ กาแฟเกอิชา รสชาตินุ่ม กลิ่มหอมไกล ซึ่งอาจเป็นเกอิชาที่ดีที่สุดในประเทศก็เป็นได้

วิชัย กำเนิดมงคล ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนและกลุ่มกาแฟ เล่าว่า เรื่องการท่องเที่ยวชุมชนที่บ้านมณีพฤกษ์เพิ่งเปิดอย่างจริงจังได้ไม่นาน โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชาวม้งอย่างใกล้ชิดผ่านการนอนโฮมสเตย์ การกินอาหารฝีมือชาวบ้าน ดื่มกาแฟดริป และเรียนรู้ชีวิตผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ทั้งการปักผ้าม้ง การตีมีด เป่าแคนม้ง เดินป่าเก็บกาแฟ และชื่นชมธรรมชาติ

ดอยผาผึ้งและถ้ำผาผึ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ชาวมณีพฤกษ์เองชอบไปหย่อนใจ ซึ่งบนดอยที่ความสูงมากกว่า 1,400 เมตร ทำให้มองเห็นธรรมชาติกว้างใหญ่ ตอนเช้าตรู่จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นปะทะทะเลหมอก ส่วนตอนค่ำคืนจะมองเห็นทางช้างเผือกพาดผ่านท้องฟ้า โดยเมื่อต้นเดือน พ.ย. อุณหภูมิยามเช้าและเย็นลดเหลือ 14 องศา ซึ่งคาดว่ายิ่งใกล้ปลายปีเท่าไรจะยิ่งหนาวจับใจจนอาจถึงเลขตัวเดียว

ติดต่อโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านมณีพฤกษ์ โทร. 06-2248-5028 (พี่กล้วย)

บ้านหนองส่าน จ.สกลนคร

ทุ่งนาปลอดสารที่ตอนนี้คงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลตาตัดกับสีผ้าครามของชาวบ้าน ยิ่งทำให้ “บ้านหนองส่าน” ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร สวยงามกว่าเดิม

บ้านหนองส่านห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง แต่บรรยากาศกลับเหมือนอยู่ห่างไกล เพราะชาวบ้านยังมีชีวิตเรียบง่าย เนิบช้า และเต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรี นักท่องเที่ยวจะได้ชิมอาหารอีสานฝีมือแม่ๆ เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา การทำเกษตรผสมผสานทั้งข้าว ข่าตาแดง กล้วย ไผ่ มันญี่ปุ่น ตะไคร้ พริก แตงโม ฟัก ข้าวโพดหวาน หม่อน เชอร์รี่ ซึ่งทั้งหมดปลูกแบบปลอดสาร

นอกจากนี้ ชาวหนองส่านยังคงทอผ้าและย้อมครามสวมใส่กันเองตามเทคนิคพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา โดยแม่อี๊ดจะใจดีสอนนักท่องเที่ยวย้อมครามและให้นำผ้าพันคอผืนนั้นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมถึงยังมีโฮมสเตย์ให้ใกล้ชิดความเป็นท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่านโลเคิลอไลค์ คิดราคา 3,600 บาท สำหรับวันเดย์ทริป และ 6,800 บาท สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ดูรายละเอียดได้ที่ localalike.com

บ้านสนวนนอก จ.บุรีรัมย์

ชุมชนคนเขมรกลุ่มนี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ จนกลายเป็นเสน่ห์ของ “บ้านสนวนนอก” อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ โดยมีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งรวมตัวกันเป็นกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง การนั่งรถกระสวยอวกาศเที่ยวชุมชน ลองสาวไหม ชมการทอผ้าไหมลายหางกระรอก ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เก็บใบหม่อน ชิมขนมตดหมา ร่วมวงรำตร๊ดกับพี่ป้าน้าอา และซาบซึ้งไปกับพิธีบายศรีสู่ขวัญที่มีผู้เฒ่าผู้แก่มาผูกแขนรับขวัญอย่างอบอุ่น

