‘แจ็ก หม่า’ อย่ามาเมืองไทย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/322784

‘แจ็ก หม่า’ อย่ามาเมืองไทย?

วันที่ 24 เมษายน 2561 – 09:08 น.
คมคิดเทคโน,แจ็ก หม่า,พลอประยุทธ์,เศรษฐกิจ,ดิจิทัล ฮับ,อาลีบาบา,สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
เปิดอ่าน 39,874 ครั้ง

‘แจ็ก หม่า’ อย่ามาเมืองไทย? : คอลัมน์ คมคิดเทคโน โดย… อนุสรณ์ ฉิมบ้านไร่

วินาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวจระเข้แห่งแม่น้ำแยงซี อย่าง แจ็ก หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา เข้าพบบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจนทำให้สื่อทั่วโลกจับจ้องประเทศไทยตาเป็นมัน เพราะหลายคนมองว่าการที่เจ้าพ่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ของโลกเลือกประเทศไทยถือเป็นโอกาสขับเคลื่อนเศษฐกิจที่แท้จริง

เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลชุดนี้กุนซือใหญ่ด้านเศรษฐกิจอย่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ภายใต้การนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ที่สามารถดึงมหาหาอำนาจอีคอมเมิร์ซมาร่วมลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมีความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริมเอสเอ็มอี ทุกระดับเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ การพัฒนาของดาวเด่นหรือทาเลนท์ ของไทยในด้านดิจิทัล การยกระดับระบบโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีชั้นนำของอาลีบาบา และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล

 

 

เชื่อหรือไม่ว่าการที่แจ็ก หม่า หอบเงินกว่า 11,000 ล้านบาทมาลงทุนกับรัฐบาลไทยยุคบิ๊กตู่ ไอ้พวกเห็นต่างก็พยายามที่จะออกมาบิดเบือนสร้างกระแสว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดึงแจ็ก หม่า เข้ามาลงทุนในประเทศเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เปิดทางให้จีนผูกขาดทางการค้าเหมือนยกทั้งประเทศให้แจ็ก หม่า แล้วปล่อยให้ประชาชนตาดำๆ ยากจนอยู่เหมือนเดิม การที่คนพวกนี้คิดแบบอคตินี้ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ถ่วงความเจริญของชาติ ได้แต่ตำหนิติเตียนแต่พวกตัวไม่เคยคิดที่จะทำประโยชน์ให้ประเทศ ต้องขอบอกว่าเรื่องนี้ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กำลังเดินหน้าอยู่นั้นเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง เพราะการที่อาลีบาบาเลือกลงทุนในไทยครั้งนี้เกษตรกรไทยรวมถึงผู้ลิตสินค้ารายย่อยได้ประโยชน์เต็มๆ มีโอกาสทางการค้ามากขึ้น เพราะสามารถนำผลิตของตัวไปขายบนตลาดออนไลน์ได้ดัวตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางหรือพวกห้างร้านหรือซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ที่ขูดรีดค่าแรกเข้าหลายล้านทำให้เกษตรกรไทยสูญเสียโอกาสทางการค้าทันที เพราะไม่แปลกที่คนเหล่านี้จะต่อต้านการเข้ามาลงทุนของกลุ่มอาลีบาบาเพราะพวกนั้นมีความเห็นแก่ได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรียกได้ว่ามีพฤติกรรมชอบทำนาบนหลังคน

‘คมคิดเทคโน’ ขออาสาเป็นน้ำยาล้างตาให้พวกถ่วงความเจริญของชาติให้ตาสว่างเห็นประโยชน์ที่รับการที่รัฐบาลไทยลงนามเอ็มโอยู มหาอำนาจอีคอมเมิร์ซ ‘แจ็ก หม่า’ กลุ่มอาลีบาบาในครั้งนี้ ประโยชน์ข้อแรก โครงการลงทุนจัดตั้งศูนย์สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ ในพื้นที่อีอีซี นี้จะอาศัยเทคโนโลยีระดับโลกของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ ผ่าน ไช่เหนี่ยว (Cainiao Network) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบา เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และไปยังที่อื่นทั่วโลก มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีการประสานกับกรมศุลกากรในการยกระดับพิธีการทางศุลกากรให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย ซึ่งการตั้งศูนย์สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ นี้ จะเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิทัล ซึ่งสำนักงานอีอีซี จะเชื่อมประสานสมาร์ท ดิจิทัล ฮับกับเขตนวัตกรรมดิจิทัล หรือดิจิทัลพาร์ค (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ด้วย คาดว่าจะสามารถทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างสมาร์ท ดิจิทัลฮับ ได้ภายในปี 2561 และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2562 ต่อไป

 

 

ประโยชน์ข้อที่ 2 อาลีบาบาได้เสนอให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา หรือ Alibaba Business School (ABS) ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาบุคลากรของอาลีบาบาที่ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซของเอสเอ็มอีไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศ รวมถึงเอสเอ็มอีในชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อย โดยเน้นให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจ ได้เรียนรู้และเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีไทยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ และเข้าถึงตลาดจีนที่มีผู้บริโภคอยู่ไม่น้อยกว่า 500 ล้านคน รวมถึงตลาดในภูมิภาคและตลาดสากลได้ตามลำดับ (Regional and Global Value Chain) โดยอาลีบาบาจะจัดทีมงานร่วมลงพื้นที่กับทีมงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยอาศัยเครือข่าย ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC) ในระดับภาคและจังหวัดของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงหน่วยงานภูมิภาคของกระทรวงพาณิชย์ทั่วประเทศ

 

 

 นอกจากการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีผ่านอีคอมเมิร์ซแล้ว Alibaba Business School จะร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการพัฒนากลุ่มคนเก่งหรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาหลายหลักสูตร โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย อาจารย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐไปร่วมเข้าโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับดาวเด่นหรือทาเลนท์ ทั่วโลกที่ประเทศจีน

มากไปกว่านั้นกระทรวงพาณิชย์และอาลีบาบายังได้เปิดตัว Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.com ซึ่งเป็นเว็บซื้อขายออนไลน์ระดับโลกที่เน้นร้านค้าแบรนด์ชั้นนำหรือร้านค้าตัวแทนที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายผลิตผลทางการเกษตรเริ่มต้นจากข้าว และขยายผลไปถึงผลไม้ต่างๆ ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์และอาลีบาบาจะร่วมกันผลักดันการส่งออกข้าวไทยและผลิตผลทางการเกษตรของไทย โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกหรือ Insight ในเรื่องตลาดผู้บริโภคที่อาลีบาบามีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าหลังจากแจ็ก หม่า ลงนามเอ็มโอยูกับไทยเพียงวันเดียว วันต่อมาทำให้ไทยขายทุเรียนในอาลับาบาได้ถึง 80,000 ลูกใน 1 นาทีเท่านั้น ถือได้ว่างานนี้เกษตรไทยมีโอกาสรวย!

ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตามมาติดๆ นับจากนี้ไปการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับอาลีบาบาและฟลิกกี้ (Fliggy) บริษัทด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของจีนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวดิจิทัลและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวรายย่อยในไทย โดย Fliggy คู่ร่วมลงนามกับททท. จะใช้ประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดจัดทำ Thailand Tourism Platform ให้แก่สถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น คู่มือไกด์ออนไลน์ ระบบจำหน่ายตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการเจียระไนแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีที่ถูกซ่อนเร้นให้ส่องประกายเตะตานักท่องเที่ยวชาวจีนโดย Fliggy และ Ant Financial ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการระบบชำระเงิน Alipay ในเครือของอาลีบาบาอยู่ในระหว่างการเจรจากับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลแบบครบวงจรต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่กระบวนการทางวีซ่า บริการหลังเดินทางแบบดิจิทัล ด้วยการคืนเงินภาษีนักท่องเที่ยวผ่านระบบ Alipay ซึ่งความร่วมมือกันในด้านการท่องเที่ยวนี้ คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและยังช่วยเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยได้มากยิ่งขึ้น

 

 

     งานนี้คงต้องตะโกนดังๆ ว่า “แจ็ก หม่า มาไทยช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว”

นับเป็นช่วงเวลาที่ทางการไทยรอคอยมานานกับการมาเยือนของแจ็ก หม่า ซึ่งมาพร้อมกับความหวังในการเชื่อมโยงระหว่างตลาดประเทศไทยและจีนผ่านเทคโนโลยีที่อาลีบาบามี ซึ่งเม็ดเงินกว่าหมื่นล้าน นอกเหนือจากเม็ดเงินการลงทุนแล้ว ประโยชน์ที่ได้มากและทรงคุณค่าที่สุดคือการลงทุนของอาลีบาบาในครั้งนี้ทำให้การจ้างงาน คนไทยมีงานทำ เกษตรกรไทย ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถลืมตาอ้าปากได้จนอาจนำไปสู่การปลดปล่อยประเทศให้หลุดจากบ่วงความตกต่ำทางเศรษฐกิจทันที

 ร่ายประโยชน์ในการลงทุนของกลุ่มอาลีบาบายาวขนาดนี้คิดว่าก็คงทำให้พวกถ่วงความเจริญ พวกวิตกและดัดจริตทำตัวเหมือนคนดีกระโดดปกป้องประเทศไม่ให้ถูกจีนฮุบประเทศแต่ตัวเองไม่เคยแม้แต่จะคิดทำประโยชน์อะไรให้ชาติบ้านเมืองตาสว่างขึ้นบ้างและควรหันมาช่วยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้สามารถเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

 

“ไบค์ อุ่นไอรัก” ปั่นแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/357129

“ไบค์ อุ่นไอรัก” ปั่นแห่งปี

วันที่ 29 ธันวาคม 2561 – 08:00 น.
อุ่นไอรัก,ไบค์,ไบค์ อุ่นไอรัก,จักรยาน,ปั่นแห่งปี,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เปิดอ่าน 327 ครั้ง

คนไทยรวมใจร่วมปั่น “ไบค์ อุ่นไอรัก”

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานฤดูหนาวขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรัชสมัย ภายใต้ชื่อ “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 19 มกราคม 2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า เพื่อให้ประชาชนได้ซึมซับประวัติศาสตร์ที่สำคัญและคุณค่าของสายน้ำแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งความงดงามของศิลปะสร้างแบบจำลอง พระที่นั่งกลางน้ำ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เรือพระที่นั่ง และรูปแบบอาคารบ้านเรือน ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จวบจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมชมงานจะได้เยี่ยมชมร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์ ชิมอาหารจากตลาดบก ตลาดน้ำ ชมมหรสพ ตลอดจนร่วมทำบุญโดยการซื้อสลากชิงโชค “มัจฉาพาโชค” และสลากการกุศล ชิงรางวัลมากมาย

เนื่องจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคำนึงถึงการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ตลอดจนการได้ชมสถานที่ต่างๆ ระหว่างปั่นจักรยาน อีกทั้งยังมีพระราชประสงค์ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และเสริมสร้างความรักความสามัคคีในครอบครัวและสังคม การนี้ พระราชทานพระราชานุญาต ให้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในโอกาสพิธีเปิดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา  ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจักรยาน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์สิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในเส้นทางประวัติศาสตร์ ระหว่างลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผ่านสายน้ำคูคลองสำคัญต่างๆ 25 คลองในอดีตที่พระมหากษัตริย์โปรดให้ขุดขึ้นเพื่อการคมนาคมและประกอบอาชีพ โดยเฉพาะคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อบรรเทาอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร รวมระยะทางไป-กลับ 39 กิโลเมตร ทั้งนี้ด้วยพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นย้ำต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานว่า “ให้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเป็นหลัก และเปิดหมดทุกพื้นที่ที่ขบวนจักรยานเสด็จผ่าน จะไม่มีรั้วกั้นระหว่างพระองค์ท่านกับประชาชน”

         จากกิจกรรม “Bike for Mom” และ “Bike for Dad” ที่ผ่านมานั้น เสมือนเป็นเครื่องจุดประกายกระแสการปั่นจักรยานให้ได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพชาวไทยรวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจนต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ มาในครั้งนี้ “Bike อุ่นไอรัก” ตอกย้ำว่ากิจกรรมดังกล่าวยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นว่า เมื่อมีการประชาสัมพันธ์ข้อความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ขึ้น ปรากฏว่ามีนักปั่นทุกเพศทุกวัยไม่เว้นในหมู่ผู้พิการจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ต่างตอบรับและพากันลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งในครั้งนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสิ่งของ ประกอบด้วย เสื้อทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง แท็กจักรยาน สายคล้องบัตร และถุงซิป จำนวน 100,000 ชุด ให้แก่ผู้ลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม โดยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้จัดขึ้นที่ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ขณะที่ต่างจังหวัดจัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมกันทั่วประเทศ สร้างความปลื้มปีติแก่เหล่านักปั่นอย่างหาที่สุดมิได้

          ในกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ครั้งนี้ยังมีบุคคลสำคัญร่วมในขบวนปั่นด้วย เช่น คณะองคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, อำพน กิตติอำพน, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ตลอดจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, พล.อ.ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.วิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ

          นอกจากนี้ยังมีเซเลบริตี้จากวงการต่างๆ อาทิ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการ ผอ.ใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พร้อมด้วย อภิเชษฐ์-อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา, ธนะวุฒิ ภิรมย์ภักดี ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์, ศรีภพ สารสาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานกลาง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), สาระ ล่ำซำ กรรมผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), สารัชต์ รัตนภรณ์ ตัวแทนจาก ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล, มหาศาล ธีรวรุตม์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ก็ไม่พลาดร่วมกิจกรรมปั่นแห่งปีด้วยเช่นกัน

