หวานไม่หยุด!’ศรราม-นิโคล’ โพสต์คลิปรวมรูปคู่ใส่เพลง’หัวใจที่ตามหา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292642

หวานไม่หยุด!'ศรราม-นิโคล' โพสต์คลิปรวมรูปคู่ใส่เพลง'หัวใจที่ตามหา'

หวานไม่หยุด!’ศรราม-นิโคล’ โพสต์คลิปรวมรูปคู่ใส่เพลง’หัวใจที่ตามหา’

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.38 น.

17 ก.ย.60 นับวันความหวานของคู่นี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน สำหรับนักร้องสาว “นิโคล เทริโอ”และหวานใจ “หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์” ที่ก่อนหน้านี้ สาวนิโคลได้ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล โดยมีศรรามคอยเฝ้าไม่ห่าง พร้อมโพสต์รูปหวานอัพเดตอาการให้แฟนคลับได้ฟินกันถ้วนหน้า

ล่าสุด ศรรามได้โพสต์วิดีโอสุดน่ารักที่มีการรวมรูปตนและสาวนิโคลใส่ไว้ในคลิป โดยมีเพลง “หัวใจที่ตามหา” เป็นเพลงประกอบ งานนี้เรียกได้หวานกันน้ำตาลยังจืด แฟนๆ ไม่อิจฉาตาร้อนทนไหว

 

https://www.instagram.com/p/BZG3CI0BCm-/

https://www.instagram.com/p/BZDzPT0BLrr/

https://www.instagram.com/p/BZEUYGbBmfR/

https://www.instagram.com/p/BZF0O8CB51U/

https://www.instagram.com/p/BYxxlBIhVUL/

https://www.instagram.com/p/BXypAcehfMr/

https://www.instagram.com/p/BU1uONLBLvQ/

‘อาจารย์คฑา’ จัดโครงการ ‘เก๋ายกก๊วนชวนเที่ยวไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292453

‘อาจารย์คฑา’ จัดโครงการ ‘เก๋ายกก๊วนชวนเที่ยวไทย’

‘อาจารย์คฑา’ จัดโครงการ ‘เก๋ายกก๊วนชวนเที่ยวไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับอาจารย์คฑา ชินบัญชรนักพยากรณ์ไพ่ยิปซีและฮวงจุ้ยชื่อดังและโรงเเรมที่พักทั่วทุกภูมิภาค จัดกิจกรรมชวนท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง กับโครงการ “เก๋ายกก๋วน ชวนเที่ยวไทย” เชิญชวนครอบครัววัยเก๋าเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาถือเป็นการสร้างความสุขให้ทุกครอบครัวและกลุ่มพ้องเพื่อนได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ ทบทวนความสนุกสนานที่เคยผ่านมา เสมือนได้ย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกให้กับวัยเก๋าอีกครั้ง โดยมีกติกาการร่วมสนุกดังนี้ เพียงถ่ายภาพครอบครัวหรือภาพถ่ายท่องเที่ยวที่มีวัยเก๋าร่วมเดินทางด้วยกันที่ใดก็ได้ พร้อมพิมพ์ ชื่อนามสกุล/ เบอร์โทรศัพท์/ ระบุสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ไปมา ผ่านทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ หรือเว็บไซต์ ได้ตั้งเเต่ วันนี้-30 กันยายน 2560 เพื่อลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน, ห้องพักฟรี และของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท จากผู้สนับสนุนหลักมากมาย อาทิ โรงเเรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป, โรงเเรมซันบีมพัทยา, โรงเเรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ทแอนด์สปา เชียงใหม่, สายการบินเเอร์เอเชีย, ภัตตาคารอาหารฮองมิน, Sixt rent a carและ Hotelsthailand.com

‘อี๊ด โปงลาง-ลำไย ไหทองคำ’ ชวนไปม่วนแบบอีสานแท้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292466

‘อี๊ด โปงลาง-ลำไย ไหทองคำ’ ชวนไปม่วนแบบอีสานแท้

‘อี๊ด โปงลาง-ลำไย ไหทองคำ’ ชวนไปม่วนแบบอีสานแท้

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทัพศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง อาทิ เพชร-สหรัตน์, ธัญญ่า อาร์สยาม, ป๊อปปี้ ไมค์ทองคำ, นัท-มาลิสา ไมค์ทองคำ,ลำไย ไหทองคำ, อาร์ม-ชุติมาและ เต๋า-ภูศิลป์ ร่วมด้วย อี๊ด โปงลางสะออน เชิญชวนแฟนๆ ไปม่วน ไปช็อป ไปอร่อยแซ่บนัวกับบรรยากาศอีสานของแท้ในงาน “มหกรรมของดีอีสานกลาง” Central E-SanFestival 2017 โดย นายภิญโญ ประกอบผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ภายใต้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รวบรวมร้านดังไว้มากถึง 300 บูธที่ Exhibition Hall 7 อิมแพค เมืองทองธานี

Hollywood stars : 17 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292452

Hollywood stars : 17 กันยายน 2560

Hollywood stars : 17 กันยายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

O บรรดาคนดังทั้ง ลินด์ซีย์ โลแฮน, วาเนสซา ฮัดเจนส์, นาโอมิ แคมป์เบล, คิม คาดาร์เชียน และอีกนับสิบ ถูกองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Truth in advertising ที่คัดค้านการโฆษณาหลอกลวง เรียกร้องให้พวกเขาและเธอเปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทนเพื่อแอบแฝงการโปรโมทสินค้าผ่านอินสตาแกรมหรือเปล่า เนื่องจากมองว่า ดาราเหล่านี้คือผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ โดยดาราเหล่านี้ จะต้องชี้แจงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวแก่คณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ จนถึงตอนนี้ ดาราที่ได้รับจดหมายแจ้งก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมชี้แจงถึงเรื่องนี้ต่อสื่อแต่อย่างใด อินสตาแกรมเป็นสื่อโซเชียลที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook ในช่วงปีหลังๆ นี้ เป็นที่จับตาอย่างมากว่า ดาราหลายคนมักจะใช้อินสตาแกรม เป็นช่องทางในการแฝงโฆษณาสินค้าโดยที่ดารามักไม่ยอมเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับเจ้าของสินค้า

