ตระการตา แฟชั่นโชว์ ‘เพชร’ ฉลอง 88 ปี ‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280710

ตระการตา แฟชั่นโชว์ ‘เพชร’ ฉลอง 88 ปี ‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’

ตระการตา แฟชั่นโชว์ ‘เพชร’ ฉลอง 88 ปี ‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อัญรัตน์ พรประกฤต, วิโรจน์ พรประกฤต, อรรัตน์ พรประกฤต, อัครพงศ์ พรประกฤต

“เพชร” อัญมณีที่เป็นอมตะตลอดกาล เช่นเดียวกับ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” แบรนด์ เครื่องเพชรชั้นนำ ที่อยู่คู่สาวกคนรักเพชรชาวไทย มาถึง 88 ปี เนรมิตงานระดับบิ๊ก “ยูบิลลี่ ไดมอนด์ 88 แอนนิเวอร์ซารี่ เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ ขอบคุณลูกค้า พร้อมแฟชั่นโชว์อวดโฉมเครื่องเพชรคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ที่ทำเอาคนรักเครื่องประดับเพชรต้องตะลึง กับความสวยงามอลังการ ด้วยมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท โดยมี อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ต้อนรับแขกเหรื่อ ณ ห้องคริสตัล ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา

งานนี้สาวกคนรักเพชรแท้ตื่นตาตื่นใจกันตั้งแต่หน้างานกับไฮไลท์ เพชร Cushion Shape 55.88 กะรัต D color ที่ถูกนำมาจัดแสดงอวดแสงระยิบระยับ ซึ่งถือเป็นเพชรหนึ่งเดียวในโลก ที่มีน้ำหนักกะรัตเท่ากับเลขมงคลอย่างเลข 5 และเลข 8 พอดี โดยเป็นเพชรทรงสี่เหลี่ยมตัดมุม ขนาดหน้ากว้างถึง 2.5 เซนติเมตร จากแหล่งเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดในโลก เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ด้วยคุณภาพเหนือมาตรฐาน D Color เป็นเลิศทั้งเรื่องสี และความพิถีพิถันในการเจียระไน ซึ่งยูบิลลี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพชร Jubilee Diamond ของ Queen Victoria ตั้งแต่ ค.ศ. 1897 ถือเป็นตำนานของ 1 ในเพชร 100 ชิ้นที่ดีที่สุดในโลก ส่วนบรรยากาศภายในงานได้ถูกตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา ในสไตล์ลักชัวรี่ เอลิแกนซ์ ที่มีความหรูหรา แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น รอต้อนรับเหล่าคนรักเครื่องเพชร มาร่วมเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ ลิ้มรสอาหารจีนมหามงคล ที่เชื่อว่าจะช่วยให้รุ่งเรือง ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง และอุดมสมบูรณ์ พร้อมร่วมชมแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ อวดโฉมเครื่องเพชรมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท โดยมีเครื่องประดับชิ้นเอก อาทิ สร้อยคอเพชร Emblem of Eternity ดีไซน์รูปแบบซิกเนเจอร์ของยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่เพิ่มความหรูหรา ด้วยเพชรน้ำงาม น้ำ 100 D Color Triple Excellent และเป็นสุดยอดเพชร Hearts & Arrows ซึ่งถือเป็นเพชรที่สวยงาม ดีที่สุดและยากมากที่สุดที่จะได้เพชรที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้, แหวนเพชรรูปไข่ Carat Collection โดดเด่นด้วยเพชรรูปทรงไข่น้ำ 100 D Color Triple Excellent cut grade ที่ถูกคัดสรรและเจียระไนมาเป็นพิเศษ ให้ได้ออกมาเป็นเพชรทรงไข่ที่สมบูรณ์แบบ ในทุกมิติ ประกอบกับดีไซน์ตัวเรือนแหวนเพชรที่รับกับเพชรรูปไข่เม็ดกลาง ช่วยให้เรียวนิ้วดูหรูหราสง่างาม, แหวนเพชร The Excellence of Beauty แหวนเพชรเม็ดเดี่ยว D Color Triple Excellent cut grade ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับสาวๆ ด้วยกรรมวิธีการผลิตเทคนิคเฉพาะเพชรยูบิลลี่ ทำให้เห็นเพชรเม็ดกลางได้ทุกมิติ มีความโดดเด่น สะกดทุกสายตา และด้วยเทคโนโลยีการฝังเม็ดแบบ Microscope setting technique ทำให้เพชรทุกๆ เม็ดที่ฝังบนตัวเรือนแหวน มีความประณีตสวยงามในทุกมิติมุมมอง


