สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307560

สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

กางปฏิทินงานสนช.61, ผลงานสนช., พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ, สุรชัย, สนช.โชว์ผลงานรอบปี 60

สนช.พอใจทำงานปี 60  กางปฏิทินงาน 61 เร่งดันกฎหมายปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ จี้ องค์กรอิสระ เร่งพิสูจน์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้สมกับไม่โดนเซตซีโร่

             นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า การทำงานสนช.ว่า ตลอดปี2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา334ฉบับ ผ่านการพิจารณา 271ฉบับ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 263ฉบับ มีผลบังคับใช้ 259ฉบับ ในจำนวน 334ฉบับนั้นเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ4ฉบับ ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นายสุรชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ดียังมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก3ฉบับ ผ่านการพิจารณาจากสนช.และอยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผ่านการพิจารณาจากสนช. ขั้นตอนต่อไป ประธานสนช. จะส่งร่างที่ผ่านวาระ3 ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และประธานปปช. ทำความเห็นกลับมาใน10วัน ว่าจะมีประเด็นโต้แย้งอะไรมาหรือไม่ หากไมมีถือว่าการพิจารณาถึงที่สุด จากนั้นส่งให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้ามีข้อโต้แย้งกลับมาจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม3ฝ่าย เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส. และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ที่ยังค้างในชั้นสนช. มีกรอบเวลาต้องพิจารณาแล้วเสร็จในวันที่ 26ม.ค.2561 เท่าที่ทราบคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับจะเรียกสมาชิกสนช.ที่เสอนคำแปรญัตติที่ขอแก้ไขกฎหมายมาชี้แจง จึงคิดว่าจะเสนอร่างกฎหมายเข้าที่ประชุมสนช.เพื่อลงมติในวาระที่ 3 และ 3 ภายในสัปดาห์ที่3 เดือนม.ค.2561 และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะเริ่มนับหนึ่ง เข้าสู่การเลือกตั้ง150วัน ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นอกเหนือไปจากผลงานด้านกฎหมายของสนช.ตลอดปี2560แล้ว สนช.ยังมีผลงานเกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสนช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 349เรื่อง แจ้งกลับไปยังหน่วยงานต่างๆ 218เรื่อง อยู่ระหว่างพิจารณา 131เรื่อง ในจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด พบว่าเป็นเรื่องการเมืองมากที่สุด เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ การทุจริต การประพฤติตนไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐมากถึง 97เรื่อง รองลงมาเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล 81เรื่อง อันดับสาม เป็นเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม 70 เรื่อง โดยเรื่องการเมือง หน่วยงานของรัฐที่ถูกร้องเรียนมีทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง มีการตรวจสอบเรื่องที่ร้องมามีมูลหรือไม่ ถ้ามีมูลจะส่งต่อให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป ถ้าไม่มีมูลก็เป็นอันยุติ

สำหรับการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ นายสุรชัย กล่าวว่า ในปี 2561 จะมีการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหลายฉบับพร้อมกันและมาเป็นชุดเดียวกัน โดยจะเป็นการพิจารณากฎหมายที่จะออกตามแผนการปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทุกอย่างจะเชื่อมโยงกันหมด โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติต้องรองรับการปฏิรูปประเทศ และ แผนการปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 กำหนดให้ต้องมีการปฏิรูประเทศในภาพรวมภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญพ.ศ.256ประกาศใช้ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 6 เม.ย. 2561 เพราะฉะนั้น เมื่อเดือนเข้าสู่เดือนม.ค.2561 จะมีเวลา 3 เดือนในการลงมือปฏิรูปประเทศ

เมื่อถามว่า แสดงว่าก่อนเดือนเม.ย.2561 จะต้องมีการแผนยุทธศาสตร์ชาติมาให้สภาให้ความเห็นชอบ นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าควรต้องมีการเสนอเข้าสภา เพื่อที่จะรองรับให้ฝ่ายปฏิบัติการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า การที่สนช.แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยกำหนดให้กรรมการองค์อิสระบางองค์กรได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปแต่บางองค์กรต้องพ้นจากตำแหน่ง จะเป็นปัญหาในการสร้างบรรทัดฐานหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เรารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายและพยายามสอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรอิสระแต่ละฉบับและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่ามีเหตุผลอย่างไร โดยส่วนใหญ่อ้างถึงภารกิจของแต่ละองค์กร ประกอบกับ มีการตีความมาตรา 273ของรัฐธรรมนูญว่าการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นดุลพินิจของสนช. จึงทำให้กฎหมายต้องออกมาเช่นนี้

