เจค จิลเลนฮอล พบ แครี่ มัลลิแกน ในงานกำกับครั้งแรกของ พอล เดโน WILDLIFE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371191

เจค จิลเลนฮอล พบ แครี่ มัลลิแกน  ในงานกำกับครั้งแรกของ พอล เดโน  WILDLIFE

เจค จิลเลนฮอล พบ แครี่ มัลลิแกน ในงานกำกับครั้งแรกของ พอล เดโน WILDLIFE

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.47 น.

เจค จิลเลนฮอล พบ แครี่ มัลลิแกน

ในงานกำกับครั้งแรกของ พอล เดโน

WILDLIFE

ความรัก…ทำให้เรากลายเป็นสัตว์ป่า

เริ่ม 15 พฤศจิกายนนี้ ที่ house RCA ที่เดียวเท่านั้ัน

นักแสดงหนุ่มฝีมือจัดจ้านแห่งฮอลลีวู้ด พอล เดโน (ผู้เคยฝากผลงานไว้มากมาย เช่น There Will Be Blood, Little Miss Sunshine, Prisoners) หันมานั่งหลังกล้อง คลอดงานชิ้นแรกออกมาพร้อมกับเสียงต้อนรับอันอบอุ่นจากนักวิจารณ์ Wildlife หนังดราม่าสุดเข้มข้น ที่ได้สองนักแสดงดังแห่งยุค เจค จิลเลนฮอล และ แครี่ มัลลิแกน มาเชือดเฉือนบทบาทกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

Wildlife สร้างจากนิยายของ ริชาร์ด ฟอร์ด นักเขียนเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กลายเป็นประจักษ์พยาน ความรักที่กำลังล่มสลายลงอย่างช้าๆ ของพ่อและแม่ของตนเอง

พอล เดโน รักนิยายเรื่องนี้มาก จนเขาและแฟนสาวนักแสดง โซอี้ คาซาน ร่วมกันดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์

แครี่ มัลลิแกน บอกว่าตนเองดีใจสุดๆ ที่ได้โอกาสมาเล่นหนังเรื่องนี้ “เหตุผลแรกคือ ฉันอยากทำงานกับพอล เดโน และโซอี้ คาซาน ทั้งคู่เป็นคนที่ฉันแอบปลื้มมานานมาก ส่วนเหตุผลต่อมา หลังจากได้อ่านเรื่องแล้ว ฉันคิดว่า จีเนตต์ ตัวละครของฉันเป็นผู้หญิงที่แสนจะจริงใจกับข้อบกพร่องของตัวเอง ตัวละครแบบนี้ไม่ได้มีมาให้เล่นบ่อยๆหรอกนะ”

ทางด้าน เจค จิลเลนฮอล เขาเคยร่วมงานกับ พอล เดโนมาแล้วใน Prisoners และกลายเป็นเพื่อนที่คุยกันถูกคอ เมื่อเดโน ตัดสินใจมาเป็นผู้กำกับ จิลเลนฮอลจึงยินดีที่จะมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง “บทหนังของพวกเขา มันสะเทือนใจมากๆ จนผมอดตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริงๆ”

ผู้ชมส่งเสียงเกรียวกราว หลังจากที่ Wildlife เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังซันแดนซ์เมื่อต้นปี นักวิจารณ์พากันชื่นชมพอล เดโนว่า สามารถถ่ายทอดเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ได้อย่างทรงพลัง และมีรสนิยม จากนั้นอีกไม่กี่เดือน หนังก็ได้รับเชิญเข้าไปฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ สื่อเกือบทุกสำนักยกย่องว่า นี่คือการแสดงที่สมบูรณ์แบบที่สุดของแครี่ มัลลิแกน

Wildlife ผลงานตีแผ่ด้านที่เปราะบางของความเป็นมนุษย์ มีคิวเข้าฉายในเมืองไทย 15 พฤศจิกายนนี้ เฉพาะที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอเท่านั้น หนึ่งในภาพยนตร์ของโครงการ Sony@House

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2641-5177 หรือ http://www.facebook.com/houseRCA

ตัวอย่างภาพยนตร์   :   https://youtu.be/DZ26nD_Cr30

“คอมมอน” หนุ่มมากพรสวรรค์ พลิกลุคสู่บทใหม่ใน “Hunter Killer “

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371187

“คอมมอน” หนุ่มมากพรสวรรค์ พลิกลุคสู่บทใหม่ใน

“คอมมอน” หนุ่มมากพรสวรรค์ พลิกลุคสู่บทใหม่ใน “Hunter Killer “

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.42 น.

“คอมมอน” หนุ่มมากพรสวรรค์ พลิกลุคสู่บทใหม่

ปฎิบัติการดิ่งลึกใต้ทะเลหยุดสงครามโลกครั้งที่ 3 ใน “Hunter Killer “

จากมือสังหารเลือดเย็นแห่งจักรวาลนักฆ่าใน JOHN WICK CHAPTER 2  “คอมมอน”  นักแสดงและแรปเปอร์หนุ่มมากพรสวรรค์ กลับมาในบทบาทใหม่ ร่วมดิ่งลึกใต้ทะเลหยุดสงครามโลกครั้งที่ 3 ไปกับปฏิบัติการเรือดำน้ำเพชฌฆาต ในบทบาท “พลเรือตรี จอห์น ฟิสก์” ผู้ดูแลปฏิบัติการทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ รวมพลกับสองนักแสดงตัวเทพ “เจอร์ราด บัตเลอร์” และ “แกรี่ โอลด์แมน” ใน HUNTER KILLER สงครามอเมริกาผ่ารัสเซีย

ด้วยความที่หลงใหลเรือดำน้ำมาเป็นเวลานาน คอมมอน เล่าถึงบทบาทครั้งนี้ว่า “ผมดีใจมากที่ได้เล่นบทที่ได้ลองเป็นทหารเรือซักครั้งในชีวิต กองทัพเรือเป็นแนวหน้าเสมอเมื่อเกิดสงครามหรือมีภัยที่กระทบความมั่นคงของประเทศฟิสก์ ตัวละครของผมต้องตัดสินใจสุดซับซ้อนทีเพราะมันจะส่งผลกระทบต่อทั้งโลก ข้อมูลทุกอย่างสามารถเริ่มหรือหยุดสงครามได้ ผมเรียนรู้เลยว่าทหารเรือต้องผ่านอะไรมาบ้าง”

เตรียมพร้อมจัดเต็มความมันส์นันสต๊อบที่คอแอคชั่นไม่ควรพลาด!

“HUNTER KILLER สงครามอเมริกาผ่ารัสเซีย”25 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่าง ซับไทย  :https://youtu.be/gBkzYxFQ7sM

“อ๊อฟ” พลั้งมือสังหาร “บิ๊ก-ศรุต” สิ้นใจตายคาป้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371185

“อ๊อฟ”  พลั้งมือสังหาร “บิ๊ก-ศรุต”  สิ้นใจตายคาป้อม

“อ๊อฟ” พลั้งมือสังหาร “บิ๊ก-ศรุต” สิ้นใจตายคาป้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.41 น.

