Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หลวงปู่ท่อน’ ละสังขารแล้วสิริอายุ 89 ปีศิษยานุศิษย์สุดโศกเศร้า

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331845

'หลวงปู่ท่อน' ละสังขารแล้วสิริอายุ 89 ปีศิษยานุศิษย์สุดโศกเศร้า

‘หลวงปู่ท่อน’ ละสังขารแล้วสิริอายุ 89 ปีศิษยานุศิษย์สุดโศกเศร้า

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.49 น.

เมื่อเวลา 18.16 น.วันนี้ (7 เม.ย.) เพจเฟซบุ๊ก “ร่วมสร้างวัดกับหลวงปู่ท่อน” ได้โพสต์ข้อความและภาพระบุว่า องค์หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ละสังขารอย่างสงบแล้วเย็นวันนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2561 ณ รพ.วิชัยยุทธ สิริอายุ 89 ปี ซึ่งศิษยานุศิษย์ทราบข่าวต่างโศกเศร้าอาลัยต่อการจากไป

“หลวงปู่ท่อน ญาณธโร” ชื่อเดิมว่า ท่อน ประเสริฐพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2471 ณ บ้านหินขาว ต.สาวะถี อ.เมืองขอนแก่น ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง บิดา-มารดาชื่อ นายแจ่ม และนางทา ประเสริฐพงศ์ มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด 19 คน ท่านบุตรคนที่ 6

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

การอุปสมบทและศึกษาธรรม หลวงปู่ท่อน อุปสมบทมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2491 ณ วัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีพระเทพบัณฑิต (มหาอินทร์ ถิรเสวี สินโพธิ์ ป.ธ.5) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิศาลสารคุณ วัดศรีจันทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูคัมภีรนิเทศเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสุพจน์ อุตฺตโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ภายหลังการบวช ท่านได้เดินทางมาศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงปู่คำดี ปภาโส ณ วัดป่าชัยวัน โดยหลวงปู่คำดีเป็นอาจารย์กัมมัฏฐาน คอยสอนให้ทำภาวนา นั่งสมาธิกัมมัฏฐาน เน้นเรื่องสติ สมาธิ และปัญญา ระยะเวลาผ่านไปนานพอสมควร ท่านได้ช่วยครูบาอาจารย์แบ่งเบาภาระในการสอนคนที่จะมาบวช ด้วยการสอนขานนาค เป็นต้น

ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ได้เป็นหัวหน้าออกเดินธุดงค์เข้าป่าเป็นกิจวัตรและได้ช่วยหลวงปู่คำดีสร้างวัดถ้ำผาปู่ จวบจนหลวงปู่คำดีมรณภาพ

ครั้งหนึ่งท่านได้มีโอกาสพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า และได้รับโอวาทอันทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้จากหลวงปู่มั่น “ให้เร่งทำความเพียร มิให้ประมาท ชีวิตนี้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องตาย”

หลวงปู่ท่อน ยังได้มีโอกาสไปกราบเยี่ยมครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงพ่อมหาปิ่น ชลิโต เป็นต้น

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2503 เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอภัยวัน พ.ศ. 2510 เป็นเจ้าคณะตำบลเมือง เขต 2 (ธรรมยุต) พ.ศ. 2526 เป็นเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน-ภูเรือ (ธรรมยุต) พ.ศ. 2532 เป็นเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน-ปากชม (ธรรมยุต) พ.ศ. 2550 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต)

สมณศักดิ์ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2514 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูญาณธราภิรัต 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณทีปาจารย์ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชญาณวิสุทธิโสภณ วิมลศาสนกิจ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

ข้อมูลภาพเพจ “ร่วมสร้างวัดกับหลวงปู่ท่อน” และวิกิพีเดีย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจหล่อมาก! ครูหนุ่มวิ่งจากกาญฯมุ่งหน้ากทม. เรี่ยไรทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้รพ.ทองผาภูมิ (ชมคลิป)

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331839

ใจหล่อมาก! ครูหนุ่มวิ่งจากกาญฯมุ่งหน้ากทม. เรี่ยไรทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้รพ.ทองผาภูมิ (ชมคลิป)

ใจหล่อมาก! ครูหนุ่มวิ่งจากกาญฯมุ่งหน้ากทม. เรี่ยไรทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้รพ.ทองผาภูมิ (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.04 น.

จากกรณีนายณัฐวัฒน์ โรจน์สุธี หรือนัท อายุ 35 ปี ครูสอนวิชาศิลปะ โรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ได้วิ่งออกจาก รพ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่เช้าวันที่ 3 เม.ย.ตามโครงการล้านก้าว จุดประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิ ที่มีความจำเป็น เช่น ชุดอุปกรณ์ช่วยชีวิตทารกแรกคลอด ,เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูก,เครื่องติดตามสัญญาณชีพและวัดระดับออกซิเจน,เครื่องวัดความดันโลหิต  และเครื่องมืออื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 1,104,000 บาทนั้น สำหรับการวิ่งโครงการล้านก้าวครั้งนี้นายณัฐวัฒน์ ยังมีจุดประสงค์อีก หนึ่งอย่างคือ เพื่อเป็นการรณรงค์ต่อต้านการล่าสัตว์ป่าทุกชนิดอีกด้วย

7 เม.ย.61 นายณัฐวัฒน์ โรจน์สุธี หรือครูนัท ได้วิ่งมาถึงปั้มน้ำมัน ปตท.แก่งเสี้ยน ต.แก่งสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และได้หยุดพักร่างกายเป็นเวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นได้วิ่งต่อเข้าไปภายในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยมีนายขวัญชัย ถิระศิลป์ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี 1 ในทีมงานที่คอยติดตามเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ให้กับครูนัท และยังคอยประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวรวมทั้งประชาชนได้ร่วมกันบริจาคเงินคนละเล็กละน้อยเพื่อสมทบทุนในการซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