ทัศนีย์ ชลสายพันธ์, สถิตย์ เทศวิเชียรชัย


ณัฐริยา โค้วไพโรจน์, ใจสคราญ โค้วไพโรจน์


วรรณณิศา จาง, ทัศนีย์ ชลสายพันธ์


ภวิษย์พร คณาธนะวนิชย์


ภูวนาท คุนผลิน


พันธุ์ศักดิ์ พงษ์วัฒนานุสรณ์, วิรัลพัช ฉัตรวิริยานนท์

วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3 นิทรรศการจิตรกรรมเพื่อการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280712

วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3 นิทรรศการจิตรกรรมเพื่อการกุศล

วาดด้วยใจรัก ครั้งที่ 3 นิทรรศการจิตรกรรมเพื่อการกุศล

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Castel Sardo, Italy สีอะคริลิก ผลงาน คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา

กลุ่มศิลปิน “วาดด้วยใจรัก” นำโดย คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา เชิญชมการแสดงจิตรกรรมสีน้ำและสีอะคริลิก “วาดด้วยใจรัก” ครั้งที่ 3 ผลงานฝีแปรงของ ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล, คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา, ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์, ขวัญชนก เตชะวิจิตร์ และ ภัชราวุฒิ พัดสูงเนิน ครูผู้สอน โดยแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพมาจากประสบการณ์การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ และเหตุการณ์รอบตัว นำมาถ่ายทอดด้วยเทคนิคที่ตนเองถนัดโดยนิทรรศการเปิดให้ชมไปจนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2560 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอนรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนโครงการ “กองทุน สส. เพื่อผู้สูงวัย” โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย, มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิอื่นๆ


มังกรแดงแห่งจางเจียเจี้ย ภาพสีน้ำมัน ผลงาน ภัชราวุฒิ พัดสูงเนิน

 

“Glittering Forest สีอะคริลิก ผลงาน ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์


Complique สีอะคริลิก ผลงาน ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์


ผลงานของ ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล


Blair Road สีอะคริลิก ผลงาน คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา

‘ครูหนิง-รจเรข’ และ ‘ครูเจี๊ยบ-สวิตตา’ แห่ง ‘เดอะฮับ สายเด็ก’ ผู้ดูแลเด็กด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280713

‘ครูหนิง-รจเรข’ และ ‘ครูเจี๊ยบ-สวิตตา’ แห่ง ‘เดอะฮับ สายเด็ก’ ผู้ดูแลเด็กด้อยโอกาส

‘ครูหนิง-รจเรข’ และ ‘ครูเจี๊ยบ-สวิตตา’ แห่ง ‘เดอะฮับ สายเด็ก’ ผู้ดูแลเด็กด้อยโอกาส

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหาเด็กและเยาวชนนับเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากในสังคมไทย ศูนย์เดอะฮับ สายเด็ก จึงเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ ให้มีที่กิน ที่พักอาศัย พร้อมมีครูและเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นอย่างดี รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ “ครูเจี๊ยบ-สวิตตา ศรีบุญนาค” และ “ครูหนิง-รจเรข ขาวงาม” พร้อมด้วย “น้องส้ม” เยาวชนที่ได้รับความช่วยเหลือจาก เดอะฮับ สายเด็ก

ครูหนิง-รจเรข ขาวงาม เล่าว่า “เดอะฮับ สายเด็ก เราช่วยเหลือเด็กที่ได้รับปัญหาต่างๆ เด็กที่มาอยู่ที่นี่จะเป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศ การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เรื่องของปัญหาครอบครัว และก็การหลุดออกมาจากระบบการศึกษาคือไม่ได้เรียนหนังสือ เด็กที่นี่ถามว่ามีผู้หญิงหรือผู้ชายมากกว่า ก็พอๆ กันนะคะ ช่วงเดือนนี้ถ้าเข้าออกช่วยเหลือกันอยู่ก็น่าจะอยู่ที่ราวๆ 30 กว่าคน

