เฉลิมฉลอง 84 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 12 ปี มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278950

เฉลิมฉลอง 84 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 12 ปี มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

เฉลิมฉลอง 84 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 12 ปี มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เฉลิมฉลองครบรอบการดำเนินการ 84 ปี “โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง” และครบรอบ 12 ปี การก่อตั้ง “มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง” โดยช่วงเช้าจัดพิธีทางศาสนา พิธีสงฆ์ และพิธีบวงสรวง ณ บริเวณด้านหน้าศาลาเฉลิมกรุง ได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง เป็นประธานในพิธี โดยมี นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการศาลาเฉลิมกรุง พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงดาราศิลปินอาวุโส เข้าร่วมงาน ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2560 พร้อมชมความวิจิตรงดงามของนาฏศิลป์ไทยรำบวงสรวงชุด “หนุมานวงศ์วานประทานพร” เป็นการแสดงที่กล่าวถึงตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ หนุมานพร้อมด้วยวงศ์วาน ประกอบด้วยชายา ทั้ง 6ได้แก่ นางบุษมาลี, นางเบญกาย, นางสุพรรณมัจฉา,นางวานรินทร์, นางสุวรรณกันยุมา, นางมณโฑและบุตรทั้ง 2 มัจฉานุ อสุรผัด ได้มาอำนวย อวยพรให้แก่ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ให้มีแต่ความเจริญรุ่งโรจน์เป็นสวัสดิมงคลสืบไป แสดงโดยนักแสดงโขน- ศาลาเฉลิมกรุง จากนั้นเป็นพิธีมอบทุนกองทุนนาฏดุริยางคศิลปไทย “มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง” ประจำปี 2560 โดย ศ.(พิเศษ) สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้แก่ ศิลปินทางด้านนาฏศิลป์ไทยที่ประสบภาวะวิกฤติในชีวิต จำนวน 4 ทุน และมอบทุนให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ไทยดนตรีไทยและคีตศิลป์ไทย ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จำนวน 8 ทุน และสถาบันอุดมศึกษาทั่วไป จำนวน 2 ทุน และมอบทุนให้แก่นักเรียนโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) จำนวน 2 ทุน, โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) จำนวน 2 ทุนต่อด้วยพิธีมอบทุนช่วยเหลือนักแสดงอาวุโส “มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส” โดย เศรษฐา ศิระฉายา (ศิลปินแห่งชาติ) ประธานมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส เป็นผู้มอบทุนให้แก่นักแสดงอาวุโส อาทิ ชาลี อินทรวิจิตร (ศิลปินแห่งชาติ), มารศรี อิศรางกูรณ อยุธยา(ศิลปินแห่งชาติ), น้ำเงิน บุญหนัก, กานดา นามแย้มแป้น,อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา, อโนเชาว์ ยอดบุตร, พิศมัย ภักดีวิจิตร, ไพโรจน์ ใจสิงห์, สมสุข ประณต, นภาพร หงสกุล, วัฒนะ คุ้มครอง, ศุภาพิชญ์ บัวติ๊ก (จอห์น มกจ๊ก)

ปิดท้ายด้วย การแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง ชุด “ฉลองเฉลิมกรุงอยุธยา” ดำเนินเรื่องเริ่มจาก พระอินทร์สร้างกรุงอยุธยาเสร็จสิ้นตามเทวะโองการพระอิศวรแล้ว จึงเชิญ 4 พระมหาฤษี ท้าวอโนมาตันพระวิษณุกรรม และเหล่าเทวา ทั้งหลายเข้าไปในพระนคร ทรงมีเทวะดำรัสให้จัดการสมโภชเฉลิมฉลองกรุงด้วยมหรสพ เพื่อความเป็นสิริสวัสดิ์มงคลแก่บ้านเมืองสืบไป กำกับการแสดงโดย ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ)แสดงโดยนักแสดงโขน-ศาลาเฉลิมกรุงและผู้ได้รับทุนกองทุนนาฏดุริยางคศิลปไทย มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง บรรเลงโดยวงโรหิตาจล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.0-2225-8757-8, 0-2623-8148-9

เพศศึกษายุคใหม่ ไม่ควรเป็นเรื่องน่าอายอีกต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278943

เพศศึกษายุคใหม่ ไม่ควรเป็นเรื่องน่าอายอีกต่อไป

เพศศึกษายุคใหม่ ไม่ควรเป็นเรื่องน่าอายอีกต่อไป

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“…ตอนที่หนูรู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นแม่ กำลังจะจบ ม.6 หนูมีที่เรียนต่อแล้ว พ่อแม่ดีใจมากๆ แต่ว่ามาท้องเสียก่อน ตอนแรกไม่กล้าบอกพ่อแม่ คิดว่าจะทำแท้งโดยที่ไม่ให้ใครรู้แม้แต่แฟน หนูไปถึงคลินิกแห่งหนึ่ง ตอนที่รอคิวรับบริการ อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาในหัว จินตนาการต่างๆ นานา ทั้งการที่หนูกำลังจะจบชีวิตลูก ความเสียใจของลูกที่จะไม่ได้เกิด มันเป็นภาพที่น่ากลัวมากค่ะ สุดท้ายก็เลยไม่ทำ…”

นี่คือข้อความที่นางสาวเค (นามสมมุติ) ถ่ายทอดเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่วัยรุ่นคนอื่นๆ ใน http://www.lovecarestation.com เรื่องราวของนางสาวเคหลังจากนี้ไม่เป็นอย่างที่ฝันไว้ แฟนวัยใสไม่มีงานทำบวกกับไม่มีวัยวุฒิเพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนนางสาวเคต้องเลี้ยงลูกและเรียนหนังสือไปพร้อมๆ กัน ในที่สุดต้องเลิกกับแฟนและกลับไปอยู่กับพ่อแม่ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากเพื่อนบ้านและญาติผู้ใหญ่

และนี่ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ข่าวเรื่องนี้มีมาให้ได้ยินได้ฟังกันเรื่อยๆ ทุกวันนี้อัตราการให้กำเนิดบุตรในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีอัตรา51 คน ต่อ 1,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงในลำดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้ง จากการวิจัยสำรวจนักเรียนมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาจำนวน 8,837 คน และครู 692 คนในโรงเรียนมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา 398 แห่ง ในช่วงเดือนกันยายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 ซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยการสนับสนุนจากยูนิเซฟยังพบว่ามีนักเรียนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ตอบคำถามเกี่ยวกับการมีประจำเดือนและรอบเดือนได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่นักเรียนหญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วหลายคนบอกว่ายาคุมฉุกเฉินเป็นวิธีหลักในการคุมกำเนิดและนักเรียนชายจำนวนมากไม่ต้องการใช้ถุงยางอนามัยในขณะที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุค 4.0 ที่มีการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และสาธารณสุขอย่างองค์รวม แต่วัยรุ่นยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศและมีทัศนคติผิดอีกทั้งตัวเลขด้านปัญหาสุขภาวะทางเพศเหล่านี้กลับโตสวนกระแส ซึ่งเป็นปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณี ยังคงเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องปกปิดและไม่ใช่เรื่องที่จะพูดคุยกันอย่างเปิดเผย เรื่องนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของยูนิเซฟที่ระบุว่า นักเรียนจำนวนมากไม่กล้าซักถามข้อมูลจากครูผู้สอนอย่างตรงไปตรงมา เพราะกลัวถูกตัดสินและตีตราจากครู นอกจากนี้การสอนในชั้นเรียนก็มักไม่ครอบคลุมหัวข้อสำคัญๆ เช่น สิทธิทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ ความหลากหลายทางเพศและการเคารพสิทธิของผู้อื่น และวิธีการสอนก็มักเน้นไปที่การบรรยาย ซึ่งไม่เอื้อให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสารและเจรจาต่อรอง ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้และปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตจริงได้

