เปิดใจ ‘หมอเดินดอย’ คุณหมอเก่ง-นพ.กิตติศักดิ์ พยับวิภาพงศ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285113

เปิดใจ ‘หมอเดินดอย’ คุณหมอเก่ง-นพ.กิตติศักดิ์ พยับวิภาพงศ์

เปิดใจ ‘หมอเดินดอย’ คุณหมอเก่ง-นพ.กิตติศักดิ์ พยับวิภาพงศ์

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ฝนจะตกหนักสาหัสเพียงใด แต่ไม่อาจหยุดความมุ่งมั่นของทีมแพทย์อาสา พอ.สว. ในโครงการ “หมอเดินดอย” ครั้งที่ 15 ที่เข้าไปตรวจสุขภาพและแจกจ่ายยารักษาโรคให้กับชาวบ้านบนดอยสูง กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่เรียกขานกันว่า หน่วยแพทย์อาสา หรือ พอ.สว. โดยมี นายแพทย์ยุทธโพธารามิก เลขาธิการมูลนิธิ พอ.สว เป็นผู้ดูแลโครงการ

ภาพการบุกป่าขึ้นดอยของทีมแพทย์อาสากลุ่มนี้ ซึ่งมี นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสกลนคร เป็นหัวหน้าทีม ได้ถูกเผยแพร่ผ่านโลกโซเชียลในเวลาอันรวดเร็ว และได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม คุณหมอเก่ง หรือ นายแพทย์กิตติศักดิ์ พยับวิภาพงศ์ แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง เป็นหนึ่งในทีมแพทย์อาสากลุ่มนี้ เล่าให้ฟังว่า ได้เข้าร่วมโครงการแพทย์อาสา พอ.สว. ในโครงการหมอเดินดอยมา 3 ปีแล้ว ส่วนใหญ่จะเดินทางขึ้นบนดอยสูงของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่ อ.แม่แจ่ม และ อ.อมก๋อย

“เจ้าหน้าที่ของทีมประเมินมาแล้ว การเข้าถึงทางด้านสาธารณสุขค่อนข้างจำกัด ดังนั้น โครงการนี้จะจัดกันขึ้นในช่วงฤดูฝน เพราะถ้าชาวบ้านเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา กว่าจะเดินทางมาถึงมือแพทย์ก็ค่อนข้างลำบากและใช้เวลานานกว่า 4-6 ชั่วโมง ถ้าหากเหมารถก็ต้องใช้เงินจำนวนมากถึง 2,000 บาท เหล่านี้คือ คำตอบทั้งหมดเหตุใดทำไมเราถึงต้องเข้าไปหาพวกเขาเพื่อทำการรักษาในเบื้องต้น แต่ถ้าพบว่ารายไหนมีอาการหนัก ก็จะถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ตามสิทธิการรักษา”

การดำรงชีวิตของชาวบ้านบนภูเขาสูง
โรคที่พบบ่อย 3 อันดับแรก คือ 1.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 2.โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด และ 3.โรคผิวหนัง สำหรับวัยเด็ก สิ่งที่เราพบมากคือ โรคติดต่อทางเดินหายใจ ไข้หวัด ส่วนปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการทำไร่ ทำสวนจะพบมากในวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุที่ต้องตรากตรำทำงานหนักนั่นเอง

“จากประสบการณ์ 3 ปี ที่ออกหน่วยแพทย์อาสา ผมเห็นภาพวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ราวกับประเทศไทยเมื่อย้อนไปเมื่อ 30-50 ปีที่แล้ว เป็นพื้นที่ภูเขาสูง  ไฟฟ้ายังเข้าไปไม่ถึง มีเพียงบางจุดที่จะใช้โซลาร์เซลล์ ที่ต้องจำกัดการใช้ในบางระยะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น ขณะเดียวกันระบบน้ำประปาหมู่บ้าน จะเป็นน้ำจากภูเขา อาหารการกิน ก็จะเน้นพืชผักสวนครัว ที่สำคัญเรื่องห้องน้ำ จากที่สมัยก่อนอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน ตรงนี้ก็เป็นปัญหาอยู่บ่อยครั้ง จนมีโรคระบาดอหิวาตกโรค เกิดตามมา แต่ก็โชคดีที่มีกลุ่มคนจิตอาสา พากันขึ้นไปสร้างสิ่งเหล่านี้ เจ้าหน้าที่ก็ให้ความสำคัญมากขึ้น เริ่มมีการจัดสรรที่ดีขึ้นกว่าอดีต ส่วนการดูแลสัตว์เลี้ยง บางหมู่บ้านเขาเริ่มมีการแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยของคนกับสัตว์เลี้ยง ออกจากกันแล้ว”

เมื่อถามถึงความยากลำบากที่ต้องเผชิญในการเดินทาง คุณหมอเก่ง เล่าย้อนให้ฟังว่า“สิ่งที่จำได้อย่างแม่นยำตลอดมา คือครั้งหนึ่งที่รถของทีมแพทย์อาสา เกิดอุบัติเหตุตกลงไปในหุบเหวแต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต บางคนได้รับบาดเจ็บก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความทุรกันดารทำให้การเดินทางเข้าไปพื้นที่ทำได้ค่อนข้างลำบาก หากมีถนนหนทาง เราก็เข้าไปหาชาวบ้านได้ง่ายขึ้น สภาพเส้นทางกลางป่าเขา ยิ่งในฤดูฝน ทั้งดินโคลนปลิง แมลงนานาชนิด อุปสรรคที่ตามมา ก็คือความเจ็บป่วยของทีมแพทย์ แต่ด้วยความพร้อม ที่มีโลชั่นกันยุง ถุงเท้ากันทาก หมวก ผ้าคลุมฝน พักบ้างระหว่างทางก็มีเรี่ยวแรงเดินทางกันต่อ