ปัญหาเด็กที่เราเจออยู่ทุกวันนี้ ถามว่าอะไรคือ สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเหล่านี้ต้องมาพึ่งบริการที่นี่ ถ้าครูหนิงมองจะมองจากจุดเริ่มต้น ก็คือปัญหาในครอบครัว เพราะว่าด้วยจากเศรษฐกิจในครอบครัวของเขา ก็คือพ่อแม่หาเช้ากินค่ำ เวลาที่จะอบรมหรือว่าให้ความดูแลน้องๆ เหล่านี้ก็ขาดหายไปเลย

เด็กที่เราช่วยเหลือ ก็คือมันเป็นกระบวนการค่ะตรงนี้สิ่งที่เราทำเราไม่ได้คาดหวังผล 100%ในการที่น้องจะกลับไปสู่ครอบครัวอย่างเด็กปกติทั่วไปแต่อย่างน้อยเราได้ทำแล้ว เราได้ทำสิ่งที่เราควรจะทำ อย่างเช่น น้องเขาขาดความอบอุ่นในครอบครัวเราถึงแม้ไม่ใช่พ่อแม่ แต่เราก็ให้ความรักความอบอุ่น เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ดูแลเอาใจใส่ ให้การศึกษาด้วยสิ่งที่เขาขาดไป เราก็พยายามเติมให้เขา

ในมุมมองตรงนี้ เราก็อยากให้สังคมเปิดกว้าง ในลักษณะว่าถ้ามีกลุ่มนักศึกษา ก็สามารถเข้ามาทำกิจกรรมตรงนี้ได้ แล้วก็ในอนาคตหน่วยงานต่างๆ เขาเข้าใจเด็กมากขึ้น เขาก็จะสามารถเปิดรับเด็กกลุ่มที่อยู่กับเราที่อยู่ในภาวะที่เขาได้เจอความบอบช้ำมา จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าเด็กตรงนี้เขาต้องการอะไร บางทีเขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่สังคมเข้าใจ

ด้าน ครูเจี๊ยบ-สวิตตา ศรีบุญนาค บอกว่า“เด็กที่อยู่ที่นี่ถามว่าเราให้การดูแลเขาอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะมีพวกปัจจัยสี่ อาหาร แล้วก็ที่นอนที่พัก เพราะเด็กเร่รอนส่วนใหญ่เขาจะขาดที่พักและอาหาร เราก็ส่งเสริมโดยการศึกษา และพัฒนาด้านอาชีพด้วย แล้วก็ทักษะการดำรงชีวิต เพราะเด็กเขาจะขาดทักษะด้านนี้อย่างมาก เด็กที่อยู่ที่นี่อายุน้อยสุดถ้าในชุมชนก็ตั้งแต่ 2 ขวบ หรือว่าตั้งแต่แรกเกิดก็มี เราสนับสนุนทางด้านนมด้วยค่ะ เป็นเด็กในชุมชน บางส่วนก็อยู่กับแม่เขา เราสนับสนุนเรื่องนมผง อายุเยอะสุดที่เราดูแลอยู่ ก็น่าจะอยู่ประมาณใกล้ๆ เลข 40 ค่ะ แต่น้องจะมีปัญหาทางด้านสมอง

ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นปัญหาที่มาจากความรุนแรงในครอบครัว อย่างเช่น น้องบางคน สาเหตุการเร่ร่อน คือพ่อกับแม่เขาใช้ความรุนแรงกับลูก โดยการตีลูก ไม่เข้าใจในช่วงที่ลูกเข้าสู่วัยรุ่น น้องก็เลยเร่ร่อนออกมา บางทีเด็กๆ เราเคยเข้าไปสอนในโรงเรียนแล้วก็รณรงค์ด้วย มันจะมีปัญหาเรื่องเด็กที่เขาแบบมีพฤติกรรมที่จะออกนอกระบบ คือเขาไม่สามารถจะอยู่ในระบบได้ แต่ระบบการศึกษาไทย เน้นเรื่องคะแนน แล้วเด็กบางคนไอคิวของเขาจะต่ำกว่าเพื่อน คือสมองไม่พร้อมที่จะรับรู้เรื่องการเรียน น่าจะมีทางเลือกอื่นให้เขา เราก็เลยเลือกที่จะให้เขาเรียน กศน. เพื่อสนับสนุนให้เขามีวุฒิด้วย