โดยนายณัฐวัฒน์ หรือครูนัก เปิดเผยว่าก่อนตัดสินใจวิ่งเพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิในครั้งนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นตนเคยทำค่ายให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี รวมทั้งพื้นที่อำเภอทองผาภูมิมาก่อน และจากการพูดคุยกับเด็กๆถึงยาวเจ็บป่วยจะทำอย่างไร เพราะพื้นที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญและทุระกันดารเป็นอย่างมาก

ซึ่งก็ทราบจากเด็กๆว่าหากเจ็บไข้ไม่มากก็ไปพบหมอที่อนามัยใกล้ๆ แต่บางเคสที่รุนแรงต้องนั่งรถยนต์เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองเมืองกาญจนบุรี เป็นระยะทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร ตนจึงคิดว่าชีวิตคนเรามันไม่น่าเสี่ยงกับระยะทางที่ไกลขนาดนั้น และจากการตรวจสอบก็พบว่าเครื่องมือแพทย์ที่อยู่ภายในโรงพยาบาลทองผาภูมิก็ไม่มีความพร้อม ซึ่งโรงพยาบาลทองผาภูมิเองค่อนข้างที่จะเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ และมีประชากรจำนวนมาก ที่เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะไปสู้รบกับโรคภัยไข้เจ็บ ครั้งแรกก็ได้ฉุกคิดเอาไว้แค่นั้น เพราะต้นทุนของเราต่ำ และเครื่องมือแพทย์ในแต่ละอย่างนั้นมีราคาที่แพงมาก

ครูนัท เปิดเผยต่อว่า เริ่มต้นเดิมทีตนตั้งใจจะวิ่งเพื่อรณรงค์หยุดล่าเสือดำ และสัตว์ป่าทุกชนิด โดยจะเริ่มวิ่งที่หน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และตั้งใจจะวิ่งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แน่เนื่องจากตนต้องตรวจวิชาให้กับนักเรียน จึงไม่สามารถทำตามที่ต้องการได้ และรอโอกาสมาจนถึงช่วงเดือนเมษายน จึงมาเวลาที่จะวิ่งได้ ส่วนคดีความเรื่องของเสีอดำนั้น ตนจะไม่ขอก้าวล่วงเพราะคดีไปถึงชั้นอัยการแล้ว

เมื่อมีเวลากับการวิ่ง จึงได้มีการคุยกับกลุ่มเพื่อนฝูงว่า ไหนๆก็จะวิ่งเพื่อเสือดำแล้ว ก็ถือโอกาสวิ่งเพื่อระดมทุนหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์มองให้กับทางโรงพยาบาลทองผาภูมิไปด้วยเลย ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย จากนั้นก็ให้เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงสอบถามไปยังโรงพยาบาลว่ายังมีเครื่องมือทางการแพทย์อะไรที่ยังขาดบ้าง จึงทราบว่ายังขาดอยู่มากเช่น ชุดอุปกรณ์ช่วยชีวิตทารกแรกคลอด ,เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูก,เครื่องติดตามสัญญาณชีพและวัดระดับออกซิเจน,เครื่องวัดความดันโลหิตและเครื่องมือต่างๆอีกรวมมูลค่าประมาณ 1,104,000 บาท

เมื่อทราบราคาตนก็ต้องคิดหนักว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะหาให้กับทางโรงพยาบาลได้หรือไม่ เพราะการวิ่งครั้งนี้เราไม่ใช่คนโด่งดังอะไร จึงตั้งเป้าเอาไว้ว่า อย่างน้อยก็ขอให้ได้ซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับทางโรงพยาบาลได้บ้างสัก 1 เครื่อง โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้สำหรับฟังหัวใจทารกในครรภ์ ซึ่งมีราคาประมาณ 5-6 หมื่นบาท หากได้ก็ถือว่าคุ้มแล้วกับระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร จากโรงพยาบาลทองผาภูมิไปถึงโรงเรียนโยธินบูรณะ ที่ตนสอนอยู่

ก่อนเริ่มต้นวิ่ง ตนและเพื่อนๆได้ไปพบกับ ผอ.โรงพยาบาลทองผาภูมิ เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคาร แต่เนื่องจากว่า การเบิกจ่ายของทางโรงพยาบาลค่อนข้างที่จะล่าช้า เพราะเป็นระบบราชการ และเมื่อจะไปเปิดบัญชีเองก็เกรงว่าจะมีปัญหาตามมา เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา และเพื่อสบายใจของทุกฝ่าย ผอ.โรงพยาบาลทองภูมิ จึงออกใบรับรองให้ว่า การวิ่งครั้งนี้เพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจริง จากนั้นจึงไปเปิดบัญชีที่ “ธนาคารกรุงไทย สาขาทองผาภูมิ เลขที่บัญชี 718-0-33633-5 ชื่อบัญชี น.ส.พรนิยม สาลิกา เพื่อโรงพยาบาลทองผาภูมิ และทวงชีวิตเสือดำ”

โดยกลุ่มเพื่อยังได้เปิดเพจเอาไว้เพื่อให้ประชาชนช่วยกันบริจาคคนละเล็กละน้อย โดยเพจที่ตั้งขึ้นมาใช้ชื่อว่า “ล้านเก้า” โดยจะมีการอัพเดทยอดเงินที่ได้รับการบริจาคฝ่ายบัญชีธนาคารทุครั้ง และล่าสุดจากการตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับการบริจาคเข้ามาในบัญชี มียอดเงินแล้ว 329,000 บาท ซึ่งยังไม่รวมกับเงินสดที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกันนำมาบริจาคกับตนด้วย โดยเป้าหมายที่จะวิ่งไปให้ถึงโรงเรียนโยธินบูรณะ น่าจะไม่เกินวันที่ 14 เม.ย.นี้ และคดว่ายอดเงินบริจาคจะได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และหลังจากปิดบัญชีรับบริจาค เราจะแจ้งยอดสุทธิให้ประชาชนทราบอีกครั้งหนึ่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ใช้ ดอนคิง’ คนไทยคนแรก ซิ่ง’บิ๊กไบค์’รอบโลก กลับถึงเมืองไทยแล้ว

