โชว์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ‘นครศรีดี๊ดี…นครศรีดีกว่าเดิม สู่เมืองกรุง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283847

โชว์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ‘นครศรีดี๊ดี...นครศรีดีกว่าเดิม สู่เมืองกรุง’

โชว์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ‘นครศรีดี๊ดี…นครศรีดีกว่าเดิม สู่เมืองกรุง’

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัมผัสบรรยากาศ งาน “นครศรีดี๊ดี…นครศรีดีกว่าเดิมสู่เมืองกรุง” โชว์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย คัดสรรคุณภาพ โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมหน่วยงานเครือข่าย ร่วมจัดงานขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ที่สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ภายในงานเสมือนยกของเด่น ของดี และสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดมาจัดแสดงไว้ในที่เดียว อาทิ นครแห่งอารยธรรมดี ที่นำเสนอความโดดเด่นด้านอารยธรรมเก่าแก่ พร้อมสิ่งที่เป็นสิริมงคลของจังหวัด นครหัตถศิลป์ สื่อถึงเมืองหัตถศิลป์ชั้นสูงที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นคร…ธรรมชาติดี๊ดี สื่อถึงความสวยงามและสมบูรณ์พร้อมด้วยทัศนียภาพและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม นคร…แห่งวิถีชีวิต สื่อถึงความงดงามของวิถีชีวิตของผู้คนที่มีความสงบเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์งานฝีมือ และอาชีพต่างๆ ที่น่าสนใจ นคร…แห่งการเรียนรู้ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำปากพนัง เยี่ยมชมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ น้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 นคร…ของฝาก นำเสนออาหารเด่น รสชาติดีของท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากมังคุด มังคุดแปรรูป, มังคุดสด, มังคุดคัด, ส้มโอทับทิมสยาม, ข้าว, ผลิตภัณฑ์จากลิเภา, สบู่โคลน, ผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเล, ผลิตภัณฑ์หนังตะลุง, เครื่องถม, ผ้ามัดย้อมคีรีวง, ผ้ายก, ผ้าบาติก เป็นต้น สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เข้าชมงานได้เป็นอย่างดี

อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ มิติใหม่แห่งการให้การรักษาเพื่อทุกชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283803

อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ มิติใหม่แห่งการให้การรักษาเพื่อทุกชีวิต

อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ มิติใหม่แห่งการให้การรักษาเพื่อทุกชีวิต

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ พร้อมด้วย ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม, รศ.นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์,
ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ และ พรทิพย์ ควรคิด

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดให้บริการ “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” อาคารรักษาพยาบาลรวมอาคารใหม่ขนาด 29 ชั้นที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ที่มีความเพียบพร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัยและครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยการบริการรักษาพยาบาลที่สะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ดียิ่งขึ้น โดยจัดงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม โซนบีชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ศ.นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาทางกายภาพของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในด้านความไม่เป็นหมวดหมู่และปัญหาอาคารรักษาพยาบาลที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้องพักสำหรับผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้รับบริการ รวมทั้งข้อจำกัดในการรองรับผู้ป่วยสาธารณภัยพิบัติ อุบัติภัยต่างๆ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงได้สร้างอาคารที่มีขนาดใหญ่สองหลังเชื่อมต่อกันซึ่งเป็นอาคารรักษาพยาบาลรวม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ใช้ชื่ออาคารว่า “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ซึ่งมีความหมายว่า “อนุสรณ์ที่เป็นมงคลของสองพระองค์”

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ

สำหรับอาคาร “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ได้เปิดให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้ว 6 ศูนย์ ได้แก่ 1.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร2.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร 3.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤติ 4.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคลมชักครบวงจร 5.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และ 6.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด และจะเริ่มทยอยเปิดบริการด้านอื่นๆ ในลำดับต่อๆ ไป ซึ่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านต่างๆ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เปิดให้บริการแล้วรวมทั้งหมด 21 ศูนย์

นอกจากนี้ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ยังรวมบริการต่างๆ ที่กระจายอยู่ตามอาคารต่างๆ มาไว้ในอาคารเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปหลายอาคารเหมือนเมื่อก่อน เช่น การย้ายผู้ป่วยที่กระจัดกระจายตามตึกต่างๆ เข้ามาพักที่หอผู้ป่วยในอาคารนี้ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,250 เตียง มีส่วนสนับสนุนการให้บริการผู้ป่วยใน แบบครบวงจร ตั้งแต่ ชั้น 5-28 มีห้องผ่าตัดรวม62 ห้อง สำหรับทุกสาขาวิชา, ชั้น 2 ห้องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) ห้องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