แล้วทางมูลนิธิเรา ก็เป็นที่ปรึกษาให้กับเด็ก แล้วก็เสริมเรื่องของจริยธรรมลงไปด้วย จริยธรรมก็อย่างเช่น น้องบางคนเขาเคยเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมก่อนหน้าที่จะมาอยู่ที่ศูนย์ฯ เขาเคยปล้น เคยใช้ความรุนแรง เคยก่อคดีอาชญากรรมมาบ้าง เราก็เลยสอนเขาให้เขาเป็นคนดีขึ้นมา สาเหตุที่เขาทำก็คือ ปัจจัยสี่ที่เป็นส่วนสำคัญ คือเขารู้สึกหิวแล้วเขาไม่มีเงิน ก็เลยต้องไปลักขโมย วิ่งราวเรื่องของอาหาร เรื่องของที่พัก ทางศูนย์เราก็เลยจัดตั้งทั้งอาหารและที่พักให้เขา มันก็จะลดปัญหาตัวนี้ลงไปได้เยอะเลยค่ะ เราอยากให้คนทั่วไปเปิดโอกาสให้น้องๆ ด้วย เราอย่าไปมองเขาแล้วตีตราว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี เด็กเหลือขอ ควรจะให้โอกาสเขา มองเขาเหมือนเขาเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนเรา”

สุดท้าย “น้องส้ม” ที่อยู่ในความดูแลของ เดอะฮับ สายเด็ก เล่าว่า“หนูอยู่ที่นี่มาประมาณ 6 เดือนแล้ว หนูมาจากคลองตัน ตอนแรกหนูจะมาเที่ยวหาเพื่อนเฉยๆ มีพี่ที่รู้จักกันมาอยู่ที่นี่ สุดท้ายที่มาอยู่ตรงนี้เพราะครูเขาเรียกขึ้นมาคุยว่าอยากให้ช่วยเหลืออะไรมั้ย แล้วก็มาที่นี่ค่ะ อยู่ที่นี่หนูก็ทำงานขายน้ำปั่นบนรถฟู้ดทรัค แล้วก็เรียนหนังสือไปด้วย ตอนนี้เรียนอยู่ม.3 ค่ะ

พ่อกับแม่หนูแยกทางกัน ตอนนี้ก็เจอพ่อค่ะ พ่อก็ไม่ได้บอกว่าให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ปัญหาที่ทำให้เด็กมาอยู่ที่นี่นอกจากจะไม่ได้รับความอบอุ่นจากที่บ้าน ถูกกระทำด้วยความรุนแรงแล้ว หนูก็คิดว่ามีสาเหตุอื่นนะคะ อย่างเด็กที่เรียนหนังสือตามโรงเรียน เขาก็ออกมามีชีวิตอย่างพวกหนูได้นะคะ เพราะว่าตามเพื่อน หรือบางคนพ่อแม่ก็อยากจะให้เรียนอย่างเดียว บางคนก็จะเครียดๆ มันก็เบื่อ เหมือนกับโดนบังคับให้เรียนหนังสือเลยไม่อยากอยู่บ้าน ก็เลยออกมาอยู่ตรงนี้

ในฐานะที่หนูเคยอยู่ในสภาพปัญหาเหล่านี้มาก่อน มันก็อยู่ทั้งตัวพ่อแม่และตัวเด็กเหมือนกัน อย่างครอบครัวบางคนเขาเอาใจใส่ลูกดี มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ไม่รู้สึกขาด แต่บางคนเขาก็ไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว หรือจากพ่อแม่เขาไม่ได้ให้มันก็มีส่วน

ครูหนิงทิ้งท้ายว่า “สำหรับคนที่อยากให้สนับสนุนน้องๆ เหล่านี้ หรืออยากจะช่วย The Hub สายเด็ก ก็ติดต่อมาได้ที่ มูลนิธิ สายเด็ก 1387”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

