Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชีวิตต้องสู้! ‘น้องโอ๊ะ’นักชกรุ่นจิ๋วยอดกตัญญู เจ็บ-คิดถึงแม่ต้องทนเพราะความจนมันน่ากลัว (ชมคลิป)

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331570

ชีวิตต้องสู้! 'น้องโอ๊ะ'นักชกรุ่นจิ๋วยอดกตัญญู เจ็บ-คิดถึงแม่ต้องทนเพราะความจนมันน่ากลัว (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้! ‘น้องโอ๊ะ’นักชกรุ่นจิ๋วยอดกตัญญู เจ็บ-คิดถึงแม่ต้องทนเพราะความจนมันน่ากลัว (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.55 น.

6 เม.ย.61 เสียงขาที่ปะทะนวมต่อยมวยดังสนั่นและเสียงเปล่งออกจากลำคอด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นของเด็กชายวรัญชัย  วันแรก หรือน้อง โอ๊ะ วัยเพียง 11 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทุกวันหลังเลิกเรียนที่โรงเรียนอนุบาลละงู อ.ละงู จ.สตูล จะต้องกลับมาฝึกซ้อมมวยในค่ายเกียรติเจริญชัย เป็นอยู่อย่างนี้ตลอด 1 ปี หลังตัดสินใจพร้อมญาติเดินทางเข้าสังกัดค่ายมวยนี้ แม้วันนี้ญาติของน้อยโอ๊ะ จะไม่ได้อยู่ภายในค่ายนี้แล้วแต่น้องโอ๊ะยังยืนยันตามล่าหาความฝันของตนเป็นนักมวยประจำค่ายนี้ต่อไปอีกและด้วยฐานะที่ยากจนทำให้น้องโอ๊ะ ตัดสินใจเข้าวงการมวยตั้งแต่เยาว์วัย

“ฝนเหนือ  เกียรติเจริญชัย” ฉายาน้องโอ๊ะ ด้วยฝีไม้ลายมือในการชกไม่ธรรมดาเจนจัดในสังเวียนขึ้นชกมาแล้ว 25 ครั้งชนะ 10 ครั้งแพ้ 15 ครั้ง ก็ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเฉกเช่นนักมวยคนอื่น พร้อมทั้งเรียนหนังสือควบคู่ไปด้วย ซึ่งทางค่ายมวยเกียรติเจริญชัย ได้ส่งเสริมไปพร้อมกับกีฬาที่น้องโอ๊ะชื่นชอบ และหวังจะเป็นอาชีพหาเลี้ยงแม่และน้องที่ยังเล็กอยู่หลังสูญเสียพ่อไปแล้วทำให้น้องโอ๊ะ หนูน้อยวัย 11 ปีมีความคิดจะช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวด้วยการขึ้นชกมวย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

“เพื่อนๆในวัยเดียววิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าตากัน   แต่ผมต้องอยู่ในค่ายมวยตามกฎระเบียบของค่ายฯ ก่อนนอนก็คิดถึงแม่แต่ต้องทนสู้เพื่ออนาคต ทำงานหาเงินเลี้ยงแม่และน้อยเล็ก  ด้วยการฝึกฝนมวยให้เก่งเหมือนพี่บัวขาวอย่างที่ตั้งใจไว้ หากถามว่าความรู้สึกทุกครั้งที่ขึ้นชกเจ็บไหม  เจ็บครับ!!  แต่ต้องทนจนทุกวันนี้ผมชินกับการฝึกซ้อม  ทุกครั้งที่ขึ้นชกจะได้เงินมาครั้งละ  500 บาทบ้าง หรือ 1,000 บาทบ้าง ก็จะเก็บไว้ใช้ 100 บาท หรือ 300 บาท ที่เหลือจะเก็บสะสมเอาไปให้แม่เพื่อไปซื้อนมและผ้าออมให้น้องครับ”

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ผู้จัดการค่ายมวย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางค่ายดูแลเกือบ 60 คน  มีนักมวยบางคนไม่อยู่ในกฎระเบียบทางค่ายก็ต้องปล่อยให้ออกไป  ขณะนี้มีนักมวยในค่าย 14 คน รวมทั้งน้องโอ๊ะ วัยเพียง 11 ปี ด้วยเราดูแลเขาเป็นพิเศษเพราะเขายังเด็กและต้องการความรัก แม้ฐานะทางบ้านยากจน แต่เป็นเด็กขยัน อดทน ไม่ดื้อ และเชื่อฟัง ทางค่ายจึงส่งเรียนหนังสือด้วยเพื่อต้องการเห็นอนาคตเขายาวไกล โดยให้เงินไปโรงเรียนวันละ 50 บาทเหลือกลับมาให้หยอดออมสินเพื่ออนาคตของตัวเอง

รวมทั้งทางค่ายมวยจะฝึกให้เขาอดทนบางครั้งเขาจะเศร้าหมองคิดถึงบ้าน  และเราจะปลอบโยนดูแล  ส่วนหากวันใดเขาคิดถึงบ้าน ทางเราจะให้เขากลับบ้านเอง ขึ้นรถโดยสารกลับบ้านไปเองเพื่อฝึกฝนในการช่วยเหลือตัวเอง ทุกครั้งที่กลับไปบ้านจะหอบหิ้วขนมมาฝากทุกคนแม้เงินจะไม่ค่อยมี ด้วยน้ำใจที่ดีงาม

ทางค่ายให้ฉายาน้องโอ๊ะว่า ฝนเหนือ เกียรติเจริญชัย เพราะทักษะการแตะต่อย เขายกขาสูงและความไวการใช้กำลังที่ลงฝ่าเท้าแน่นหนาจากทักษะที่ซักซ้อมต่อย ซึ่งทางค่ายจะรับผิดชอบดูแลนักมวยทุกคน  ตั้งแต่ค่าอาหาร ค่าอาหารเสริมแม้จะมีค่าใช้จ่ายเดือนตกแสนๆ บาท  แต่ทางค่ายก็ยังเดินหน้าสร้างคนต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุงจบป.4หัวคิดระดับวิศวกร ปิ้งไอเดีย!ประดิษฐ์เครื่องพยุงสุนัขช่วยสัตวแพทย์

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331531

ลุงจบป.4หัวคิดระดับวิศวกร ปิ้งไอเดีย!ประดิษฐ์เครื่องพยุงสุนัขช่วยสัตวแพทย์

ลุงจบป.4หัวคิดระดับวิศวกร ปิ้งไอเดีย!ประดิษฐ์เครื่องพยุงสุนัขช่วยสัตวแพทย์

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.35 น.

6 เม.ย.61 ที่อู่นำเงิน บ้านเลขที่ 42/6 บ้านวังวน หมู่ที่ 3 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของลุงประภา ผ่องบำรุงวงษ์ อายุ 67 ปี วิศวกร ป.4 ที่เคยเป็นข่าวในการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องตัดหญ้าแบบนั่งขับ ที่ดีที่สุดมาแล้วครั้งหนึ่ง จนเป็นที่กล่าวขานและยอมรับในวงการนักประดิษฐ์ของประเทศไทย

มาวันนี้ ลุงประภา ได้เปิดตัวสิ่งประดิษฐ์แบบใหม่ ที่เกิดขึ้นจากประสบการที่ได้เชิญนายสัตวแพทย์ มาฉีดวัคซีนสุนัขที่บ้าน 4 ตัว หลังมีข่าวการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งวันนั้นแพทย์ได้ใช้วิธีการอุ้มสุนัขแล้วฉีดยา แล้วถูกแว้งกัดจนเป็นแผล อาจจะลุกลามถึงชีวิตได้หากรักษาไม่ถูกวิธี สาเหตุที่ถูกกัดเนื่องจากเป็นคนแปลกหน้า ลุงประภา จึงรีบคิดค้นเครื่องช่วยพยุงร่างสุนัข เพื่อไม่ให้ดิ้นหนีหรือแว้งกัดได้ โดยเน้นที่ความปลอดภัยของผู้ฉีดและสุนัข

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ลุงประภา ได้ไปจัดซื้อแผ่นเหล็ก เหล็กฉาก เหล็กกลม มาดำเนินการสร้างเป็นแท่นขนาด 90 x100 เซนติเมตร ด้านล่างติดล้อทั้งสี่มุมเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย และสารมารถล็อคล้อให้อยู่นิ่งได้ และสร้างโครงสูงด้วยเหล็กเหลี่ยม สามารถปรับขึ้นลงได้ พร้อมทำแท่นด้วยเหล็กแผ่นโค้งรองรับด้านล่างของตัวน้องหมา และเหล็กแผ่นโค้งกดขึ้นลงบนหลังน้องหมา โดยที่น้องหมาไม่เจ็บ มีระบบกดล็อคด้วยคานเหล็กอย่างแน่นหนา เมื่อฉีดเสร็จก็สามารถปล่อยล็อคคาน หย่อนตัวน้องหมาลงพื้นได้ตามปกติ โดยใช้หลักการว่า เมื่อน้องหมาถูกยกให้สูงขึ้นจนขาลอยจากพื้น จะไม่มีแรงเหวี่ยง แรงตะกายและแว้งกัดได้

ลุงประภา บอกว่า สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท วานนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์โทรศัพท์มาสอบถามว่า เร็วๆนี้จะมาติดต่อเจรจาเรื่องเครื่องประดิษฐ์ชิ้นนี้เพราะมีประโยชน์อย่างมาก เพราะต้องเสี่ยงกับการถูกสุนัขกัดอยู่เสมอ สำหรับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ ตนได้สร้างไว้แล้ว 3 ชุด นอกจากจะช่วยพยุงร่างน้องหมาเพื่อฉีดยาแล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของการตอน การทำแผล และตรวจสุขภาพสัตว์อื่นๆได้อีก เช่น แมว ลูกหมู ลูกแพะ ลูกแกะ ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น น่าจะมีไว้บริการประชาชน เพราะช่วงนี้จะมีผู้คนน้ำสัตว์เลี้ยงมาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ากันมากขึ้น สามารถติดต่อคุณลุงประภาได้ที่ 083-622-7985

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แท๊กซี่จิตอาสา! ‘สุวรรณฉัตร’ ช่วยเหลือคนป่วย-พิการจนได้แต่งงานกับ’แพทย์หญิง’ (ชมคลิป)

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331503

แท๊กซี่จิตอาสา! 'สุวรรณฉัตร' ช่วยเหลือคนป่วย-พิการจนได้แต่งงานกับ'แพทย์หญิง' (ชมคลิป)

แท๊กซี่จิตอาสา! ‘สุวรรณฉัตร’ ช่วยเหลือคนป่วย-พิการจนได้แต่งงานกับ’แพทย์หญิง’ (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 07.10 น.

