โยโย่เอฟเฟกต์ เรื่องไม่เล็กของคนคิดรีดหุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 08 พ.ย. 2560 เวลา 10:27 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/524166

โยโย่เอฟเฟกต์ เรื่องไม่เล็กของคนคิดรีดหุ่น

ถอดรหัส “Yoyo Effect” ปัญหาหนักใจของหลายคนที่พยายามลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน

โยโย่เอฟเฟกต์ (Yoyo Effect) ปัญหาหนักใจของหลายๆ คนที่พยายามลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน พอลดแล้วก็กลับมาอ้วนอีก ไม่ผอมอย่างถาวร เป็นเพราะเหตุใด สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ ชวนมาทำความเข้าใจกับ นพ.สมบูรณ์ รุ่งพรชัย แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และเวชศาสตร์การกีฬา เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่และเตรียมพร้อมสู่การลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จ

โยโย่เอฟเฟกต์ คือภาวะที่น้ำหนักตัวเด้งขึ้นๆ ลงๆ ส่วนใหญ่จบลงด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจนมากกว่าก่อนเริ่มลด หรือบางคนอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องแม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย ก็ยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวเองได้ ลักษณะเหมือนกับลูกดิ่งโยโย่นั่นเอง

สาเหตุหลักของโยโย่เอฟเฟกต์ คือพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง บวกกับการใช้ยาลดความอ้วน โดยเฉพาะโปรแกรมลดน้ำหนักที่ใช้การอดอาหารหรือควบคุมอาหารจนขาดพลังงานเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ ร่างกายจึงขาดความสมดุลในการเผาผลาญและการเก็บพลังงาน ทำให้สูญเสียความสามารถในการเผาผลาญของร่างกาย เมื่อกลับมากินตามเดิมจึงกลับมาอ้วนเหมือนเดิมหรือมากกว่า สำหรับผู้ที่อายุยังน้อยและมีร่างกายแข็งแรง อาจไม่รู้สึกโยโย่ในการลดน้ำหนักครั้งแรก แต่หากยังฝืนลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องต่อไป ก็จะรู้สึกได้ว่าการลดน้ำหนักยากขึ้นเรื่อยๆ และจบลงด้วยภาวะน้ำหนักตัวโยโย่ในที่สุด

ผลกระทบของโยโย่ อันตรายกว่าที่คิด เมื่อเกิดภาวะน้ำหนักตัวโยโย่ หมายความถึงร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะไขมันเกินร่วมกับภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง และระบบการเผาผลาญในร่างกายมีความเสียหายอย่างรุนแรง เรียกว่า เสียสุขภาพมากกว่าตอนที่น้ำหนักเกินเพียงอย่างเดียวเสียอีก และยังเป็นบ่อเกิดของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน และที่สำคัญที่สุดคือ การฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้กลับมาดังเดิมจะทำได้ยาก และใช้เวลานานกว่าการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง หรือหลายคนไม่สามารถมีสุขภาพฟื้นกลับคืนได้อีกเลย

ของฝากจากญี่ปุ่นใหม่ล่าสุด คิทแคทรสโตเกียวบานาน่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 17:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/524029

ของฝากจากญี่ปุ่นใหม่ล่าสุด คิทแคทรสโตเกียวบานาน่า

คิทแคทออกขนมรสใหม่ตามของฝากฮอตฮิตของประเทศญี่ปุ่น โตเกียวบานาน่า

หากพูดถึงขนมที่เป็นของฝากจากประเทศญี่ปุ่น หลายคนน่าจะนึกถึงขนมเนื้อนุ่มๆ สอดไส้คัสตาร์ดอย่าง โตเกียวบานาน่า กันเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เนสท์เล่ประเทศญี่ปุ่นจึงปึ๊งไอเดีย ออกคิทแคท ขนมที่เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ มาในรสโตเกียวบานาน่า จำหน่ายเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

ขนมหวานสุดพิเศษนี้มีที่มาจากความสำเร็จของการวางจำหน่ายขนมโตเกียวบานาน่า ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 จนกระทั่งปัจจุบันได้พัฒนาออกรสชาติต่างๆ ออกมามากมายหลากหลายมายิ่งขึ้น ทั้งสอดไส้คัสตาร์ด ชาเขียว หรือถั่วแดง ตอนนี้พวกเขาจึงจับมือกันทำขนมหวานใหม่ โดยทำโตเกียวบานาน่ามารวมกับคิทแคท ขนมขายดีอีกชนิดของประเทศญี่ปุ่น

โดยคิทแคทรสโตเกียวบานาน่า ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของโตเกียวบานาน่า ทั้งรสชาติ และแพคเกจ ที่นำมาใส่ในกล่องสีเหลี่ยมรูปทรงถอดแบบมาจากกล่องขนมโตเกียวบานาน่าเป๊ะๆ นอกจากนั้นยังปั้มลายกล้วย ลงบนชิ้นคิทแคทอีกด้วย

Tokyo Banana Kit Kats มีวางจำหน่ายทั้งแบบกล่องเล็กขนาด 8 ชิ้น ราคา 650 เยน หรือประมาณ 188 บาท และแบบกล่องใหญ่ขนาด 15 ชิ้น ราคา 1,200 เยน หรือประมาณ 350 บาท โดยเริ่มขายที่ Tokyo Okashi ซึ่งตั้งอยู่ที่ Ichiban-gai ภายในสถานี Tokyo ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน – 9 มกราคม หลังจากนั้นผลิตภัณฑ์จะถูกทยอยส่งไปจำหน่ายยังร้านค้าอื่นๆ ทั่วภูมิภาคคันโต

ที่มา: rocketnews24

4 น้ำตาลที่ทานน้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 15:54 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/524016

4 น้ำตาลที่ทานน้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ไม่ได้

น้ำตาลถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่มากก็จริง แต่ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะทานน้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็ไม่ได้

น้ำตาล หรืออาหารรสหวานๆ กินเมื่อไรก็ช่วยให้อารมณ์ดี ที่สำคัญน้ำตาลยังถูกจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ซ่อนอยู่ในอาหารแทบจะทุกชนิดก็ว่าได้ แม้แต่ในอดีตที่เรายังไม่มีน้ำตาลแปรรูปอย่างทุกวันนี้ เราก็ยังมีน้ำตาลฟรุกโตสที่ให้รสหวานซ่อนอยู่ในผลไม้ หรือในน้ำผึ้ง แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าน้ำตาล แม้จะมีรสหวานที่ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่เราก็ไม่ควรบริโภคน้ำตาลมากเกินไป