‘ปีเตอร์’ ประชัน ‘รัดเกล้า’ ถ่ายทอดบทบาท ‘พระเจ้าเอกทัศ’ และ ‘พระมเหสี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280705

‘ปีเตอร์’ ประชัน ‘รัดเกล้า’ ถ่ายทอดบทบาท  ‘พระเจ้าเอกทัศ’ และ ‘พระมเหสี’

‘ปีเตอร์’ ประชัน ‘รัดเกล้า’ ถ่ายทอดบทบาท ‘พระเจ้าเอกทัศ’ และ ‘พระมเหสี’

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักแสดงเจ้าบทบาท “ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม” ประชันบทบาทสำคัญกับนักแสดงยอดฝีมือ “รัดเกล้า อามระดิษ” โดยสวมบทบาทเป็น “พระเจ้าเอกทัศ” องค์ปัจฉิมบรมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาและ“กรมหมื่นพิมลภักดี” พระมเหสีเทวี ในภาพยนตร์ซีรี่ส์อิงประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศ “ศรีอโยธยา” โดย “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพเทวกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ เผยว่า

“ทั้งองค์ “พระเจ้าเอกทัศ” และ “พระมเหสี” ทรงถูกมองโดยนักประวัติศาสตร์ในหลายแง่หลายมุมที่แตกต่างทัศนะกันออกไป มักที่จะทรงถูกสรุปโดยหาหลักฐานไม่ได้ว่าการสูญเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2310 นั้นมีมูลเหตุจากความอ่อนแอ และมิได้ทรงสนพระทัยที่จะปกป้องประเทศชาติของทั้งสองพระองค์ แต่เมื่อผมได้ค้นคว้าหาหลักฐานข้อมูลจากพงศาวดาร รวมทั้งจดหมายเหตุทั้งของชาวสยาม และชาวต่างชาติ ก็ไม่ปรากฏหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรพอที่จะยึดถือได้ว่าเป็นจริงเช่นนั้น ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงถือว่าจะเป็น “มุมมองใหม่” ที่นำเสนอ “ภาพชีวิต” ของทั้งสองพระองค์ ในวาระที่ต้องทรงเผชิญกับมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดา” และ “พระมารดา” แห่งแผ่นดินที่กำลังจะลุกเป็นเพลิง”

‘มาสเตอร์เชฟฯ’ กระแสแรงเกินคาด ‘หนุ่ม’ ฟุ้ง!มั่นใจเสิร์ฟถูกใจคนดู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280702

‘มาสเตอร์เชฟฯ’ กระแสแรงเกินคาด   ‘หนุ่ม’ ฟุ้ง!มั่นใจเสิร์ฟถูกใจคนดู

‘มาสเตอร์เชฟฯ’ กระแสแรงเกินคาด ‘หนุ่ม’ ฟุ้ง!มั่นใจเสิร์ฟถูกใจคนดู

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แรงสมราคาคุยจริงๆ สำหรับรายการ “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์” ทางช่อง 7 สี ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด กับการตอบรับที่ดีเกินคาด จนทำให้ “หนุ่ม-กิติกรเพ็ญโรจน์” บิ๊กบอสเจ้าของรายการถึงกับยิ้มแก้มปริ พร้อมเปรยยังมีทีเด็ดสนุกๆ มันส์ๆอีกเยอะ โดยบอสหนุ่มกล่าวว่า

“กระแสตอบรับถือว่าดีมาก ซึ่งก็มีทั้งกระแสดีและไม่ดีผสมกันไป แต่โดยรวมแล้วคนดูจะชอบมาก บอกรายการสนุก ลุ้นตลอดเวลาโดยเฉพาะกระแสของ 3 กรรมการ บอกเลยว่าแรงจริงๆ คนให้ความสนใจเยอะมาก เรียกว่าในแต่ละสัปดาห์คนจะจับจ้องว่าอาทิตย์นี้กรรมการจะวิจารณ์อย่างไร ดุเดือดขนาดไหน ส่วนผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนก็มีเรื่องของตัวเองมาพรีเซ้นต์ เลยทำให้เกิดความสนุกเพิ่มขึ้น เรื่องรูปแบบรายการที่ตัดออกมาแล้ว มีคนชมว่าเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองดี ไม่ไปอิงของประเทศอเมริกาหรือออสเตรเลียที่คนไทยชอบดู ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าทั้งสองประเทศเขาก็มีดีคนละแบบ ดังนั้นเมื่อเราเอามาทำก็พยายามดึงส่วนดีของทั้งสองประเทศออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดราม่าหรือภาพสวยของอาหาร นอกจากนี้ผมพยายามสอดแทรกความเป็นไทยเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเมนูอาหารไทยวัฒนธรรมไทย ฯลฯ เรียกว่าในรายการค่อนข้างที่จะมีครบ และผมค่อนข้างมั่นใจว่าจากนี้รายการจะมีความสนุกพร้อมทั้งความมันส์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องของคำติชมผมก็อยากให้ติชมมาตลอด เพราะจะได้นำไปปรับเพื่อให้ถูกใจคนดู”