บรรยากาศปั่นจักรยานที่พะเยา

          ไม่เฉพาะแต่เพียงพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น ที่อยู่ในบรรยากาศครึกครื้น ทว่าตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศก็คึกคักไปด้วยบรรยากาศของการปั่นจักรยาน  โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ…พ่อเมืองพะเยา ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร นำประชาชนกว่า 6,700 คน ร่วมกันปั่นจักรยานรอบกว๊านพะเยา ระยะทาง 29.9 กม. ซึ่งก่อนเริ่มการปั่นได้มีการแปรอักษร เป็นคำว่า “พะเยา 2561” บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง และร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงกว๊านพะเยาด้วย มาที่ภาคกลางตอนล่าง “จ.ประจวบคีรีขันธ์” นักปั่นเพลิดเพลินกับเส้นทางปั่นจักรยานเลียบเมือง 3 อ่าวระยะทาง 29.99 กิโลเมตร ผ่านสถานที่สำคัญ ทั้งศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์, วัดคลองวาฬ, กองบิน 5, เขาตาม่องล่าย ตลอดจนเส้นทางเลียบชายทะเลไปจนถึงอ่าวน้อย ลงไปที่ “จ.สงขลา” พี่น้องประชาชนและชมรมปั่นจักรยานกว่า 5,000 คน ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” โดยเริ่มตั้งขบวนบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา ปั่นผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร โดยมีจุดพักที่สวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

บรรากาศปั่นจักรยานที่สงขลา

          ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “จ.มหาสารคาม” ได้จัดเตรียมเส้นทางให้ประชาชนร่วมปั่นจักรยาน ในกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” ไว้ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ระยะทาง 29 กิโลเมตร กลุ่มที่ 2 ระยะทาง 18 กิโลเมตร และกลุ่มที่ 3 ระยะทาง 5 กิโลเมตร ขณะที่ “จ.บึงกาฬ” ประชาชนเกือบ 5,000 คน พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองร่วมปั่นจักรยานด้วยความพร้อมเพรียง

          และถึงแม้ว่าไม่ได้ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน แต่ก็มีประชาชนจากทุกสารทิศต่างก็พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือง เสื้อปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom และเสื้อปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad ตลอดจนแต่งกายชุดไทยย้อนยุค หลั่งไหลมารอรับเสด็จ จนเนืองแน่นฟุตบาทด้านใน 2 ฝั่งถนนราชดำเนินนอก บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นจุดสตาร์ท, บริเวณโดยรอบงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ขณะทรงจักรยานนำขบวน ประชาชนต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องยาวนานและต่อเนื่อง พร้อมโบกธงสัญลักษณ์พระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และธงชาติไทย รวมถึงธงภาพวาดฝีพระหัตถ์ภาพอุ่นไอรักคลายความหนาวและครอบครัวจักรยาน อย่างพร้อมเพรียง

ปีแห่งความวุ่นระดับ “จักรวาล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/357123

ปีแห่งความวุ่นระดับ “จักรวาล”

วันที่ 28 ธันวาคม 2561 – 07:00 น.
มิสยูนิเวิร์ส 2018,แคทรีโอนา เกรย์,นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์,สมชาย ชีวสุทธานนท์,ตี๋ แมทชิ่ง,ทีพีเอ็น 2018,พลพัฒน์ อัศวะประภา,ออน ชิชญาสุ์ กรรณสูต,นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์,ชุดราตรี,อาซาว่า,เค้กนางงาม,นางงาม,ฝุ่นตลบ,วุ่น,พอลล่า เอ็ม ชูการ์ต,ฟิลิปปินส์,ไทย
เปิดอ่าน 495 ครั้ง

มิสยูนิเวิร์ส 2018 จบลงด้วยความสวยสดงดงามและคำชื่นชมหน้าเวที แต่ฉากหลังยังไม่จบ!!

รูดม่านปิดฉากไปพร้อมรอยยิ้มและเสียงปรบมือแห่งชัยชนะเหนือ 93 ประเทศแบบม้วนเดียวจบของ “แคทรีโอนา เกรย์” สาวงามฟิลิปปินส์ “มิสยูนิเวิร์ส 2018” จดบันทึกประวัติศาสตร์เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 67 บนเวทีจัดประกวดที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 3 ขณะเดียวกันก็ลบอาถรรพณ์ที่สาวเจ้าบ้านโดย “นิ้ง” โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 สามารถผ่านเข้ารอบทะลุถึง 10 คนสุดท้ายได้สำเร็จจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา (ปี 1992, 2005) สาวเจ้าบ้านทำได้เพียงยืนปรบมือแบบงงๆ มองคนอื่นเดินเข้ารอบ !

แคทรีโอนา เกรย์ คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สกลับบ้าน

เบื้องหน้าสวยงามตามท้องเรื่อง

    จะว่าไปการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่จบลงด้วยความสวยสดงดงามและคำชื่นชมหน้าเวที เสียง “ยาหอม” จากต่างชาติว่านี่เป็นการประกวดที่สมบูรณ์แบบที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีการจัดมาในรอบหลายสิบปีเลยทีเดียว ทว่าฉากหลังกลับไม่สู้สวยงามเท่าไรนัก ด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูตั้งแต่การได้ลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการของบริษัท ทีพีเอ็น 2018 จำกัด ที่มีคนนั่งหัวเรืออย่าง สมชาย ชีวสุทธานนท์ หรือ “ตี๋ แมทชิ่ง” ผู้คร่ำหวอดในวงการอีเวนต์ มา “หงายไพ่ใบสุดท้าย” เอาตอนราว 2 เดือนสุดท้ายก่อนการประกวดจะเริ่ม

     เซอร์ไพรส์เสียยิ่งกว่าช่วงที่แฟนนางงามรู้ข่าวว่าไทยจะรับเป็นเจ้าภาพเมื่อช่วงกลางปี อันมี บริษัท ทีดับบลิว อินเวสเมนท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นโต้โผ เพราะถือว่า “เสี่ยง” ที่จะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” พอๆ กัน

พอลล่า เอ็ม ชูการ์ต-สมชาย ชีวสุทธานนท์

      แต่พะยี่ห้อ “ตี๋ แมทชิ่ง” ซึ่งกุมชื่อเสียงและหน้าตาประเทศไว้จากงบลงทุนราว 500 ล้านบาท งานนี้ว่ากันว่า “เสียเท่าไรไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้” ก็สามารถประคับประคองจนตลอดรอดฝั่ง ท่ามกลาง “กองเชียร์” และ “กองแช่ง” ที่รอ “ลุ้น” แบบใจหายใจคว่ำ เพราะสปอนเซอร์ใหญ่ๆ ที่ว่าจะมาก็กลับหายต๋อม !!

      ขณะที่อีกฟากฝั่ง “หุ้นส่วนเดิม” ก็คำราม “ฮึ่มๆ” จนเมื่อสมควรแก่เวลาก็หอบเอกสารตั้งใหญ่ส่งฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการถูก “เตะตัดขา” สูงลิ่วถึง 600 ล้านบาท !!

