“นางทิพย์” ฉุดหัวใจตั้งแต่ตอนแรก “อ๋อม” โชว์ฝีมือปล่อยโฮ กอด “มิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367139

“นางทิพย์” ฉุดหัวใจตั้งแต่ตอนแรก  “อ๋อม” โชว์ฝีมือปล่อยโฮ กอด “มิน”

“นางทิพย์” ฉุดหัวใจตั้งแต่ตอนแรก “อ๋อม” โชว์ฝีมือปล่อยโฮ กอด “มิน”

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.00 น.

ประเดิมตอนแรกของละคร “นางทิพย์”  ก็จัดหนักบทดราม่า ให้กับนักแสดงกันเลยทีเดียว งานนี้ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ และ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ต่างทุ่มเทเต็มที่ เพราะฉากนี้คือจุดเริ่มต้นของพันธนาการแห่งความรัก ที่จะกลายมาเป็นสัญญารักข้ามชาติ สู่แรงอาฆาตข้ามภพ

เรื่องราวของฉากนี้ เล่าถึงความเสียสละของ เจ้าฟ้าทิพฉาย (พีชญา วัฒนามนตรี) ที่ตัดสินใจเอาตัวเองเข้าแลก เมื่อเห็น ออกญาพิชิตแสนพล (อรรคพันธ์ นะมาตร์) กำลังล้มลงพร้อมร่างที่อาบไปด้วยเลือด ภายในวงล้อมของทหารอังวะ ภาพสุดท้ายในสายตาของออกญาพิชิตแสนพล ก่อนที่จะหมดสติ คือภาพของเจ้าฟ้าทิพฉายที่ถูกฉุดหายลับตาไป เมื่อออกญาฯ ฟื้นขึ้น สิ่งที่เขาได้พบ คือร่างไร้วิญญาณของหญิงอันเป็นที่รัก ออกญาฯกอดร่างนั้นไว้แน่นแนบอก ก่อนจะให้คำสัตย์ “ขอสัญญา  ชาติหน้าขอให้ได้พบกัน ขอให้เราได้รักกัน”  และนั่นคือคำสัญญา ที่ดวงวิญญาณของทิพฉายเฝ้ารอเวลาที่จะทวงคืนคำสัญญา

ฉากนี้ยกกองไปถ่ายทำย่านปทุมธานี ผู้กำกับฝีมือดี ปัญญา ชุ่มฤทธิ์ เนรมิตฉากเผาเรือนโดยทหารอังวะ สร้างบรรยากาศแบบสมจริงสุด ๆ และเหล่านักแสดงทุกคนต่างใช้สมาธิอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นมิน ที่ต้องแสดงบทน้ำตานองหน้า ซึ่งงานนี้ทำได้ดีตามคาด สมกับที่เคยได้รับฉายา นางเอกน้ำตาสั่งได้  ส่วนหนุ่ม อ๋อม อรรคพันธ์ ที่ดูจะกดดันตั้งแต่เข้ากอง เพราะโดนแซวว่าวันนี้เจอฉากหิน ต้องแสดงบทน้ำตาอาบแก้ม ที่ไม่เคยเห็นเขาแสดงมาก่อน แต่พอกล้องถ่ายทำปุ๊บ อ๋อมกลับปล่อยพลังสุดฝีมือ ร้องไห้ได้โดนใจผู้กำกับ และคนทั้งกอง แสดงฉลุยเทคเดียวผ่าน

ติดตามชม ฉากสะเทือนหัวใจ จากความเสียสละของสตรี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักนี้ได้ ในละคร “นางทิพย์”  ทุกคืนวันจันทร์-อังคาร 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 2 ตุลาคม นี้ ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook LIVE: Ch7HD หรือสามารถรับชมละครย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘เต้ย – ไอซ์ – กันต์’ ชวนแฟนคลับวิ่งเพื่อน้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367159

‘เต้ย – ไอซ์ – กันต์’  ชวนแฟนคลับวิ่งเพื่อน้อง

‘เต้ย – ไอซ์ – กันต์’ ชวนแฟนคลับวิ่งเพื่อน้อง

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์, ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา และ กันต์ กันตถาวร นอกจากเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมร่วมวิ่งมินิมาราธอนกับกิจกรรม TMB I ING PARKRUN ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “You can…Make THE Difference” เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น และเปลี่ยนเพื่อให้เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนเด็กทั่วๆ ไป อีกด้วย โดยงานวิ่งจะจัดขึ้นให้คนไทยทั่วประเทศร่วมวิ่งไปพร้อมกัน ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2561 เพื่อระดมรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ผู้ป่วยเด็กของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้ง 3 ดาราใจบุญ ยังได้ร่วมเปิดเพจระดมทุนค่าผ่าตัดให้กับเด็ก ผู้ป่วยโรคหัวใจ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้สนใจร่วมบริจาคได้ผ่านทางไอจีของทั้ง 3 คน คือ Toey Pongsakorn, Ice Apitsada และ Kan Kantathavorn โดยสามารถรับชมและแชร์คลิปวีดีโอ #ใจเต้นแรง ได้ที่ https://youtu.be/VWDvi2lKnbo เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน ได้ช่วยให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กผู้ป่วยโรคหัวใจ กลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง

‘คนค้นฅน’เปลี่ยนเวลาใหม่ คืนวันศุกร์ 21.00 น. พบกับ 8 หนุ่ม Zero to Hero

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367142

‘คนค้นฅน’เปลี่ยนเวลาใหม่ คืนวันศุกร์ 21.00 น. พบกับ 8 หนุ่ม Zero to Hero

‘คนค้นฅน’เปลี่ยนเวลาใหม่ คืนวันศุกร์ 21.00 น. พบกับ 8 หนุ่ม Zero to Hero

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คนค้นฅนสัปดาห์นี้ พบกับเรื่องราวของ8 นักสู้บนสังเวียนผ้าใบ ในมวยรอบที่นักชกหลายคนต่างใฝ่ฝันจะได้ขึ้นชกอย่าง “มวยปูนเสือ” และพวกเขาคือ 8 คนสุดท้าย ที่จะได้ช่วงชิงตำแหน่ง “เสือตัวที่ 18”