บ้านสนวนนอกมีที่พักทั้งแบบโฮมสเตย์และรีสอร์ทชื่อ บ้านสนวน รีสอร์ท ซึ่งใหญ่และมีคุณภาพจนไม่คิดว่าจะตั้งอยู่ในชุมชนเล็กๆ ติดต่อโทร. 08-5411-4435, 09-5801-1693, 08-7435-3237 หรือเพจเฟซบุ๊ก หมู่บ้านท่องเที่ยวไหม “บ้านสนวนนอก” อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์

โครงการพัฒนาป่าไม้ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก

ไม่ต้องเดิน ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องตื่นเช้าก็สามารถเห็นหมอกและสัมผัสอากาศหนาวได้ที่ “โครงการพัฒนาป่าไม้ภูหินร่องกล้า” จ.พิษณุโลก

สถานที่ทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับธรรมชาติทั้งกาแฟอราบิกา สตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80แมกคาเดเมีย และดอกกระดาษ ประกอบกับให้ความรู้แก่ชาวม้งในพื้นที่ภูหินร่องกล้าเรื่องป่าไม้ การดูแลแหล่งน้ำ และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างกลมเกลียว

นอกจากความรู้ที่สอดแทรกอยู่ในแปลงปลูก นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมความสวยงามของทุ่งดอกกระดาษ (ช่วง ธ.ค.-มี.ค.) ดอกกาแฟพวงสีขาว ถ่ายภาพกับ 6 หน้าผาที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ได้แก่ ผาไททานิค ผาพบรัก ผาบอกรัก ผาคู่รัก ผารักยืนยง และผาสลัดรัก และที่นี่ยังเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยผลิบานบนภูหินร่องกล้าที่สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วย โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ภูหินร่องกล้า เปิดให้เข้าฟรีทุกวัน ติดต่อโทร. 08-1596-5977

บ้านอีต่อง จ.กาญจนบุรี

ด้วยความที่เป็นทางผ่านของเส้นทางพิชิตเขาช้างเผือก ทำให้ “บ้านอีต่อง” กลายเป็นเส้นทางเงียบสงบและยังคงสวยงามสมกับสมญานาม ภาคเหนือแห่งภาคตะวันตก

บ้านอีต่องตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับมีบึงน้ำขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน จึงทำให้มีหมอกและอากาศชื้นตลอดปี โดยภายในหมู่บ้าน สามารถท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำเหมืองในอดีต แวะกินเค้กป้าเกล็นที่ร้านชาวเหมืองบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน และใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์มองดูชาติพันธุ์หลากหลายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน

บ้านอีต่องเหมาะกับแบ็กแพ็กเกอร์ขาลุย เพราะเส้นทางต้องผ่าน 399 โค้งจากทองผาภูมิมายังหมู่บ้าน และยังมีเกสต์เฮาส์ให้บริการในราคาประหยัดซึ่งน่าจะถูกจริตนักเดินทางรุ่นใหม่ อย่างเช่น อีต่องโฮมสเตย์ โทร. 09-2449-1915

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะยาวนานถึงกลางเดือน ก.พ. 2561 นับเป็นโอกาสเดียวในรอบปีที่เมืองร้อนอย่างไทยจะมีอากาศหนาว ดังนั้นอย่ารอช้าเสียเวลาอยู่ในห้องแอร์แทนที่จะออกไปอยู่ใต้ธรรมชาติ จุดกำเนิดความหนาวเย็นบริสุทธิ์ที่ทุกคนรอคอย

4 สัญญาณปัญหาสายตาเอียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 พ.ย. 2560 เวลา 17:12 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526672

4 สัญญาณปัญหาสายตาเอียง

อาการที่ชี้ว่า คุณอาจกำลังประสบกับปัญหาสายตาเอียง

ดวงตาเป็นอีกอวัยวะที่เราใช้งานค่อนข้างหนัก เนื่องจากหลายคนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แถมยังใช้สมาร์ทโฟนกันแทบจะตลอดเวลา ทำให้เสี่ยงต่อการประสบปัญหาสายตาเอียงได้ เวลามองตัวเลขที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน อย่างเช่นเลข 3 และเลข 8 แล้วแยกไม่ออก หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องใช้สายตาเยอะจะต้องหรี่ตาเพ่งจนรู้สึกตาล้าและปวดหัวบ่อยมากขึ้น อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่าสายตาเอียง เราจึงมีเทคนิคง่ายๆ สำหรับสังเกตอาการมาให้ทุกคนสำรวจตัวเองกัน