1. ฟรุกโตส น้ำตาลที่มีอยู่ในธรรมชาติ ที่ได้จากผักผลไม้ ที่มาพร้อมกับกากใยและสารต้านอนุมูลอิสระ ให้ประโยชน์ในการช่วยสร้างไขมันที่ตับ แต่หากร่างกายได้รับมากเกินไป จะส่งผลให้ไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ที่เกิดจากการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง จนทำให้เกิดไขมันพอกในตับ เพิ่มระดับกรดยูริคและความดันเพิ่มสูงขึ้น

2. กลูโคส เป็นน้ำตาลโมเลกุลขนาดเล็ก สามารถดูดซึมได้ทันที ที่มักพบได้ในข้าว แป้ง น้ำตาล น้ำผึ้ง ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะองุ่นถูกพบว่ามีปริมาณกลูโคสจำนวนมาก และเนื่องจากเป็นน้ำตาล ที่ถูกดูดซึมได้ง่าย ทำให้เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงต้องระมัดระวังในการกินเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันกลูโคสก็มีประโยชน์สำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย หรือผู้ป่วยที่ต้องการพลังงานอย่างรวดเร็ว

3. ซูโครส คือชื่อที่ถูกเรียกในทางเคมี ซึ่งก็คือ น้ำตาลทราย ที่เราคุ้นเคยกันดีและให้ความหวานมากที่สุด ผสมระหว่างฟรุกโตส และกลูโคส ในส่วนของกลูโคสจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยให้พลังงานและเพิ่มน้ำตาลในเลือด ในขณะที่ฟรุกโตสจำเป็นต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนให้กลายเป็นกลูโคสเสียก่อน จึงจะสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้

4. นํ้าตาล 1 ช้อนชานั้น ให้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี ซึ่งปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา ยิ่งไปกว่านั้นเราอาจไม่รู้เลยว่าอาหารและเครื่องดื่มที่เรากินแต่ละวันล้วนซ่อนน้ำตาลไว้มากกว่าที่คิด ซึ่งน้ำตาลในอาหารนอกจากจะเพิ่มปริมาณแคลอรีที่เรากินเข้าไปแล้ว ยังทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เราจึงจำเป็นต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจตามมา

กระเป๋าแฮนด์เมด ลายการ์ตูนตามสั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 14:50 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/524002

กระเป๋าแฮนด์เมด ลายการ์ตูนตามสั่ง

กระเป๋าแฮนด์เมดลายการ์ตูนสุดน่ารักฝีมือคนไทย

NANAJITTANG คือชื่อแบรนด์ที่แสดงออกมาในรูปแบบของลายเส้นตัวการ์ตูนที่ต้องการสร้างความสุขให้แก่ผู้อื่นลงไปในสิ่งของ เช่น กระเป๋า หลายๆ คนซึ่งต่างจิตต่างใจ หากมาคลิกชอบงานมีรอยยิ้มมีความสุข นั่นคือความสำเร็จที่คิดไว้แต่แรกเริ่มของ คุณโบ พรศรี อุ้มมงคล และคุณแต๋ม ศุวลักษณ์ ใสดี สองสาวสมัยใหม่เจ้าของแบรนด์ชื่อเก๋ นานาจิตตัง

มันเกิดมาจากความชอบทำงานแฮนด์เมด ชอบวาดรูปมาตั้งแต่สมัยเรียนสถาปัตย์ อยากหารายได้เสริม จึงเริ่มทำสมุดเย็บมือลายเป็นงานฟอนต์คำออกขายตามงานอีเว้นท์ต่างๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่จะเรียกว่ามาเป็นที่รู้จักอย่างมาก ตอนที่มาเริ่มวาดตัวการ์ตูนลงไปในงาน ซึ่งในขณะนั้นเริ่มจากไปรับกระเป๋าผ้ามาทำการเพนท์ วาดตัวการ์ตูนที่คิดขึ้นมาเองจากความคิดความชอบ ใส่ความเป็นตัวเองลงไปแล้วนำไปขาย ปรากฏว่า 20 ใบที่ลองทำออกมาขายหมดเกลี้ยง จึงเป็นจุดที่นานาจิตตังใช้เป็นจุดขายตั้งแต่นั้น

ในตอนนี้ทำกระเป๋าเองทำให้สามารถแตกยอดจากกระเป๋าผ้าแบบสะพายข้าง ไปเป็นกระเป๋าในรูปแบบต่างๆ อย่างกระเป๋าใส่เหรียญ ถุงผ้า กระเป๋าสะพายหลัง กระเป๋าถือ กระเป๋าทรงแฟ้ม กระเป๋าทรงโท้ท (tote bag) หรือแม้แต่กระเป๋าใส่กระดานวาดรูป และยังคงไว้ซึ่งสมุดที่ทำแต่แรกเริ่ม อีกทั้งยังแตกไลน์ มีเสื้อยืด หมวก และหมอนอีกด้วย สิ่งที่เป็นจุดขายอีกอย่าง คงเป็นเรื่องการสั่งทำได้ อยากได้ผ้าแบบไหน สีไหน รูปแบบไหน ตัวการ์ตูนลักษณะไหน ใส่ข้อความอะไร นานาจิตตังทำให้ได้หมด ราคามีตั้งแต่ 50 บาทถึงหลัก 1,000 บาท เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย

กำลังขยายตลาดทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น เพราะคนต่างชาติเข้ามาสนใจงาน โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นที่เป็นชาติที่ชื่นชอบในตัวการ์ตูน จนอยากให้แบรนด์ก้าวไปสู่นอกประเทศได้มากยิ่งขึ้น แม้ในเรื่องการตลาดจะยังไม่โตมาก แต่ในด้านการเติบโตของแบรนด์ตอนนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ทั้งคู่พอใจ

ใครที่สนใจงานแฮนด์เมดน่ารักๆ ของนานาจิตตัง ดูได้ที่ บีทีเอส สยาม ทางออก 3 ตลาดรัชดาไนต์ เเละเร็วๆ นี้ที่ พารากอนและสยามเซ็นเตอร์

4 เคล็ดลับบริหารเงินให้ดีเพื่อมีเหลือให้เที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 13:57 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/523993

4 เคล็ดลับบริหารเงินให้ดีเพื่อมีเหลือให้เที่ยว

เคล็ดลับการบริหารเงินเพื่อให้มีเงินเหลือเก็บไว้ใช้สอยและพักผ่อนหย่อนใจ

คนรุ่นใหม่ต่างก็อยากมีทั้งเงินเก็บและเงินไว้เที่ยวตามไลฟ์สไตล์ Work Hard, Play Harder ที่มักจะทุ่มเทให้กับการทำงานหนัก แต่ก็ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ไม่เว้นแต่เรื่องการบริหารเงิน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ตามแบบเมืองใหญ่ๆ ในหลายประเทศ เช่น ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ โดยผู้คนในประเทศดังกล่าวมักจะช็อปปิ้งสินค้าและบริการผ่านทางสมาร์ทโฟนโดยใช้ QR code แต่ยิ่งเทคโนโลยีมีความสำคัญมากขึ้นเท่าใด การเรียนรู้ในการบริหารและการใช้เงินยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เราลองมาดูเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยบริหารเงินให้มีเหลือเที่ยวกันดีกว่า