‘ช่อง 5’ ร่วมใจ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280706

‘ช่อง 5’ ร่วมใจ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

‘ช่อง 5’ ร่วมใจ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์

วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
“พล.ต.บุญญฤทธิ์ วิสมล” รองผู้อำนวยการใหญ่สายงานบริหารองค์กร พร้อมด้วย “อาจารย์ ลลิดาดวงรัตน์” ครูวิทยฐานะชำนาญการ โรงเรียนฝึกอาชีพ สำนักพัฒนาสังคม ผู้ร่วมผลิตรายการ ผู้บริหาร และผู้ประกาศข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ร่วมกิจกรรม “ททบ. ร่วมใจ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายในหลวง ร.9” ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก โดยดอกไม้จันทน์ที่ร่วมกันประดิษฐ์ขึ้นได้ถูกส่งมอบให้กับสำนักพัฒนาสังคม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชช่วงเดือนตุลาคมนี้

‘ไดกิ้น’สยายปีกทั่วประเทศขยายพื้นที่ทุกภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280707

'ไดกิ้น'สยายปีกทั่วประเทศขยายพื้นที่ทุกภูมิภาค

‘ไดกิ้น’สยายปีกทั่วประเทศขยายพื้นที่ทุกภูมิภาค

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัดผู้นำนวัตกรรมด้านระบบปรับอากาศไดกิ้นเปิดเกมรุกต่อเนื่อง เดินหน้าขยายสาขาต่างจังหวัด บุกตลาดภาคตะวันออก เปิดสาขาระยอง และภาคอีสานในโคราช จ.นครราชสีมาเดินตามแผนงานเปิดสาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

มร. ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัดกล่าวว่าแม้ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาตลาดเครื่องปรับอากาศในภาพรวมจะติดลบ แต่สำหรับแอร์ไดกิ้น ยังคงได้รับความนิยมและเป็นตัวเลือกในใจของผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศไดกิ้นสามารถตอบทุกโจทย์ที่ผู้บริโภคต้องการ ทั้งในเรื่องความคุ้มค่า การบำรุงรักษา ตลอดจนการให้บริการหลังการขายที่มีมาตรฐานดังนั้นการเปิดสาขาใหม่ของไดกิ้น ทั้ง 2 แห่งคือ ระยอง และโคราช จ.นครราชสีมา นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าไดกิ้นให้ความสำคัญกับลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดแล้ว ยังสอดรับกับแผนการขยายตัวของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจตามนโยบาย New S-curveใน 3 จังหวัดของภาคตะวันออกนั่นคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองพร้อมด้วยโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development) โดยมุ่งหวังให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งลงทุนหลักของประเทศ ซึ่งมีความพร้อมด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และนิคมอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันในส่วนของ โคราช จ.นครราชสีมา ก็เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในทุกๆ ด้าน เป็นประตูสู่อีสาน และมีเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่าการเปิดสาขาใหม่ทั้ง 2 แห่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ จะช่วยขยายฐานผู้บริโภคเครื่องปรับอากาศไดกิ้นให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย

“หลังจากที่เราเปิดให้บริการสาขา จ.ภูเก็ต, จ.ขอนแก่น  จ.เชียงใหม่ และศูนย์บริการ(Service Center)จ.นนทบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าทั้งในพื้นที่นั้นๆ และบริเวณใกล้เคียง ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกรวดเร็วทั้งด้านงานขายและงานบริการอย่างมีมาตรฐานเช่นเดียวกับสำนักงานใหญ่ทั้งยังช่วยเพิ่มยอดขายแอร์ไดกิ้นในต่างจังหวัด 20-30% ตลอดจนเป็นการขยายงานสู่ประชากรในท้องถิ่นที่เราเปิดสาขาเพิ่มขึ้นและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจในภูมิภาคนั้นๆและเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เรามีแผนงานอนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเปิดสาขาในภูมิภาคต่างๆ เพิ่มขึ้น

“ สำหรับตลาดในประเทศไทยยังคงสามารถขยายงานและการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ที่เราเปิดสาขา ได้มีการรับสมัครพนักงานฝ่ายขาย และฝ่ายบริการเพิ่มขึ้น และได้ส่งเสริมด้านความรู้โดยการจัดฝึกอบรม และไดกิ้นได้เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย อีกทั้งยังสนับสนุนดีลเลอร์ในพื้นที่ให้เป็นตัวแทนในด้านงานบริการและอะไหล่(Authorized Service &Spare Parts Dealer) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งการขยายสาขาไปทั่วประเทศ ทำให้เราตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ยปีละ10-15%และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของผู้นำตลาดแอร์ในประเทศไทยภายในอนาคตอันใกล้นี้”ผู้บริหารไดกิ้น กล่าวปิดท้าย

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ รจเรข ขาวงาม-สวิตตา ศรีบุญนาค : 9 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291696

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ รจเรข ขาวงาม-สวิตตา ศรีบุญนาค : 9 กรกฎาคม 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ รจเรข ขาวงาม-สวิตตา ศรีบุญนาค : 9 กรกฎาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 13.54 น.

In trend With KIMMY : SPRING 2017 SUMMER BOOTS

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280535

In trend With KIMMY : SPRING 2017 SUMMER BOOTS

In trend With KIMMY : SPRING 2017 SUMMER BOOTS

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่วงปลายฤดูร้อน ก่อนที่เราจะไปติดตามเทรนด์ของฤดูถัดไป เทรนด์สุดท้ายในซัมเมอร์นี้ถูกใจสาวๆ ที่ไม่ชอบเปิดเผยเท้า ไม่ถนัดใส่รองเท้าแตะ เพราะเรามาอัพเดทเทรนด์ของการใส่รองเท้าบู๊ทที่ดูไม่ผิดฤดูกาล ทำให้หลากหลายแบรนด์ดัง ส่งรองเท้าบู๊ทออกมาในฤดูกาลนี้ ทั้งบู๊ทที่ดูเปิดเผยคือมีการเปิดช่วงหน้าเท้า จับคู่รองเท้าบู๊ทสุดเท่กับกางเกงขาสั้น ชุดยีนส์หรือเชิ้ตเดรส สาวโบฮิเมี่ยนสามารถมิกซ์เดรสลายดอกไม้ผ้าบางเบากับรองเท้าบู๊ททะมัดทะแมงทำให้รองเท้าบู๊ทคู่เก่ง ไม่ต้องถูกเก็บไว้รอฤดูหนาวอีกต่อไป

Phillip Lim

 

Burberry

 

Céline

 

Hood By Air

 

Isabel Marant 

 

Loewe

 

Louis Vuitton

 

Rodarte

 

Simone Rocha

 

Thakoon

กรุงไทย ต้นกล้าสีขาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280524

กรุงไทย ต้นกล้าสีขาว

กรุงไทย ต้นกล้าสีขาว

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรมดีๆ อย่าง โครงการ “กรุงไทย ต้นกล้าสีขาว” ปีที่ 11 โดยยังคงเจตนารมณ์ในการปลูกฝังให้เยาวชนเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ที่เพิ่มเติมคือ การอัดฉีดทุนการศึกษาเป็นเงิน 2.3 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นางศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ขอชวนน้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปลายและปวช. ใครมีไอเดียเด็ดๆ ในการดำเนินโครงงานเพื่อพลิกฟื้นชุมชนด้วยวิถีเศรษฐกิจพอเพียง อย่ารอช้า รีบส่งแผนงานเข้าประกวดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ktb.co.th/csr หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-208-4456 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2560