1. มองตัวเลขผิดเพี้ยน – คนสายตาเอียงมักมองตัวเลขบางตัวเลข เช่น 3, 5, 8, 9, 0 คล้ายๆ กัน และแยกแยะลำบาก โดยจะเห็นเป็นภาพซ้อน ตัวอย่างใกล้ตัวก็คือ เวลามองหมายเลขรถเมล์ไกลๆ แล้วเห็นไม่ชัด เห็นเลข 3 เป็นเลข 8 เลข 6 หรือเลข 9 เป็นต้น

2. เห็นภาพเป็นแสงขาวกระจาย – เวลาทำกิจกรรมต่างๆ หรือใช้ชีวิตอยู่ในภาวะแสงน้อย แสงไม่พอ จะมองเห็นภาพที่แทรกด้วยแสงกระจายตัวเหมือนมีเงาเป็นรุ้งๆ ซึ่งหากขับรถตอนกลางคืนอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการขับรถลดลงตามไปด้วย

3. หรี่ตาจนเสียบุคลิก – อาการนี้จะเป็นเรื่องของการปรับโฟกัส เพราะสายตาเอียงเกิดจากการหักเหของแสงแล้วมองเห็นจุดโฟกัส 2 จุด ทำให้เห็นภาพหรือตัวหนังสือเบลอจนต้องหรี่ตาเพื่อที่จะมองสิ่งต่างๆ พยายามปรับความคมชัดในการมองเห็น บางทีอาจไม่รู้ตัวจนเคยชินและติดเป็นนิสัย ผลที่ตามมานอกจากทำให้ดูเสียบุคลิกแล้ว ยังทำให้ความเร็วในการอ่านหนังสือช้าลง

4. ปวดหัวง่ายเมื่อต้องใช้สายตานานๆ – อาการปวดหัวอาจมีผลทางด้านสุขภาพตา เช่น การอ่านหนังสือ ทำงาน หรือดูทีวีนานๆ พอภาพซ้อนหรือเบลอ ทำให้เราต้องเพ่งเพราะมองภาพไม่ชัด ส่งผลให้ตาล้าและรู้สึกปวดหัวบ่อยๆ ซึ่งสายตาเอียงที่ไม่ได้รับการแก้ไขจะมีความสัมพันธ์กับอาการปวดหัวที่เพิ่มขึ้น

7 ข้อสังเกตยาหมดอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 พ.ย. 2560 เวลา 16:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526659

7 ข้อสังเกตยาหมดอายุ

รวมสัญญาณที่บ่งบอกว่ายาเริ่มเสื่อมคุณภาพแล้ว

อาการเจ็บไข้ได้ป่วยสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หลายๆ คนน่าจะพอมียารักษาโรคเบื้องต้นติดบ้านหรือติดโต๊ะทำงานกันอยู่แล้ว บางคนก็ซื้อเก็บไว้นานมาก จนลืมดูว่ายาเหล่านั้นหมดอายุหรือยัง เราจึงรวบรวมสัญญาณที่บ่งบอกว่ายาเริ่มคุณภาพ เพื่อให้ทุกคนนำมาสังเกตก่อนทานยาเข้าไปในทุกครั้ง

1. ยาเม็ด ต้องมีสี กลิ่น ลักษณะคงเดิม ไม่มีรอยร้าว รอยด่างที่ตัวยา

2. ยาแคปซูล ต้องไม่นิ่มหรือแข็งผิดปกติ ไม่ปูด พอง บวม

3. ยาที่เป็นผง หรือยาน้ำแขวนลอย ต้องไม่เกาะกันเป็นก้อน หรือเปลี่ยนสีไปจากเดิม

4. ยาน้ำใส ต้องไม่ขุ่นผิดปกติ หรือมีตะกอนแขวนลอย หรือจับกันเป็นผลึกตะกอนที่ก้นขวด