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331802

'ใช้ ดอนคิง' คนไทยคนแรก ซิ่ง'บิ๊กไบค์'รอบโลก กลับถึงเมืองไทยแล้ว

‘ใช้ ดอนคิง’ คนไทยคนแรก ซิ่ง’บิ๊กไบค์’รอบโลก กลับถึงเมืองไทยแล้ว

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 17.22 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 7 เมษายน นายใช้ ศุภเศรษฐอนันต์ เจ้าของฉายา “ใช้ ดอนคิง” ซึ่งได้ออกเดินทางโดยขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพียงคนเดียวไปรอบโลกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ได้กลับมาถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ที่ด่านสะดา อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมีกลุ่มเพื่อนนักขับ “บิ๊กไบค์” เดินทางไปรอรับจำนวนมาก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ใช้ ดอนคิง” ได้ออกเดินทางเพียงลำพังจากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 จากด่านแม่สอด จ.ตาก โดยใช้รถจักรยานยนต์ Kawakaki KLR650 เดินทางผ่านเอเชียกลาง ยุโรป สหรัฐอเมริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ก่อนส่งจักรยานยนต์คู่ใจขึ้นเรือขนส่งสินค้าไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อขับย้อนจากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย กระทั่งกลับมาถึงประเทศไทยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ และทำให้เขากลายทำสถิติเป็นคนไทยคนแรกที่ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์รอบโลก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากการออกเดินทางไปรอบโลกแล้ว “ใช้ ดอนคิง” ยังเป็นคอลัมนิสต์ให้กับ “แนวหน้าออนไลน์” โดยเขียนประจำในคอลัมน์ “2 ล้อบนโลกเบี้ยว” ทุกวันศุกร์ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และความคิดระหว่างการเดินทางของตัวเอง โดยสามารถอ่านบทสัมภาษณ์และคอลัมน์ของ “ใช้ ดอนคิง” ได้ตามลิงค์ต่อไปนี้

– ปรัชญาหลังอานมอ’ไซค์ของ’ใช้ ดอน คิง’ ‘วิถีไบค์เกอร์’…คนไทยคนแรกที่’บิด’รอบโลกสำเร็จ (1)

– ปรัชญาหลังอานมอ’ไซค์ของ’ใช้ ดอนคิง’ ‘วิถีไบค์เกอร์’…คนไทยคนแรกที่’บิด’รอบโลกสำเร็จ (2)

– ปรัชญาหลังอานมอ’ไซค์ของ’ใช้ ดอนคิง’ ‘วิถีไบค์เกอร์’…คนไทยคนแรกที่’บิด’รอบโลกสำเร็จ (ตอนจบ)

– คอลัมน์ “2 ล้อบนโลกเบี้ยว”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมื่อ‘สามเณรน้อย’เจอฝน!ภาพแก้ปัญหาแบบน่ารักๆจึงเกิดขึ้น(ชมคลิป)

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331723

เมื่อ‘สามเณรน้อย’เจอฝน!ภาพแก้ปัญหาแบบน่ารักๆจึงเกิดขึ้น(ชมคลิป)

เมื่อ‘สามเณรน้อย’เจอฝน!ภาพแก้ปัญหาแบบน่ารักๆจึงเกิดขึ้น(ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 11.46 น.

เมื่อ‘สามเณรน้อย’เจอฝน!ภาพแก้ปัญหาแบบน่ารักๆจึงเกิดขึ้น(ชมคลิป)

7 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Kamon Yamutai ได้โพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า “รู้สึกเยี่ยมมากที่ ตลาดประชานิเวศน์ 1 กรุงเทพมหานคร 07.20 น. 7 เม.ย.2561 พระพี่เลี้ยงพาบรรดาสามเณร(ภาคฤดูร้อน) ของวัดสุขใจ นิมิตรใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กทม. มาบิณฑบาตประชาชนในตลาดประชานิเวศน์ 1 จตุจักร กทม.

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ปกติจะมาบ่อยครั้ง แต่วันนี้มาเจอกับฝน(หลงฤดู) เข้า ระหว่างตั้งแถวเดินไปตลาดจึงเห็นภาพสามเณรบางองค์แก้ปัญหาด้วยการยกเอาบาตรมาครอบศีรษะป้องกันฝนแทนร่มซะเลย”

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Kamon Yamutai

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คถนนก่อนออกรถ! กลับบ้านเล่นสงกรานต์หรือยัง? ระวัง 47 เส้นทางอันตราย

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331655

เช็คถนนก่อนออกรถ! กลับบ้านเล่นสงกรานต์หรือยัง? ระวัง 47 เส้นทางอันตราย

เช็คถนนก่อนออกรถ! กลับบ้านเล่นสงกรานต์หรือยัง? ระวัง 47 เส้นทางอันตราย

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 00.30 น.

ประชาชนและนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง ได้เริ่มทะยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนาเพื่อไปฉลองเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย 2561 กันแล้ว ส่งผลให้บนถนนสายหลักมุ่งหน้าภาคอีสาน และภาคเหนือ รวมทั้งภาคใต้ในวันนี้มีรถยนต์หนาแน่นมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งในปีนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้หยุดยาวตั้งแต่วันที่ 11-18 เม.ย.และในแต่ละปีจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางออกต่างจังหวัดกลับภูมิลำเนากันจำนวนมากจนทำให้การจราจรบนถนนทุกเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ หนาแน่นไปด้วยรถนานาชนิด ซึ่งในแต่ละปีจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ดังนั้น ก่อนที่จะเดินทางประชาชนควรจะศึกษาเส้นทางกันให้รอบคอบเสียก่อนเพื่อการเดินทางจะได้เกิดความปลอดภัยและถึงที่หมายได้อย่างมีความสุขกลับมาทำงานต่อได้โดยไม่เกิดการสูญเสีย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงได้รวบรวมเส้นทางที่เห็นว่า “อันตราย” ไว้ทั้งหมด 47 เส้นทางด้วยกันเพื่อประกาศเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวและกลับภุมิลำเนาเล่นน้ำสงกรานต์กันได้อย่างปลอดภัย โดยทั้ง 47 เส้นทางมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อย ส่วนมูลเหตุการเกิดเหตุส่วนใหญ่มาจากขับรถเร็ว หลับใน เมาสุรา ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร ฯลฯ

สำหรับ 47 เส้นทางอันตรายดังกล่าวมีดังนี้

ลำดับที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนโนนปอแดง-ปากดง ระหว่าง กม. 386 –394 จังหวัดกำแพงเพชร

ลำดับที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนวังม่วง – แม่เชียงรายบน ระหว่าง กม.535 – 540 จังหวัดตาก

ลำดับที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนหนองหมู – ห้วยยาง ระหว่าง กม. 276 813- 295 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ลำดับที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนน้ำรอด-พ่อตาหินช้าง ระหว่าง กม. 425-440 จังหวัดชุมพร

ลำดับที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนเขาพับผ้า – พัทลุง ระหว่าง กม. 1158 1163 จังหวัดพัทลุง

ลำดับที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนกลางสะพานมิตรภาพแม่สอด – แม่ละเมา ระหว่าง กม. 1- 6 จังหวัดตาก

ลำดับที่ 7 ทางหลวงหมายเลข 22 ตอนสูงเนิน – ท่าแร่ ระหว่าง กม. 161- 167 จังหวัดสกลนคร

ลำดับที่ 8 ทางหลวงหมายเลข 22 ตอนกุรุคุ – นครพนม ระหว่าง กม. 235-240 จังหวัดนครพนม

ลำดับที่ 9 ทางหลวงหมายเลข 33 ตอนบางปะหัน – โคกแดง ระหว่าง กม. 49- 62 จังหวัดอยุธยา

ลำดับที่ 10 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนถ้ำพรรณรา – ทุ่งสง ระหว่าง กม. 264-271 จังหวัดนครศรีธรรมราช

ลำดับที่ 11 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนสี่แยกโพธิ์ทอง – พัทลุง ระหว่าง กม. 377- 382 616 จังหวัดพัทลุง

ลำดับที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 43 ตอนนาหม่อม – จะนะ ระหว่าง กม. 270 – 320 จังหวัดสงขลา

ลำดับที่ 13 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนร้องกวาง – สวนป่า ระหว่าง กม. 283-290 จังหวัดแพร่

ลำดับที่ 14 ทางหลวงหมายเลข 118 ตอนท่าก๊อ – ดงมะดะ ระหว่าง กม. 132 139 จังหวัดเชียงราย

ลำดับที่ 15 ทางหลวงหมายเลข 205 ตอนโคกสวาย – ขท.นครราชสีมาที่ 1 ระหว่าง กม. 204 209 จังหวัดนครราชสีมา

ลำดับที่ 16 ทางหลวงหมายเลข 212 ตอนย้อมพัฒนา – นาโพธิ์ ระหว่าง กม. 406-411 จังหวัดมุกดาหาร

ลำดับที่ 17 ทางหลวงหมายเลข 212 ตอนหนองยอ – อุบลราชธานี ระหว่าง กม. 568-574 จังหวัดอุบลราชธานี

ลำดับที่ 18 ทางหลวงหมายเลข 224 ตอนพะโค – หนองสนวน ระหว่าง กม. 90- 95 จังหวัดนครราชสีมา

ลำดับที่ 19 ทางหลวงหมายเลข 226 ตอนหัวทะเล – หนองกระทิง ระหว่าง กม. 15 20 จังหวัดนครราชสีมา

ลำดับที่ 20 ทางหลวงหมายเลข 304 ตอนดอนขวาง – โพธิ์กลาง ระหว่าง กม.272-278 จังหวัดนครราชสีมา

ลำดับที่ 21 ทางหลวงหมายเลข 402 ตอนหมากปรก – เมืองภูเก็ต ระหว่าง กม. 30- 35 จังหวัดภูเก็ต

ลำดับที่ 22 ทางหลวงหมายเลข 1084 ตอนป่าแดง – หาดชะอม ระหว่าง กม. 5- 14 จังหวัดนครสวรรค์

ลำดับที่ 23 ทางหลวงหมายเลข 2044 ตอนร้อยเอ็ด – หนองดง ระหว่าง กม. 0 184 – 5 จังหวัดร้อยเอ็ด

ลำดับที่ 24 ทางหลวงหมายเลข 3395 ตอนวัฒนานคร – โคคลาน ระหว่าง กม. 82- 87 จังหวัดสระแก้ว

ลำดับที่ 25 ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนสระบุรี – ตาลเดี่ยว ระหว่าง กม. 0-5 จังหวัดสระบุรี

ลำดับที่ 26 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนปากท่อ – สระพัง ระหว่าง กม.123-133 จังหวัดสมุทรสงคราม

ลำดับที่ 27 ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนสะพานขึ้นแม่น้ำท่าจีน-ยาโคก ระหว่าง กม.4-5 จังหวัดสมุทรสาคร