ความเอื้ออาทรในสังคมทุกวันนี้มองหาได้ยากมาก หากใครที่เราไม่รู้จักหรือคุ้นเคยแล้วก็จะแล้งน้ำใจให้กัน แต่ตรงกันข้ามสำหรับ “สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” แท็กซี่น้ำใจงามวัย 41 ปีขับรถทำงานจิตอาสา โดยไม่หวังผลประโยชน์หรือเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถือเป็นผู้ปิดทองหลังพระอีกคนหนึ่งที่น่าชื่นชม และเป็นซูเปอร์ฮีโรสำหรับผู้ป่วย ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ

“สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” เปิดเผยกับทางทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ถึงจุดเริ่มต้นการมาทำงานจิตอาสาว่า ตนขับรถแท็กซี่มา 23 ปี แต่ก่อนจะมาทำงานจิตอาสาได้ทำงานอื่นมาแล้วหลายอย่าง แรกๆ ก็ขับรถหาเงินเลี้ยงชีพ แต่พอทำมาเรื่อยๆ ก็มีพระสงฆ์ สามเณร แม่ชี เรียกรถให้ไปส่งตามสถานที่ต่างๆ ตนก็ไปส่งโดยไม่ได้คิดเงิน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

แต่พอทำนานๆ เข้าก็เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จากนั้นตนก็เร่มมาช่วยเหลือคนที่ป่วย อัมพาต นอนติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือต้องอุ้ม ตนก็จะเข้าไปช่วยเหลือด้วยการให้นั่งรถฟรีไปส่งจนถึงโรงพยาบาลและรับกลับส่งที่บ้านทำเช่นนี้เรื่อยๆ มาจนกลายเป็นชีวิตประจำวัน ซึ่งที่ผ่านมาตนช่วยคนป่วยเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น มีหลายรายที่ตนรับส่งจนตายจากกันไป ซึ่งทุกอย่างที่ตนทำล้วนเกิดมาจากจิตใจของตนที่มองบุคคลอื่นเป็นเสมือนญาติของตนเอง

เปิดชีวิต”สวรรณฉัตร”ก่อนเป็นแท๊กซี่อาสา

“สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” ได้เล่าประสบการณ์ชีวิตก่อนที่จะมาทำงานเป็นจิตอาสาให้ฟังกับทีมข่าวฟังว่า ตนเกิดในครอบครัวที่ยากจน พ่อ-แม่ แยกทางกันตั้งแต่ตนยังอยู่ในครรภ์ ทำให้ตนไม่เคยเห็นหน้าพ่อมาตั้งแต่เกิด และด้วยความอยากรู้จักพ่อ อยากเจอหน้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ตนตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แล้วไปบวชเณร จากนั้นได้ออกเดินทางตามหาพ่อ โดยได้ข่าวว่าพ่อมีครอบครัวใหม่อยู่ที่หาดใหญ่ จ.สงจลา จุดเริ่มต้นเดินทาง คือ วัดมะนาวหวาน ใน จ.นครศรีธรรมราช โดยระหว่างเดินทางได้พบกับคุณลุงขับรถตู้ใจดีคนหนึ่งได้พาไปส่งโดยไม่คิดค่ารถแถมยังถวายปัจจัยให้อีก 100 บาท จนตนไปพบพ่อ

พอมาอายุได้ 15 ปีตนจึงได้สึกจากเณรแล้วเริ่มออกหางานทำ โดยตั้งใจจะเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจนั่งรถไฟจากนครศรีธรรมราช เข้ากรุงเทพฯ แต่โชคไม่เข้าข้างตอนนั้นตนถูกนายหน้าค้าแรงงานหลอกให้ลงจากรถไฟที่ชุมพรแล้วพาตนไปทำงานในเรือประมง พอลงเรือวันแรกตนก็โชคร้ายโดยระหว่างที่ตนนั่งห้อยขามองดูทะเลโดยไม่ได้ทันได้ระวังอยู่นั้น ปรากฏมีเรืออีกลำหนึ่งได้เข้ามาเทียบเรือจุดที่ตนนั่งอยู่ทำให้กระแทกเข้าที่ขาจองตนอย่างจักจนเกิดเป็นแผลขนาดใหญ่บริเวณเข่าจนเห็นกระดูก แต่ตนก็ถูกบังคับให้ลงเรือประมงออกไปทำงาน เพราะเขาจ่ายค่าหัวคิวไปแล้ว 8 วันที่ทำงานบนเรือกับขา

ส่วนขาที่เป็นแผลก็ไม่มีการรักษา ไม่มีแม้กระทั้งยากิน ยาทา เหมือนอยู่ในนรก ตนถูกบังคับให้ทำงานหนักแผลก็อักเสบมีไข้ แต่ก็ทนทำงานจนกระทั่งเรือกลับเข้าฝั่ง เมื่อเรือกลับเข้าฝั่ง ตนฉวยโอกาสตอนเข้าห้องน้ำหนีออกมา และมาเจอรถสองแถวใจดีให้นั่งรถฟรีไปส่งที่สถานีรถไฟชุมพร ระหว่างอยู่สถานีรถไฟชุมพร ตนนอนให้แมลงวันตอมแผลจนเน่าโดยไม่มีใครสนใจท่ามกลางสายของผู้คนที่เดินผ่านไปมาตลอดเวลา

“จนกระทั่งถึงเย็นมีกลุ่มแรงงานอีสานเข้ามาเห็นสภาพของผมตอนนั้น เขาคงสงสารผมจึงไปซื้อข้าวมาให้ผมกิน แล้วก็ถามไถ่ความเป็นมาของผม ซึ่งผมก็ได้เล่าให้เขาฟัง พวกเขาเกิดความสงสารเมตตาผม จึงซื้อตั๋วรถไฟให้ผมได้กลับบ้าน แถมยังเรี่ยไรเงินจากเพื่อนๆ รวมกันเป็นเงินประมาณ 300 บาทให้ผมติดตัวกลับบ้านด้วย ซึ่งเป็นความซาบซึ้งในน้ำใจของผู้มาช่วยเหลือแม้ไม่ใช่ญาติกันก็ตาม แต่ก็เหมือนเทวดามาโปรดผม ซึ่งเป็นความประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้” สุวรรณฉัตร เล่าด้วยเสียงสั่นเครือ

ทำงานไม่ได้รับเงินแถมยังถูกเจ้านายซ้อม

“สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” เล่าต่อว่า หลังเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ก็เจอแต่คนที่เอารัดเอาเปรียบ ถูกโกงค่าแรง ทำงานก็ไม่ได้เงิน ทำให้ตนมีความลำบากมาก แต่ตนก็สู้และดิ้นรนต่อ จากทำงานเป็นคนงานในโรงกระดาษรับค่าแรงวันละ 70 บาทได้เงินบ้างไม่ได้บ้างตนจึงพยายามมองหางานใหม่ที่มีรายได้ดีกว่าจนไปพบประกาศรับสมัครพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ค่าแรงวันละ 200 บาท ตนจึงเข้าไปสมัครแต่ก็ถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนเดิมทั้งโดนหักเงินค่าหัวคิว เงินเดือนไม่ได้รับ

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นเมื่อตนไปหาเจ้านายที่บ้าน เพื่อที่จะขอเงินเดือนในส่วนของตน เมื่อไปถึงเจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังกวาดใบไม้อยู่ลักษณะเป็นทิดสึกใหม่ ซึ่งก็คือเจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของบริษัทยามที่ตนทำงานอยู่ พอทราบว่าตนเข้ามาทวงถามค่าแรงก็ถูกจับใส่กุญแจมือไขว้หลัง พร้อมกับถูกทำร้ายร่างกาย และถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นโจร

“สิ่งที่ผมได้รับ คือ ถูกรังแก โดนทำร้ายร่างกายจนน่วม ผมหันไปเห็นสายตาลูกน้องของเขาที่มองมา ผมรู้สึกได้ว่าเขาสงสารผมแต่ไม่สามารถช่วยเหลือผมได้ ซึ่งต่างกับเจ้านายคนที่ผมทำงานให้ หากมองดูหน้าตาเขาเหมือนคนมีเมตตา แต่กลับไม่ใช่ โดยขณะที่เข้ารับโทรศัพท์คุยอยู่กับพระที่เขาเรียกว่าหลวงพ่อ แต่มือข้างหนึ่งของเขายังต่อยผมอยู่เลย พอเขาต่อยผมหนำใจก็ปล่อยออกมา ผมคิดอะไรไม่ออกตอนนั้น เพียงต้องออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เดินออกมาผมเห็นแคมป์คนงานก่อสร้าง และตัดสินใจเข้าไปสมัครงาน จนได้วิชาติดตัวออกมา คือ การเชื่อมเหล็ก ประตู หน้าต่าง ฯลฯ ทำมาเรื่อยๆ 2-3 ปี จนคิดว่าหากวันหนึ่งตกหลังคาอาจจะตายได้ผมจึงตัดสินใจลาออก” สุวรรณฉัตร เล่าด้วยเสียงสั่นเครือ

โชคดีที่ได้เจอ “เฮียหมง” เจ้าของอู่แท๊กซี่ 

“สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” เล่าต่อว่า หลังออกจากการเป็นยามตอนนั้นอายุ 18 ปี จึงหันมาขับแท็กซี่ทั้งๆ ที่ตัวเองยังขับรถไม่เป็นแต่ก็คือว่าโชคดีเมื่อไปเจอ “เฮียหมง” เจ้าของอู่แท็กซี่ใจดีย่านมไหศวรรย์ ที่ให้ได้เรียนรู้อาชีพการขับแท็กซี่ แรกๆ มือใหม่หัดขับก็มีชนเล็ก ชนน้อย แต่เฮียกมง เจ้าของอู่ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ยังให้ตนขับต่อไป แม้ว่าในช่วงแรกการขับแท็กซี่จะไม่มีรายได้มากพอ เนื่องจากยังไม่รู้เส้นทางต้องให้ผู้โดยสารเป็นผู้บอกทางเป็นส่วนใหญ่ จนเวลาผ่านไปความเชี่ยวชาญในเส้นทางมากขึ้น รู้แหล่งหาผู้โดยสาร ก็ทำให้สามารถดึงรถแท็กซี่ไปขับมือเดียว มีรายได้เพียงพอแถมยังมีเงินเหลือส่งให้แม่ใช้ด้วย

“เริ่มขับแท็กซี่แรกๆ ได้ค่าเช่าในแต่ละวันผมก็ดีใจแล้ว ที่สำคัญผมไม่เคยเลือกผู้โดยสารใกล้ ไกลรับหมด และไม่รับเหมา ชาวต่างชาติคิดตามมิตเตอร์อย่างเดียว เจอบางคนเห็นเราไม่โกงเขา มิตเตอร์ขึ้นไม่ถึง 100 บาทเขาให้เงินเพิ่มอีก 100 ดอลล่า พร้อมกับตบไหล 3 ครั้งเป็นการให้กำลังใจ เพราะเขาอาจจะเห็นว่าแท็กซี่ส่วนใหญ่เอาเปรียบคิดเงินเกินราคา เรายึดคติที่ว่า ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน และเอาความสบายใจของผู้โดยสารเป็นหลัก”