1. แบ่งเงินที่ได้ประจำเป็นสัดส่วน – ควบคุมรายจ่ายในแต่ละเดือนให้น้อยกว่ารายได้ แบ่งรายการใช้จ่ายเป็นสัดส่วน เช่น รายจ่ายประจำ รายจ่ายจำเป็นที่คาดว่าจะต้องเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ค่ารักษาพยาบาล โดยมีเงินเหลือเก็บประมาณ 10% ของรายได้ในแต่ละเดือน เพื่อนำเงินมาใช้เวลาฉุกเฉิน และนำเงินไปลงทุนบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นซื้อกองทุนหุ้น สลากออมสิน ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าหรืออื่นๆ

2. กันเงินไว้สำหรับไปเที่ยว – การเข้มงวดกับการเก็บเงินที่มากเกินไปอาจจะเกิดการเครียดได้ ดังนั้นควรจะแบ่งเงินไว้เพื่อการท่องเที่ยว อาจจะเริ่มต้นที่ 5% ของเงินเดือน ปีหนึ่งก็ควรมีทริปใหญ่สักทริป เพราะนอกจากการได้ไปเที่ยวจะเป็นการ ชาร์จแบตให้ตัวเองจากการทำงานแล้ว ยังเป็นการสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่มีค่าให้กับชีวิตด้วย

3. อย่ามองข้ามการสะสมแต้ม – คนยุคใหม่จะจับจ่ายใช้สอยทั้งทีก็ต้องคิดถึงความคุ้มค่ามาเป็นอันดับหนึ่ง โดยปกติแบรนด์ต่างๆ มักจะมี Rewards Program เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า เช่น บัตรเครดิต ที่สามารถเก็บแต้มแลกสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ หรืออย่างค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เราสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายแทนเงินสดได้ เช่น Grab ที่นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังได้คะแนนสะสมจากโปรแกรม GrabRewards เพื่อไปแลกส่วนลดบัตรโดยสารเครื่องบิน หรือส่วนลดค่าโดยสารได้ด้วย

4. ใช้บัตรเครดิตอย่างมีสติ – ควรตั้งสติก่อนการใช้บัตรเครดิตทุกครั้ง โดยคำนวณการใช้บัตรเครดิตในแต่ละครั้ง อย่าใช้เกินความสามารถที่เราจะจ่ายเงินคืนในเดือนถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ ซึ่งเป็นการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แถมยังต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มอีกด้วย

สบู่สำหรับแช่ตัวในอ่างอาบน้ำสุดเจ๋ง อาบให้ตัวหอมกลิ่นไก่ทอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 11:41 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/523972

สบู่สำหรับแช่ตัวในอ่างอาบน้ำสุดเจ๋ง อาบให้ตัวหอมกลิ่นไก่ทอด

เคเอฟซีที่ประเทศญี่ปุ่น ออกสบู่สำหรับแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ เป็นกลิ่นไก่ทอดอันเป็นเอกลักษณ์ของเคเอฟซี

เมื่อพูดถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง เคเอฟซีแล้ว เรามักจะนึกถึงกลิ่นไก่ทอดหอมๆ ร้อนๆ ควันคลุ้งๆ กันเป็นอย่างแรก เพื่อเอาใจผู้ที่หลงรักกลิ่นอาหารชวนหิวนี้ ทางเคเอฟซีจึงผลิตบาธบอม หรือสบู่สำหรับแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ กลิ่นไก่ทอดขึ้นมา เพื่อเอาใจผู้บริโภค อาบกันให้ตัวหอมกลิ่นไก่ทอดตามต้นตำรับของเคเอฟซีไปตลอดทั้งวัน

บาธบอมเป็นสบู่สำหรับแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ ซึ่งลักษณะของมันจะเป็นลูกกลมๆ เมื่อหย่อนลงไปในอ่างอาบน้ำแล้ว จะแตกตัวฟู่พร้อมส่งกลิ่นหอม และกระจายสีออกมาในน้ำที่อยู่อ่าง ซึ่งบาธบอมจากเคเอฟซีนี้ก็ได้ทำลักษณะเป็นก้อนรูปร่างคล้ายชิ้นไก่นักเก็ต โดยทำร่วมกับแบรนด์ญี่ปุ่นที่ชื่อ Village Vanguard

แต่น่าเสียดายที่เจ้าสบู่ไก่ทอดนี้มีเพียง 100 ชิ้น และมีเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แถมมีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้อีกต่างหาก เพราะทางเคเอฟซีไม่ได้นำออกวางจำหน่ายทั่วไป แต่ใช้เป็นของรางวัลสำหรับลูกค้าที่ร่วมแคมเปญทางแอคเคาน์ทวิตเตอร์ของ KFC Japan ระหว่างวันที่ 1 – 15 พฤศจิกายน นี้เท่านั้น

ที่มา: rocketnews24

ลึกซึ้งถึงสกุลช่าง ในศาลาลูกขุนรอบพระเมรุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/523952

ลึกซึ้งถึงสกุลช่าง ในศาลาลูกขุนรอบพระเมรุ

พระเมรุมาศถือเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยนี้ การก่อสร้างที่พิถีพิถันโดยเหล่าช่างศิลป์จากทั่วประเทศที่ร่วมแรงร่วมใจกัน และหลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นอีกหนึ่งวาระดีที่คนไทยจะได้เรียนรู้ถึงคุณค่าด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย ผ่านนิทรรศการพระเมรุมาศที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย. 2560 ดังนั้น นอกจากข้อปฏิบัติด้านการแต่งกายและมารยาทในการเข้าชมที่พึงปฏิบัติแล้ว การศึกษาศิลปะอย่างลึกซึ้งจากงานพระเมรุนี้ จึงนับเป็นสิ่งที่ผู้สนใจด้านศิลปะไม่ควรพลาด

ภายในนิทรรศการพระเมรุมาศ นอกจากศาลาทรงธรรมที่บอกเล่าพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจนานัปการแล้วนั้น สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ เช่น ศาลาลูกขุน ทั้ง 6 หลัง ยังบอกเล่าและเป็นส่วนขยายขั้นตอน เรื่องราวการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศในทุกๆ ส่วน แสดงแนวคิดและขั้นตอนการทำงาน ทั้งงานสถาปัตยกรรม งานประติมากรรมและจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ งานประณีตศิลป์ในส่วนของพระโกศจันทน์ พระโกศทองคำ เครื่องสังเค็ด และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ รวมทั้งการเตรียมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธี ตลอดจนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ผ่านมา

ศาลาลูกขุน “สมมติเทวพิมาน”

ศาลานิทรรศการสมมติเทวพิมาน จัดแสดงสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ ประกอบด้วย หุ่นจำลองพระเมรุมาศและพระจิตกาธานในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้เห็นรายละเอียดของพระเมรุมาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเมรุมาศในอดีตเพื่อเป็นความรู้ให้กับประชาชนอีกด้วย

พระจิตกาธาน คืออะไรและอยู่ส่วนไหนในพระเมรุมาศ?