แน่นอนว่าการเข้าไปในป่าเขาลึก รถออฟโรดจะพาเราขนสัมภาระ สิ่งของ เวชภัณฑ์ อาหาร เข้าไปได้แค่บางพื้นที่ เราจึงเลือกการเดินเท้าเป็นวิธีหลักในการเข้าถึงชาวบ้าน เราต้องเดินเท้าวันละราว 10 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลา 5 วัน รวมๆ แล้ว 40-50 กิโลเมตร ความร่วมมือของทุกฝ่าย แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสมทบ พร้อมใจกันขนย้ายสัมภาระ เสบียงอาหาร  และเมื่อไปถึงพื้นที่แล้ว นอกจากการตรวจรักษา และแจกจ่ายยา เราก็มีการจัดสันทนาการให้กับเด็กๆ เล่านิทาน หรือตัดแต่งทรงผมให้ด้วย แต่ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพราะการสื่อสารค่อนข้างมีอุปสรรค พวกเขายังไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้ดีนัก การที่จะต้องพึ่งคนในพื้นที่เพื่อเป็นล่ามก็มีความจำเป็น”

คุณหมอเก่ง ทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “หมอเดินดอย” เราเดินทางด้วยความสมบุกสมบัน เป้าประสงค์ก็เพื่อดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของพวกเขา แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้คือความอุ่นใจ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความเป็นมิตรไมตรี

“แม้ความยากลำบากจะเป็นอุปสรรคของทีมแพทย์อาสา แต่สิ่งหนึ่งที่เรายึดมั่นในอาชีพแพทย์มาตลอดนั่นคือ “หน้าที่และความเสียสละ” ครับ”

คุณแหน : 9 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285110

คุณแหน : 9 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 9 สิงหาคม 2560

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll อัมพรพิมพ์ วัชราภัย ชวนพนักงานบริษัท ELCA (Thailand) ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศประสบความสำเร็จแล้วก็เดินทางไปพักผ่อนพร้อมครอบครัวที่ตุรกี…

ll คุณยายกิมหลั่น จินากุลวัย 91 ปี เดินทางมาจากจังหวัดพะเยา เพื่อรอรับพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในวันที่ 8 และ 9 สิงหาคมนี้ซึ่งนับว่าเป็นว่าที่บัณฑิตที่มีอายุมากที่สุด ขอแสดงความยินดีกับคุณยายกิมหลั่นด้วยค่ะ การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ…

 

ll ยินดีกับ ศิโรตม์สวัสดิพาณิชย์ ที่พ้นพงหนาม เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยกฟ้องและศาลปกครองกลาง เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ปลดจากอธิบดีกรมสรรพากร ปมพิจารณาโอนหุ้น บรรณพจน์ดามาพงศ์ ไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากไม่มีเจตนาเอื้อประโยชน์ หรือจงใจกระทำผิด…กว่าจะต่อสู้ว่าบริสุทธิ์ ใช้เวลาร่วม 10 ปี เพื่อนๆ บัญชีจุฬาฯ เลยเลี้ยงฉลองรับขวัญให้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา…

ll ศิรินนา บุณยสงวน เสร็จภารกิจสะพานบุญรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของจากเพื่อนๆ เพื่อนำมาจำหน่าย (Rummage Sale) หารายได้สมทบทุนศ.ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร ของ มศว กิจกรรมที่ชมรมผู้สูงอายุทำต่อเนื่อง (จัดขึ้นปีละครั้ง) มาเป็นเวลาสิบๆ ปีแล้ว ก็ออกเดินทางพร้อมคณะขึ้นเหนือ นำหนังสือมหาชาติคำหลวง และคู่มือเทศน์มหาชาติ ไปถวายวัดต่างๆ…ได้บุญเป็น 2เท่า…

ll งานเดินสายมหาชาติคำหลวงสัญจร งานเดียวกันนี้ ขึ้นเหนือผ่านพิษณุโลก สาวๆ แวะกินข้าวที่ร้านอาหารที่บังเอิญจัดรายการพิเศษ พลตรีหญิงขจรพร นุตยะสกุล โชคดีจับสลากได้รางวัลที่ 1ได้กินฟรียกโต๊ะ ชรอยจะเป็นบุญของพวกเธอหรือไรจึงโชคดีได้รางวัลที่ 1 เป็นประเดิม…

ll ขำๆ จาก สกลธี ภัททิยกุล เล่าเรื่องคุณแม่ศศินี ในวันหมั้น น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ ลูกสาวกำนัน สุเทพ…หัวหน้า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกคุณแม่ตอนเดินขึ้นบันไดว่าเชิญเกาะแขนได้ตามสบายครับ…จะเหลือเหรอครับ คุณพ่อ (พลเอกวินัย) มองดูอยู่ห่างๆ ด้วยความห่วง (ห่วงหัวหน้านะครับ)…

ll ขอแสดงความยินดีกับ สุนทร ดีวิเศษพันธ์ ในโอกาสที่เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการคนใหม่ และ นายแพทย์สมยศ อนันตประยูร ได้เป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาฯ วาระ 2560-2561…ll

หนูภาฯ

นํ้าแร่…ตัวช่วยดูแลผิวทุกช่วงเวลาของวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285100

นํ้าแร่...ตัวช่วยดูแลผิวทุกช่วงเวลาของวัน

นํ้าแร่…ตัวช่วยดูแลผิวทุกช่วงเวลาของวัน

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แสงแดดและอากาศที่ร้อนอบอ้าวของบ้านเรา ทำให้ผิวขาดน้ำและเสียสมดุลได้ง่าย ปานรดา วงศ์สุวรรณ สาวสวยนักกิจกรรมกลางแจ้งตัวยง เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำแร่แบรนด์ Glamorish by Panrada ให้ข้อมูลคุณประโยชน์ของน้ำแร่ ตัวช่วยที่ดีที่สุดในการดูแลผิวทุกช่วงเวลาของวัน

1.น้ำแร่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต่อทุกสภาพผิว และไม่ว่าคุณจะอยู่ช่วงอายุใดก็ตาม ร่างกายต้องการน้ำ ผิวก็เช่นเดียวกัน ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ฉีดหน้า จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากต่อมไขมัน ลดริ้วรอยและชะลอความแก่ของผิวหนัง