บีบหัวใจเข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับละครพีเรียดเรื่องดัง “สายโลหิต” ของค่าย “ดาราวิดีโอ”  ที่ตอนนี้ดำเนินเรื่องราวมาถึงท้ายๆเรื่องด้วยความสนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัวร้ายอย่าง “ขุนทิพ” ที่รับบทโดย “อ๊อฟ-ชนะพล  สัตยา” ที่นับวันความชั่วร้ายก็ยิ่งทวีคูณ  ล่าสุดพลั้งมือฆ่าพ่อของดาวเรือง ที่รับบทดย “บิ๊ก-ศรุต   วิจิตรานนท์”  สิ้นใจตายคาป้อมปืนใหญ่

ฉากนี้เป็นตอนที่พระสุวรรณราชา (บิ๊ก-ศรุต) ไม่พอใจที่ขุนทิพ(อ๊อฟ-ชนะพล) ไม่ยอมสั่งให้ยิงปืนใหญ่โจมตีข้าศึกซะที จนเข้าไปต่อว่ามีปากเสียงกัน พระสุวรรณราชากระชากขุนทิพเข้ามาชกต่อย ขุนทิพพยายามปัดป้องยื้อยุดกันอยู่สักพัก จนพระสุวรรณเสียหลักไปยืนพิงต้องเชิงเทิน แล้วก็ถูกกระสุนจากข้าศึกยิงเข้ามาโดนกลางอกจนสิ้นใจตาย ขุนทิพตกใจรีบปล่อยแล้วก็วิ่งหนีไป

เบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ทีมงานยกกองไปปักหลักถ่ายทำกันแถวบางเลน จังหวัดนครปฐม พอเวลาใกล้ค่ำ ทีมงานก็รีบจัดแจงเซ็ทปืนใหญ่วางเรียงรายให้ดูสวยงาม สมจริง  เมื่อทุกอย่างลงล็อคแล้ว ป้าติ๋ม-เพ็ญลักษณ์  อุดมสิน ผู้กำกับ ก็เรียกเหล่านักแสดงทั้งอ๊อฟ,พี่บิ๊ก,โอ๊ต-สุรศักดิ์ รวมถึงนักแสดงสมทบชุดใหญ่มาเตรียมความพร้อมก่อนทำการแสดงจริง ป้าติ๋ม ผกก. วางคิวบ๊อกกิ้งอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกรายละเอียด เพราะฉากนี้เป็นการปิดตัวพี่บิ๊ก อย่างให้คนดูได้อินแล้วบีบหัวใจไปกับฉากนี้ ว่าแล้วป้าติ๋มก็บรีฟนักแสดงและดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับนักแสดงด้วย เนื่องจากพื้นที่ในการถ่ายทำค่อนข้างแคบแถมยังอยู่สูง เวลาจัดทำคิวบู๊เลยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังจากที่พูดคุยนัดแนะกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาถ่ายทำจริง เริ่มที่อ๊อฟสั่งให้ยิงปืนใหญ่ที่ละนัดแบบห่างๆกัน ซึ่งตรงกันข้ามกับข้าศึกที่ยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อ๊อฟ พี่บิ๊ก โอ๊ต ต่างก็ก้มหลบกันจ้าละหวั่น พี่บิ๊กรู้สึกอึดอัดใจ พยายามขอร้องให้อ๊อฟยิงโต้ตอบ แต่อ๊อฟกับปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ยิง แถมทำหน้าตากวนๆใส่ จนพี่บิ๊กสุดอดกลั้นลุกขึ้นตรงปรี่เข้าไปกระชากคออ๊อฟด้วยความโมโห อ๊อฟทำหน้ากล้าๆกลัวๆ แล้วก็เกิดปากเสียงกระทบกระทั่งกัน ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากลากถูกันไปมา ระหว่างที่ปืนใหญ่ก็ยิงสวนกันตลอดเวลา  ฝุ่นควันฟุ้งกระจายทั่วป้อม พี่บิ๊กผลักร่างอ๊อฟเบียดไปที่ริมเชิงเทิน อ๊อฟรวบรวมพลังฮึดสู้ผลักร่างของพี่บิ๊กที่อยู่ริมเชิงเทินแล้วก็กดตัวไว้ไม่ให้ดิ้นหลุด  ทำให้พี่บิ๊กไม่ทันได้ตั้งตัว โดนข้าศึกยิงมาถูกที่กลางหลังทะลุถึงหน้าอก เลือดค่อยๆซึมออกมาเปอะเปื้อน  อ๊อฟหน้าเหวอตาโตด้วยความตกใจกลัว แล้วอ๊อฟก็ค่อยๆปล่อยร่างของพี่บิ๊กล่วงลงไปนอนกองกับพื้น โชคดีที่โอ๊ตพุ่งเข้าชาร์ทประคองศรีษะพี่บิ๊กเอาไว้ได้ทัน พร้อมกับร้องไห้โฮเศร้าเสียใจที่พี่บิ๊กสิ้นใจตายคาป้อมปืนใหญ่ กว่าจะถ่ายทำฉากนี้เสร็จก็เล่นเอานักแสดงทั้งอ๊อฟและพี่บิ๊กแทบหมดแรง เนื้อตัวเลอะเทอะเปอะเปื้อน แต่ภาพที่ออกมาดูสวยสมจริง เห็นแล้วก็ยิ่งเกลียดขุนทิพเข้าไปอีก  โปรดติดตามชมในละคร “สายโลหิต” ออกอากาศวันเสาร์ ที่ 20  ตุลาคม  2561 เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 HD กด 35 เท่านั้น

‘ละอองฟอง’การันตีความสนุก ฮิตทุกเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371180

'ละอองฟอง'การันตีความสนุก ฮิตทุกเพลง

‘ละอองฟอง’การันตีความสนุก ฮิตทุกเพลง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.37 น.

เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มีแฟนๆ ถามถึงกันอย่างมากมายว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นพวกเขาโชว์ร่วมกันอีกครั้งกับ La – Ong – Fong (ละอองฟอง) ศิลปินป็อบเบอร์แรกจากค่าย SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) ล่าสุดพวกเขาได้หวนคืนเวทีอีกครั้งใน Leo Presents SPICYDISC HitStory 14 ปีใน 1 วัน” (ลีโอ พรีเซ้นท์ สไปร์ซซี่ ดิสก์ ฮิตสตอรี่ 14 ปีใน 1 วัน) คอนเสิร์ตฉลอง 14 ปี สไปร์ซซี่ ดิสก์ ทุกเพลงฮิตมีเรื่องราว ที่จะเกิดขึ้น ในวันเสาร์ ที่ 10 พฤศจิกายน 25561 ณ SHOW DC OASIS ARENA (โชว์ ดีซี โอเอซิส อารีน่า) งานนี้บอกได้คำเดียวว่าเต็มอิ่มสุดๆ เพราะในคอนเสิร์ตนี้นอกจะอัดแน่นด้วยศิลปินตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันกว่า 60 ชีวิต 24 วง มาบรรเลงเพลงฮิตตลอด 14 ปีของค่ายสไปร์ซซี่ ดิสก์ ให้ทุกคนได้ฟินกันตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม แรกได้ว่าไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องตามไม่ได้อย่างแน่นอน โดยหนึ่งในศิลปินที่จะขึ้นไปมอบความสนุกในวันนั้นอย่าง ละอองฟอง ได้เล่าถึงความพิเศษที่จะเกิดขึ้นให้เราฟังคร่าวๆ ให้ฟังว่า

