Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2561(2018)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แฟนคลับ “บุพเพฯ”ตัวจริง! ออเจ้า “วิษณุ”เก็บทุกช็อต

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331945

แฟนคลับ “บุพเพฯ”ตัวจริง! ออเจ้า “วิษณุ”เก็บทุกช็อต

แฟนคลับ “บุพเพฯ”ตัวจริง! ออเจ้า “วิษณุ”เก็บทุกช็อต

วันจันทร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

nn…ควันหลงจากทีมละครออเจ้า “บุพเพสันนิวาส” บุกทำเนียบฯพบ นายกฯลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เมื่อวันประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา… เล่นเอาทำเนียบฯแตกกันเลยทีเดียว ความจริง FC ในทำเนียบมากมาย ไม่ใช่เฉพาะที่เป็นข้าราชการ และสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ก็ยังมีบรรดา ครม.ด้วยที่ชื่นชมชื่นชอบทีมออเจ้า… สังเกตได้จากหน้าตาของรัฐมนตรีแต่ละทั่น มีรอยยิ้มเปื้อนเต็มหน้ากันไปหมด เข้าคิวถ่ายรูปกับทีมออเจ้าบ้าง เซลฟี่บ้าง และหนึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้น “อาจารย์วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ที่ต้องให้ตำรวจติดตาม เป็น “ตากล้อง”ประจำตัว คอยถ่ายรูปให้ตลอดๆ จนนักข่าวแซว รองนายกฯวิษณุว่า เป็น FC ตัวยงเลยใช่มั้ย เล่นเอา อ.วิษณุ ยิ้มแป้น พร้อมรีบบอกว่า “ไม่ได้ ต้องเก็บทุกช็อต ถ่ายคู่กับออเจ้าทุกคน ไม่เช่นนั้นกลับบ้านไปคงแย่ เพราะแม่บ้านอาจมีเคืองได้”

…งานนี้ กระจอกข่าวเลยถึงบางอ้อ ที่แท้ก็ศรีภรรยากำชับมานี่เอง น่ารักจริงๆ…ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า อ.วิษณุ เป็นผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ เขียนหนังสือในแนวประวัติศาสตร์มาหลายเล่ม โดยเฉพาะเล่มที่กำลังเป็นที่หมายตาของผู้จัดและสังคมทั่วไปก็คือ “ข้ามสมุทร” ที่นายกฯลุงตู่ออกตัวเชียร์สุดแรง… วันก่อนนักข่าวเลยแอบกระซิบถาม หลังจาก“ลุงตู่”เชียร์ผู้จัดสุดฤทธิ์ ให้ลองดูเนื้อหาในหนังสือ“ข้ามสมุทร” ที่อาจนำไปทำเป็นละครหรือสร้างเป็นภาพยนตร์ได้ว่ากระแสหลังจากนั้นเป็นอย่างไรบ้าง…อ.วิษณุ ทำหน้านิ่ง พร้อมตอบว่า “อ๋อ ทางสำนักพิมพ์ เขาขอพิมพ์เพิ่มอีก 500 เล่ม”… โอ้โห แค่“ลุงตู่”เชียร์แค่วันเดียว…นี่ถ้า“ลุงตู่”พูดถึงทุกวัน หยิบไปในพูดในรายการต่างๆ คงจะขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่แท้เลยนะ“ออเจ้า”..5555!!!!…nn

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

nn…ประเดิมเริ่มเข้าเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยกันแล้ว สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ “อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์” ก็ประเดิมแต่งชุดไทยโจงกระเบนสวยงาม อินเทรนด์ “ออเจ้า” ไปร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์กับพ่อแม่พี่น้อง ที่ศูนย์เยาวชนบ่อนไก่เขตปทุมวัน ที่จัดให้มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ผู้สูงอายุ ที่ให้อวยพรให้ลูกหลานกลับมาด้วยสีหน้าชื่นบาน… บรรยากาศอบอุ่นชื่นมื่น ก่อนจะร่วมกิจกรรมบันเทิงรำวง ร้องเพลง สร้างความสนุกสนานอิ่มเอมใจให้ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่ไปตามกัน…สงกรานต์นี้นอกจากการละเล่นสาดน้ำกันแล้ว ก็อย่าลืมไปรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ สรงน้ำพระ ทำบุญให้บรรพบุรุษ ร่วมก่อเจดีย์ทราย จะได้สืบสานประเพณีไทยได้สมบูรณ์แบบนะจ๊ะ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้นไม้…มัจจุราชริมทาง!?!?! ‘น้องอิน’อีกหนึ่งความสูญเสียล่าสุด

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331960

ต้นไม้...มัจจุราชริมทาง!?!?! ‘น้องอิน’อีกหนึ่งความสูญเสียล่าสุด

ต้นไม้…มัจจุราชริมทาง!?!?! ‘น้องอิน’อีกหนึ่งความสูญเสียล่าสุด

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 19.18 น.

