เวิร์กช็อปน้ำมันมะกอกปรุงอาหารไทยเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286134

เวิร์กช็อปน้ำมันมะกอกปรุงอาหารไทยเพื่อสุขภาพ

เวิร์กช็อปน้ำมันมะกอกปรุงอาหารไทยเพื่อสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และครอบครัว

เบอร์ทอลลี่® แบรนด์น้ำมันมะกอกอันดับหนึ่งของโลก จัดเวิร์กช็อปสอนทำอาหารไทยด้วยน้ำมันมะกอก Mini Feast ให้กับลูกค้าผู้โชคดีของเบอร์ทอลลี่ นำเสนอมุมมองใหม่ในการใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารไทยเพื่อสุขภาพ ลดการเกิดโรคหัวใจ และลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ณ Issaya Cooking Studio เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ นายณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และครอบครัว มาร่วมแชร์ถึงเรื่องราวการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหารไทยให้กับทุกเมนูของครอบครัว พร้อมเรียนรู้เคล็ดลับการทำอาหารไทยอร่อยๆ จากเชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์ เชฟหนุ่มไฟแรงจากรายการ C.I.Y. (Cook It Yourself)

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมี กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และภรรยาคนสวย เบลล์-ยุภาพร มาร่วมแชร์เรื่องราวและแรงบันดาลใจถึงการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารไทยให้กับทุกเมนูของครอบครัว เพื่อดูแลสุขภาพของทุกคนในบ้าน โดยเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่ทำได้ง่ายๆ เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น และเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพในการปรุงอาหารอย่างน้ำมันมะกอก ซึ่งปราศจากคอเลสเตอรอล และมีไขมันไม่อิ่มตัวมากถึง 77% จึงสามารถช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ และลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้เป็นอย่างดี

“สำหรับผม “ครอบครัว” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต และผมต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ภรรยาและลูกเสมอ โดยเริ่มที่การเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละเล็กทีน้อย ไม่ว่าจะเป็นการหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับการสอนน้องชูใจให้รู้จักกับอาหารที่มีประโยชน์ และเรียนรู้การเลือกไปพร้อมๆ กัน นอกจากเรื่องน้ำมันปรุงอาหารแล้ว ผมก็ยังมีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพอื่นๆ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในแต่ละวัน เช่น การรับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผักปลอดสารพิษ การใช้เกลือลดโซเดียมแทนเกลือธรรมดาและสารให้ความหวานแทนน้ำตาล รวมถึงการเดินออกกำลังกาย
วันละชั่วโมง”

 เชฟน่าน  หงษ์วิวัฒน์

ในงาน เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์ จากรายการ C.I.Y. (Cook It Yourself) ยังได้ร่วมเผยวิธีการเลือกใช้ชนิดของน้ำมันมะกอกให้เหมาะสมกับการปรุงอาหารประเภทต่างๆ รวมถึงเคล็ดลับการปรุงอาหารไทยจากน้ำมันมะกอก ซึ่งผสานคุณค่าทางโภชนาการให้กับอาหารไทยได้อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว และยังไม่ทำให้รสชาติความอร่อยดั้งเดิมของอาหารไทยนั้นเปลี่ยนไป อีกทั้ง ยังได้เรียนรู้เคล็ดลับการทำอาหารไทยเมนูพิเศษต่างๆ โดยเชฟน่าน เช่น ไก่ทอดสมุนไพร จากน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิดเอ็กซ์ตร้า ไลท์ และ ข้าวผัดต้มยำกุ้ง จากน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่ ชนิดคลาสสิโค และยังได้ลงมือทำอาหารพร้อมกับครอบครัว กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ อย่างใกล้ชิดและสนุกสนาน โดยปิดท้ายกิจกรรมด้วยการชิมอาหารที่ทุกคนทำ เพื่อร่วมพิสูจน์ถึงความอร่อยของการปรุงอาหารไทยจากน้ำมันมะกอก ที่สามารถผสานรสชาติสุดคลาสสิกและเติมเต็มโภชนาการให้กับเมนูอาหารไทยทุกชนิดได้อย่างลงตัว

เปิดแล้ว ‘ทางเชื่อมแยกปทุมวัน’ ในแบบอารยสถาปัตย์ ชวนประกวดตั้งชื่อทางเชื่อมเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286124

เปิดแล้ว ‘ทางเชื่อมแยกปทุมวัน’ ในแบบอารยสถาปัตย์ ชวนประกวดตั้งชื่อทางเชื่อมเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ

เปิดแล้ว ‘ทางเชื่อมแยกปทุมวัน’ ในแบบอารยสถาปัตย์ ชวนประกวดตั้งชื่อทางเชื่อมเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ย่านสยาม ถือเป็นย่านที่เป็นหัวใจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจความเจริญทางด้านเศรษฐกิจการค้า การศึกษา ศิลปะนวัตกรรม ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเสมอมา ในปัจจุบันมีจำนวนผู้สัญจรในพื้นที่ย่านสยามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จากการศึกษาในปี 2558 ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พบว่าสะพานลอยคนเดินบริเวณเหนือสี่แยกปทุมวัน ซึ่งเดิมเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่  และสยามสแควร์นั้น มีสภาพเก่าและแคบ ไม่สามารถรองรับการขยายตัวของปริมาณคนเดินเท้าในอนาคตที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 4.9% ต่อปี และอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 9.83% ต่อปี อีกทั้งสภาพเดิมไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการสามารถสัญจรบนทางเชื่อมได้ทั่วถึงตลอดสี่แยก สมาคมการค้าพลังสยาม หรือที่รู้จักกันในนามพันธมิตรพลังสยาม (Siam Synergy) พร้อมด้วยผู้ประกอบการในย่านสยาม จึงร่วมกันพัฒนาทางเชื่อมแยกปทุมวันเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สัญจรไปมาภายในย่าน ด้วยการออกแบบอารยสถาปัตย์(Universal Design) เป็นการคืนกำไรให้สังคม ทำการปรับปรุงทางเชื่อมแยกปทุมวันทั้งหมดตั้งแต่ปี 2559 ด้วยงบประมาณของเอกชน ให้มีความสวยงามเหมาะสมที่จะรองรับคนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยทางเชื่อมแยกปทุมวันแห่งนี้มีแรงบันดาลใจจากชื่อสี่แยกปทุมวัน จึงมีใบบัวเป็นร่มเงาให้คนเดินได้โดยรอบ