“เป็นคอนเสิร์ตที่อยากให้ทุกคนไปร่วมแชร์ความสนุกด้วยกันค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกเลยที่สไปร์ซซี่ ดิสก์ จัดคอนเสิร์ตฉลองครบรอบด้วย ซึ่งแต่ละบทเพลงที่เราจะนำมาร้องในวันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่ทุกคนชื่นชอบ และร้องตามได้อย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเพลงฮิตที่ทุกคนรู้จักของค่ายเราก็จะมีเพลง เธอทั้งนั้น ของ Groove Riders ที่เราได้นำมาทำใหม่สำหรับเป็นเพลงธีมในคอนเสิร์ตครั้งนี้ หรือจะเป็นเพลง ปิดผนึก ของ Friday (ฟรายเดย์), วันเวลาที่หายไปของ Knock The Knock (น็อค เดอะ น็อค), อยู่ให้ฉัน ของ เราระบาย, คำบางคำ ของ Sqweez animal (สควีซ แอนนิมอล), แอบชอบ ของพวกเรา ละอองฟอง ซึ่งแต่ละบทเพลงที่เราเอ่ยถึงเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะในวันจริงเรายังมีเพลงอีกเพียบมาร้องให้ทุกคนได้ฟังกันค่ะ ความพิเศษของคอนเสิร์ตนี้อีกอย่างคือคุณจะได้เจอกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ และไม่ได้ชมมานานไม่ว่าจะเป็นวง Friday (ฟรายเดย์), Groove Riders (กรู๊ฟ ไรเดอร์ ก้อ, กั้ง, มาตร), Knock the Knock (น็อค เดอะ น็อค), Good September (กู๊ด เซ็ปเทมเบอร์), SHO Lullaby (โช เราระบาย), Save Da Last Piece (เซฟ ดา ลาส พีส), Funky Wah Wah (ฟังกี้ วาวา), Kidnappers (คิดแน็ปเปอร์ส) ซึ่งทั้งหมดที่เอ่ยชื่อมานั้นเราเชื่อเลยว่าหลายๆ คนต้องอยากเห็นพวกเขาบนเวทีอีกครั้งอย่างแน่นอน รวมถึงพวกเรา ละอองฟองด้วย (หัวเราะ) ไม่หมดเพียงเท่านั้นเรายังมีน้องๆ ศิลปินอีกมากมายขึ้นมามอบความสนุกในคอนเสิร์ตครั้งนี้ อาทิ Sqweez Animal (สควีซ แอนนิมอล), Knock the Knock (น็อค เดอะ น็อค), Good September (กู๊ด เซ็ปเทมเบอร์), Wan Thanakrit (ว่าน ธนกฤต), Mild (มายด์), The Parkinson (เดอะ พาร์คินสัน), The Rube (เดอะ รู้บ), Helmetheads (เฮลเมทเฮดส์), Nap A Lean (แนป อะ ลีน), Morning Soon (มอร์นิ่ง ซูน), Zom Marie (ส้ม มารี), Pills (พิลส์), TAPE (เทป), No One Else (โน วัน เอลส์) และ Aomsin (ออมสิน) สำหรับการเตรียมตัวแน่นอนว่าศิลปินทุกคนต่างก็ฟิตซ้อมกันอย่างขมักเขม้นเพื่อให้แฟนๆ ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังงานให้ความสุขไปด้วยกัน และแน่นอนว่าทุกเพลงที่เรานำมาบรรเลงจะต้องเป็นเพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้อย่างแน่นนอนค่ะนอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพร์สพิเศษที่เราเตรียมมามอบให้ทุกคนได้สนุกกันอีกเพียบค่ะ”

บอกเลยว่างาน Leo Presents SPICYDISC HitStory 14 ปีใน 1 วัน” (ลีโอ พรีเซ้นท์ สไปร์ซซี่ ดิสก์ ฮิตสตอรี่ 14 ปีใน 1 วัน) คอนเสิร์ตฉลอง 14 ปี สไปร์ซซี่ ดิสก์ ทุกเพลงฮิตมีเรื่องราว..เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่คุ้มค่าแก่การชมจริงๆ และถ้าใครอยากรู้ว่าทำไมเราถึงเรคคอมเมนให้ทุกคนไป ต้องลองไปชมให้เห็นเองกับตา ในวันเสาร์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ณ SHOW DC OASIS ARENA (โชว์ ดีซี โอเอซิส อารีน่า) ประตูเปิด 16.00 น. เป็นต้นไป สามารถหาซื้อบัตรได้ทาง Ticketmelon บัตรราคา 999 บาท บอกได้คำเดียวว่าคุ้มมาก และรับประกันฮิตทุกเพลง

 

‘มิว – นิษฐา’พูดถึงการได้กลับมาเล่นละครประกบ ‘ติ๊ก – เจษฎาภรณ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371172

'มิว - นิษฐา'พูดถึงการได้กลับมาเล่นละครประกบ 'ติ๊ก - เจษฎาภรณ์'

‘มิว – นิษฐา’พูดถึงการได้กลับมาเล่นละครประกบ ‘ติ๊ก – เจษฎาภรณ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.22 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย สำหรับสาว มิว – นิษฐา จิรยั่งยืน นักแสดงสาวที่มากด้วยความสามารถ ไม่ว่าเธอจะรับบทบาทไหนเธอก็ได้รับเสียงตอบรับด้วยดีมาโดยตลอด ล่าสุดผลงานละครของสาวสวยคนนี้ อย่างละครเรื่อง “ด้วยแรงอธิษฐาน” เธอได้กลับมาประกบคู่กับพระเอกหนุ่มหล่อตลอดกาล ติ๊ก – เจษฎาภรณ์ผลดีที่ครั้งนี้ควบตำแหน่งผู้จัดด้วย ซึ่งสาวมิวได้พูดถึงการทำงานครั้งนี้ว่า

กับพี่ติ๊กเหมือนเราก็รู้จักกันมาแล้ว พอมาร่วมงานกันอีกมันก็เลยง่าย เพราะเราก็เหมือนแบบเข้าขากันได้ดี พี่ติ๊กก็เป็นคนชอบปล่อยมุก แล้วเราก็เป็นคนชอบหัวเราะอยู่แล้ว ก็เลยทำงานแล้วสนุกพอเจอพี่ติ๊กในบทบาทผู้จัดฯ เขาก็จะจัดการประมาณหนึ่งนะ เหมือนดูความเรียบร้อยในกอง แล้วก็ทำให้คนที่ทำงานมีความสุขมากกว่า อย่างเช่น ตอนบ่ายก็จะมีคอฟฟี่เบรก คืออันนี้ก็จะมีเบรก 15 นาที เบรกทั้งกองเลยนะ เพื่อที่จะได้กินน้ำกินขนมพักผ่อนไป 15 นาที มันทำให้สดชื่น คือคนทำงานจริงก็เหมือนได้ไปพักโดยไม่ต้องแบบแว็บไปกิน แว็บไปมา ก็ทำให้ผ่อนคลายกันไป

สาวมิวยังบอกอีกว่า ด้วยแรงอธิษฐานเป็นละครรีเมค แล้วค่อนข้างถือว่ามีความถี่ในการรีเมคไม่ได้กังวลแต่ว่าก็มีกดดันบ้างนิดนึง แต่ว่ามิวก็รีเมคมาหลายเรื่องแล้วก็เลยไม่ได้กดดันเป็นพิเศษ มันก็แบบตามยุค ถ้ายุคไหนคนดูอันไหน ก็จะสนุกกับมันมิวว่า ก็เลยไม่ได้กดดันมาก แต่ว่าก็อยากทำให้เวอร์ชั่นนี้เป็นอีกเวอร์ชั่นนึงที่คนจำ แต่ไม่ได้ตั้งใจแบบว่าให้คนดูแล้วมาเปรียบเทียบอะไร แค่อยากให้คนจำเวอร์ชั่นนี้ของเราค่ะ”