ต้นไม้…มัจจุราชริมทาง!?!?! ‘น้องอิน’อีกหนึ่งความสูญเสียล่าสุด

“น้องอิน”…         

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 20 ปี อดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง ที่ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ BMW รุ่น X1 สีขาว เสียหลักตกลงไปข้างทาง และแรงกระแทกจากตัวรถที่พุ่งชนเข้ากับ “ต้นจามจุรีขนาดใหญ่” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ “น้องอิน” จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เหตุเกิดบนถนนทางหลวงหมายเลข 9 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

กลายเป็นอีกหนึ่ง “ความสูญเสีย” ที่ทำให้เกิด “คำถาม” ถึงเรื่องการปลูก “ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง” ว่ามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด แน่นอนว่า “มุมหนึ่ง” การมีต้นไม้ใหญ่บริเวณทางหลวง ถือเป็นการสร้างความ “ร่มรื่น” และชี้วัดถึงสภาพพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์

ทว่า…อีกมุมหนึ่งความร่มรื่นนั้น อาจกลายเป็น “มัจจุราช” ที่ฉุดคร่าชีวิตผู้คนไปจากคนที่รักอย่างไม่มีวันกลับ หากต้นไม้เหล่านั้น “ปลูก” หรือเกิดขึ้นอย่างไม่สอดคล้องกับ “ความปลอดภัย”

กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ “กปถ.” กรมการขนส่งทางบก ให้ข้อมูลไว้ว่า อุบัติเหตุจากการ “ขับรถชนต้นไม้” นับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ขับขี่ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากรถเสียหลักหลุดออกจากถนน และชนต้นไม้ด้วย “ความเร็ว 60 กม./ชม.” แรงปะทะจากการชนจะเทียบเท่ากับรถตกจากที่สูง 14 เมตรหรือเท่ากับตกจากตึก 5 ชั้น

ที่น่ากลัวไปกว่านั้น…“อันตราย” จะมีความรุนแรงมากขึ้น หากรถพุ่งชนต้นไม้ด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. เพราะจะเทียบเท่ากับรถตกจากที่สูง 39 เมตร หรือตกจากตึก 13 ชั้น

“กปถ.” ระบุว่า ดังนั้นการปลูก “ต้นไม้ริมถนน” ที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยนั้น ต้องเว้นพื้นที่ข้างทาง และปราศจากวัตถุอันตราย หรือสิ่งกีดขวาง เพื่อความปลอดภัยสำหรับรถที่ “เสียหลัก” หลุดออกจากถนน ซึ่งเรียกพื้นที่ดังกล่าวนี้ว่า “เขตปลอดภัย” โดยจากการศึกษาก็พบว่าการเพิ่มระยะเขตปลอดภัยหรือระยะห่างอุปกรณ์ข้างทาง เพียง 6 เมตร จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากถึงร้อยละ 44

ขณะที่ข้อมูลจาก “กรมทางหลวง” ระบุว่า การปลูกต้นไม้ริมถนนเพื่อเสริมภูมิทัศน์ ป้องกันแสงไฟจากรถในช่องถนนตรงข้าม แต่หากปลูกต้นไม้ “ผิดวิธี” จะกลายเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง

ทั้งนี้ การปลูกต้นริมถนนที่ถูกต้อง ควรเว้นพื้นที่ข้างทางที่ปราศจากวัตถุอันตราย หรือสิ่งกีดขวาง ที่เรียกว่า clear zone ซึ่งเป็น “ระยะปลอดภัย” ตามลักษณะของถนน เช่น ถนนที่ใช้ความเร็วสูงอย่าง “มอเตอร์เวย์” ควรมีพื้นที่ว่าง 15 เมตร ถนนที่ใช้ความเร็วทั่วไป มีพื้นที่ว่าง 9 เมตร ถนนที่ใช้ความเร็วปานกลาง มีพื้นที่ว่าง 5 เมตร และถนนที่ใช้ความเร็วต่ำ มีพื้นที่ว่าง 2-3 เมตร และขนาดของต้นไม้ควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 4 นิ้ว

ไม่เช่นนั้น…ต้นไม้จะเป็นปัจจัยเพิ่มแรงในการชน เพิ่มความเสี่ยงในการ “ฆ่าคน” ได้!!!