เมื่อถามว่า จะเป็นปัญหาความน่าเชื่อถือของแต่ละองค์กรหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า แม้สังคมจะตั้งคำถามกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่ส่วนตัวคิดว่าสุดท้ายปัจจัยที่จะเป็นตัวชี้ขาด คือ ผลงานการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่กฎหมายบัญญัติให้กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันได้ทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งจะต้องระวังและต้องมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้สังคมได้เห็นว่าได้ทำงานให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองจริงๆ ตามที่กฎหมายได้เปิดโอกาสให้ทำงานต่อไปแล้ว

“บิ๊กตู่” ลั่น 3 ปีทำมาเยอะแล้ว พัฒนาทุกด้าน บ้านเมืองสงบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307503

“บิ๊กตู่” ลั่น 3 ปีทำมาเยอะแล้ว พัฒนาทุกด้าน บ้านเมืองสงบ

ทุจริต, หยุด, ไม่ทะเลาะ, ไม่ปิดถนน, สงบ, บ้านเมือง, 3 ปี, ทุกด้าน, พัฒนา, ลั่น, ประยุทธ์, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” ลั่น 3 ปีทำมาเยอะแล้ว พัฒนาทุกด้าน บ้านเมืองสงบไม่มีปิดถนน-ไม่ตีกัน-ไม่ทะเลาะ-หยุดทุจริต

29 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราคงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศไม่มากก็น้อย นอกจากการพัฒนาทางโครงสร้างพื้นฐานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราพัฒนาต่อเนื่องเชื่อมโยง มีแผนงาน ปัญหาอยู่ที่ทำได้หรือไม่ได้ ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด

“ท่านอาจรับรู้ว่าบ้านเมืองสงบสันติมันเป็นยังไงไม่มีปิดถนน คนไทยไม่ตีกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่วุ่นวาย การหยุดทุจริตและสานพลังประชารัฐในแหล่งท่องเที่ยว ช่วยให้กรมอุทยานแห่งชาติ จัดเก็บรายได้มากขึ้น จาก 600 ล้าน เป็น 2,400 ล้านต่อปี แล้วบอกรัฐบาลนี้ไม่ทำอะไร ผมว่าบางเรื่องมันก็ดีอยู่เยอะ ลองรับทราบและสื่อให้เห็นว่าอะไรมันดีๆบ้างก็แล้วกัน อะไรที่ไม่ดีก็บอกมา เราจะได้แก้ไข ผมก็รับทั้งดีและไม่ดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

“นายกฯ” ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307502

“นายกฯ” ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปี

บิ๊กตู่, ปีใหม่, ประชาชน, คนไทย, ชวน, สวดมนต์, ข้ามปี, เคารพ, กฎหมาย, สังคม, สงบสุข, อวยพร, ปลอดภัย, นายกฯ

“นายกฯ” ชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปี ขอให้ทำดี-คิดดี-พูดดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น เคารพกฎหมายสังคมสงบสุข อวยพรเดินทางปลอดภัย

29 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ตนขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้มาร่วมในกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มชีวิตในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และเป็นการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ เตือนใจให้ตั้งมั่นในความดี และตั้งใจหมั่นทำความดี คิดดี พูดดี ทำแต่สิ่งดีๆ ชีวิตเราก็จะได้พบเจอแต่ความสบายใจ ไม่ทุกข์ร้อนโดยเริ่มจากตัวเราเองก่อน ก็จะเป็นพื้นฐานให้สังคมของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเมื่อไม่มีการเบียดเบียนกันแล้ว ไม่มีการละเมิดสิทธิผู้อื่น ก็ย่อมจะไม่มีการละเมิดกฎหมาย สังคมก็มีแต่สงบสันติในการอยู่ร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อีกไม่กี่วันเราก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้ว สิ่งที่ตนคาดหวัง เช่นทุกคนเหมือนกันก็คือ การเห็นบ้านเมืองของเรามีความสุขมากขึ้นคนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลก็พยายามจะมองไปข้างหน้า และก็ต้องมีการประเมินสถานการณ์ คาดการณ์ล่วงหน้าถึงความเป็นไปได้ในหลายมิติ เพื่อให้คนไทยและประเทศไทยก้าวทันเทคโนโลยี และโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตนขอบคุณครับขอให้ทุกคน และครอบครัว มีความสุข ในช่วงวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่สดใส และเต็มไปด้วยความหวัง เดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยทุกคน.