ได้ฟังสาวมิวพูดไปแล้ว แฟนๆ สามารถติดตามผลงานละครล่าสุดของเธอ “ด้วยแรงอธิษฐาน”ได้ทุกวันพุธ–พฤหัสบดี เวลา 20.20 – 22.50 น. ทางช่อง 3 ช่อง 33 และรับชมผ่านแอพพลิเคชั่น Ch3Thailand

เพลง’พ่อมดเจ้าเสน่ห์’พุ่งทะยานสู่ 6 ล้านวิว’โดนัท-พิม’จัดเต็มชวนร่วมสนุกกิจกรรม COVER DANCE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371169

เพลง'พ่อมดเจ้าเสน่ห์'พุ่งทะยานสู่ 6 ล้านวิว'โดนัท-พิม'จัดเต็มชวนร่วมสนุกกิจกรรม COVER DANCE

เพลง’พ่อมดเจ้าเสน่ห์’พุ่งทะยานสู่ 6 ล้านวิว’โดนัท-พิม’จัดเต็มชวนร่วมสนุกกิจกรรม COVER DANCE

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.16 น.

“โอเลเลเลเล โอเลเลเลเล โอเลเลเลเล ร่ายมนตร์ได้ทุกอย่าง” แค่ขึ้นท่อนฮุกสุดฮิตของเพลงนี้ แฟนๆ ก็ร้องตามกันได้แทบทุกคน กับเนื้อเพลงสนุกๆ ฟังติดหู ฮิตติดปาก แถมใครได้ร้องก็ยังเพราะติดใจ ไปกับทำนองแนวภารตะ ที่ฟังแล้วอดไม่ได้ต้องขยับร่างกาย โยกย้ายส่ายสะโพกไปตามๆ กัน กับเพลง “โอเลโอเลโอ” เพลงประกอบละคร “พ่อมดเจ้าเสน่ห์” ที่ส่งยอดวิวใน Youtube พุ่งสูงทะยานสู่ 6 ล้านวิว  โดนัท-ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ (พ่อมดโรม) และ พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร (ณิศรา) บอกเลยว่าจัดหนัก จัดเต็ม ทั้งร้องทั้งเต้นเพื่อแฟนๆ พร้อมยังฝากชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม “พ่อมดเจ้าเสน่ห์ Cover Dance” กันด้วย

โดนัท เผยว่า “ตอนที่ได้ยินทำนองและเนื้อเพลงนี้ครั้งแรก ตื่นเต้นมากๆ เลยครับ เพลงเวอร์ชั่นนี้ จะมีความเป็นผู้ชายมากขึ้น เพราะเป็นภาคของพ่อมด ผมต้องเน้นฝึกร้องท่อนคาถาก่อนเลย พอเพลงมารู้เลยว่าท่าเต้นจะออกมาประมาณไหน ก็จะยากประมาณหนึ่ง แต่ก็สนุกมากครับ สนุกจนแฟนๆ นึกสนุก สมัครเข้าร่วม กิจกรรมกันอย่างล้นหลาม ส่วนใครที่สนใจ ยังสามารถมาร่วมสนุกกับการ Cover ท่าเต้นเพลงประกอบละคร#พ่อมดเจ้าเสน่ห์ เพลง “โอเลโอเลโอ” กันได้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทคู่หรือทีม ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 7 คน โดยความยาวไม่เกิน 1 นาที อายุระหว่าง 10 – 25 ปี อัปโหลดลง Facebook หรือ Instagram ของตัวเอง อย่าลืมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพื่อให้คณะกรรมสามารถเห็นคลิปได้ พร้อมติด Hashtag #พ่อมดเจ้าเสน่ห์CoverDance ใต้คลิป ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – 31ต.ค.61 ทีมที่ Cover ได้ถูกใจนักแสดงรับของที่ระลึกจากละคร สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางแฟนเพจ Ch7HD นะครับ”

พิม เผยว่า “เวลาร้องเพลงนี้ มือต้องมาค่ะ เอวต้องขยับ แล้วก็เต้นไปพร้อมกัน เต้นคู่ว่าสนุกแล้ว เต้นเป็นทีมจะสนุกมากๆ เลยค่ะ ทั้งคำร้องและท่าเต้น อย่าลืมมาร่วมสนุกกับกิจกรรม #พ่อมดเจ้าเสน่ห์CoverDanceกันนะคะ มีเท่าไหร่ใส่กันมาให้เต็มที่ แล้วอย่าลืมเข้าไปฝึกร้อง ฝึกเต้นกันได้ ที่ Youtube:Ch7HD https://youtu.be/NJXhZbRAro4  มาเสกรักขยับหัวใจไปพร้อมกันนะคะ”

ติดตามชมละคร “พ่อมดเจ้าเสน่ห์” ได้ทุกคืน วันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook LIVE ทาง Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมละครย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘น้ำตาล-พิจักขณา’ปรับโหมดสดใส สู่ความดราม่าเข้มข้นในละคร’ประกาศิตกามเทพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371168

'น้ำตาล-พิจักขณา'ปรับโหมดสดใส สู่ความดราม่าเข้มข้นในละคร'ประกาศิตกามเทพ'

‘น้ำตาล-พิจักขณา’ปรับโหมดสดใส สู่ความดราม่าเข้มข้นในละคร’ประกาศิตกามเทพ’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.12 น.

เป็นการเปลี่ยนบทบาทการแสดงอีกครั้ง สำหรับนางเอกสาวชื่อหวาน น้ำตาล พิจักขณา ที่ผลงานล่าสุดของเธอที่กำลังออนแอร์ในขณะนี้“ประกาศิตกามเทพ”เจ้าตัวจะต้องมาเปลี่ยนโหมดการแสดงจากความสดใส แก่นแก้ว สู่ความดราม่าเข้มข้น

น้ำตาล พิจักขณา  เผยว่า “บุคคลิกเรื่องนี้เราจะเป็นคนที่คล่องแคล่ว บ้างาน นิสัยเย็นชา ตอนแรกๆคนดูจะหมั่นไส้เรามาก เพราะเราเป็นผู้หญิงที่เห็นเงินสำคัญที่สุด ด้วยความที่ตัวเธอถูกเลี้ยงมาในครอบครัวที่มีการแข่งขันสูง แต่ไม่ได้แข่งกับคนอื่นนะคะแต่เป็นการแข่งกันเองในครอบครัว เพราะแต่ละคนไม่มีใครเป็นลูกที่แท้จริงของคุณปู่ และตัวเราเองก็เป็นผู้หญิงเลยต้องทำตัวให้ดูเก่งกว่าหลานผู้ชาย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนจะมีเส้นเรื่องของตัวเองที่ชัดเจน ตัวละครจะไม่ลอยๆจะมีแบล็คกราวของตัวเองเป็นเรื่องที่ดราม่ามากๆ อยากฝากทุกคนติดตามประกาศิตกามเทพด้วยนะคะ เข้มข้นในทุกๆตอนเลย”

แฟนๆสามารถติดตามชมอีกหนึ่งบทบาทของ น้ำตาล พิจักขณา ในละคร “ประกาศิตกามเทพ”ทุกวันจันทร์-วันอังคาร เวลา 20.20-22.50 น. ทางช่อง 3,ช่อง 33 และ Application Ch3 thailand

โครงการรวมพลังหาร 2 ดึง3 ศิลปินสาวเสียงดีเวที The Voiceร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371163

โครงการรวมพลังหาร 2 ดึง3 ศิลปินสาวเสียงดีเวที The Voiceร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน

โครงการรวมพลังหาร 2 ดึง3 ศิลปินสาวเสียงดีเวที The Voiceร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.08 น.