8 ชีวิต 8 เรื่องราว 8 จุดเริ่มต้นของเหล่าเด็กหนุ่มผู้เริ่มจากศูนย์ ก่อนก้าวเข้ามาเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวและคนรอบข้างผ่านความฝันที่ต้องสร้างให้เป็นจริงด้วยชัยชนะ ซึ่งจะต้องแลกมาด้วยความอุตสาหะ บากบั่นด้วยวินัยและความอดทน

ร่วมติดตามนักมวยผู้มีฝีมือไม่ธรรมดากับประสบการณ์ชีวิตที่ควรค่าแก่การจดจำ ได้ในคนค้นฅน วันและเวลาใหม่ คืนวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 21.00 น. ทางช่อง 9MCOT HD

อลังการ ‘ฉากยุทธนาวี’ กลางแม่น้ำน่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367157

อลังการ ‘ฉากยุทธนาวี’ กลางแม่น้ำน่าน

อลังการ ‘ฉากยุทธนาวี’ กลางแม่น้ำน่าน

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ภาพยนตร์ซีรี่ส์เทิดพระเกียรติองค์บูรพมหากษัตราธิราชเจ้า ศรีอโยธยา ภาค 2 ถ่ายทำฉาก ยุทธนาวี หรือ สงครามทางเรือ กลางแม่น้ำน่าน จังหวัดพิจิตร อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยใช้ฝีพายมืออาชีพชาวพิจิตรกว่า 600 ชีวิต สวมบทบาททหารเรือชาวสยามและทหารเรือพม่า นำโดยพันเอกวันชนะ สวัสดี ซึ่งสวมบทบาทเป็น พระยาตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) และ ธีรภัทร์ สัจจกุล ในบท หลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ขณะนำทัพเรือประจัญบานกับกองทัพพม่าเพื่อปกป้องกรุงศรีอยุธยาก่อนจะเสียกรุงในปี 2310 ในฤดูน้ำหลาก โดยมีสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งรับบทโดย จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร และพระพิมานสถานมงคล รับบทโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมบัญชาการอยู่อย่างใกล้ชิด

หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล เผยว่า “ฉากสงครามทางเรือฉากนี้นับเป็นฉากใหญ่อีกฉากหนึ่งในภาพยนตร์ซึ่งเราต้องขนอุปกรณ์ในการถ่ายทำจากกรุงเทพฯขึ้นไปที่ จ.พิจิตร เป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่อุปกรณ์ไฟที่ต้องส่องแม่น้ำน่านให้สว่างรวมทั้งเอฟเฟกท์ระเบิดไฟและระเบิดควัน และใช้กล้องถ่ายทำภาพยนตร์ถึง 4 ตัว เพื่อเก็บภาพสงครามทางเรือให้สมบูรณ์ที่สุด…อุปสรรคสำคัญในการถ่ายทำก็คือ กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากของแม่น้ำน่าน…ทำให้การควบคุมขบวนเรือเป็นไปได้ยาก…แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทีมงานภาคสนามชาวพิจิตรและฝีพายมืออาชีพชาวพิจิตรและพระบารมีในองค์บูรพมหากษัตราธิราชเจ้า รวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อเพชรอันเป็นที่สักการบูชาของชาวพิจิตรที่ดลบันดาลให้การถ่ายทำฉาก ยุทธนาวีในคืนนั้นสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ใจโดยปราศจากพายุฝนหรืออุบัติเหตุใดๆ เลย…ท่ามกลางสักขีพยานชาวพิจิตรที่ต่างเฝ้าชมการถ่ายทำกว่า 5 พันชีวิต”

Star Retro : ชีวิตตลกหมอลำ ที่ขำไม่ออก ของ ‘ปอยฝ้าย มาลัยพร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367166

Star Retro : ชีวิตตลกหมอลำ ที่ขำไม่ออก  ของ ‘ปอยฝ้าย มาลัยพร’

Star Retro : ชีวิตตลกหมอลำ ที่ขำไม่ออก ของ ‘ปอยฝ้าย มาลัยพร’

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หน้าเวทีเขาคือนักแสดงตลกหมอลำ ที่สร้างเสียงหัวเราะและมอบความบันเทิงผ่านบทเพลงให้กับผู้ชมมายาวนานกว่า 20 ปี แต่เบื้องหลังชีวิต “ปอยฝ้าย มาลัยพร” ต้องต่อสู้กับอาการแอลกอฮอล์ลิซึ่ม จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ด้วยกำลังใจและแรงฮึดสู้ วันนี้เขากลับมายิ้มได้อีกครั้ง