นอกจากนี้ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะร่วมมือจัดพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นย่านแห่งศิลปะ (art district) เป็นศูนย์รวมสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไทยและต่างประเทศ จัดแสดงงานศิลปะกลางแจ้ง และเนื่องในโอกาสปฐมฤกษ์เปิดทางเชื่อมแยกปทุมวันเป็นครั้งแรกนี้ ได้รวบรวมศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดังของไทยซึ่งมีชื่อเสียงในต่างประเทศทั้งแนวกราฟิตี้ อิลลัสเตรชั่น ดรออิ้ง และเพ้นท์ติ้ง รวมทั้งสิ้น 13 ศิลปิน ประกอบด้วย P7 หรือ พีระพงศ์ ลิ้มธรรมรงค์, รักกิจ ควรหาเวช, เมธี น้อยจินดา, ยุรี เกนสาคู,จักรกฤษณ์ อนันตกุล,TRK, Pruch Sintunava, Peap Tarr &Lisa Mam, Mauy, JECK, Floyd, และชาญณรงค์ ขลุกเอียด  มาร่วมสร้างสีสันให้กับอินสตอลเลชั่นอาร์ทบนใบบัว นับเป็นการรวมตัวของศิลปินสตรีทอาร์ทชั้นนำของไทยที่มาร่วมกันสร้างปรากฏการณ์งานศิลปะใจกลางกรุงเทพฯ ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งมหานครทั่วโลก ล้วนแล้วแต่มีลานลอยฟ้าในย่านสำคัญ เพื่อการสัญจรที่ปลอดภัยและสะดวกสบายของประชาชนเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลัก รวมทั้งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เช่น Highline New York, Seoul Sky Garden, Promenade Plantée Paris

ทั้งนี้ พันธมิตรพลังสยามขอเชิญชวนประชาชนทุกคน ประกวดตั้งชื่อทางเชื่อมแยกปทุมวันแห่งใหม่นี้ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท  ติดตามรายละเอียดและกติกาการประกวดตั้งชื่อ พร้อมส่งชื่อเข้าประกวดได้ทางไปรษณีย์ โดยวงเล็บมุมซองว่า “สมัครประกวดตั้งชื่อและออกแบบสัญลักษณ์ทางเชื่อมแยกปทุมวัน” มายัง บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) 989 อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ ชั้น 8 ถ.พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หรือส่งทางอีเมล์ siam_synergy@siampiwat.com, sstradeassociation@gamil.com ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 กันยายน 2560 ประกาศผลวันที่ 14 กันยายน 2560 และเผยแพร่ผลงานพร้อมชื่อเจ้าของ ผลงานที่ได้รับรางวัลทาง http://www.siam-synergy.com

รพ.ราชวิถีชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285990

รพ.ราชวิถีชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

รพ.ราชวิถีชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(ซ้าย) นพ.สุขุม ศิลปอาชา, นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง และนพ.ธีรวีร์ หงษ์หยก

“โรคตา” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยใน “ผู้สูงวัย” ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากความเสื่อมตามวัยจึงละเลยและมองข้าม ครั้นเมื่อมาพบแพทย์ก็มีอาการรุนแรง ซึ่งอาจถึงขั้นสูญเสียดวงตาได้เพื่อกระตุ้นเตือนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพดวงตาก่อนสายเกินแก้โรงพยาบาลราชวิถี จัดกิจกรรมรณรงค์ “โรงพยาบาลราชวิถีร่วม รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่” เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ภายในงานมีนิทรรศการ พร้อมบริการตรวจสุขภาพตา เช่น ตรวจวัดความดันตาเพื่อคัดกรองต้อหิน ถ่ายรูปดูจอประสาทตา เพื่อตรวจหาความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน เบาหวานขึ้นจอตา และการเสวนาเคล็ดลับการดูแลและถนอมดวงตา โดยนายแพทย์ธีรวีร์ หงษ์หยก นายแพทย์บุญส่งวนิชเวชารุ่งเรือง และนายแพทย์สุขุม ศิลปอาชาโดยมี แพทย์หญิงสุดสวาท เลาหวินิจ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เป็นประธานกล่าวเปิดงานนอกจากนี้ ยังมีเซเลบริตี้ หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาสยุคล และ จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร ร่วมรณรงค์ พร้อม ณ OPD ชั้น 10 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี  ให้ข้อมูลว่า โรคตาในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ทุกคนควรตระหนัก เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยในปี 2568 คาดว่าจำนวนผู้สูงอายุจะมีประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และพบว่าส่วนใหญ่ผู้สูงวัยเหล่านี้มักมีปัญหาสายตาเลือนราง มองเห็นไม่ชัดเจน หรืออาจตาบอดถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก ได้แก่ ต้อกระจกซึ่งผู้ที่เป็นต้อกระจกส่วนใหญ่ยังไม่เข้าถึงการรักษา รองลงมาคือ เบาหวานขึ้นจอตา ต้อหิน และโรคจอตาอื่นๆ ทั้งนี้ กว่า 90% ของโรคทางตาเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ หรือรักษาให้ดีขึ้นได้ หากได้รับการตรวจแต่เนิ่นๆ โดยผู้ที่อยู่วัย 40 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีโรคก็ควรได้รับตรวจตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ทุก 2 ปี และผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจตาปีละ 1 ครั้ง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไทรอยด์ จำเป็นต้องทำการรักษาแบบควบคู่กันไป และตรวจตาตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

“ในแต่ละปีศูนย์จักษุ โรงพยาบาลราชวิถีได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพทางตามากกว่า 100,000 ราย ซึ่งศูนย์จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการมานานกว่า 35 ปี อบรมสร้างจักษุแพทย์ไปช่วยดูแลสุขภาพตาประชาชนทั่วประเทศ และยังเป็นศูนย์รักษาโรคตาที่ทันสมัย โดยมีอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญทางจักษุวิทยาครบทุกสาขา เป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent center) ทางจอประสาทตา และเป็นศูนย์รับ-ส่งต่อสำหรับโรคตาที่มีความยากซับซ้อน ของกระทรวงสาธารณสุขมีอุปกรณ์ทันสมัยครบครัน ทั้งการตรวจ และการผ่าตัดรักษา อาทิ ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาทุกชั้น หรือเฉพาะชั้น ต้อเนื้อ ผ่าตัดสลายต้อกระจกแผลเล็กด้วย อัลตร้าซาวนด์ (Ultrasound) รักษาต้อหินแบบธรรมดา หรือวางท่อระบายลดความดันตา ผ่าเปลือกตา ผ่าตัดเนื้องอกในเบ้าตา หรือโรคตาจากไทรอยด์ สามารถทำการผ่าตัดที่ยากจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางจักษุวิทยาขั้นสูงได้เกือบทุกอย่าง เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะส่วน ซึ่งทำได้เป็นที่แรกๆ ของประเทศ”