ข้อมูลจากหนังสือธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพ โดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวถึงพระจิตกาธาน ว่า เชิงตะกอน หรือฐานที่ทำขึ้นสำหรับเผาศพ เป็นคำที่ใช้สำหรับพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบด้วยแท่นฐานสำหรับเผาทรงสี่เหลี่ยม ภายในใส่ดินเสมอปากฐานสำหรับวางฟืน ไม้จันทน์ พระจิตกาธาน มักประดับตกแต่งด้วยกระดาษสีและเครื่องสด เช่น ดอกไม้ ใบไม้ ใบตอง หยวกกล้วยและผลไม้บางชนิด เป็นต้น สำหรับเป็นเครื่องกันไฟในการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นั้น พระจิตกาธานตั้งอยู่บนฐานชาลาชั้นบนสุดภายในบุษบกองค์ประธาน

ศาลาลูกขุน “ตระการวิจิตรศิลปกรรม”

เพื่อศึกษาเรื่องราวภายในพระจิตกาธานให้มากขึ้น ศาลานิทรรศการตระการวิจิตรศิลปกรรมจึงเป็นจุดที่ห้ามพลาด ด้วยเป็นศาลาจัดแสดงหีบพระบรมศพจันทน์ พระโกศจันทน์ ท่อนฟืนไม้จันทน์ที่ใช้ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 และเครื่องสดที่ใช้ประกอบพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้ยึดถือตามแบบของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 โดยรวบรวมช่างหลวง ช่างฝีมือ 4 ภาค มากกว่า 300 คน ในการจัดทำเครื่องสดประกอบพระจิตกาธานครั้งนี้ โดยชิ้นงานที่จัดแสดงในนิทรรศการพระเมรุ ร้อยละ 90 เป็นของจริงที่ถอดมาจากพระเมรุมาศองค์จริง สำหรับเครื่องสดที่ใช้ประกอบพระจิตกาธานทั้งเถาปาริชาต และตาข่ายดอกรักจากฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ล้วนเป็นของจริงที่อัญเชิญลงมาจากบนพระจิตกาธาน โดยดอกไม้จะสามารถอยู่คงทนได้นานหลายปี

นอกจากนี้ นิทรรศการยังจัดแสดงเครื่องมือช่างและความรู้เทคนิคเชิงช่างในการใช้ลายซ้อนไม้ประดิษฐ์หีบพระบรมศพจันทน์และพระโกศจันทน์ โดยอธิบายความรู้อย่างเข้าใจง่ายเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปทดลองทำเองที่บ้านได้ ซึ่งเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับวิชาช่างของประเทศไทย

ศาลาลูกขุน “ณ วิธานสถาปกศาลา”

ภายในเป็นนิทรรศการขยายแบบสู่การก่อสร้าง ซึ่งข้อมูลจากกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร เผยว่า การก่อสร้างพระเมรุมาศของในหลวง รัชกาลที่ 9 กรมศิลปากรได้ออกแบบมาถึง 8 แบบ โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มีพระราชกระแสรับสั่งให้การออกแบบพระเมรุมาศในครั้งนี้ว่า “ไม่ให้เหมือนที่เคยมีมา” และมีพระราชวินิจฉัยเลือกพระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด 7 ชั้นเชิงกลอน

พระเมรุมาศทรงบุษบกของในหลวง รัชกาลที่ 9 จะมีลักษณะพิเศษในหลายๆ ด้านไม่เหมือนที่เคยมีมาเป็นการสืบสาน และเกิดการพัฒนาศิลปกรรมงานช่างในหลายแขนง นอกจากนี้ การก่อสร้างพระเมรุมาศยังใช้วัสดุบางอย่างทั้งในการก่อสร้าง และการประดับตกแต่งที่เปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น การใช้ไฟเบอร์กลาสมาแทนงานซ้อมไม้ ซึ่งเป็นการสร้างชิ้นงานแทนลายแกะสลักนอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาแล้ว ก็ยังรักษารูปแบบของศิลปะการออกแบบดั้งเดิมไว้ได้ โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นเหล็กรูปพรรณนำมาประกอบและยึดกันด้วยนอต มีจำนวนมากกว่า 4 หมื่นชิ้น น้ำหนักรวม 800 ตัน ไม่มีการตอกเสาเข็มเป็นรากฐาน

ศาลาลูกขุน “ประติมาสร้างสรรค์”

การจัดสร้างประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีการใช้หลักแนวคิดตามคติความเชื่อไตรภูมิ และมีหลักการจัดวางที่สอดคล้องกันกับงานสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ และยังเป็นประติมากรรมที่มีรูปแบบตามแบบสมัยรัชกาลที่ 9 ศาลานิทรรศการประติมาสร้างสรรค์ จึงจัดแสดงชิ้นงานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ โดยมีใจความสำคัญหลัก คือ การจัดแสดงขั้นตอนและวิธีการทำประติมากรรม ซึ่งมีความแตกต่างกันตามเทคนิคของช่าง ทั้งจากสำนักงานช่างสิบหมู่ เพาะช่าง ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ และช่างปั้นปูนสด จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นปูนตำสูตรเพชรบุรี สัตว์หิมพานต์ที่ใช้ตกแต่งบริเวณสระอโนดาตบริเวณฐานสี่มุมของพระเมรุมาศ ประกอบด้วย สัตว์หิมพานต์ตระกูลสิงห์ ม้า และวัว รวมถึงสัตว์ผสม ประมาณ 120 ชิ้นงาน