ชีวิตในวันนี้

เริ่มมารับงานแสดงตั้งแต่เรื่อง “นายฮ้อยทมิฬ” เป็นเรื่องแรก แล้วก็ยาวเรื่อยมาเลยครับ ตอนนี้ก็มีที่เล่นอยู่กับค่ายพอดีคำของ “พี่ธง” (ธงชัย ประสงค์สันติ) อยู่ 2 เรื่อง “ในคืนหนาวแสงดาวยังอุ่น” กับเรื่อง “ผู้บ่าวอินดี้ยาหยีอินเตอร์” ซึ่งเรื่องนี้เป็นแนวอีสานที่ถนัด (ยิ้ม) จะเรียกว่าตั้งใจที่จะมาเป็นนักแสดงเลยไหมก็ตั้งใจนะ เพราะว่ามันเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่เคย การได้มารับบทบาทเป็นตัวละครที่แตกต่างกันออกไป อาจจะคล้ายกับที่เราเล่นมิวสิกวีดีโอ แต่ว่าละครจะละเอียดกว่า และจังหวะการแสดงซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อน เหมือนเราเป็นนักแสดงน้องใหม่ในวงการ แม้กระทั่งการยืนเรื่องมุมกล้องเราก็ไม่รู้ เพื่อนที่แสดงด้วยกันเขาก็จะช่วยบอก ต้องเรียนรู้ใหม่เลยเพราะว่ามันต่างกับตอนที่เราเล่นตลก คือการแสดงหน้าเวทีของเราก็พูดให้มันตลกแหละแต่สายตาเราไม่ได้สื่อออกไป แต่ละครมันต้องใช้หมดเลยทั้งสายตาและการแสดง แล้วพอเราปรับตัวได้เล่นได้ก็สนุกเลยครับ ทีมงานก็น่ารักทุกคนด้วย เราก็เลยไม่กดดันสบายๆ เป็นตัวของเรามีความเป็นตัวของปอยฝ้ายผสมไปในละครได้ด้วยซื่อๆ บ้านๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีภาพยนตร์เรื่อง “นาคี 2” พอดีว่าทีมงานติดต่อมาก็รับคือตอนนี้มีอะไรมาถ้าเวลาเราได้ก็จะรับหมดเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ทำ หนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ ก็เลยจะจำกัดในเรื่องของมุขเรื่องการเล่นที่อาจจะไปตามฟิลของปอยฝ้ายมากไม่ได้ ต้องตามบทแต่ก็ได้พูดอีสานผสมด้วย ผมเล่นเป็นตำรวจเป็นจ่าคู่หูกับ “พี่อี๊ดโปงลางสะออน” เราเป็นลูกน้องของ “ณเดชน์” ซึ่งเขาเป็นสารวัตรมาจากกรุงเทพฯ สำหรับหนังก็ถือว่าเป็นประสบการณ์แรกในชีวิตเหมือนกันนะครับหนังยากกว่าละครนะอาจจะเป็นเพราะกล้องและเราจะต้องเล่นซ้ำหลายครั้งต้องให้อารมณ์เหมือนเดิม แต่ว่าละครบางครั้งเล่น 3 เทคไม่เหมือนกันก็ได้ ก็เลยต้องปรับตัวเองในการเล่นหนัง และได้มีโอกาสศึกษาผู้กำกับแต่ละคนไปด้วยว่าเขาทำงานแบบไหน

จากนักแสดงหน้าเวทีสู่นักแสดงในจอแก้ว

ก็เคยฝันไว้ครับ แต่คิดว่าก็คงจะยากที่เราจะเข้ามาตรงนี้ บันเทิงเหมือนกันแต่ว่ามันคนละกลุ่ม เราเป็นลูกทุ่งอีสานลูกทุ่งหมอลำเราจะไปได้ยังไง นอกจากว่ากระแสเรามีจริงๆ ซึ่งก็คงจะได้ไปเล่นแค่รับเชิญ เหมือนกับเพลงช่วงที่เราฮอตเขาเห็นเขาถึงจะเรียกเรา แต่ว่านี่เพลงผมก็ไม่ได้ฮอตเลยมีแต่ลงเพลงก็ไม่ได้ร้องนานแล้ว ถ้าพี่ธงไม่ติดต่อไปผมก็คงไม่มีโอกาสนี้ พอเราเปิดตัวกับนายฮ้อยทมิฬก็ทำให้ผู้จัดค่ายอื่นเขาเห็นว่าเราก็สามารถเล่นได้ แฟนๆ ก็ได้เห็นผลงานของเราพูดแล้วน้ำตามันก็จะไหล คือเป็นไปได้ยังไงได้มาเล่นละครที่ตัวเองเคยดูตั้งแต่สมัยเด็กๆ ผมก็ดูช่อง 7มาตลอด คำว่าเล่นละครมันไม่ได้เข้ามาง่ายๆ

ชีวิตในวันวาน

ผมเกิดที่อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย ชอบหมอลำมาตั้งแต่เด็กเลยครับ คือครอบครัวก็มีวงหมอลำเป็นหมอลำคู่หมอลำกลอนสมัยโบราณ ญาติๆ ก็เป็นหมอลำเยอะ เราก็ผูกพันพอเรียนจบ ป.6 ก็มาบวชเรียนที่อุดรฯ แต่ด้วยความชอบหมอลำใจมันก็เรียกร้อง ผ้าเหลืองร้อนเลย (หัวเราะ) บวชได้ 5 พรรษา หลังจากนั้นก็ลาสิกขาแล้วมาอยู่กับ “คุณแม่นกน้อย อุไรพร”วงเสียงอิสาน มาเป็นนักร้องประจำวงร้องเพลงทั่วไปของนักร้องที่ดังๆ ในยุคนั้น พออยู่ไปสัก 2-3 ปี ก็เริ่มมีฉากตลกผู้ใหญ่มองเห็นแววก็เลยได้ขึ้นเล่นตลกหน้าเวที ร่วมกับนักแสดงรุ่นผู้ใหญ่ที่เขาเล่นประจำกันอยู่แล้ว พอได้มาลำเรื่องมาแสดงเราก็ได้เล่นเป็นตัวที่หลากหลายเป็นพระเอก เป็นคนแก่ เป็นเด็กนักเรียน การแสดงตรงนั้นก็ถือว่าท้าทายเพราะว่าไม่ได้มีบทสคริปต์เขาจะมีโครงเรื่องมานิดหน่อยแล้วเราก็ต้องเล่นเองนัดแนะกันเองว่าจะเล่นยังไง แต่ละคนต้องหาอะไรมาเล่นต้องช่วยเหลือตัวเอง ช่วงนั้นงานเรามีทุกวันเล่นทุกวันเราก็เก็บๆ แล้วมาเล่นต่อ ผมก็เลยศึกษาจังหวะมันก็ประโยชน์นะพอเรามาเล่นละครเราก็ได้เอาจังหวะในการเล่นตลกมาใช้คือ อย่าเร็วอย่าช้า

ที่มาของชื่อ ‘ปอยฝ้าย มาลัยพร’