“ทนาย”ย้ำไม่เคยติดต่อ”ยิ่งลักษณ์”หลังมีภาพผ่านสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307507

“ทนาย”ย้ำไม่เคยติดต่อ”ยิ่งลักษณ์”หลังมีภาพผ่านสื่อ

จำนำข้าว, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, ทนาย, ยิ่งลักษณ์

“นรวิชญ์”ทนายคดีจำนำข้าวย้ำ”ยิ่งลักษณ์”ไม่ติดต่ออีกหลังจบคดีคุก 5 ปี แค่เห็นภาพข่าวตามสื่ออ้างช้อปอยู่อังกฤษ

          29 ธ.ค. 60 จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีรายงานข่าวของสื่อไทยสำนักหนึ่ง ระบุทำนองว่า มีผู้พบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช้อปปิ้งที่ห้างแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง หนึ่งในทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า ตั้งเเต่มีการอ่านคำพิพากษาลับหลังไปแล้ว ก็ยังไม่สามารถติดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลยสักครั้ง

รูปที่บอกว่ามีการอยู่ที่ประเทศใดนั้น ก็ทราบจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ถือว่าสิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วที่ลงโทษจำคุก 5 ปี เนื่องจากอัยการ โจทก์ ก็ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ด้วย

ต่อข้อถามที่ว่า ได้ส่งคำพิพากษาฉบับเต็มไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ นายนรวิชญ์ ทนายความ กล่าวว่า ไม่ได้ส่งไป เเละไม่ได้ติดต่อ ขณะที่คำพิพากษาศาลฎีกาฯก็เผยแพร่ในเว็บไซต์ของศาลอยู่แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ย่อมสามารถเปิดดูได้เองหากประสงค์ที่จะดูคำพิพากษาศาลฎีกา

ทีมกม.ปชป.นัดถก ปมร้องศาลรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307501

ทีมกม.ปชป.นัดถก ปมร้องศาลรธน.

วิรัตน์, ปชป., คสช., รธน., ขัด, ศาลรธน., มาร์ค, พิจารณา, เจตนารมณ์, ไม่ตรง

ทีมกม.ปชป.นัดถก ปมร้องศาลรธน. 4 ม.ค.61 ก่อนส่งให้ “มาร์ค” พิจารณา ยัน คำสั่งคสช.ไม่ตรงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน

 

29 ธ.ค. 60 – นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์ในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 23/2560 อาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 26 เรื่องสิทธิของประชาชนว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายพรรคประกอบด้วย ตน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคฯ นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และ นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ผู้ช่วยเลขาผู้ว่าฯกทม. ในฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ รวม 5 คน ได้รับมอบหมายจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้รับผิดชอบและเตรียมการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะมีการนัดหารือถึงเรื่องข้อกฎหมายที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 4 ม.ค. 2561 และเมื่อคณะทีมกฎหมายหารือจนได้ข้อยุติที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ก็จะต้องนำเสนอนายอภิสิทธิ์ และหากนายอภิสิทธิ์มีความเห็นแย้ง หรือความเห็นชอบอย่างไร ก็ต้องว่ากันต่อไป ซึ่งหากความเห็นตกผลึกเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า การจะใช้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติจะต้องมีกระบวนการที่ควรเดินตามหลักนิติรัฐ และหลัก นิติธรรม คือ การแก้กฎหมายต้องแก้ด้วยกระบวนการตามหลักที่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เกิดจากหลักการยกร่างของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) มีการผ่านประชามติจากประชาชน มีคำถามพ่วงจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญก็อนุญาตให้เพิ่มคำถามพ่วงดังกล่าว จากนั้นจึงถึงขั้นตอนโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญ จึงถือว่า รัฐธรรมนูญเป็นที่สูงสุดทางกฏหมายแล้ว แต่ที่คสช.ก็ ยังใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งตนมองว่าการที่คสช.อ้างมาตรา 44 ก็ยังไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 อยู่ดี เพราะเมื่อพิจารณาตากบทบัญญัติในมาตรา 44 ทั้งหมดแล้วจะเห็นว่า การแก้กฎหมายครั้งนี้ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ไม่ตรงกับหลักการทางกฏหมายที่มาตรา 44 มีจุดประสงค์ที่จะให้คสช. ทำงานแต่อย่างใด ที่สำคัญยังไม่ตรงกับเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2560 ในเรื่องของสิทธิประชาชนเนื่องจากมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างเห็นได้ชัด จึงถือว่าเรื่องนี้ขัดหลักนิติรัฐและนิติธรรมโดยสิ้นเชิง

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน”บิ๊กบี้”รวยขึ้น 16 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307470

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน”บิ๊กบี้”รวยขึ้น 16 ล้าน

ปปช., บัญชีทรัพย์สิน, บิ๊กบี้

“ป.ป.ช.”เปิดบัญชีทรัพย์สิน”บิ๊กบี้”พ้น”รมว.แรงงาน”รวยขึ้น 16 ล้าน กำลังปลูกบ้านใหม่”บิ๊กช้าง”ถอยเบนซ์ใหม่ 3.2 ล้านบิ๊กหมูวูบ 10.6 ล้าน