5. ยาครีม ขี้ผึ้ง โลชั่น ยาต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แยกตัว ไม่แห้ง หรือมันเยิ้มเกินไป

6. ยาสอดทวาร ต้องไม่นุ่มหรือแข็งเกินไป

7. ยาสมุนไพร ต้องไม่ชื้นหรือมีเชื้อรา

5 ข้อควรรู้ก่อนออกสตาร์ทปั่นจักรยาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 พ.ย. 2560 เวลา 15:12 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526651

5 ข้อควรรู้ก่อนออกสตาร์ทปั่นจักรยาน

เทคนิคสำหรับนักปั่นจักรยานมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นเตรียมตัวอย่างไร

เดี๋ยวนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง ใครๆ ก็หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น ซึ่งการปั่นจักรยานก็นับเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬายอดฮิต รวมถึงบางครั้งก็มีการรณรงค์ให้คนกรุงหันมาปั่นจักรยาน เพื่อออกกำลังกายและลดปัญหาการจราจร ทำให้มีนักปั่นมือใหม่เกิดขึ้นทุกวัน เราจึงมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้ก่อนออกสตาร์ทมาฝากกัน

1. จักรยานต้องพร้อม – สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่หัดปั่น เพื่อความไม่ประมาทและปลอดภัย ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งควรตรวจเช็กความพร้อมของจักรยาน ทั้งโซ่ ลมยาง เบรก เกียร์ ว่าอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่

2. ร่างกายต้องฟิต – นอกจากการเตรียมใจสำหรับการปั่นแล้ว ก็ไม่ควรลืมที่จะเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการปั่นในเส้นทางไกลๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกเข้าสู่เส้นทางนักปั่น ควรรู้ลิมิตของตัวเอง และเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายก็ไม่ควรฝืน

3. อุปกรณ์เสริม – อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก ถุงมือ รองเท้า รวมไปถึงชุดปั่นที่กระชับ โดยเลือกชุดที่มีเนื้อผ้ายืดหยุ่น สวมใส่สบาย และควรเป็นแขนยาวหรือขายาว หรืออาจเลือกสวมปลอกแขน เนื่องจากแสงแดดเมืองไทยค่อนข้างร้อน รวมไปถึงเลือกขวดน้ำสำหรับปั่นจักรยานที่สามารถล็อกเข้ากับตัวจักรยาน ให้สามารถหยิบขึ้นมาดื่มได้ง่าย

4. รู้กฎจราจร – ถึงแม้การปั่นจักรยานอาจจะไม่มีกฎระเบียบที่ยุ่งยากเหมือนกับการขับรถยนต์ แต่การปั่นบนท้องถนนร่วมกับผู้อื่น ผู้ปั่นก็จำเป็นต้องเรียนรู้ถึงกฎจราจร รวมถึงป้ายสัญญาณจราจรต่างๆ บนท้องถนน และควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

5. ความปลอดภัย – สตินับเป็นสิ่งสำคัญที่เหล่านักปั่นต้องมีอยู่ตลอดเวลา หากปั่นจักรยานบนท้องถนน จงอย่าลืมว่าไม่ได้มีแค่เพียงเราที่ใช้ถนน และจงอย่าลืมว่า อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรประมาท ปั่นอย่างระมัดระวัง อีกทั้งควรจดจำเบอร์ฉุกเฉินไว้ด้วย ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้รับการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

6 วิธีดูดีได้ในทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 พ.ย. 2560 เวลา 14:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526641

6 วิธีดูดีได้ในทุกวัน

เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราดูดีขึ้นได้ในทุกวัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสมัยนี้นั้น รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้จิตใจ ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่ยังรวมไปถึงรูปร่าง การแต่งตัว การจัดแต่งทรงผม ที่ทำให้บุคลิกภาพของเราดูดีขึ้น การทำให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง และเมื่อมีความมั่นใจแล้ว เรื่องต่างๆ ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอีกต่อไป