ผมชื่อจริงว่า “ดวงจันทร์ มาลัย” ที่มาของชื่อ “ปอยฝ้าย มาลัยพร” นี่ผมแอบตั้งเองกับหลวงพ่อครับ(ยิ้ม) ก่อนที่ผมจะสึก คือในวงเขาจะมี “ลูกแพร ไหมไทย”คำว่าไหม แพร มันก็เป็นเครื่องถักทอ เราก็เลยคิดว่าถ้าเราสึกออกไปเราเอาชื่อฝ้ายดีกว่าไหม มันก็เป็นเครื่องถักทอประเภทเดียวกันมี แพร ไหม ฝ้าย ก็เลยไปเสนอคุณแม่นกน้อย ตอนแรกตั้งว่าปุยฝ้าย แต่ก็คิดว่าเอาปอยดีกว่าไหม คำว่าปอยภาษาอีสานมันเหมือนเป็นกระจุก คุณแม่ก็เลยโอเคให้ผ่านสำหรับชื่อปอยฝ้าย ส่วนนามสกุลมาลัยของเราแต่เติมพรเข้าไป รู้สึกว่าเท่มากเลยนะชื่อเรา อย่างน้อยเราเป็นหมอลำแล้วเราก็มีฉายาเป็นของตัวเอง

กับกระแสความโด่งดัง

ช่วงนั้นเป็นยุคที่วีซีดีกำลังมา คือจากม้วนเทปมาเป็นวีซีดี ถ้าถามถึงความฮอตก็ค่อนข้างฮอตนะครับแต่ว่าไม่ใช่เพราะเราคนเดียว ดังทั้งวงมันหนุนกันช่วยกัน ผมเริ่มมีชื่อเสียงมากตอนที่มาเล่นตลกเป็นยาย คือเป็นคนแก่ วีซีดีขายดีมาก เพลงยังไม่ติดนะแต่เล่นตลกคนชอบมากก็ขายบันทึกสดหน้าเวที วีซีดีเสียงอีสานยุคนั้นฮอตมาก แล้วในชุดนั้นมันจะมีเพลงที่ชื่อว่าตลกอกหัก คนก็เริ่มรู้จักเราเพราะว่าเราเอาเพลงมาร้องประกอบในเรื่องตลกที่เราเล่น เรื่องมันก็เข้ากัน จากนั้นก็เลยได้อัดเพลงร้องเพลงมาเรื่อยได้ออกอัลบั้มอยู่หลายชุด เพลง “กะเทยประท้วง” ก็เป็นอีกเพลงที่ดัง คนรู้จักผมมากขึ้นรายได้ตอนนั้นก็ถือว่าดี เรามีเงินมาเลี้ยงดูตัวเองมาจุนเจือครอบครัว แม้ว่าค่าตัวจะไม่ได้เยอะมากแต่เราก็พอใจในสิ่งนั้น

เข้าสู่วงเวียนของแอลกอฮอล์

อยู่วงแม่นกน้อยมา 20 ปี เราก็กินมาเรื่อยๆ นะแอลกอฮอล์ วันนึงกระป๋องนึงสปายอ่อนๆ แล้วก็พัฒนามาเป็นเบียร์ มาเป็นเหล้าแบน เหล้าขาว แอลกอฮอล์มันสะสมเรื่อยๆ ที่ผมติดหนักๆ ก็ประมาณ 4 ปี ก่อนจะมาบำบัด มือสั่นต้องเอาแอลกอฮอล์เข้าร่างกาย ผมพยายามหักดิบเองจนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล รู้สึกตกใจกับชีวิตตัวเองมากว่าเรากินเหล้าหนักจนถึงขั้นติดเหล้าและกลายเป็นคนป่วยไปเลยเหรอ ตกใจจนบางครั้งหาทางออกไม่เจอ ความรู้สึกมันเหมือนเราตกลงไปในเหวลึก เราอยากขึ้นนะแต่ว่าเราขึ้นมาไม่ได้ ถามว่ามีปัญหาชีวิตอะไรถึงทำให้ไปติดเหล้า ผมว่าปัญหาชีวิตมันก็มีกันทุกคนนะ แล้วพอเรายิ่งดื่มมันก็ยิ่งไปกันใหญ่เพราะว่าแอลกอฮอล์มันพาไป คนปกติเขาร้องไห้เขาก็จะมีสติยับยั้ง แต่คนดื่มมันก็จะยิ่งเท่าตัวปัญหาแค่นี้แต่มันก็จะเหมือนเยอะ แต่ไม่เคยคิดสั้น เคยคิดแค่ว่าจะไม่เอาอะไรแล้วจะไปบวชไปคนเดียวไม่มีเงินสักบาทก็ไป และเป็นช่วงที่เราออกมาจากคณะเสียงอิสาน คือด้วยความที่เราอิ่มตัว และอีกอย่างก็เพราะสุขภาพเรารู้ว่าเราติดเหล้าไม่อยากทำงานบางครั้งเราทำงานเสียเราก็ไม่อยากให้คนอื่นเขามาเดือดร้อนเพราะเรา ร้องเพลงก็หลับหน้าเวทีล้มลงเลย คือคนมันเมาใจมันไปแต่ร่างกายไม่ให้ ผู้ชมก็จะว่าเราแกล้ง อุ๊ย!เมาเหมือนจัง ที่จริงแล้วเราเมาจริงๆ เพลง “มันต้องถอน”เป็นเพลงที่มาจากชีวิตผมด้วย คือคนแต่งเขาก็รู้ว่าอาการคนเมามันเป็นยังไงก็เลยกลายเป็นว่าเนื้อเพลงเป็นเรื่องของเราเลย คุยกันหน้าห้องอัดเลย เพลงดังมากฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองแต่ว่าร่างกายผมแย่