O กองทัพดาราดังระดับโลก ทั้ง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, เจมี ฟอกซ์, ทอม แฮงค์, จอร์จ คลูนีย์, จูเลีย โรเบิร์ต และอีกเพียบ รวมพลังในการเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันบริจาคเงินผ่านรายการถ่ายทอดสดการกุศล Hand in Hand เพื่อนำไปช่วยบรรเทาทุกข์แด่ผู้ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในสหรัฐ ที่ถูกพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ และเออร์มาถล่มอย่างหนักในเวลาไล่เลี่ยกัน จนมีผู้เสียชีวิตถึง 82 คน ดาราแต่ละคนถ้าไม่มาช่วยรับโทรศัพท์ ก็จัดโชว์มาสร้างความบันเทิง รวมถึงคอยเป็นกำลังใจให้ชาวอเมริกันที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ว่ายังไงเพื่อนร่วมชาติก็ไม่ทอดทิ้งกันอยู่แล้ว จนท้ายที่สุด รายการถ่ายทอดสดการกุศล Hand in Hand ก็สามารถรวบรวมเงินบริจาคจากผู้ใจบุญได้สูงถึง 14 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 490 ล้านบาท

O เฟอร์กี้ นักร้องสาวมั่นวัย 42 ปีแห่งวง Black Eyed Peas ประกาศแยกทางกับ จอช ดูฮาเมล สามีนักแสดงสุดหล่อวัย 44 ปี หลังใช้ชีวิตคู่กันมานานถึง 8 ปี โดยคู่รักที่กลายเป็นคู่ร้างออกแถลงการณ์ร่วมกันว่าพวกเขาตัดสินใจที่จะแยกทางใครทางมันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพียงแต่เก็บเงียบเอาไว้ เพื่อขอเวลาในการปรับตัว ก่อนเผยความจริงกับทุกคน ถึงอย่างนั้น เฟอร์กี้ และจอช ก็ยังคงจะเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป แน่นอนว่าเรื่องนี้ถือเป็นข่าวช็อกของแฟนๆ เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีข่าวลือว่า เฟอร์กี้ ตั้งท้องลูกคนที่ 2 อยู่เลย เฟอร์กี้ และ จอช พบรักกันจากการที่ เฟอร์กี้ ไปออกรายการของ จอช เมื่อปี 2004 จากนั้นความรักของเบ่งบานจนทั้งสองคนตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อปี 2009 ทั้งยังมีลูกชายวัย 4 ขวบ เอ็กเซลมาเป็นพยานรักอีกด้วย

O ชัยชนะของดาราตลกร่างอวบ เรเบล วิลสัน จากหนังดัง Pitch Perfect ที่ยื่นฟ้องร้องสื่อยักษ์ใหญ่ Bauer Media ซึ่งไปตีข่าวว่า เรเบล เป็นพวกหลอกลวง ไม่เพียงโกงอายุ แต่ยังเล่าเรื่องโกหกออกสื่อ จนทำให้นักแสดงสาวแดนจิงโจ้เสื่อมเสียชื่อเสียง และชวดงานไปหลายงาน ทั้งที่คำกล่าวหาต่างๆ ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย ล่าสุด ศาลสูงของรัฐวิคทอเรียของออสเตรเลีย ก็ตัดสินให้ทาง Bauer Media ต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ดาราสาวเป็นเงิน 4.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 120 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่สูงที่สุดในคดีหมิ่นประมาทของออสเตรเลียเลยทีเดียว

O นางเอกออสการ์ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายโปรโมทหนังเรื่องใหม่ Mother ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี.ของเมืองผู้ดีทำนองว่า บางทีการที่สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ อย่างการถูกพายุเฮอร์ริเคนถล่มหนัก อาจจะเป็นบทลงโทษจากการเลือก โดนัลด์ ทรัมป์ มานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี งานนี้ลิ่วล้อของทรัมป์จึงออกมาโจมตีเธออย่างหนักผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถึงขั้นประสานเสียงว่าจะไม่ติดตามผลงานของสาวเจลอว์ต่อไปเลยทีเดียว ขณะที่เจ้าตัวยังคงนิ่ง ไม่ออกมาตอบโต้แต่อย่างใด

O นิโกลัส แวน วาเรนเบิร์ก ลูกชายวัย 21 ปีของพระเอกนักบู๊ฌอง คลอด แวน แดม ถูกตำรวจจับกุมตัว หลังเขาเอามีดจ่อคอเพื่อนร่วมห้องที่อพาร์ทเมนในเมืองฟีนิกซ์ แถมตำรวจยังพบกัญชาและอุปกรณ์การเสพให้ห้องพักของเขาอีกด้วย ก่อนที่หนุ่มนิโกลัสจะได้รับการประกันตัวออกไปด้วยวงเงิน 10,000 ดอลลาร์ สำหรับนิโกลัส เป็นลูกชายคนเล็กของฌอง คลอด แวน แดม ที่เคยแสดงในหนังแอ๊กชั่นหลายเมื่อช่วงยุค 80 และ 90

‘อั้ม-อธิชาติ’ ตื่นเต้นทำเซอร์ไพรส์มาดกัปตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292459