โครงการรวมพลังหาร 2 โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ปล่อยแคมเปญประหยัดพลังงานชุดล่าสุดในชื่อ “วัฒนธรรมหาร 2” เพื่อกลับมาตอกย้ำเรื่องการรณรงค์และสร้างจิตสำนึกในการประหยัด “น้ำมัน”เพราะเรื่องน้ำมันเป็นเรื่องของคนทั้งชาติ ที่ต้องช่วยกันลดใช้ หันมาแบ่งพลังงานใช้ร่วมกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ของโครงการฯ “ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์” โดยดึง 3 ศิลปินสาวเสียงดีจากเวที The Voice อาทิ เอ้ กุลจิรา , ปราง ปรางทิพย์ และแตงโม วัลย์ลิกา มาร่วมขับร้องเพลงประกอบคลิป…โอ ฮะ โอ ฮะ โอ่ ฮะ โอ…จะสนุกและเซิ้งมันส์ขนาดไหนต้องลองไปฟังกัน! ที่ http://www.youtube.com/watch?v=VGi4-yCYKqM&feature=youtu.be และ Facebook.com/EPPOHAN2 เชิญพบสารพัดไอเดียสร้างวัฒนธรรมหาร 2 ประหยัดพลังงานได้ที่ http://www.รวมพลังหาร2.com, Facebook.com/EPPOHAN2, YouTube: EPPOHAN2, IG: EPPOHAN2

“นายห้างประจักษ์” ลั่น“อาม ชุติมา” อยากอิสระ ให้ควักจ่าย 2 ล้าน! ค่าเยียวยาความรู้สึก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371158

“นายห้างประจักษ์” ลั่น“อาม ชุติมา” อยากอิสระ ให้ควักจ่าย 2 ล้าน! ค่าเยียวยาความรู้สึก!

“นายห้างประจักษ์” ลั่น“อาม ชุติมา” อยากอิสระ ให้ควักจ่าย 2 ล้าน! ค่าเยียวยาความรู้สึก!

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.02 น.

จากกรณีประเด็นดรามา “อาม ชุติมา” ถูกตำรวจจับไปโรงพักวังน้ำเย็น จ. สระแก้ว เมื่อกลางดึกวันที่ 15 ต.ค. ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ จนนักร้องสาวน้ำตาแตก โดยมีผู้ใหญ่ค่ายเพลงเข้ามาเจรจากับทนาย โดยโลกโซเชียลเผยคนที่แจ้งจับที่แท้คือเจ้าของค่ายไหทองคำเรคคอร์ด “ประจักษ์ เนาวรัตน์”ล่าสุดรายการโหนกระแส ได้สัมภาษณ์เปิดใจนายห้างประจักษ์ชัยถึงกรณีที่เกิดขึ้น

ข้อหาที่โดนละเมิดลิขสิทธิ์ คุณอามละเมิดลิขสิทธิ์อะไร?

ประจักษ์ชัย : “ต้องบอกก่อนว่าเป็นความลำบากใจ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เราเคยอยู่ด้วยกัน ด้วยความรัก ทะนุถนอมน้อง แต่ว่าระยะเวลาที่มีข่าวในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา ประเด็นที่เราขอไกล่เกลี่ยให้มาพูดคุย น้องมีประเด็นน้อยใจ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผม น้องก็ขอแยกตัวเป็นอิสระ และบอกว่าตัวเองไม่มีสังกัด ตอนแรกบอกว่าไม่มีสัญญา แต่ไปๆ มาๆ ก็มีสัญญาจริง ที่ไปแจ้งจับวันนั้น มีขั้นตอนสืบเนื่องมาจากที่เราเคยเรียกมาคุยและยื่นโนติส ส่งจดหมายไปที่บ้านเกิด ประมาณ 3 ครั้ง น้องอาจให้ความสำคัญน้อยไปนิดนึง เลยไม่มีการพูคุยกัน ล่วงเลยไปเกือบ 5 เดือนหรือเราติดต่อไป น้องก็ไม่มีสัญญาณตอบรับว่าใส่ใจ ก็เลยเป็นขั้นตอนของฝ่ายกฎหมายที่เขารับงานไปแล้ว เขาก็เลยไปเชิญตัว ไม่ได้เรียกว่าจับกุม อันนี้เป็นภาษาข่าว ที่จริงรอให้น้องเล่นจนจบ แล้วเชิญตัวไปโรงพัก ไม่ได้รวบตัวโจ๋งครึ่มและน่าเกลียด ก็เชิญขึ้นรถตู้ น้องร้องไห้ไปถึงโรงพักแล้ว ก็เป็นธรรมดา นี่เป็นกฎหมายพิเศษ กฎหมายลิขสิทธิ์ ต้องจับซึ่งหน้า ก็หาช่องทางไกล่เกลี่ยกัน”

อธิบายง่ายๆ ให้คนเข้าใจ?

ประจักษ์ชัย : “คนที่ไม่เข้าใจ เสพสื่อบางส่วนจะเข้าใจว่าการจับครั้งนี้เป็นผิดสัญญาลิขสิทธิ์เพลง ซึ่งไม่ใช่ ลิขสิทธิ์เพลง เราให้ใครร้อง เราประกาศว่ายินดี ให้ทุกคนร้อง น้องอามก็ต้องมีสิทธิ์ร้อง แต่เพื่อให้เกิดประเด็นว่าผมใจร้าย หรือรังแกเด็ก ถ้าจะไปตั้งประเด็นการจับลิขสิทธิ์เพลง ทางฝ่ายกฎหมายก็ต้องรัดกุม ทั้งที่เพลงนี้โอนสิทธิ์ขาดแล้ว ผมจับลิขสิทธิ์เพลงก็ได้ด้วยนะ แต่น้ำหนักมันจะล่อแหลมและละเอียดอ่อน เขาเรียกว่าลิขสิทธิ์ในตัวนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลง ค่ายมวย ประกวดนางงาม ค่ายโมเดลลิ่ง ก็จะมีสัญญาแม่ก่อน เป็นสัญญาลิขสิทธิ์ในตัวศิลปิน ถ้าจะจับก็ค่อยพ่วงไป แต่มันละเอียดอ่อนมาก ยิ่งเราเป็นผู้ใหญ่ เป็นค่าย เขาเป็นเด็กผู้หญิงด้วย มันละเอียดอ่อนมาก ผมนอนอยู่ 5 เดือน ในการคิดจะทำอะไร เพราะเราสร้างมาด้วยกัน ไม่เคยลืม”

ตอนนี้อามยังเป็นเด็กในสังกัด?

ประจักษ์ชัย : “อันนี้คือน้องอามเป็นคนเซ็นคุณพ่อคุณแม่เป็นคนเซ็น ตอนนั้นน้องอายุ 17 ปี เป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับการยินยอมจากพ่อแม่ตรงนี้”

ก็ยังเหลืออีก 2 ปี 7 เดือน ตอนเซ็นสัญญาคุณแม่อ่านมั้ย?