2.ก่อนแต่งหน้า เราสามารถใช้สเปรย์น้ำแร่ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและทำให้เครื่องสำอางติดทนนาน หลังแต่งหน้าเมื่อใช้สเปรย์ฉีดจะทำให้หน้าสะอาด และเครื่องสำอางไม่หลุดออกจากผิว

3.หนุ่มๆ สาวๆ ออฟฟิศ เมื่อต้องอยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิเย็น หรือแม้แต่ต้องออกไปเผชิญกับอากาศแสนร้อนเป็นเวลานาน ฉีดสเปรย์น้ำแร่บ่อยๆ จะทำให้ผิวสามารถเก็บรักษาความชุ่มชื่นได้ทั้งวัน

4.สเปรย์น้ำแร่ให้ผลลัพธ์ล้ำเลิศกับผิวที่มีปัญหาการปรับสภาพในฤดูร้อน รูขุมขนกว้าง มลภาวะ ที่ก่อให้สิ่งสกปรกไปอุดตันที่ผิว อันเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสิว และริ้วรอยก่อนวัย

5.ถ้าคุณใช้สเปรย์น้ำแร่ก่อนล้างหน้า จะทำให้ผิวหน้าสะอาดอย่างล้ำลึก และเมื่อใช้หลังล้างหน้าก็จะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างสูงสุด ทำให้ผิวได้รับการบำรุงปรับสภาพอย่างปลอดภัย และช่วยปิดรูขุมขนโดยการล้างเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด

6.ใช้สเปรย์น้ำแร่ก่อนลงครีมบำรุง ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวครีมได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ Glamorish by Panrada เป็นผลิตภัณฑ์สเปรย์น้ำแร่ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะไม่ว่าช่วงอายุใดผิวก็ต้องการการบำรุงและฟื้นฟูอยู่เสมอ สูตรเฉพาะของ Glamorish by Panrada ที่เจ้าของแบรนด์ไม่ใช่ดารา แต่เป็นสาวนักกิจกรรมตัวยง ที่พาผิวไปผจญภัยทั้งแดดและลมฝน สเปรย์น้ำแร่ตัวนี้ เธออยากทำขึ้นมาเพื่อดูแลผิวตัวเอง ทดลองเอง ใช้เอง ปรับสูตรจนพอใจ และมาแบ่งต่อผิวแข็งแรงให้กับสาวๆ ทุกคนตามไปอัพเดทข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ IG: glamorishbypanrada

สถาปัตยกรรม ดีไซน์เก๋ในย่านทองหล่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285105

สถาปัตยกรรม  ดีไซน์เก๋ในย่านทองหล่อ

สถาปัตยกรรม ดีไซน์เก๋ในย่านทองหล่อ

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเมืองไทยของเรานั้นมีอาคารทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นระดับไอคอนเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ถ้าเทียบกับอาคารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเมืองสำคัญๆ ระดับโลก อย่างเช่น ตึกเอ็มไพร์สเตทและตึกไครส์เลอร์ของนครนิวยอร์ก หรืออาคาร Burj Khalifa ที่ดูไบ ที่ยังคงรั้งตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในโลกอยู่ในวันนี้ จะยิ่งพบว่าเมืองไทยไม่ได้มีอาคารที่มีความโดดเด่นแบบเดียวกันมากมายเท่าไหร่ ถ้าพูดกันถึงตึกหรืออาคารสูงๆ อาจจะจริง แต่ถ้าพูดในเชิงรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นนั้น ต้องบอกให้คุณลองคิดดูใหม่ เพราะที่จริงแล้วเมืองไทยยังมีงานสถาปัตยกรรมสวยๆ อีกมาก ยกตัวอย่างเพียงย่านเดียวอย่างย่านทองหล่อก็สามารถนับได้หลายแห่งแล้ว เราลองไปดูกันดีกว่าว่าตอนนี้ที่ทองหล่อ มีงานสถาปัตยกรรมอะไรน่าพูดถึงบ้าง

72 Courtyard (เซเว่นตี้ทู คอร์ทยาร์ด) โดดเด่นด้วยปูนเปลือยที่ฉาบไว้ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารทรงเหลี่ยม ไล่เรื่อยเข้าไปยังตัวอาคารด้านในที่ให้รายละเอียดของการตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ สำหรับ 72 Courtyard ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 16 และทองหล่อ 18 และเป็นสถานที่ที่รวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่น่าลิ้มลองไว้เพียบในที่เดียว

The Commons (เดอะ คอมมอนส์) คอมมูนิตี้มอลล์ความสูง 4 ชั้น ทองหล่อ 17 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาคารที่มีความโดดเด่นในแง่ของการออกแบบทางสถาปัตยกรรม เพราะซ่อนลูกเล่นและรายละเอียดของประโยชน์ใช้สอยภายในตัวอาคารไว้ได้อย่างแยบยลในลักษณะแบบการสร้างชุมชน ภายใต้แนวคิด “Wholesome Living” หรือการใช้ชีวิตแบบมีสมดุลที่ดี โดยผ่านการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่อินดอร์และเอาท์ดอร์อย่างพอเหมาะสอดประสานไปด้วยกัน เพื่อให้การใช้พื้นที่เกิดขึ้นได้อย่างหลากหลายรูปแบบ

Teddy Castle (เท็ดดี้ คาสเซิล) งานออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกแบบปราสาทที่มีกลิ่นอายของอังกฤษโบราณกันบ้างอย่างร้าน Teddy Castle เป็นทั้งคาเฟ่และอาณาจักรของตุ๊กตาหมีแบรนด์ Teddy House ใจกลางทองหล่อซอย 5 เริ่มตั้งแต่สะพานไม้ข้ามคลองเปรียบประหนึ่งจินตนาการที่เห็นในหนังสือการ์ตูนเทพนิยาย การใช้ปูนเปลือยผสมอิฐ การเล่นเลเยอร์ของผนังที่ยิ่งเดินเข้าไปยิ่งเห็นเป็นมิติเหมือนการเดินเข้าไปในโซนลับของปราสาท ความประทับใจแก่ผู้ที่ได้ไปเยือน