‘อั้ม-อธิชาติ’ ตื่นเต้นทำเซอร์ไพรส์มาดกัปตัน

‘อั้ม-อธิชาติ’ ตื่นเต้นทำเซอร์ไพรส์มาดกัปตัน

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตที่เคลียร์คิวมาร่วมงานเปิดตัว “ไทย แอร์เวย์ & เอมแบ็ซซิ ดีพโละแม็ท สกรีน เอค’ควิซิท วิท แอท เอ็กซ์คลูซีฟ มูฟวี่” ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน จัดงานเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ ในการร่วมเปิดประสบการณ์บันเทิงเหนือระดับ ให้กับกลุ่มสมาชิกรอยัลออร์คิดพลัส ณ โรงภาพยนตร์เอ็มบาส-ซี ดิโพลแมทสกรีน โดยงานนี้มี ไบรอัน ฮอลล์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วย จิตติมา อุทัยเฉลิม ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจรอยัลออร์คิดพลัส ได้ร่วมกันต้อนรับสมาชิกรอยัลออร์คิดพลัส ที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, จิตรลดา ดิษยนันทน์, สตางค์-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์, นีรนาท เผ่าสวัสดิ์, แดน เหตระกูล, อรอุมา ดุรงค์เดช, พิธา-ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์, มลลิกา เรืองกฤตยา ฯลฯ พร้อมดารารับเชิญ “อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์” ที่มาร่วมเปิดประสบการณ์ชมภาพยนตร์ระดับ 6 ดาว

Star Retro : ‘อี๊ด’ สำราญ ช่วยจำแนก รอเวลาทลายกำแพงความกล้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292477

Star Retro : ‘อี๊ด’ สำราญ ช่วยจำแนก รอเวลาทลายกำแพงความกล้า

Star Retro : ‘อี๊ด’ สำราญ ช่วยจำแนก รอเวลาทลายกำแพงความกล้า

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถือว่าเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แถมยังเป็นที่นิยมชมชอบของมิตรรักแฟนเพลงมาโดยตลอดซึ่งไม่มีใครไม่รู้จักกับ “อี๊ด วงฟลาย” หรือ “สำราญ ช่วยจำแนก” เจ้าของเอกลักษณ์ หัวโล้น แว่นตาดำ ผู้มีลีลาการร้องเฉพาะตัว วันนี้ในวัย 53 ปี อี๊ดยังมีพลังงานและเชื้อไฟร็อกที่เหลือล้น ตะลอนทัวร์คอนเสิร์ตร้องเพลงมอบความสุขให้แฟนๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ไม่มีขาดตกบกพร่อง เมื่อมีโอกาสพบเจอ จึงต้องขอจับเข่าเม้าท์ อัพเดทเรื่องราว

เส้นทางก้าวสู่ “อี๊ด ฟลาย”

ตอนนั้นเล่นอยู่ที่ Hollywood ผับ เป็นช่วงที่ปรับตัวเล่นเพลงที่เป็นสไตล์ร็อก แนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อกกำลังเข้ามาใหม่ๆ มีเพลงของ Green Day, Nirvana เพลงต่างๆ เหล่านั้น เราเอามาร้องแล้วก็เอามาเล่นกันก็เกิดเป็นเพอร์ฟอร์มขึ้นมา คือจะเห็นตัวตนเราชัดเจนเวลาเราเล่นดนตรีถ่ายทอดออกไป แล้วก็เกิดภาพๆ หนึ่งขึ้นมา ข่าวสารต่างๆ ก็ไปถึงคนทำธุรกิจเพลงในค่ายแกรมมี่ ซึ่งผู้ใหญ่ก็เข้ามาดู เสร็จแล้วก็เรียกไปคุยกัน และได้พบกับพี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์) แล้วก็เข้าสู่วงการเพลงจริงๆ จังๆ

ชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ

ผมเริ่มเล่นดนตรีอาชีพตอนประมาณอายุ 19 ปี ตอนแรกเล่นดนตรีหลายชิ้น เริ่มเล่นกลอง คีย์บอร์ด แต่พอช่วงหลังๆ ทำวงก็ออกมาร้องนำ ผมเป็นคนที่ชอบฟังเพลงนะ ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เวลาเราฟังก็จะได้ยินเสียงกลอง ได้ยินจังหวะต่างๆ ก็เลยได้เล่นกลองเป็นไปด้วย การเป็นนักร้องจริงๆ เหนื่อยนะครับ เพราะนักร้องใช้แรงเต็มๆ อย่างเดียว ต้องดูแลตัวเอง ต้องแข็งแรงมากๆ ผมเองไม่เคยเรียนร้องเพลงเลยตั้งแต่ไหนแต่ไรเรียนรู้ด้วยการก๊อบปี้ เพลงสากลเพลงร็อก เพลงป๊อป ช่วงที่เรายังไม่ได้ออกอัลบั้มก็ก๊อบปี้คนอื่นมาตลอด แล้วช่วงหลังมีไปเรียนนิดหนึ่งเพื่อเอาความรู้ในภาคทฤษฎี (หัวเราะ)

เข้าสู่รูปแบบศิลปินเต็มขั้น

เราได้ทำงานที่เรารัก เราได้ใช้ทักษะที่เราได้เรียนรู้มาทั้งหมดที่ผ่านมาหลายๆ ปีในแนวเพลงทุกๆ แนวเราก็ปรับตัวเอามาใช้ในงาน เวลาบันทึกเสียง ทำเอ็มวี หรือทำอะไรก็ตาม กับพี่ๆ ผู้ใหญ่คนที่มีประสบการณ์ เราก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ เหล่านั้นมาเรื่อยๆ ชีวิตก็ดีขึ้น อย่างน้อยเราก็มีอาชีพที่มีคนรู้จักเรา พวกเราโชคดีนะ เพราะเวลาเราไปที่ไหนคนรอที่จะฟังเพลงเรา ไม่ต้องเรียกเขามาฟังเพลง แค่เราไปปรากฏตัวแล้วก็ร้องเพลงให้เขาฟัง แค่นั้นก็มีความสุข