ศูนย์การวินิจฉัยด้วยภาพ (Imaging center), MRI-เวชศาสตร์นิวเคลียร์

รวมถึงการปรับห้องผ่าตัดระบบประสาทสมอง ให้มีเครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็กพร้อมขณะผ่าตัด เพื่อตรวจดูรอยโรคที่อยู่ในเนื้อสมองว่าผ่าออกได้หมดและไม่มากเกินไปห้องผ่าตัด Integrated ที่มีอุปกรณ์ควบคุมเทคโนโลยีต่างๆ ในห้องสามารถถ่ายทอดและสอนไปยังห้องประชุมในโรงพยาบาลและต่างประเทศได้ ห้องผ่าตัด Hybrid ที่สามารถผ่าตัดหลอดเลือดใหญ่หรือผ่าตัดสอดสายเพื่อการรักษา ห้องผ่าตัด Robotic เป็นการผ่าตัดที่ใช้แขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทำให้มีความเที่ยงตรงแม่นยำและสงวนเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นต้องตัดหรือตัดแล้วเกิดผลเสียกับผู้ป่วย

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร

ด้าน ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรมรองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายบริการกล่าวว่า มิติใหม่ของการให้ด้านบริการ ของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์หมายถึงการให้บริการ แบบครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ เป็นการปรับการให้บริการผู้ป่วยในจากเดิมอยู่ในพื้นราบ ซึ่งจะมีอาคารต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์แล้วงานบริการได้เปลี่ยนไปเป็นแบบแนวดิ่ง ก็จะรวมงานบริการต่างๆ มาไว้ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ได้แก่ห้องพักผู้ป่วยจำนวน 1,250 เตียง ห้องไอซียู จำนวน 58 เตียงห้องผ่าตัดจำนวน 62 ห้อง ฝ่ายรังสีวิทยาที่มีเครื่องมือทางรังสีรักษามากที่สุดในประเทศไทย เฉพาะในอาคารภูมิสิริฯ เครื่องวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) จำนวน 4 เครื่อง เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scanner) จำนวน 4 เครื่อง ห้องเอกซเรย์ ห้องเจาะเลือด ธนาคารเลือด มารวมไว้ที่อาคารแห่งนี้ ซึ่งจะสะดวกต่อการดูแลรักษาพยาบาลและติดตามผลของผู้ป่วยแบบเบ็ดเสร็จจบภายในอาคารเดียว การดำเนินการด้านการบริการจะดำเนินงานภายใต้นโยบาย 4 ด้านเป็นสำคัญ คือ ความปลอดภัย ความสะอาด ความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ที่ชั้น 14 ของอาคารยังได้จัด พื้นที่สำหรับผู้ป่วยที่สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตนถึง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์

หอผู้ป่วย

มอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขันถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283836

มอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขันถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย

มอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขันถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร
รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบรางวัล

ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ พร้อมด้วย เหล่านักแสดงดารา ร่วมการแสดงสุดพิเศษขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” เพื่อ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ในพิธีปิดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 5 จัดโดย กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดขึ้น ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมงาน  พร้อมมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ที่ สยามภาวลัยเธียเตอร์ สยามพารากอน

วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “การจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย หรือ Thailand International Film Destination Festival มีเป้าหมายสำคัญ คือ การประกาศศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการรับรู้ให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยในฐานะ Thailand – World’s Best Film Location โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “FASCINATING DESTINATION”เน้นการนำเสนอเสน่ห์อันน่าหลงใหลของโลเกชั่นมากมายในประเทศไทย และเสน่ห์ของคนไทยที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศด้วยความเป็นมิตรและมืออาชีพ”

เหล่าผู้กำกับ ดารา โปรดิวเซอร์จากต่างประเทศ

สำหรับปีนี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เริ่มที่กิจกรรมการประกวดภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 157 ทีม และผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 24 ทีม จาก33 ประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา อิตาลี สเปน อังกฤษ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์  เม็กซิโก โคลัมเบีย โครเอเชีย เป็นต้น โดยทั้ง 24 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้เดินทางมาเมืองไทยและลงพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทยด้วยตัวเอง และในแต่ละทีมจะมีผู้ประสานงานซึ่งเป็นนักศึกษาชาวไทย เพื่อทำหน้าที่เป็น Production Assistant หรือผู้ช่วยการผลิต ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและเรียนรู้งานด้านภาพยนตร์ร่วมกัน

และในปีนี้ กรมการท่องเที่ยวได้สร้างสรรค์กิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้นสำหรับนักศึกษาด้านภาพยนตร์ ชาวไทยโดยเฉพาะ กับโจทย์การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช

การแสดงดนตรีจาก เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ

โดยผลการตัดสินการแข่งขันภาพยนตร์สั้นประจำเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ประจำปี 2560 สำหรับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Grand Prize) ของทีมนักศึกษาต่างชาติ ได้แก่ ทีมจากประเทศเม็กซิโก จากภาพยนตร์เรื่อง IF I WERE BRAVE และรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม “การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ” (Grand Prize) ของทีมนักศึกษาไทย ได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จากภาพยนตร์เรื่อง เดินตามเสียง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงพิเศษจากดร.ภาธร ศรีกรานนท์ พร้อมด้วยเหล่านักแสดงชั้นนำ อาทิ หนูนา-หนึ่งธิดา, อ๋อม-อรรคพันธ์, อเล็กซ์ เรนเดลล์, เก้า-จิรายุ, นัท ทิวไผ่งาม, ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น และสาวๆ จาก The Face Thailand ที่มาร่วมการแสดงสุดพิเศษขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยการแสดงดนตรีจากศิลปินไทยชื่อดัง เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

การแสดงเปิดงานโดย ดร.ภาธร

เผยเคล็ดลับล็อกหุ่นสวยสุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283802

เผยเคล็ดลับล็อกหุ่นสวยสุขภาพดี

เผยเคล็ดลับล็อกหุ่นสวยสุขภาพดี

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ณชา จึงกานต์กุล, ปุณณภา เตชะโรจน์กุล, และ ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์

ปิดตำนานค่านิยมหุ่นดี “ต้องผอม” ไปเลย เพราะนาทีนี้ผู้หญิงหุ่นดี ต้องมาคู่กับ “สุขภาพที่ดี” เท่านั้น ล่าสุดเหล่าเซเลบริตี้สาวคนดัง อย่าง จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ณชา จึงกานต์กุล, ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์และพริดา ลิมปานนท์ จึงได้ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับแบบไม่ลับฉบับสาวหุ่นสวย ที่เข้าใจดีว่ารูปร่างเป็นสิ่งสำคัญของผู้หญิงเราในงานแถลงข่าวเปิดแฟรนไชส์ สลิม คอนเซ็ป (ประเทศไทย) สถาบันลดน้ำหนักระดับเวิลด์คลาสครั้งแรก “Moving Forward with Slim Concept” ที่จัดโดย ปุณณภาเตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท สลิม คอนเซ็ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้สโลแกน Health & wellness สถาบันสุขภาพดี ท่ามกลางเหล่าคนดังจากหลากหลายแวดวงร่วมงาน ณ ลานกิจกรรม Cascata Zoneศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

ปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สลิม คอนเซ็ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “สลิมคอนเซ็ปเป็นสถาบันดูแลรูปร่างที่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยาวนานต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยความผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง จึงได้รับความไว้วางใจผู้ใช้บริการ ปัจจุบันได้เปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และอนาคตเรามีแผนที่เปิดแฟรนไชน์ทั้งในไทยและตลาดให้ครบ 30 สาขา AEC ภายใน 1 ปี

ทั้งนี้ เราเชื่อเสมอมาไม่ว่าอย่างไร ยุคไหน ชาติไหนใครๆ ก็รักสุขภาพ โดยเฉพาะผู้หญิงเรานอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และควบคุมในปริมาณที่เหมาะสม ตลอดจนหมั่นออกกำลังกายเพื่อร่างกายที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว สาวๆ ก็ต้องมีตัวช่วยเพื่อให้การดูแลรูปร่างได้ผลลัพธ์ที่ดีและยาวนาน ซึ่งการเข้ารับการปรึกษาหรือรับบริการด้านรูปร่างความงามจากสถาบันต่างๆ ก็สามารถทำให้เราเป็นเจ้าของรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยเช่นกัน”

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เผยเคล็ดลับหุ่นเป๊ะว่า ต้องดูแลจากภายในสู่ภายนอก “จุ๋ยว่าทุกอย่างต้องเริ่มจากภายในก่อน ถ้าระบบข้างในเราดี ทุกอย่างก็จะดีไปด้วยค่ะ จากที่เมื่อก่อนจุ๋ยไม่ชอบออกกำลังกายเลยแต่ตอนนี้ก็หันมาออกกำลังกาย หันมาทานอาหารคลีนไม่ทานเค็มไป ไม่ทานผงชูรส ไม่ทานอาหารที่ปรุงแต่งมากทำให้รูปร่างเราดีขึ้นส่งผลไปยังสภาพจิตใจคะ รูปร่างดีอารมณ์ดีค่ะ”

ด้าน เก๋-ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์ สาวร่างเพรียวเจ้าของดวงตาสุดเฉี่ยว เล่าถึงการดูแลรูปร่างของตนเองว่า “วิธีการดูแลตัวเองของเก๋ จะยึดหลักเอาออกมากกว่าเอาเข้าสำคัญต้องออกกำลังกายให้ถูกวิธี เน้นการทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้คุณค่าทางโภชนาการ และก็ดูว่าเราอยากจะเน้นส่วนไหนก็หาวิธีเอาส่วนนั้นออก เพราะรูปร่างแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งช่วงนี้เก๋จะติดการออกกำลังกายมาก เพราะถ้าหุ่นดีบุคลิกภาพเราก็จะดีตามไปด้วย เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงเรา”