         29 ธ.ค.60  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 รายประกอบด้วย 1.พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล กรณีลาออกจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ไปรับตำแหน่ง รมช.กลาโหม และ 3.พล.อ.ธีรชัย นาควานิช กรณีพ้นจาก สนช. ครบ 1 ปี

โดยพบว่า พล.อ.ศิริชัย และคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 108,750,517 บาท ไม่มีหนี้สิน เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง แจ้งว่ามีทรัพย์สินมากว่าหนี้สิน 92,071,271 บาท ดังนั้น จึงมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 16,679,246  บาท โดยทรัพย์สินในส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีการสร้างบ้านมูลค่า 25 ล้านบาทเศษ ในพื้นที่ย่านคันนายาว กทม. โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่หนี้สินลดลงจากเดิมประมาณ 8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในส่วนของนาฬิกา มีการแจ้งไว้ 12 รายการ บางเรือนมีมูลค่าสูงถึง 1,800,000 บาท

พล.อ.ชัยชาญ และคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 30,384,578 บาท ไม่มีหนี้สิน เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง แจ้งว่ามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 26,672,147  บาท เท่ากับว่าพล.อ.ชัยชาญ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 3,712,431 บาท โดยเป็นทรัพย์สินในส่วนของยานพาหนะ ซึ่งมีการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ E350 ราคาประมาณ 3.2 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่พล.อ.ธีรชัย และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 77,663,350 บาท ไม่มีหนี้สิน เมื่อเทียบกับกรณีพ้นจากตำแหน่งที่แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 88,325,682 บาท เท่ากับว่า พล.อ.ธีรชัย มีทรัพย์สินลดลง 10,662,332 บาท โดยเป็นทรัพย์สินในส่วนของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ยังพบว่ามีทรัพย์สินที่น่าสนใจ อาทิ มีงาช้าง 2 กิ่ง มูลค่า 542,500 บาท ที่แจ้งไว้เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งว่าไม่สามารถประเมินราคาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเปิดเผยบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ ได้ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพรายละเอียดของทรัพย์สินในเอกสารประกอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่สามารถตรวจสอบด้วยตาเปล่าเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ชี้แจงว่าการห้ามดังกล่าวเป็นไปเพื่อปกปิดทรัพย์สินส่วนบุคคลของผู้ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และการขอปกปิดข้อมูลหรือรายละเอียดเอกสารในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ ป.ป.ช.ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

อุ้มคสช.ใช้ ม.44 ไม่ลิดรอนเสรีภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307367

อุ้มคสช.ใช้ ม.44 ไม่ลิดรอนเสรีภาพ

 เสรีภาพ, ไม่ลิดรอน, ม.44, การันตี, พรเพชร วิชิตชลชัย

“พรเพชร” การันตี คำสั่งคสช.รัฐธรรมนูญรับรอง หลังพรรคการเมืองเล็งยื่นร้องศาลวินิจฉัย

 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 สิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ ว่า สำหรับพรรคการเมืองมีช่องทางเดียว คือ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่อาจมีปัญหาเรื่องบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่คุ้มครองคำสั่งคสช.ซึ่งมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ประเด็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่นั้น เท่าที่ดูการออกคำสั่งคสช.เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง  คิดว่าคสช..ไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ พรรคการเมืองยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตามสิทธิ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลยพินิจรับคำร้องหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่าการใช้คำสั่งคสช. มาตรา44 ถือว่าเป็นการใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรมหรือไม่ นายพรเพชร ชี้แจงว่า กฎหมายจำเป็นต้องมีการแก้ไข ถ้าเกิดความผิดพลาดหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับอื่น หรือทำให้เกิดปัญหาก็ต้องแก้ไขเป็นหลักธรรมดา หากปล่อยกฎหมายเดินไปมีปัญหาแล้วไม่ได้แก้ไขคงจะไม่ได้ ทั้งนี้ การแก้ไขพ.ร.ป.มีเวลาที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้าสนช.แก้ไขได้ทันที วันรุ่งขึ้นเราอาจจะทำเลย เรายอมรับความผิดพลาดได้ถ้าสิ่งนั้นเราออกกฎหมายไปแล้ว  แต่การแก้ไขของสนช.ในปัจจุบันก็จะถูกจำกัดระยะเวลาด้วยมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้มีการพูดกันว่าควรจะต้องมีการแก้ไขถ้าหากมีความจำเป็น เราถือว่าเมื่อทำผิดต้องยอมรับผิดและต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้เดินต่อไปได้
เมื่อถามอีกว่า หากเป็นเช่นนี้เหมือนว่าประเทศไม่ได้ปกครองตามระบบนิติรัฐ นิติธรรม แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของคนๆเดียว หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะอำนาจการทำงานได้กระจายไปทุกส่วน ฝ่ายนิติบัญญัติก็รับหน้าที่มา ยืนยันว่าไม่มีใครรับใบสั่งอะไรมา เพราะรัฐบาลสามารถออกกฎหมายได้ทางเปิดเผยอยู่แล้ว