แนวเพลงที่ถนัด

ก่อนหน้าผมก็ร้องเพลงร็อกเป็นหลักแต่ในช่วงที่ยังไม่ได้ออกอัลบั้มของตัวเอง เราร้องเพลงทุกแนวเลย สะเปะสะปะหาแนวถนัดของตัวเองไปเรื่อยๆ อยู่พักหนึ่ง จนรู้ว่า เฮ้ยจริงๆ แล้วเราชอบ “ร็อก” เราไม่จำเป็นที่จะต้องร้องไปวันๆ เพื่อตามใจคนฟัง แล้วเราไม่มีตัวตนฉะนั้นพอเราไม่มีตัวตนอาชีพนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับเราอย่างยั่งยืน ก็เลยหันกลับมาสร้างสิ่งที่เราชอบดีกว่า ก่อนหน้านั้นก็คร่ำหวอดอยู่หลายที่ครับ ไม่ว่าจะเป็นในล็อบบี้โรงแรม ร้านอาหาร ผับ คือร้องเพลงหลากหลายมาก ทั้งเพลงไทย สากล ก็เลยได้มีโอกาสเลือกเพลงที่ชอบและปรับตัว ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วว่าชอบเพลงแนวร็อกก็เลยพยายามทำและถ่ายทอดออกไปให้ได้มากที่สุดจนเกิดเป็นตัวตนเราขึ้นมา

อัลบั้มชุดแรกตอนวัยเลข 3

ตอนนั้นชุดแรกที่ออก ผมอายุ 31 ปี ซึ่งส่วนตัวไม่เคยคิดจะออกอัลบั้มใดๆ เลยนะ ใฝ่ฝันแค่ว่า เวลาเราได้เล่นดนตรีแล้วเรามีความสุขแค่นั้นเอง เป้าหมายสูงสุดทางดนตรีที่คิดไว้ตอนนั้นคือ ไม่มี ไม่ได้คิด แต่ว่าเส้นทางก็พาเราเดินไปเอง เพราะความรัก พอเรารักเราก็ทำเต็มที่

เลือดศิลปิน

มาเองตามเส้นทางนะผมว่า เมื่อเราทำๆ และทำในสิ่งที่เราชอบ แล้วเราก็พัฒนา ก็เป็นเส้นทางที่จะถูกขยายต่อของมันไปเองแหละ ซึ่งอัลบั้มแรกก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทำให้คนรู้จัก วงฟลาย จากเพลงใบไม้ ผมว่าสิ่งที่สื่อชัดเจนให้คนรู้จักวง ฟลาย ก็คือตัวเนื้อหาของเพลง ความเปรียบเทียบ เปรียบเปรย ภาษาของเพลงที่สวยงาม แล้วตัวตนเราแค่เป็นส่วนประกอบหนึ่งอยู่ตรงนั้น ทำให้คนก็จำภาพลักษณ์ของเราได้ แต่สำคัญที่สุดคือตัวเพลง ซึ่งหลักๆ ฟลาย มีอัลบั้มไม่ได้เยอะที่เห็นก็จะมี Fly 12 ปีก, Fly แมลงเพลง, Fly 2 K, Flyman และ Modifly ส่วนของผมเองก็จะมีอัลบั้มพิเศษเดี่ยวของตัวเองด้วย รวมไปถึงอัลบั้มเพลงประกอบละครอะไรต่างๆ บ้าง

ทรงผมกับภาพจำของแฟนๆ

ปกติไม่ได้เป็นแบบนี้นะ ช่วงแรกๆ ก่อนจะออกอัลบั้ม ไม่ได้โกนหัวมาก่อน ที่ได้ทรงนี้มาก็เพราะเป็นช่วงสกินเฮดดัง โปรโมเตอร์ก็แนะแนวมาว่าโกนหัวไหมเราก็เลยบอกว่าได้สิ แล้วก็ลองเทสต์ดู แล้วโอเคได้ ผมเองก็ไม่ติดอะไร หลังจากนั้นก็เป็นแบบนี้มาตลอด ผมไม่เคยคิดอยากจะมีผมเลยนะหลังจากนั้น (หัวเราะร่วน) ตอนนี้เราชินกับความเป็นตัวตนแบบนี้แล้วล่ะ

ยุคทองของ ฟลาย

อัลบั้มชุดแรกวงฟลายประสบความสำเร็จมากๆ เป็นวงดนตรีแนวใหม่ ได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน ด้วย ตอนนั้นได้ในเพลง ใบไม้ ซึ่งก็มีผู้ใหญ่ในค่ายแกรมมี่ พี่นิ่ม สีฟ้า เขียนเพลงใบไม้ ซึ่งก็ถามว่ารู้สึกอะไรกับความดังไหม ตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยนะ ไม่รู้ว่าตัวเองดัง แต่รู้สึกว่าเราได้ทำงานที่เรารัก แค่นั้นจริงๆ อาจจะเพราะว่าเราทำงานแบบที่เรารักมานานแล้ว ก่อนที่เราจะมีผลงานออกอัลบั้มเป็นศิลปินจริงๆ เคยทัวร์คอนเสิร์ตเยอะสุดวันหนึ่งก็ 2-3 งาน ก็จะเป็นช่วง Fly 2 K เพลง ชาวนากับงูเห่า ก็ค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกันเพราะนักร้องต้องพักผ่อน เราใช้เสียงเยอะมากๆ คอจะระบม แต่ว่าเราก็ต้องจัดสรรตัวเอง