นอกจากนี้ ก็มี Face Bangkok (เฟส แบงคอก) หมู่อาคารไม้สักทรงไทยล้านนาที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยทองหล่อ 38 แห่งนี้คือที่ตั้งของ Face Bangkok ร้านอาหาร บาร์ และสปาที่สอดประสานอยู่ในหมู่อาคารเดียวกันอย่างกลมกลืน ภายใต้บรรยากาศของเรือนไทยที่แวดล้อมไว้ด้วยสวนสวย และบ่อน้ำภายในตกแต่ง ทั้งภาพวาด ของประดับตกแต่ง และศิลปวัตถุทำมือ ที่เผยให้เห็นรายละเอียดของวัฒนธรรมจากนานาชาติในเอเชีย

 

และล่าสุด KHUN by yoo inspired by Starck (คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค) ตัวอาคารที่ดูแปลกตา เป็นเซลล์ แกลเลอรี่ของโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์แห่งใหม่จาก “แสนสิริ” ที่ร่วมมือกับ “yoo studio” บริษัทออกแบบชื่อดังระดับโลกโดยมี “Philippe Starck” ดีไซเนอร์และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อัจฉริยะชื่อก้องโลกมาร่วมสร้างสรรค์การออกแบบในโครงการคอนโดมิเนียม โดยพัฒนารูปแบบการนำเสนอผ่านแกลเลอรี่โชว์ผลงานออกแบบของ “Philippe Starck” แทน เข้าไปเดินแล้วจะรู้สึกเหมือนมาเดินดูนิทรรศการศิลปะมากกว่า แน่นอนว่าถ้าโครงการ KHUN by yoo inspired by Starck ก่อสร้างจนแล้วเสร็จ อาคารเซลล์ แกลเลอรี่สุดเก๋ที่เราเห็นนี้อาจจะต้องถูกรื้อถอนออกไป แต่แน่ใจได้ตั้งแต่ตอนนี้ว่า ตัวคอนโดมิเนียมจริงที่ก่อสร้างภายใต้แนวคิด “Industrial Heritage” จะสะท้อนความทันสมัยของย่านทองหล่อ ทำเลที่พักอาศัยใจกลางเมือง ผสานกับความหรูหรา ทันสมัย ได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กันแน่นอน

นี่แค่ทองหล่อเพียงย่านเดียว ยังมีตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมายขนาดนี้ แน่ใจได้เลยว่าถ้าลองสำรวจกรุงเทพฯให้ดีๆ เราอาจจะเจอย่านที่เต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่น่าไปเยี่ยมเยือนอีกหลายแห่งแน่นอน

5 สารอาหารสำคัญเพื่อบำรุง‘สมอง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284863

5 สารอาหารสำคัญเพื่อบำรุง‘สมอง’

5 สารอาหารสำคัญเพื่อบำรุง‘สมอง’

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมอง เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับคนเรา เพราะสมอง คือจุดศูนย์รวมในการสั่งการและควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทั้งในด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น การเรียนรู้ การใช้ภาษา พฤติกรรม อารมณ์ และความสามารถด้านต่างๆ อีกมากมาย การได้รับโภชนาการที่ดีนั้นย่อมมีความสำคัญมาก เพราะมีการวิจัยว่าโภชนาการที่ดี ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ความคิด และอารมณ์ พร้อมระบุถึง 5 สารอาหารสำคัญที่บำรุงสมองของลูกน้อย ดังนี้

1.มะเขือเทศ มีสาร Lycopene(ไลโคปีน) เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พบมากในผลไม้สีแดง, สีส้ม และสีเหลือง อาทิ มะเขือเทศ, แตงโม ทำหน้าที่ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายอีกทั้งช่วยป้องกันอาการโรคหลงลืม

2.ไข่ มีสาร Choline (โคลีน) เป็นสารอาหารสำคัญตัวหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี มีความจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยการเรียนรู้, ความจำ และเสริมสร้างพัฒนาสมอง พบได้ในไข่แดง เนื้อสัตว์ ปลา เครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง จมูกข้าว ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอก

3.ปลา มีสาร DHA (ดีเอชเอ) กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมองช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาท และจอประสาทตา มีมากในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาโอลาย ปลาทู สาหร่ายทะเลบางชนิด ปลาน้ำจืดที่มีไขมันสูง เช่นปลาสวาย และปลาช่อน ทั้งนี้ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้าง DHA เองได้ ดังนั้นเราต้องได้รับจากโภชนาการ

4.บลูเบอร์รี่ มีสาร Antioxidant (แอนตี้ออกซิแดนท์) เป็นสารอาหารที่อยู่ใน วิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินอี, เบต้าแคโรทีน, ซีลีเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Free Radical) มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยซ่อมแซมและชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น สามารถพบได้ในผักและผลไม้

5.MFGM (เอ็มเอฟจีเอ็ม) เป็นเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด ทำหน้าที่ช่วยสร้างปลอกไขมันหุ้มเส้นใยสมอง (Myelin Sheath) ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งสัญญาณประสาท และนับเป็นสารอาหารสำคัญที่พบมากใน “น้ำนมแม่” ทั้งนี้จากงานวิจัยล่าสุดโดย ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์เคลกฮอร์น ผู้อำนวยการสถาบัน Institute of Health & Biomedical Innovation for Child Health Research Centre of Queensland University of Technology ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ทำให้เราสามารถเติมนวัตกรรมสารอาหาร MFGM ในผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กได้ โดยจากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า เมื่อองค์ประกอบหลักใน MFGM ทำงานร่วมกับ DHA จะช่วยเสริมการเชื่อมต่อเซลล์สมองเพิ่มขึ้น ให้สมองทำงานเต็มที่ทั้งระบบ โดยงานวิจัยชี้ว่าทารกที่ดื่มนมที่เสริม MFGM จะพัฒนาทางด้านสติปัญญา และสมองใกล้เคียงกับเด็กที่ดื่มนมแม่ ดีกว่าทารกที่ดื่มนมสูตรปกติที่เพิ่มดีเอชเอเพียงอย่างเดียว และยังช่วยพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์อีกด้วย ทั้งนี้หลากหลายผู้เชี่ยวชาญระดับโลกให้การยอมรับและตื่นตัวกับการเติม MFGM ในผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็ก