ขณะเดียวกันมีผลการศึกษาของ “นายศาสตราวุฒิ พลบูรณ์” คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย พบว่า ต้นไม้ข้างทางที่ถือว่ามีอันตราย คือ ต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 10 เซนติเมตรขึ้นไป และความเร็วปะทะของรถยนต์มากกว่า 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้ง 2 ปัจจัยส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง สิ่งที่จะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ คือ พื้นที่ข้างทางที่ปราศจากวัตถุอันตรายหรือสิ่งกีดขวาง หรือ clear zone เพื่อความปลอดภัยสำหรับรถที่อาจเสียหลักหลุดจากถนน

พื้นที่ว่างข้างทางนับจากเขตไหล่ทางเป็นต้นไป ที่มีขนาดน้อยที่สุด คือ กว้าง 1.5 เมตร จะช่วยลดอุบัติเหตุในถนนทางตรงได้ ร้อยละ 12 ทางโค้ง ร้อยละ 9 , พื้นที่ว่างขนาด 2.4 เมตร ลดอุบัติเหตุในถนนทางตรงได้ ร้อยละ 21 ทางโค้ง ร้อยละ 14 , พื้นที่ว่างขนาด 3 เมตร ลดอุบัติเหตุในถนนทางตรงได้ ร้อยละ 25 ทางโค้ง ร้อยละ 17 และพื้นที่ว่างขนาด 5 เมตร ลดอุบัติเหตุในถนนทางตรงได้ ร้อยละ 35 ทางโค้ง ร้อยละ 23

ด้าน “ดร.นรบดี สาละธรรม” ผู้เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุทางท้องถนน สมาคมวิทยาการจราจรและขนส่งแห่งประเทศไทย เคยให้ข้อมูลไว้ว่า หากจะปลูกต้นไม้บริเวณเกาะกลาง หรือไหล่ทางด้านซ้าย ก็ควรเลือกต้นไม้ที่ขนาดไม่ใหญ่และรากไม่ลึกมากนัก โดยวัดความสูงจากรากขึ้นมาประมาณ 1 เมตร ขนาดเส้นรอบวงหรือความกว้างของต้นไม้ ไม่ควรเกิน 30 ซม. แนวทางที่เหมาะสมคือการปลูกไม้พุ่มสลับกับไม้ยืนต้น แต่เจ้าหน้าที่ต้องทำการตัดแต่งกิ่งไม้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ อุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตในหลายกรณี พบว่าต้นไม้ใหญ่ข้างทางมีส่วนสำคัญมากๆ ที่เป็นตัวเสริมความรุนแรง แต่หากจะปลูกก็ควรเลือกที่ลำต้นไม่ใหญ่มาก และเป็นชนิดที่สามารถช่วยลดแรงปะทะการพุ่งชนได้ โดยความสูงที่เหมาะสมไม่ควรเกินระดับสายตาผู้ขับขี่ และระยะการปลูกต้องไม่ถี่มากจนเกินไป

“ตามหลักของความปลอดภัย ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกริมถนน คือ ต้นไม้ที่หยั่งรากลึก แกนไม้เนื้อแข็ง และต้นไม้ที่โตเร็ว เช่น ต้นกระถินณรงค์ ต้นประดู่ ต้นจามจุรี และต้นตีนเป็ด เนื่องจากต้นไม้ที่มีขนาดเส้นรอบรูป 30 ซม. วัดที่ตำแหน่งความสูงลำต้นจากพื้นดินขึ้นมา 1 เมตร หรือมีขนาดเทียบเท่าขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร ก็จะสามารถทำอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนต้นกล้วยริมถนน แม้ว่าจะลดแรงกระแทกได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะในระยะยาว กอกล้วยจะปิดบังเส้นทางการไหลของน้ำริมถนน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน”

ที่สำคัญต้องมีการเว้นระยะปลอดภัย หากเป็นบริเวณไหล่ทางด้านซ้าย ตามมาตรฐานสากลต้องเว้นพื้นที่ 9-12 เมตร ส่วนบริเวณร่องกลางถนนควบคุมค่อนข้างยาก เนื่องจากขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่ แต่ก็มีแนวทางป้องกันคือการติดตั้งราวกันอันตราย หรือ GUARD RAIL