ทัชชารตี ณ ระนอง และ พริดา ลิมปานนท์

ขณะที่สาวรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพอย่าง โบว์-ณชาจึงกานต์กุล เผยเคล็ดลับในการรักษาหุ่นสวยว่า “ชีวิตคนเราทุกวันนี้จะดีที่สุดคือถ้าสามารถทำทุกอย่างให้ควบคู่ไปพร้อมๆ กันแล้วลงตัว อันดับแรกคือการพักผ่อน เพราะถ้าระบบข้างในสมบูรณ์เราก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ ต่อมาก็ออกกำลังกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และสิ่งสำคัญคือเรื่องของจิตใจค่ะ ถ้าเราบาลานซ์ทุกอย่างได้ก็จะเกิดพลังงานเชิงบวก อยากทำนู้นทำนี่ อยากออกกำลังกาย ทุกอย่างที่บอกมาล้วนส่งผลดีต่อร่างกายรวมถึงระบบเผาผลาญอาหารและพลังงานของเรา”

ปิดท้าย ปิ๋ม-พริดา ลิมปานนท์ สาวสวยสุดแอ๊กทีฟเผยถึงไอเดียในการดูแลรูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอว่า “การดูแลรูปร่างเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราสามารถทำได้ง่ายๆ และควรทำเป็นประจำ ซึ่งปิ๋มเองเลือกที่จะรับประทานอาหารคลีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แต่ช่วงไหนที่เผลอทานมากเกินไป ก็จะรีบบอกตัวเองและรีบกลับมาดูแลตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะรูปร่างเป็นสิ่งสำคัญกับผู้หญิงอย่างเรามาก การมีรูปร่างที่ดี หุ่นที่ดี ก็ทำให้เรามีความมั่นใจไม่ว่าจะทำอะไร แต่งตัวอย่างไร หรือไปพบปะใคร แน่นอนว่านั่นทำให้เรามีความสุขมาก”

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283841

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2560

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พิธีมอบ เปียโน ให้ ศาลาโคล รร.วัฒนาวิทยาลัย โดย ประจิตรา เธียรประสิทธิ์ และบุตรสาว ปภัชญา สิริวัฒนภักดี มี อาจารย์วรรณดี คันธวงศ์, ครูสาลินี วีรเธียร, ชลลกา เก่งระดมยิง นายกสมาคมศิษย์เก่า ว.ว.และคณะกรรมการพร้อมด้วยศิษย์เก่าและปัจจุบัน มาร่วมงาน สนุกสนานเฮฮา ตามแบบศิษย์วัฒนาฯ…

 

ll วันเกิด ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีโอกาสต้อนรับแฟนขนานแท้และดั้งเดิม คือ ม.ล.ปฤถา ศิลปิกุล วัยย่าง 96 ปี ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่แรกเริ่ม เลือกพรรคนี้ตั้งแต่สมัย ควง อภัยวงศ์ ตลอดจน อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ…

ll พ.ต.อ.(พิเศษ) ศรศักดิ์ แก้วรักษา (บัญชีจุฬาฯ เรียนรุ่น 2510) ผู้ถูกรางวันที่หนึ่ง 180 ล้าน งวดที่ผ่านมา ได้นำเงินมามอบให้สมาคมนิสิตเก่าบัญชีจุฬาฯ 200,000.-บาท พร้อมนำลอตเตอรี่วันที่ 1 ส.ค. 60 มาให้ 2 ปึกใหญ่ ให้สมาคมฯ 1 ปึกและให้แจกทุกคนในที่ประชุม 1 ปึก เลยได้รับคนละ 4 คู่ (8ใบ) โดยทั่วหน้า…

ll ขอเป็นกำลังใจให้ชาวสกลนคร ชาวเพชรบูรณ์ และเพื่อนร่วมชาติที่ประสบชะตากรรมน้ำท่วม ขอให้ผ่านพ้นไปอย่างรอดปลอดภัยทุกประการ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรผู้ทุกข์ยาก และขอบคุณ (พี่ทหาร)และคนไทยหลายองค์กร ที่ได้เข้าไปช่วยเหลืออย่างทันทีทันควัน…

ll เมื่อวันศุกร์ก่อนโน้น ศิวะพร ทรรทรานนท์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงชวนลูกน้องเก่าๆชาวทิสโก้ 30 ชีวิต ไป (สุดสวิงริงโก้) กันที่ Bubbles Discoteque ที่หวนกลับมาเปิดใหม่เดือนละครั้งในช่วงศุกร์สุดท้ายของเดือน ที่โรงแรมดุสิตธานี รุ่นปู่ย่าตายาย ปล่อยแก่สนุกกันสุดเหวี่ยง อย่างเช่น อัญชลี บุนนาค, นรเชษฐ์ แสงรุจิ, ปุรณี จัยวัฒน์, วิเชษฐ์ ตันติวานิช…