ส่วนการเริ่มรับผู้ป่วยและหันมาทำงานด้านจิตอาสานั้น สุวรรณฉัตร พรหมชาติ เล่าว่า เกิดจากวันหนึ่งตนรับลุงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้พิการนั่งรถเข็น พอรับขึ้นรถแกก็บ่นว่าอยากฆ่าตัวตาย พูดซ้ำหลายรอบ แกคงลำบากเวลาไปไหน แท็กซี่ก็คงไม่จอดรับแกง่ายๆ เพราะมีรถเข็นด้วย เมื่อตนได้ยินแกพูดอย่างนั้นก็นึกถึงตอนที่ตัวเองนอนหมดหวังอยู่ที่สถานีรถไฟชุมพร ความรู้สึกอยากจะช่วยคนสิ้นหวังจึงเกิดขึ้นมาในตอนนั้นและนับแต่นั้นมาจึงทำให้ตนเข้ามาทำงานเป็นจิตอาสาจนถึงทุกวันนี้และจะทำต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรงและลมหายใจอยู่

ขับแท๊กซี้จิตอาสาจนได้ “ภรรยาเป็นหมอ”

การทำงานเป็นจิตอาสาด้วยใจที่เป็นกุศลของ “สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” ต่อมาทำให้เขาได้พบรักกับ “พญ.จำเนียร สุวรรณชาติ” ปัจจุบันเป็นแพทย์ประจำ โรงพยาบาลพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 

“สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” เล่าให้ฟังว่า ที่ตนรู้จักับ พญ.จำเนียร เนื่องจาก พญ.จำเนียร เป็นผู้หนึ่งที่มีน้ำใจโอนเงินมาสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายให้กับตนในการปฏิบัติการจิตอาสามาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเป็นความเข้าใจและมีความผูกพันกันจนนำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันเป็นคู่ชีวิต โดยชีวิตประจำวันปกติ พญ.จำเนียร ทำงานในเวลาราชการปกติ 5 วัน ส่วนวันหยุดราชการจะมาช่วยผู้ป่วยในเรื่องการเตรียมเอกสารสำหรับผู้ที่จะไปยื่นขอบัตรประจำตัวคนพิการเพื่อให้เกิดความรวดเร้วยิ่งขึ้น

“วันจันทร์ ถึงศุกร์ คุณหมอ จะตรวจคนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ คุณหมอถึงจะมาช่วย นอกจากนี้คุณหมอ ยังได้ไปช่วยผมในการทำงานจิตอาสาที่ศูนย์ฝึกงานไม้ศิษย์เอกศาลายา พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อทำโต๊ะเก้าอี้แจกให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนโต๊ะเก้าอี้ให้กับเด็กได้นั่รเรียนหนังสือ โดยผมจะทำหน้าที่ช่างเชื่อม ซึ่งคุณหมอก็จะไปช่วยผมตรงนั้นด้วย เนื่องจากตอนนี้เราจะต้องทำโต๊ะนักเรียนให้กับโรงเรียนถิ่นทุรกันดารโครงการภาคเหนือครั้งต่อไปอีกจำนวน 100 ชุด”

เตือนเพื่อนแท๊กซี่”อย่าเอาเปรียผู้โดยสาร”

“สุวรรณฉัตร พรหมชาติ” กล่าวว่า ที่ตนมาทำงานจิตอาสาเพื่อแบ่งปันน้ำใจให้ต่อกัน ไม่ว่าอาชีพไหนก็สามารถทำความดีได้ โดยไม่ต้องรอให้รวยก่อน เวลาทำก็เกิดความสุขขึ้นมาทำให้ชีวิตมีค่าต่อสังคม และแผ่นดิน ตนทำอาชีพขับรถแท็กซี่ก็จะต้องมีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ คือ ไม่เอาเปรียบผู้โดยสาร ช่วยรายงานการจราจร ช่วยเหลือสังคมร่วมกับสถานีจราจรเพื่อสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการราชดำริเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะคติของคนขับรถแท็กซี่ ตนถือว่าเป็นจิตที่ช่วยเหลือสังคมและทำมาโดยตลอด ทำแล้วเลิกไม่ได้ เพราะผู้ป่วยบางคนพูดไม่ได้ เห็นน้ำตาเขาไหล มองแล้วเห็นได้ว่าเขาขอบคุณ และมีความหวัง

“เมื่อก่อนผมขับรถแท็กซี่เพื่อทำมาหากินและช่วยเหลือคนอื่นบ้างบางโอกาส แต่พอมีคนป่วยมากขึ้น ตอนนั้นใจเรามาทางนี้แล้ว จึงไม่สนใจว่าขาดทุนหรือกำไร มันมองข้ามไปหมดเลย กลัวเพียงแต่เขาไม่มีกินและไม่พอใช้ แต่ถ้าคนที่เราไปช่วย แล้วมีฐานะมีจิตใจอยากจะช่วยเผื่อแผ่ให้คนอื่น เราก็รับมาของในส่วนนั้นมาเพื่อไปต่อบุญให้คนอื่นต่อ”

นายสุวรรณฉัตร เปิดเผยต่ออีกว่า ขณะนี้ตนไม่ได้ทำเพียงแค่ รับ-ส่ง ผู้ป่วยเท่านั้น แต่ทำมากกว่าการ รับ-ส่งแล้ว มองว่าผู้ป่วยที่ทำประกันสังคม พิการ นอนติดเตียง มาหลายปี บางรายลูกชายนอนติดเตียงมาหลายปี แม่อายุกว่า 80 ปี ต้องคอยพาลูกไปหาหมอ และยังต้องจ่ายประกันสังคม แทนที่ประกันสังคมต้องมาดูแลเขาตลอดชีวิต  ส่วนอีกคนที่ตนพบคือ เขาเคยจ่ายประกันสังคมเดือนละ 700 บาท ทุกเดือน เมื่อนอนเตียงเขาก็ได้เงินเดือนละ 7,500 บาท ทั้งนี้ คนที่ทำประกันสังคมไม่รู้ตรงนี้ รู้เพียงแต่ว่าเวลาเจ็บป่วยเท่านั้น ที่ประกันสังคมช่วยจ่าย แต่พอมาป่วยนอนติดเตียงสิทธิ์ที่พึงจะได้หรือถูกคุ้มครองตามกฎหมายกลับหายไป แต่กลับมีคำถามออกมาว่า ขึ้นอยู่กับญาติอยากได้หรือไม่ ทำไมไม่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขาเลย

เตือนทุกคนเป็นคนดี “ขรก.ก็อย่าทุจริต”

“เหมือนกฎหมายบังคับว่าให้เขาต้องทำประกันสังคม แต่เวลานอนติดเตียงก็ไม่ได้เข้ามาดูแลตรงนี้ กลายเป็นว่าบางคนส่งเงินค่าประกันสังคมมาตามอายุการทำงานมา 10-20 ปี พอผมไปกระตือรือร้นให้ลูกหลานเขาให้รู้ถึงสิทธิ์ต่างๆตอนนี้ผมช่วยเรื่อง รับ-ส่ง ไปโรงพยาบาล แต่ตอนหลังมามี ภรรยาเป็นแพทย์ก็จะมาช่วยรับรองความพิการของผู้ป่วย เพื่อที่จะยื่นขอเบี้ยเลี้ยงชีพ หรือสามารถทำบัตรทองผู้พิการรักษาฟรีทั่วประเทศ บางรายเงินติดอยู่ในบัญชีเงินฝาก 1-2 หมื่นบาท หรือมากกว่านั้น ไม่สามารถที่จะนำออกมาใช้ได้ เพราะคนป่วยมีแต่สมุดบัญชี หากไม่ใช้เจ้าตัวไปดำเนินการเองก็ไม่สามารถถอนเงินได้ ต้องใช้อำนาจศาลเท่านั้น ผมจึงนำคนป่วยที่นอนติดเตียงขึ้นธนาคารให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือ และให้เขารู้ว่าเขากำลังป่วยอยู่ ต้องให้เขาถอนเงินได้ เพื่อให้เขา และครอบครัว ได้กินได้ใช้”

“ผมอยากเห็นคนทำความดี เพราะความดีสามารถทำได้ตามสายอาชีพของตนเอง โดยไม่ต้องรอให้รวยก่อน อาทิ เป็นนักเรียนก็ตั้งใจเรียน ข้าราชการก็อย่าทุจริต คอร์รัปชัน เบียดบังเงินภาษี บริการเหมือนญาติคนหนึ่ง ขับวินมอเตอร์ไซค์ก็ขับอย่างระวัง ผู้โดยสารจะได้ปลอดภัย ส่วนแม่ค้าขายของกินต้องล้างผัก เนื้อสดให้สะอาดก่อนนำมาทำอาหาร ไม่ใช่ทำค้างคืนไว้ทำคนกินเข้าไปท้องเสียได้ เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถทำความดีได้ ไม่ได้ไกลเกินกว่าที่จะต้องไขว่คว้าในการทำความดี แต่เราดำเนินชีวิตประจำวันของเราไปด้วย ทำความดีไปด้วยได้”สุวรรณฉัตร พรหมชาติ กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะร่วมทำบุญในการช่วยเหลือค่าน้ำมันหรือช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ป่วยที่ต้องการใช้บริการก็สามารถโทร.สอบถาม สุวรรณฉัตร พรหมชาติ แท๊กซี่จิตอาสาได้ที่เบอร์โทรศัพท์  08 7331 5421  หมายเลขทะเบียนรถ 1 มก. 9977 หรือหากต้องการโอนเงินเข้าบัญชีก็สามารถโอนได้ ชื่อบัญชี นายสุวรรณฉัตร พรหมชาติ เลขบุญชี 264-247883-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ เงินฝากออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 2 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มหาสารคาม’เมืองรองสุดcool อุดมมนต์เสน่ห์พื้นถิ่นยิ่งเที่ยวยิ่งหลงรัก

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331508

‘มหาสารคาม’เมืองรองสุดcool  อุดมมนต์เสน่ห์พื้นถิ่นยิ่งเที่ยวยิ่งหลงรัก

‘มหาสารคาม’เมืองรองสุดcool อุดมมนต์เสน่ห์พื้นถิ่นยิ่งเที่ยวยิ่งหลงรัก

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมืองมหาสารคาม หรือ ตักศิลา แดนดินถิ่นอีสานที่อุดมไปด้วยแหล่งเพิ่มพูนความรู้หลายแห่ง เมืองใหญ่ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าจะมีของดีซ่อนอยู่มาก เพียงก้าวแรกก็สามารถทำให้คุณประทับใจได้จากการต้อนรับด้วยไมตรีจิตจากพี่น้องชาวมหาสารคาม อีกทั้งจังหวัดนี้ยังแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์พื้นถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวแบบคูลๆ รอให้ผู้คนได้มาสัมผัส ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีมานานหลายสิบปี

โดยการเดินทางไปยังจังหวัดมหาสารคามเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ในครั้งนี้ เริ่มต้นกันด้วยการไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กันที่ องค์พระธาตุนาดูน อ.นาดูน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุมากกว่า 1,300 ปี องค์พระธาตุสูงตระหง่านโดดเด่น รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณให้ความร่มรื่นทั่วบริเวณ โดยความเป็นมาพื้นที่เดิมแห่งนี้เคยเป็นที่นา เมื่อปี พ.ศ.2522 นายทองดีเจ้าของนา ได้ขุดเจอพระพิมดินเผาจำนวนกว่า 17 ชิ้น และได้นำไปมอบให้พิพิธภัณฑ์ เมื่อชาวบ้านทราบข่าวจะได้ไปขุดหากันบ้าง พอขุดไปได้ 6 เมตร ก็เจอลานอิฐแดง เจอสถูปซึ่งส่วนตรงกลางพบพระอบที่บรรจุพระอังคารไว้อยู่ เมื่อนำไปให้กรมศิลปากรตรวจพิสูจน์พบว่าเป็นพระบรมสารีริธาตุ จึงได้นำไปไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอนาดูนและได้มีการจัดงานนมัสการสรงน้ำพระบรมสารีริธาตุ ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2528 รัฐได้จัดสรรงบประมาณมาจัดสร้างพระบรมสารีริกธาตุ บนเนื้อที่ 902 ไร่ ก่อสร้างเสร็จปี พ.ศ.2530 และได้อันเชิญพระธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ พระธาตุแห่งนี้ หลังจากนั้นก็จัดงานนมัสการในช่วงวันมาฆบูชา ซึ่งจัดมาถึงปัจจุบันนี้ อีกทั้งพระธาตุแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีการเรียกขานกันว่า พุทธมณฑลอีสาน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

นอกจากนี้ตามความเชื่อของชาวบ้าน เชื่อว่าพระธาตุแต่ละทิศนั้น สามารถไหว้ขอพรให้ประสิทธิผลได้ต่างกัน โดยทางด้านทิศด้านเหนือนั้นไหว้ขอพรเรื่องการงาน ทิศตะวันออกไหว้ขอพรเรื่องสุขภาพ ทิศตะวันตกไหว้ขอพรเรื่อง ครอบครัวความรัก  และทิศใต้ไหว้ขอพรเรื่องโชคลาภ ซึ่งเมื่อสมปรารถนาก็จะนำดอกไม้ 9 ช่อ ผลไม้ 9 อย่าง หรือฆ้องขนาดต่างๆ มาถวายด้วย

สถานที่ต่อไปเรายังอยู่กับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยไปชมความงามของ “ฮูปแต้ม” หรือจิตรกรรมฝาผนังอายุนับ 100 ปี วาดด้วยสีฝุ่นผสมยางไม้ วรรณะสีเย็น ปรากฏเป็นเรื่องราวสวยงามอยู่บนฝาผนัง สิมวัดโพธาราม หมู่บ้านดง ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน โดยภาพวาดโดยรอบทั้งด้านนอกและด้านในบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวพุทธประวัติ พระเวสสันดรชาดก สังข์ศิลป์ชัย ผสมผสานกับวิถีชุมชนในสมัยนั้น และมีอักษร “ตัวธรรม” ซึ่งเป็นตัวอักษรภาษาลาว เขียนอธิบายภาพเอาไว้ด้วย ซึ่งศิลปกรรมทั้งหมดนี้เป็นผลงานอันวิจิตรที่รังสรรขึ้นโดยฝีมือชาวบ้านดงบัง

สำหรับความเป็นมาของ สิมวัดโพธาราม คำว่า สิม เป็นภาษาอีสานแปลว่า พระอุโบสถ สร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ.2541 ลักษณะแบบท้องถิ่น อยู่ในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานยกสูง มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ทางขึ้นประดับปูนปั้นรูปพญานาค ที่ปั้นโดยช่างญวณ ตามคำบอกเล่า ตรงกลางของอุโบสถ หรือที่เรียกว่า สะดือสิม มีของมงคลของขลังต่างๆ ฝังไว้ในตอนสร้างอีกด้วย แต่เดิมสิมใช้เพื่อกิจกรรมทางสงฆ์ สวดมนต์ ทำพิธีอันศักดิ์สิทธ์ต่างๆ ซึ่งในสมัยนั้นจะห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในตัวอุโบสถโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเชื่อว่าจากทำให้ความศักดิ์สิทธิ์เสื่อมลง ส่วนในปัจจุบันอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามภายในสิมได้ แต่ยังคงห้ามสุภาพสตรีไม่ให้เข้าไปด้านใน สามารถชมความงามได้จากภายนอกเท่านั้น ส่วนบริเวณโดยรอบยังมี หอแจก ศิลปะญวน ที่ใช้ในกิจกรรมสำคัญในการทำบุญของชาวบ้าน เป็นโรงทาน ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นหอแจกหนึ่งเดียวในจังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ ฮูปแต้ม ศิลปะโบราณอันงดงามนี้ไม่มีแค่เพียงแห่งเดียว ห่างออกไปอีกหนึ่งกิโลเมตรจะพบกับ สิมวัดป่าเรไร ตั้งอยู่ที่บ้านหนองพอก ตำบลดงบัง สิมแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2454 โดยรอบประดับไปด้วย ฮูปแต้ม เรื่องราวรามเกียรติ์ พระมาลัย พระเวสสันดรชาดก วาดโดยช่างท้องถิ่นคนเดียวกัน ซึ่งศิลปกรรมทั้งสองแห่งนี้ล้วนมีความวิจิตรและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควรแค่แก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้ลูกหลานได้เรียนรู้และสืบทอดไปยังรุ่นต่อไป

หลังจากที่เต็มอิ่มกับเรื่องราวความเป็นมาในอดีตกันไปแล้ว ก็ถึงเวลาไปสัมผัสวิถีพื้นบ้านและงานศิลปะสุดเจ๋งจากฝีมือคนรุ่นใหม่กันบ้าง โดยเราได้เดินทางไปต่อกันที่ คันแทนาเธียเตอร์ หรือโรงละครโฮม ทองศรี อุปถัมภ์ บ้านหนองใต้ ต.นาดูน อ.นาดูน ก้าวแรกเมื่อไปถึงก็ทำเอาผู้เขียนประทับใจเสียแล้ว เมื่อชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกรักมาคล้องคอให้การต้อนรับอย่างความอบอุ่น ก่อนที่จะพาคณะเข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อไม้ข้อมือรับขวัญตามประเพณท้องถิ่นโดยพ่อใหญ่แม่ใหญ่ของหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อเสร็จพิธีก็ถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี มื้อนี้เราล้อมวงทานขันโตกแบบอีสาน จกข้าวเหนียวทานคู่กับเมนูแซ่บนัว อาทิ ยำไข่มดแดง ต้มยำไก่บ้าน ต้มซุปหน่อไม้ ไก่ทอด น้ำพริก ที่ทำเอาอิ่มท้องชวนหนังตาหย่อนสุดๆ แต่ถึงแม้จะง่วงแค่ไหนก็ต้องอดใจไว้ก่อนเพราะยังมีกิจกรรมรออยู่อีกเพียบ

ไม่รอช้ามาถึงถิ่นหมอลำหุ่นกระติ๊บ คณะเด็กเทวดา ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยทั้งที จะไม่ชมการแสดงก็เห็นจะมาไม่ถึงที่ ซึ่งในวันนี้เราจะได้ชมหมอลำหุ่นกระติ๊บกันในละครเรื่อง องคุลีมาล ละครที่เนื้อหาสนุกและยังแฝงไว้ด้วยคำสอนเรื่องบาปบุญ ดำเนินเรื่องไปพร้อมเสียงแคนและคำร้องภาษาอีสาน ทำการแสดงโดยเยาวชนภายในชุมชน โดยมีนายปรีชา การุณ หรือครูเซียง เป็นผู้ฝึกสอน และลูกศิษย์ก็ได้ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นมานานกว่า 10 ปี ซึ่งตลอดการแสดงเราจะสัมผัสได้ถึงมนเสน่ห์และภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่หาชมได้ยาก ถือเป็นอีกหนึ่ง UNSEEN ที่อยากให้ทุกคนได้มาชมกัน (คลิกเพื่อชมคลิปหมอลำหุ่นกระติ๊บ)

เมื่อชมการแสดงหมอลำหุ่นกระติ๊บจบแล้ว ก็ลองมาทำหุ่นกระติ๊บเป็นของตัวเองกันบ้าง โดยใช้วัสดุจากกระติ๊บข้าวเหนียว ไม้ไผ่ ขี้เลื่อย และผ้าขาวม้า ซึ่งวิธีการประดิษฐ์นั้นไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ต้องค่อยๆ บรรจงลงมือทำแต่ละขั้นตอนอย่างใจเย็น ตั้งแต่การต่อตัวหุ่น ปั้นหน้า ไปจนถึงการแต่งตัวให้กับหุ่น ซึ่งกว่าจะสำเร็จเสร็จเป็นชิ้นผลงานก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านี้ ในพื้นที่นาใกล้เคียงกับโรงละครนั้น มีหุ่นฟางยักษ์เกือบ 20 ตัว จากเทศกาลหุ่นฟางยักษ์ ที่จัดการประกวดขึ้นเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งตระหง่านรอให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูป ชมความงาม ความอลังการของหุ่น โดยหุ่นฟางเหล่านี้เป็นฝีมือของเยาวชนและประชาชนทั่วไป รวมไปถึงชาวชุมชนที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา

ก่อนที่จะไปสถานที่ต่อไป ขอคั่นการเดินทางด้วยการแวะจิบกาแฟที่ราคาแพงที่สุดในโลกก่อน โดยเราได้เดินทางไปยัง ฟาร์มช้างทองคำ ต.นาข่า อ.วาปีปทุม สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีพี่ช้างให้ชมและถ่ายรูประหว่างลิ้มรสกาแฟขี้ช้าง แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ใช่คอกาแฟ แต่เมื่อได้ดื่มก็สามารถสัมผัสถึงความแตกต่างของรสชาติได้อย่างชัดเจน กาแฟขี้ช้างมีกลิ่นหอมละมุน มีรสขมรสเปรี้ยวน้อยกว่ากาแฟชนิดอื่นๆ และดื่มง่าย ส่วนราคาที่ว่าแรงและแพงที่สุดในโลกนั้น มีราคาแก้วละ 1,000 กว่าบาท หรือกิโลกรัมละ 40,000 บาท แน่นอนว่าราคาระดับนี้คงทำให้หลายคนถึงกับตกตะลึง แต่หากรู้ถึงปัจจัยและกระบวนการผลิตแล้วอาจทำให้คุณอยากลองชิมดูสักครั้ง