1. ออกกำลังกาย – นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยหลั่งสารเอนดอร์ฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์ดีไปได้ตลอดวัน

2. ล้างหน้า – เติมความสดชื่นให้ผิวแบบทันใจ โดยการล้างหน้าล้างตาให้สะอาด ผิวใหม่ให้ใบหน้าแลดูสดใสในทุกเช้า

3. บำรุงผิว – สิ่งที่ควรทำทันทีหลังล้างหน้าเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ก็คือขั้นตอนของการบำรุง รวมไปถึงการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกวัน

4. จัดทรงผม – ทรงผมเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กับเสื้อผ้า ควรสระผมเป็นประจำ ไม่ปล่อยไว้ให้เกิดแบคทีเรียสะสม รวมไปถึงจัดทรงให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน

5. ทานมื้อเช้า – อย่าลืมว่าร่างกายเราก็เหมือนเครื่องจักรที่ต้องการพลังงานในการทำงาน จึงควรเริ่มต้นวันด้วยมื้อเช้าที่ให้พลังงานสูง โดยเน้นอาหารจำพวกโปรตีนสูง ลดแป้งให้น้อย สำหรับวันเร่งรีบอาจเติมพลังในมื้อเช้าด้วยข้าวโอ๊ตผสมนม เติมคุณค่าสารอาหารด้วยผลไม้สดที่ชื่นชอบลงไปแทน

6. เติมคาเฟอีน – หากวันไหนรู้สึกว่าร่างกายยังสดชื่นได้ไม่พอ อย่าเพิ่งตัดสินใจสั่งลาเต้ ที่มีทั้งนมและน้ำตาล แต่ให้เติมความสดชื่นยามเช้าด้วยกาแฟดำ ชาเขียวอุ่นๆ หรือชาดำ ที่อุดมไปด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์ ที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ อีกทั้งหลากหลายงานวิจัยได้เปิดเผยว่า สารต้านอนุมูลอิสระนี้ยังช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งหลายๆ ชนิดอีกด้วย

7 วิธีเก็บยาอย่างถูกต้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 พ.ย. 2560 เวลา 11:51 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526619

7 วิธีเก็บยาอย่างถูกต้อง

การเก็บรักษายาสามัญประจำบ้านอย่างถูกวิธี

ทุกคนย่อมมีอาการเจ็บป่วยได้ทุกเมื่อ ยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาพาราเซตามอล ยาลดน้ำมูก ยาธาตุน้ำขาว จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นที่ต้องมีติดไว้ในทุกครัวเรือนอยู่เสมอ การรู้วิธีเก็บรักษายาสามัญประจำบ้านอย่างถูกต้อง จะช่วยให้หยิบใช้ได้ถูกต้อง รวมไปถึงสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของยาเหล่านั้นได้

1. เก็บยาให้พ้นแสงแดด ความร้อน ความชื้น ไม่เก็บในห้องน้ำ ห้องครัว หรือตู้เย็น แม้แต่ยาน้ำเชื่อม หรือยาแก้ไอ ก็ไม่ควรแช่ตู้เย็น

2. ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส

3. แยกยาที่ใช้ภายนอก ออกจากยากิน

4. ปิดฝาให้สนิทเมื่อไม่ได้ใช้ยา และเก็บให้พ้นมือเด็ก

5. ตรวจสอบวันหมดอายุของยาที่เก็บไว้เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันยาเสื่อมคุณภาพ

6. ควรจัดเก็บยาพร้อมฉลากยา ไม่ควรเก็บยาต่างชนิดกันในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน

7. สำหรับยาที่เก็บในตู้เย็น ควรแยกจากอาหาร และไม่เก็บในช่องแข็ง ฝาตู้เย็น หรือช่องแช่ผัก เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนเย็นเกินไป

ชีวิต 4.0 ทุกสิ่งเป็นจริงได้ด้วยปลายนิ้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 พ.ย. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526585