รวบ ! “เอกชัย”บุกมอบนาฬิกาข้อมือบิ๊กป้อมหน้าบ้านสี่เสา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307357

รวบ ! “เอกชัย”บุกมอบนาฬิกาข้อมือบิ๊กป้อมหน้าบ้านสี่เสา

“เอกชัย”บุกมอบนาฬิกาข้อมือ ให้บิ๊กป้อมหน้าบ้านสี่เสาถูกรวบทันควัน ก่อนนำตัวปล่อย อนุสาวรีย์ชัย

           28 ธ.ค.60 ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่  นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้โพสต์เฟตบุ๊กส่วนตัวว่าจะมอบของขวัญที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ จากเดิมที่จะไปทำกิจกรรม มอบของขวัญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหมนั้น นายเอกชัย ได้มาตามที่ประกาศไว้ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่พบนายเอกชัย จึงได้รีบ เข้ามาพูดคุย ที่ป้อมรักษาการณ์หน้าบ้าน  เพื่อจะมอบนาฬิกาของตนเองราคาไม่กี่พันบาท ที่ใส่อยู่ให้กับพล.อ.ประวิตร ที่กำลังมีข่าวเรื่องนาฬิกาหรูราคาแพง

พ.ต.ท.ธนพรหม ธนอาภากร สว.สส.บก.น.8 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าพูดคุยกับนายเอกชัย พร้อมเชิญให้มาพูดคุยกันและจะไม่มีการควบคุมตัวหรือ จะมีการดำเนินคดีแต่อย่างไร เพียงแต่เชิญตัวไปนั่งรอเพื่อที่จะเข้ามอบนาฬิกาเท่านั้น

โดยนายเอกชัย ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัว ว่าตนเองเดินทางมาคนเดียว ไม่มีผู้ติดตาม ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้ตนเองรอ พล.อ.ประวิตร อยู่ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ ตนก็เพียงแค่จะนำของขวัญ ดังกล่าวมอบให้เท่านั้น และจากนั้นจะเดินทางกลับทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวยไม่อนุญาตให้ไปที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สามเสน ได้นำ นายเอกชัย ซ้อนจักรยานยนต์ ออกจากพื้นที่ โดยจะไปขึ้นรถโดยสารประจำทางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ป๋าเปรม”เชื่อ”ตู่”ทำได้ขอยึดมั่นอุดมการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307351

“ป๋าเปรม”เชื่อ”ตู่”ทำได้ขอยึดมั่นอุดมการณ์

“นายกฯ”นำครม.-ผบ.เหล่าทัพอวยพรปีใหม่มีสุขภาพ-จิตใจที่เข้ม”ป๋าเปรม”เชื่อ”ตู่”ทำได้แค่ขอยึดมั่นอุดมการณ์ทำคนไทยมีความสุข ชี้ถ้าทำดี ปชช.พร้อมเป็นกองหนุน

         28 ธ.ค.60 ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เปิดบ้านให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำรองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี(ครม.)บางส่วน และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าเยี่ยมคารวะและอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โอกาสนี้ พล.อ.เปรม ได้มอบหนังสือนวมินทรานุสรณียเทศนา ที่รวบรวมพระธรรมเทศนา 3 กัณฑ์ ของพระพรหมมุนี  วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม  จัดพิมพ์ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยคณะศิษยานุศิษย์พระพรหมมุนี ให้แก่ทุกคนที่มาร่วมอวยพรปีใหม่ในวันนี้

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวแทนกล่าวอวยพรปีใหม่ว่า กราบเรียนท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่เคารพรักเป็นอย่างสูง วันนี้พวกเราทุกคนมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง เนื่องในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2561 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้แทนหรือทุก ๆ คนที่มาในวันนี้มาด้วยความรู้สึกอบอุ่น และมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสมากราบอวยพรท่านองคมนตรีและรัฐบุรุษทุกครั้งเช่นที่ผ่านมา และปีนี้เป็นปีที่เราคาดหวังว่า ในปี 2561 จะเป็นปีแห่งความสำเร็จในการที่จะทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองไปสู่ความสงบสุขอย่างสันติ อย่างยั่งยืนโดยการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้เป็นแบบอย่างให้พวกเราทุกคน ทั้งในราชการ