ลำดับที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนเกาะมุกข์ – ควนรา ระหว่างกม. 118 – 132 จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลำดับที่ 29 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนแยกบ้านฝ้าย – ร้องกวาง ระหว่าง กม. 252 – 257 จังหวัดแพร่

ลำดับที่ 30 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนพาน – สันทรายหลวง ระหว่าง กม. 916- 922 จังหวัดเชียงราย

ลำดับที่ 31 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนแม่คำ – กลางสะพานแม่น้ำสาย ระหว่าง กม. 972 – 976จังหวัดเชียงราย

ลำดับที่ 32 ทางหลวงหมายเลข 3 ตอนชลบุรี – ศรีราชา ระหว่าง กม. 98 – 103 จังหวัดชลบุรี

ลำดับที่ 33 ทางหลวงหมายเลข4 ตอนคลองหวะ – พังลา ระหว่าง กม. 1258 642-1263 จังหวัดสงขลา

ลำดับที่ 34 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนเข็กน้อย – แยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ระหว่าง กม.340 – 348 จังหวัดเพชรบูรณ์

ลำดับที่ 35 ทางหลวงหมายเลข 217 ตอนวารินทร์ชำราบ – พิบูลมังสาหาร ระหว่าง กม. 22 – 37จังหวัดอุบลราชธานี

ลำดับที่ 36 ทางหลวงหมายเลข 323 ตอนแยกปากกิเลน – น้ำตกไทรโยคใหญ่ ระหว่างกม.110 – 115 จังหวัดกาญจนบุรี

ลำดับที่ 37 ทางหลวงหมายเลข 401 ตอนบางกุ้ง – เขาหัวช้าง ระหว่าง กม.175 – 180 จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลำดับที่ 38 ทางหลวงหมายเลข 1009 ตอนจอมทอง – ดอยอินทนนท์ ระหว่าง กม. 0 5 จังหวัดเชียงใหม่

ลำดับที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 4030 ตอนถลาง – หาดราไวย์ ระหว่าง กม. 26-28 290 และ 29 790-32 จังหวัดภูเก็ต

สำดับที่ 40 ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนขอนแก่น – หินลาด ระหว่างกม. 343- 354 จังหวัดขอนแก่น

ลำดับที่ 41 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน สระพระ –ห้วยทรายใต้ ระหว่าง กม.187-193 จังหวัดเพชรบุรี

ลำดับที่ 42 ทางหลวงหมายเลข 11 ตอนบึงหลัก-หนองเขียว ระหว่าง กม.346-351 จังหวัดอุตรดิตถ์

ลำดับที่ 43 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก – ห้วยซ้ำมะคาว ระหว่าง กม.372-375 จังหวัดเพชรบูรณ์

ลำดับที่ 44 ทางหลวงหมายเลข 32 ตอนไชโย – สิงห์ใต้ ระหว่าง กม.78- 83 900 จังหวัดอ่างทอง

ลำดับที่ 45 ทางหลวงหมายเลข 340 ตอนสาลี – สุพรรณบุรี ระหว่าง กม. 55-60 จังหวัดสุพรรณบุรี

ลำดับที่ 46 ทางหลวงหมายเลข 3312 ตอนลำลูกกา – คลองใน ระหว่าง กม.19-21 จังหวัดนครนายก

ลำดับที่ 47 ทางหลวงหมายเลข 4029 ตอนกระทู้ – ป่าตอง ระหว่าง กม 0.-3 236 จังหวัดภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวง ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางศึกษาเส้นทางก่อนการออกเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง พักผ่อนให้เพียงพอ และหากรู้สึกง่วงขณะขับรถให้จอดแวะพักในจุดบริการของกรมทางหลวง รวมทั้งต้องไม่ขับขี่ขณะมึนเมา และที่สำคัญขอให้เคารพกฎจราจร กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอความร่วมมือในการปฎิบัติตาม นโยบายของกระทรวงคมนาคม ได้แก่ ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด

ตร.ทล.แนะ”เส้นทางเลี่ยงเมืองทั่วทุกภาค”

พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 นี้ ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงคมนาคม ได้บูรณาการร่วมกันจัดทำแผนอำนวยการจราจรเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย.เนื่องจากช่วงดังกล่าวจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกันจำนวนมาก

ในส่วนของ บก.ทล.นั้นได้ดำเนินการอยู่ 3 รูปแบบคือ 1. การให้บริการ 2. การจัดการจราจร และ 3. การป้องกันอุบัติเหตุบนทางหลวง โดยใช้นโยบาย “ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง” โดยมีเป้าหมายคือ 1. มีจุดให้บริการผู้ใช้ทางได้อย่างเพียงพอ 2. เดินทางไปสู่จุดหมาย โดยมีระยะเวลาที่เหมาะสม 3. อุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บต้องลดลง 4. มีการประชาสัมพันธ์ถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่น้อยกว่า 1 แสนราย และ 5. มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

1 ด้านการให้บริการ เราได้กำหนดมาตรการ 777 ยกกำลัง 3 ใน 77 เส้นทางทั่วประเทศ ในส่วนนี้จะมีหน่วยบริการตำรวจทางหลวง จำนวน 200 แห่ง และในจำนวน 88 แห่ง มีบริการห้องนอนแอร์ ห้องน้ำ อาหาร ตรวจรถ ใบสั่ง/ปรับ GPS ไว้พักผ่อนสำหรับเหนื่อยล้า ง่วง จากการขับรถแต่มีจำกัดเพียง 5-6 เตียงต่อหน่วย บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่ละหน่วยสามารถดูได้จาก Google Maps และแอปพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมาตรการ 777 ยกกำลัง 3 จะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในทุกๆ เรื่อง