ทั้งหมดนี้นอกจากจะทำให้เห็นถึงความแตกต่างกันของประติมากรรมแล้ว ยังทำให้เห็นถึงความหลากหลายของงานศิลปหัตถกรรมไทยโบราณที่ไม่อาจพบเห็นได้ทั่วไป โดยงานประติมากรรมทั้งหมดในศาลานิทรรศการเป็นชิ้นงานจำลองเสมือนจริงเพื่อให้ประชาชนเห็นรายละเอียดได้อย่างใกล้ชิด และเห็นความล้ำค่าของงานศิลปะไทย

ศาลาลูกขุน “ยาตรากฤษฎาธาร”

ศาลานิทรรศการยาตรากฤษฎาธารว่าด้วยการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ โดยได้จัดแสดงต้นแบบของพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยในอัตราส่วน 1 ต่อ 2 ซึ่งเป็นต้นแบบก่อนลงมือสร้างจริง ล้อของพระมหาพิชัยราชรถ (วงใหญ่) และล้อของราชรถน้อย (วงเล็ก) ซึ่งทั้งสองล้อเป็นล้อจริง ทว่า ไม่ได้ใช้ในวันงานพระราชพิธี เชือกของพลฉุดชัก โดยกรมอู่ทหารเรือได้นำเชือกที่ใช้ฉุดชักมาจัดแสดง ส่วนประกอบพระมหาพิชัยราชรถ เช่น ปีกแมลงทับ ธงงอ และผ้า และแสดงให้เห็นถึงขั้นการบูรณปฏิสังขรณ์ การลงรักและติดกระจกประดับ รวมถึงการจัดแสดงข้อมูลถึงลักษณะของพระที่นั่งราเชนทรยานและพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และการสร้างพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยและราชรถปืนใหญ่ด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ต้องการชมพระราชรถองค์จริง สามารถเข้าชมได้ที่ โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติซึ่งเปิดให้ชมในบริเวณใกล้เคียงกัน

ศาลาลูกขุน “สวรรค์บรรจงวาด”

ศาลานี้จะเล่าถึงแนวคิด ตลอดจนขั้นตอนการวาดจิตรกรรมในฉากบังเพลิง โดยนำเรื่องราวพระราชกรณียกิจในหลวง รัชกาลที่ 9 มาวาดเป็นภาพประกอบเป็นส่วนหนึ่ง ทางคณะทำงานได้นำเรื่องราวของพระนารายณ์อวตาร พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ที่มีทั้งหมด 10 ปาง แต่น้อมนำมาเพียง 8 ปาง วาด 4 ทิศ 4 ด้าน แต่ละด้านมี 4 ชิ้น แต่ละชิ้นมี 2 ส่วน คือด้านบนกับด้านล่าง ด้านบนเป็นเนื้อหาเทวดาที่อวตารลงมาทำความดี และเป็นการรับเทวดากลับคืนสู่สรวงสวรรค์ ส่วนด้านล่างเป็นโครงการพระราชดำริแต่ละด้าน หมวด ดิน น้ำ ลม ไฟ ฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำรินำสัมผัสพระสุเมรุ

ความพิเศษของนิทรรศการพระเมรุมาศ มีศาลานิทรรศการนำสัมผัสพระสุเมรุที่ตั้งอยู่ในทับเกษตร ด้านหน้าทางเข้าก่อนถึงศาลาลูกขุนเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้มีโอกาสสัมผัสความสวยงามของพระเมรุมาศ รวมถึงงานศิลปะและประติมากรรมประดับตกแต่ง

ผู้พิการทางสายตาจะมีอาสาสมัครพานำชม โดยเริ่มต้นจากแผนผังพระเมรุมาศในรูปแบบภาพนูนต่ำเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้สัมผัสไปพร้อมกับจินตนาการได้ถึงอาณาเขตและลักษณะของอาคารก่อสร้างในบริเวณพระเมรุมาศ จากนั้นจะได้สัมผัสพระเมรุมาศสามมิติ งานสถาปัตยกรรมพื้นฐาน เช่น การซ้อนชั้นไม้ และการทำศิลปะผ้าทองย่น สาบสีสอดแวว และงานประติมากรรมที่จำลองมาทุกขนาด เช่น พญาครุฑ เป็นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณชั้นชานชาลาของพระเมรุมาศ ราวบันไดพญานาค สัตว์หิมพานต์ เทวดานั่งส้นหรือเทวดาอัญเชิญโคมไฟประดับรอบพระเมรุมาศในเวลากลางคืน

ทั้งหมดผู้พิการทางสายตาสามารถสัมผัสแทนการมองด้วยตา รวมถึงสามารถรับทราบข้อมูลเบื้องต้นของประติมากรรมแต่ละชิ้นโดยสังเขปผ่านอักษรเบรลล์ และซีดีเสียงบรรยายนิทรรศการ ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ

อาจกล่าวได้ว่า ศาลานิทรรศการนำสัมผัสพระสุเมรุได้รวบรวมใจความสำคัญของพระเมรุมาศไว้ถึงร้อยละ 70 เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาและทางการได้รับชมส่วนประกอบต่างๆ ของพระเมรุมาศไม่ต่างจากคนทั่วไป

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อศึกษาและซึมซับความรู้ด้านศิลปกรรมไทยในงานพระเมรุมาศนั้น ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากแผ่นพับที่นิทรรศการแจกให้และสามารถสอบถามขอความรู้จากเจ้าหน้าที่ที่คอยบรรยายได้ด้วยเช่นกัน

5 ของกินเล่นเกาหลีเหนือที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นมาก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 10:32 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/523960

5 ของกินเล่นเกาหลีเหนือที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นมาก่อน

ของกินเล่นจากเกาหลีเหนือที่ปรุงจากวัตถุดิบที่หาง่ายและได้สารอาหาร

เจ้าของร้านอาหารชาวเกาหลีเหนือที่ลี้ภัยมาอยู่ในเกาหลีใต้ เผยรูปร่างหน้าตาของขนมกินเล่นของชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งล้วนแต่ปรุงจากวัตถุดิบหลักที่หาได้ง่าย อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง เนื่องจากราคาย่อมเยากว่าข้าว ทั้งยังให้โปรตีนและไฟเบอร์สูง สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของประชาชนแห่งประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ใหม่ที่แสนจะแร้นแค้น

1. ซกโดจอน หรือเค้กจานด่วน มีที่มาจากการใช้เวลาทำเพียงไม่กี่นาที ทั้งยังไม่ต้องเข้าเตาอบ โดยการผสมแป้งที่ทำจากข้าวโพดกับน้ำ แล้วนำมาปั้นเป็นก้อนขนาดเล็ก

2. อินโจโกกิ หรือเนื้อสัตว์เทียม ได้จากการนำกากที่เหลือจากการผลิตน้ำมันถั่วเหลืองมาม้วนแล้วกดให้เป็นแผ่น ใช้เป็นแหล่งโปรตีนแทนเนื้อสัตว์