บำบัดจนชนะขาดจากแอลกอฮอล์

สู้กับการบำบัดมาตลอดนะพยายามสู้หลายครั้งหลายหนไปวัดป่าก็ไป สาบานกับหลวงพ่อ แต่ใจส่วนหนึ่งเราก็ยังไม่มั่นใจนะว่าเราจะทำได้หรือเปล่า แต่ส่วนหนึ่งคือเราก็ทำให้ครอบครัวสบายใจขึ้น คนรอบข้างโดยเฉพาะภรรยา (มัย-วิภานัท เบญจมาลัยพร)เขาดีใจมาก แต่ว่าพอเราเลิกได้สักเดือนนึงเราก็กลับมากินอีกมันเป็นแบบนี้หลายครั้งหลายหน ไปสาบานแล้วก็สาบานอีกซึ่งมันก็ไม่ดี ผมเลยตัดสินใจเข้ามาบำบัดที่สถาบันธัญญารักษ์เรามาตามหมอดีกว่าถ้าเราหักดิบเองคงจะไม่ไหว ต้องมาศึกษามาปรึกษาจิตแพทย์ ก็ดีขึ้น แต่ผมมีหลุดนะเลิกได้ปีนึงมีหลุด 1 อาทิตย์ ก็พยายามดึงตัวเองกลับมาทุกวันนี้คือเลิกเด็ดขาดแล้วครับผมมีความสุขดี แล้วมันทำให้เรามองอนาคตได้ จากที่เมื่อก่อนเราติดเหล้าเรามองอะไรไม่เห็นเลย คิดว่าคงจะตาย กินไปมือลูบตับไป มันเจ็บแล้วก็กังวลว่าข้างในมันไปถึงไหนแล้ว แต่ถ้าไม่กินก็ไม่ได้เพราะว่ามันทรมานอ่อนแรงขาสั่นมือสั่น พอเลิกเด็ดขาดสุขภาพดีขึ้น แต่ผมไม่มีลูกมีแต่ภรรยาสาเหตุที่ไม่มีลูกก็เพราะแอลกอฮอล์นี่แหละ ก็ไม่เป็นไรภรรยาเขาแฮปปี้มากบอกว่าเหมือนถูกรางวัลที่ 1 ชีวิตเราดีขึ้นสุขภาพร่างกายก็ดีขึ้น ไม่ทะเลาะกันเหมือนก่อนภรรยาผมเป็นคนนอกวงการครับคือเขาเป็นแฟนคลับเรานี่แหละ มาตามบ่อยๆ ก็เสร็จเราเลย (หัวเราะ)

มุ่งสู่งานแสดงอย่างจริงจัง

งานแสดงก็มีส่วนทำให้ผมเลิกเหล้าเพราะมันเป็นการบ้านใหม่สำหรับเรา มันพลาดไม่ได้แล้วนะ ถ้าเราพลาดอนาคตเราก็จบ ส่วนงานเพลงก็ยังทำอยู่ครับมีลงยูทูบเรื่อยๆ เรื่องมึนเมาผมว่าชีวิตผมน่าจะพอแล้วนะ มันเป็นประสบการณ์ที่มาทำให้เราสงสัยว่าข้างในเราเป็นอะไร ก็พอแล้วล่ะ แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ต่อไปก็คือการแสดงที่ตอนนี้ถือว่าเราก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว และทุกวันนี้ผมเริ่มหันหาธรรมชาตินะปลูกผักกินเองเริ่มหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามา ยิ่งเราได้มาทำงานกับพี่ธง แล้วพี่ธงพาเข้าไปหาพระก็สนุกดีมีธรรมะเป็นที่ยึดเหนี่ยวและนำทางชีวิต

ส่งต่อกำลังใจไปถึงคนที่อยากจะเลิก

ก็อยากให้กำลังใจสำหรับผู้ที่ติดแอลกอฮอล์และคิดที่จะเลิกนะครับผมเชื่อว่าลึกๆ แล้วคนที่ติดเหล้าเขาอยากหยุดนะใจท่านอยากหยุดแต่สมองนี่สิซึ่งมันเลยคำว่าใจแล้วนะ มันไม่ใช่อยู่ที่ใจคนที่ติดจริงๆ คือสมองมันสั่งถ้าหยุดเองจะถึงขั้นช็อกตายได้ ดีที่สุดคือถ้าคุณอยากจะเลิกขอกุญแจดอกแรกก็คือคุณตั้งใจว่าจะเลิกแค่นี้ก็เป็นประตูที่สำคัญแล้วครับ แล้วคนที่เป็นภรรยาก็ต้องมองว่าแฟนเราเป็นคนป่วย และต้องเข้าใจเขา แฟนผมถึงขนาดไปซื้อให้ผมนะเขารู้ว่าเราป่วย ถ้าคุณอยากจะลดละเลิกได้ด้วยตัวเองก็ทำ แต่ถ้าจะให้ถูกต้องควรจะไปปรึกษาแพทย์ สถานบำบัดเยอะแยะเลย เพราะถ้าเราเลิกเองแบบไม่ถูกวิธีมันก็อาจจะตายได้