5.2 ด้านการจัดการจราจร เมื่อเวลาเดินทางสู่ภาคต่างๆ ตามถนนสายหลัก รถที่เข้าใช้บริการปั้มนำมัน จะมีปริมาณเยอะทำให้ เกิดการกีดขวางการจราจร ส่วนนี้ได้ประสานกับตำรวจภูธร ช่วยจัดการการจราจรบริเวณหน้าปั้มน้ำมัน และร้านอาหาร เพื่อไม่ให้ไปก่อกวนกระแสหลัก รวมถึงในเรื่องคอขวด บางทีเมื่อการจราจรชะลอติดขัด ผู้ขับขี่มักเลือกลงไหล่ทาง พอไปเจอคอสะพานก็เบียดกลับเข้ามา ทำให้การจราจรติดขัดมากกว่าเดิม จึงได้มีการวางกรวย แบริเออร์ เพื่อไม่ให้ไปสร้างคอขวด

สำหรับห้วงระยะเวลาเดินทางจะเอาสถิติช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดการณ์ว่าในวันที่ 11 เม.ย. ถนนพหลโยธินขาออกช่วงเช้า กลางวัน บ่าย จะมีปริมาณรถเยอะมาก จนถึงคืนวันที่ 12 เม.ย. จึงแนะนำแทนที่ในวันที่ 11 เม.ย. ออกเดินทางเวลา 08.00 น. ลองเปลี่ยนมาเป็นเวลา 03.00-05.00 น. เป็นช่วงที่มีปริมาณรถน้อย ทำให้ใช้เวลาเดินทางที่สั้นลง นอกจากนี้ ยังมีการคืนจุดซ่อมสร้างในถนนสายหลัก ทั้งถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ และมีมาตรการเปิดช่องทางพิเศษ ขาออก 6 สาย ขาเข้า 10 สาย

นอกจากนี้ ยังได้ขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร มาช่วยอำนวยความสะดวก ในเส้นทางหลักผลัดละ 413 นาย ตามจุดต่างๆ และแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร จะมีตำรวจคอยควบคุมสัญญาณ ส่วนตำรวจนครบาลจะอำนวยความสะดวก บนถนนพระราม 2 ในเส้นทางสายใต้ ซึ่งมีจุดที่มีการจราจรติดขัดหนาแน่น จำนวน 37 จุด ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมจัดชุดรถจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็ว และรถยกเพื่อแยกและเคลื่อนย้าย รถที่เกิดอุบัติเหตุกีดขวางทางจราจร ตลอด 24 ชั่วโมง

5.3 ด้านการป้องกันอุบัติเหตุบนทางหลวง จะเข้มงวดในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ สาเหตุหลักมาจากความเร็ว เมาแล้วขับ รวมถึงการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทางกระทรวงคมนาคม จึงมีมาตรการณรงค์ “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” โดยจะมีการตั้งจุดตรวจ จุดจับความเร็ว ได้กำหนดไว้ 77 เส้นทางทั่วประเทศ เป็นของทางหลวง 47 เส้นทาง ทางหลวงชนบท 30 เส้นทาง พร้อมกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ยิ่งเฉพาะจุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งรวม 11 จุด และมีด่านตรวจความเมาของตำรวจภูธรอีก

นอกจากนี้ ได้ร่วมกับกรมขนส่งทางบก ทำโครงการ “GPS มั่นใจ” คือการบังคับติด GPS กับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท สามารถรู้ได้ว่ารถคันไหนขับเร็ว ถ้าขับเร็วเจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์ แจ้งไปที่คนขับหรือพนักงาน ให้รถชะลอความเร็วรถ แต่ถ้าไม่ชะลอความเร็ว หรือติดต่อไม่ได้ จะแจ้งกับตำรวจทางหลวง ซึ่งมี 170 จุดทั่วประเทศ จะเรียกรถคันดังกล่าวตักเตือน หรือออกใบสั่ง ทางกรมการขนส่งทางบก กำหนดความเร็วรถโดยสารสาธารณะไม่เกิน 90 กม.ต่อชั่วโมงใน 47 เส้นทางรวม 170 จุดทั่วประเทศ

อีกทั้งยังร่วมกับภาคเอกชน และ บขส. ติดตั้งเครื่องเตือนกันหลับใน โดยสนับสนุนให้ทดลองใช้ฟรี จำนวน 18 เครื่อง ติดกระจายกันไปภาคเหนือ 5 จังหวัด ภาคอีสาน 6 จังหวัด ภาคตะวันออก 3 จังหวัด และภาคใต้ 4 จังหวัด การทำงานของเครื่องเตือนหลับในจะมีตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับม่านตา ถ้าพนักงานขับรถหลับตาเกิด 1.5 วินาที เบาะนั่งจะสั่นและมีเสียงเตือน ทำให้พนักงานขับรถไม่หลับ

“สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะไม่มีการตั้งเป้าสถิติอุบติเหตุ เพราะรัฐบาลบอกว่าแค่การสูญเสีย 1 คนก็เกินพอแล้ว ฉะนั้นเราพยายามรณรงค์ให้ลดทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่” พ.ต.อ.เอกราช กล่าว

“ประชาชนที่จะเดินทางออกต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและเลี่ยงเส้นทางการจราจรที่หนาแน่น ท่านสามารถศึกษาเส้นทางหลัก และเส้นทางรอง สำหรับการเดินทางสู่ภาคต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ก่อนใครได้ นอกจากนี้ท่านยังสามารถเข้ากลุ่มไลน์ 9 กลุ่มของตำรวจทางหลวง เพื่อจะได้ข้อมูลการจราจร รวมถึงการขอความช่วยเหลือได้ด้วย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! จนท.ประโคนชัยขุดสำรวจหลุมลึกกว่า2ม. พบเตาถลุงเหล็กโบราณอายุกว่าพันปี

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331688

ฮือฮา! จนท.ประโคนชัยขุดสำรวจหลุมลึกกว่า2ม. พบเตาถลุงเหล็กโบราณอายุกว่าพันปี

ฮือฮา! จนท.ประโคนชัยขุดสำรวจหลุมลึกกว่า2ม. พบเตาถลุงเหล็กโบราณอายุกว่าพันปี

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 19.51 น.