ประจักษ์ชัย : “อ่านด้วยกันครับ จะมาบ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้อ่าน ด้วยสำนึกของคน อยู่ 2 ปี มีสัญญาคู่ฉบับนะครับ วันดีคืนดีบอกว่าไม่ได้อ่าน แล้วอ่านเฉพาะที่ตัวเองเสียเปรียบแล้วมาแย้งไม่ได้ สังคมไทยจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายแล้วมาแย้งไม่ได้ ยิ่งบอกว่าอาจารย์ไม่ให้อ่าน มันยิ่งต้องอ่าน ไม่ได้บอกเลยว่าไม่ให้อ่าน การพูดว่าไม่เป็นธรรม โดนรังแก มันพูดได้หมด แต่คุณมีหลักฐานการจ่ายเงิน เบิกเงินตรงไหน ก็รู้กันแค่เราสองคน ทุกวันนี้เราไปศาลก็พูดด้วยเอกสาร เราไม่ได้รังแกเด็ก เราสร้างบรรทัดฐานให้ค่ายเพลงหลายค่าย ว่าไหทองคำ จะทำเคสนี้ให้เป็นกรณีศึกษายังไง ในยุคที่โซเชียลกำลังเบ่งบานแล้ว ศิลปินค่ายอื่นที่เคยอยากออกจากค่าย  แล้วมีแบบนี้ เขารอเวลาให้ผ่านไป กับระยะเวลาที่เหลืออยู่ แต่ไม่ได้ใช้ฐานผู้ติดตามหรือสับสไคร์ มาเป็นแนวร่วม เขาเรียกว่าม็อบชนม็อบ แล้วเอามวลชนมาสู้กับสัญญา อย่างนี้คนก็ไม่มีกติกาสิครับ”

จะสร้างบรรทัดฐานค่ายไหทองคำ?

ประจักษ์ชัย : “ทุกค่ายครับ ไม่งั้นอยู่ๆ มาแหกสัญญา ฉีกสัญญา ตอนไม่ดังยอมอยู่ในกติกา คาแรคเตอร์ที่เราเลือกให้ทำ แต่พอเห็นกระแสอะไรเข้ามา ความมั่นใจเกิดขึ้น ก็มาขอฉีกสัญญา ฉีกสัญญาต้องฉีกทั้งสองฝ่าย เรื่องชดใช้ค่าเสียหายก็มาต่อรองกัน มันต้องพูดคุยกัน จบที่โต๊ะเจรจา แต่น้องไม่มี เราสื่อสารทุกช่องทาง หรือสุดท้ายใช้หมายศาล หรือโนติส”

จุดแตกหักคืออะไร?

ประจักษ์ชัย : “ก็รอแล้วรอเล่า น้องก็โพสต์ว่าทำไมไม่ปล่อยให้น้องไปทำมาหากิน เป็นผู้หญิง ผมก็จะบอกว่าก็ให้ทำมาหากินไงครับ แต่มาหากินด้วยกัน มาอยู่ในระบบ ผมเป็นคนสร้าง ผมทำธุรกิจค่ายเพลง กว่าจะสร้างมาได้สักหนึ่งคน คาแรคเตอร์ เสื้อผ้า ชุด เพลง การทำพีอาร์โปรโมต ให้เขาดัง คือใคร ต้องมาคุยกัน”

เพราะระบบไม่เป็นธรรมหรือเปล่า เขาเลยไม่อยากอยู่?

ประจักษ์ชัย : “คนเราถ้าตอนแรกรักกันปานจะกลืน วันนึงบอกว่าไม่เป็นธรรม เป็นเรื่องของคนสองคน คุณก็ต้องชัดเจนว่าไม่เป็นธรรมตรงไหนบ้าง นี่คุณไปอ้างกระต่ายขาเดียว ทำให้ผมเป็นโจรในสังคม ผมก็ต้องนำสืบว่าผมใจร้ายตรงไหน  ตอนที่คุณมาตอนแรก คุณมาจากศูนย์ ค่าน้ำมันรถไปยืนคนในหมู่บ้าน ยังไม่มีใครให้ยืม ผมต้องโอนเงินให้ 2 พันบาท เพื่อมาลงรถที่รังสิต ฟิวเจอร์ แล้วนั่งแท็กซี่มาก่อน แล้วพอวันหนึ่งมีชื่อเสียงขึ้นมา บอกว่าผมเอาเปรียบ ผมบอกได้เลยว่าผมทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมทุกคนที่มาอยู่กับผม อาจไม่ได้ดังทุกคน แต่ดีขึ้นกว่าเดิมทุกคน แต่พอดัง มันไม่ยุติธรรม”

คำพูดแบบนี้ คนจะมองว่าอาจารย์ทวงบุญคุณเด็ก?

ประจักษ์ชัย : “ก็เป็นธรรมชาติ ไม่งั้นน้องเอาสับสไคร์มาด่าผมว่าผมเอาเปรียบ คนที่ตามอาม ชุติมา ตามใน 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ตามโปรไฟล์มาตั้งแต่แรก ว่าน้องมีต้นทุนยังไง”

น้องโพสต์บอกว่าว่าเราเป็นเด็กเลี้ยงแกะ แล้วคุณแก่จะตายแล้วเลี้ยงอะไร?

ประจักษ์ชัย : ฎอันนี้อาจเป็นเพื่อนผม น้องตั้งใจมาเคลียร์ที่บริษัท มีการปักหมุดว่าพรุ่งนี้จะได้มา ซึ่งคือเมื่อวาน จะมาเคลียร์ ที่จริงเขาต้องมา พอถึงตอนเช้าก็ปักหมุดที่สนามบินหนึ่ง แต่เขาบอกว่าซื้อตั๋วได้แค่ 2 ใบ อีก 3 คนไม่ได้มา สุดท้ายก็ยังไม่มา นี่ก็ตกลงกันว่าจะมาเคลียร์กันวันที่ 20 แต่น้องไปโพสต์บอกว่าจะมาวันที่ 22 ซึ่งก็ไหลไปเรื่อย เราถึงต้องมา เพื่อชี้แจงให้เห็นความจริง”

นี่คือโมโหขั้นสุด?

ประจักษ์ชัย: “ไม่ได้โมโห ที่จริงต้องเคลียร์เรื่องความแค้นส่วนตัว เรื่องโกรธไม่มี สังคมเฝ้ามองว่าเคสนี้จะจบยังไง ผมไม่ได้เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ หรือโด่งดังระดับประเทศ แต่ภายใต้สัญญาก็ต้องมีกติกา สังคมเฝ้ามองอยู่ ถ้าน้องไปรับงานเอง ไม่รับงานค่าย อย่างมีงานค้างกพ.-มี.ค. รับไว้ก้อนมีเรื่อง ถ้าน้องไม่รับงานตรงนั้น ผมก็ถูกฟ้องร้องเป็น 10-20 เท่าจากเจ้าภาพ ผมก็หาจังหวะมาพูดคุยจะเดินกับเรายังไง หรือน้องอยากได้สัญญาคืน มันมีค่าใช้จ่าย มีต้นทุนในการสร้าง ก็แค่มาคุย แต่แค่ 5 เดือนไม่มีการพูดคุย”

มีไปรับงานแล้วน้องไม่ไปเล่น?

ประจักษ์ชัย : “ก่อนหน้ามีปัญหา น้องไม่ไปโดยให้เหตุผลว่าเสียงไม่มีแต่จริงๆ น้องไม่ได้เป็นอะไรเลย การไม่มีเสียงกับการปวดท้องหมอก็สืบยากเหมือนกันนะ  มันมีประเด็น แต่ก็ไม่ว่ากัน ต่อจากนี้ถ้าเรารับงานไว้แล้ว คุณไม่ไป สัญญาคาอยู่ ก็ใช้สิทธิ์ความเป็นค่ายมาพูดคุยกัน”

ใส่ความอามหรือเปล่า?