ความภูมิใจในวันนี้

ภูมิใจมาก และคนที่ผมระลึกถึงเสมอคือ พี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์) ที่ให้โอกาสวงพวกเรา วงนักดนตรีกลางคืน นักดนตรีภูธร ได้มีโอกาสมาทำงานที่ตัวเองรัก แล้วก็ได้เสนอผลงานนั้นออกสู่สาธารณชน พี่เต๋อเป็นคนแรกที่หยิบวงเหล่านี้มา วงแรกคือ วายน็อตเซเว่น(Y Not 7) และวงที่สอง คือ วงฟลาย (Fly) พี่เต๋อเป็นคนเปิดโอกาสให้กับพวกเรานักดนตรีที่แบบคือเล่นดนตรีไปวันๆ แต่พี่เต๋อเคยพูดไว้ว่า บุคคลเหล่านี้เขามีความตั้งใจที่จะเล่นดนตรี เวลาเอามาทำงานออกเทปมันจะง่าย และเขามีประสบการณ์ ผ่านอะไรมาเยอะโชกโชน เลยทำให้ง่ายที่จะจับมาสร้างงานให้เขา กับที่ต้องปั้นขึ้นมาใหม่กว่าจะใช้งานได้ กับพวกคนเหล่านี้ที่มีทักษะอยู่แล้ว แค่มาเติมอะไรบางอย่างที่เขาขาดไปเล็กๆ น้อยๆ แล้วให้โอกาสเขา ไม่จำเป็นที่จะต้องไปคัดรูปลักษณ์มา เพราะเพลงเป็นศิลปะ ผมก็เป็นหนึ่งคนที่ได้โอกาสจากพี่เต๋อ ได้มีอี๊ด ฟลาย ก็เพราะพี่เต๋อ

ช่วงชีวิตในวงการเพลงที่ลำบากใจ

ผมว่าเรื่องพวกนี้เป็นปกติอยู่แล้ว ในช่วงชีวิตหนึ่งของเรามีแน่นอน ช่วงที่เราพีคมากๆ ก็รับงานเยอะแยะ มีเงินมีทองเข้ามา แต่ถ้าวันหนึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง มีคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นมาก็เป็นเรื่องปกติผมเองเข้าใจอยู่แล้วเป็นสัจธรรม

แรงบันดาลใจเวลาท้อถอย

ผมไม่ค่อยท้อนะเพราะผมเข้าใจ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป แต่ถ้าเกิดเรายังตั้งอยู่เราก็ใช้ชีวิตให้มีคุณค่าแล้วพอเรารู้สึกว่าชีวิตกำลังดาวดิ่งไม่ดีเลย แล้วต้องหาทางแก้ไขเดี๋ยวนั้นไม่ใช่ผม ผมคิดว่าอะไรก็ได้ที่สามารถทำให้ครอบครัว คนที่เรารัก มีความสุขได้ ไม่จำเป็นจะต้องมีเงินเยอะ ส่วนหนึ่งที่รู้สึกแบบนี้น่าจะมาจากการได้ไปทำงานเป็นจิตอาสาในงานของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ผมไปทำเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ให้กับมูลนิธิพระดาบส ผมชอบเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น ก็ทำมาแล้วเกือบ 10 ปี ทุกวันนี้ก็เป็นอยู่ หน้าที่คือช่วยในเรื่องของการเป็นประชาสัมพันธ์ให้หลายๆ คนรู้จักโครงการนี้ช่วยกันบริจาคเงินเข้ามา เพื่อช่วยเด็กที่ด้อยโอกาส

ทำงานอย่างมีความสุข

เวลาเราไปทำงานเป็นจิตอาสาช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้ผมว่าอย่างน้อยเราได้เห็นมุมมองของการให้ในรูปแบบที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำเป็นต้นแบบไว้ให้พวกเรามาโดยตลอด นี่คือการให้ที่แท้จริง เมื่อเรารู้จักการให้เวลาเราดาวน์หรือรู้สึกท้อแท้ใจก็จะน้อยลง ไม่มี เพราะคนอื่นก็ลำบากกว่าเราเยอะแยะ เราเห็นแล้ว คือเหมือนเป็นเชื้อเพลิง มีคนเคยบอกว่าเชื้อเพลิงที่แท้จริงในยามท้อแท้บางทีเราอยากไปหาให้คนอื่นช่วยให้กำลังใจเราหน่อย ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ เชื้อเพลิงในตัวเรานี่แหละเหมือนกับว่าเฮ้ยวันนี้เราได้ไปช่วยเหลือตรงนี้ ตรงนั้นไว้นะ พอนึกทีไรก็มีพลังอะไรประมาณนี้

ขึ้นเวทีประกวดแข่งขันร้องเพลงครั้งแรก

พอรู้ว่าเป็นการกุศลก็ตอบรับทันทีเลยครับ คือเป็นโปรเจกท์พิเศษที่ทำเพื่อน้องๆ หูพิการ ของรายการ “Stage Fighter ตำนานหมู่สู้ฟัด” ของช่องGMM2 ซึ่งจริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยประกวดหรือแข่งขันร้องเพลงบนเวทีไหนเลย นี่ครั้งแรกที่มาถ่ายรายการแล้วต้องร้องเพลงที่ไม่ใช่ของตัวเองจำได้ว่าเพลงแรกที่ร้องก็คือ เพลง ฝากเลี้ยง เกร็งมากทำอะไรไม่ถูกเลย พะวงเนื้อร้องด้วย ทำนองก็อาจจะพอคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่พอเราได้อยู่กับพี่ๆ น้องๆ ที่มาร่วมแข่งขันกันก็จะรู้สึกว่าสนุก พอทำงานไปหลายๆ เทปเรารู้สึกว่าไม่ใช่การแข่งขัน เป็นการแลกเปลี่ยนบางอย่างในตัวตนของแต่ละคนที่มีออกมาแสดงตัวตนออกมาผ่านบทเพลง ถ่ายทอดผ่านบทเพลงที่ไม่ใช่เพลงของเรา ตรงนี้แหละที่เป็นเสน่ห์สำคัญที่สุด อยากให้ดูและช่วยบริจาคกันเข้ามาช่วยน้องๆหูพิการกันเยอะๆ นะครับ เลขบัญชีก็นี่เลย บริษัท จีเอ็มเอ็มมีเดีย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่032-472-223-7 ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 พ.ย. 2560