ที่สำคัญสมองของเราพัฒนาได้สูงสุดตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ถึง 3 ขวบปีแรก เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองที่มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาทางสมองและพัฒนาการในอนาคต รู้อย่างนี้แล้วมาดูแลสมอง ด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์กันนะคะ

ฉลอง 100 ปีนิคอน ประมูลกล้องเพื่อผู้ป่วยโรคตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284880

ฉลอง 100 ปีนิคอน ประมูลกล้องเพื่อผู้ป่วยโรคตา

ฉลอง 100 ปีนิคอน ประมูลกล้องเพื่อผู้ป่วยโรคตา

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหารนิคอน เซลส์ ประเทศไทย มร.โทรุ มัตซึบาระ และ มร.โมโตฮิสะ ฮิดะ

นิคอน เป็นกล้องอันดับหนึ่งในใจตากล้องหลายคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือสมัครเล่น รวมทั้งมืออาชีพ ซึ่งวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมานิคอน มีอายุ 100 ปี ถือว่าเป็นแบรนด์กล้องถ่ายภาพที่มีอายุยาวนานแบรนด์หนึ่งของโลก บริษัท นิคอนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงจัดงาน Nikon 100thAnniversary Celebration“A Century of Light” เพื่อเฉลิมฉลองครบ 100 ปี ของการก่อตั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Century of Light” หรือการเดินทางของแสงตลอดหนึ่งร้อยปีที่ได้มีการรวบรวมแขกพิเศษ 100 คน ทั้งช่างภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทยพันธมิตรผู้คร่ำหวอดในแวดวงการถ่ายภาพ รวมถึงลูกค้าที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนิคอนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองก้าวต่อไปอย่างยิ่งใหญ่ของนิคอน ที่โรงแรมปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

ภายในงานมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของนิคอนรุ่นพิเศษที่หาชมได้ยากยิ่งอาทิ Nikon F2 with 250 ExposureMagazine back Al 50 f/1.2, NikonFA Gold, Nikon F2 25th AnniversaryLimited Edition และรุ่นสำคัญอื่นๆ ในประวัติศาสตร์อีกมากมาย ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากนักสะสมกล้องรุ่นใหญ่หลากหลายท่าน รวมถึงเลนส์ NIKKOR อีกหลากหลายรุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่นิคอนรังสรรค์ขึ้นมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษและความสนุกสนานให้แก่แขกร่วมงาน แทนคำขอบคุณที่ได้ให้การสนับสนุน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในค่ำคืนสำคัญ

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การจัดประมูลสินค้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ได้แก่ สายคล้องกล้องลิมิเต็ดอิดิชั่นของ NPS ผู้ประมูลได้คือ พงศ์ ศกุนตนาค และ Nikon D5รุ่นครบรอบ 100 ปี ตัวแรกในประเทศไทย โดย ชาญ เธียรกาญจนวงศ์เป็นผู้ประมูลได้ ด้วยยอดรวมทั้งหมดอยู่ที่ 595,000 บาท รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น จะนำไปมอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคตา

ทั้งนี้ บริษัทนิคอน เซลล์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มเปิดทำการในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2554 จนถึงปัจจุบัน ได้รับความไว้วางใจจากช่างภาพชาวไทยเป็นอย่างดีมาตลอด และในอนาคตต่อไปอีก 100 ปี นิคอน จะยังคงอยู่คู่กับผู้ที่รักและชื่นชอบการถ่ายภาพ และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดกล้องถ่ายภาพระดับโลกอย่างไม่หยุดยั้ง

สยามนิรมิต คุณแม่ชมฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284876

สยามนิรมิต คุณแม่ชมฟรี

สยามนิรมิต คุณแม่ชมฟรี

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
สยามนิรมิตสุดยอดการแสดง วิจิตร มหัศจรรย์ ฉลองวันแม่ คุณแม่เข้าชมการแสดงฟรี และพิเศษสำหรับคุณลูก รับส่วนลดทันที 50%สำหรับบัตรชมการแสดง “สยามนิรมิต” จากราคาปกติ สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่12 สิงหาคม 2560 ชมการแสดงในวันแม่ 12 สิงหาคมนี้เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-6499222,02-76335000 หรือคลิกที่ http://www.siamniramit.com หรือ https://www.facebook.com/adminsiamniramit

เซเลบฯยุคดิจิทัล เปิดตัวแอพฯใหม่ กิน-จ่าย-โอน ครบจบในหนึ่งเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284885

เซเลบฯยุคดิจิทัล เปิดตัวแอพฯใหม่ กิน-จ่าย-โอน ครบจบในหนึ่งเดียว

เซเลบฯยุคดิจิทัล เปิดตัวแอพฯใหม่ กิน-จ่าย-โอน ครบจบในหนึ่งเดียว

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี เปิดตัว “UOB Mighty” (ยูโอบี ไมท์ตี้) ครั้งแรกของแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือจากธนาคารที่รวมเอาฟังก์ชั่นด้านการธนาคารและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ทั้งกิน-จ่าย-โอน ครบจบในแอพฯเดียว พร้อมเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ทุกยี่ห้อของคุณให้เป็นกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถแตะเพื่อจ่าย (Contactless Payment) ได้ด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยสามารถใช้ได้ทั้งในประเทศและทั่วโลก ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ยุคดิจิทัล ชาคริตแย้มนาม, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน และอาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ง่ายและสะดวกขึ้น ด้วย UOB Mighty

นายยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ที่ติดตัวขาดไม่ได้ ธนาคารฯ ยังพบว่าตัวเลขการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศก็สูงเพิ่มขึ้นซึ่งเอื้อให้ผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน การธนาคาร และกิจกรรมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้จากบนโทรศัพท์มือถือ UOB Mighty จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของธนาคาร ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่รวมเอาฟังก์ชั่นด้านการธนาคารและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ทั้งกิน-จ่าย-โอน ครบจบในแอพฯเดียว”

ชาคริต แย้มนาม นักแสดงและกูรูด้านอาหาร เผยว่า “แอพพลิเคชั่น UOB Mighty ช่วยทำให้ชีวิตคนชอบทานอย่างใครหลายคนง่ายขึ้น ฟังก์ชั่น Dine & Dealในแอพฯนี้จะช่วยให้เราค้นหาร้านอาหารดีๆที่อยู่รอบตัวเรา เวลาที่เสร็จงานจากที่ไหนก็สามารถกดค้นหาร้านอาหารดังแถวนั้นได้เลย ซึ่งความพิเศษของแอพพลิเคชั่นนี้ ก็คือก่อนที่เราจะเลือกร้าน เราสามารถเข้าไปดูรีวิวของร้านได้ โดยรีวิวต่างๆ นี้ ก็จะเป็นรีวิวของผู้ที่ได้ลองทานจริงและจ่ายจริงผ่านบัตรยูโอบีดังนั้น ทุกรีวิวที่เกิดขึ้นเชื่อถือได้ สามารถกดจองผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ในแอพพลิเคชั่น UOB Mighty ก็ยังรวบรวมดีลที่มีทั้งส่วนลด และโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายไว้ให้กับผู้ใช้แอพพลิเคชั่นอีกด้วย”

มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน เผยว่า“Mighty Pay จะช่วยทำให้การช็อปปิ้งง่ายดายยิ่งขึ้น เพราะปกติในกระเป๋าของผู้หญิงทุกคน ต้องมีทั้งบัตรประชาชน บัตรเมมเบอร์ บัตรส่วนลด บัตรเครดิต บัตรเดบิต และอีกสารพัดบัตร ซึ่งบัตรเหล่านี้ก็จะทำให้กระเป๋าเล็กๆ ของเราบวมขึ้นมาทันที แต่พอมีแอพพลิเคชั่น UOB Mighty เพียงแค่เพิ่มบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ไว้ในแอพพลิเคชั่น UOB Mighty ซึ่งเวลาจ่ายก็ไม่ต้องมารื้อกระเป๋าเพื่อหาบัตร แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเลือกบัตรแค่นี้มิวก็พร้อมที่จะจ่ายแบบ Tap and go กับContactless Payment ได้ทันที”

อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ พิธีกรมากความสามารถ ร่วมแชร์ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ผ่านแอพพลิเคชั่น UOB Mighty ว่า “ชีวิตการทำงานของนักแสดงและพิธีกรจะไม่สามารถบริหารเวลาได้และยังทำงานไม่เป็นที่ด้วย แต่แอพพลิเคชั่น UOB Mighty ทำให้หมดกังวล เพราะเรื่องธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดอยู่ที่ปลายนิ้วของเรา ด้วยฟังก์ชั่น Bank สามารถจัดการกับการโอน จ่ายบิล จ่ายค่าบัตรเครดิตง่ายๆ และที่สำคัญมั่นใจในเรื่องระบบความปลอดภัยได้แน่นอน”

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่น UOB Mighty มีหน้าจอสัมผัสที่ง่ายต่อการใช้งาน สะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทั้งจ่ายบิลและโอนเงิน นอกจากนี้ ในส่วนของฟังก์ชั่น “กิน” ลูกค้าสามารถค้นหา จอง พร้อมรีวิวร้านอาหารจำนวนกว่า 1,000 ร้านค้า ในประเทศไทย โดยรองรับทั้งแพลตฟอร์มไอโอเอสและแอนดรอยด์ รวมถึงรองรับ Touch ID ด้วย

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่นUOB Mighty ได้แล้วที่ Google Play Store และ Apple Store สมาร์ทโฟนระบบAndriod ตั้งแต่เวอร์ชั่น 5.0 ขึ้นไป สามารถใช้งาน UOB Mighty ได้ทั้งฟังก์ชั่น Bank, Dine&Deal และ Pay สำหรับลูกค้า iphone เวอร์ชั่น 8 ขึ้นไป สามารถใช้งานฟังก์ชั่น Bank และ Dine&Deal ได้แล้ววันนี้

SACICT เสริมสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ สืบทอดงาน จากทายาทช่างศิลปหัตถกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284911

SACICT เสริมสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ สืบทอดงาน จากทายาทช่างศิลปหัตถกรรม

SACICT เสริมสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ สืบทอดงาน จากทายาทช่างศิลปหัตถกรรม

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อัมพวัน พิชาลัย ผอ. SACICT, อรนุช โอสถานนท์ อดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน เพลิน Craft ครั้งที่ 1 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ณ ลานควอเทียร์ อเวนิวศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เพื่อเร่งเดินหน้าส่งเสริมและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ดันคนรุ่นใหม่สืบสานงานช่างศิลปหัตถกรรม จากการร้อยลูกปัดชุดมโนราห์ต่อยอดเป็นเครื่องประดับและของตกแต่งบ้านสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสวยงาม

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศกล่าวว่า  SACICT เชื่อว่าคุณค่า และความงดงามของหัตถศิลป์ไทย สามารถประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตได้เสมอ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มคุณค่างานหัตถศิลป์ให้ร่วมสมัยกับชีวิตและความต้องการปัจจุบัน โดยดำเนินการผลักดันให้ SACICT เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และส่งเสริมการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้เกิดความร่วมสมัยเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยจะเห็นได้จากงาน “SACICT เพลิน Craft” ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัว พนักงานบริษัทนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่มาร่วมประดิษฐ์งานศิลปหัตถกรรม และเลือกซื้อชิ้นงานกลับไปเป็นของขวัญและของที่ระลึกอาทิ งานจักสานใบลาน งานร้อยลูกปัดมโนราห์ งานเซรามิก เครื่องประดับเงิน-หิน และเครื่องปั้นดินเผา