3. ทูบูบับ ขนมทานเล่นที่เกิดจากการนำฟองเต้าหู้มาม้วนเป็นทรงกรวย จากนั้นใส่ข้าวและราดด้วยซอสพริก

4. ฟิงเกอร์สแน็คส์ ลักษณะคล้ายกับขนมเลดี้ฟิงเกอร์ส ที่จะกรอบนอกนุ่มใน วัตถุดิบหลักคือ แป้ง ยีสต์ น้ำตาล หรือน้ำตาลกลูโคสที่ได้จากผลไม้ เช่น องุ่น ในกรณีที่น้ำตาลขาดแคลน

5. ซุนแด หรือไส้กรอกเลือด ทำจากเลือดหมูผสมกับผักและธัญพืช อาทิ ข้าว อาหารชนิดนี้มีการรับประทานกันทั้งในเกาหลีเหนือและใต้ โดยส่วนผสมจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น

ที่มา: M2F

‘พระที่นั่งทรงธรรม’ นิทรรศการส่วนประกอบพระเมรุมาศที่คนไทยต้องชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 พ.ย. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/523772

‘พระที่นั่งทรงธรรม’ นิทรรศการส่วนประกอบพระเมรุมาศที่คนไทยต้องชม

นิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมความงดงามของพระเมรุมาศ เต็มไปด้วยสิ่งอันทรงคุณค่ามากมาย นอกเหนือพระเมรุมาศอันเป็นส่วนประกอบหลัก ยังมีสิ่งก่อสร้างรอบพระเมรุมาศเต็มไปด้วยสิ่งที่ประชาชนไทยควรรู้เกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีต่อปวงชนชาวไทย เช่น โครงการตามแนวพระราชดำริ พระที่นั่งทรงธรรมที่อัดแน่นไปด้วยพระราชประวัติอย่างละเอียดของพระองค์ ตลอดจนการทรงงาน การจำลองโต๊ะทรงงานส่วนพระองค์ให้ประชาชนได้ชม นอกจากนี้ ในพระที่นั่งทรงธรรมยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโครงการตามแนวพระราชดำริครบทุกภาคทั่วประเทศ ล้วนเป็นภาพที่งดงามยิ่ง

‘กังหันชัยพัฒนา’ โครงการตามแนวพระราชดำริ

ด่านหน้าของพระเมรุมาศที่ประชาชนควรศึกษาก็คือ โครงการตามแนวพระราชดำริ ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระเมรุมาศ รวมเรียกว่า ภูมิทัศน์ด้านหน้าพระเมรุมาศ สะท้อนให้เห็นพระราชกรณียกิจในหลวง รัชกาลที่ 9อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อาทิ จัดแสดงพันธุ์ข้าวพระราชทาน หญ้าแฝก ต้นยางนา มะม่วงมหาชนก กังหันชัยพัฒนา เป็นต้น

นอกจากนี้ ด้านในยังมีนิทรรศการส่วนต่างๆ ตั้งแต่

1.พระเมรุมาศ : ไม่อนุญาตให้เดินชมด้านบน

2.พระที่นั่งทรงธรรม

3.ศาลาลูกขุน 6 หลัง : จัดแสดงนิทรรศการพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ งานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ได้แก่ ศาลาลูกขุนหลังที่ 1 “สมมติเทวพิมาน” จัดแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศศาลาลูกขุนหลังที่ 2 “ณ วิธานสถาปกศาลา” จากแบบขยายสู่การก่อสร้างศาลาลูกขุนหลังที่ 3 “ประติมาสร้างสรรค์” งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศศาลาลูกขุนหลังที่ 4 “สวรรค์บรรจงวาด” ฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริศาลาลูกขุนหลังที่ 5 “ยาตรากฤษฎาธาร” การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศนอกจากมีราชรถและพระยานมาศแล้ว ยังมีรายละเอียดของราเชนทรยานน้อยหลังใหม่ และราชรถปืนใหญ่ที่บูรณะขึ้นมาเพื่อพระราชพิธีครั้งนี้ เมื่อก้าวขึ้นมาบนศาลาจะพบกับร่างตัวต้นแบบของพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย มีบอร์ดอธิบายรูปแบบราเชนทรยานน้อยกับพระที่นั่งราเชนทรยานมีความแตกต่างกันอย่างไร อุปกรณ์สีและส่วนประกอบอื่นๆ กว่าจะมาเป็นพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย เช่น ธงมอญ ปีกแมลงทับอันเป็นของตกแต่งให้สวยงาม มีล้อพระมหาพิชัยราชรถที่ไม่ได้ใช้จริง มีเชือกฉุดชักของกรมอู่ทหารเรือจัดแสดงด้วยศาลาลูกขุนหลังที่ 6 “ตระการวิจิตรศิลปกรรม” งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี อาทิ งานดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์ การจัดสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ มีการอัญเชิญกรองดอกไม้ฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เคยประดับยังชั้นยอดบนสุดของพระจิตกาธานมาให้ชมด้วย

4.ทับเกษตร : “นำสัมผัสพระสุเมรุ” นิทรรศการเพื่อผู้พิการทางสายตา จัดแสดงแผนผังพระเมรุมาศพร้อมอักษรเบรลล์ และสัตว์หิมพานต์ให้ใช้มือสัมผัสได้แต่ละส่วนมีวิทยากรผู้บรรยายจากกระทรวงวัฒนธรรมคอยให้ความรู้ทุกจุดและสามารถพูดได้ 2 ภาษา

‘พระที่นั่งทรงธรรม’ อัดแน่นด้วยพระราชประวัติ

ก่อนเข้าไปชมเนื้อหาสาระด้านในของพระที่นั่งทรงธรรม อย่าลืมชมความงดงามของคุณโจโฉและคุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยง ผลงานประติมากรรมของอาจารย์ชิน ประสงค์ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่พระที่นั่งทรงธรรม ที่มีความสำคัญ รองลงมาจากพระเมรุมาศ เป็นอาคารสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ประทับทรงธรรมและประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ และมีที่สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วย ขนาดของพระที่นั่งทรงธรรมในพระราชพิธีครั้งนี้ จะมีการขยายให้ใหญ่ เป็นอาคารชั้นเดียวยกฐานสูง ขนาดสูง 22 เมตร ยาว 155 เมตร ตั้งอยู่กึ่งกลางด้านทิศตะวันตกของพระเมรุมาศ หลักในการออกแบบที่สำคัญนอกจากจะต้องสวย สง่า ตรงตามโบราณราชประเพณีแล้ว ยังต้องสอดคล้องกับพระเมรุมาศ และไม่ให้โดดเด่นเกินกว่าพระเมรุมาศ