วิชาที่ได้จากงานดนตรี

สอนให้เรารู้จักความเป็นสาธารณะ ซึ่งแน่นอนที่สุดเวลาเราไปเจอแฟนเพลง เราจะอยากอยู่เป็นส่วนตัวแต่ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ ผมจะพยายามนึกภาพแรกไว้ตลอดเวลาว่า ในช่วงที่เราออกงานใหม่ๆ เราอยากให้ทุกคนมาฟังเพลงเรา เราอยากเห็นหน้าทุกคนว่าใครบ้างที่เห็นงานเรา ใครบ้างจะฟังเพลงเรา แต่พองานเรา Success แล้ว ทำไมเวลาเราไปเจอผู้คนแล้วจะต้องหนีเขาล่ะ นี่คือคนที่ปั้นและสนับสนุนเรามาตลอด ซึ่งก็คือคนดู แฟนเพลง นี่แหละ เมื่อไหร่ที่เราออกไปที่สาธารณะ เราต้องยินดีที่จะเปิดรับทุกคนที่จะเข้ามา คุณต้องสำนึกไว้ว่าคุณจะต้องให้แฟนๆ เพราะเขาให้เรามาก่อนอันนี้คือสิ่งที่สำนึกมาตลอด และเราก็ต้องรู้จักระวังตัวด้วย ทำอะไรต้องเป็นแบบอย่างที่เป็นด้านบวก จะทำอะไรก็ต้องคิด มีคนมองเราอยู่ แต่บางทีเราก็ลืมว่าเราเป็นคนสาธารณะ แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือปัญหาในการใช้ชีวิตผมเลยนะ ผมเข้าใจ

ครอบครัวแฮปปี้

มีลูกสองคนครับ คนโตผู้ชายอายุ 23 ปี ส่วนคนเล็กผู้หญิงก็ย่าง 16 ปี ผมก็เป็นคุณพ่อที่เหมือนกับคนอื่นๆ แหละ ทำให้ดีที่สุด ผมเป็นคนไม่ค่อยพูด อยากให้ลูกได้รู้เอง แต่จริงๆ ไม่ได้นะ เราต้องสั่งสอนเขานะ ผมก็อยากให้ลูกๆ มีอนาคต ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่เรียนสูง มีหน้าที่การงานที่สูงส่ง แค่ขอให้มีความรับผิดชอบเอาตัวเองให้รอด และเป็นคนดีของสังคมพอ ส่วนบั้นปลายชีวิตผมเองก็ไปเรื่อยๆ อยู่ในวงการเพลง วงการดนตรี แต่สิ่งหนึ่งที่คิดไว้ก็คือไปปลูกผัก ปลูกหญ้า เพราะว่าเคยบอกตัวเองไว้ว่าจะไม่ตายในกรุงเทพฯ แน่นอน จะไปใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ เพราะผมชอบความเป็นธรรมชาติ คิดว่าอยากจะไปอยู่เชียงใหม่

ลูกไม้หล่นใต้ต้น

ผู้ชายคนโตเขาก็เห็นเรามาตั้งแต่เด็ก สมัยที่เราทัวร์คอนเสิร์ตเยอะๆ ก็ไม่ได้เชิงปลูกฝังเรื่องดนตรีให้นะ แต่ถ้าเขามาถามก็บอก แต่ตัวผมเรียนรู้มาด้วยตัวเอง ผมก็เลยคิดว่าอยากให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ยุคหลังกับยุคก่อนต่างกัน ยุคก่อนทิศทางที่มันชักนำไปในทางที่ไม่ดีมีน้อย แต่ปัจจุบันค่อนข้างอันตราย

เป็นพ่อนักปั้นไหม

เส้นทางนี้ผมมองว่าต้อง Born to be ด้วยตัวเอง 50:50 จริงๆ ถ้าเขาไม่มีทักษะอะไรเลยเราจะดันยังไงก็ไม่ได้ ซึ่งแววต่างๆ เหล่านี้มันจะฉายออกมาเองซึ่งเขาก็มีนะก็ซึมซับจากเรามาบ้าง แต่ถามว่าจะพัฒนาไปถึงไหนเราไม่รู้ อยู่ที่ตัวเขาเอง ส่วนผู้หญิงเป็นคนเงียบๆ ชอบเรียนหนังสือมากกว่า สองคนสองสไตล์

บทบาทความเป็นพ่อของลูก

ตั้งแต่เด็กๆ ผมจะชอบพาลูกๆ ไปต่างจังหวัด แล้วชอบไปแจกของช่วยเหลือคนยากไร้ เพื่อที่จะปลูกฝังให้น้องๆ ได้ซึมซับ แต่ว่าในสังคมเมืองน่ากลัวมากๆ เพราะมีสิ่งที่จะดึงดูดเขาให้ไปในทิศทางที่ไม่ดีมีสูงมาก สิ่งที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่เด็กๆ เขาอาจจะยังไม่จำเพราะเล็กเกินไป นี่ก็เป็นบทเรียนให้ผมอันหนึ่งนะ เวลาเพื่อนๆ หรือน้องๆ มีลูก ก็เลยอยากบอกจากประสบการณ์เราเองว่า ถ้าจะสอนให้ลูกจดจำอะไรบางอย่างต้องให้เขาอายุ 5-7 ขวบขึ้นไป เพราะบางคนพาไปตั้งแต่เด็กๆ เขายังไม่ซึมซับครับ เด็กจะเริ่มตั้งแต่ 4-5-6-7 ขวบ ต้องเริ่มทำสิ่งเป็นประโยชน์ แล้วสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กตั้งแต่ช่วงเวลานั้น แต่แน่นอนล่ะว่าเราเลี้ยงลูกเรารักประคบประหงม 3-4 ขวบแต่ถ้าจะเติมบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้เป็นภูมิคุ้มกันให้เขา ต้องเติมในช่วงเวลาที่เขาจำได้ เวลาเขาทำผิดเขาจะได้นึกออกมาเอ้ย พ่อเคยบอกตอนนี้ พ่อเคยพาไปที่นี่ตอนนั้น ให้เขาสะเทือนความรู้สึกแล้วเขาจะได้ฝังเข้าไปในจิตสำนึกเขาได้ ผมเองก็เคยเจอกับตัว บางทีลูกจำไม่ได้ว่าเราเคยสอนอะไรเขาไปบ้าง ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ เหตุการณ์ประทับใจ จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี บางคนเวลาจะผิดทางไปก็มักจะนึกภาพตอนประทับใจอะไรสักอย่าง