แนวทางการลดปัญหาสามารถเริ่มต้นจากสถาบันครอบครัวก่อน ผู้ปกครองควรให้ความรู้บุตรหลานเกี่ยวกับเรื่องเพศและการป้องกันอย่างถูกวิธี รวมทั้งชี้แนะให้คำแนะนำเมื่อพบเจอเหตุการณ์ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น ภาพยนตร์หรือละครที่นำเสนอเรื่องเพศ ปลูกฝังให้บุตรหลานเข้าใจอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังควรขยายการจัดการเรียนการสอนเพศศึกษารอบด้านที่มีคุณภาพให้ทั่วถึงเพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความรู้ มีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยรวมทั้งยังควรส่งเสริมให้เกิดช่องทางต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเรื่องเพศศึกษาแก่วัยรุ่นอย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น http://www.lovecarestation.com ซึ่งเป็นช่องทางที่วัยรุ่นสามารถได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญผ่านแชทไลน์ที่ให้ความเป็นส่วนตัวแก่วัยรุ่นและเก็บข้อมูลเป็นความลับ หรือโทร.Hotline1663 เอดส์ ท้องไม่พร้อม หรือ Hotline 1323 สุขภาพจิต หรือคลินิกวัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี 087-0535500

สามารถรับชมวีดีโอด้านสุขภาวะทางเพศที่มี “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” ร่วมรณรงค์ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=R5bRBcC6A94 พร้อมร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะทางเพศในประเทศไทยได้ที่ http://www.unicef.or.th/fightunfair ,www.facebook.com/unicefthailand

‘โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล’ เทศกาลสินค้าไลฟ์สไตล์จากประเทศญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278922

‘โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล’ เทศกาลสินค้าไลฟ์สไตล์จากประเทศญี่ปุ่น

‘โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล’ เทศกาลสินค้าไลฟ์สไตล์จากประเทศญี่ปุ่น

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเทศกาลรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศญี่ปุ่นงาน “Toyotsu Japan Festival” (โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล) จัดโดย บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด ระหว่างวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2560 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดแถลงข่าว ท่ามกลางเหล่าคนดังที่หลงใหลในวัฒนธรรมแดนปลาดิบ อาทิ วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, สมบัษร ถิระสาโรช, แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ,วริศรา ไพรสานฑ์กุล, ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร, กณพ-ลักขณา เชาว์วิศิษฐ, นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์สกุล, วชิรวิทย์ อรัญธนวงศ์, เพ็ญพรรณ เชาว์วิศิษฐ ฯลฯ ที่มาร่วมงาน ณ สำนักงานใหญ่โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์)ถ.อโศก–ดินแดง

มร.คิโยโยชิ โอบะ และ อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ

โดย มร.คิโยโยชิ โอบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด เล่าถึงการจัดงานดังกล่าวว่า “ปีนี้เป็นโอกาสอันดี เป็น 2 โอกาสพิเศษ นั่นคือ การครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นปีครบรอบ 60 ปี ของบริษัทโตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มีการดำเนินงานด้านเทรดดิ้งเฮ้าส์ รวมทั้งมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยและชาวญี่ปุ่นมาโดยตลอด ทำให้เราเข้าใจไลฟ์สไตล์ของทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น โดยเทศกาล “Toyotsu Japan Festival”
(โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล) ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดงานรูปแบบนี้ขึ้น เพื่อต้องการให้เป็นเทศกาลที่รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยไว้มากที่สุดอีกงานหนึ่ง”

มร.คิโยโยชิ โอบะ, วริศรา ไพรสานฑ์กุล, กณพ-ลักขณา เชาว์วิศิษฐ,วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, สมบัษร ถิระสาโรช

ด้าน ณิณี-อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ ผู้บริหารแห่ง โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) โต้โผในการจัดงาน กล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “สำหรับเทศกาลนี้ เราได้แรงบันดาลใจในการจัดงาน จากงาน Toyota Group Thank Sale ที่จัดโดย บริษัทโตโยต้า ทูโช คอร์ปอเรชั่น ณ เมืองนาโงย่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดติดต่อกันมาแล้วเป็นปีที่ 5 โดยมีคอนเซ็ปต์คือ ต้องการให้คนญี่ปุ่นได้ใช้สินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยา ครั้งนี้ก็เช่นกันที่เราตั้งใจจัดงาน เพื่อให้คนไทยได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ ทั้ง สินค้าอุปโภค-บริโภค, สินค้าแฟชั่น, อาหารที่ตอบโจทย์ให้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็ก, วัยรุ่นและวัยทำงาน ในราคาเทียบเท่ากันกับประเทศญี่ปุ่นและมีคุณภาพดี รวมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอด 2 วันเต็ม ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2560 นี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ทั้งกิจกรรมทอล์กโชว์จากเหล่าคนดัง, แฟชั่นโชว์แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก, การแสดงนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่น และอีกหลายๆ กิจกรรม พร้อมหลากหลายสินค้าที่รับรองว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะได้เห็นกันจริงๆ นอกจากนั้น ยังมีการสร้าง Art Installation ทั่วทั้งบริเวณงาน เพื่อให้แฟนคลับคนรักญี่ปุ่น ได้มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอีกด้วย”

สำหรับสินค้าเรียกน้ำย่อยด้วยสินค้าไลฟ์สไตล์ที่นำมาโชว์ในงานแถลงข่าวมีอาทิ ขนมญี่ปุ่นพรีเมียมชื่อดังประจำเมืองโอคายาม่า “Minamoto Kitchoan” (มินาโมโตะ คิทโชอัน)ขนมเพื่อสุขภาพใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ปราศจากส่วนผสมของ นม เนย โดยเลือกใช้น้ำผึ้งคุณภาพสูงแทนการใช้น้ำตาล กล่องใส่สาเก “Under Scratch”(อันเดอร์ สแครทช์) ที่มีการดีไซน์แต่ละคอลเลคชั่นโดยศิลปินภาพวาดชื่อดังชาวญี่ปุ่น โดยกล่องสามารถนำมาใช้เป็นโคมไฟประดับภายในบ้านได้อีกด้วย แบรนด์เสื้อผ้าเด็กระดับคุณภาพ “MIKI House” (มิกิ เฮ้าส์) ที่เลือกใช้คอตตอน 100% ปลอดภัยกับผิวของเด็ก พร้อมการดีไซน์การปักด้วยมืออันเป็นซิกเนเจอร์หลักของญี่ปุ่น แบรนด์ “10 MOIS” (ดีมัวร์) ของใช้และเสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย แบรนด์ที่นอนสุขภาพ “NISHIKAWA” ที่นอนพกพา เพื่อการนอนหลับสมูทตลอดทั้งคืน และแบรนด์ “Golf Partner” อุปกรณ์เพื่อคนรักกอล์ฟคุณภาพดี จากประเทศญี่ปุ่น

งานนี้บอกได้เลยว่าแฟนคลับคนรักญี่ปุ่น ต้องไม่พลาด ในวันเสาร์ที่ 29 และวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

ฟิลิปป์ สตาร์ค ดีไซเนอร์ระดับโลก กับครั้งแรกในการร่วมสร้างสรรค์ที่พักอาศัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278919