    กลายเป็นมหากาพย์ของ “เค้กนางงาม” ก้อนโตที่พากันช่วงชิงตั้งแต่ชิ้นแรกจนคำสุดท้าย แต่กลับพบว่าไม่ได้ “หอมหวาน” อย่างที่คิด ทว่า “สุดเลี่ยน” จนคนกิน (แทบ) กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“นิ้ง” โศภิดา กับชุด “อาซาว่า”

    นี่ยังไม่นับดราม่าที่ทยอยตามมาเรื่อยๆ ราวกับ “แผลติดเชื้อ” แค่ชุดราตรีที่ตัวแทนสาวไทยสวมใส่ขึ้นเวทีรอบสุดท้ายก็เป็นปัญหาให้หยิบมาวิจารณ์กันได้ทุกปี บ้างว่าเรื่อง “รสนิยม” และความมี “คลาส” เป็นเรื่องของใครก็ของใคร นางงามจะ “ปัง” ถึงมง หรือ “แป้ก” มงกระเด็น มีองค์ประกอบหลายอย่าง จะมาโยนบาปให้ “ชุด” เพียงอย่างเดียวก็ดูจะใจร้ายเกินไป

      วิจารณ์กันสนุกปาก!! ถึงขั้น “เผาพริกเผาเกลือ” ให้เลิกผูกขาดด้วยคนเพียงคนเดียว !!

     

“หมู อาซาว่า” 

     ท้ายที่สุดดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทย “หมู” พลพัฒน์ อัศวะประภา แห่งแบรนด์ “อาซาว่า” ผู้วางคอนเซ็ปต์และออกแบบตัดเย็บชุดราตรีรอบสุดท้ายติดต่อมา 4 ปี ก็ออกมาตัดพ้อขอยุติบทบาทนี้ (จริงๆ เสียที)  พร้อมยินดีหลีกทางให้สำหรับใครที่คิดว่า “ดีเลิศกว่า” เข้ามาทำแทน !!

      หันมาดูลิขสิทธิ์การจัดประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์” ข่าวลือหนาหูส่อว่าลิขสิทธิ์ภายใต้การกุมบังเหียนของเจ้าแม่ขาอ่อนรุ่นลายคราม “แดง” สุรางค์ เปรมปรีดิ์ อาจหลุดมือ ! เพราะตามการดำเนินธุรกิจขององค์กรมิสยูนิเวิร์สจะต่อสัญญาผู้จัดแบบปีต่อปี ข่าวแพลมมาเป็นระยะว่าหลังจาก “ทีพีเอ็น 2018” ได้ลิขสิทธิ์จัดประกวดมิสยูนิเวิร์สในไทย “พอลล่า เอ็ม ชูการ์ต” ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์สชมเปาะว่า “สุดเยี่ยม” จนหลายคนมองไปไกลว่าไม่แน่ลิขสิทธิ์ในปีถัดๆ ไปหลังจากนี้อาจถูกเปลี่ยนมือ กอปรกับ “ตี๋ แมทชิ่ง” ได้ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจบมิสยูนิเวิร์สว่า “คิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีข่าวดี” ทำเอาตีความกันไปต่างๆ นานา

ชิชญาสุ์ กรรณสูต-สุรางค์ เปรมปรีดิ์

      เรื่องนี้ “ออน” ชิชญาสุ์ กรรณสูต หลานสาว “แดง” สุรางค์ ซึ่งฝากผลงานพานางงามไทยผ่านเข้ารอบ 4 ปีติดนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาคลุกอย่างเต็มตัว เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ยังไม่เคยคุยเรื่องขายต่อให้ใคร หรือมีรายใหม่ชิงเค้กไปแล้ว เพราะลิขสิทธิ์การประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เป็นสิทธิ์ที่ทางบริษัทแม่พิจารณาให้แก่บุคคลปีต่อปี และไม่สามารถซื้อขายได้ นอกจากนี้ก็ยังไม่เคยไปพูดคุยกับประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส หรือยุ่งเรื่องลิขสิทธิ์การประกวดในปีหน้าด้วย

     จริงๆ แล้วถ้าไม่พูดถึงเรื่อง “วุ่นฝุ่นตลบ” ของธุรกิจนางงาม นับว่าวงการนี้สร้างผลประโยชน์ทั้งในแง่เม็ดเงินและภาพลักษณ์ได้มากโข ขนาดว่าสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจแขนงอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว สร้างงานสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เพราะหากนางงามตัวแทนประเทศทำผลงานดีเข้ารอบลึกๆ เท่ากับว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จักไปในตัว

“นิโคลีน” พิชาภา ควงธงชาติอย่างภาคภูมิใจ

      ที่แน่ๆ บ้านเราเป็นอีกประเทศที่กระแสนางงามไม่เคยตก นับวันยิ่งมีคนคิดผุดเวทีการประกวดทั้งสาวสวยและหนุ่มหล่อมากมาย ตอนนี้หลักๆ ที่คนสนใจมากไล่ไปตั้งแต่มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เข้ารอบลึกๆ 4 ปีติดต่อกัน มิสไทยแลนด์เวิลด์ที่ล่าสุด “นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ คว้ารองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2018 สูงสุดนับแต่มีการส่งสาวไทยไปร่วมชิงชัย มิสแกรนด์ของ ณวัฒน์ อิศรไกรศีล ก็ทำการตลาดเข้าเป้ามีสปอนเซอร์เพียบ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลสร้างความฮือฮาได้ทุกปี เป็นต้น ยังไม่นับเวทียิบย่อยตามต่างจังหวัดอีกเป็นเบือ

แฟนนางงามแฮปปี้

      ทั้งหมดทั้งมวลล้วนสร้างเม็ดเงินได้มหาศาล แฟนนางงามยิ้มปริ่มสุข ขอเพียงให้เรื่องวุ่นๆ เป็นเพียงสีสัน แล้วที่เหลือจะมีแต่ “วิน วิน” จริงมั้ย…

ปลาบปลื้มพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ประทาน ส.ค.ส.62 แก่คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356887

ปลาบปลื้มพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ประทาน ส.ค.ส.62 แก่คมชัดลึก

วันที่ 25 ธันวาคม 2561 – 15:04 น.
พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ,บัตรอวยพร 2562,บัตรอวยพรในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 332 ครั้ง

ปลาบปลื้ม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานบัตรอวยพรปีใหม่ 2562 แก่คมชัดลึก

วันที่ 25 ธันวาคม 2561 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เชิญ บัตรอวยพรในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2562 ประทานแก่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

          ทั้งนี้ บัตรอวยพรประทานมีลักษณะเป็นแผ่นพับจำนวน 5 หน้า หน้าแรกบริเวณตรงกลางประดับด้วย อักษรพระนาม “สร” สีทอง ถัดมาแผ่นพับที่สอง ด้านบนเป็น อักษรพระนาม “สร” สีทอง และภาพนกยูงสีเขียว พร้อมด้วยข้อความอวยพรเป็นตัวอักษรสีทองภาษาอังกฤษ ความว่า “Wishing you happiness and a new year filled with joy” และภาษาฝรั่งเศสความว่า “Vous souhaite pleine de bonheur et une nouvelle ann’ee pleine de joie.” พร้อมทรงลงพระนาม ถัดมาเป็นแผ่นพับที่สาม ที่สี่ และที่ห้า เป็นพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในพระอิริยาบถต่างๆ ได้แก่ ขณะทรงม้า ขณะฉลองพระองค์ชุดไทย และขณะทรงฉายพระรูปร่วมกับสุนัขทรงเลี้ยง