มุมมองต่อวงการเพลงปัจจุบัน

ความแตกต่างในอดีตกับตอนนี้คือ ความหลากหลายของเพลง แนวเพลง มีมากขึ้น ไม่เหมือนในยุคของเราที่แนวเพลงที่คนฟังจริงๆ มี ป๊อป แดนซ์ ร็อก และอาจจะมีเร้กเก้ บ้าง แต่เดี๋ยวนี้มี ฮอพฮอพ อะไรต่างๆ นานา

เครียดกับสถานการณ์เพลงตอนนี้ไหม

ไม่เลยนะ ผมคิดว่าตัวตนของเรา งานของเรา ก็เป็นในแบบเรา ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องไปเปลี่ยน หรือปรับอะไร แต่ถ้าเกิดว่าเปลี่ยนไปแล้วคนที่เคยเป็นแฟนเพลงเราอยู่ล่ะ เขาก็จะรู้สึกว่าทำไม เปลี่ยนไปเพื่ออะไร แค่เอาตัวตนคุณแล้วก็สร้างงานในแบบที่เขารู้สึกได้ แบบที่เขาเคยรู้สึก วันเวลายุคสมัยเปลี่ยนใหม่ แต่เราไม่จำเป็นจะต้องไปเปลี่ยนแนวอะไรหรอก ซึ่งหลักการแบบนี้ศิลปินในต่างประเทศเองก็ทำกันมา อย่างไมเคิล แจ๊กสันมีอัลบั้มกี่ชุดๆ ก็ยังเป็น ไมเคิล แจ๊กสัน ซึ่งจริงๆ แล้วแต่ละคนมีทิศทาง และเอกลักษณ์ในแนวของตัวเอง เราเพียงแค่เราสร้างงานแล้วก็สามารถถ่ายทอดงานต่างๆ ออกไปแล้วคนฟังได้รับประโยชน์ ได้สัมผัสความรู้สึกของงานเราแค่นั้นก็พอจบล่ะ

สิ่งที่อยากลองแต่ยังไม่มีโอกาส

ละคร หรือ หนัง ก็อยากเล่นสักครั้งหนึ่งนะตั้งแต่เด็กๆ ผมเป็นคนที่ดูหนังเยอะมาก ดูหนังตั้งแต่สมัยหนังจีนฟันดาบ พอโตมาก็ดูหนังฝรั่ง จริงๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเล่นหนังเล่นละครนะ แต่ก็กลัวว่าเราไม่ได้มาสายนี้โดยตรง ก็กลัวจะไปถ่วงกองถ่ายเขาเพราะเขาก็มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ไหนจะเรื่องของเวลาอีก กลัวว่าสิ่งที่เราไม่ชำนาญพอเราไปทำแล้วจะถ่วงคนอื่น ตัวเราเองจะทำไมได้ แต่ใจลึกๆ อยากทำสักครั้งหนึ่ง จะให้ผมแสดงเป็นบทอะไรก็ได้ ก็มีคนติดต่อมานะแต่ไม่กล้ารับ ก็พยายามฝ่าด่านกำแพงหนึ่งที่มันฝ่าไม่ได้สักที ตอนนี้ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเมื่อไหร่นะ (หัวเราะร่วน)

รอดูกันว่า อี๊ดจะฝ่ากำแพงความกลัว ออกมามีผลงานการแสดงให้เราได้ชมกันหรือไม่!?

กุหลาบสีเงิน

ฟลุค-มังกร-การะเกด อาร์สยาม ลงพื้นที่ฟื้นฟู จ.สกลนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292469

ฟลุค-มังกร-การะเกด อาร์สยาม ลงพื้นที่ฟื้นฟู จ.สกลนคร

ฟลุค-มังกร-การะเกด อาร์สยาม ลงพื้นที่ฟื้นฟู จ.สกลนคร

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เดินหน้าช่วยเหลือและมอบถุงยังชีพแก่พี่น้องชาวอีสานที่ประสบอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ภายใต้โครงการ “ช่อง 8ร่วมใจช่วยภัยอีสาน” ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 29 กองทัพบก นำทีมโดยนักแสดงจาก ช่อง 8 ฟลุค-จิระ ด่านบวรเกียรติ จากเรื่อง ใจลวง, มังกร-ปภาวิน หงส์ขจร จากเรื่อง เงาอาถรรพ์ และ นักร้องลูกทุ่งสาว การะเกด อาร์สยาม จากค่ายอาร์สยาม ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องชาวสกลนครที่เคยประสบอุทกภัยอีกครั้ง พร้อมช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมที่พักอาศัยในพื้นที่บ้านธาตุดุมเหล่าทัพ รวมถึงนำเงินบริจาคของพี่น้องคนไทยที่ร่วมกันบริจาคผ่าน โครงการ “ช่อง 8 ร่วมใจช่วยภัยอีสาน” จำนวน 100,000 บาท มอบให้แก่พันเอกพิเศษศุภการ บุบพันธ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ณ ค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร

‘เป๊ก-แพร’ ร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ประจำวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292457

‘เป๊ก-แพร’ ร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ประจำวัน

‘เป๊ก-แพร’ ร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ประจำวัน

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพถ่ายขนาดพกพาล่าสุดจาก เอชพี อิงค์ ที่ครั้งนี้ยังนำเทรนด์ผู้บริโภคยุคดิจิตอล 4.0 กับชีวิตไร้สาย อันเป็นที่มาของการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด HP Sprocketเครื่องพิมพ์ภาพถ่ายขนาดพกพา สามารถพิมพ์ภาพจากสมาร์ทโฟน หรือจากโซเชียลมีเดียได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้หมึก มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่น HP Sprocketสามารถตกแต่งภาพ ใส่ฟิลเตอร์ เพิ่มกรอบรูป สติ๊กเกอร์ หรือใส่ข้อความสนุกๆ ได้ตามต้องการ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดงาน นอกจากนี้ แพร-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ยังมาร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ ชีวิตประจำวันกับเหล่าตัวช่วยจาก HP พร้อมทั้งเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์, จิรดา ศิริวุฒิ, ศิญาภัสร์ สุขเกษม ร่วมงาน ณ Warehouse 30