ฟิลิปป์ สตาร์ค ดีไซเนอร์ระดับโลก กับครั้งแรกในการร่วมสร้างสรรค์ที่พักอาศัย

ฟิลิปป์ สตาร์ค ดีไซเนอร์ระดับโลก กับครั้งแรกในการร่วมสร้างสรรค์ที่พักอาศัย

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำหรับใครที่หลงใหลในงานออกแบบที่มีความโดดเด่นด้วยรูปทรงที่มีความคอนทราสต์ ทว่ายังเปี่ยมด้วยความอิจฉริยะในการออกแบบฟังก์ชั่นที่ ตอบโจทย์การใช้งานตามโจทย์ ของแต่ละผลิตภัณฑ์ “ฟิลิปป์ สตาร์ค” ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส คงเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่จะนึกถึงขึ้นมา จากการเป็นผู้สร้างชื่อในแวดวงการออกแบบผลิตภัณฑ์ การตกแต่งภายใน การออกแบบทางอุตสาหกรรมและสถาปัตยกรรม เรื่อยไปจนถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์นานาประเภท ที่รวมแล้วเขามีผลงานอยู่มากกว่า 10,000 ชิ้น ไม่น่าแปลกใจที่ฟิลิปป์ สตาร์ค กลายเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์คนสำคัญของโลกที่มีแฟนๆ ติดตามผลงานอยู่ทั่วทุกมุมโลก ที่แม้ในวันนี้มร.สตาร์ค จะอายุเข้า 68 ปีแล้ว แต่พลังในความคิดสร้างสรรค์ และไฟในแพชชั่นที่อยากสร้างสรรค์มูฟเมนต์ใหม่ๆ ให้วงการออกแบบทั่วทุกมุมโลกยังลุกโชนอยู่ จึงเป็นที่มาของการตอบรับคำชวนของ “แสนสิริ” ในการร่วมสร้างสรรค์คอนโดมิเนียม “Khun by yoo inspired by Starck” ซึ่งนับเป็น Branded Condominium และโปรเจกท์
ด้านที่อยู่อาศัยแห่งแรกในกรุงเทพมหานครของสตาร์คและ Yoo Studio ซึ่งสตาร์คเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

จุดมุ่งหมายในการทำงานออกแบบของฟิลิปป์ สตาร์ค ไม่ว่าสิ่งที่เขาออกแบบอยู่นั้นคือผลิตภัณฑ์ประเภทไหนก็คือ การช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ภายในบ้าน ฟิลิปป์ สตาร์ค บอกว่า
เขาอยากให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างดีที่สุดแล้วเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับทุกคน

ความสำเร็จแรกของสตาร์คเริ่มจากการสร้างโครงสร้างของบ้านที่สามารถขยายตัวได้ ด้วยไอเดียจากความสนใจในพื้นที่ สำหรับการอยู่อาศัย จนไปเตะตาแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อก้องอย่าง “ปิแอร์ การ์แดง” ที่ชวนสตาร์คมาทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของสำนักพิมพ์ของเขา

แต่ความสำเร็จครั้งสำคัญที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างก็คือ ในปี 1983 เขาได้รับการทาบทามจากประธานาธิบดีฟรองซัวส์ มิแตรรองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้เข้ามาทำงานออกแบบตกแต่งภายในบ้านพักส่วนตัวของประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเอลิ เซ พาเลซ หลังจากนั้น ไม่ว่าสตาร์คจะหยิบจับโปรเจกท์ไหน ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไปอยู่เสมอ สำหรับการร่วมงานกับ YOO Design Studioเพื่อทำงานออกแบบอาคารและที่พักอาศัย ซึ่ง ฟิลิปป์ สตาร์ค เริ่มต้นทำโปรเจกท์แรกในลอนดอนในปี 2001 นั้น สตาร์คมองข้ามวิถีการออกแบบที่พักอาศัยแบบตามขนบไปอย่างสิ้นเชิง เขาเลือกนำเสนออาคารในสไตล์ โมเดิร์นที่แปลกใหม่ ทว่าเป็นในแบบที่แฟนๆ ของเขาคาดหวังจะเห็น

ความสำเร็จของ YOO นั้นต้องบอกว่ามาจากการสั่งสมประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ตลอดทั้งชีวิตของสตาร์ค ปัจจุบัน YOO มีโปรเจกท์ในความรับผิดชอบอยู่ 55 โปรเจกท์ มากกว่า 26 ประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือภารกิจในการร่วมรังสรรค์โปรเจกท์ Khun by yoo inspired by Starck (คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค) ที่ฟิลิปป์ สตาร์คก้าวเข้ามาร่วมงานกับ “แสนสิริ” เป็นครั้งแรกเพื่อสร้างสรรค์ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร สำหรับลูกค้าที่เป็นแฟนของฟิลิปป์ สตาร์ค และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่วูบไหวของย่านทองหล่อ

ความตั้งใจของฟิลิปป์ สตาร์คในการสร้างสรรค์โครงการ Khun by yoo inspired by Starck คือการสร้างผลงานระดับ Iconic Piece ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพมาตรฐานระดับโลก บนสุดยอดทำเลแห่งการพักอาศัยใจกลางเมืองซึ่งหาได้ยากและเป็นที่ต้องการมากที่สุด ภายใต้แนวคิด “Industrial Heritage” เพื่อสะท้อนความทันสมัยของย่านทองหล่อ ทำเลที่พักอาศัยคุณภาพใจกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของกรุงเทพฯ ผสานความหรูหรา ทันสมัย กับความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยเส้นสายที่สร้างลวดลายสมมาตรทำให้เกิดจังหวะที่ต่อเนื่อง การเลือกใช้วัสดุที่ ผสมผสานระหว่างความหรูหราอย่างหินอ่อน และความแปลกใหม่ อย่างปูนเปลือย ทองแดง หินขัด ฯลฯ การออกแบบภายในมีการเล่นสีสันที่ตัดกันและใช้เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ (Oversize) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Philippe Starck โดยให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้สอยอย่างครบถ้วนลงตัว โดยคัดเลือกเฟอร์นิเจอร์ และของประดับ อาทิ โคมระย้า (Chandelier) จากแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น  Barovier & Toso แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตโคมระย้ามาหลายศตวรรษ Busnelli แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี Flos ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตโคมไฟโดยเฉพาะ เป็นต้น เรียกได้ว่ามีการคัดสรรวัสดุ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ทำให้ทุกตารางนิ้วของ KHUN by YOO inspired by Starck มีความหรูหรา โดดเด่นและสอดรับกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sansiri.com/ condominium/khunbyyoo.th หรือโทร.1685

ร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านนิทรรศการภาพถ่าย FIRE / REGENERATION A Photographic Diary, 2007-2008

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278948

ร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านนิทรรศการภาพถ่าย FIRE / REGENERATION A Photographic Diary, 2007-2008

ร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านนิทรรศการภาพถ่าย FIRE / REGENERATION A Photographic Diary, 2007-2008