นายแพทย์ธีรวีร์ หงษ์หยก จักษุแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า ปัญหาโรคทางตาที่น่าวิตกของผู้สูงอายุ คือส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย และไม่คิดว่าเป็นโรคร้ายที่ต้องระวัง หรือต้องรีบมาพบแพทย์ ทำให้ส่วนใหญ่เมื่อมาพบแพทย์ก็มักมีอาการที่รุนแรง และยากต่อการรักษา ซึ่งบางรายอาจต้องสูญเสียดวงตา หรือสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรไปในที่สุด โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคตาคือ อายุที่มากขึ้นตาถูกแสงแดดจัด ขาดวิตามินเอ กรรมพันธุ์ มีโรคเรื้อรังต่างๆ โดยเฉพาะเบาหวาน และบุหรี่ ทั้งนี้ เมื่อเป็นโรคตา โอกาสสูญเสียการมองเห็นขึ้นอยู่กับสาเหตุและการพบแพทย์หรือจักษุแพทย์ได้ทันการหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดเพียงชั่วคราว หรือถาวรตลอดไป อาจเป็นการสูญเสียการมองเห็นชนิดพอมองเห็นบ้าง หรือในลักษณะตาบอดถาวรก็ได้ ดังนั้นหากสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพไม่ชัด เป็นหมอกเบลอๆ มองเห็นเป็นจุดดำๆ หรือมองเห็นภาพบิดเบี้ยว หรือการมองเห็นแคบลง หรือมีอาการปวด เคือง แดง ควรรีบพบจักษุแพทย์

นอกจากนี้ ควรหมั่นสังเกตการมองเห็นของตัวเองทีละข้าง ควรหลับตา หรือปิดตาดูทีละข้าง เพื่อดูว่าตาแต่ละข้างมองเห็นผิดปกติหรือไม่ เช่น มัวเป็นส่วนๆ (ตรงกลาง หรือด้านข้าง) หรือหมอกฝ้าไปทั่ว อ่านหนังสือไม่ชัดทั้งที่ใส่แว่นตาเหมาะสมแล้ว ภาพบิดเบี้ยว มีจุดดำๆลอยไป-มา หรือแสงแว่บเหมือนฟ้าแลบ ภาพซ้อน เป็นต้น หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปตรวจรักษา อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีอาการหรือเป็นโรค ก็ควรตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 40 ปี ควรจะตรวจตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ทุก 2 ปี เพราะโรคตาหลายๆ อย่าง เช่น ต้อหิน ระยะแรกจะไม่มีอาการอะไรเลยถ้าไม่ตรวจก็ไม่ทราบ ถ้าถึงระยะที่มีอาการก็มักจะเป็นระยะหลังที่เส้นประสาทเสียไปมาก เอากลับคืนมาไม่ได้ ส่วนผู้ที่เป็นเบาหวาน ต้องควบคุมโรคประจำตัวให้ดี โดยเฉพาะเบาหวาน ควรตรวจขยายม่านตาดูจอประสาทตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเฝ้าระวังและดูแลรักษาภาวะแทรกซ้อน

นอกจากนี้ 2 เซเลบริตี้สาวคนดัง ยังร่วมเชิญชวน“โรงพยาบาลราชวิถีร่วม รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่”โดย หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล บอกว่า เมื่อก่อนเป็นคนที่สายตาดีมาก อ่านการ์ตูน หรือหนังสือต่างๆ ก็เป็นปกติดี แต่พอหลังๆ ติดโซเชียลหนักมาก เล่นมือถือเยอะ ทำให้ตาเริ่มมัวๆ เบลอๆ ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 30 ปี สายตาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว เลยไปตรวจก็พบว่าสายตาสั้นและเอียงด้วย ส่วนหนึ่งเพราะเรามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคตาและที่ไม่ค่อยดูแลดวงตาตัวเอง หากในอนาคตถ้าในวันหนึ่งเราเป็นโรคตา ไม่ว่าจะเป็นต้อกระจก ต้อหิน หรือตาบอด มันจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ยิ่งกว่าสายตาสั้นอีกต้องพยายามรักษาสุขภาพดวงตาให้ดีที่สุด รวมไปถึงคนรอบข้างของเราด้วย ทั้งท่านแม่ ท่านพ่อ รวมไปถึงผู้สูงวัยในบ้านเรา ฉะนั้น อย่ามองข้ามเรื่องสุขภาพดวงตาคุณแม่หรือคุณพ่อ พาท่านไปตรวจสุขภาพตาบ่อยๆ เพื่อให้ท่านมีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนไปนานๆ ใช้เวลาแค่ปีละ 1 ชั่วโมง พาท่านไปตรวจคัดกรอง ตรวจ 10 นาทีก็เสร็จ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย”

จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร บอกว่า “ปกติจินนี่เองก็สายตาสั้น และต้องใส่คอนเทคเลนส์ หรือแว่นตาเพื่อจะได้มองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ต้องดูแลดวงตาเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาด เพราะไม่อยากให้ตาติดเชื้อหรืออักเสบ จากที่มองไม่ค่อยเห็นอยู่แล้ว ถ้าไม่ดูแลสุขภาพดวงตาก็อาจจะยิ่งมองไม่เห็นอีกเลยในอนาคต แล้วคิดดูว่าผู้ใหญ่ อย่างคุณแม่ คุณพ่อคุณย่า คุณยายทั้งหลายที่อายุมากแล้ว จะมีปัญหาสายตามากขนาดไหน เราก็ต้องสนใจและพาท่านมาตรวจคัดกรองสายตาทุกปีด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรจะได้ดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงที ท่านจะได้มีสายตาที่สามารถมองได้ชัดเจนไม่พล่า เบลอ หรือมัว พวกเราลูกหลาน ต้องช่วยดูแลท่านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขค่ะ”

ชวนแม่ลูกอิ่มอุ่น ดูหนัง ชมดนตรี ฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285981

ชวนแม่ลูกอิ่มอุ่น ดูหนัง ชมดนตรี ฟรี

ชวนแม่ลูกอิ่มอุ่น ดูหนัง ชมดนตรี ฟรี

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บอสใหญ่แห่งซีพีเอ็น ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และพันธมิตรที่ร่วมจัดงาน