“วันนี้ทั้งผบ.เหล่าทัพและตำรวจ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)สำนักงานปลัดกระทรวงต่าง ๆ และรัฐบาล ครม. ได้มาร่วมอวยพรปีใหม่พร้อมกันในวันนี้ อย่างที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า พวกเราทุกคนนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมืองและให้เป็นไปตามที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้เคยกล่าวไว้ว่า เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม เราจะต้องทำหน้าที่นั้นเพื่อแผ่นดิน อันเป็นที่รักย่ิงของเรา รักษาไว้ซึ่งแกนหลักของประเทศคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่ของเหล่าทัพต่าง ๆ ก็คือประชาชน ซึ่งเราต้องดูแลทุกข์สุขเขาด้วยเวลานี้”นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวว่า อย่างที่พวกเราได้ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งสถานการณ์นอกประเทศและในประเทศช่วงที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือในประเทศก็ตาม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการที่เราทำงานให้ประเทศชาติของเรานั้นรุ่งเรือง สถาพรต่อไป ฉะนั้นเราจึงต้องปรับรูปแบบต่าง ๆ หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลประชาชนให้มีรายได้ที่ดีขึ้นสูงขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการกระจายรายได้ในทุกมิติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่มองดูแล้วไกลเกินไป เพราะว่าหลายอย่างเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน เราจึงเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้ทันต่อสถานการณ์ และเราก็เป็นความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ

“สิ่งที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้วางแนวทางไว้แล้ว ตั้งแต่ท่านเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งถึงวันนี้เป็นบุคคลที่เราเคารพนับถือ ยกย่องอย่างจริงใจในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ความจงรักภักดี และหน้าที่ของพวกเราทุกคนก็คือ นำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถนั้นให้ลงไปถึงประชาชนทุกคนให้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อแผ่นดินต่อประชาชนคนไทยทุกคนให้จงได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อีกประการหนึ่งนำความจงรักภักดี นำความปรารถนาดีหรือความตั้งใจของประชาชนทุกคนในการทำหน้าที่ถวายให้กับสถาบันและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ นี้เป็นสิ่งที่เรายึดมั่นเสมอมาในการสร้างความมั่นคงในเรื่องของสถาบันและทำทุกอย่างให้เกิดการยอมรับในเรื่องของการที่เราจะร่วมมือซึ่งกันและกันในการทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปข้างหน้าได้ พวกเราทุกคนนั้นเข้าใจดีว่าเฉพาะพวกเราทุกคนนั้นถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่ง หรือนอกตำแหน่งก็ตาม หรือในหน้าที่อื่น ๆ ก็ตาม ครม.ทุกคนก็คือคนไทยเหมือนกับประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งมีสิทธิมีหน้าที่ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นเราต้องยึดมั่นในแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงรับสั่งไว้ว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ

ขณะเดียวกันต้องสร้างความร่วมมือสืบสานสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีงาม อัตลักษณ์ของความเป็นธรรม ตามแนวทางพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของการสร้างจิตอาสาในการร่วมมือกันในการรักษา สืบสานและต่อยอดแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไว้ต่อไปและขยายประยุกต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในวันนี้ ตนคิดว่าสิ่งที่พวกเราทำในวันนี้ ก็ได้รับความกรุณาจากท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษตลอดมา เสมอมาในการให้กำลังใจกับพวกเราทุกคน และให้เราได้ยึดมั่นในคุณงามความดีในสิ่งที่เป็นมงคลมาโดยตลอด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นความผูกพันซึ่งกันและกัน ซึ่งผมต้องกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยในหลาย ๆ อย่างที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้กรุณากับพวกเราเสมอมา เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2561 ที่จะถึงในอีกไม่กี่วันในวันข้างหน้านี้ พวกเราขอตั้งจิตอธิฐานร่วมใจกันกราบอวยพรปีใหม่และตลอดไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและส่ิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนับถือตลอดจนเดชะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้ดลบันดาลประธานพรให้ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมีสุขภาพร่างกาย จิตใจที่เข้มแข็งและแข็งแรงตลอดไป มีอายุมั่นยืนยาวเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราตลอดไป และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ตนขอความกรุณากราบขอพรท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเพื่อให้พวกเราได้ยึดถือยึดมั่นและเป็นกำลังใจในการทำงานจากนี้ตลอดไป