นิทรรศการ ณ พระที่นั่งทรงธรรม “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศใต้ ด้านในประมวลภาพพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระมหากรุณาธิคุณซาบซึ้งแล้วในหมู่ปวงชนชาวไทยและประชาคมโลก มีนิทรรศการรถไถ “ควายเหล็ก” เกษตรคือชีวิต รถไฟพระที่นั่ง ราชพาหนะแรกเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ตลอดจนรถยนต์พระที่นั่ง บุกป่าฝ่าดงทรงมุ่งไป

สำหรับนิทรรศการแบ่งเป็น 5 โซน เริ่มต้องขึ้นจากด้านฝั่งทิศใต้หรือทางซ้ายมือสุดไปสิ้นสุดที่ฝั่งทิศเหนือของพระที่นั่ง แบ่งเป็น โซนที่ 1 เมื่อเสด็จอวตาร แสดงพระราชประวัติ พระราชจริยวัตรของพระองค์ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องด้วยวังสระปทุมซึ่งเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากโดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชินีนาถจากสหรัฐ นิวัตประเทศไทยตั้งแต่พระชนมพรรษา 1 พรรษา ทรงได้รับการอภิบาลจากสมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทั้งด้านการศึกษาและอบรมให้มีพระอุปนิสัยและพระราชจริยวัตรอันงดงามและทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐ

โซนที่ 2 รัชกาลที่ร่มเย็น เล่าเรื่องอุปกรณ์ทรงงานที่พระองค์ใช้ในการพัฒนาประเทศ ได้แก่ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ยุคแรกที่ทรงงาน แผนที่ซึ่งเป็นภาพแทนแผ่นดินไทย ดินสอที่ทรงใช้ระบุพิกัดโครงการในพระราชดำริ วิทยุสื่อสารเพื่อช่วยเหลือราษฎรยามฉุกเฉิน มุมที่ซึ้งกินใจสุดๆ คือโต๊ะทรงงานของพระองค์อันแสนเรียบง่าย ด้านบนมีแผนที่ ดินสอ และวิทยุสื่อสารวางอยู่บนนั้น

โซนที่ 3 เพ็ญพระราชธรรม นำเสนอเรื่องราวของธรรมิกราชาผู้ทรงครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม

โซนที่ 4 นำพระราชไมตรี นำเสนอการทรงงานด้านการต่างประเทศของพระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นับตั้งแต่ พ.ศ. 2502 เสด็จเยือนเวียดนามและประเทศแถบเอเชีย ต่อด้วยการเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป ฯลฯ ผลของการเสด็จฯ เยือนนำมาซึ่งสัมพันธไมตรีที่ดีต่อมิตรประเทศ หลักการในการพัฒนาโครงการต่างๆ อันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวไทยและเป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก สถาบันและองค์กรต่างประเทศได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลสดุดีพระเกียรติยศมากมาย

โซนที่ 5 พระจักรีนิวัตฟ้า โซนนี้ขอให้หยุดฟังเพลงสักนิดเพราะไพเราะกินใจเหลือเกิน เป็นการประมวลภาพหลังจากประกาศของสำนักพระราชวังโดยประชาชนนับแสนหลั่งไหลจากทั่วประเทศเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีพระราชสาส์น และแถลงการณ์แสดงความอาลัย มายังพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทย

ภาพจิตรกรรมโครงการตามแนวพระราชดำริ

สิ่งที่น่าสนใจอื่นในพระที่นั่งทรงธรรมก็คือ ผนังทึบภายในพระที่นั่งทรงธรรมจะจัดเป็นพื้นที่จัดแสดงภาพวาดจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวนทั้งสิ้น 46 โครงการ ในเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 237 ตารางเมตร แบ่งเป็นภาพจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรกผนังที่ 1 อยู่กลางห้อง เป็นภาพพื้นที่การทรงงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ มูลนิธิราชประชาสมาสัย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พ.ศ. 2496 พระราชทานทุนอานันทมหิดล เป็นทุนเริ่มแรกในการจัดสร้างอาคารในบริเวณสถานพยาบาลโรคเรื้อนพระประแดง การบริหารจัดการน้ำท่วม การก่อสร้างคันกั้นน้ำ การก่อสร้างทางผันน้ำ และการปรับปรุงตกแต่งสภาพลำน้ำ โครงการแก้มลิง พ.ศ. 2538 โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พ.ศ. 2504 เป็นต้น

ผนังที่ 2 อยู่ด้านฝั่งทิศใต้ พื้นที่โครงการพระราชดำริภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ การอนุรักษ์ดิน พ.ศ. 2531 โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร พ.ศ. 2537 เป็นต้น

ผนังส่วนที่ 3 อยู่ฝั่งทิศเหนือ เป็นโครงการพระราชดำริพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่เนินธัมมัง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พ.ศ. 2536 ป้องกันน้ำเปรี้ยวจากทุ่งพรุและน้ำเค็มเข้าพื้นที่ทำกินของราษฎรและจัดการระบบน้ำจืดช่วยเหลือราษฎรให้สามารถทำเกษตรกรรมได้ตลอดปี โครงการศึกษาพัฒนาพิกุลทอง อ.เมือง จ.นราธิวาส พ.ศ. 2525 เป็นโครงการพัฒนาดินอินทรีย์และดินที่มีปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่พรุให้ดีขึ้น

โครงการฝนหลวง (ปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส สภาวะแห้งแล้งและผู้ลักลอบเข้าไปแผ้วถางทำให้เกิดไฟป่า ฝนหลวงจึงเป็นภารกิจพิเศษช่วยดับไฟ โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก สหกรณ์โคนมอ่าวลึก อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พ.ศ. 2527 แปรรูปผลปาล์มสดเป็นน้ำมันปาล์มดิบที่มีคุณภาพเทียบเท่าโรงงานใหญ่

โครงการพระราชดำริภาคกลาง ได้แก่ โครงการขยายผลทฤษฎีใหม่ บริเวณรอบพื้นที่วัดมงคลชัยพัฒนา จ.สระบุรี พ.ศ. 2531 โครงการชั่งหัวมัน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชลฯ อ.เมือง จ.นครนายก พ.ศ. 2536 โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้น

ผู้ที่เข้าไปชม อย่าลืมแหงนมองเพดานของพระที่นั่งทรงธรรม เพราะช่างศิลป์ได้บรรจงวาดและติดประดับไว้งดงามยิ่งนัก