พื้นที่จุดประกายไอเดียเพื่อออกไปใช้ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356791

พื้นที่จุดประกายไอเดียเพื่อออกไปใช้ชีวิต

วันที่ 25 ธันวาคม 2561 – 07:00 น.
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์,วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์,ดวงฤทธิ์ บุนนาค,จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา,โตโยต้า,โตโยต้า อะไลฟ์ สเปซ,นวัตกรรม,บดินทร์ พลางกูร,เดินทาง,แรงบันดาลใจ
เปิดอ่าน 343 ครั้ง

เทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยล่าสุดของโตโยต้า ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนยุคใหม่สนุกกับการออกเดินทาง

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานเปิดตัว “โตโยต้า อะไลฟ์ สเปซ” พื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ พร้อมจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยล่าสุดของโตโยต้า ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนยุคใหม่สนุกกับการออกเดินทาง ภายใต้นิยาม“ไฟน์ ยัวร์ ไดรฟ์, อินสปาย ยัวร์ ไลฟ์ พบทุกแรงขับเคลื่อน-สร้างแรงบันดาลใจ–ออกไปใช้ชีวิต”

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ 

งานนี้ มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแสดงความยินดี ที่โตโยต้า อะไลฟ์ สเปซ ชั้น 3 ไอคอนสยาม วันก่อน

สุวัฒน์ กุลไพจิตร-วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์-ดวงฤทธิ์ บุนนาค

  วุฒิกร กล่าวว่า ถ่ายทอดแนวคิดและค่านิยมของโตโยต้าผ่านการออกแบบ พร้อมทั้งส่งผ่านแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้กล้าคิดกล้าทำเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ยังออกแบบพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ด้านดนตรี กีฬา ท่องเที่ยว หรือเทคโนโลยี เพื่อให้เป็นแหล่งรวมแรงบันดาลใจกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยมี โค-ครีเอเตอร์ ชาวไทยร่วมสร้างสรรค์ได้แก่ ดวงฤทธิ์ บุนนาค และ วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ สำหรับไฮไลท์ในครั้งนี้คือ “คิเนติก พิน คาร์ สคัลป์เจอร์” ประติมากรรมยานยนต์รูปทรงอิสระฝีมือวิศวกรชาวไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผสมผสานงานศิลปะและวิศวกรรมไว้อย่างลงตัว รวมถึง “ไลฟ์สไตล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ แอลอีดี วอล” ที่โอบล้อมพื้นที่เกือบทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ผ่านการเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ

บดินทร์ พลางกูร

ภายในงาน บดินทร์ พลางกูร สถาปนิกหนุ่ม เผยว่าการมีโชว์เคสรูปแบบนี้ขึ้นมาในเมืองไทย ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์จริง โดยส่วนตัวชอบเครื่องเล่นอินเตอร์แอ็กทีฟต่างๆ ที่มีให้ลองเยอะมาก อย่างเกมขับรถที่ทำให้ได้ทดลองการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะซิมูเลเตอร์ เกม 360 องศา ซึ่งทั้งเร้าใจ และสนุกสุดๆ  ด้านนักธุรกิจสาวเจ้าของธุรกิจโรงแรมและสปา ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ บอกว่า ชอบออกเดินทางท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศ อย่างน้อยใน 1 เดือนต้องไปที่ไหนสักแห่งนอกกรุงเทพฯ เพื่อไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ

ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์

คิเนติก พิน คาร์ สคัลป์เจอร์

รวมพลคนดังชมบูติกหรูแห่งล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356792

รวมพลคนดังชมบูติกหรูแห่งล่าสุด

วันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 19:00 น.
บาลลี่ย์,BALLY,วรรณชื่น ทองเย็น,ปสุตา พุทธจิรวัส,ดีเคเอสเอช
เปิดอ่าน 411 ครั้ง

แบรนด์บาลลี่ย์ จัดงานฉลองเปิดบูติกแห่งใหม่สาขาแรกในเมืองไทย ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าให้ได้จัดเต็มกันอีกครั้ง เมื่อ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย “บาลลี่ย์” (BALLY) แบรนด์ไฮแฟชั่นจากสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย วรรณชื่น ทองเย็น ผู้จัดการอาวุโส แผนกลักซูรีแอนด์ไลฟ์สไตล์ และ ปสุตา พุทธจิรวัส ผู้จัดการแบรนด์บาลลี่ย์ จัดงานฉลองเปิดบูติกแห่งใหม่สาขาแรกในเมืองไทย ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยบูติกแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่ห้องหัวมุมโดดเด่นในโซนไอคอนลักซ์ ชั้นจี มองเห็นได้อย่างชัดเจนจากทางเข้าศูนย์การค้าฝั่งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา นำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เสริมสร้างบรรยากาศหรูหราด้วยสไตล์โทนสีสว่างนุ่มนวล ย้ำคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็น “เรโทรย้อนยุค”เข้ากับสไตล์ “โมเดิร์น” แต่ไม่ละทิ้งความหรูหราคลาสสิกของแบรนด์

ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล

อรฉัตร เลาหพล-พริษฐ์ จิตตโรภาส

          พิบูล พิหเคนทร์-ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ

ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้หนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้าตบเท้าเข้าร่วมงาน พร้อมอัพเดทบูติกแห่งใหม่กันอย่างคับคั่ง อาทิ “คุณชายน้อง” ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล, “คิด” คณชัย เบญจรงคกุล, “นนทร์” ชานนทร์ เสนาดิสัย, “เคิฟ” พริษฐ์ จิตตโรภาส, “จินนี่” จินดาภา เทวกุล ณ อยุธยา, “ดาต้า” ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ, “พลิ้ว” อรฉัตร เลาหพล, “เม” พิชชา ธนาลงกรณ์, “ผึ้ง” มธุนาฏ ซอโสตถิกุล, “เพ็บ” นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, “บาส” นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์, “ออ” อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา, “ปุ้น” ชนาภา-“ปุ่น” โชติกา ตรีรัตนชาติ เป็นต้น