นอกจากนี้ การจะช่วยป้องกันไม่ได้รถออกนอกช่องทาง และเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ได้นั้น ยังควรติดตั้ง “ลูกเนินสะท้อนแสง” หรือ “หมุดเป้าสะท้อนแสง” ข้างทางทุก 15-20 เมตร ข้างเส้นขอบทางสีขาว เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ที่ “หลับใน” หรือขับรถด้วยความเร็วสูง รู้ตัวว่ากำลังออกนอกช่องจราจรเมื่อเหยียบลูกเนิน

อีกแนวทางหนึ่งคือการทำ “เส้นสีขาว” เป็นลูกเนินตลอดทางจุดเสี่ยง แต่ปัญหาคือวิธีนี้ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง รวมไปถึงการทำสภาพร่องกลางถนนให้พื้นล่างไม่แข็งเกินไป เพื่อรองรับแรงกระแทกและไม่ทำให้รถที่ตกลงไปสไลด์ขึ้นไปขวางอีกช่องจราจร

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะปรับปรุงสภาพถนน และวัตถุอันตรายข้างทางให้ดีเพียงใด แต่การลดปัจจัยเกิดเหตุด้วยการขับขี่อย่าง “ระมัดระวัง”  โดยไม่ใช้ความเร็วที่สูงเกินไป น่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือหากเกิดขึ้นก็จะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็ค15กฎหมายก่อน‘สงกรานต์’ ระวังพลั้งเผลอ‘ล้อสะดุด อดสนุกสาดน้ำ’!

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331897

เช็ค15กฎหมายก่อน‘สงกรานต์’ ระวังพลั้งเผลอ‘ล้อสะดุด อดสนุกสาดน้ำ’!

เช็ค15กฎหมายก่อน‘สงกรานต์’ ระวังพลั้งเผลอ‘ล้อสะดุด อดสนุกสาดน้ำ’!

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 14.48 น.

เช็ค15กฎหมายก่อน‘สงกรานต์’ ระวังพลั้งเผลอ‘ล้อสะดุด อดสนุกสาดน้ำ’!  

8 เม.ย.61 เฟซบุ๊กเพจ “ทนายคู่ใจ” โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมาย ก่อนจะถึงช่วงเทศกาล “สงกรานต์” เพื่อให้ความรู้ประชาชนที่อาจ “พลั้งเผลอ” หรือทำผิดกฎหมายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ระบุว่า เทศกาลแห่งความสุข เทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ของคนไทยเรา แฟนเพจทนายคู่ใจ ขอให้แฟนเพจทุกๆท่านมีความสุขและเที่ยวกันให้เต็มที่ แต่ก่อนที่ล้อจะหมุนเพื่อเดินทางออกไปท่องเที่ยวสงกรานต์นั้น ก็แวะมาดูข้อกฎหมายที่อาจทำให้ความสนุกสะดุด หรือหมดไปอันเนื่องมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการกระทำที่เราพลั้งเผลอ ทำผิดกฎหมาย ดังนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

1.โพสต์ แชร์รูปหรือคลิปลามกอนาจาร

ผิด ม.14(4),(5) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับไม่เกิน1แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

2.แก้ผ้า กอด จูบ ลูบคลำอนาจาร โชว์ของต่อหน้าคนอื่น

ผิด ม.388 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

3.กินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ต้องห้าม เช่น ในรถบนท้องถนน ปั้มน้ำมัน สถานที่ราชการ วัด สถานศึกษา สวนสาธารณะและโรงพยาบาล

ผิด ม.31 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.ทะเลาะวิวาท ผิดประมวลกฎหมายอาญา

-ทำให้ผู้อื่นฟกช้ำดำเขียว ผิด ม.391 มีโทษจำคุกไม่เกิน1เดือนหรือปรับไม่เกิน1หมื่นบาท

-ทำให้ผู้อื่นเลือดตกยางออก ผิด ม.295 มีโทษจำคุกไม่เกิน2ปีหรือปรับไม่เกิน4หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

-ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส ผิด ม.297 มีโทษจำคุก 6เดือน-10ปีและปรับ1หมื่น-2แสนบาท

-ทำร้ายผู้อื่นถึงตาย ผิด ม.290 มีโทษจำคุก3ปี-15ปี

5.เมาแล้วขับ(แอลกอฮอล์เกิน50มิลลิกรัม/เซ็นต์)

ผิด ม.43(2) พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน1ปีหรือปรับ1หมื่น-2หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

6.ชนแล้วหนี

ผิด ม.78 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

7.ขับรถไร้จิตสำนึกไม่เคารพกฎจราจร

โดนใบสั่งมีโทษปรับ ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

8.เมาจนไร้สติอาละวาดผู้อื่น

ผิด ม. 378 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือตำรวจจับเข้าห้องขังสร่างแล้วค่อยปล่อยตัวก็ได้