คู่แม่ลูกเซเลบริตี้ คุณหญิงนาว-ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนี, เหมียง-วิมลภัทร์ เปี่ยมพงศ์สานต์, คุณแม่ช่อฉัตร และทิพย์-ชนาทิพย์ จันทรุเบกษา, เปิ้ล-หัทยา วงษ์กระจ่าง และลูกสาวฝาแฝด น้องหนุน-ศุภรา และ น้องหนัง-ศีลตา มาร่วมเผยความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก ในงานเปิดแคมเปญวันแม่ “สเปเชียล โมเม้นท์สวิท มัม” (SPECIAL MOMENTS WITH MOM) ในคอนเซ็ปต์ “วันโปรดกับคนพิเศษ”มอบประสบการณ์อิ่มอุ่นให้คุณแม่และครอบครัวจากร้านอาหารดังในศูนย์การค้าฯพร้อมชมภาพยนตร์ฟรีจากเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์หรือ SF CINEMA ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล 30 สาขา ทั่วประเทศ โดยมี บอสใหญ่แห่ง ซีพีเอ็น ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ร่วมกับพันธมิตรใหญ่ใจดี นำโดย ฐานพล มานะวุฒิเวช จากทรู คอร์ปอเรชั่น, สิริพร ใจสะอาด จาก ไทยประกันชีวิต, สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ จาก เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น และ วิชัย กุลธวัชชัยจาก เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ร่วมเปิดแคมเปญ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่าซีพีเอ็น เราให้ความสำคัญกับวันสำคัญต่างๆ เสมอมา โดยวันแม่ปีนี้ได้จัดแคมเปญต้อนรับวันแม่ขึ้นภายใต้ชื่องาน “สเปเชียล โมเม้นท์สวิท มัม” (SPECIAL MOMENTS WITH MOM) ให้ลูกๆ ได้ชวนคุณแม่มาช็อปปิ้งรับประทานอาหาร ชมภาพยนตร์ ฟรี จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม นี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเสริมด้วยกิจกรรมและงานแสดงพิเศษในแต่ละสาขามากมาย อาทิ การร่วมลงนามถวายพระพรทุกสาขา, งานโครงการหลวง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, SPECIAL MOMENTS WITH MOM ตื่นตากับทุ่งดอกกระเจียวกว่า 10,000 ดอก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว, งาน Thailand’s SmilesJazz Festival ดื่มด่ำกับการแสดงดนตรี Jazz จากนักร้อง นักดนตรีคุณภาพของเมืองไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา, งาน Mom Day 2017 ชมการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์จากวงเครื่องสายทรีโอแบนด์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, พบกับทุ่งดอกมะลิสุดอลังการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9,ชมงานหัตถศิลป์แห่งราชินี และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, ตื่นตากับทุ่งดอกมะลิสุดอลังการกว่า 5,000 ต้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, ชมลานดอกบัวสัตตบงกชและสัตตบุษย์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา และกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย เพื่อฉลองเทศกาลวันแม่ร่วมกัน ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล 30 สาขา ทั่วประเทศ

ด้านเซเลบริตี้แม่ลูกที่มาร่วมเปิดแคมเปญ เผยถึงความรักความผูกพันระหว่างกันเริ่มที่ คุณหญิงนาว-ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนีและ เหมียง-วิมลภัทร์ เปี่ยมพงศ์สานต์เผยว่า “กิจกรรมที่ครอบครัวเราทำทุกปีในวันแม่ คือ การทานข้าวร่วมกัน เสมือนเป็นวันครอบครัวที่เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า โดยเฉพาะลูกสาวน้องมินตาจะชอบให้คุณแม่ทำพาสต้าให้ทานเป็นประจำ รวมถึงเป็นลูกมือช่วยทำอาหารอีกด้วย สำหรับปีนี้คิดว่าจะทำเหมือนทุกปี นอกจากนี้ก็จะมาร่วมลงนามถวายพระพร ฟังเพลงพระราชนิพนธ์จากวงเครื่องสายทรีโอแบนด์ และชมทุ่งดอกกระเจียว กว่า 10,000 ดอกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดอกทิวลิปแห่งสยามด้วย”

ขณะที่ ทิพย์-ชนาทิพย์ จันทรุเบกษาที่มาพร้อมกับ คุณแม่ช่อฉัตร เผยถึงความประทับใจถึงวันโปรดอีกวันของตนว่า “วันแม่เป็นวันโปรดของครอบครัว และเป็นวันที่สำคัญในทุกๆ ปี เรามักจะไปทานข้าวกันทั้งครอบครัว พร้อมกับมีของขวัญพิเศษมอบให้คุณแม่เป็นประจำไม่เคยขาด อย่างปีที่แล้วทิพย์กับน้องหมูแดงทำเซอร์ไพรส์คุณแม่ด้วยการมอบลูกโป่งรูปหัวใจลูกใหญ่แล้วเขียนว่า Love Mom ให้คุณแม่ สำหรับปีนี้จะพาคุณแม่ไปทานอาหารอิตาเลียนซึ่งเป็นร้านโปรดของคุณแม่ แล้วก็พามาฟังดนตรีแจ๊สเพราะๆ ที่เซ็นทรัล บางนา อยากให้คุณแม่มีความสุขเป็นกำลังใจให้กันและกันไปนานๆ เพราะเราเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป”

ปิดท้ายที่ เปิ้ล-หัทยา วงษ์กระจ่าง คุณแม่คนเก่งที่มาพร้อมกับลูกสาวฝาแฝดน้องหนุน-ศุภรา และ น้องหนัง-ศีลตา บอกว่า “ทุกๆ ปีบ้านเราจะต้องไปหาของอร่อยๆ กินกันพร้อมหน้า บางทีก็ชวนกันไปดูหนังต่อส่วนเคล็ดลับการเลี้ยงลูก แม่ควรจะเป็นผู้ฟังลูกด้วย ไม่ใช่แค่สอนอย่างเดียว พอฟังแล้วเราก็จะได้รู้เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตเค้าและกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่บ้าง แล้วเราก็จะสามารถเตือนหรือให้คำแนะนำกับลูกได้” ทางด้านน้องหนุน&น้องหนัง บอกว่า เราจะนำดอกมะลิมาไหว้คุณแม่ พากันไปทานข้าว ดูหนังเหมือนทุกปี แล้วก็จะเพิ่มกิจกรรมพิเศษในปีนี้ อย่างการพาคุณแม่ไปฟังดนตรีแจ๊ส และชมงานมหัศจรรย์ทิวลิปสยามบุปผาแห่งราชินีที่มีทุ่งดอกกระเจียวกว่า 10,000 ดอกอีกด้วย”

พิธีหมั้น-รดนํ้าสังข์ บุตรสาวคนสวย ป.โทโคลอมเบีย ของ ‘กำนันสุเทพ’ นํ้าทิพย์ เทือกสุบรรณ-นิโคลัส โฮ บุตรนักธุรกิจฮ่องกง ที่แปซิฟิค ซิตี้ คลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285996

พิธีหมั้น-รดนํ้าสังข์ บุตรสาวคนสวย ป.โทโคลอมเบีย ของ ‘กำนันสุเทพ’ นํ้าทิพย์ เทือกสุบรรณ-นิโคลัส โฮ บุตรนักธุรกิจฮ่องกง ที่แปซิฟิค ซิตี้ คลับ