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เนื่องใน “วันสิ่งแวดล้อมโลก” เมื่อเดือนมิถุนายน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ จัดงาน For a Greener World “Let’s give our home a future it deserves” เพื่อร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เพริเคลส บูตอสเอกอัครราชทูตกรีซประจำประเทศไทย เจ้าของผลงานร่วมนำเสนอนิทรรศการภาพถ่ายชุดพิเศษ “FIRE / REGENERATION:A Photographic Diary, 2007-2008” เป็นครั้งแรก จำนวนกว่า 80 ภาพ จากซีรี่ส์ภาพถ่ายที่ชื่อว่า “After the Fire” พร้อมจำหน่ายและจัดประมูลภาพชิ้นไฮไลท์ เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบมูลนิธิโลกสีเขียว ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี ฯพณฯ เพริเคลส บูตอส เอกอัครราชทูตกรีซประจำประเทศไทย, สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วย มาดาม กาลีน่า มัทสุคาโทว่า ภริยาเอกอัครราชทูตกรีซประจำประเทศไทย, พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด,บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, อัครสิทธิ์อมาตยกุล ที่ปรึกษาบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ดร.สรณรัชฐ์กาญจนะวณิชย์ ประธานกรรมการ มูลนิธิโลกสีเขียวฯ ร่วมต้อนรับ ท่ามกลางผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการถ่ายภาพ อาทิ ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมงาน ณ ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมเข้าชมและจับจองเป็นเจ้าของภาพผลงานเหล่านี้ได้จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคมนี้

ฯพณฯ เพริเคลส บูตอส รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ทำลายบ้านเรือนในบ้านเกิดของท่านในปีพ.ศ. 2550 (ค.ศ.2007) และได้ตัดสินใจถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้เป็นซีรี่ส์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนั้น สมัยนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นทูตอยู่ที่เมืองเอเธนส์ และเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มๆ ที่ท่านเดินทางจากเอเธนส์ไปสู่สถานที่เกิดเหตุเพื่อถ่ายภาพความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่บริเวณนั้นค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น “ภาพที่ได้ออกมาเปรียบเสมือนไดอารี่ของธรรมชาติที่ต่อสู้กับการถูกทำลาย ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นผ่านกาลเวลา ทั้งด้วยฝีมือมนุษย์และธรรมชาติ จากการทำลายล้างครั้งใหญ่ ทุกสิ่งเริ่มฟื้นฟูและเติบโตจนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการสร้างสิ่งใหม่”

“เหตุการณ์ไฟป่าในปี 2007 เป็นภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศกรีซของผม ผู้คนเสียชีวิตมากมาย บ้านเรือนถูกทำลาย และส่งผลกระทบต่อธรรมชาติไปอีกหลายสิบปี ผมไม่สามารถทนดูเฉยๆ ได้” ฯพณฯ เพริเคลส บูตอสกล่าว “ผมรู้สึกว่า ในฐานะช่างภาพ หน้าที่ของผมเริ่มขึ้นเมื่อการถ่ายภาพเมื่อทำข่าวสิ้นสุดลง ความท้าทายก็คือต้องจับความน่าทึ่งและมหัศจรรย์ของธรรมชาติในขณะที่ธรรมชาติกำลังฟื้นตัว”

ระหว่างวันนี้จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ณ บริเวณชั้น 5 จัดเวิร์กช็อปรักษ์โลก “Central Embassy Green Space”เรียนรู้วิธีการนำสิ่งของเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติกหรือกล่องขนมต่างๆ มารีไซเคิลเพื่อทำกระถางต้นไม้ ซึ่งสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยบริจาคเงินในกล่องบริจาค รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับมูลนิธิ Central Group Loves The Earth สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.02-119-7777 ต่อ 2201-2203

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278941

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากผลสำรวจที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยสูญเงินไปกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคไข้เลือดออกสูงมากถึง 290 ล้านบาทเป็นอันดับ 2 จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองลงมาจากประเทศอินโดนิเซีย ดังนั้น ในโอกาส “วันไข้เลือดออกอาเซียน” หรือ ASEAN Dengue Day สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย นำโดย ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยนำโดย รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์ ทวีโชติพิทยสุนนท์ และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร จึงร่วมกันรณรงค์ต้านภัยไข้เลือดออก ภายใต้แนวคิดหลัก United Fight Against Dengue ผลักดันให้เกิดการป้องกันไข้เลือดออกด้วยแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมหวังปลดล็อกคนไทยจากการป่วยและเสียชีวิต บรรลุเป้าหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ร่วมกับชาติอื่นๆ ในอาเซียน คือ ลดอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 50 และลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคร้อยละ 25 ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2563

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียรให้ข้อมูลว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราผู้ติดเชื้ออยู่ในช่วงอายุ 10-30 ปี เพิ่มมากขึ้น หรือพูดง่ายๆว่า โรคนี้ผู้ใหญ่เป็นกันมากขึ้น โดยเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งใน 4 สายพันธุ์ ซึ่งมีการดำรงของโรคไม่ต่างจากเด็ก แต่ความรุนแรงของโรคที่เพิ่มขึ้นอาจมีปัจจัยมาจากการติดเชื้อหลายครั้งมาก่อนแต่อาจไม่แสดงอาการ คนไข้ที่เป็นผู้ใหญ่เองมักไม่รีบพบแพทย์ หายาทานเอง หรือแพทย์วินิจฉัยล่าช้าด้วยความเคยชินว่าเป็นโรคของเด็ก รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วย หรือโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น ดื่มเหล้าจนเป็นเหตุที่อาจทำให้เลือดออกมากที่ไตจนเสียชีวิตได้เมื่อเป็นไข้เลือดออก”

“ความรุนแรงของไข้เลือดออกนั้นไม่ได้เกิดจากการที่มีไวรัสสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกมีร่างกายที่แข็งแรงมาก่อน บางครั้งมีแนวโน้มที่ร่างกายหรือภูมิต้านทานของร่างกายจะตอบโต้หรือมีปฏิกิริยาต่อเชื้อที่บุกรุกรุนแรงเท่านั้นเพื่อทำลายเชื้อไวรัส จนในบางครั้งการตอบสนองรุนแรงจนทำให้มีอาการและแสดงอาการที่รุนแรงได้”

รองศาสตราจารย์(พิเศษ)นายแพทย์ ทวีโชติ พิทยสุนนท์ กล่าวเสริมว่า “อัตราการตายจากโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยถือว่าต่ำที่สุดในย่านอาเซียนจากการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงเป็นโรคที่น่ากังวลและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่เฉียบพลัน ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกอาจรุนแรงกระทั่งเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน บางรายมีแต่อาการไข้ เพลียในสองวันแรก วันที่ 3-4 อาการเริ่มทรุดหนัก วันที่ 5-6 อาจจะรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตได้ ปัจจุบันแม้จะมีโครงการวิจัยยาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จในด้านยารักษาจำเพาะ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำในวันนี้คือการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหรือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่ได้รับการจดทะเบียนใน 16 ประเทศแล้วรวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยมีประสิทธิภาพป้องกันกว่าร้อยละ 65.6 ซึ่งหมายความว่า ในจำนวนคน 100 คนจะช่วยป้องกันโรคได้ 65 คน ส่วนที่อีก 35 คนยังอาจมีการติดเชื้อไข้เลือดออกได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลงได้กว่าร้อยละ 90”

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียรกล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้อัตราการตายในประเทศไทยน้อยกว่าที่อื่น ซึ่งนับว่าเป็นเพราะประเทศไทยมีการวางแนวทางดูแลรักษาและให้การดูแลผู้ป่วยได้ดี แต่ปัญหาการติดเชื้อนั้นใหญ่กว่าตัวเลขที่สะท้อนมาก ในปีหนึ่งประเทศไทยมีคนเป็นไข้เดงกี่และไข้เลือดออกราว 40,000-50,000 คน แต่ในความเป็นจริงพบว่าการติดเชื้อในเด็กและผู้ใหญ่บางรายไม่มีอาการ ดังนั้นในปีหนึ่งๆ อาจมีคนติดเชื้อราว 2 แสนคน และในช่วงปีที่มีการระบาดที่มีรายงานมากกว่าแสนหรือสองแสนคนแต่ความจริงแล้วมีคนติดเชื้อนี้ อาจใกล้หลักล้าน และเราลืมไปว่ากลุ่มที่ไม่มีอาการก็ถือเป็นกลุ่มที่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นด้วย หากคนเหล่านี้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน การติดเชื้อและการแพร่ระบาดย่อมลดลงได้