กาแฟขี้ช้างผลิตเพียงปีละ 1 ครั้ง ในช่วงฤดูกาลที่เมล็ดกาแฟพันธ์อาราบิก้าที่เลือกใช้จะสุกแดง โดยจะนำมาให้ช้างกินเพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์ของอาหารต่อวัน หรือไม่เกิน 30-50 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน ผลผลิตที่ได้หากช้างกินเมล็ดกาแฟไป 100  กิโลกรัม เมื่อช้างขับถ่ายออกมาจะได้เมล็ดกาแฟ 3 กิโลกรัมเท่านั้น จากนั้นก็นำไปคัดแยกเมล็กเพื่อเข้าสู่ขบวนการผลิตตามขั้นตอนต่อไป โดยใช้เวลาในการผลิตทั้งหมดกว่า 2 ปี จึงจะสามารถนำชงทานได้ และด้วยความแปลกความแรร์นี้เอง ทำให้ถูกใจตลาดต่างชาติไม่น้อย มีความต้องการสั่งซื้อสูง จนผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เมื่อพูดกาแฟกันไปแล้ว สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ แหล่งกำเนิดกาแฟขี้ช้าง สำหรับฟาร์มช้างทองคำ เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ตั้งมานานกว่า 9 ปี เพื่อช่วยเหลือช้างเร่ร่อน ถูกทารุณกรรมหรือถูกทอดทิ้งจากสถานที่ต่างๆ มาดูแล ปัจจุบันมีช้างทั้งหมด 9 ตัว และมีแผนที่จะรับช้างมาดูแลเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ช่วงแรกที่ตั้งศูนย์ขึ้นมาจะใช้การระดมทุน-การบริจาคเพื่อนำเงินมาเลี้ยงช้าง ต่อมานายธนบดี พรหมสุข ประธานกรรมการ บริษัท ช้างทองคำ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เห็นช่องทางในการสร้างรายได้เพื่อดูแลช้าง จึงได้หันมาศึกษากาแฟขี้ช้างที่มีจุดเริ่มต้นมาจากจังหวัดเชียงราย โดยเจ้าตัวใช้เวลาลองผิดลองถูกด้วยตนเองนานกว่า 2 ปี เพื่อขจัดปัญหาเรื่องกลิ่น กระทั่งค้นพบสมุนไพรที่ช้างสามารถกินได้และยังดีต่อสุขภาพ สามารถแก้ปัญหาเรื่องท้องผูกท้องเสียและทำให้มูลมีกลิ่นได้ จึงเริ่มทำการผลิตอย่างจริงจัง โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำมาเป็นทุนทรัพย์ สำหรับช่วยเหลือช้างทั้งระบบ ถึงแม้กาแฟขี้ช้างไม่มีเพียงที่นี่ที่เดียว แต่สิ่งที่ทำให้ฟาร์มช้างแห่งนี้ น่ามาเยือนคือ จิตสำนึกดีที่มีต่อเพื่อนร่วมโลก ความเมตตาต่อสัตว์ที่นับวันยิ่งลดน้อยลงและหาได้ยากในมนุษย์บางกลุ่ม

เมื่อพูดถึงพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เชื่อว่าภาพจำหลายคนคงนึกถึงความแห้งแล้ง แต่ในภาพจำเหล่านี้ยังมีแหล่งโอเอซิสซ่อนอยู่จำนวนไม่น้อย เช่นเดียวกับที่ สะพานไม้แกดำ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่จะพาคุณไปยินเสียงนกร้อง สูดกลิ่นสดชื่น รับลมเย็นที่พัดผ่านตัว และได้ไปสัมผัสวิถีชุมชนบ้านหัวขัว โดยสะพานแห่งนี้มีอายุราว 100 ปี ทอดตัวยาวกว่า 1 กิโลเมตร จากวัดดาวดึงษ์แกดำ ไปยังหมู่บ้านหัวขัว เพื่อให้ชาวบ้านใช้เดินทางไปมาหาสู่กัน โดยฝั่งวัดจะเป็นบึงบัว มีต้นกกขึ้นเขียวชอุ่มเป็นแนวยาว เมื่อเดินไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะเป็นพบกับผืนน้ำกว้างใหญ่ ใสสะท้อนกับแสงแดดเป็นประกาย โดยบริเวณนี้เป็นอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ มีพื้นที่ 830 ไร่ ความจุ 1,800,000 ลูกบาศเมตร เป็นแหล่งเก็บน้ำสำคัญให้คนในพื้นที่ได้ใช้สอยเพื่อการเกษตร เก็บผักจับกุ้งจับปลามาทำเป็นอาหารได้ ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันคือ ห้ามใช้ไฟฟ้าชอตและแหอวนลาก แลด้วยความความสมบูรณ์ของแอ่งน้ำนี้เองจึงมีนกเป็ดน้ำมาลอยตัวเล่นน้ำหาอาหารฝูงใหญ่ ทำให้เราเดินชมธรรมชาติเพลินตลอดเส้นทาง

เมื่อเดินไปสุดสะพานหมู่บ้านหัวขัวก็พบกับเหล่าแม่ใหญ่จากหมู่บ้านหัวขัวที่มาตั้งขบวน เซิ้งกระโจม หรือ จ่ายกาพย์เซิ้ง ให้การต้อนรับคณะ สำหรับการแสดงดังกล่าวเดิมมีขึ้นเพื่อขอฝนในประเพณีบุญบั้งไฟเดือนหก โดยการรำจะมีท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่พร้อมเพรียง ประกอบเสียงร้องกลอนรำที่แต่งขึ้นมาจากวิถีชีวิตและเสียงกล้องใหญ่ให้จังหวะ ส่วนชุดเซิ้งเหล่าแม่ใหญ่ก็ทำขึ้นมาด้วยตนเอง ตั้งแต่ทอผ้า ตัดชุด และทำกระโจม หรือ หมวก  เครื่องประดับสำคัญสำหรับเซิ้งชุดนี้ ถือเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก

ก่อนที่จะโบกมือลาเมืองมหาสารคาม สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือของฝาก ที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือไปให้ครอบครัวคนสนิทมิตรสหายเจ้านายกันสะหน่อย แต่ก่อนที่เราจะช็อปปิ้งกันนั้น เราได้เดินทางไปยัง ชุมชนบ้านแพง ต.แพง อ.โกสุมพิสัย เพื่อไปชมแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์กันเสียก่อน สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ประชาชนมีอาชีพหลักคือการทำนาปี มีอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ดีกว่า คือการปลูกและแปรรูปต้นกกให้กลายผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เสื่อ กล่องพาชนะต่างๆ กระเป๋าดีไซน์เก๋ ที่โดนใจคนทุกรุ่นทุกวัยและยังถูกใจชาวต่างชาติอย่างมากอีกด้วย

โดยกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นนั้น คนในชุมชนเริ่มต้นทำด้วยตนเองตั้งแต่ปลูกต้นกกในแปรงนา เมื่ออายุกกได้ประมาณ 2-4 เดือน ต้นกกจะออกดอก ซึ่งเป็นระยะที่มีความเหนียวจึงเริ่มตัดกกได้ โดยใช้เคียวตัดบริเวณโคนต้น เพื่อให้กกแตกหน่อขึ้นมาใหม่  ในระยะเวลา 2 เดือน กกจะโตและสามารถตัดได้อีก โดยจะตัดได้มากปีละ 3 ครั้ง ส่วนระยะเวลาในการตัด 1 แปลง คือ 20 วัน – ครึ่งเดือน ถ้าปล่อยไว้นานกกจะแห้งไม่สวย หลังจากนั้น ก็นำไปสอยและตากแห้งประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อฆ่าเชื้อรา และเตรียมนำส่งขายต่อไป ซึ่งหมู่บ้านนี้จะแบ่งเป็นกลุ่มมีผู้ปลูกต้นกก 30 เปอร์เซ็นต์ จะทำการปลูก ตัด และตากแห้งเท่านั้นไม่แปรรูป ส่วนกลุ่มแปรรูปอีก 30 เปอร์เซ็นต์ จะซื้อเส้นกกจากอีกกลุ่มมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และส่งขาย เป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่สร้างอาชีพให้ทุกคนในชุมชนได้ เมื่อเราได้ชมหมู่บ้านกกจนทั่วแล้ว ก็ย้อนกลับมายังศูนย์ขาย เพื่อเลือกซื้อของที่หมายตากันไว้ตามความต้องการ ถือเป็นการจบทริปอย่างสมบูรณ์

สำหรับการมาเยือนมหาสารคามในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับรายการหลงรักยิ้ม ที่ทำให้ผู้เขียนได้มีโอกาสมาเปิดโลกเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้ชมความงามของเมืองรองที่มีความคูลไม่แพ้เมืองหลัก ซึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมืองไทยมีของดีอยู่มากมาย ยิ่งเที่ยวยิ่งหลงรัก.

พระธาตุนาดูน

พระธาตุนาดูน

ฮูปแต้ม สิมวัดโพธาราม

ฮูปแต้ม สิมวัดโพธาราม
พระประธาน ด้านในสิมวัดโพธาราม

พระประธาน ด้านในสิมวัดโพธาราม

หอแจก วัดโพธาราม

หอแจก วัดโพธาราม
 สิมวัดป่าเรไร

สิมวัดป่าเรไร
โดยรอบ สิมวัดป่าเรไร

โดยรอบ สิมวัดป่าเรไร

ฮูปแต้ม รามเกียรติ์ ณ วัดป่าเรไร

ฮูปแต้ม รามเกียรติ์ ณ วัดป่าเรไร

อาหารอีสานแซ่บนัว

อาหารอีสานแซ่บนัว

หมอลำหุ่นกระติ๊บ คณะเด็กเทวดา

หมอลำหุ่นกระติ๊บ คณะเด็กเทวดา
การแสดงเรื่อง องคุลีมาล

การแสดงเรื่อง องคุลีมาล

“บุญเพิ่ม” หุ่นกระติ๊บที่ผู้เขียนลงมือประดิษฐ์ด้วยตนเอง

พ่อใหญ่แสนใจดี ผู้สอนให้คณะได้ลองทำหุ่นกระติ๊บ

พ่อใหญ่แสนใจดี ผู้สอนให้คณะได้ลองทำหุ่นกระติ๊บ
แขนของหุ่นกระติ๊บที่ทำจากไม้ไผ่

แขนของหุ่นกระติ๊บที่ทำจากไม้ไผ่

หุ่นฟางยักษ์ สิงโต

หุ่นฟางยักษ์ สิงโต

ฟาร์มช้างทองคำ ด้านในจะเป็นโรงเลี้ยงช้าง ช่วงเย็นคนดูแลจะพาช้างออกมาด้านนอก

ฟาร์มช้างทองคำ ด้านในจะเป็นโรงเลี้ยงช้าง ช่วงเย็นคนดูแลจะพาช้างออกมาด้านนอก

ช้างเผือก ของฟาร์มช้างทองคำ

ช้างเผือก ของฟาร์มช้างทองคำ
กาแฟขี้ช้างหอมละมุน

กาแฟขี้ช้างหอมละมุน

ด้านหน้าของฟาร์มช้างทองคำ จะเป็นร้านกาแฟให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มชิมรส

ด้านหน้าของฟาร์มช้างทองคำ จะเป็นร้านกาแฟให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มชิมรส