ll สุดจิต ทิวารี พร้อมเพื่อนสาวนักกอล์ฟ พากันบินไปบอร์เนียวเพื่อเล่นกอล์ฟที่เมือง Kota Kinabalu ตีกันช่ำปอดถึง 4 วัน…

ll ยินดีกับ พรทิพย์ เทียนทรัพย์ที่ได้รับโล่เกียรติคุณจากกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นบุคคลที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแล และการสนับสนุนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสืบสานตำนานต้นไม้ จาก (ภูมิใจการ์เด้น) ของเธอ…

ll ณิยะดา จ่างตระกูล เป็นอีก 1 ในหลายๆ คนที่กำลังเดือดร้อนที่ถูกคุกคามโดยโจรไอที ใช้ชื่อเธอเข้าไปในอีเมล์เพื่อนๆ ขอเงิน และขอ add friend ในเฟซบุ๊ค ไม่ใช่เธอนะคะบอกก่อน…ll

หนูภาฯ

พร้อมรับมือกับปัญหา วัยใกล้หมดประจำเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283797

พร้อมรับมือกับปัญหา วัยใกล้หมดประจำเดือน

พร้อมรับมือกับปัญหา วัยใกล้หมดประจำเดือน

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้หญิงเราเมื่ออายุขึ้นเลข 4 ร่างกายก็เริ่มจะไม่เหมือนเดิม อีกไม่กี่ปีก็จะย่างเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่ช่วงรอยต่อก่อนที่จะถึง “วัยทอง” หรือวัยหมดประจำเดือนนี้ จะมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เรียกว่าวัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือนหรือประจำเดือนเริ่มขาดๆ หายๆหรือหายไปแต่ยังไม่ครบ 1 ปี และมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น ร้อนๆ หนาวๆ ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับหงุดหงิดง่าย

แพทย์หญิงเนตรนิภา พรหมนารทสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลหัวเฉียวให้คำแนะนำว่า คุณผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไปควรเตรียมพร้อมรับปัญหา โดยการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไขมันต่ำ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมไขมันต่ำ โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ หรือรับประทานแคลเซียมเสริม ร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง เล่นเวท เพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรงป้องกันกระดูกบาง กระดูกพรุนในอนาคต

ส่วนอาการร้อนๆ หนาวๆ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย อาการเหล่านี้เป็นไม่มากจนถึงขั้นดำเนินชีวิตประจำวันไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องกินยารักษาแต่อย่างใด อาศัยการปรับตัว การออกกำลังกายการฝึกสมาธิ ส่วนใหญ่จะดีขึ้นใน 1-2 ปี แต่ถ้าอาการเป็นมากจนทำงานไม่ไหว นอนไม่หลับจนอ่อนเพลีย มีปัญหากับคนรอบข้าง อาจจำเป็นต้องใช้ยาฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการ เป็นเวลา 1-2 ปี โดยยากลุ่มนี้ห้ามไปซื้อกินเองเด็ดขาด ต้องได้รับการตรวจประเมินจากสูติแพทย์ก่อนว่าไม่มีข้อห้าม โดยเฉพาะพวกยากลุ่มสมุนไพรต่างๆ เช่นว่านชักมดลูก กราวเครือ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งเต้านมได้

ทั้งนี้ คุณหมอแนะนำว่า หากมีอาการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยเกิน 7 วัน หรือเลือดมาไม่เป็นรอบ เช่น หายไป 2-3 วันมาใหม่อีกแล้วหายอีก และหลังจากประจำเดือนหายไปเกิน 1 ปีมีเลือดออกมาอีกครั้งไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม ควรจะต้องมาพบสูตินรีแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพในช่วงวัยดังกล่าว

การเข้าสู่วัยทองไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเรารู้จักการเตรียมตัวที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้หญิงเรามีชีวิตที่ยืนยาวได้อย่างมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง

ชวนร่วม ‘ปลูกดาวเรืองด้วยใจ…ถวายพ่อ’ ให้บานสะพรั่งพร้อมกันในเดือนตุลาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283838

ชวนร่วม ‘ปลูกดาวเรืองด้วยใจ...ถวายพ่อ’ ให้บานสะพรั่งพร้อมกันในเดือนตุลาคม

ชวนร่วม ‘ปลูกดาวเรืองด้วยใจ…ถวายพ่อ’ ให้บานสะพรั่งพร้อมกันในเดือนตุลาคม

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ขอเชิญร่วมรับเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรืองในกิจกรรม “ปลูกดาวเรืองด้วยใจ …ถวายพ่อ” โดยสามารถรับได้ที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 4-6 สิงหาคมนี้

กิจกรรม ปลูกดาวเรืองด้วยใจ…ถวายพ่อ เป็นกิจกรรมที่ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพหานคร จัดขึ้น เพื่อรณรงค์ประชาชนร่วมกันปลูกดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคมนี้ โดยหากประชาชนรับดอกดาวเรือง ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ และนำไปปลูก ดอกดาวเรืองจะออกดอกตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้สีเหลือง ตรงกับสีวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมปลูก และประดับดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งในอาคาร บ้านเรือน ให้เหลืองอร่ามพร้อมกันทั่วประเทศ ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