อีกทั้งภาวะโลกร้อน การเพิ่มขึ้นของชุมชนเมือง การเดินทางของประชากร ล้วนมีส่วนทำให้การเกิดโรคมากขึ้น เพราะยุงมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง การปราบยุงและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ถือว่าเป็นการป้องกันที่ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสารเคมีของยาที่พ่นจำเป็นต้องสัมผัสตัวยุง ยุงที่ซ่อนอยู่ในบ้านยังคงมีอยู่”

ปิดท้ายกับ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชียกล่าวว่า “ทวีปเอเชียมีผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงที่สุดในโลกถึงร้อยละ 70 เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือ ลดอัตราการเสียเสียชีวิตร้อยละ 50 และลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคร้อยละ 25 ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 ปีเท่านั้น ประเทศไทย ควรพิจารณานำข้อควรปฏิบัติที่องค์การอนามัยโลกแนะนำมาปฏิบัติให้ครบทั้ง 5 ประการ ซึ่งได้แก่ 1) การวินิจฉัยโรคให้เร็วและทำการรักษาให้เร็วที่สุด ซึ่งประเทศไทยนับว่าทำได้ดี 2) จัดการระบบการเฝ้าระวังไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งมีแค่ 4 สายพันธุ์ 3) ทุกหน่วยงานต้องทำการควบคุมยุง ที่บ้านและชุมชนของตนเอง 4) ถ้ามีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะในประเทศที่มีโรคไข้เลือดออกระบาดมาก ควรนำมาใช้ป้องกันโรค และ 5) ต้องมีการเก็บข้อมูลและทำวิจัยต่อไปอีก เพื่อให้ทุกอย่างมีการพัฒนาต่อไป

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะลดอัตราการติดเชื้อไข้เลือดออกลงได้ หากทุกคนร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ”

ครีเอทปากโบลด์รับ นิวยอร์ก แฟชั่น วีค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278732

ครีเอทปากโบลด์รับ นิวยอร์ก แฟชั่น วีค

ครีเอทปากโบลด์รับ นิวยอร์ก แฟชั่น วีค

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นาทีนี้คงไม่มีอะไรมาแรงเกินเทรนด์ปากแน่น ไม่ว่าจะดูบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างชาติไหนๆ ก็มักจะเห็นเรียวปากโบลด์พร้อมสีสันสุดแปลก แบบไม่แคร์สื่อ เพื่อเสริมลุคให้ดูสวยสตรองและโดดเด่นสะกดทุกสายตา เป็นสาวมั่นทั้งทีต้องกล้าที่จะแตกต่าง

เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ชวนสาวผู้หลงรักในแฟชั่นและความคัลเลอร์ฟูล มาฉีกกฎลิปสติกแบบเดิมๆ ด้วย เมย์เบลลีน เดอะโหลดเด็ด โบลด์ บาย คัลเลอร์เซนเซชั่นแนล ลิปสติกคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ที่เกิดมาเพื่อสาวแฟชั่นนิสต้า โดยเฉพาะด้วยสีสันที่ฉูดฉาดและยูนีคไม่เหมือนใคร โหลดไปด้วยพิกเม้นท์แน่นถึงขีดสุดด้วยส่วนผสมจาก Kaolin Clay กลบสีปากได้มิดไม่ต้องพึ่งลิปคอนซีลเลอร์ ด้วยเม็ดสีที่โหลดหนักเข้มชัดสะใจ ครีเอทกี่ลุคก็เอาอยู่

เมย์เบลลีน เดอะ โหลดเด็ด โบลด์ บาย คัลเลอร์ เซนเซชั่นแนล10 เฉดสีใหม่ล่าสุด ที่ออกมาเอาใจสาวๆ ผู้หลงรักความโบลด์แบบฉุดไม่อยู่ เนรมิตลุคแบบแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ได้ง่ายๆ จะแฟชั่นเทรนด์ไหนรับรองว่าสวยโดดเด่นกว่าใคร ด้วยเฉดสีที่หลากหลายและโดดเด่น ตั้งแต่โทนสีสุดจี๊ดอย่าง สีน้ำเงิน สีดำ และสีขาว สำหรับวันที่สาวๆ ต้องการความปังแบบเอ็กซ์ตร้าไปจนถึงสีที่หยิบมาทาได้ทุกวันแบบ สีแดง สีชมพู และสีส้ม สำหรับสาวๆ ที่อยากครีเอทลูกเล่นยูนีคๆ ก็สามารถนำสีขาว หรือ ดำ มาทาทับสีอื่นได้ ทำให้ได้สีอ่อน หรือ เข้ม กว่าปกติ หรือจะครีเอทออมเบรลุค ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน

สนุกสนานไปกับการครีเอทลุคโบลด์สุดขีด กับ เมย์เบลลีน โหลดเด็ด โบลด์ บายคัลเลอร์ เซนเซชั่นแนล ที่เคาน์เตอร์ของเมย์เบลลีน นิวยอร์ก ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และพิเศษกับการสั่งซื้อทันใจผ่านทางออนไลน์ ที่ www.maybelline.co.th (ฟรีค่าบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ) ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมพร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายได้ที่ Fan Page Maybelline New York (Thailand) ที่ www.facebook.com/maybellinethailand หรือ www.maybelline.co.th และ Instragram “maybelline”

โครงการตามพระดำริใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278789

โครงการตามพระดำริใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

โครงการตามพระดำริใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยน้ำพระทัยที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา และพระกรุณาธิคุณใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับโอกาส และคุณประโยชน์อย่างยิ่งจากพระกรณียกิจและโครงการต่างๆ ในพระดำริ กอปรกับทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม พิษวิทยา ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษาวิจัยและวิชาการ หรือแม้กระทั่งทางด้านศิลปศาสตร์การดนตรีทำให้โครงการต่างๆ เป็นไปเพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย

สานต่อที่พ่อให้ทำ โครงการตามพระดำริด้านการแพทย์และสาธารณสุข และด้านการศึกษาและวิชาการ ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงงานหนักตลอดระยะเวลาที่ครองสิริราชสมบัติเสมอมา หนึ่งในสิ่งที่พระองค์ทรงห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยคือ “ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย” ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังมีพระดำรัสตอนหนึ่งความว่า“ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง”

ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระมารดาของการแพทย์ชนบท และสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการที่จะให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงติดตามถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการเสด็จทรงเยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัดและท้องถิ่นทุรกันดาร ทำให้ทรงได้รับทราบถึงความทุกข์ทรมานจากการเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ยากจน และอยู่ห่างไกลความเจริญ

พ.ศ. ๒๕๔๗ “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” และสังคมของผู้ป่วยโรคมะเร็ง นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและอัตราการเสียชีวิตที่ลดลง ภายใต้การศึกษาวิจัยเพื่อค้นคว้าองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ควบคู่กับการป้องกันค้นหามะเร็งระยะเริ่มต้นในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง การสืบค้น และวางแผนการรักษา ด้วยการผ่าตัด การให้เคมีบำบัด การฉายรังสี หัตถการรักษามะเร็ง และการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิต มีอายุยืนยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พ.ศ. ๒๕๕๘ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป”

ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาอยู่เดิม และผู้ป่วยรายใหม่ที่เข้ามารักษา เริ่มมีภาวะโรคอื่นแทรกซ้อนมากขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคไตเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคทางระบบประสาท กระดูกหักจากการแพร่กระจายของโรคร้าย ด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริให้ ขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์จากการรักษาเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง เป็นการรักษาผู้ป่วย ร่วมกับการรักษาแบบทั่วไป เพื่อให้การรักษาพยาบาลครอบคลุมโรคต่างๆ ได้มากขึ้น ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้จัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย ขนาด ๔๐๐ เตียงเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ท่าน และทรงมีพระดำริให้ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโรงพยาบาล ทั่วไป” เปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยครอบคลุมทุกโรคด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในการรองรับการให้บริการ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย ขนาด ๔๐๐ เตียง” ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พ.ศ. ๒๕๕๙ “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นการรวมหน่วยงานภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ได้แก่ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตนักวิจัยและแพทย์ฝีมือดีเข้าสู่วงการแพทย์ โดยศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงมีพระวินิจฉัย เห็นชอบให้รวมหน่วยงานดังกล่าว และพระราชทานนาม “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ ตาม พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙

พ.ศ. ๒๕๖๐ “วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

ก่อตั้งขึ้นภายในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อถวายราชสดุดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตนักวิจัยและแพทย์ฝีมือดีเข้าสู่วงการแพทย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลน สร้างบัณฑิตแพทย์ พยาบาล รังสีเทคนิคที่มีทักษะทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่ดี เป็นนักวิจัย นักพัฒนา มีคุณธรรม และการมีจิตอาสา รวมถึงการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิชาการตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ให้ทัดเทียมนานาประเทศ ตลอดจนการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยมีคุณภาพ ตามหลักมาตรฐานสากลแก่ประชาชน การบริการส่งเสริม ทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รับผิดชอบต่อสังคมไทยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งนี้ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มีหน้าที่ ๒ ประการ คือ

-การผลิตบัณฑิตหลักสูตรระดับปริญญาตรี โดยหลักสูตรที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์จะเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา ๒๕๖๐ เป็นปีการศึกษาแรกมีดังนี้ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค

-โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ทำหน้าที่ให้การบริบาลรักษาผู้ป่วย การทำวิจัย และให้การสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๖๐“ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์”

ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ โครงการจัดสร้างอาคารสำหรับหน่วยงานภายใต้ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยจะเริ่มดำเนินโครงการจัดสร้างบนเนื้อที่ ๒๔ ไร่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชนาม “ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์” ให้เป็นชื่อของอาคาร อันมีความหมายว่า ศูนย์การแพทย์ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง เพื่อถวายสดุดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อประชาชนไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย

พ.ศ. ๒๕๖๐ “ศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์”

ในโอกาสที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญ พระชนมายุครบ ๕ รอบ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณในโอกาสมหามงคลดังกล่าว ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงได้จัดสร้างอาคารเพื่อขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ บนพื้นที่ ๑๗ ไร่ ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นอาคารผู้ป่วยทั่วไปและศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉิน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานนามศูนย์การแพทย์ดังกล่าวว่า “ศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” โดยอาคารทั้งกล่าวจะขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์สู่ความชำนาญเฉพาะทางด้านการบริบาลรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ครอบคลุมการตรวจวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู และป้องกันโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ และบริการดูแลทุกสถานการณ์ฉุกเฉินด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดตลอด ๒๔ ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังให้บริการครอบคลุมการตรวจรักษาโรคทั่วไป โรคเฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ การตรวจสุขภาพ และการให้บริการตรวจทางด้านรังสีวินิจฉัยด้วย เครื่องมือที่ทันสมัย และเครื่องตรวจวิเคราะห์ประสิทธิภาพสูง อาทิ เครื่อง MRI และ CT Scan เพื่อรองรับการตรวจรักษาผู้ป่วยทุกโรค และเพื่อเชื่อมโยงการรักษาทางคลินิกร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ โดยจะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๐ นี้

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2560 ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพร ขอทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ

เมื่อครั้งในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริให้จัดตั้ง“ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” บนพื้นที่ ๑๐ ไร่ ประกอบด้วยอาคาร ๓ หลัง ได้แก่ อาคารโรงพยาบาลขนาด ๑๐๐ เตียง ๑๔ ชั้น อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ๓ ชั้น และอาคารอเนกประสงค์และที่จอดรถ ๙ ชั้น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งให้มีโอกาสเข้าถึงการบริบาลด้านสาธารณสุขด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบำบัดรักษาและศึกษาวิจัยค้นคว้าหาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนไทยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังพระดำรัสในครั้งที่เสด็จทรงเปิดศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง ความว่า…..

“ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งและเป็นการยกระดับการรักษาให้ได้มาตรฐานสากล ช่วยพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิชาการ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ทัดเทียมนานาประเทศ สมดังที่ข้าพเจ้าได้ตั้งปณิธานไว้” พระดำรัส ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

พ.ศ. ๒๕๕๒ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์”

ด้วยพระบารมีและพระอัจฉริยภาพใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระวิริยอุตสาหะของพระองค์ตลอดระยะเวลา ๕ ปี ของการดำเนินงาน ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง ที่เน้นการดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การวิจัยมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และการสร้างเครือข่ายวิจัยและรักษาทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง จนมีความพร้อมในการเปิดโรงพยาบาลด้านโรคมะเร็งอย่างครบวงจร จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า“โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” และเสด็จทรงเปิดดำเนินการโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางชำนาญการด้านโรคมะเร็ง ขนาด ๑๐๐ เตียง มีภารกิจในการช่วยเหลือบำบัดดูแลรักษาและบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์เข็ญทั้งร่างกาย จิตใจ

คุณแหน : 4 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278797

คุณแหน : 4 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 4 กรกฎาคม 2560

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี วันที่ 4 กรกฎาคม ปวงข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอถวายพระพรขอทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง และสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย…

ll กลายเป็นเรื่อง Talk-of-The-Town จู่ๆโนเบิ้ลแมนคนดังย่านสุขุมวิทก็ร่ายยาวในโซเชียลมีเดียคุ้ยแคะธุรกิจของเจ้าสัว (A) อย่างไม่ไว้หน้า จนเกจิแวดวงบ้านเมืองต้องถกกันว่าอะไรคือมูลเหตุครั้งนี้ พูดกัน 2-3 แง่มุมแต่สรุปให้ประเด็นน้ำหนักว่า เจ้าสัว(A), เจ้าสัว(B), และโนเบิ้ลแมนต่างก็เป็นกัลยาณมิตรร่วมโต๊ะอาหารมาก่อน แต่เมื่อผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย…เมื่อปรากฏว่ามีเศรษฐีหน้าใหม่เกิดไปได้ใบอนุญาตโรงงานผลิตสุราขาวซึ่งป็นผลิตภัณฑ์ที่เจ้าสัว(B)หวงแหนเสมือนห่านทองคำ และยิ่งมีข่าวว่ากิจการสะดวกซื้อของเจ้าสัว(A)ดันไปมีข้อตกลงจะเป็น Outlet ให้ จึงไม่แปลกอะไรที่ผู้ถูกผลกระทบอาจจะระบายความในใจผ่านผู้มีบารมีน่าเชื่อถืออย่างไรก็ดีเจ้าสัว(A)มิได้นิ่งนอนใจรีบส่งซูเปอร์บิ๊กดาวเงินเป็นกาวใจไปเจรจาเกี๊ยะเซียะกับโนเบิ้ลแมนเป็นการด่วนแล้ว…