กติกามารยาทที่ควรรู้

นิทรรศการเปิดให้ประชาชนเข้าชมในเบื้องต้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พ.ย. เวลา 07.00-22.00 น. รอบละ 5,500 คน แบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 700 คน ใช้เวลารอบละ 1 ชั่วโมง (15 นาทีแรกถ่ายภาพ ณ บริเวณพื้นที่ด้านหน้า 45 นาทีหลัง เดินถ่ายภาพอิสระในพื้นที่ที่กำหนด) และก่อนหมดเวลา เข้าชม 5 นาที จะมีสัญญาณแจ้งหมดเวลาเข้าชม เพื่อเปิดให้รอบต่อไปได้เข้ารองรับประชาชน ได้วันละ 1.04 แสนคน/วัน ขอความร่วมมือ คือ หากหมดเวลาแล้วควรรีบออกไปเพื่อให้คนรอบอื่นๆ ได้เข้ามาชม ไม่อย่างนั้นคนจะหนาแน่นและพลุกพล่าน ไม่มีสมาธิในการชม

ผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถผ่านได้ 5 จุดคัดกรอง ได้แก่ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม

การแต่งกาย – สุภาพบุรุษสวมเสื้อมีแขน (ไม่บาง ไม่รัดรูป) กางเกงขายาว ไม่สวมกางเกงยีนส์ ไม่สวมกางเกงยีนส์ฟอก-ขาดวิ่นหรือรัดรูป สวมรองเท้าแบบสุภาพ ไม่สวมรองเท้าแตะ

สุภาพสตรีสวมเสื้อมีแขน (ไม่บาง ไม่รัดรูป ไม่เอวลอย) สวมกระโปรงยาวคลุมเข่าหรือกางเกงขายาวทรงสุภาพ ไม่สวมกางเกงยีนส์ฟอก-ขาดวิ่น ไม่บาง ไม่รัดรูป สวมรองเท้าแบบสุภาพ ไม่สวมรองเท้าแตะ

– นักเรียน นิสิต นักศึกษา สวมเครื่องแบบตามราชการกำหนด

– กลุ่มชาติพันธุ์ สวมชุดพื้นถิ่น

ขอความร่วมมือผู้เข้าชม ดังนี้ ห้ามขึ้นพระเมรุมาศเด็ดขาด ไม่แตะต้อง ไม่สัมผัสพระเมรุมาศ ตลอดจนสิ่งที่นำมาจัดแสดงตลอดจนไม่ดึง ไม่เด็ด ไม่เหยียบ ไม่สร้างความเสียหายแก่ไม้ดอกและพืชพันธุ์ภายในงาน ควรถ่ายรูปในพื้นที่ที่กำหนดไว้ ถ่ายภาพด้วยกิริยาสำรวม ไม่ควรถ่ายเซลฟี่ ไม่ควรเฟซบุ๊กไลฟ์ และควรทิ้งขยะในบริเวณที่จัดให้เท่านั้น

เลี่ยง 5 พฤติกรรม ทำหน้าแก่ก่อนวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 พ.ย. 2560 เวลา 10:21 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/523786

เลี่ยง 5 พฤติกรรม ทำหน้าแก่ก่อนวัย

– ปาร์ตี้จัดหนัก

คุณผู้ชายส่วนใหญ่มักไม่ค่อยใส่ใจหน้าและผิวพรรณ ทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้าน แต่ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ใส่ใจ ก็แนะนำว่าไม่ควรทำพฤติกรรมเหล่านี้ ที่ยิ่งทำให้ใบหน้าของหนุ่มๆ แลดูแก่กว่าวัยยิ่งขึ้นไปอีก

แม้เป็นการผ่อนคลาย แต่หลังกลับจากปาร์ตี้จัดหนักเมื่อไร อย่าลืมดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อช่วยเติมน้ำให้กับผิว ยิ่งไปกว่านั้นการพักผ่อนไม่พอยังส่งผลเสียกับร่างกายหลายข้อ ทั้งความจำลดลง ผิวพรรณไม่สดใส แถมทำให้ดูแก่ก่อนวัย ที่สำคัญการนอนน้อยยังทำให้อ้วนง่ายได้อีกด้วย

– ความเครียด

ใครรู้ตัวว่าช่วงนี้โหมงานหนักไป ก็อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนกันบ้าง อย่าพยายามแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อยๆ จนเคยชิน อย่าง การขมวดคิ้ว เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ส่วนการคลายเครียด ไม่ได้มีเพียงการปาร์ตี้ มาผ่อนคลายด้วยวิธีอื่น เช่น ออกกำลังกาย หรือหางานอดิเรกใหม่ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจะดีกว่า

– กินแต่อาหารไขมันสูง

เมนูโปรดหลายชนิดที่ซ่อนไขมันอิ่มตัวหรือไขมันที่ได้จากสัตว์ ทั้งในเนื้อ นม ชีส ไข่แดง หรือแม้แต่อาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เมื่อสะสมในปริมาณมากๆ ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ตามด้วยคอเลสเตอรอล ที่ทำให้ดูแก่กว่าวัย หนุ่มคนไหนที่ติดรสหวาน อาจจะเติมความหวานจากธรรมชาติ เช่น ความหวานจากผลไม้ผสมในโยเกิร์ตก็ช่วยทดแทนกันได้ แถมยังให้สุขภาพที่ดีกว่า

– ไม่ออกกำลังกาย

เมื่อกินมากๆ แถมยังทำงานหนักจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องใช้พลังและระยะเวลานานในการเปลี่ยนไขมันย้วยๆ ให้กลายเป็นกล้ามเนื้อสวยๆ ที่แค่นึกก็ท้อใจกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ก็ล้มเลิกไปหลายหน หนุ่มๆ จึงควรเริ่มดูแลสุขภาพร่างกายตั้งแต่วันนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป ควบคุมน้ำหนักและรูปร่างไว้ให้ดูดีอยู่เสมอ นอกจากจะทำให้ใบหน้าและผิวพรรณดูสดใส การเป็นผู้ชายที่รักสุขภาพยังดูมีเสน่ห์ในสายตาสาวๆ อีกด้วย ที่สำคัญการออกำลังกายเป็นเหมือนอีกศาสตร์ชะลอวัย ที่ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี

– สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้ใบหน้าแลดูแก่กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด เพราะบุหรี่ทำให้ผิวแห้ง และเป็นการสร้างอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดริ้วรอย แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกมากมาย ลองหาหมากฝรั่งต้านนิโคตินมาเคี้ยวไปพลางๆ ก็น่าจะพอช่วยให้ลดการสูบลงได้ แล้วค่อยๆ เลิกอย่างจริงจัง เชื่อซิว่าคุณก็ทำได้