สะพานไม้แกดำ

สะพานไม้แกดำ

เซิ้งกระโจม จากแม่ใหญ่ในหมู่บ้าน

เซิ้งกระโจม จากแม่ใหญ่ในหมู่บ้าน

เครื่องแต่งกายที่แม่ใหญ่ทำด้วยตนเอง

เครื่องแต่งกายที่แม่ใหญ่ทำด้วยตนเอง
ดอกต้นกก

ดอกต้นกก
สาธิตการเกี่ยวต้นกก

สาธิตการเกี่ยวต้นกก

ชาวบ้านทอเสื่อกก

ชาวบ้านทอเสื่อกก

ลอมข้าวพัน ณ วัดชัยประสิทธิ์   ด้านในมีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าวิถีชีวิตชาวบ้าน และการแปรรูปกก

ลอมข้าวพัน ณ วัดชัยประสิทธิ์ ด้านในมีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าวิถีชีวิตชาวบ้าน และการแปรรูปกก

ผลิตภัณฑ์ต้นกก จากฝีมือของชาวบ้าน

ผลิตภัณฑ์ต้นกก จากฝีมือของชาวบ้าน

กระเป๋าทรงเก๋ ที่สะพายได้ทุกวัยแถมดูเท่อีกด้วย

กระเป๋าทรงเก๋ ที่สะพายได้ทุกวัยแถมดูเท่อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“เสี่ยตือ”พาครอบครัวเที่ยว หลงเสน่ห์ ชมซากุระในสวน/“ปลัดหนิง”เผยเคล็ด“ปากแดง”

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331446

“เสี่ยตือ”พาครอบครัวเที่ยว หลงเสน่ห์ ชมซากุระในสวน/“ปลัดหนิง”เผยเคล็ด“ปากแดง”

“เสี่ยตือ”พาครอบครัวเที่ยว หลงเสน่ห์ ชมซากุระในสวน/“ปลัดหนิง”เผยเคล็ด“ปากแดง”

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.

nn…เว้นว่างงานการเมือง ทำให้มีเวลาให้กับครอบครัวมากยิ่งขึ้น ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เสี่ยตือ- สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา พาครอบครัวพร้อมหน้า ทั้งลูกๆ หลานๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นเจ้าตัวบอกว่า “ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียว ที่ไม่เคยเบื่อไม่ว่าจะไปกี่ครั้ง ฤดูไหน เวลาใด ครั้งนี้ ก็เช่นกันมากับครอบครัวตรงกับฤดูใบไม้ผลิ มาช่วงจังหวะดีมากที่ซากุระ ดอกไม้ประจำชาติของชาวญี่ปุ่น กำลังแข่งขันกันเบ่งบาน ประชันความสวยงามท้าทายสายตาและยั่วยวนให้ผู้คนมาชื่นชม”…โดยไล่มาตั้งแต่..เกาะใต้คิวชู มา ชิโกกุ ฮอนชูฮอกไกโด..นอกจากความงามของธรรมชาติแล้ว..ผู้คนยังมีจิตใจงาม มีอาหารรสชาติอร่อย ถูกปากยิ่งนัก.. มีระบบการขนส่งมวลชน มีช่องทางให้เลือกมาก สะดวกรวดเร็ว สินค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ทันสมัย มีมาตรฐานสูงมาก ราคาไม่แพง..“แต่ละเมือง ต่างมีจุดแข็ง ที่ชวนสนใจทุกเมือง จึงทำให้ ผมไม่เคยเบื่อญี่ปุ่นเลย มันมีเสน่ห์จริงๆ ครับ”..แล้วเสี่ยตือ ยังเล่าอีกว่า ที่ญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงมีนาคม ถึงพฤษภาคม ดอกไม้จะผลิบานงดงามนัก ซากุระ จะเบ่งบานใน 3 เดือนนี้..โดยจะเริ่มเบ่งบานจากใต้ สู่เหนือ…ธรรมชาติของซากุระ ดอกจะเบ่งบานก่อนราว 1 สัปดาห์ แล้วกลีบดอกจะค่อยๆ ร่วงหล่นผลิใบขึ้นแทนที่..ดอกไม้ทั่วไปจะผลิใบก่อนแล้วค่อย ออกดอก..ช่วงซากุระเบ่งบาน คนญี่ปุ่น จะมีวัฒนธรรมชมซากุระในสวนสาธารณะ แต่ละครอบครัวที่อยู่ใกล้สวนซากุระ หรือ ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการ มาชื่นชมความงามของซากุระ ก็จะชักชวนสมาชิกในครอบครัว หรือ เพื่อนพ้องมานั่งในสวน โดยนำเสื่อหรือพลาสติกมาปูรองนั่ง นำอาหาร นำน้ำชา เครื่องดื่ม ของว่างแล้วล้อมวงนั่งดื่มกิน สนทนากันอย่างมีความสุข จนมืดค่ำจึงแยกย้ายกันเข้าบ้าน เป็นวิถีชีวิตที่งดงาม และมีความสุขยิ่งนัก..ผมและครอบครัวได้มีโอกาสไปที่สวน“ฮามามัสสึ”บนปราสาท ฮามามัสสึ เลยเก็บภาพที่แสนอบอุ่นมาฝากกันครับ.แต่ไม่ลืมแต่งกลอนมาฝากด้วย“ซากุระ วัฒนธรรม นำชมสวน ครอบครัวชวน เพื่อนพ้อง ทั้งน้องพี่ ล้อมวงดื่ม น้ำชา ร่วมพาที ประเพณี มีมา แต่ช้านาน”..สถานที่ใดๆ ที่งดงามหากเราได้ไปพร้อมกับคนที่ที่เรารักจักงดงามมาก เป็นทวีคูณและประทับใจมิรู้ลืม…nn

nn…นานๆ จะเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับ“ปลัดหนิง”พัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)สักที พอมี ก็เรียกเสียงฮากันลั่นห้องเลยทีเดียว ก็ในงาน“วันข้าราชการพลเรือน”ที่“นายกฯลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปกล่าวให้โอวาทกับบรรดาข้าราชการและมอบเกียรติบัตรเข็มเชิดชูเกียรติให้ข้าราชการดีเด่น มีข้าราชการเต็มห้อง พอขึ้นบนเวที มี“นายกฯลุงตู่”โดย ปลัด สปน.ต้องขึ้นไปรับสัญลักษณ์เพื่อจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน“วันข้าราชการพลเรือน”ในปีต่อไป อยู่ด้วย…ปรากฏว่ามีช่วงหนึ่งที่เรียกเสียงฮาหนักมากทั้งในห้องประชุม เนื่องจาก“นายกฯลุงตู่” หันไปเห็นหน้า“ปลัดหนิง”แล้วอมยิ้มพร้อมกับแซวว่า“วันนี้ปลัดฯแต่งหน้า แต่งตา ทาปากแดงเลยนะ”เล่นเอาซะ“ปลัดหนิง”ยิ้มเขินหนักเลย..พอได้เจอะเจอหน้า“ปลัดหนิง”กระจอกข่าว ก็ถามไถ่จนรู้ความจริงที่คนทั่วไปได้ฟังแล้วเป็นต้องอึ้งเลยทีเดียวว่า“ที่จริง สีปากที่แดงๆ ที่นายกฯแซวนั้น ไม่ใช่ลิปสติกแบรนด์เนมหรูหราอะไรเลย แต่เป็น“น้ำยาอุทัยทิพย์”ที่ใส่น้ำดื่มให้สดชื่นหัวใจนั่นแหละ แถมซื้อใน เซเว่นฯ อีกต่างหาก ราคาก็แสนจะถูก ไม่กี่บาท”…น่านงะ อึ้งงง งวยกันเลยอ่ะดิ..นี่แหละ“ปลัดหนิง”ปลัดสปน.ที่นอกจากจะเป็นกันเองกับทั้งลูกน้องและบรรดาสื่อมวลชนและคนที่รู้จัก ยังเป็นสมถะอีกต่างหาก…กดไลค์ให้รัวๆๆๆเลยจร้า…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

2 ล้อบนโลกเบี้ยว : Dark Side in Chicago, USA

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331519

2 ล้อบนโลกเบี้ยว : Dark Side in Chicago, USA

2 ล้อบนโลกเบี้ยว : Dark Side in Chicago, USA

วันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561, 23.27 น.

และแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ป้ายทะเบียนไทยคันหนึ่ง

ที่บึ่งออกจากประเทศไทย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

.

ข้ามดินแดนอันมากมายซับซ้อนเรื่องราวของทวีปเอเชีย

สู่เขตแดนของทวีปยุโรป

.

และ ถูกส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จาก ประเทศอังกฤษ

มายัง มหานครชิกคาโก สหรัฐอเมริกา

.

สู่อ้อมอกดินแดนแห่งเสรีภาพ และ เต็มไปด้วยความฝัน

มหานครชิกคาโก (Chicago)

.

เมืองใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศสหรัฐอเมริกา !

.
รองลงมาจาก มหานครนิวยอร์ก กับ ลอสแองเจอรีส

.

แต่ในปี 2016 ชิกคาโก้

กลับมีคดีอาชญากรรมสูงมากที่สุดในอเมริกา

.

มากกว่าเมืองใหญ่ที่สุดทั้ง 2 เมืองรวมกัน !!

.

ย่านชุมชนทางด้านตะวันตก และ ด้านใต้

จะมีทั้งชุมชนผิวสี ชุมชนชาวแม็กซิกัน และ ไชน่าทาวน์

.

มีกลุ่มแก๊งอันธพาล ค้ายา ขอทาน โสเภณี

มากมายในบริเวณนี้

.

เป็น Dark side ของที่นี่ !!

.

ต่างจากชุมชนที่อยู่อาศัยทางตอนเหนือโดยสิ้นเชิง !!

ทั้งที่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร !!

.

“เกิดเป็นรุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่ง”

หลายคนเตือน..ถิ่นคนดำ

.
มรึง อย่า ไป !!!

.

เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วย
อาชญากรรม โสเภณี และ ยา !! ”

.

มันเป็นคำพูดที่มักทำให้คนฟังเชื่อ….แล้วถอย !!

แต่กลับเป็นคำพูดที่กระตุ้นให้กรู…ยิ่งอยากเห็น !!

.

Dark-side in Chicago !!

 

ดังนั้นเมื่อมาถึงแล้ว ก็ขอให้มันเห็นจริง ๆ กะตาสักที

.

จึงร้องขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจของที่นี่
ขับรถพาไป !!

.

เพราะนิสัยชอบอยากดูเรื่องราวของเมืองต่าง ๆ

มากกว่ามาดูสถานที่ที่ถูกจัดวางเอาไว้

.
เพื่อรองรับการมาชมของนักท่องเที่ยวทั่วไป !

“การได้รู้ ได้เห็น แม้เพียงผิวเผิน

แต่ก็พออนุมานบรรยากาศของคดีอาชญากรรม”

.
ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากจริง ๆ

.

เราจะเห็นร้านค้าส่วนใหญ่ มีลูกกรงเหล็กดัดมิดชิด

ขึงปิดประตูหน้าต่างเต็มไปหมด

.