ประจักษ์ชัย : “ในไลฟ์สดก็เห็น คุณบอกว่าไม่มีเสียง แต่พอคนอื่นขึ้นไปแล้ว ร้องจะจบแล้ว คุณก็ดันมีเสียง การมีเสียงไม่ได้มีฉับพลันใน 5-10 นาทีนะ แล้วก็ 3-4 งานซ้อนนะ ตอนที่มีปัญหาเรื่องเสียง เขาก็บอกแค่ว่าไม่มีเสียง มันก็ทำให้คนอื่นที่จะรับงานในนามของค่าย ก็เกิดความไม่มั่นใจ ก็ต้องมีประเด็นเรียกมาคุย”

มีงานติดต่ออามผ่านค่าย?

ประจักษ์ชัย : “มีแต่รับไม่ได้ ไม่กล้ารับ มันก็ต้องมีสภาพบังคับ เราใช้สัญญาลิขสิทธิ์เพลง”

การแบ่งค่าตอบแทนแบ่ง 70-30?

ประจักษ์ชัย : “เราถือว่าเราทำถูกต้อง ตัวน้องยังไม่นิ่งนะครับ ก่อนมาเป็นอาม ชุติมา ตอนแรกค่าตัวเท่าไหร่ก็ไป เพราะตอนแรกน้องไม่มีกระแส ไม่ได้ตั้งว่ามาวันแรกต้องค่าตัว 3-5 หมื่น การแบ่งเปอร์เซ็นต์ บางทีเป็นงานช่วย บางทีเป็นงานขาดทุน ผมก็ควักให้ลูกน้องแบบครอบครัว ตอนคุณยังไม่ดังผมลงทุน ผมไปจ่ายเอง เป็นต้นทุนครับ แล้วบอกว่าไม่เป็นธรรม บางทีค่าตัวเขาให้ร้องรอเวลาลำไยไปเปลี่ยนชุด ให้ร้องรอเวลาให้ 5 พัน กว่าจะมีกระแสก็เป็นปี กว่าเขาจะมีตัวตนของเขา เขาเป็นนักร้องเพื่อรอให้ลำไยไปเปลี่ยนชุด และร้องแทรกเพื่อให้มีโปรไฟล์คู่ลำไย ซึ่งมีกระแสมาก่อน นั่นเป็นการตลาด ตอนนั้นมันยังเรียกราคาไม่ได้ ทุกคนยังไม่ได้ดังมาจากท้องพ่อท้องแม่ คุณบอกไม่ยุติธรรมเพราะมีอะไรมาไซโค มีกระบวนการ ตอนไม่ดังคุณไม่เห็นปั่นป่วน”

มีคนยุแยง?

ประจักษ์ชัย : “มีขบวนการ มีคนขายงาน มีโบรกเกอร์ คนทำงานด้วยกันนี่แหละที่อยากจะได้เขาไปดูแล มันเป็นธุรกิจทำเพลง ตอนแรกไม่ดังก็ไม่เป็นไร เพราะผมไปหามา ผมเป็นคนแต่งเพลงหานักร้องมาปั้น คนที่มีความสามารถแต่งเพลงได้ ก็ถูกต้องที่สุด น้องคนนี้มีแววแน่นอน”

ต่อจากนี้อามจะทำอะไรได้บ้าง?

ประจักษ์ชัย : “ก็ต้องเข้ามาคุยกัน  ไปทำเองไม่ได้หลังจากนี้ก็ต้องมาพูดคุยว่ารับงานมาใหม่ แบ่งกันเท่านี้นะ แต่ก่อนเขาไม่ได้เป็นแมส ไม่ได้เป็นตัวจริง ว่าคุณเป็นซุปตาร์ มันเป็นขบวนสร้างมาสเต็ปๆ ของมัน”

ใครมาเคลียร์บ้าง?

ประจักษ์ชัย : “จริงๆ อามครบ 18 แล้ว แต่ก็ต้องมาทั้งพ่อและแม่ สัญญาจะมาเมื่อวาน ตั๋วเครื่องบินซื้อได้ 2 คนอีก 3 คนขึ้นเครื่องไม่ได้ ผมก็เช็กทุกสายการบิน ก็ว่างอยู่ มีการเบี่ยงเบนประเด็นอยู่ ผมจะซื้อตั๋วให้หมดเลย แต่เขาปักหมุดให้เอฟซีเห็นว่าตั้งใจทำทุกอย่างแล้วนะ เมื่อคืนก็ปักหมุดว่าจะไปวันที่ 22 เอาอีกแล้ว เลื่อนอีกแล้ว ซึ่งสื่อเขารออยู่ เขาอยากรู้ว่าจะจบยังไง ไม่ใช่ผมจะมาแต่รายการโหนกระแสนะครับ ผมอยากอยู่ตามอัตภาพผมมาก ฝากเอฟซีนน้องอาม อย่าด่าผมมากเลย เพราะเขาไม่ได้อ่าน ไม่ได้เข้าใจถ่องแท้ ก็หาว่าผมรังแกเด็ก ต้องแยกแยะ คุณเป็นเด็กแต่ก็ต้องมีกติกา คุณไปเล่นละครจักรวงศ์ คุณก็ต้องมีสัญญากับพ่อแม่ ถูกมั้ยเขาบอกจะมา 22 ต.ค. ก็ไม่รู้จะว่ายังไง ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ ถึงวันอาจตั๋วเครื่องบินเต็มอีก ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง”

วันที่อามมาจะคุยอะไรกันบ้าง?

ประจักษ์ชัย : “ก็คุยกันว่าเราจะอยู่กันยังไง เงื่อนไขการรับงาน ตอนนี้ เรามีสัญญาแม่ คุณต้องปฏิบัติตาม ให้สัญญามันผ่านพ้นไป”

ถ้าเขาอยากซื้อสัญญาคืน ใจไม่อยู่แล้ว?

ประจักษ์ชัย : “ก็ต้องมาคุยกัน จะให้ผมโดนด่าฟรี ไอ้หัวล้าน รังแกเด็ก ผมก็ไม่สบายใจ ขอแค่ให้เข้ามาคุย จะจบแบบไหนก็ให้เข้ามาคุย”

หลายคนอยากให้นายห้างประจักษ์ชัย ปล่อยน้องไป?

ประจักษ์ชัย : “ปล่อยก็ได้ แต่ให้มาขอโทษบ้าง ให้มีความรู้สึกว่าเคยอยู่ด้วยกัน จำวันที่มากรุงเทพฯ แล้วไม่มีค่ารถมา ผมส่งค่ารถให้ วันแรกผมจำสร้อยผม ยังจำได้อยู่เลย แล้วทำเพลงอดีตเคยพังให้ ถามว่าวันนั้นอาจารย์ทุ่มเทขนาดไหน มาขอโทษผม อยากไปทำกับเพื่อนฟีลที่หนูอยากเป็น ขอนะอาจารย์ ผมไม่ใช่คนใจร้าย อย่าเอาแต่อารมณ์ ขอให้คิดถึงหัวอกคนปั้น วันที่ไม่ดัง คุณเดินมาใส่เสื้อตัวร้อยกว่าบาท คอนเวิร์สคู่แรกยังไม่มี ผมก็ซื้อให้ ที่มีข่าวว่าไม่ได้ซื้อให้แค่กางเกงในกับเสื้อยกทรง นั่นเป็นความจริง ซื้อให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า”

เขาน้อยใจหรือเปล่า ดูแลศิลปินในค่ายไม่เท่าเทียมกัน?