ปสุตา พุทธจิรวัส-ทอมมัสโซ บีเรตต้า-วรรณชื่น ทองเย็น

พิชชา ธนาลงกรณ์

นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

          ปสุตา พุทธจิรวัส ผู้จัดการแบรนด์บาลลี่ย์ กล่าวว่า บูติกแห่งนี้ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เสริมสร้างบรรยากาศหรูหราด้วยสไตล์โทนสีสว่างนุ่มนวล ซึ่งถือเป็นบูติกแห่งแรกที่ดีไซเนอร์จากทีม Bally’s Store Planning หยิบเอาคอนเซ็ปต์ใหม่นี้มาใช้ในการออกแบบ ด้านหน้าของบูติกแห่งนี้เน้นการออกแบบให้เปิดโล่ง เพื่อให้มองเห็นการจัดวางสินค้าจากภายนอกร้าน ดีไซเนอร์เลือกใช้หินอ่อนทราเวอร์ทีนมาเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่งบูติกเพื่อช่วยสร้างความประทับใจแรกของร้านให้ดูหรูหราและปลอดโปร่งสบายตา โดยสินค้าไฮไลท์จะจัดวางโชว์ที่บริเวณดิสเพลย์วินโดว์หน้าร้าน ส่วนไลท์บ็อกซ์ ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในร้านช่วยเน้นย้ำคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นเรโทรย้อนยุคเข้ากับสไตล์โมเดิร์น แต่ไม่ละทิ้งความหรูหราและคลาสสิก โดยภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนรองเท้าสำหรับสุภาพสตรี โซนจัดแสดงแอ็กแซสเซอรี่ และโซนสำหรับสุภาพบุรุษ ภายในบูติกยังมีมุมชู ชายน์ ให้บริการและให้คำแนะนำการดูแลรักษารองเท้าสำหรับสุภาพบุรุษด้วย

ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสด้วยโลกแห่งเทพนิยาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356742

ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสด้วยโลกแห่งเทพนิยาย

วันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 17:00 น.
เทศกาลความสุข,คริสต์มาส,แมกโนเลีย,แสงรวี โฆสิตไพศาล,กรองกาญจน์ ชมะนันทน์,เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล,อวิกา แจ้งเจนกิจ,ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน,แมกโนเลีย คมชัดลึก
เปิดอ่าน 313 ครั้ง

เพื่อเทศกาลความสุขที่กำลังจะมาถึง

เพื่อเทศกาลความสุขที่กำลังจะมาถึง บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดงานต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสด้วยการตกแต่ง “อินสไปร์ มี เอ็มคิวดีซี” เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ในธีม “เทพนิยายในเมืองหิมะ” นำโดย แสงรวี โฆสิตไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ได้มาแนะนำ อินสไปร์ มี เอ็มคิวดีซี และที่มาของคอนเซ็ปต์ “เดอะ โมสท์ อินไปร์ เลาจน์ อิน แบงคอก (The Most Inspiring lounge in Bangkok)”

เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล

ภายในงานได้เชื้อเชิญ วีรศักดิ์ ชุณหจักร เล่าถึงความพิเศษของเมนูอาหารเครื่องดื่ม และ แอนเดรส รักตะสิริ ผู้อำนวยการบริหารด้านกลยุทธ์โฆษณาและการสร้างแบรนด์ เล่าถึงที่มาของชื่อ อินสไปร์ มี กับพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษโดย “เบล” เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล หรือ “Painterbell” เจ้าของคาแรคเตอร์และนักวาดภาพประกอบมาเผยแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีเซเลบริตี้ อาทิ อวิกา แจ้งเจนกิจ, กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ณิชชา บุณยากร, ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน และ ชัญญ ธนเพ็ญชาติ ร่วมงาน ณ อินสไปร์ มี เอ็มคิวดีซี ชั้น 1 โซนไอคอนลักซ์, ไอคอนสยาม

วีรศักดิ์ ชุณหจักร-อวิกา แจ้งเจนกิจ-แสงรวี โฆสิตไพศาล-แอนเดรส รักตะสิริ

.ณิชชา บุณยากร-ชัญญ ธนเพ็ญชาติ-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล-ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน

 

กรองกาญจน์ ชมะนันทน์

  แสงรวี โฆสิตไพศาล กล่าว่า เอ็มคิวดีซี ได้สร้างพื้นที่พิเศษที่สามารถถ่ายทอดแรงบันดาลใจขึ้นในชื่อ “อินสไปร์ มี เอ็มคิวดีซี” เราตั้งเป้าให้เป็นเลาจน์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจและมีความห่วงใยให้แก่ทุกๆ ท่านไม่จำกัดแค่เฉพาะสมาชิก เอ็มคิวดีซี เมมเบอร์ เท่านั้น ในที่แห่งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถใช้บริการ โดยสมาชิกหรือลูกบ้านจะได้สิทธิพิเศษเหนือระดับคือได้รับ เวลคัม เซต ในทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการ ส่วนลูกค้าทั่วไปเราก็มีบริการเครื่องดื่ม อาหารและขนมหวานจากร้านพอล ที่ครีเอทพิเศษสำหรับ อินสไปร์ มี เท่านั้น มาเสิร์ฟให้กับทุกท่าน จึงอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสและมารับแรงบันดาลใจที่เราสื่อสารผ่านทั้งการตกแต่งสถานที่ งานศิลปะเก๋ๆ ผ่านจอดิจิทัล ตลอดจนผ่านทุกเมนูอาหารเครื่องดื่มที่เราต้องการให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ดีๆ ทุกจุดที่เราให้บริการ

ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน

โรงหนังดั่งโรงแรม 6 ดาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356715

โรงหนังดั่งโรงแรม 6 ดาว

วันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 12:53 น.
โรงภาพยนตร์วีไอพี,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป,นิธิ พัฒนภักดี,การบินไทย,วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์,ดอะ กาล่า โอเพนนิ่ง ไนท์,มด เพิ่มศักดิ์-โอ๋ อภิชญา ไกรฤกษ์,มลอรดิศ สนิทวงศ์,กุ้ง ชนัญชิตา ณ ระนอง,วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ
เปิดอ่าน 544 ครั้ง

ชวนผู้บริหาร-เซเลบริตี้หลากวงการร่วมเดินพรมแดงสัมผัสความหรูหรา

มอบของขวัญสุดพิเศษส่งท้ายปีให้ได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลกผ่านโรงภาพยนตร์วีไอพี ระดับเวิลด์คลาส เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป นำโดย นิธิ พัฒนภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อโฆษณา และการบินไทย โดย วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ ร่วมเปิดตัว “ไทยสมูทแอสซิลค์ พรีเมียร์ ซินีม่า” ที่ไอคอน ซีเนคอนิค ภายใต้คอนเซปต์สุดหรู “เดอะ กาล่า โอเพนนิ่ง ไนท์”

นิธิ พัฒนภักดี-กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์

เนรมิตค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองให้มีกลิ่นอายงานออสการ์ ชวนผู้บริหาร และเซเลบริตี้จากหลาก อาทิ สุเมธ ดำรงชัยธรรม, วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์, อุษณีย์ แสงสิงแก้ว, กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์, นิธิ พัฒนภักดี, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, ยุวเรต ศรุตานนท์, “มด” เพิ่มศักดิ์-“โอ๋” อภิชญา ไกรฤกษ์, “คุณแก้ว” ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, “ป๊อป” วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, “กุ้ง” ชนัญชิตา ณ ระนอง, พิมพ์ชิน ภัคพัฒน์ชนม์, คุณาคม พลพานิช, “เก๋” ชลลดา เมฆราตรี และ พร้อม สิริสันต์ วงการร่วมเดินพรมแดงความยาวกว่า 20 เมตร ก่อนจะเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศความหรูหรา ความทันสมัยของโรงภาพยนตร์