ชีวิต 4.0 ทุกสิ่งเป็นจริงได้ด้วยปลายนิ้ว

ในยุคที่ทุกความต้องการเป็นเรื่องง่าย อยากรู้เรื่องอะไรแค่เข้ากูเกิลไปค้นหา อยากไปไหนแต่ไม่มีรถส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องออกไปยืนตากแดดโบกรถแท็กซี่ แค่ใช้บริการ Uber หรือ Grab วันหยุดนี้อยากหนีไปชาร์จแบต เนรมิตทริปในฝัน ไม่ใช่ปัญหา ไม่ต้องง้อเอเยนซี แค่เข้าเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นก็จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวให้ชุ่มปอด หรือจองโรงแรมในโลเกชั่นที่ต้องการได้ดั่งใจ

เทคโนโลยี ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของมนุษย์ยุคดิจิทัล นอกจากบริการที่หลายคนคุ้นเคย ปัจจุบันยังมีสตาร์ทอัพมากมายทยอยส่งบริการใหม่ๆ มาตอบโจทย์ในทุกมิติการใช้ชีวิตมากขึ้น จากนี้ คือ 3 สตาร์ทอัพไฟแรง ที่กำลังเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ ให้ทุกความต้องการของทุกคนเป็นจริงได้ด้วยปลายนิ้ว

“มายซิกซ์” แอพคนรักสุขภาพ

ตอบรับเทรนด์การดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดที่สุด นาทีนี้ต้องยกให้มายซิกซ์ (My Six) ออนไลน์แพลตฟอร์มน้องใหม่แกะกล่องที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 1 สัปดาห์ มาพร้อมไอเดียของคนรุ่นใหม่ที่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี จึงได้ริเริ่มสร้างเว็บไซต์เพื่อเป็นแหล่งนัดพบของคนรักการออกกำลังกาย ได้คัดเลือกเทรนเนอร์ที่ตอบโจทย์การออกกำลังกายในแบบที่มองหา ในราคาที่พอใจ พร้อมเลือกสถานที่ที่ลงตัวทั้งคุณและเทรนเนอร์

รุ่งพล วิโรจน์โภคา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งมายซิกซ์ บอกเล่าถึงโอกาสทางธุรกิจที่มองเห็นจนก่อให้เกิดบริการรูปแบบใหม่นี้ว่า ปัญหาของคนไทยทุกวันนี้คือ ยังออกกำลังอย่างผิดวิธี เพราะขาดผู้รู้ให้คำแนะนำ ขณะที่คนรักสุขภาพบางส่วนเบื่อหน่ายที่ต้องฝ่าการจราจรหลังเลิกงาน เข้าฟิตเนสไปเจอเทรนเนอร์ ขณะที่เทรนเนอร์บางส่วนยังขาดช่องทางในการโปรโมทตัวเองเพื่อหาลูกค้า หรือบางครั้งมีลูกค้าแต่อยู่ในโลเกชั่นที่ไกลกัน เสียเวลาและไม่คุ้มค่าเดินทาง มายซิกซ์ จึงพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางให้เทรนเนอร์และลูกค้ามาเจอกัน ช่วยตอบโจทย์ลูกค้า และเป็นช่องทางสร้างงานและรายได้เสริมให้แก่เทรนเนอร์

“เฟสแรกในการให้บริการของเรา คือ ผ่านหน้าเว็บไซต์ ในเฟสต่อไป จะพัฒนาไปสู่แอพพลิเคชั่น โดยลูกค้าที่เข้ามาที่เว็บไซต์สามารถเลือกประเภทการออกกำลังกายที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นเวตเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ โยคะ หรือชกมวย จากนั้นค้นหาเทรนเนอร์ที่มีโปรไฟล์ถูกใจ นัดหมายวัน-เวลาที่แมตช์กัน ในสถานที่ที่ลงตัว

ราคาเริ่มต้นสำหรับบริการตอนนี้อยู่ที่ 500-1,200 บาท โดยหลังจากเสร็จสิ้นการเทรนทุกครั้ง เทรนเนอร์ทุกคนจะต้องทำสรุปการเทรนแต่ละครั้งเพื่อส่งอีเมลกลับไปหาลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ในการเทรนครั้งต่อๆ ไป จะได้มีข้อมูลเพื่อส่งต่อให้เทรนเนอร์ที่มารับช่วงดูแล”