เนติพงศ์ ไล่สาม

เนติพงศ์ ไล่สาม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 เจ้าของผลงานร้อยลูกปัดมโนราห์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เล่าว่า จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และได้ผันตัวเองจากการทำงานในบริษัทสถาปนิกในกรุงเทพมหานครกว่าสองปี เดินทางกลับสู่บ้านเกิดที่จังหวัดสงขลา ค้นหาอาชีพใหม่ที่จะเริ่มทำจากตัวเอง จนได้พบงานศิลปหัตถกรรมที่ทรงคุณค่าจากบ้านของตัวเองที่มีคุณป้าเป็นผู้ร้อยเรียงเครื่องประดับสำหรับตกแต่งชุดมโนราห์มากว่าสี่สิบปี เนติพงศ์ใช้เวลาไม่นานทำการศึกษาและหัดร้อยลูกปัด ผนวกกับความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ทำให้เกิดความคิดเป็นระบบ กล่าวคือ เมื่อพบว่า งานลูกปัดมโนราห์เป็นงานที่ต่อยอดไปในผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง จึงลงมือสำรวจวัตถุดิบและเรียนรู้ในการร้อยลูกปัดตามแบบโบราณ ขณะเดียวกันมีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ใหม่ๆ เช่น การร่างแบบ การทำกราฟิกภาพ การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ อาทิ ต่างหูขนาดต่างๆ กระเป๋าถัก ที่รองแก้ว รองขวด ตลอดจนกรงนกเขาหลายขนาด จากนั้นใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ด้วยการใช้ Facebook ในชื่อ เนติพงศ์ ไล่สาม https://www.facebook.com/pombankhao เป็นช่องทางในการนำเสนองานสู่คนรุ่นใหม่

เนติพงศ์ กล่าวต่อว่า “หากคนเราใช้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สั่งสมมา แบบที่คุณป้าของผมทำงานร้อยลูกปัดเครื่องประดับมโนราห์มาตลอดชีวิต ผมแค่นำเอาองค์ความรู้ด้านช่างหัตถศิลป์มาต่อยอด ดัดแปลงให้เข้ากับความรู้ความต้องการที่ผมมี และการศึกษาตลาดของคนรุ่นใหม่ ที่มีความชอบความต้องการที่ไม่เหมือนแบบที่คุณป้าร้อยลูกปัดสมัยก่อน เพราะผมเห็นคุณป้าร้อยลูกปัดเป็นพวงกุญแจเล็กๆ ผมคิดต่อยอดทำเป็นต่างหู จากนั้นก็พัฒนาจนมีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง ความภาคภูมิใจของผมคือ สามารถสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของคนสงขลาในการทำลูกปัดมโนราห์ด้วยมือทุกชิ้น ถือเป็นงานหัตถศิลป์ที่สวยงามทรงคุณค่า ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับผมและครอบครัว ผมสามารถทำในสิ่งที่ผมรักและอยู่ร่วมกับชุมชนบ้านเกิดของผมได้อย่างยั่งยืน

สำหรับบรรยากาศในงาน ได้รับความสนใจ จากคนในวัยทำงาน ที่อยู่ในเมือง เป็นอย่างยิ่ง โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมลงมือทำหัตถกรรม (Hands on Experience) ทั้ง 15 ชนิด กิจกรรมที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ งานตัดกระดาษรังผึ้ง งานเพ้นท์เสื้อลายบาติก และงานเย็บโมบายผ้าปลาตะเพียนด้วยเพราะเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน ได้ใช้เวลากับครอบครัว ประกอบกับเป็นงานใกล้ตัวที่เคยเห็นตอนเด็กๆ ด้วย

อัมพวัน ยังกล่าวต่อไปอีกว่า หากใครพลาดชมงาน “SACICT เพลิน Craft” ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะ SACICT จะมีการจัดงานในครั้งต่อไปในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร ระหว่างวันที่31 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2560 ที่วัดมหาธาตุ ระหว่างวันที่ 2-3 กันยายน 2560 วันพระศรีสรรเพชญ์ ระหว่างวันที่9-10 กันยายน 2560 และวัดไชยวัฒนารามระหว่างวันที่ 16-17 กันยายน 2560 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางสายด่วน 1289

‘TOYOTA Expo 2017’ 55 ปี ที่โตโยต้า เติบโตเคียงคู่สังคมไทย ภายใต้นิยาม ‘ขับเคลื่อนความสุข’ โชว์นวัตกรรมใหม่ พร้อมเรื่องราวของโลกยานยนต์ของโตโยต้า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284872

‘TOYOTA Expo 2017’ 55 ปี ที่โตโยต้า เติบโตเคียงคู่สังคมไทย ภายใต้นิยาม ‘ขับเคลื่อนความสุข’ โชว์นวัตกรรมใหม่ พร้อมเรื่องราวของโลกยานยนต์ของโตโยต้า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

‘TOYOTA Expo 2017’ 55 ปี ที่โตโยต้า เติบโตเคียงคู่สังคมไทย ภายใต้นิยาม ‘ขับเคลื่อนความสุข’ โชว์นวัตกรรมใหม่ พร้อมเรื่องราวของโลกยานยนต์ของโตโยต้า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บ.โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกก.ผจญ. บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน มี พรชัย ตระกูลวรานนท์ ผช.รัฐมนตรีประจำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผช.รัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม, พล.อ.ณัฐติพล กนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะ กก. บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานราชการ ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ในโอกาสครบรอบ 55 ปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของโตโยต้า“TOYOTA Expo 2017” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของโตโยต้ากับประเทศไทยตลอด55 ปี รวมถึงการแสดงเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตในอนาคต ภายใต้แนวคิด“The Future is Here” โดยได้รับเกียรติจาก มร.มิจิโนบุซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย ดร.อุตตมสาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งภายในงานมี พรชัยตระกูลวรานนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ธีระพงษ์ รอดประเสริฐผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม, พล.อ.ณัฐติพลกนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานราชการ,บริษัทในเครือผู้ผลิตชิ้นส่วน, ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ ห้องรอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5สยามพารากอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม 2560