โดยเฉพาะย่านคนผิวสี !!

.

วัยรุ่นเกาะกลุ่มกันตามหัวมุมถนน
และ ในซอยแคบ ๆ

.

ฟังจากเพื่อนเล่า ว่าที่นี่มีกลุ่มแก๊งต่าง ๆ มากมาย

อย่างกับหนังฮอลลีวู้ดที่เราเคยดู

.

แต่มันต่างกันเพียงแค่ที่นี่เค้าใช้
กระสุนจริงเวลายิงกันเท่านั้น !!

.

อเมริกา…ฉายตัวเองให้เราดูซ้ำแล้วซ้ำอีก

แต่แปลกที่เราก็ชอบมัน !!

 

ชิกคาโก้, อเมริกา

.
เป็นเมืองแปลกแยก !!

.

เมืองด้านเหนือ และ ด้านตะวันออก

มีแต่ความยิ่งใหญ่สวยงาม มีความสมบูรณ์พร้อม

.
แต่เมืองด้านตะวันตก กับ ด้านใต้

กลับช่างมืดหม่น !!

………………………………..

ภาพคนจับกลุ่มเพื่อมีชีวิตอยู่
ตามสวนสาธารณะ ตามหน้าบ้าน ตามป้ายรถเมลล์

.

บางคนยืนรอเข้าแถว
เพื่อรอรับอาหารกลางวันบริจาค….รสเค็ม ๆ !!!

.

(เพื่อการท่องเที่ยวภาคสมบูรณ์
เลยลงไปเข้าแถวรอรับบริจาคร่วมกับเขาด้วยเช่นกัน )

.

ความหวัง ความฝัน ของคนที่นี่

อาจจะมีรูปแบบแตกต่างจากที่พวกเราเคยเห็น

.

แต่เมื่อมาสัมผัสแล้ว เชื่อเถอะว่า…มัน มี อยู่ !!

.

จากสิ่งที่เห็น….อยากยืนยันอยู่สิ่งหนึ่ง

.
ก็คือ

.

ความกดดัน ความรันทด แบบนี้แหละ

มันเลยทำให้งานศิลปะมากมาย

.

ทั้งแจ้ส บลูส์ และ ฮิปฮอป

ให้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ !!

………………………………..

ถ้ามีโอกาส ขอให้ท่านได้ไปเที่ยวเถิด

.

ถามว่าน่ากลัวมั้ย ?

: ก็ค่อนข้าง !!

.

แต่ถ้า……เชื่อ

.
และ เลือกที่จะเชื่อในเรื่องความงดงามในจิตใจมนุษย์

.

ชีวิตนี้…ที่ไหนก็ไปได้ !!

………………………………..

แต่สำหรับ ชิกคาโก้ ที่เห็นอยู่ตรงนี้…..ในช่วงเวลากลางคืน

.

ถ้าใครอยากไป

.

กรุณาไปกันเองเลยนะ…ผมไม่ค่อยมีเวลา

.

ไม่ต้องมาชวน !!

.

55555555555555555555

 

Shai Don King

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอเดียเจ๋ง!คนสุโขทัยเพิ่มมูลค่า‘เขียงไม้โชว์ศิลปะ’ วาดลวดลาย-เล่าเรื่องเมืองโบราณ (ชมคลิป)

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331516

ไอเดียเจ๋ง!คนสุโขทัยเพิ่มมูลค่า‘เขียงไม้โชว์ศิลปะ’ วาดลวดลาย-เล่าเรื่องเมืองโบราณ (ชมคลิป)

ไอเดียเจ๋ง!คนสุโขทัยเพิ่มมูลค่า‘เขียงไม้โชว์ศิลปะ’ วาดลวดลาย-เล่าเรื่องเมืองโบราณ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561, 22.03 น.

ไอเดียเจ๋ง!คนสุโขทัยเพิ่มมูลค่า‘เขียงไม้โชว์ศิลปะ’ วาดลวดลาย-เล่าเรื่องเมืองโบราณ (ชมคลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุโขทัย ว่า ที่หมู่ 5 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ชาวบ้านได้มีการรวมกลุ่มผลิตเขียงไม้มะขาม โชว์ศิลปะภาพวาดเรื่องเล่าในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน จนสามารถสร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

นายแดง ยศวิชัย ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า การรวมกลุ่มเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ เนื่องจากในหมู่บ้านมีการทำเขียงขายอยู่แล้ว แต่กว่าจะขายได้นั้นใช้เวลานาน และได้ราคาถูก จึงได้ร่วมกันคิดหาวิธีเพิ่มมูลค่าสินค้า ด้วยการให้ศิลปินท้องถิ่น คือ นายอุเทน ลำใย เป็นผู้วาดภาพเล่าเรื่องราวของเมืองโบราณบางขลัง รวมทั้งเรื่องน่าสนใจอื่นๆลงไปบนเขียงไม้

“จากเขียงธรรมดาราคา 20 บาท ก็ขายได้เพิ่มเป็น 120-199 บาท ส่วนตนเองก็ทำหน้าที่หาตลาดจำหน่าย แบ่งงานกันทำ จนสามารถสร้างรายได้เสริมแบบเป็นกอบเป็นกำ ในช่วงว่างเว้นจากอาชีพหลักทำเกษตร” นายแดง กล่าว

ส่วนนายอุทัย ไขแจ้ง คนทำหน้าที่ผลิตเขียงไม้มะขาม กล่าวว่า นอกจากทำเขียงไม้ขายแล้ว ก็ยังมีการต่อยอดสร้างงานชิ้นใหม่ด้วย เช่น ใช้เขียงไม้ทำเป็นป้ายมงคลแขวนผนังบ้าน รวมทั้งดัดแปลงเป็นชั้นวางของ และสร้างสรรค์ร่วมกับต้นลานอายุเกือบร้อยปี ทำเป็นตู้วางของได้หลากหลายอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตกใจหมดเลย! คิดว่าสาวคิดสั้นที่แท้ชุดไทยชาวบ้านนำไปแขวนแก้บนใต้ต้นก้ามปูยักษ์

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331510

ตกใจหมดเลย! คิดว่าสาวคิดสั้นที่แท้ชุดไทยชาวบ้านนำไปแขวนแก้บนใต้ต้นก้ามปูยักษ์

ตกใจหมดเลย! คิดว่าสาวคิดสั้นที่แท้ชุดไทยชาวบ้านนำไปแขวนแก้บนใต้ต้นก้ามปูยักษ์

วันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561, 21.21 น.

เมื่อเช้าวันนี้ (5 เม.ย.) ที่บนถนนเพชรเกษมช่วงระหว่างทับสะแก-ห้วยยาง ในพื้นที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่บริเวณเกาะกลางถนนฝั่งขาขึ้นประจวบคีรีขันธ์ มีผู้พบเห็นชุดไทยสีน้ำเงินครบชุดแขวนเด่นอยู่ที่บริเวณโคนต้นก้ามปูยักษ์ที่มีอายุร่วม 100 ปีทำให้หลายคนที่ขับรถผ่านไปเห็นเข้าถึงกับตกใจคิดว่ามีหญิงสาวคิดสิ้น

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียงบอกว่าสงสัยงวดวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาจะมีคนถูกหวยจึงได้เอาชุดไทยมาแขวนแก้บนไว้ ขณะที่คนขับรถผ่านเส้นทางนี้คนหนึ่งบอกว่า ตอนแรกตกใจเหมือนกันคิดว่ามีคนคิดสั้น แต่พอจอดรถลงมาดูปรากฎว่าเป็นชุดไทย ซึ่งไม่ทราบว่าใครนำมาแขวนไว้ สงสัยคงจะนำมาแก้บนอะไรสักอย่าง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

“หากใครขับรถผ่านไปมายามค่ำคืนก็คงจะตกใจแน่นอน และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูด้วย เนื่องจากเกรงว่าในยามค่ำคืนขณะที่คนขับรถผ่านไปเจอชุดไทยแขวนอยู่อย่างนี้อาจจะนึกว่าคนทำอะไรอยู่ หรืออาจคิดว่าคนกำลังจะข้ามถนนแล้วตกใจเบรกกระทันหันอาจจะทำให้เกิดอุบัติได้”


Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตักสิลามหาสงกรานต์’…แต่งไทยไปโลด ถนนข้าวเม่า บ่เมากะม่วนได้

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331502

‘ตักสิลามหาสงกรานต์’…แต่งไทยไปโลด ถนนข้าวเม่า บ่เมากะม่วนได้

‘ตักสิลามหาสงกรานต์’…แต่งไทยไปโลด ถนนข้าวเม่า บ่เมากะม่วนได้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.13 น.

‘ตักสิลามหาสงกรานต์’…แต่งไทยไปโลด ถนนข้าวเม่า บ่เมากะม่วนได้

“ประเพณีสงกรานต์” หรือวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย เป็นการต้อนรับศักราชใหม่ของคนไทยในสมัยก่อน สืบสานต่อเนื่องกันมายาวนานจนเป็นประเพณี

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ในสภาพปัจจุบันกาลเวลาเปลี่ยนไป คนในชนบทส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หรือไปทำงานไกลบ้าน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงได้เดินทางกลับบ้านกลับภูมิลำเนา มาพบครอบครัว พร้อมกับทำบุญ รดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

แต่ละพื้นที่ของประเทศ ล้วนจัดงาน “สงกรานต์” อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจังหวัด “มหาสารคาม” ก็เช่นกัน…

นายวิทยา มากปาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม  กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของภาคอีสาน หรือที่เรียกกันว่า “สะดืออีสาน” ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีการเดินทางกันมาก  ทำให้เกิดอุบัติเหตุทั้งทรัพย์สินเสียหาย และอาจถึงขั้นเสียชีวิต หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ดังนั้นจังหวัดมหาสารคาม จึงมีการรณรงค์ในการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน โดยปราศจากเครื่องดื่มมึนเมา เป็นในต้นแบบของ “ถนนตระกูลข้าว” ที่จัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย โดยไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งก็คือ “ถนนข้าวเม่า”

ปีนี้จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับเทศบาลเมืองมหาสารคาม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กลุ่มภาคีเครือข่ายในจังหวัดมหาสารคาม และภาคเอกชน จัดงาน “ตักสิลามหาสงกรานต์ ถนนข้าวเม่า ปลอดเหล้าปลอดภัย” ตอน “แต่งไทยไปโลด ถนนข้าวเม่า บ่เมากะม่วนได้” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2561 ณ บริเวณหอนาฬิกา และสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม

นอกจากนี้ยังได้มีการณรงค์ให้มีการแต่งกายด้วย “ผ้าไทย” ในช่วงวันสงกรานต์ การส่งเสริมให้มีกิจกรรมในครอบครัว เช่น การก่อเจดีย์ทราย การละเล่นแบบไทยหลากหลายชนิด เป็นต้น พร้อมจัดพื้นที่เล่นน้ำออกเป็น 2 โซน คือ “โซนหอนาฬิกา”  และ “โซนหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม” ซึ่งเป็นพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย และปลอดจากเครื่องดื่มมึนเมา