อีกหนึ่งกำลังใจสำคัญ

ทุกวันนี้ผมไปไหนมาไหนแฟนๆ ก็เข้ามาทักทายให้กำลังใจ พอเลิกได้เนี่ยแฟนๆ เขาก็ดีใจนะ พี่ปอยฝ้าย กลับมาแล้ว เขาอยากเห็นผลงานเราอยู่ ไม่น่าจะเอาชีวิตและชื่อเสียงที่เราสร้างมาไปทิ้งตรงนั้นเลย มันไม่คุ้มกันที่จะมาตายเพราะเหล้ามีอีกหลายอย่างที่เรายังค้นหาในตัวเราไม่เจอ อย่างเช่นงานแสดงหนังละครซึ่งเราก็เพิ่งจะได้มาสัมผัส เพิ่งจะมาค้นพบว่าเราก็มีความสามารถตรงนี้ การที่แฟนคลับให้กำลังใจเรา มันก็เปรียบเหมือนต้นไม้ที่มันกำลังจะตายแล้วได้ปุ๋ย ก็เลยทำให้ฟื้นขึ้นมาใหม่เพราะว่าตอนที่เราติดเหล้างานสังคมเราก็แย่ ผู้ใหญ่ก็มองเราแย่ ต่อรองกับสังคมก็ไม่ได้คือพูดอะไรไปใครเขาก็ไม่เชื่อมั่นไม่น่าเชื่อถือ บุคลิกก็ไม่ดีมันลามไปหมดเลยครับ ร่างกายเราก็เสีย การเมาการดื่มมันเป็นความสุขแค่ช่วงที่มันออกฤทธิ์ แต่หลังจากนั้นมันเป็นความทุกข์ การไม่ดื่มเหล้าก็สนุกได้เฮฮาได้สนุกแบบเอาตัวเองกลับบ้านได้คือความสุขที่แท้จริงนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมกล้าประกาศกับสังคมเพราะว่ามันจะเป็นกำแพงกั้นเรา คือเราไปพูดต่อสื่อแล้วนะว่าเราจะเลิก ถ้าจะกลับไปดื่มอีกก็ไม่ได้แล้วนะ เป็นการดัดนิสัยตัวเอง

ต่อสู้จนสามารถชนะขาดจากแอลกอฮอล์มาได้และมีผู้ใหญ่ที่หยิบยื่นโอกาสดีๆ มาให้อีกด้วย สนุกแบบมีสติ สนุกแบบไร้แอลกอฮอล์ก็ทำให้มีความสุขได้ยืนยันจากผู้มีประสบการณ์ตรง “ปอยฝ้าย มาลัยพร”

กุหลาบสีเงิน

“ติ๊ก – ตั๊กแตน” โชว์สเต็ปท่าเต้น! ดวลเพลงดัง “ฝากเลี้ยง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/366647

“ติ๊ก – ตั๊กแตน” โชว์สเต็ปท่าเต้น!  ดวลเพลงดัง “ฝากเลี้ยง”

“ติ๊ก – ตั๊กแตน” โชว์สเต็ปท่าเต้น! ดวลเพลงดัง “ฝากเลี้ยง”

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พลพรรคคนรักการเต้น รายการ “ดวลเพลงดัง” วันนี้จัดให้แล้ว กับเพลง “ฝากเลี้ยง” ของคิงออฟแดนซ์เมืองไทย “เจ – เจตริน วรรธนะสิน”  งานนี้บอกเลยว่าเวทีมีสะเทือน

ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลงของราชาเพลงแดนซ์ ดังนั้นในเพลงก็จะต้องมีท่าเต้นประกอบในแต่ละประโยค เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ งานนี้ หอย เกียรติศักดิ์ พิธีกรอารมณ์ดี ก็เลยขอให้เหล่าคอมเมนเตเตอร์ ทั้ง ตั๊กแตน ชลดา รวมถึง ติ๊ก ชิโร่ ร้องเพลงของตัวเองโชว์ พร้อมท่าเต้นประกอบ แต่ละคนก็ใส่กันแบบสุดๆ ไม่มียั้ง ขนาด ผัดไท ดีใจ ดีดีดี ยังขอคว้าไมค์ มาก็อปปี้ท่าของแต่ละคนโชว์ด้วย และด้านผู้เข้าแข่งขันวันนี้ ทำเอาสาว ๆ ในสตูดิโอ ส่งเสียงกรี๊ดไม่หยุด เพราะนอกจากความพร้อมของน้ำเสียงแล้ว ลีลาท่าเต้นรวมถึงลุคของแต่ละคนยังโดนใจ เพราะจัดเต็มชนิดไม่มีใครยอมใคร ความหนักใจก็เลยตกอยู่กับคอมเมนเตเตอร์ และโหวตเตอร์ทั้ง 30 คน ที่จะต้องตัดสิน

งานนี้ใครรุ่ง หรือใครจะ “เงิบ” ร่วมเชียร์พร้อมกันได้ใน รายการ ดวลเพลงดัง วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2561 เวลา 13.00 น. ทางช่อง 7HD และFacebook LIVE ทาง  Official Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

 

‘JASON’ X ‘Supersports’ ดึง ‘เบเบ้’ เผยเคล็ดลับหุ่นสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367144

‘JASON’ X ‘Supersports’ ดึง ‘เบเบ้’ เผยเคล็ดลับหุ่นสวย

‘JASON’ X ‘Supersports’ ดึง ‘เบเบ้’ เผยเคล็ดลับหุ่นสวย

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพล่าสุดแบรนด์ดังอย่าง JASON ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้จับมือร่วมกับ Supersportsจัดงาน “JASON GET FIT WITH XST”ขอส่งตัวช่วยสร้างความเป๊ะ ด้วยอุปกรณ์การออกกำลังกายตัวใหม่ล่าสุดอย่าง XSTหรือ X-Shape Trainer อุปกรณ์การออกกำลังกายที่มีครบถึง 5 ฟังก์ชั่นในหนึ่งเดียว โดยมีนักแสดงสาวสวยที่ผันตัวมาเป็นไอคอนของผู้หญิงที่รักการออกกำลังกายอย่าง เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา ได้ทดลองใช้อุปกรณ์การออกกำลังกาย XST แล้วก็ทำเอาเจ้าตัวเป็นปลื้มสุดๆและต้องพกพาไปไหนมาด้วยตลอดเวลา

“เรียกว่าเบเบ้เลิฟตั้งแต่แรกเห็นเลยค่ะ เพราะอยากได้อุปกรณ์ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาไปได้ทุกที่ และยังใช้ออกกำลังกายได้ทุกสัดส่วน ซึ่งบอกเลยว่า JASON X-Shape Trainerหรือ XST ตอบโจทย์เบเบ้จริงๆ จนทุกวันนี้พกติดไว้หลังรถเลย เพราะบางเบเบ้งานยุ่งไม่มีเวลาเข้ายิม หรือไปต่างจังหวัดนานๆ ซึ่งหาที่ออกกำลังกายยากทำให้เบเบ้อดออกกำลังกายไปเลย และที่สำคัญไปกว่านั้นเบเบ้มั่นใจในแบรนด์ JASON เพราะเขาคือผู้นำด้านอุปกรณ์การออกกำลังกายขนาดเล็กตัวจริงโดยชุดออกกำลังกาXST ประกอบไปด้วย ฟังก์ชั่นมากมายกว่า 5 รูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในการออกกำลังกายที่เบเบ้ใช้อยู่เป็นประจำ”