สำหรับสาวๆ ที่ไม่มั่นใจว่า ให้เทรนเนอร์มาบ้านจะวางใจได้หรือเปล่า มายซิกซ์มีระบบคัดกรองเทรนเนอร์ในเบื้องต้นด้วยการสัมภาษณ์ และตรวจเช็กประวัติอาชญากรรมก่อน พร้อมทดสอบเบื้องต้นถึงทักษะในการเทรนให้มั่นใจหายกังวล

หาแม่บ้าน-หาช่าง ให้ “ซีคสเตอร์” ดูแล

หนึ่งในปัญหากวนใจคนเมืองยุคนี้คือ วันหยุดแท้ๆ แต่กลับมีงานบ้านกองโต หรือตั้งใจนอนดูซีรี่ส์ให้ฉ่ำปอด แอร์ดันเสีย แถมไม่รู้จะไปหาแม่บ้าน และช่างที่ไว้ใจได้จากที่ไหน ซีคสเตอร์ (Seekster) แพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับบริการซ่อมแซมบ้าน ความสะอาด จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์

สเฮ็บ อนันต์ทรงวิทย์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารซีคสเตอร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เริ่มต้นจากที่บ้านทำธุรกิจโรงแรมเล็กๆ วันหนึ่งต้องการช่างแอร์แต่ไม่รู้จะหาที่ไหน จะจ้างช่างประจำก็มองว่าไม่คุ้ม เลยนึกถึงป้ายโฆษณาตามเสาไฟฟ้าที่มีช่างรับซ่อม ต่อเติม ทำความสะอาดบ้านตามเสาไฟฟ้า คิดว่าน่าจะนำความต้องการของลูกค้ากับแม่บ้านและช่างมาเจอกัน อารมณ์คล้ายๆอูเบอร์ เลยตัดสินใจพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้น

“เราเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว โดยให้บริการผ่านเว็บไซต์ ลูกเล่นในเว็บยังไม่มาก เวลามีลูกค้าส่งรีเควสเข้ามาก็จะมีระบบหลังบ้านส่งข้อมูลไปยังช่างและแม่บ้านว่ามีใครสนใจรับงาน จากนั้นจึงตอบกลับไปที่ลูกค้า ระบบช่วงแรกๆ ค่อนข้างแมนนวลมากๆ เราพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายเป็นรูปแบบแอพพลิเคชั่น เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว”

เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า ช่าง-แม่บ้าน ทุกคนต้องมายื่นใบสมัครด้วยตัวเอง พร้อมยินยอมให้เราเช็กประวัติอาชญากรรม และเข้าสู่ระบบเทรนนิ่งเบื้องต้นของเรา ในกรณีให้บริการแล้ว ลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจต่ำกว่า 4.2 จาก 5 เราจะเตือนเป็นครั้งแรก ถ้าครั้งต่อไปยังต่ำกว่า 4 จะเตือนเป็นครั้งที่ 2 และหากต่ำกว่า 3.87 จะให้เข้ามาเทรนนิ่งอีกครั้ง ถ้ายังไม่ขึ้นจะแบนทันที

ปัจจุบันลูกค้าของซีคสเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลูกบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจ และในอนาคตตั้งเป้าว่าจะเริ่มเข้าไปเจาะในกลุ่มธุรกิจโรงแรมมากขึ้น

พนักงานขาดไม่ต้องตกใจ “เฮลสเตอร์” ช่วยได้

การเติบโตของตลาดออนไลน์ที่ร้อนแรง สร้างแรงกระเพื่อมในทุกธุรกิจไม่เว้นตลาดแรงงาน ด้วยแนวความคิดที่จะสร้างรูปแบบใหม่ในการหางาน เฮลสเตอร์ (Helpster) จึงกลายเป็นจุดนัดพบของผู้ประกอบการและพนักงาน โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นสื่อกลาง