6 เม.ย.61 สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา โดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ทำการสำรวจและขุดแต่งหลุมเตาถลุงโบราณโคกยายคาน ซึ่งตั้งอยู่เนินดินระหว่างบ้านโคกเมืองและบ้านบัว ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ โดยได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ได้ขุดสำรวจหลุมลึกลงไปกว่า 2 เมตร ขนาดของหลุม 3 คูณ 3 เมตร ได้พบเตาถลุงเหล็กโบราณ และเศษตะกรันเหล็ก คาดมีอายุ 700-1,000 ปี สอบถามเจ้าหน้าที่บอกว่าเตานี้มีขนาดใหญ่และอาจจะมีความสำคัญในการผลิตเหล็กเพื่อการส่งออกได้เลยในสมัยนั้น

ซึ่งเตาแห่งนี้ก่อฐานเตาถลุงอย่างแข็งแรง เป็นเตาถลุงแร่เหล็กในพื้นที่แห่งนี้ เพราะในบริเวณเนินหลุมเตาพบขี้ตะกรันเป็นจำนวนมาก เพื่อนำเหล็กที่ถลุงไปแปรรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้และทำเป็นเหล็กตัวที ที่ใช้เกาะยึดหินในการสร้างปราสาท ซึ่งในปราสาทเมืองต่ำจะพบหินที่เจาะไว้ใส่เหล็กตัวทีเช่นกัน และก่อนหน้านี่เมื่อ 2 ปีได้มีการขุดพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่บ้านโคกธาตุ ต.จรเข้มาก อีกเช่นกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ขอบคุณภาพ : ที่นี่ประโคนชัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย!เปิดภาพอ้าง‘หมู่บ้านป่าแหว่งแลนด์’เสร็จแล้ว เฟอร์ฯครบ-ฟรีทุกอย่าง

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331604

หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย!เปิดภาพอ้าง‘หมู่บ้านป่าแหว่งแลนด์’เสร็จแล้ว เฟอร์ฯครบ-ฟรีทุกอย่าง

หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย!เปิดภาพอ้าง‘หมู่บ้านป่าแหว่งแลนด์’เสร็จแล้ว เฟอร์ฯครบ-ฟรีทุกอย่าง

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 16.12 น.

หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย!เปิดภาพอ้าง‘หมู่บ้านป่าแหว่งแลนด์’เสร็จแล้ว เฟอร์ฯครบ-ฟรีทุกอย่าง 

6 เม.ย.61 มีความคืบหน้ากรณีประชาชน จ.เชียงใหม่ ออกมารวมตัวทวงคืนป่าดอยสุเทพ คัดค้านการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่บริเวณดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และใกล้กับเขตอุทยานสุเทพ-ปุย ว่า ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความอ้างว่า “ภาพถ่ายล่าสุด!! “หมู่บ้านป่าแหว่งแลนด์” หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เฟอร์นิเจอร์ ทีวี ชุดครัว สุขภัณฑ์ แอร์ทั้งหลัง น้ำร้อน น้ำฟรี ไฟฟรี ฟรีทุกอย่าง…สร้างจากภาษีราษฎร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ข้อมูล/ภาพ #TeerasakRupsuwan #แคมเปญขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ https://goo.gl/N2cnns #เพจขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ https://goo.gl/drKZ7v”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่มีการก่อสร้างเพิ่มเติม โดยต้องรอให้มีการพูดคุยร่วมกันก่อน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ และดัดแปลงเป็นพื้นที่ที่มีป่า ซึ่งอาจจะใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนของประชาชน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รกรุงรังจน ‘นกเอี้ยงทำรังนอน’ บนสายไฟ-สายส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331602

รกรุงรังจน 'นกเอี้ยงทำรังนอน' บนสายไฟ-สายส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต

รกรุงรังจน ‘นกเอี้ยงทำรังนอน’ บนสายไฟ-สายส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 16.07 น.

จากการที่มีสายไฟห้อยระโยงระยางอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองทุกๆ จังหวัดของประเทศไม่เว้นแม้แต่เมืองหลวงของประเทศไทย ลำพังสายไฟฟ้าที่โยงจากเสาต้นหนึ่งไปยังอีกเสาไฟฟ้าอีกต้นหนึ่งนั้นคงไม่เท่าไหร่ แต่ยังมีสายส่งสัญญาณเกี่ยวกับการให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนานานับบริษัทที่ต้องพึ่งพาเสาไฟฟ้า ในการโยงสายไปตามเสาไฟ ทำให้สายพันกันอิรุงตุงนังห้อยลงมาเกือบจะถึงพื้นดิน ผู้คนที่ใช้ทางเท้าต้องก้มหลบหรือเดินหลีกเลี่ยงออกไป

เมื่อหลายปีก่อน นายบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เคยถ่ายภาพไว้แล้วนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมกับวิจารณ์โครงสร้างพื้นฐานของการไฟฟ้าประเทศไทย จนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว แต่ไม่นานนักคนไทยก็ลืม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรีนั้นถือว่าเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทยจังหวัดหนึ่ง ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทั้งเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก และก็หลายครั้งหลายคราที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นต้องเดินแล้วหยุดชะงักเพราะไปสะดุดตากับสายไฟที่ระโยงระยางอย่างที่นายบิล เกตส์ เคยถ่ายภาพประจานเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่ภาพที่นำไปประจานนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่จังหวัดกาญจนบุรี