โดยประชาชนสามารถรับเมล็ดพันธุ์ดอกดาวเรือง บรรจุในซองละ9 เมล็ด ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 4-6 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นเครือข่ายรับแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ ดอกดาวเรืองจำนวน 1 ล้านเมล็ด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-3101537

กระเช้าหัตถศิลป์ไทย แทนใจแด่แม่ที่รัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283832

กระเช้าหัตถศิลป์ไทย แทนใจแด่แม่ที่รัก

กระเช้าหัตถศิลป์ไทย แทนใจแด่แม่ที่รัก

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ขอเชิญร่วมส่งความรัก เพื่อตอบแทนพระคุณแม่ด้วยกระเช้าหัตถศิลป์ไทย ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจาก SACICT มีทั้งของใช้ของตกแต่งบ้านประเภทงานผ้าทอมือ เครื่องจักสาน เครื่องเซรามิก และเครื่องเงินซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ เป็นผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และกลุ่มสมาชิก SACICT หรือจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อนำมาจัดเป็นกระเช้าสุดพิเศษในรูปแบบของตนเองได้เช่นกัน

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ SACICT

ผู้สนใจที่กำลังมองหาของขวัญหรือกระเช้าสำหรับมอบในช่วงเทศกาลวันแม่ สามารถมาเยี่ยมชม และเลือกซื้อได้ทุกวันที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือสอบถามโทร.1289

เปิดตัวโครงการเปลี่ยนเพื่อก้าวต่อ พร้อมจัดประกวดเรียงความชิงรางวัล 3 แสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283834

เปิดตัวโครงการเปลี่ยนเพื่อก้าวต่อ พร้อมจัดประกวดเรียงความชิงรางวัล 3 แสนบาท

เปิดตัวโครงการเปลี่ยนเพื่อก้าวต่อ พร้อมจัดประกวดเรียงความชิงรางวัล 3 แสนบาท

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อรู้ว่าเป็นโรคมะเร็ง น้อยคนนักที่จะทำใจยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ป่วยเอง และคนในครอบครัว ต่างมีความตระหนกตกใจ กังวล กลัว ท้อแท้ ฯลฯ กว่าจะตั้งสติแล้วก้าวต่อไป ล้วนต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ทั้งด้านความคิด และวิถีชีวิต

ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เกิดจากการรวมตัวกันของ กลุ่มผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ผู้ดูแล และอาสาสมัคร ตั้งแต่ปี 2542 เชื่อมั่นว่า เป็นโรคมะเร็งยังไม่หมดหนทางเสียทีเดียวเพียงเราเปลี่ยนแปลงความคิด ชีวิตก็ก้าวต่อไปได้โดยสมาชิกชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งมากมายหลายคนทำสำเร็จมาแล้ว

เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง เหล่าสมาชิกชมรมจึงร่วมกันรังสรรค์โครงการที่ชื่อว่า เปลี่ยน (CHANGE) ที่จะใช้ช่วงเวลาตลอดครึ่งปีหลังของปี 2560 เพื่อรณรงค์ให้ผู้ป่วยมะเร็ง ครอบครัวผู้สนใจสุขภาพ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพกายและใจที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นกิจกรรมแรกของโครงการด้วยการประกวดเรียงความ ในหัวข้อ “เปลี่ยน” เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งครอบครัว คนใกล้ชิด ได้เล่าประสบการณ์เมื่อต้องเผชิญกับโรคมะเร็ง ชีวิตของตนเองเปลี่ยนไปอย่างไร อาทิ เปลี่ยนด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือแนวความคิดเป็นต้น โครงการนี้ เปิดโอกาสให้ได้ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นเรียงความ ที่จะแบ่งปันแรงบันดาลใจ กำลังใจ เมื่อประสบกับโรคมะเร็ง

หลักเกณฑ์การประกวด ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวดเป็นผู้ป่วยมะเร็งหรือคนในครอบครัว ไม่จำกัดอายุ โดยส่งได้ท่านละ 1 เรื่อง เขียนเป็นเรียงความร้อยแก้วความยาวอย่างน้อย 1 หน้า แต่ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 เขียนด้วยลายมือหรือพิมพ์ (ในกรณีพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ตัวอักษร Cordia New หรือ Angsana New ขนาดตัวอักษร 16)ตั้งชื่อเรียงความโดยต้องมีคำว่า “เปลี่ยน” ในชื่อเนื้อหาต้องสื่อถึง “การเปลี่ยน” เมื่อประสบกับโรคมะเร็ง ท่านเปลี่ยนอย่างไรที่ทำให้ชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ท้ายเรียงความเขียนชื่อ-สกุล(ผู้เขียน) ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์หรือ Line ID ที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการประสานงาน

ช่องทางการส่งเรียงความ ส่งผลงานมาทาง Inbox Facebook : ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือส่งผ่านหน้าเว็บไซต์ http://www.siamca.com, ทางอีเมล์ที่ thaianticancer@gmail.com หรือส่งทางไปรษณีย์ที่ ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง เลขที่ 213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 ถ.สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 กำหนดส่งเรียงความได้จนถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2560 ประกาศผลผู้เข้ารอบได้รับรางวัล 7 คนสุดท้าย ต้นเดือนกันยายน 2560

สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง โทรศัพท์ 02-6640079

สวย สมาร์ท สตรอง สมศักดิ์ศรี มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283848

สวย สมาร์ท สตรอง สมศักดิ์ศรี มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

สวย สมาร์ท สตรอง สมศักดิ์ศรี มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

น้องฟ้า-นางสาวปวีณสุดา ดรูอิ้น, น้องปุ๊ก-นางสาวสุรพฤนท์ อาจคงหาญ, มารีญา-นางสาวมารีญา พูลเลิศลาภ, น้องโบว์- นางสาวสุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ และ น้องเฟรม-นางสาวรัตน์ชนก เนาวะเศษ

ไม่ค้านสายตาและเสียงเชียร์ที่กระหึ่มห้องรอยัล พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน นับตั้งแต่ก้าวขึ้นเวทีจนถึงวินาทีที่ชื่อของ นางสาวมารีญา พูลเลิศลาภ ลูกครึ่งสาวไทย-สวีเดน วัย 25 ปี ได้สวมมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ซึ่งเธอได้พิสูจน์แล้วถึงความครบเครื่องไม่ว่าจะเป็นความสวยความสามารถสมกับที่จะเป็นตัวแทนสาวไทยไปชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2017 ในปลายปีนี้

หลังสวมมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 เรียบร้อย มารีญา เปิดใจถึงการเข้าสู่เส้นทางนางงาม

“ก่อนขึ้นเวทีตื่นเต้นมากค่ะ แต่พอได้ยินเสียงเชียร์ ทำให้ลดความตื่นเต้น เปลี่ยนเป็นความสนุกแทน แล้วก็ทำทุกอย่างบนเวทีอย่างเต็มที่กับเพื่อนๆ เพราะวันนี้คือวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นวันสุดท้าย พอได้ยินเสียงประกาศชื่อตัวเองว่าได้ตำแหน่งก็ดีใจมาก รู้สึกภูมิใจที่ได้โอกาสนี้”

หลายคนถึงยังคงประทับใจกับคำตอบในรอบห้าคนและสองคนสุดท้ายว่า สิ่งที่ลำบากที่สุดของการเกิดมาเป็นผู้หญิง ทำไมจึงตัดสินใจมาประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ซึ่งเธอตอบว่า ไม่เพียงเป็นเวทีที่มีเกียรติแล้วแต่เวทีนี้จะทำให้เธอประสบความสำเร็จ

“นอกจากจะได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์สแล้ว เวทีนี้จะทำให้มารีญาได้ทำตามฝันอีกอย่างหนึ่งนั่นคือการทำโครงการพัฒนาเยาวชน สตรี ให้มีความรู้ความสามารถ มีความมั่นใจ อย่างที่รู้ว่ามารีญาเป็นนางแบบ คนก็จะรู้จักเราในระดับหนึ่ง ซึ่งต่างกับการเป็นนางงามที่สามารถสร้างอิมแพคได้มากกว่า ได้รับความสนใจมากกว่า ตอนนี้มารีญาอยู่ในจุดที่เราต้องเป็นแบบอย่างของเยาวชน ซึ่งมารีญา ก็จะใช้โอกาสนี้ในการเดินตามฝันของตัวเองที่จะทำโครงการพัฒนาทักษะให้กับเยาวชน และผู้หญิงไทยค่ะ”

ระหว่างการเก็บตัวจนกระทั่งถึงรอบตัดสินมีหลายกระแสบอกว่า มารีญา เป็นเด็กเส้น ล็อกมงบ้าง หน้าฝรั่งเกินไปบ้างในขณะที่เอเชียลุคส์กำลังมาแรงมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 เคลียร์ประเด็นต่างๆ ว่า

“ปีนี้มารีญาอายุ 25 แล้ว คิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมจึงได้ตัดสินใจมาประกวด และได้นำประสบการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ความสามารถพิเศษที่มี ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก คือมารีญามีอะไรอยู่ในตัวก็พยายามที่จะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมา ทุกนาทีที่อยู่ในกองประกวดกับเพื่อนๆ มารีญาก็เรียนรู้ ฝึกฝนทุกอย่างจากกิจกรรมต่างๆ ที่จะพัฒนาตัวเอง รวมถึงสิ่งที่พี่เลี้ยงสอน พอยิ่งมีข่าวว่าล็อกมง มารีญาก็ต้องพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนเห็นว่ามารีญาเหมาะสมกับตำแหน่ง ส่วนเรื่องเอเชียลุคส์ มารีญาก็ไม่กังวลเลยค่ะ เห็นหน้าฝรั่งอย่างนี้ แต่มารีญาเติบโตมากับวัฒนธรรมไทย คือถ้าได้มาสัมผัสกับมารีญาจะรู้ว่ามารีญามีความเป็นไทยสูงมากค่ะ”