จากนั้น พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และพวกเราทุกคน ที่กรุณารักษาประเพณีอันเป็นวัฒนธรรมเดิมของเรา ด้วยการมาอวยพรวันปีใหม่ที่จะมาถึงอีกใน 3 วัน ทั้งนี้คนไทยทุกคนทราบ ได้ยิน ได้อ่านว่ารัฐบาลของตู่ กองทัพต่าง ๆ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน กำลังทำอะไรกันอยู่เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ตู่ได้ให้สัญญาว่าจะนำความสุขมาให้คนไทยเท่าที่สามารถจะทำได้ ดังนั้นตู่จะต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ไว้ให้ได้ว่าเราจะทำทุกอย่างขอให้คนไทยมีความสุขมากขึ้นโดยเฉพาะคนยากคนจน

“ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเราสามารถแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนชาวไทยกองหนุนก็จะมาเอง เพราะฉะนั้นขอให้ดำรงความมุ่งหมายเพื่อเติมกองหนุนมากขึ้นให้ได้ ตนเชื่อว่าตู่ทำได้พวกเราทุกคนก็ทำได้ และกำลังทำกันอยู่ อย่างไรก็ตามข้อสำคัญที่สุดก็คือขอให้ประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีกับชาวไทยว่าคนไทยที่ดีคืออย่างไร ก็ขอแสดงความชมเชยและภูมิใจในการกระทำของคณะรัฐบาลลุงตู่และขอย้ำอีกทีว่าที่ตู่พูดว่าจะนำความสุขมาให้คนไทยจะต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ให้ได้ให้ได้แม้จะเหนื่อยยากก็ตาม” พล.อ.เปรม กล่าว

พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า โอกาสวันปีใหม่นี้ขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่พวกเราเคารพนับถือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรามุ่งมั่นปรารถนา ขอให้ประสบความสำเร็จ ในส่วนตัวผมขอให้ทุกคนมีความสุข ครอบครัวมีความสุข ประเทศชาติจะได้ความสุขไปด้วย และขอให้ตู่มีความสำเร็จนำพาชาติบ้านเมืองมอบความสุขให้คนไทยให้จงได้ ขอบคุณมาก

จากนั้นพล.อ.เปรม ได้เดินทักทายกับบรรดาคณะรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยได้เริ่มทักทายพล.อ.ประวิตรทันทีว่า “ป้อมสบายดีนะแข็งแรงดีอยู่นะ ขอบคุณมาก” พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบว่า “ครับ”พร้อมพยักหน้าก่อนตอบว่า”แข็งแรงดีอยู่ครับ”และได้ทักทายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พร้อมสอบถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยภาพรวม ซึ่งนายสมคิดกล่าวตอบว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าเข้าสู่ระบบและทิศทางที่ดี พร้อมเข้าไปทักทายและขอบคุณบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ

โดยเฉพาะพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ว่า เป็นอย่างไรบ้างตำรวจงานเยอะใช่ไหม เป็นตำรวจไม่มีวันหยุดต้องทำงานตลอด ขณะที่นายกฯอธิบายว่า ตำรวจทำงานมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีผลหลายอย่างทั้งการปราบปรามยาเสพติด และช่วยงานความมั่นคง การทำงานภาพรวมถือว่าดี ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวรายงานว่า ปีนี้ค่อนข้างที่จะหนักหน่อยโดยเฉพาะปัญหาเรื่องของยาเสพติดที่มีจำนวนมากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้

ก่อนที่พล.อ.เปรม พูดคุยและทักทายกับพล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ และพล.อ.สุรเชษฐ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะ ครม.ส่วนหน้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสรุปการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ว่าเราเน้นในเรื่องของการพัฒนาเพื่อทำให้รู้ว่าภาครัฐได้เอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่พักใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เปรมยังได้ทักทายพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยกระเซ้าว่า “เราเป็นนายกฯได้สบายเพราะทำงานใกล้ชิดอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์”

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับพล.อ.เปรม ว่างานต่าง ๆ ทำมาแล้วกว่า 3 ปี ทุกอย่างก็เริ่มที่จะออกผลมาให้เห็นเรื่องเหล่านี้เราใจร้อนไม่ได้ ทำวันนี้จะเห็นผลในวันพรุ่งนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน ทุกอย่างต้องเดินตามขั้นตอนที่ได้วางไว้  ขณะนี้ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายหลังส่งพล.อ.เปรมกลับเข้าบ้านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ว่า ขอบคุณนะ และสัญญากันแล้วนะในเรื่องการทำงาน ก็ให้ทำตามสัญญาด้วย พัฒนางานให้ดียิ่ขึ้น อย่าสร้างความขัดแย้ง

“พล.อ.ประยุทธ์”อวยพร”บิ๊กป้อม”สุขภาพ-จิตใจแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/307345

“พล.อ.ประยุทธ์”อวยพร”บิ๊กป้อม”สุขภาพ-จิตใจแข็งแรง

“พล.อ.ประยุทธ์”อวยพร”บิ๊กป้อม”สุขภาพ-จิตใจแข็งแรง ร่วมทำภารกิจ วางรากฐานประเทศ ตามที่สัญญากันไว้ขณะ”พล.อ.ประวิตร”สีหน้าสดใส รับบิ๊กทหาร- ตร.