ประจักษ์ชัย : “ก็แล้วแต่ มันก็เป็นแบบนี้ ในบ้านเรา ลูกเราก็ยังได้ไม่เท่ากัน มันอยู่ที่เวลาความเหมาะสม ถามว่าเขาได้น้อยกว่าคนอื่นมั้ยความดังมันกำหนดไม่ได้ ตอนนั้นลำไยดังมาก่อน เขาจะซื้อบีเอ็ม จะซื้อบ้าน เงินสด อามซื้อรถกระบะ ผมก็ดาวน์รถให้ ทำบ้าน ทำรั้วให้ คนเราไม่เท่ากัน นิ้วไม่เท่ากัน ก็ต้องรอเวลา รอจังหวะ ถ้างั้นทุกคนในค่ายก็ต้องได้เท่ากัน ไม่ใช่เรื่องมาเป็นประเด็น ไม่ใช่เรื่องน้อยใจหรอกครับ ให้ถูกใจทุกคนเป็นไปไม่ได้ วันนี้ผมมาเพื่อให้ถูกกติกา ไม่ได้ให้ถูกใจ คนที่ติดตามอามอาจไม่ชอบขี้หน้าผม แต่ผมรักษาบรรทัดฐานทางสังคมผมเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เป็นไรครับ ไม่มีค่ายไหนที่สัญญายังคาอยู่แล้วให้นักร้องมาย่ำยีเผาบ้าน”

ถ้าขอโทษและซื้อสัญญาคืน ต้องจ่ายเท่าไหร่?

ประจักษ์ชัย : “2 ล้านบาท ไม่ได้อยากได้เงินคุณหรอก แต่เขียนคุมเพื่อให้เกิดสภาพบังคับ ถ้ามีนายทุนพร้อมซื้อ 2 แสนต่อยอดน้องอาม เขาเอาไปต่อยอดได้กี่ล้าน เขาไม่ได้อยากได้เงินจากน้องอามหรอก ค่าลงทุนยังไม่เท่าเยียวยาความรู้สึก”

ความรู้สึกประเมินค่าไม่ได้?

ประจักษ์ชัย : “ถูกต้องครับ ต่อให้ 5 ล้านตอนนี้ยังไม่อยากขายเลยครับ หมายถึงมูลค่าทางจิตใจ มันเทียบไม่ได้”

อยากบอกอะไรกับอาม?

ประจักษ์ชัย : “ก็รักเหมือนเดิม อยากให้เห็นความดีที่วันนึงผมส่งค่ารถให้ ผมอยากให้จบด้วยดี ยังไงก็เป็นอาจารย์”

‘อิ๋งอิ๋ง’ส่งกำลังใจให้คนพิการผ่านรายการทำด้วยใจ…เพื่อแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/371149

'อิ๋งอิ๋ง'ส่งกำลังใจให้คนพิการผ่านรายการทำด้วยใจ...เพื่อแผ่นดิน

‘อิ๋งอิ๋ง’ส่งกำลังใจให้คนพิการผ่านรายการทำด้วยใจ…เพื่อแผ่นดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 15.52 น.

อิ๋งอิ๋ง (ดร.สิทธิณี กิตติสิทโธ) พิธีกรดังคนเก่งน้ำใจดี มอบรายการดีๆสู่สังคม “ทำด้วยใจ…เพื่อแผ่นดิน” ทั้งนี้ได้ทำช่วง “เชิดชูเกียรติ” อันเป็นช่วงที่ส่งกำลังใจไปสู่คนพิการ โดยคนพิการในสังคมนั้นยังต้องการความเข้าใจและกำลังใจอีกมาก ถ้าเราเข้าใจและให้โอกาสเขาเข้าถึงการบำบัดและพัฒนาศักยภาพเขาก็จะสามารถกลับมามอบสิ่งดีๆในสังคมให้เราได้เช่นกัน

สำหรับในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ อิ๋งอิ๋ง (ดร.สิทธิณี กิตติสิทโธ) ร่วมเชิดชูเกียรติคนพิการทางจิตขอเป็นอีกหนึ่งเสียงหนึ่งกำลังใจให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและได้รับความเข้าใจจากสังคมมากขึ้น ความบกพร่องไม่ว่าทางกายหรือทางใจนั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่อุปสรรคของการดำเนินชีวิตและไม่ได้ทำให้สิทธิเสรีภาพแห่งความเป็นคนลดน้อยถอยลงไปแท้จริงแล้วพวกเขาเพียงต้องการการเข้าใจจากคนรอบข้างและการสนับสนุนให้กำลังใจจากสังคมเพื่อที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้โอกาสในการช่วยเหลือตัวเองและสังคมได้อย่างเต็มที่ หนึ่งในนั้นคนที่มีความพิการทางจิตเป็นกลุ่มคนอีกประเภทหนึ่งที่ความจริงแล้วเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาสามารถประกอบอาชีพร่วมกับเราในสังคมได้ ในปัจจุบันคุณนุชจารี สว่างวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันคนพิการมีกฎหมายรองรับสิทธิเสรีภาพเช่น “คนพิการทางจิต” หรือคนบกพร่องทางจิตนั้น ยังมีสิทธิทางการเมืองและนโยบายสาธารณะชัดเจน เว้นแต่ศาลสั่งว่าทำไม่ได้ และมีใบรับรองแพทย์ว่า เลือกตั้งหรือเสนอความเห็นไม่ได้เท่านั้น เสียงและสิทธิของผู้พิการจึงไม่มีผลหรือเมื่อลงคะแนนแล้วเป็นโมฆะ นั่นหมายความว่าถ้าคนพิการทางจิตที่ศาลไม่ได้สั่งให้ระงับเสรีภาพตรงนี้เขาก็มีสิทธิเท่าเทียมกับคนทุกคนในสังคม คนพิการทางจิตมีสองแบบ คือคนที่จดทะเบียนเป็นคนพิการ กับคนที่ไม่ได้จดทะเบียน บางครอบครัวไม่ให้ผู้ป่วยจดทะเบียนคนพิการทางจิต เพราะกลัวว่าสังคมจะไม่ยอมรับ เสียหายต่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูล จึงทำให้ผู้นั้นไม่ได้รับการบำบัดรักษาและสูญเสียโอกาสในการปรับปรุงพัฒนาตนเองไปอย่างน่าเสียดาย เป็นเรื่องที่คนในครอบครัวต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับแรกและต้องยอมรับเขา และต้องให้โอกาสเขาเพื่อการพัฒนาซึ่งเมื่อเขาได้รับการดูแล บำบัดและฝึกฝน เขาก็จะสามารถมีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเองมากขึ้นและไม่เป็นภาระต่อครอบครัวหรือสังคม

ติดตามชมรายการ “ทำด้วยใจ…เพื่อแผ่นดิน” ทาง NBT ทุกวันศุกร์ เวลา 22.00-22.30  น. กำลังใจที่ส่งถึงพวกเขาและการร่วมเชิดชูเกียรติผู้ที่ทำหน้าที่แทนพวกเขาจะเป็นหนึ่งพลังที่ผลักดันให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นในสังคมค่ะ