จากการประกวดมิสยูนิเวิร์สในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รุ่นพี่ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา น้ำตาล-ชาลิดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 สามารถเข้าถึงรอบ 6 คนสุดท้าย เมื่อถามถึงความพร้อมและความกดดัน กับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ที่จะมีขึ้นในตุลาคมที่จะถึงนี้ มารีญา บอกว่า

“สิ่งที่ต้องพัฒนาในตัวมารีญาคิดว่าคือเรื่องการพูด หรือการสื่อสาร ด้วยความที่มารีญามีสิ่งที่อยากจะนำไปบอกบนเวทีโลกมากมาย ก็ต้องมีการเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดให้ดีก่อนเพื่อที่คนฟังจะได้เข้าใจง่าย ต้องเพิ่มน้ำหนักและออกกำลังกายเพื่อความเฟิร์ม เพราะมารีญาสูงแต่ค่อนข้างผอมไปหน่อย ส่วนเรื่องจุดแข็งที่จะนำไปโชว์แน่นอนคือความเป็นไทย ความอ่อนน้อมถ่อมตน รอยยิ้ม ซึ่งกดดันไหมตอนนี้ก็ยังนะคะเพราะมารีญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้สมกับโอกาสที่ได้รับค่ะ”

ด้าน คุณแม่ชนกสรวง พูลเลิศลาภ ซึ่งเป็นตัวแทนครอบครัวมาให้กำลังใจลูกสาวติดขอบเวทีเพียงคนเดียว เผยถึงเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกสาวให้เป็นนางงามในวันนี้ว่า “เป็นการตัดสินใจของลูกที่ค่อนข้างรวดเร็ว ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเท่าไหร่ แต่แม่ก็สนับสนุนในการตัดสินใจของลูก แม่เลี้ยงลูกมาแบบให้การสนับสนุนเขาทุกๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา และยังสนับสนุนให้ลูกได้มีประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน เวลาลูกปิดเทอม แม่จะไม่ให้เรียนพิเศษ หรือไปติวอะไร จะให้ลูกพักจริงๆ แต่ไปทำอย่างอื่นที่จะเสริมประสบการณ์ของลูกแทน อย่างเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนเปียโน เพื่อที่เขาจะได้ทำอะไรที่หลากหลาย วันนี้ลูกได้ตำแหน่งก็ดีใจ และภูมิใจ และขอบคุณกองประกวด คณะกรรมการ และกองเชียร์ที่เห็นว่าลูกแม่จะทำหน้าที่นี้ได้”

ประวัติคร่าวๆ ของมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 นางสาวมารีญา พูลเลิศลาภ มีชื่อเต็มว่านางสาวมารีญา ลินน์ เอียเรียน (Maria Lynn Ehren) อายุ 25 ปี ลูก 183 เซนติเมตร เป็นลูกสาวคนเล็กของ นายโกราน เอียเรียน วิศวกรออกแบบโรงไฟฟ้า ชาวสวีเดน และนางชนกสรวง พูลเลิศลาภอาจารย์พิเศษสถาบัน AIT มีพี่ชาย 2 คน เป็นฝาแฝด ซึ่งเธออายุห่างจากพี่ชายถึง 12 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยอีราสมุส ประเทศเนเธอร์แลนด์ และปริญญาโทด้านการตลาดสตอกโฮล์ม สกูล ออฟ บิซิเนส ประเทศสวีเดน พูดได้ 4 ภาษา ไทย, อังกฤษ, สวีเดน, จีนกลาง เคยมีผลงานเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยวกับค่ายสมอลล์รูมเมื่อปี 2010 และเป็นที่รู้จักในฐานะนางแบบแถวหน้าของเมืองไทย

สำหรับตำแหน่ง รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์อันดับที่ 1 ได้แก่ น้องโบว์-นางสาวสุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์และรองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์อันดับ 2 อีก 3 ตำแหน่งได้แก่ น้องเฟรม-นางสาวรัตน์ชนก เนาวะเศษ, น้องปุ๊ก-นางสาวสุรพฤนท์ อาจคงหาญ และ น้องฟ้า-นางสาวปวีณสุดา ดรูอิ้น

สวยครบเครื่องสมมงขนาดนี้ อย่างไรชาวไทยก็ยังต้องส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ “มงมิสยูนิเวิร์ส”มาลงที่ มารีญา กันต่อนะคะ