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในเมื่อจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาปีละจำนวนมากๆ การไฟฟ้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องมาร่วมกันประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข จำทำอย่างไรก็ได้ ขอให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามามองดูแล้วเกิดความสบายตา และไม่เสี่ยงต่อการถูกไฟซ็อตเชื่อว่าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จริงใจในการแก้ไขปัญหา คงไม่เกินความสามารถอย่างแน่นอน 

แต่หากยังนิ่งเฉย โดยไม่มีความจริงใจ เชื่อว่าสายไฟฟ้า รวมทั้งสายส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่พันอิรุงตุงนังกันเฉกเช่นทุกวันนี้ จะทำให้เจ้านกเอี้ยงมาอาศัยทำรังด้วยความเริงร่าแน่นอน และนอกจากนี้จะยังมีนกอีกนาๆชนิดด้วย ซึ่งทุกวันนี้ก็มีให้เห็นอยู่ทุกๆเส้นทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้านเชิงสัญลักษณ์!หนุ่มเชียงใหม่ตัดผมทรง‘หมู่บ้านป่าแหว่ง-ดวงตาน้ำตาตก’(ชมคลิป)

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331579

ต้านเชิงสัญลักษณ์!หนุ่มเชียงใหม่ตัดผมทรง‘หมู่บ้านป่าแหว่ง-ดวงตาน้ำตาตก’(ชมคลิป)

ต้านเชิงสัญลักษณ์!หนุ่มเชียงใหม่ตัดผมทรง‘หมู่บ้านป่าแหว่ง-ดวงตาน้ำตาตก’(ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 14.38 น.

ต้านเชิงสัญลักษณ์!หนุ่มเชียงใหม่ตัดผมทรง‘หมู่บ้านป่าแหว่ง-ดวงตาน้ำตาตก’(ชมคลิป)

6 เม.ย.61 เพจเฟซบุ๊ก “ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” ได้โพสต์คลิป พร้อมข้อความระบุว่า “หนุ่มเชียงใหม่!! ​ตัดทรงผม “หมู่บ้านป่าแหว่งพร้อมดวงตาน้ำตาตก” แสดงเชิงสัญลักษณ์แนวร่วมต้านโครงการบ้านพักข้าราชการศาลในพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

นายสานันท์ ลัมจันทร์ อายุ 36 ปี ตัดทรงผมรูปแผนที่บ้านป่าแหว่ง เป็นแนวร่วมกระแสคัดค้านโครงการบ้านพักข้าราชการศาล ในพื้นที่ป่าดอยสุเทพ พร้อมขอภาพดวงตาพร้อมหยดน้ำตาไหลรินเพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งตัดทรงนี้โดยนายวุฒิไกร พงศ์ธิ หรือช่างอาร์ม เจ้าของร้านตัดผม ชื่อร้านตัดเพลิน สาขาหนึ่ง ตรงข้ามตลาดสดหางดง ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และเป็นช่างผมที่ได้รับรางวัลช่างตัดแกะทรงผมมาหลายรายแล้ว ได้ลงมือตัดทรงผมพร้อมแกะลายให้เป็นรูปแผนที่โครงการบ้านพักข้าราชการศาล พร้อมดวงตาน้ำตาหยดไหลรินลงมา ตามความประสงค์ของลูกค้า

โดยนายสานันท์ ลัมจันทร์ อายุ 36 ปี ลูกค้าที่มาใช้บริการตัดทรงผมดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองต้องการตัดทรงผมเพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการดังกล่าวในพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จึงได้มาขอตัดทรงผมครั้งเพื่อแสดงจุดยืนเป็นแนวร่วมดังกล่าว”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้าหงา’ร่ายกลอนเตือน ‘ตีนเขา อันเว้าแหว่ง’ ให้ระวังที่มันแรง

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331573

'น้าหงา'ร่ายกลอนเตือน 'ตีนเขา อันเว้าแหว่ง' ให้ระวังที่มันแรง

‘น้าหงา’ร่ายกลอนเตือน ‘ตีนเขา อันเว้าแหว่ง’ ให้ระวังที่มันแรง

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 13.58 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 เมษายน ภายหลังจาก “น้าหงา” สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” ศิลปินแห่งชาติ และอาจารย์เพลงเพื่อชีวิต ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก “สุรชัย จันทิมาธร” ถึงโครงการสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเกิดกระแสคัดค้านอย่างหนักจากชาว จ.เชียงใหม่ ในขณะนี้ โดยยืนยันเห็นด้วยกับการให้รื้อบ้านพักในโครงการดังกล่าว แล้วทำเป็นสวนป่าให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ขณะที่ล่าสุด “น้าหงา” ยังได้ออกมาเขียนบทกลอนเตือนซ้ำอีกว่า

“หมู่บ้านร้าง กลางป่า

ถูกตีตรา สาปแช่ง

ตีนเขา อันเว้าแหว่ง

ที่มันแรง นะเจ้าเอย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,267,378 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
HK tourist arrivals fall 4.8% as social unrest lingers
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
อดีต รมว.คลัง ธารินทร์-นกน้อย นิมมานเหมินท์ สุดปลื้ม บุตรชายสละโสด วริศร์ นิมมานเหมินท์ โชษิตา สลักคำ
Price of luxury homes in and around Bangkok remains sky-high despite Covid crisis #SootinClaimon.Com
KU23-2506
'โม มนชนก'ชวนนอนชิลล์ เดินดูมิวเซียม ที่อเมริกา
พ.ต.สมพงษ์ สุขสงวน "ช่วยคนคือความสุข"
Citybook eases the hassles of travellers across cities #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d