มาร์ติน ทอฟ ซอเรนเซ่น ซีอีโอเฮลสเตอร์ ประเทศไทย เผยถึงจุดแข็งของเฮลสเตอร์ว่า เข้ามาจับตลาดแรงงานระดับปฏิบัติการทั้งพาร์ตไทม์และฟูลไทม์ที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัว แต่เป็นงานที่อาศัยการเรียนรู้ เช่น พนักงานเสิร์ฟ พนักงานอีเวนต์ พนักงานส่งเสริมการขาย พนักงานในคลังสินค้า พนักงานให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ เป็นต้น

“เรามุ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงงานที่ดีและค่าแรงที่เหมาะสม โดยไม่ต้องผ่านนายหน้า ช่วยตอบโจทย์การหาพนักงานแบบเร่งด่วนให้บรรดาผู้ประกอบการ แถมช่วยลดต้นทุนในการจัดจ้างพนักงาน เรามีระบบจับคู่ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ผู้ประกอบการต้องการ เช่น ประสบการณ์ในการทำงาน ทักษะการทำงาน ที่อยู่อาศัย รีวิวการทำงานที่ผ่านมา มีระบบแชตภายในแอพพลิเคชั่น ให้สามารถสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการกับพนักงานได้โดยตรง”

เป้าหมายจากนี้ เราตั้งใจให้เฮลสเตอร์ เป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์เรื่องการทำงานที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ล่าสุดเราได้ขยายตลาดไปยังประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีคนว่างงานเยอะกว่าไทย ความแตกต่างคือ ในอินโดนีเซียจะมองหาคนงานระดับปฏิบัติการได้ง่ายกว่า แต่สำหรับคนงานที่มีฝีมือ ไทยจะหาได้ง่ายกว่า”

4 เมนูน้ำผลไม้คลายเหนื่อยล้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 พ.ย. 2560 เวลา 17:16 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/526456

4 เมนูน้ำผลไม้คลายเหนื่อยล้า

น้ำผักและผลไม้ นอกจากจะช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกายแล้ว ยังมีประโยชน์ดีๆ ซ่อนอยู่อีกมากมาย

ไม่ใช่แค่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเท่านั้น แต่พนักงานออฟฟิส นักศึกษา หรือเรียกได้ว่าทุกคนก็มีอาการเหนื่อยล้าด้วยกันทั้งหมด ไม่ว่าจะจากงาน จากสภาพการจราจร หรือปัจจัยอื่นๆ น้ำผักและน้ำผลไม้บางชนิด นอกจากจะช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกายแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ทั้งวิตามิน ใยอาหาร และน้ำตาล ที่อยู่ในรูปแบบที่ร่างกายสามารถดูดซับไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย

1. น้ำสตรอว์เบอร์รี – น้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของผลเบอร์รี่มักมีน้ำตาลจากธรรมชาติที่จะช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกาย นอกจากนั้นยังมีปริมาณวิตามินซีสูงช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอจากผลเบอร์รี่ช่วยบำรุงสายตาที่เหนื่อยล้า เหมาะมากกับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเดินทางฝ่าการจราจรมาเข้างานตั้งแต่เช้า และต้องใช้สายตาไปกับการจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ

2. น้ำบร็อกโคลี่ – บร็อกโคลี่มีแมกนีเซียมอยู่มาก ซึ่งมีส่วนช่วยลดความถี่ของอาการปวดหัวจากไมเกรน ช่วยควบคุมปริมาณอินซูลิน และระดับของน้ำตาลในเลือดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เครียดเป็นประจำ มีภาวะความตึงเครียดที่ทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก จนอาจนำไปสู่อาการปวดหัวไมเกรนได้ง่าย

3. น้ำส้ม – น้ำผลไม้ชนิดนี้จะช่วยเติมวิตามินซีให้กับร่างกาย ให้ร่างกายนำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสดชื่น และผู้ที่ป่วยบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน

4. น้ำกล้วย – กล้วยอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาท ช่วยเติมพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มความแข็งแรงสมบูรณ์ให้แก่ร่างกาย เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก เนื่องจากย่อยง่าย ดูดซึมได้ทันที และช่วยป้องกันตะคริวได้อีกด้วย