พิธีหมั้น-รดนํ้าสังข์ บุตรสาวคนสวย ป.โทโคลอมเบีย ของ ‘กำนันสุเทพ’ นํ้าทิพย์ เทือกสุบรรณ-นิโคลัส โฮ บุตรนักธุรกิจฮ่องกง ที่แปซิฟิค ซิตี้ คลับ

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เสด็จเป็นประธานในพิธีรดน้ำสังข์
น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ กับ นิโคลัส โฮ 

นับเป็นงานมงคลที่รวมแขกคนสำคัญๆ ในแวดวงสังคม แวดวงธุรกิจ รวมถึงแวดวงการเมือง 200 คน สำหรับงานวิวาห์ยักษ์ใหญ่ ระหว่าง น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน สุเทพ เทือกสุบรรณ กับ เจ้าบ่าวชาวฮ่องกง นิโคลัส โฮบุตร เดวิด-เทเรซ่า โฮ คุณพ่อเป็นวิศวกร คุณแม่เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน แม้ครอบครัวเจ้าบ่าวจะเป็นชาวต่างชาติแต่ก็ยังปฏิบัติตามประเพณีไทย โดยถือฤกษ์งามยามดีของเช้าวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2560 ยกขบวนขันหมากแบบถูกต้องครบถ้วนตามแบบฉบับประเพณีไทยโบราณ มีทั้งขันหมากเอก, ขันหมากโท และพานต่างๆ โดยเพื่อนๆ เจ้าสาวสวยงามในชุดไทยมากั้นประตูด้วยบรรยากาศอบอุ่น เจ้าสาวสวมชุดไทยสีกลีบบัว สวยงดงามอย่างกับนางในวรรณคดีเลยทีเดียวเมื่อเข้าสู่ช่วงพิธีการ มี ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ผู้ที่สนิทสนมผูกพันและเป็นที่เคารพของฝ่ายหญิงมายาวนานเป็นประธานในพิธีหมั้น และยังได้รับความเมตตาจาก หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เสด็จมาสวมมงคลและรดน้ำสังข์อวยพรแก่คู่บ่าว-สาว นับเป็นสิริมงคลยิ่งของทั้งสองครอบครัว

จากนั้นแขกผู้ใหญ่ระดับวีไอพีอาวุโส มีอดีตนายกรัฐมนตรีมาถึง 3 ท่าน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย, ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน, ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะซึ่งแต่ละท่านก็เป็นคนสำคัญที่ครอบครัวฝ่ายหญิงรู้จักและให้ความเคารพนับถือกันมานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ-คุณแม่ จนมาถึงรุ่นลูกๆ ก็มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวในวันนี้ เข้าร่วมอวยพรและรดน้ำสังข์ให้กับคู่บ่าว-สาว ด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ณ ล็อบบี้ ชั้น 28 ซิตี้ คลับกรุงเทพฯ งานนี้เจ้าภาพได้จัดเตรียมอาหารอย่างดีไว้รับรองแขกที่มาร่วมงาน โดยทุกคนเอ่ยปากชมว่าอาหารดีเลิศ อร่อยทุกจาน บรรยากาศก็กันเอง เพราะมองไปทางไหนแขกรู้จักกันหมด เจ้าภาพ-สุเทพเทือกสุบรรณ-ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ คอยต้อนรับทักทายแขกทุกโต๊ะ และโต๊ะละหลายครั้งจนแขกทุกคนอบอุ่นและประทับใจมากๆ โดยหลังจากงานเลี้ยงในช่วงเช้าแล้ว ช่วงค่ำของวันเดียวกันจัดเลี้ยงที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ อีก 2,000 คน และจะไปจัดเลี้ยงต่อที่ จ.สุราษฎร์ธานี อีกด้วย

ด้านเจ้าสาวคนเก่งลูกสาวของสุเทพ เทือกสุบรรณ นับได้ว่าทั้งสวย ทั้งเก่ง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Pratt Institute และปริญญาโทจาก Columbia University นิวยอร์กสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นผู้บริหารที่ Pacific City Club ส่วนเจ้าบ่าวดีกรีไม่แพ้เจ้าสาวจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษ นับเป็นคู่บ่าว-สาว นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

“เป็นอีกหนึ่งความสุขของพ่อ ที่ได้เห็นลูกสาวเติบโต ออกเรือน และเชื่อว่าเขาจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น เป็นพ่อและแม่ที่ดีในอนาคต” คุณพ่อสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความปลื้มใจ

สารเติมเต็มความสวยหากใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285988

สารเติมเต็มความสวยหากใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน

สารเติมเต็มความสวยหากใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์ประกอบของ “สารโครงสร้าง” ในชั้นผิวหนังลดลง จึงเกิดรอยเหี่ยวย่นปรากฏให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้ม ร่องใต้ตาสารโครงสร้างนี้มีองค์ประกอบหลายอย่าง โดยองค์ประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง คือคอลลาเจน (Collagen) เจ้าคอลลาเจนนี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเป็นเกลียวซึ่งในทางการแพทย์นั้นก็ได้คิดค้นเทคนิคและวิธีการต่างๆ ขึ้นมามากมายเพื่อจะย้อนคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ซึ่งวิธีการหนึ่งนั้นก็คือการใช้สารเติมเต็ม หรือว่า Filler นั่นเอง

แพทย์หญิงเพ็ญลดา ครุฑโกษา สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ผู้ก่อตั้ง Aime’ Clinic คลินิกด้านความงามครบวงจร ให้ความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ว่า ในประเทศไทยนั้นมีการฉีดสารเติมเต็ม (Filler Agents)เข้าผิวหนังมานานแล้ว โดยการใช้งานก็จะแตกต่างออกไปตามความต้องการ เช่นใช้เพื่อการแก้ไขความบกพร่องของผิวหน้า ปรับรูปหน้า เสริมจมูก เสริมคาง เสริมร่องแก้ม เติมรอยหลุม แก้มตอบ เติมก้น เสริมหน้าอก ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีหลากหลายชนิดมากมาย ไม่ได้มีแต่ Hyaluronic acid เพียงอย่างเดียวเหมือนที่เราเข้าใจกันและการใช้งานก็แตกต่างกันออกไปด้วยโดยจะต้องเลือกใช้ให้ตรงการประเภทและความต้องการ โดย ฟิลเลอร์ สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท คือ ฟิลเลอร์แบบไม่ถาวร (Temporary) ฟิลเลอร์กึ่งถาวร และฟิลเลอร์ถาวร