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์-วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ-สาวิตรี โรจนพฤกษ์

บรรยากาศในงานมีการตกแต่งสถานที่โดยนำสัญลักษณ์ “อายตนะ 6” หรือประสาทรับรู้ทั้ง 6 ได้แก่ การมองเห็น, การลิ้มรส, การดมกลิ่น, การได้ยิน, การสัมผัส และความรู้สึกจากหัวใจ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดของอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ที่เป็นผู้วาดภาพอายตนะ 6 ให้กับการบินไทย และยังเป็นองค์ประกอบหนึ่งของแบรนด์การบินไทย ภายใต้สโลแกน “Smooth As Silk” มาแสดงลงบนจอดิจิทัลไซเนจ ขนาดใหญ่จำนวน 29 จอ อีกทั้งยังมีการตกแต่งเวทีด้วยกลุ่มเมฆจำลองให้เหมือนการนั่งพูดคุยกันบนก้อนเมฆตามคอนเซปต์ รักคุณเท่าฟ้า

พร้อม สิริสันต์-ชลลดา เมฆราตรี-สุเมธ ดำรงชัยธรรม-ยุวเรต-พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์

นิธิ พัฒนภักดี กล่าวว่าโรงภาพยนตร์แห่งนี้ผ่านการออกแบบโดย ดิเอโก กรอนดา นักออกแบบฝีมือระดับโลก ผู้ออกแบบโรงละคร โกดัก เธียเตอร์ ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานประกาศผลรางวัลออสการ์ที่ผ่านมา โดยทุกท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศความหรูหราทันสมัยของโรงภาพยนตร์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพยนตร์ด้วยระบบ Laserplex ใหม่ล่าสุดแห่งแรก นอกจากนี้ยังได้รับความสะดวกสบายจากการนั่งชมภาพยนตร์บนเก้าอี้ไอโคนิกพรีเมียร์แชร์ ดีไซน์หรูที่ปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมด้วยเพลทสำหรับวางอาหาร และเครื่องดื่มช่วยเติมเต็มความสุขในการชมภาพยนตร์ ยังมีปุ่มกดเรียกบริการจากพนักงานภายในโรงแบบส่วนตัว อีกทั้งยังมีวีไอพี เลานจ์ รับรองด้วยอาหาร และเครื่องดื่มหลากหลายจากร้านอาหารชื่อดัง ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่เหนือระดับและดีที่สุดเสมือนโรงแรม 6 ดาว

 เพิ่มศักดิ์-อภิชญา ไกรฤกษ์ 

ก่อนเข้าชมภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี AQUAMAN คู่รักเซเลบคนดัง “มด” เพิ่มศักดิ์-“โอ๋” อภิชญา ไกรฤกษ์ เผยว่าเวลาที่ทั้งคู่ไปดูหนังจะค่อนข้างให้ความสำคัญในการเลือกโรงภาพยนตร์ เพราะการดูหนังเป็นการมาผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน จึงต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อจะได้พักผ่อน และรีแล็กซ์อย่างเต็มที่ วันนี้แค่ก้าวเข้ามาด้านในก็รู้สึกถึงความหรูหรา โอ่โถง และเป็นส่วนตัว พอได้ลองนั่งเก้าอี้ดีไซน์หรูที่มีเพลทสำหรับวางอาหาร และเครื่องดื่มที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งบนเครื่องบินชั้นบิสิเนสคลาส บอกได้เลยว่าสบายมาก การบริการก็แตกต่าง เหนือระดับ คุ้มค่า คิดว่าต่อไปทั้งสองคนคงจะเป็นลูกค้าประจำของโรงภาพยนตร์แห่งนี้แน่นอน

ชนัญชิตา ณ ระนอง เข้าร่วมสัมผัสระดับเวิลด์คลาส

เชฟดังรังสรรค์อาหารให้ลูกบ้านแสนสิริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356525

เชฟดังรังสรรค์อาหารให้ลูกบ้านแสนสิริ

วันที่ 22 ธันวาคม 2561 – 12:05 น.
แสนสิริ,กมลวรรณ ประสิทธิ์วุฒิเวชช์,เซเลบริตี้เชฟ,ชฟชุมพล แจ้งไพร,เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม,เชฟปิง สุรกิจ เข็มแก้ว,เชฟวิชิต มุกุระ,แป๋ม ปิยะดา ปุณณกิติเกษม,ลูกบ้านแสนสิริ,แสนสิริ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 393 ครั้ง

นำเสนอประสบการณ์รับประทานอาหารแบบเหนือระดับผ่านแอพพลิเคชั่น

แสนสิริ มอบเซอร์ไพรส์พิเศษสำหรับลูกบ้านในครอบครัวแสนสิริ แฟมิลี่ กับแคมเปญพริวิเลจ “แสนสิริ เชฟ ยัวร์ เทเบิล” ครั้งแรกในไทยกับอีกขั้นของการนำเสนอประสบการณ์รับประทานอาหารแบบเหนือระดับให้เป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้ผ่านแอพพลิเคชั่น แสนสิริ โฮม เซอร์วิส และเว็บไซต์แสนสิริแฟมิลี่

         โดยรวบรวมเหล่า 4 เซเลบริตี้เชฟชั้นนำระดับประเทศ นำโดย เชฟชุมพล แจ้งไพร, “เชฟกิ๊ก” กมล ชอบดีงาม, “เชฟปิง” สุรกิจ เข็มแก้ว และ เชฟวิชิต มุกุระ มาร่วมรังสรรค์ ไดนิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์ และคอร์สเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงที่บ้านหรือคอนโด ต้อนรับเทศกาลปีใหม่และเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ พร้อมชวน “มิ้นต์” ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง นักแสดงชื่อดัง และ “แป๋ม” ปิยะดา ปุณณกิติเกษม เซเลบริตี้สาวและฟู้ดบล็อกเกอร์ชื่อดัง ร่วมแชร์ประสบการณ์โอกาสพิเศษต่างๆ และความประทับใจกับอาหารมื้อพิเศษแบบเชฟส์ เทเบิ้ล

กมลวรรณ ประสิทธิ์วุฒิเวชช์ ลิ้มรสอาหารจากเชฟชื่อดัง

 กมลวรรณ ประสิทธิ์วุฒิเวชช์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ที่นิยมในการรับประทานอาหารแบบ เชฟส์ เทเบิ้ล กันมากขึ้น เนื่องจากมอบประสบการณ์พิเศษและเป็นส่วนตัว รวมถึงการจัดงานเพื่อสร้างโมเมนต์ประทับใจให้แก่คนรัก เพื่อนๆ หรือครอบครัวในเทศกาลหรือโอกาสพิเศษสำคัญต่างๆ ร่วมกันเราจึงนำเสนอพริวิเลจ “แสนสิริ เชฟ ยัวร์ เทเบิล ให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายแก่ลูกบ้านแสนสิริ แฟมิลี่ พร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้ โดยเป็นครั้งแรกในไทยที่รวบรวมเซเลบริตี้เชฟชื่อดังระดับประเทศถึง 4 ท่านมามอบเซอร์วิสแบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงที่บ้านหรือคอนโด