‘มิกค์’ ชวนแฟนฟินกันต่อเนื่องใน ‘ยึดฟ้าหาพิกัดรัก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292456

‘มิกค์’ ชวนแฟนฟินกันต่อเนื่องใน ‘ยึดฟ้าหาพิกัดรัก’

‘มิกค์’ ชวนแฟนฟินกันต่อเนื่องใน ‘ยึดฟ้าหาพิกัดรัก’

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แฟนๆ ช่อง 7 สี ฟินกันอย่างต่อเนื่องกับพระเอกหนุ่ม “มิกค์ ทองระย้า” กับการจัดเต็มส่งท้ายซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์“ภารกิจรัก” เรื่อง “ยึดฟ้าหาพิกัดรัก” ที่ชวนลุ้นกันต่อกับปฏิบัติการเพื่อประเทศชาติและหัวใจ กำกับการแสดงโดย แผ่นดินประสงค์สันติ ควบคุมการผลิตโดย ธงชัย ประสงค์สันติ จาก“พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนต์ฯ” ทุกวันศุกร์ เวลา 20.05 น.และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 โดยมิกค์เผยว่า

“ความเข้มข้นและความฟินยังคงเสิร์ฟกันอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้มาพบกับเรื่อง “ยึดฟ้าหาพิกัดรัก” เรื่องราวของนายทหารอากาศหนุ่มเรืออากาศเอกกรัณย์ หาญโยธิน กับนักวิทยาศาสตร์สาว ดร.ไอรีน(เซฟฟานี่ อาวะนิค) ที่ต้องโคจรมาเจอกัน เพราะปฏิบัติการเฉพาะกิจในการป้องกันนางเอกให้รอดพ้นจากองค์กรร้ายซึ่งมีแผนใช้ความรู้ความสามารถของเธอและทีมวิจัยที่ชื่อโครงการ นาเดีย มาพัฒนา มุ่งหมายถึงขั้นทำลายประเทศและทำลายมวลมนุษยชาติ ในเรื่องนี้ผมคือ ผู้กองหนุ่มนักบินประจำฝูงบิน 231 กองบิน 23 ผู้ผ่านการฝึกหลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นนายทหารนักบินหนุ่มสายบู๊ผู้มีความห้าวหาญบ้าบิ่นไร้ขีดจำกัด เจ้าของบุคลิกนิ่งขรึมจริงจัง และเป็นคนมีเหตุผล ไม่พูดไร้สาระ แนวพูดน้อยต่อยหนัก มีโอกาสได้สวมชุดทหารอากาศเต็มยศ และได้มีโอกาสขับเครื่องบินอัลฟาเจ็ตตื่นเต้น ดีใจ รู้สึกภูมิใจและค่อนข้างเกร็งกับเครื่องแบบมากครับ พยายามถ่ายทอดออกมาให้ครบถ้วนที่สุด เรื่องนี้ทั้งบู๊ทั้งหวานครับกลับมาเจอกับ เซฟฟานี่ อีกครั้งคุ้นเคยและเข้าขากันได้ดีครับบู๊ก็หนักฟินก็แรงและความสวีทไม่แพ้คู่อื่นๆ ครับ คอยให้กำลังใจเราด้วยนะครับ”

‘ยุ้ย-ธัญญ์’ เที่ยวข้ามภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292468

‘ยุ้ย-ธัญญ์’ เที่ยวข้ามภาค

‘ยุ้ย-ธัญญ์’ เที่ยวข้ามภาค

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น

คู่หวานแห่งช่อง 7 สี “ยุ้ย-จีรนันท์”ควง “ธัญญ์-ธนากร” พา 10 ผู้โชคดีที่ร่วมสนุกกิจกรรม “เช้านี้เที่ยวข้ามภาค” จากรายการ “เช้านี้ที่หมอชิต” เที่ยวอิ่มบุญอิ่มใจกับทริปไหว้พระเขาเล่าว่า ทำกิจกรรมเดินสายไหว้พระขอพรแบบใกล้ชิดกับ 2 นักแสดง 2 วัน 1 คืนเยือนวัดพระงาม จ.พระนครศรีอยุธยา, วัดม่วง จ.อ่างทอง ยุ้ยและธัญญ์นำผู้โชคดีกราบสักการะองค์พระที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “พระพุทธมหานามินทร์ศากยะมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” ที่มีความเชื่อว่าใครที่ได้มากราบไหว้สัมผัสที่ปลายนิ้วขององค์พระ ท่านจะประทานพรให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานได้เป็นใหญ่เป็นโต ต่อด้วยชมพระแกะสลักริมผา ไหว้หลวงพ่ออู่ทองจ.สุพรรณบุรี, วัดทิพย์สุคนธารามจ.กาญจนบุรี ปิดทริปวันแรกด้วยกิจกรรมสันทนาการระหว่างทานอาหารเย็นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ก่อนจะแยกย้ายเข้านอน

เช้าวันที่สอง ทั้งยุ้ยและธัญญ์สวมชุดแบบชาวมอญ นุ่งผ้าถุงรอใส่บาตรพร้อมๆ กับผู้โชคดีที่สะพานมอญ พร้อมเก็บภาพสวยๆ ยามเช้ากันอย่างสนุกสนาน จากนั้นลงเรือหางยาว ชมวังบาดาล หรือวัดใต้น้ำ หนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ที่วัดวังก์วิเวการาม และปิดทริปมุ่งหน้ากลับสู่กทม.ด้วยความประทับใจ