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เผยว่า “เรามีความตั้งใจจริงที่จะจัดแสดงเทคโนโลยีอันก้าวหน้าล้ำสมัย ซึ่งจะผสานทั้งนวัตกรรมที่เหนือระดับและเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความพยายามที่จะเชื่อมโยงวิถีชีวิตของมนุษย์กับเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน อันจะนำมาสู่สังคมแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากปรัชญาการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าที่ว่า “เราจะเติบโตไปพร้อมกับสังคมที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ” ทุกวันนี้เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากมายรอบด้าน โตโยต้าจึงพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในอนาคตด้วยการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งเเวดล้อม ซึ่งภายในงานเราเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมได้สัมผัสประสบการณ์แห่งเทคโนโลยีที่เหนือระดับ ตลอดจนระบบโครงสร้างในสังคมและวิถีชีวิตแห่งโลกอนาคตรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่สังคมเผชิญอยู่ อันแสดงให้เห็นว่าโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสู่สังคมไทย”

ดร.อุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บ.โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกก.ผจญ. บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “TOYOTA Expo 2017”

บรรยากาศภายในงานแบ่งออกเป็นโซน อาทิ โซนความสุขของคนไทยใต้ร่มพระบารมี,โซนสังคมแห่งความยั่งยืน นำเสนอประวัติการดำเนินธุรกิจ รวมถึงหลักการสำคัญที่เป็นรากฐานทางธุรกิจของโตโยต้า ตลอดระยะเวลา 55 ปี ที่ผ่านมา อาทิ ปรัชญาของโตโยต้า, ระบบการผลิตระบบโตโยต้าและโครงการโตโยต้าชุมชนพัฒน์, โรงงานแห่งความยั่งยืนและโครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว, โครงการถนนสีขาวและโครงการสาทรโมเดล, โซนขับเคลื่อนความสุขสู่โลกอนาคต นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ของโตโยต้า ผ่านเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้พลังงานจากฟอสซิล สู่เครื่องยนต์ระบบไฮบริดที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ต่อเนื่องไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ใช้พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสุดที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอันล้ำสมัย เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปปลอดภัย มั่นใจลดโอกาส และความสูญเสียในการเกิดอุบัติเหตุทางจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำเสนอระบบการเดินทางทางเลือก เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มช่องทางการเดินทางในระยะสั้น ผ่านระบบ “Ha:mo” และแอพพลิเคชั่นค้นหาที่จอดรถ “Park & Go” เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต และลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมเมือง โดยจะเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกในประเทศไทยภายในปีนี้ รวมถึงความล้ำสมัยในการเชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอบตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน, โซนนวัตกรรมการบริการล้ำสมัย นำเสนอรูปแบบการให้บริการแบบล้ำสมัย ซึ่งประกอบไปด้วยนวัตกรรมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการให้บริการของพนักงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงระบบการให้บริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการแบบพิเศษเหนือความคาดหมาย

ทั้งนี้ งาน “Toyota Expo” ในกรุงเทพฯจะจัดขึ้นวันนี้-วันที่ 13 สิงหาคมนี้ ส่วนระดับภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2-10 กันยายน ณ เซ็นทรัลพลาซา จ.ขอนแก่น, ภาคเหนือ 14-21 กันยายน ณ เซ็นทรัลพลาซา แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่, ภาคใต้30 กันยายน-8 ตุลาคม ณ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่จ.สงขลา

ดร.อุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บ.โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกก.ผจญ. บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และคณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพ

(จากซ้ายแถวหน้า) วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์, พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์, พล.อ.ณัฐติพล กนกโชติ, พรชัย ตระกูลวรานนท์, Keiji Yamamoto, นินนาท ไชยธีรภิญโญ, ดร.อุตตม สาวนายน, Michinobu Sugata, Tatsuro Takami, Hideo Fukushima, ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ, จตุพร บุรุษพัฒน์, บุญเลิศ ธีระตระกูล, ฉัตรชัย ทวีสกุลวัชระ (จากซ้ายแถวหลัง) ผรณเดช พูนศิริวงศ์, วิลักษณ์ โหลทอง, เอกฤทธิ์ บุญปิติ, ประชา เหตระกูล, เจน นำชัยศิริ, กลินท์ สารสิน, ประมนต์ สุธีวงศ์, คาร์ล ออพเพนบอร์น, Taro Umemura, Soji Sakai, เขมทัตต์ พลเดช, ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์, จรวย ขันมณี, พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ, ปกรณ์ พงศ์วราภา

ดร.อุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม,นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะ กก. บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ชมนิทรรศการภายในงาน

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บ.โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกก.ผจญ. บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร สุรภูมิ อุดมวงศ์ ผช.กก.ผจญ. วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกก.ผจญ. และแขกผู้มีเกียรติ วัชร วัชรพล ประธานกก.บริหาร บจ. ทริปเปิล บรอดคาสท์, จรวย ขันมณี ประธานกก. บจ. ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป, ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บจ.สื่อสากล และ ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กก.ผจก.บจ.นสพ.แนวหน้า

เขมทัตต์ พลเดช กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท, เอกฤทธิ์ บุญปิติ กก.ผจญ.บจ. โพสต์ พับลิชชิง,วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกก.ผจญ.บ.โตโยต้า มอเตอร์, ประชา เหตระกูล ประธานกก.บจ. สี่พระยาการพิมพ์, ปกรณ์ พงศ์วราภา ประธานกก.บริหารและกก.ผจก.บมจ.จีเอ็มมัลติมีเดีย, พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ บก.บห.บ.ออโต้คาร์ แมกกาซีน