เชฟสุรกิจ เข็มแก้ว-เชฟชุมพล แจ้งไพร-เชฟกมล ชอบดีงาม

ปิยะดา ปุณณกิติเกษม

ทั้งนี้เชฟแต่ละท่านจะรังสรรค์เมนู ไดนิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์ สุดพิเศษให้ลูกบ้านแสนสิริได้ดื่มด่ำและเติมเต็มทุกโอกาสพิเศษ พร้อมเมนู “เชฟส์ ซีเลคเต็ด ดีส อินสปาย บาย แสนสิริ” จากเชฟทั้ง 4 ท่านที่รังสรรค์ขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสำหรับลูกบ้านแสนสิริเท่านั้นเป็นของขวัญปีใหม่ โดยลูกบ้านสามารถเรียกใช้บริการได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางแอพพลิเคชั่นแสนสิริ โฮม เซอร์วิส และเว็บไซต์ Sansiri Family http://www.sansiri.com/family/th ขณะเดียวกัน โครงการใหม่ๆ ของแสนสิริก็ได้จัดเตรียมพื้นที่ โค-คิกเช่น สเปซ ให้ลูกบ้านเตรียมอาหารสำหรับรับประทานที่บ้านหรืองานเลี้ยงสังสรรค์ได้สะดวกสบายในเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีนี้ เพื่อทำให้ทุกโอกาสพิเศษเป็นช่วงเวลาแห่งความประทับใจร่วมกันอีกด้วย

ไฮโซรุ่นใหญ่-เล็กร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ 49 ปีแห่งความผูกพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/356528

ไฮโซรุ่นใหญ่-เล็กร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ 49 ปีแห่งความผูกพัน

วันที่ 21 ธันวาคม 2561 – 19:15 น.
ดุสิตธานี
เปิดอ่าน 400 ครั้ง

เซเลบจากทั่วฟ้าเมืองไทยร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ 49 ปีแห่งความผูกพัน

คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่จากทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, คุณหญิงโรส-รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, “คุณหญิงน้อง” ม.ร.ว.เบญจาภา-จุฑาทิพย์-เพิ่มพูน-“แตงกวา” จุฑาวรรณ ไกรฤกษ์, พารณ-“พงศ์” พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, “คุณหญิงต้น” ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, พล.อ.ไพโรจน์-“ใหม่” เกล็ดดาว พานิชสมัย, บุรินทร์ วงศ์สงวน, จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์, วันเพ็ญ ศักดาทร, “ต้อย” นคร สัมพันธารักษ์, “ใหญ่” อมาตย์ นิมิตภาคย์, “เปิ้น” อภิชา เลาหพงศ์ชนะ, “ณัฐ” ภัทรพร-“นก” ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค เป็นต้น ที่มาร่วมย้อนรำลึกความทรงจำและเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของดุสิตธานี กรุงเทพฯ หนึ่งในแลนด์มาร์คที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาเกือบครึ่งศตวรรษ ในงาน “ผูกพันด้วยใจ ก้าวไปกับดุสิต” เพื่อบันทึกความทรงจำที่เปี่ยมความหมาย ซึ่งจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในอีก 4 ปีข้างหน้าในรูปลักษณ์ใหม่ โดยมีเหล่าผู้บริหารระดับสูงนำโดย ชนินทธ์ โทณวณิกและ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ให้การต้อนรับ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์-วิภาดา-ชนินทธ์ โทณวณิก

ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ- อาสา สารสิน

ภายในบริเวณงานซึ่งจัดขึ้นที่ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อค่ำคืนก่อน มีการจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของไทย 20 ท่าน อาทิ อ.ปัญญา วิจินธนสาร, อ.อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, ศราวุธ ดวงจำปา, ศักดิ์ชัย อทุธิโท, ไพโรจน์ วังบอน, ทรงไชย บัวชุม, อุตสาห์ ไวยศรีแสง เป็นต้น เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้ร่วมชื่นชมภาพเขียนสุดวิจิตรที่เผยแพร่คุณค่าและสะท้อนมุมมองของดุสิตธานี กรุงเทพฯ ผ่านฝีแปรงของศิลปินแต่ละคน นอกจากนี้ยังมีการบรรเลงบทเพลงพิเศษที่ได้รับการแต่งขึ้นมาในวาระครบรอบ 30 ปีของดุสิตธานีกรุงเทพฯ โดยวงดนตรีจากคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร ปิดท้ายด้วยความสุขและเพลิดเพลินกับบทเพลงสุดไพเราะจากการแสดงมินิคอนเสิร์ตโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม และโก้ มิสเตอร์แซ็กแมน

ศิรินันท์ โทณวณิก-ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ-ภัทรพรรณ-ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค-พัฒนีพร เธียรประสิทธิ์-ณัฐพล อภิปุญญา-ณัฐพร โทณวณิก

หนึ่งในทายาทสาวโรงแรมดุสิตธานี “พิม” ศิรินันท์ โทณวณิก เผยถึงความผูกพันธ์ที่มีต่อโรงแรมดุสิตธานีว่า ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 วิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ คนทำงานมานานๆ ก็จะรู้จักแทบทุกคน ตลอดเวลาที่ผ่านมารู้สึกดีใจและภูมิใจที่ดุสิตธานีเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่ในฐานะโรงแรมเท่านั้น แต่เรายังพยายามทำให้ทั่วโลกรู้จักทั้งในด้านอาหารไทยและวัฒนธรรมไทยด้วย

เพิ่มพูน-จุฑาทิพย์ ไกรฤกษ์

พล.อ.ไพโรจน์-เกล็ดดาว พานิชสมัย

นคร สัมพันธารักษ์-อมาตย์ นิมิตภาคย์

ด้านไฮโซสาวสวย “เปิ้น” อภิชา เผยว่า ตั้งแต่เด็กพ่อ-แม่พามากินข้าวที่นี่ทุกเดือน เดือนละประมาณ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่จะมากินมื้อกลางวันพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว โดยสลับสับเปลี่ยนกันไปใช้บริการครบทุกห้อง ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารเวียดนาม รวมทั้งอาหารไทย กินที่นี่มาตลอดจนทุกวันนี้ก็ยังแวะมาเป็นประจำ และทุกครั้งจะต้องแวะซื้อแซนด์วิชกุ้งกับสังขยามะพร้าวอ่อนติดมือกลับบ้านไปด้วยทุกครั้ง ผ่านมาถึงวันนี้รู้สึกเสียดาย ยังนึกไม่ออกว่าถ้าไม่มีที่นี่แล้วจะเป็นอย่างไร แต่ก็เข้าใจดีว่าทุกอย่างต้องมีการปรับตัวเพื่อสิ่งที่ดีกว่า จากนี้ไปก็จะเก็บดุสิตธานีไว้ในความทรงจำเพื่อรอการกลับมาอีกครั้ง