‘คุณน้ำผึ้ง+น้อย’ ตะลอนเที่ยวปราจีน ผจญภัยแก่งหินเพิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367163

‘คุณน้ำผึ้ง+น้อย’ ตะลอนเที่ยวปราจีน ผจญภัยแก่งหินเพิง

‘คุณน้ำผึ้ง+น้อย’ ตะลอนเที่ยวปราจีน ผจญภัยแก่งหินเพิง

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เที่ยวละไม ไทยแลนด์เวิลด์ อาทิตย์นี้ (30 ก.ย.) ยังอยู่กันที่ จ.ปราจีนบุรี โดย “คุณน้ำผึ้ง-ม.ล.สราลี” และ “น้อย-ปาริชาต” จูงมือกันตื่นตาทุ่งดอกหงอนนาคที่ ศักดิ์สุภา รีสอร์ท เรียกว่าไม่ต้องเดินเข้าป่าให้เหนื่อย ก็สามารถละลานตาท่ามกลางทุ่งดอกไม้ได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว จากนั้นได้เวลาประลองความแกร่งกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมอย่างการล่องแก่งหินเพิง ซึ่งเป็นแก่งที่มีขนาดใหญ่ มีความยาวกว่า 200 เมตร กว้างกว่า 100 เมตร ทำเอาสองสาวตื่นเต้นตลอดเส้นทางเลยทีเดียว สนุกกันจนได้ที่ คราวนี้ก็ถึงเวลาเข้าวัดเข้าวาที่วัดรัตนเนตาราม หรือ วัดล้านหอย เป็นวัดกำลังพัฒนา ภายในบริเวณวัดมีหอแก้ว 3 ฤดู มณฑป พระอุโบสถ และพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยเปลือกหอย ปิดท้ายทริปด้วยการไปผ่อนคลายท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ ศูนย์การแพทย์แผนไทยอนันตราปุระ ตามคุณน้ำผึ้งและน้อยเที่ยวครั้งนี้ได้ในอาทิตย์ที่ 30 กันยายนนี้ เวลา 06.25 น. ทางช่อง 3

HollyWood Star : 30 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367146

HollyWood Star : 30 กันยายน 2561

HollyWood Star : 30 กันยายน 2561

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วิล สมิธ

O ไม่ใช่เบื้องหลังหนังแอ๊กชั่นเรื่องไหน แต่เป็นการฉลองวันเกิดอายุ 50 ปีที่ไม่ธรรมดาของ วิล สมิธ ที่ขอมาโดดบันจี้จัมพ์ลงจากเฮลิคอปเตอร์ กลางเวหาใกล้กับแกรนด์ แคนยอน หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยมีภรรยาคนสวย จาด้า พินเก็ต สมิธ ลูกๆ ทั้งสามคน และญาติพี่น้อง มาร่วมเป็นสักขีพยานกันแบบพร้อมหน้า ที่สำคัญ วิล ยังให้ไลฟ์สดการฉลองวันเกิดของเขาผ่านทางออนไลน์ซะด้วย เจ้าตัวบอกเลยว่า จากตอนแรกที่กลัวสุดๆ แปรเปลี่ยนเป็นความประทับใจ เพราะวิวที่เขาเห็น มันสวยมากๆ จริงๆ สำหรับการตัดสินใจมาโดดบันจี้จัมพ์ครั้งนี้ของ วิล เป็นการรับคำท้าจากช่อง Yes Theory ทาง Youtube ที่กระตุ้นให้ผู้คนก้าวผ่านความกลัวของตัวเอง ด้วยการลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน แต่วิล มีเงื่อนไขว่า รายได้จากคลิปของเขา จะต้องมอบให้การกุศลเพื่อนำไปพัฒนาการศึกษาของเด็กยากไร้

ไชอา ลาเบิฟ – มีอา ก็อต

O พระเอกสุดติสท์ ไชอา ลาเบิฟ ฟ้องหย่าภรรยา มีอา ก็อต ทั้งที่ใช้ชีวิตคู่กันมาไม่ถึง 2 ปีด้วยซ้ำ ซึ่งโฆษกส่วนตัวของไชอา ยืนยันว่า เป็นการจากกันด้วยดี และไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของปัญหาเตียงหัก เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่สื่อก๊อสซิป DailyMail กลับประโคมข่าวใหญ่ว่า เหตุผลที่ ไชอา เลิกกับมีอา เพราะตอนนี้เขาหันไปคบกับนักร้องสาว FKA Twigs อดีตคนรักของโรเบิร์ต แพททินสัน หลังสปาร์กรักกันกลางกองถ่ายหนัง Honey boy นั่นเอง ส่วนข่าวลือจะชัวร์หรือมั่ว คงต้องจับตาดูกันต่อไป

แอชตัน คุตเชอร์

O ลีโอ มาเรนกี หนุ่มวัย 19 ปี โดนคนขับรถมาชนจนเจ็บตัว แต่เจ้าตัวกลับไม่โกรธ เพียงเพราะคู่กรณีคือ แ โดยเว็บไซต์ TMZ เผยว่า ลีโอซึ่งรับจ๊อบเป็นพี่เลี้ยง กำลังขี่สกู๊ตเตอร์ไปรับเด็กๆ แต่รถของคุตเชอร์ ซึ่งออกมาจากที่จอดรถกลับชนเขาล้มลง งานนี้ลีโอยืนยันว่าคุตเชอร์รีบลงจากรถและเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร และไม่ลืมที่จะขอถ่ายรูปไว้ไปอวดกับคนในครอบครัวว่าเขาเจอคุตเชอร์จริงๆ ไม่ได้โม้อีกด้วย