ll ทีวีช่อง 3 เขย่าองค์กรครั้งใหญ่ ตั้งทีมผู้บริหาร AIS นำทีมโดย สมประสงค์ บุญยะชัยในตำแหน่งปธ.กก.บริหาร รวมทั้งมือดีของ AIS อีก 3 คน ในตำแหน่งฝ่ายบริหารสำคัญ นัยว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อรองรับกับการมาของสื่อดิจิทัลที่กำลังมีบทบาทสูงในตลาด เพิ่มรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ปรับขยับตัวสู่โลกดิจิทัลออนไลน์ เราสบโอกาสพูดคุยกับ สมชัย เลิศสุทธิวงศ์CEO ของ AIS ก็ได้รับคำยืนยันว่า UNDERTAKING ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับ AIS เป็นเรื่องของอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปดำเนินการกันเอง …อย่างไรก็ดีฟังจากบรรดาปุโรหิตของวงการวิทยุและโทรทัศน์สะท้อนว่าการบริหารสถานีโทรทัศน์เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ถึงจะเป็นกูรูก็ต้องมีความละเอียดอ่อนสูง…

ll วิไลวรรณ ประกอบสันติสุข แจ้งการจัดงานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ คุณพ่ออาทร-คุณแม่อนงค์นครวิชัยกุล วันที่ 23 ก.ค.เวลา 14.00 น. ณ เมรุวัดโสมนัสวรวิหาร…

ll สัญชัย สมบูรณ์สุข พร้อมผองเพื่อน อาทิ พิชัย ทองเนียม รวมตัวเล่นดนตรีเพื่อบำบัดจิตใจแก่ผู้ป่วยไข้ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยเริ่มเล่นที่นี่ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน…

ll คนงานทั้งเขมรลาว พม่าพากันอพยพกลับบ้าน ชาญยุทธ นันทสุขบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ประสาคนเคยใช้แรงงานต่างชาติ เพราะต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กที่ทางการกำหนดไว้ มิฉะนั้นนายจ้างจะถูกปรับอ่วมอรทัยครับท่านผู้ชม…

ll ระหว่างนี้ธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่แอลเอ พาคณะเยาวชนไทยมาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 11 รวม 240 ชีวิต ส่วนเยาวชนลูกครึ่งจำนวน 5 คน ที่คัดเลือกไว้ ได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนมาสอนภาษาอังกฤษในไทย…และตามโครงการพาคณะเยาวชนไทยในแอลเอ มาเยือนมาตุภูมิดังกล่าว สันทนี วายุโชติ กับ สุรพล สุขถาวร สื่อไทยในแอลเอ ได้ตามมาทำข่าวอย่างใกล้ชิดเหมือนเช่นทุกปี…

ll รศ.ดร.ดวงกมล ชาติประเสริฐ ทุกข์ใจอยู่หลายเพลา ตั้งแต่ผลการตรวจสุขภาพออกมาว่าเป็นโรคร้าย แต่เมื่อรีเช็กอีกครั้งปรากฏว่าเป็นผลการตรวจของคนอื่น ทำนองเดียวกับจดหมายผิดซอง กว่าจะแจ้งใจเล่นเอาเจ้าตัวผ่ายผอมตรมตรอมมิใช่น้อย…

ll อ.นพ.กฤษณ์ เจริญลาภ รพ.จุฬาลงกรณ์ได้มรดกจากบิดาทำคลินิกที่ซอย 9 ถนนจันทน์ต่อ ตามคำเรียกร้องของคนย่านนั้นว่าเป็นหมอเทวดารักษาหายในราคาเยา…

ll รศ.ประสิทธิ์ โฆวิไลกุล ไม่ได้มีใครหักหลัง แต่ตอนนี้ต้องไปดึงหลังที่อนามัยจุฬาฯ เพราะกระดูกทับเส้นประสาท…โรคฮิตของคนทำงานในปัจจุบัน !!…ll

บารอนเนส

ครบรอบ 50 ปี ธรรมศาสตร์ 2510 ‘แหล่งศึกษาร่มเย็น เด่นริมสายชล เราทุกคน รักดุจหัวใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278798

ครบรอบ 50 ปี ธรรมศาสตร์ 2510 ‘แหล่งศึกษาร่มเย็น เด่นริมสายชล เราทุกคน รักดุจหัวใจ’

ครบรอบ 50 ปี ธรรมศาสตร์ 2510 ‘แหล่งศึกษาร่มเย็น เด่นริมสายชล เราทุกคน รักดุจหัวใจ’

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กำธร วังอุดม ประธานจัดงานและประธานรุ่นคณะนิติศาสตร์ พร้อมด้วย สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, สมัคร เชาวภานันท์ นายกสมาคมนิติศาสตร์, สุนทร องนิธิวัฒน์ ประธาน กก.ดำเนินการ และคณะกก.อำนวยการ อรพินท์ ชยุติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, สุวัติ ตันประวัติ คณะรัฐศาสตร์, ศิริพรรณ นิ่มสมบุญ คณะเศรษฐศาสตร์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ คณะสังคมศาสตร์และวารสารศาสตร์ฯ, สมศรี กีรติวุฒิกุล คณะศิลปศาสตร์,กาญจนา เพชรมณี นักเขียน “ช่อลัดา”, ชนะ สืบสิน, พัชราภรณ์ สุทธิโชติ และ เทพิน มีศุข อดีตดรัมเมเยอร์ มาร่วมเป็นพิธีกร

ฉลองวาระครบ 50 ปี นักศึกษาธรรมศาสตร์รุ่น 2510 ร่วมรุ่นทุกคณะพบปะสังสรรค์รำลึกความหลังในวันสถาปนา พร้อมเชิดชูเกียรติคุณของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในงาน “50 ปี ธรรมศาสตร์ 2510” โดยมี กำธร วังอุดม ประธานจัดงาน และประธานรุ่นคณะนิติศาสตร์, สุนทร องนิธิวัฒน์ ประธานกรรมการดำเนินการ พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการ อรพินท์ชยุติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, สุวัติ ตันประวัติคณะรัฐศาสตร์, ศิริพรรณ นิ่มสมบุญ คณะเศรษฐศาสตร์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ คณะสังคมศาสตร์และวารสารศาสตร์ฯ อดีตผู้อัญเชิญธรรมจักร, สมศรี กีรติวุฒิกุล คณะศิลปศาสตร์ และชาวธรรมศาสตร์รุ่น 2510 ร่วมพบปะสังสรรค์รำลึกความหลังกันอย่างอบอุ่น โดยเลือกวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี

งานนี้ฟรีตลอดงาน แถมชาวธรรมศาสตร์บางท่านใจดีนำซุ้มอาหารอร่อยๆ พร้อมเครื่องดื่มมาเลี้ยงเพื่อนๆ ส่วนชาวธรรมศาสตร์ที่ใจบุญร่วมจ่ายเงิน ก็จะนำเงินที่ได้สมทบมอบให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ด้านบรรยากาศภายในงานคึกคักสนุกสนาน ส่งเสียงทักทายข้ามโต๊ะกันทีเดียว เพิ่มความสุขด้วยเสียงเพลง เมื่อ กำธร วังอุดม ประธานจัดงานนำวงดนตรีสุนทราภรณ์มาร่วมขับร้องบทเพลงไพเราะสร้างสีสันในงานให้ครึกครื้นยิ่งขึ้น มี พูลสุข สุริยพงษ์รังษีหัวหน้าวงดนตรีสุนทราภรณ์ จากนั้นเข้าสู่พิธีการโดยเชิญกำธร วังอุดม ประธานจัดงาน พร้อมด้วย สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, สมัคร เชาวภานันท์ นายกสมาคมนิติศาสตร์ และคณะกรรมการอำนวยการ ขึ้นกล่าวเปิดงาน และพูดคุยย้อนความหลังถึงแม้เวลาจะผ่านมา 50 ปีแต่ชาวธรรมศาสตร์ 2510 ก็ยังรักใคร่กลมเกลียวกัน เรามาจากต่างคณะแต่วันนี้มีแค่ชาวสีเหลือง-แดง เท่านั้นก่อนปิดท้ายด้วยการร้องเพลงพร้อมเพรียงกัน 800 กว่าคนด้วยบรรยากาศอบอุ่นสนุกสนานเหมือนวันแรกที่เจอกันเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2510

ทั้งนี้ เพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันมาครบ 50 ปี และได้รับของที่ระลึกเป็นแก้วตราสัญลักษณ์ 50 ปี ธรรมศาสตร์ 2510 พร้อมเสื้อยืดโปโลคอปกสีเทา มีตราสัญลักษณ์ที่อกเสื้อ อัมพร กิจงาม A1, พ.ต.อ.(พิเศษ)พินิจ ไชยเสนีย์ A3,พรชัย สุรทิพยานนท์ A4, สะอาด บุณยโยธิน A5,สวัสดิ์ ภูษณะดิลก A6, กาญจนา เพชรมณี A7, นิติ ยิ้มแย้ม A8,ราศรี เทพวิเชียร A9,สุวัฒน์ ตันประวัติ A10,พล.ต.ต.ณัฎฐภัทร์ รอดคำดี A11,กรองกาญจน์ พิชญกุล A12,พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ปิยะนันท์ A13, อรรณพ อังศุลาภะ A14, สุภาพ หาญคณิตวัฒนา A15, มงคล ทับเที่ยง A16, เกื้อศักดิ์ รอดแก้ว A17, วรวิทย์ สุทธิมัณฑนกุล A18, พจน์ ลีลวานิช A18, ศรีสิริ อร่ามกิจโพธา A19, วิชัย ชัยยาวรานุรักษ์ A20

พล.ต.ต.เฉลิมชัย พิมลศรี B1, กำธร วังอุดม B2, อรพินท์ ชยุติ B2, พล.ต.ท ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ B5, จริยา เหลืองรังสรรค์ B6, ชวลิต ตรีเพชรสมคุณ B6, สุวิทย์อังคทะวานิช B8, สุเมธ เขียวบริบูรณ์ B9, ดุสิต จันตะเสน B10,พัชราภรณ์ สุทธิโชติ B11, ปรียาพร ศรีมงคล B12, กัมพล ชมเชย B13, พีระศักดิ์ ศรีสุพล B14,สุนทร องค์นิธิวัฒน์ B14, จิตตานาถ ศัลยวุฒิ B14, ชัยวุฒิ โลหะชิตรานนท์ B15, วีรพงษ์ สุรไพฑูรย์กร B16, อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ B18, ใต้ฟ้า เมฆบุญส่งลาภ B18, บริรักษ์ ทิพยทัศน์ B19, สมศรี กีรติวุฒิกุล B20, พ.อ.สังคม บุญนำมา B20

กำธร วังอุดม ประธานจัดงาน พร้อมด้วย สุนทร องนิธิวัฒน์ ประธาน กก.ดำเนินการ และ คณะกก.อำนวยการ อรพินท์ ชยุติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, สุวัติ ตันประวัติ คณะรัฐศาสตร์, ศิริพรรณ นิ่มสมบุญ คณะเศรษฐศาสตร์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ คณะสังคมศาสตร์และวารสารศาสตร์ฯ, สมศรี กีรติวุฒิกุล คณะศิลปศาสตร์ และคณะกรรมการ ฯลฯ ช่วยงานอย่างเต็มที่

โต๊ะแขกรับเชิญนำโดย สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายก, จุลยุทธ หิรัณยะวสิต อดีตปลัดสำนักนายกฯ, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อุปนายกและกก. และ สมัคร เชาวภานันท์ นายกสมาคมนิติศาสตร์

อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กับเพื่อนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ และเพื่อนบัญชีรุ่น 2510

ยิ้มแย้มสดใส A4 พบปะพูดคุยอย่างมีความสุข พิไลพรรณ พุทธิธรกุล,วิมลศรี ผลวานิชย์, เอมอร แสงหาญ

A9 นานทีได้พบกันขอเก็บภาพเป็นที่ระลึก มี ผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตผู้อัญเชิญธรรมจักรมาร่วมแจม

สาวๆ A10 เก็บภาพแห่งความสุขภายในงาน

กำธร วังอุดม ประธานจัดงาน พร้อมด้วย อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ อดีตเอกอัครราชทูตออสเตรีย, พล.ต.ต.ณัฏฐภัทร์ รอดคำดี, จุลยุทธ หิรัณยะวสิต และเพื่อนๆ A11

A3 ถึงแม้จะผ่านมา 50 ปี แต่ก็ยังรักใคร่กลมเกลียว

A20 พร้อมหน้าสังสรรค์รุ่นนี้มีคนดัง นที เปรมรัศมี อดีตปลัดสำนักนายกฯ

B4 50 ปี ยังรักกันไม่เปลี่ยนแปลง

รวมตัวเพื่อนๆ B6 ชาวสีเหลือง-แดง ลูกแม่โดม มี วิวัฒน์ เตชะไพบูลย์,จริยา เหลืองรังสรรค์,ศิริพรรณ นิ่มสมบุญ,พรทิพย์ อุทกภาชน์

B10 ถึงจะอยู่ต่างที่แต่ก็พร้อมใจมาร่วมงาน

B16 กลุ่มนี้รวมตัวกันมากที่สุด มากันถึง 32 คน

B14 นำโดย สุนทร องนิธิวัฒน์ ประธาน กก.ดำเนินการ

ชาวลูกแม่โดม B18 สังสรรค์อย่างสนุกสนาน

50 ปี แห่งความอบอุ่น B20

แววตา อัมพรายน์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อารสา อัมพรพงศ์, พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ

A16 มี วิรัช ลิ้มวิชัย อดีตประธานศาลฎีกา,สุวิมล ไตรสุวรรณ (สนช.),วัชรีวรรณ หาญวรวงศ์ชัย,มงคล ทับเที่ยง,ศิวาภรณ์ ชุมเกษียณ

ย้อนวันวานกับเพื่อนๆ A14 ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

B17 มาหนึ่งคน พ.ต.อ.พิศาล สุวรรณประทีป จากขอนแก่น (ยืนขวาสุด) มาทักทายสาว A8

ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ วราภรณ์ พิชญ์พงศา A9

วิไลลักษณ์ ทรัพย์มณี และผาณิต พูนศิริวงศ์

A8 นำโดย รศ.ดร.สมจินต์ สันถวรักษ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2 สมัย
พร้อมด้วย ผาณิต พูนศิริวงศ์,อาคม บาระมีชัย, สมภักดี เวทย์วิไล, ดร.ประจักษ์ ทรัพย์มณี, ชนะ สืบสิน,บุญทรง อนงคณะตระกูล, ยุพดี วิภัติภูมิประเทศ

50 ปี ธรรมศาสตร์ 2510 800 คน รวมตัวอย่างอบอุ่นเหมือนวันแรกที่เจอกันในรั้วแม่โดม