ฟิลเลอร์แบบไม่ถาวร ยังสามารถแบ่งได้อีก 3 ประเภท ได้แก่ คอลลาเจนที่สังเคราะห์จากสัตว์ Bovine (วัว), Pocine (หมู) แต่ลดความนิยมไปในปัจจุบัน เพราะมีอัตราการแพ้ที่สูงเมื่อเทียบกับแบบอื่น แบบที่สอง Bioengineered Human Collagen แม้จะไม่มีการแพ้ แต่เพราะราคาที่แพงกว่ามาก โดยไม่สามารถอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์อื่นๆ จึงไม่เป็นที่นิยม และ Hyaluronic Acid (HA) จริงๆ แล้วเป็นสารโครงสร้างที่มีอยู่แล้วในร่างกาย เราจึงสร้างกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) สังเคราะห์ขึ้นเพื่อทดแทนคอลลาเจนในผิวที่เริ่มสูญเสียลงตามวัย โดยสารตัวนี้จะช่วยโอบอุ้มน้ำในผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและกระชับขึ้น ในระยะแรก Hyaluronic Acid สังเคราะห์จากสัตว์ ได้แก่ Hyaform ต่อมา Hyarulonic ที่สกัดมาจากน้ำตาลที่ถูกย่อยโดยแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส (Non -bacteria derived synthetic hyaluronic acid : NASHA) เกิดขึ้น จึงทำให้แพทย์นิยมใช้มากกว่าสารชนิดอื่นๆ เพราะไม่ต้องกังวล เรื่องการแพ้ ฉีดง่าย และมีความคงตัวนาน โดยสามารถอยู่ได้ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด เมื่อไม่พอใจผลการรักษา สามารถแก้ไขใหม่ได้โดยการฉีด Hyaluronidase หรือหลังจากสารได้สลายตัวเองไปตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีมากมายหลายยี่ห้อ

ฟิลเลอร์กึ่งถาวร เป็นฟิลเลอร์ที่มีโครงสร้างเป็นสารสังเคราะห์ เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน และจะกระตุ้นให้เกิดซ่อมแซม ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นใหม่ได้ด้วย จึงอยู่ได้นานกว่า Hyaluronic acid หรือ collagen มาก โดยทั่วไปอยู่ที่ 2-5 ปี ตำราบางเล่มกล่าวว่าฟิลเลอร์ที่เป็นสารสังเคราะห์เหล่านี้ไม่สลาย ทำให้แพทย์หลายท่านไม่กล้าใช้ เพราะกลัวจะเกิดปฏิกิริยา เช่น การติดเชื้อ การเกิดผังผืดของเนื้อเยื่อโดยรอบ แต่จากผลวิจัยและจากตำรา เปอร์เซ็นต์การเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้มากกว่าการใช้ Hyaluronic acid

นอกจากนี้ ยังมีการนำเซลล์ไขมันของตัวเอง Autologus Fat จากส่วนอื่นในร่างกาย มาฉีดในบริเวณที่ต้องการเคยนิยมแล้วเสื่อมความนิยมไปแล้ว เพราะเซลล์ไขมันที่เอามาฉีดอยู่ไม่ได้นาน ถ้าการเก็บเซลล์ไขมันไม่ดีพอ แต่ปัจจุบันเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้น แต่มักเอามาใช้กับบริเวณที่ใหญ่ๆ เช่น การเสริมเต้านมด้วยไขมันตัวเอง หรือ เติมแก้มตอบ เป็นต้น

ฟิลเลอร์ถาวร (Permanent) ที่เราคงคุ้นเคยกันดี คือ Silicone จริงๆ แล้วในต่างประเทศไทยยังคงมีใช้อยู่ แต่ silicone ที่ใช้ต้องเป็น medical grade เท่านั้น เพราะการใช้ silicone ที่คุณภาพไม่ดี (unpurified product) จะทำให้เกิดปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อที่อยู่โดยรอบเมื่อเวลาผ่านไป เช่น เป็นก้อนแข็ง จนถึงการเกิด granuloma และสามารถไหลได้นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยนั้นไม่มีการฉีดซิลิโคนเหลวแล้ว

ปัจจุบันในประเทศไทยมีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้หลากหลายแบรนด์ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีความแตกต่างกันในแง่ของความหนืด ยิ่งหนืดก็จะเกาะเป็นก้อน ปั้นรูปได้สวย อยู่ได้นาน แต่ไม่เหมาะจะฉีดในบริเวณตื้นหรือผิวบาง ดั้งนั้น ในบางพื้นที่ เช่น ใต้ตา ร่องหัวคิ้ว ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีความหนืดน้อย ซึ่งก็จะอยู่ได้ไม่นานนัก แค่เพียง 6 เดือน ปัจจุบันตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ Hyaluronic acid เพราะมีโครงสร้างเหมือนสารในร่างกายมนุษย์ ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน ร่างกายสามารถสลายได้หมด แต่ด้วยอายุการใช้งานที่ไม่นาน นานสุดคือ 18 เดือน ทำให้ต้องมีการเติมบ่อย ก็หมายถึงการสิ้นเปลือง และการฉีดจมูก จะไม่สามารถปั้นรูปได้สวยเท่าฟิลเลอร์ชนิดที่มีความเป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งอยู่ได้ 3-5 ปี และราคาแพงกว่าฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic acid

อย่างไรก็ตาม มีข้อดีก็อาจมีข้อเสียตามมา หากเลือกใช้ไม่ถูก ซึ่งผลเสียที่อาจเกิดตามหลังการฉีดฟิลเลอร์ที่พบได้บ่อย คือ ผิวตะปุ่มตะป่ำ ไม่เรียบเนียนเกิดจากการเติมสารฟิลเลอร์มากเกินไป หรือเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีความเหนียวมากเกินไป จึงปั้นรูปไม่ได้ มักพบปัญหานี้บริเวณใต้ตา การอักเสบติดเชื้อ และเกิดกรานูโลมาหรือเป็นก้อนแข็งๆ อาจแข็งเหมือนเป็นเหมือนเม็ดกรวดหลังจากที่ฉีดไปได้สักระยะหนึ่ง ซึ่งกรณีนี้จะพบน้อยมากแต่ก็มีเกิดขึ้นได้

แม่ลูกคนดังเผยแนวทางดำเนินชีวิต ตามแนวพระราชดำริ ‘แม่ของแผ่นดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285982

แม่ลูกคนดังเผยแนวทางดำเนินชีวิต ตามแนวพระราชดำริ ‘แม่ของแผ่นดิน’

แม่ลูกคนดังเผยแนวทางดำเนินชีวิต ตามแนวพระราชดำริ ‘แม่ของแผ่นดิน’