คริส แพรตต์ – ทอม ครูซ

O ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละว่า นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง คริส แพรตต์ ที่โด่งดังมาจากแฟรนไชส์ The Avengers ก็มีไอดอลในดวงใจของเขาเหมือนกันไม่ใช่ใครที่ไหน นักแสดงชื่อดังค้ำฟ้าอย่าง ทอม ครูซ นั่นเอง โดยเผยว่าเขายึดมั่นความสำเร็จแบบ ครูซ ด้วยการเป็นคนที่นิสัยดี มองอะไรในแง่บวก อีกทั้งยังทำงานหนัก และเขาอยากจะเจอครูซ เพราะประทับใจหนัง Mission: Impossible ที่พระเอกดังวิ่งไปทั่วลอนดอน ข้ามสะพาน กระโดดข้ามตึก เป็นนักวิ่งที่ยอดเยี่ยม แถมยังโดดเฮลิคอปเตอร์ด้วยตัวเอง เป็นอะไรที่สุดยอดมากจริงๆ พูดมาซะขนาดนี้แล้ว มีผู้สร้างหนังคนไหนสนใจให้สองหนุ่มเล่นหนังเรื่องเดียวกันไหม ความฝันของหนุ่มแพรตต์จะได้เป็นจริง

 เฮนรี คาวิลล์ – แดเนียล เคร็ก

O เฮนรี คาวิลล์ เตรียมสลัดชุดซูเปอร์ฮีโรซูเปอร์แมนทิ้ง เพื่อไปสวมบทบาทเป็นยอดสายลับแห่งสหราชอาณาจักร 007 ต่อจาก แดเนียล เคร็กวัย 50 ปี ที่จะรับบทบาทนี้ในหนังภาคต่อไปอีกภาค แต่ก็อาจจะเป็นภาคสุดท้ายของเขาแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเพิ่งจะมีข่าวว่า คาวิลล์ อาจจะไม่ได้รับบทเป็น ซูเปอร์แมน อีกแล้ว เพราะทาง DC ไม่ได้มีแผนที่จะสร้างหนังที่จะมีตัวละครสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้อยู่ในเรื่องในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับ Bond 25 เพิ่งจะได้ผู้กำกับคนใหม่ คือ แครี ฟุคุนากะ มาเป็นผู้กำกับชาวอเมริกันคนแรกที่ได้มากุมบังเหียนหนัง เจมส์ บอนด์ หลัง แดนนี บอยล์ ขอถอนตัวจากหนังเรื่องนี้ไป เพราะเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างกันระหว่างตัวเขา กับผู้อำนวยการสร้างของหนัง Bond 25 มีกำหนดเปิดกล้องในเดือน มี.ค. 2019 และจะเข้าฉายในวันที่ 14 ก.พ. 2020

‘อาเล็ก-ธีรเดช’ปลื้มร่วมงาน Macao Mak Mak เผยเดือนหน้า เตรียมบินไปไหว้พระเสริมดวงที่มาเก๊า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/367143

‘อาเล็ก-ธีรเดช’ปลื้มร่วมงาน Macao Mak Mak เผยเดือนหน้า เตรียมบินไปไหว้พระเสริมดวงที่มาเก๊า

‘อาเล็ก-ธีรเดช’ปลื้มร่วมงาน Macao Mak Mak เผยเดือนหน้า เตรียมบินไปไหว้พระเสริมดวงที่มาเก๊า

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งหนุ่ม ที่รักในการท่องเที่ยว สำหรับพระเอกหนุ่มหน้าตี๋“อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” ล่าสุดเจ้าตัวได้มาร่วมงาน Macao Mak Mak (มาเก๊า มาก มาก) ของการท่องเที่ยวมาเก๊าประเทศไทย พร้อมโชว์สเต็ปร้องเพลงให้ฟังกันสดๆแบบใกล้ชิดสนิทมากมาก เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากแฟนคลับลั่นห้างกันเลยทีเดียว โดยทางการท่องเที่ยวมาเก๊ายังเนรมิตแหล่งท่องเที่ยวพร้อมบรรยากาศของมาเก๊าผ่านบูธกิจกรรม อร่อยมากมาก, คุ้มมากมาก, สวยมากมากและสนุกมากมาก เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 ณ ลานโปรโมชั่น A ชั่น 1 เซ็นทรัล เวสต์เกต

โดยหนุ่มอาเล็กเผยว่า เคยไปเที่ยวมาเก๊ามาแล้วหลายครั้ง รู้สึกหลงใหลกับสถาปัตยกรรมของเมืองมรดกโลกอย่างมาเก๊ามากๆ เพราะเมืองสวย ของกินอร่อยนอกจากนี้ก็มีแพลนจะไปเที่ยวมาเก๊าอีกครั้งในเดือนหน้านี้ และเมื่อพูดถึงมาเก๊า สิ่งที่ถือว่าป็นจุดเด่นของมาเก๊าอีกอย่างเลยนั้นก็คือการมาทำบุญไหว้พระขอพร ซึ่งงานนี้หนุ่มอาเล็กก็แอบกระซิบว่า ขอพรทั้งเรื่องงานเรื่องสุขภาพและเรื่องความรัก และดูเหมือนช่วงนี้ความรักกับนางเอกสาว “เต้ย-จรินทร์พร”จะปังมากๆ อย่างล่าสุดเมื่อวันเกิดของหนุ่มอาเล็กที่ผ่านมาสาวเต้ยก็ทำเซอร์ไพรส์หอบเค้กไปให้เป่าถึงบ้าน พร้อมกับของขวัญวันเกิดที่หนุ่มอาเล็กเคยบอกว่าอยากได้มากๆ นั้นก็คือรองเท้า ที่ใส่ออกงานในวันนี้อีกด้วย