          28 ธ.ค.60 เวลา  08.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร1 รอ.)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม  พร้อมร่วมกันรับประอาหารภายในห้องรับรองในมูลนิธิฯ

พล.ประยุทธ์  กล่าวภายหลังเข้าอวยพร พล.ประวิตร ว่า ตนมาร่วมอวยพรท่าน ในฐานะที่เป็นพี่และท่านก็มาร่วมทำงานรัฐบาลด้วยตนก็ได้อวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีกำลังกายกำลังใจให้เข้มแข็งในการปฎิบัติหน้าที่ต่อไปและเราได้สัญญากันไว้ว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทั้งที่ผ่านมาและปีหน้าก็พร้อมจะวางรากฐานประเทศให้ยืนยาวต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การอวยพรในครั้งนี้เป็นการอวยพร 3. อย่าง1.ในฐานะที่ตนเป็นน้องที่มีความผูกพันมายาวนาน 2.อวยพรในฐานะนายกรัฐมนตรี และ3.ในนามคณะรัฐมนตรี ซึ่งเราได้สัญญาไว้ว่าจะร่วมไม้ร่วมมือกันทำงานให้ประเทศสืบไป ทั้งนี้ตนก็ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงต่อไปและยาวนาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าปีหน้าจะเป็นช่วงสุดท้ายของโรดแมปคสช.ที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คุณก็รู้อยู่ว่ามันคืออะไร ตนพูดหลายครั้งแล้ว
ส่วนที่ในปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นพิเศษ ได้ให้กำลังใจท่านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็ได้ให้กำลังใจท่านไปหมดแล้ว กระแสคือกระแส กฏหมายคือกฎหมายก็ทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเวลา 07.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดมูลนิธิฯให้คณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ เข้าร่วมอวยพร และรับพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวนำคณะอวยพร ว่า ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้พัฒนากระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงหน่วยงานที่อยู่ในกำกับการดูแลของท่านในแง่นโยบาย การปฏิบัติงาน การดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างบริหารราชการ รวมถึงงานสวัสดิการที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา โดยพวกเราสามารถตอบสนองภารกิจได้อย่างต่อเนื่องทั้งภารกิจความมั่นคงและสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ในการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  พวกตนภาคภูมิใจและตระหนักในอุดมการณ์ของท่านมาโดยตลอดและพร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายร่วมกันสร้างสรรค์ความเจริญให้กับกองทัพสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศชาติสืบต่อไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตลอด1 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกันอย่างหลายอย่างทั้งงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ ซึ่ง เป็นหน้าที่ของงานด้านความมั่นคงทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของตนและทุกท่านก็ได้ทำงานด้านนี้อย่างดียิ่งตลอดจนทางมูลนิธิฯ ทุกคนก็ได้ด้วยช่วยทำงานมาตลอด  ขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีที่ทุกคนมาอวยพรปีใหม่ตนในวันนี้
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่สำคัญภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.พบว่าในหนึ่งปีที่ผ่านมาท่านได้เห็นแล้วว่าเราทำงานทุกเรื่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ดีกินดี อยู่อย่างมีความสุข และสงบ แต่มีบางเรื่องเราไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก สตช. มีกำลังตำรวจน้อยขาดอัตราอยู่ 70,000 คน แต่ตำรวจก็ทำงานทุกอย่างได้ เพื่อสร้างความสงบให้กับประเทศของเรา ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า สตช.เป็นหน่วยงานที่มีความรักความสามัคคี
“ทุกหน่วยงานที่มาอยู่ในที่นี้ ผมก็ต้องขอขอบคุณที่มาอวยพรปีใหม่ และขอว่าในปีต่อไปอยากให้ทุกคนร่วมกันมีความรักความสามัคคี ทำงานให้ประเทศชาติ เพื่อประชาชนของเราให้มีความสุขมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีความกินดีอยู่ดี ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนและประเทศชาติให้ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร มีสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส่ และเป็นสังเกตว่าข้อสือด้านขวา ก่อนหน้านี้ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ บรรเทาอาการนิ้วล็อก แต่ครั้งนี้ได้ถอดออกแล้ว และสวมนาฬิกาด้านขวาได้ตามปกติ