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แบบอย่างที่ดีของลูก ต้องมาจากต้นฉบับที่ดีของแม่ เดือนแห่งวันแม่ปีนี้ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ชวนคู่แม่ลูกคนดัง ฐิติพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,อรพันธ์-ม.ล.สมรดา ชุมพล และ ณัฎฐกา-ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ มาบอกเล่าถึงการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นแม่ของแผ่นดินที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นแม่สู่รุ่นลูก ในงาน“พาราไดซ์ พาร์ค แม่ฟ้าแห่งสยาม ความงามของแผ่นดิน” นิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ณ รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

เริ่มกันที่ ฐิติพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า “พระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ที่จำได้ขึ้นใจเลย คือ “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำฉันจะสร้างป่า” สะท้อนได้ถึงความหวงแหนในผืนป่า ทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของประเทศไทย ซึ่งครอบครัวของเราก็ได้ปลูกฝังกันมาตลอดให้รักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป่าไม้ เพราะถ้ามีป่า ก็จะมีน้ำ รวมไปถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการปิดน้ำ ปิดไฟ เมื่อไม่จำเป็น ก็เป็นการช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติได้แล้วค่ะ”

ด้าน อรพันธ์-ม.ล.สมรดา ชุมพล กล่าวเสริมว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมเป็นที่ประจักษ์ชัดไปทั่วโลก พระองค์ทรงเป็นองค์อัครศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ให้ชาวโลกเห็นคุณค่าของผ้าไทย ครอบครัวของเราในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็อยากมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรกดกของชาติ ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกัน ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติก็จะไม่สูญหาย สมัยก่อนจะใส่ผ้าไทยในโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้มีวิธีการทอให้สวมใส่สบายมากขึ้น แถมลวดลายก็ยังทันสมัยเลยใส่ได้ทุกโอกาส สำหรับลูกสาวก็นำผ้าไทยมาคัตติ้งเป็นแบบสมัยใหม่ แล้วมิกซ์ แอนด์ แมทช์ กับเสื้อผ้าสมัยใหม่ เพื่อนๆ ก็ชมว่าเก๋ดี”

ปิดท้ายที่ ณัฎฐกา-ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติกล่าวว่า “ตามที่มีผู้ยกย่องให้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระราชินีที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก เนื่องด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติมาตลอด ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดในสายตาของชาวไทยและชาวโลก ว่าสร้างประโยชน์มหาศาลแก่ชาวไทยในทุกด้าน ซึ่งพระองค์ท่านทรงประกอบพระราชกรณียกิจอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปลูกฝังให้ลูกๆ มาตลอด คือ ความวิริยะ อุตสาหะ หนักเอาเบาสู้ ไม่เกี่ยงงาน รวมทั้งขอให้มีเมตตาต่อผู้อื่น อย่างที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติต่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด”

นอกจากนี้ ทั้ง 3 แม่-ลูกเซเลบริตี้ยังไปร่วมชมนิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมพระเกียรติในหัวข้อ “ยิ้มของไทย ในใจชาวโลก” จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ในพระอิริยาบถแย้มพระสรวลของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ได้สร้างความประทับใจไปทั่วโลก อาทิ พระบรมฉายาลักษณ์เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเบลเยียม ซึ่งหนังสือพิมพ์เลอซัวร์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นยักษ์ใหญ่ ได้ตีพิมพ์ข่าวหน้าหนึ่ง ฉบับวันพุธที่ 5 ตุลาคม 1960 ว่า “กษัตริย์และพระราชินีแห่งประเทศไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น” พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพว่า “รอยพระสรวลอันทรงเสน่ห์และความเป็นมิตรของกษัตริย์และราชินีประเทศไทย สร้างความประทับใจให้กับคนบรัสเซลส์”

อีกทั้ง เซเลบฯ คุณแม่-คุณลูกนักช็อป ยังเพลิดเพลินกับสินค้าดีมีคุณภาพจากโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ โครงการในพระราชดำริ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรร้านภัทรพัฒน์ ผลิตภัณฑ์ดอยคำ ฯลฯ ที่ยกขบวนมาให้ช็อปกันอย่างจุใจ จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. สามารถติดตามกิจกรรมที่น่าสนใจจากศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์คเพิ่มเติมได้ที่ www.paradisepark.co.thหรือ โทร.02-787-1000

สภาสตรีแห่งชาติฯ จัดทำหนังสือ ‘๘๕ พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286005

สภาสตรีแห่งชาติฯ จัดทำหนังสือ ‘๘๕ พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ’

สภาสตรีแห่งชาติฯ จัดทำหนังสือ ‘๘๕ พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ’

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นคู่พระบารมีแห่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยอย่างเหลือล้นพ้นประมาณ พระองค์ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปทุกหนแห่ง เพื่อทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรโดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยากมานานกว่า 60 ปี ทรงเป็นประดุจพระแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงพระเมตตากรุณาและห่วงใยราษฎรทุกหมู่เหล่าโดยมิแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใดๆ

ด้วยพระราชปณิธานอันมั่นคง พระวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถอันล้ำเลิศ พระองค์ได้ทรงส่งเสริมให้สตรีไทยเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ครอบครัว พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจเพื่อสตรีไทยและปวงชนชาวไทยนั้นมีอเนกประการ อาทิ ทรงส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อเป็นอาชีพแก่ประชาชน ทรงรับผู้ยากไร้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทรงดำเนินโครงการพระราชดำริเพื่อฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทรงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนทรงรับองค์กรต่างๆ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์เป็นจำนวนมาก เพื่อให้องค์กรเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติและช่วยเหลือสังคมไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับสภาสตรีแห่งชาติไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2504 ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานในกิจกรรมต่างๆ ระหว่างพุทธศักราช 2504-2547 ของสภาสตรีแห่งชาติฯ จำนวน 14 ครั้ง พระราชทานพระราชดำรัสไว้แก่สภาสตรีแห่งชาติฯ ในโอกาสต่างๆ จำนวน 36 องค์ และยังพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้วันที่ 1 สิงหาคม เป็นวันสตรีไทยตั้งแต่พุทธศักราช 2546 เป็นต้นมา

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อย่างหาที่สุดมิได้ สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้จัดทำหนังสือ “๘๕ พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งได้รับพระราชทาน พระราชานุญาตเชิญพระฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจส่วนหนึ่งระหว่างพุทธศักราช 2504-2555 พระมหากรุณาธิคุณต่อสภาสตรีแห่งชาติฯ พระราชดำรัสที่พระราชทานไว้แก่สภาสตรีแห่งชาติฯ พร้อมภาพดอกไม้ในพระนามาภิไธย ดอกไม้ชื่อพระราชทาน และบทสัมภาษณ์ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไปลงพิมพ์ในหนังสือ “๘๕ พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2560 สำหรับเผยแพร่และจารึกพระมหากรุณาธิคุณ พระเกียรติคุณไว้ให้ยั่งยืนสถิตสถาพรตลอดกาลนาน