ด้านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า การจัดงานตักสิลามหาสงกรานต์ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แต่งไทยไปโลด ถนนข้าวเม่า  บ่เมากะม่วนได้” มีแนวคิดเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ให้คนรุ่นหลัง และสะท้อนถึงวิถีความเป็นอยู่ของชาวอีสาน รวมถึงมนต์เสน่ห์ของชาวมหาสารคาม

สำหรับกิจกรรมวันที่ 13 เมษายน ช่วงเช้า เวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ และมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สูงอายุทรงคุณค่า เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ

ส่วนช่วงบ่าย เวลา 14.00 น. พิธีบวงสรวงเทวดาขอขมาบูชาพระประจำเมือง ณ หอพระประธานกันทรวิชัย หน้าศาลากลางจังหวัด(หลังเก่า) ตามประเพณีของชาวอีสาน

จากนั้นเวลา 16.00 น. เคลื่อนขบวนอัญเชิญพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก ด้วยขบวนเครื่องสักการะ ขบวนฟ้อนรำ และขบวนสงกรานต์ จากหน้าวัดอภิสิทธิ์ มาตามถนนนครสวรรค์ จนถึงบริเวณหอนาฬิกา ให้ประชาชนได้สรงน้ำ สักการะ และเข้าสู่พิธีเปิดงานตักสิลามหาสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ โดยในพิธีเปิดงานจะมี “ข้าวเม่าถาดยักษ์” แจกให้ชิมฟรีด้วย

สำหรับวันที่ 14 – 15 เมษายน เวลา 10.00 น. ในโอกาสที่ตรงกับวันครอบครัว คือ วันที่ 14 เมษายน มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ชาวมหาสารคามจำนวนมากจะมีโอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้ากับคนในครอบครัว เทศบาลเมืองมหาสารคาม จึงจัดกิจกรรมมุ่งเน้นการส่งเสริมความรักความสัมพันธ์ในครอบครัว และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย โดยมีกิจกรรมการประกวดก่อเจดีย์ทราย ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ธูป เทียน อย่างสวยงาม ที่บริเวณรอบหอพระประธานกันทรวิชัย

ส่วนช่วงบ่าย เวลา 14.00 น.ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ใน 2 พื้นที่ โดยเทศบาลฯบริการเติมน้ำให้เต็มถังฟรี พื้นที่แรกบริเวณ “ถนนข้าวเม่า” บริเวณหอนาฬิกาและถนนผดุงวิถี มีวงดนตรีสตริง และลูกทุ่งหมอลำจากเยาวชน รวมถึงซุ้มข้าวเม่าแลกน้ำเมาก่อนเข้าพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์

สำหรับพื้นที่เล่นน้ำจุดที่สอง อยู่ใกล้ๆกันที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม มีกิจกรรมสงกรานต์งานวัด ร่วมสนุกกับการละเล่นพื้นบ้าน งานรำวงย้อนยุค รำซิ่งเปลี่ยนคู่ เต้นบาสโลบ การแข่งขันกีฬาพื้นเมือง เช่น วิ่งกะลา มอญซ่อนผ้า ตีลูกล้อ แย้ลงรู นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเยาวชนสร้างสรรค์ “มันส์ไม่เมา” จาก สสส. และการประกวดมะม่วงน้ำปลาหวาน ซึ่งให้ชิมฟรีตลอดงานด้วย

จังหวัดมหาสารคามจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน  เดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์  ในงาน  “ตักสิลามหาสงกรานต์  ถนนข้าวเม่า  ปลอดเหล้าปลอดภัย”  ตอน  “แต่งไทยไปโลด  ถนนข้าวเม่า  บ่เมากะม่วนได้”  ในวันที่ 13-15 เมษายน 2561  ณ บริเวณถนนข้าวเม่า  วงเวียนหอนาฬิกา  และหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม

ยุทธนา โชติชูตระกูล/มหาสารคาม…รายงาน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตำรับ‘สมุนไพรไทย’แก้โรคอีดี เพิ่มพลังปึ๋งปั๋ง‘โล้สำเภา’

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331496

เปิดตำรับ‘สมุนไพรไทย’แก้โรคอีดี เพิ่มพลังปึ๋งปั๋ง‘โล้สำเภา’

เปิดตำรับ‘สมุนไพรไทย’แก้โรคอีดี เพิ่มพลังปึ๋งปั๋ง‘โล้สำเภา’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561, 19.47 น.

เปิดตำรับ‘สมุนไพรไทย’แก้โรคอีดี เพิ่มพลังปึ๋งปั๋ง‘โล้สำเภา’

“บุพเพสันนิวาส”…

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ถือเป็นละครที่กระแส “แรงที่สุด” ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นฉากไหน คำพูดไหนของตัวละครก็เป็นกระแสไปเสียหมด ล่าสุด “วลีเด็ด” จากละครเรื่องนี้อย่างคำว่า “โล้สำเภา” กำลังเป็นกระแสฮิตสุดๆในโลกโซเชียล ซึ่งเป็นฉากสำคัญของพระนาง คือ “ขุนเดช-แม่การะเกด”

“โล้สำเภา” ในความหมายของละคร คือ ฉาก “กุ๊กกิ๊ก” เข้าหอของคู่พระนางนั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วสมัยโบราณยุคปู่ย่าตาทวด เป็นสังคมเกษตรกรรม ต้องใช้เรี่ยวแรงในการทำไร่ไถนา และที่สำคัญต้องมีเรี่ยวมีแรง แข็งแรงในการให้กำเนิดลูกหลานเพื่อมาช่วยกิจการ และกิจกรรมในครัวเรือนด้วย ดังนั้นเมื่อศึกษา “ตำรายาไทย” สมัยก่อนจะเจอกลุ่มยาที่ช่วยในด้านบำรุงกำลังวังชา ระบุสรรพคุณในด้านเสริมสมรรถภาพท่านชายไว้เยอะมาก

ปัจจุบันมิติด้านของความสัมพันธ์ทางเพศกำลังถูกคุกคาม จากปัญหาด้านสุขภาพของผู้ชาย  2 ประการ คือ การมีบุตรยาก เนื่องจากจำนวนอสุจิลดลง และการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คู่สมรสประมาณร้อยละ 10 ถึง 15 ทั่วโลกประสบปัญหามีบุตรยาก และมีหลักฐานหลายประการบ่งชี้ว่าปัญหาการมีจำนวนอสุจิลดลงกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะเดียวกันอุบัติการณ์ของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ(erectile dysfunction) หรือโรคอีดี ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสภาพการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด สารมลพิษที่หลากหลาย ยาบางชนิด สารพิษในอาหาร และการขาดสารอาหารบางชนิด

แนวคิดของ “หมอพื้นบ้านไทย” เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ จะเน้นการดูแลธาตุในร่างกายให้เป็นปกติอย่างเป็นองค์รวม โดยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสม เน้นการรับประทานอาหารที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบกับการใช้ตำรับยาสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ สรรพคุณบำรุงเลือดลม ทำให้การไหลเวียนของเลือดและระบบย่อยอาหารดีขึ้น เมื่อสุขภาพโดยรวมดีขึ้น สมรรถภาพทางเพศก็จะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ พืชผักที่ใช้เป็นอาหารบำรุงสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายนั้น มีอยู่หลายกลุ่ม โดยตามการศึกษาของ “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ได้แก่

+ พืชผักที่มีกลิ่นฉุนรสร้อน เช่น หัวหอมแดง กระเทียม พริกไทย ขิง หน่อหรือดอกตระกูลขิง ข่า ใบแมงลัก สะตอ ขนุน ทุเรียน กุยฉ่าย กระถิน กระเฉด

+ พืชตระกูลมะเขือทุกชนิด เช่น มะเขือพวง มะแว้ง มะเขือเปราะ

+ พืชที่มีความมันชุ่มชื้น เช่น ผักปลัง งา แห้วหมู กระจับ แห้ว รากสามสิบ เนื้อผลตาล  เมล็ดหมามุ่ย เมล็ดมะขาม กล้วยหอม ผักบุ้ง เนื้อในของเมล็ดมะเดื่อ สมอพิเภก

+ พืชที่บำรุงทางเดินปัสสาวะ เช่น หนามกระสุน หญ้าขัด รางแดง โด่ไม่รู้ล้ม

ตัวอย่างตำรับยาบำรุงกำลัง

+ พริกไทย 7 เม็ด กระเทียม 3 กลีบกินดิบๆ พร้อมๆ กันทั้งสองอย่าง ทั้งพริกไทยและกระเทียม ไม่ต้องบดแต่ให้ใช้ปากเคี้ยวแต่ถ้าระคายปากนัก ท่านให้แกล้มด้วยกุ้งแห้งสัก 2-3 ตัว สรรพคุณท่านว่าเหลือจะคณนา ท่านให้กินเป็นประจำทุกเช้าและเย็น สัก 7 วัน แล้วจะเห็นผลทันตา

+ เมล็ดหมามุ่ยแก่จัด คั่วไฟอ่อนจนสุกดี ดูจากขั้วของเมล็ดจากสีขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม เสมอกันทั้งเมล็ด จากนั้นนำมาบด หรือแช่น้ำก่อนจนเมล็ดนุ่ม แล้วค่อยเคี้ยวกิน ครั้งละ 3 เมล็ด เช้า เย็น (หมามุ่ย : มีฤทธิ์กระตุ้นความต้องการทางเพศ เรียกว่าเป็นยากามะ ช่วยแก้ปัญหามีบุตรยาก ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศชาย คุณภาพของอสุจิและช่วยให้น้ำเชื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ใช้บรรเทาอาการพาร์กินสัน)

+ หมากลิ้นช้าง(เพกา) ใช้เปลือกต้น หรือฝักอ่อนที่พับงอได้ ตากแก้งทำเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราไทย กินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร(งานวิจัยของเพกา พบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการแพ้ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเซลล์มะเร็ง ลดคอเลสเตอรอล พื้นบ้านกินเป็นบำรุงกำลัง เพิ่มน้ำอสุจิ)

หมายเหตุ : กลุ่มยาบำรุงกำลังส่วนใหญ่มีฤทธิ์ในการเพิ่มการไหลเวียนเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ดังนั้นผู้ที่ทานยาในกลุ่มนี้ควรระวังในการรับประทาน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,267,899 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
Pia Wurtzbach ‘an absolute class act’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Citybook eases the hassles of travellers across cities #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
'โม มนชนก'ชวนนอนชิลล์ เดินดูมิวเซียม ที่อเมริกา
Increasing digitalisation the way to recovery in a protracted Covid-19 crisis: WEF Asean poll #SootinClaimon.Com
รักษ์เกษตร : ‘บัว’ทำให้งามได้อย่างไร
HK tourist arrivals fall 4.8% as social unrest lingers
คุณแหน : 27 มิถุนายน 2562

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d