บาล์มนํ้ามันจระเข้เข้มข้น มหัศจรรย์ที่ดูแลผิวในหนึ่งเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285987

บาล์มนํ้ามันจระเข้เข้มข้น มหัศจรรย์ที่ดูแลผิวในหนึ่งเดียว

บาล์มนํ้ามันจระเข้เข้มข้น มหัศจรรย์ที่ดูแลผิวในหนึ่งเดียว

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอ็นชาริส (Encharis) ผลิตภัณฑ์ผู้เติมเต็มความงามและเสน่ห์ให้ผู้หญิงทั่วโลก ด้วยการพัฒนาและสรรสร้างความงามในแบบฉบับของตัวคุณเองเพื่อคงความงามที่ไร้ซึ่งกาลเวลากับ Advanced Blemish RepairBalm (แอดวานซ์ เบล็มมิช รีแพร์ บาล์ม) ที่ได้แรงบันดาลใจจากความงามที่เป็นอมตะของพระนางคลีโอพัตรา นำเคล็ดลับความงามของผิวอ่อนเยาว์ มาผสมผสานกับนวัตกรรมความงาม ที่เอ็นชาริส (ENCHARIS) คิดค้นมาเพื่อผู้หญิงทั่วโลก สู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อเผยผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ

Encharis Advanced Blemish Repair Balm บาล์มดูแลผิวหนึ่งเดียวที่คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไร้สารตกค้าง อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ด้วยสารสกัดจากน้ำมันจระเข้เข้มข้น ที่มี Omega 3, 6, 9 และ EcocertSqualance ชั้นเลิศจึงสามารถช่วยบำรุงผิวได้อย่างลึกล้ำ เติมความนุ่มชุ่มชื่น พร้อมสมานผิว ลดริ้วรอยแตกลาย รอยแผลเป็นจากจุดด่างดำ และลดความหยาบกร้านของผิวพรรณได้อย่างมหัศจรรย์ตลอดจน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ผิวหนังได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงของสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี เพื่อผิวที่เปล่งประกายและดูมีสุขภาพดีสะกดทุกสายตา

อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญคือ สามารถบรรเทาอาการอักเสบของผิวจากปัญหาสิว ช่วยลดอาการแพ้ ผดผื่นและริมฝีปากลอกเป็นขุยได้เป็นอย่างดี ตลอดจนช่วยคืนความชุ่มชื้น พร้อมลดเชื้อแบคทีเรียให้กับแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้อย่างมหัศจรรย์

พบกับ ENCHARIS Advanced Blemish Repair Balm ได้ที่ ร้านอีฟแอนด์บอย สาขาสยาม, รังสิต, เมกา บางนา, ร้าน Stardust, ร้าน Beautrium สาขาซีคอน บางแค,สยาม สแควร์ วัน นอกจากนี้สามารถช็อปปิ้งเอ็นชาริสผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.watsons.co.th,www.lazada.co.th, www.konvy.com และ www.beauticool.com รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่www.encharisbeauty.com, IG : encharisbeauty หรือ Facebook :encharisbeauty

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286003

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ประสงค์ สุขุม บิดา ประวิช สุขุม 20 ส.ค. 17.00 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลา อิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส..

 

●● พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเปิดการประชุมสัมมนาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 จัดโดย แก้วกัลยาสิกขาลัย สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 17 ส.ค. 14.30 น….

●● รติวัลคุ์ ธนาธรรมโรจน์ รองประธานมูลนิธิเพื่อนร่วมโลก เปิดโครงการ “ปันน้ำใจฝ่าวิกฤติ ช่วยน้ำท่วมอีสาน” ระดมเงินทุนบริจาค  เพื่อนำไปผลิตถุงยังชีพและการเยียวยาช่วยเหลือแด่ผู้ประสบภัยหลังน้ำลด ได้ที่ธนาคารธนชาต  ชื่อบัญชี “มูลนิธิเพื่อนร่วมโลก” ถึง 20 สิงหาคม..

●● ศึกกำลังภายในระหว่างข้าราชการระดับสูงผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เกิดเรื่องราวได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าระดับนี้จะนึกแต่ว่าเสียหน้า แต่ไม่คิดถึงผลประโยชน์ของประชาชน เมื่อสวมหัวโขนขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป ส่วนระดับรองฯ มีความสามารถมากในเรื่องล้วงแคะแกะเกา ขอฝากให้ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. ช่วยสอดส่องด้วยงานใดที่อดีตหัวขบวนเคยทำไว้ดีแล้ว คนใหม่ควรสานต่อ เช่น Sky Plaza บนสี่แยกปทุมวัน เจ้าของห้างใหญ่แห่งสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง และควักกระเป๋าเขาเองใช้งบ 350 ล้าน  แล้วให้เกียรติเชิญผู้เป็นใหญ่มาเป็นประธานเปิดแต่อะไรกันนักหนาจึงไม่มาในวินาทีสุดท้าย..

●● สวด รศ.วลัย อินทรัมพรรย์ ศาลา 16 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ถึง 18 ส.ค. เวลา 18.30 น.แล้วบรรจุ..

●● คนไทยนี้เก่ง สุดาพิมพ์ โพธิภักติ ลูกสาว พิมพ์ใจ โพธิภักติ ไปแข่งขันร้องเพลง “The World Championship Of Performing Arts” ที่ Long Beach, Ca. 1-8 ก.ค. เป็น performing arts ทุกด้าน ทั้ง ร้อง เต้น แสดงต่างๆ มากมาย มีผู้เข้าแข่งจาก 50 ประเทศ ประเทศละ 30-60 คนสร้างชื่อให้ประเทศไทยได้รับรางวัลมา  4 เหรียญยินดีด้วย..

●● รร.มัธยมวัดธาตุทอง เชิญ เนาวรัชต์ ธรรมสโรช เป็นประธานพิธีถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพิธีการงานวันแม่แห่งชาติ  ฝากชมเชยโรงเรียนว่าทุกอย่างเป็นระเบียบสวยงาม นักเรียนมีระเบียบวินัยและมารยาทดีมาก..

●● บรรณรงค์ พิชญากร เอ็มดีหลักทรัพย์บัวหลวง เชิญชวนผู้สนใจเรียนรู้วิธีวางแผนทางการเงินและการออม เพื่อสร้าง “ยันต์กันจน” สมัครเข้าโครงการ “เดอะสต๊อก มาสเตอร์ 2560” ปีที่ 6 ด้วยแนวคิด “สติมีสตางค์มา” ค่าสมัครทั้งหมดจะบริจาคให้ มูลนิธิพระดาบสสมัครได้ถึง 25 ส.ค.www.bualuang.co.th/thestockmaster ..●●

คุณแหน