9.บังคับคนอื่นเล่นสงกรานต์โดยเจ้าตัวไม่เต็มใจ

ผิด ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน3ปีหรือปรับไม่เกิน6หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

10.สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น

ผิด ม.397 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษปรับไม่เกิน5พันบาท

11.พกพาปืนไปเล่นสงกรานต์

ผิด ม.8 ทวิวรรคแรก พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับไม่เกิน1หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

12.จับนม จับก้นหรือทำอนาจารผู้อื่น

ผิด ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน10ปีหรือปรับไม่เกิน2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

13.เก็บของตกแล้วงุบงิบเป็นของตน

ผิด ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน3ปีหรือปรับไม่เกิน6หมิ่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

14.นั่งท้ายรถกระบะเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนสายหลัก

ผิด ม.20 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

15.โพสต์ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้านโลโก้พร้อมเชิญชวนเพื่อนดื่ม

ผิด ม.32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน1ปีหรือปรับไม่เกิน5แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊กเพจ “ทนายคู่ใจ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเคล็ดลับอยู่100ปี! ก้าวสู่’สังคมผู้สูงอายุ’อย่างสมบูรณ์มีคุณภาพ

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331895

เปิดเคล็ดลับอยู่100ปี! ก้าวสู่'สังคมผู้สูงอายุ'อย่างสมบูรณ์มีคุณภาพ

เปิดเคล็ดลับอยู่100ปี! ก้าวสู่’สังคมผู้สูงอายุ’อย่างสมบูรณ์มีคุณภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 14.36 น.

พบผู้สูงอายุในไทย11ล้านคน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินฯ จับมือ รพ.ราชวิถี พม.ชวนผู้สูงอายุถ่ายทอดเคล็ดลับ อยู่100ปีอย่างมีความสุข 80ปีไม่มีโรค เพื่อสร้างความเข้าใจให้คนสองวัยทั้งผู้สูงอายุ และผู้ดูแลได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปลอดภัยจากภาวะเจ็บป่วย เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และมีคุณภาพ

วันนี้ (8 เม.ย.61) ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลราชวิถี สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี และกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีมีอายุยืนยาวสมบูรณ์ ภายใต้แนวคิด “สองวัยใส่ใจสุขภาพ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับช่วงเทศกาลประเพณีไทยวันสงกรานต์ หรือวันผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุ และผู้ดูแล สามารถดูแลตนเองได้ไม่เจ็บป่วยฉุกเฉิน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ภายในงานมีวิทยากรผู้สูงอายุที่เป็นทั้งปูชนียบุคคลและเป็นผู้มีสุขภาพดี เช่น ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร , นพ.บรรลุ ศิริพานิช และ นพ.เฉก ธนะศิริ มาร่วมแลกเปลี่ยน และผู้สูงอายุสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คู่ ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการทำพิธีขอพรจากผู้สูงอายุ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันผู้สูงอายุและเทศกาลวันสงกรานต์ ซึ่งถือว่าเป็นวันปีใหม่ของไทย

นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม.กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน ว่า ปี 2560 มีผู้สูงอายุสูงถึง 11 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียง 1.5% และเป็นผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้เล็กน้อยประมาณ 2 ล้านกว่าคน ขณะที่ผู้สูงอายุ 8 ล้านคน เป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งนี้ จากการสำรวจทั่วประเทศ พบว่า ขณะนี้มีผู้สูงอายุเกิน 100 ปี จำนวน 300 คน และคาดการณ์ว่าในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ คือ จะมีผู้สูงอายุมากถึง 28% ของจำนวนประชากร สำหรับสิ่งที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขได้ คือ การไม่มีโรค มีกิจกรรมทำ ซึ่งทางกรมได้สนองนโยบายภาครัฐด้วยการส่งเสริมการจ้างงาน และกองทุนเงินออมแห่งชาติให้กับผู้สูงอายุด้วย

“ผู้สูงอายุจะมีความสุขได้ จะต้องมี่สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ด้วยการเริ่มรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม ส่วนเรื่องการออมนั้นควรเริ่มตั้งแต่วัยทำงาน และกระทรวงแรงงานกำลังผลักดันแก้ไข กฎหมายการจ้างงานผู้สูงอายุให้เป็นการจ้างงานแบบรายชั่วโมง เพื่อให้เหมาะสมกับวัยของผู้สูงอายุ” นางธนาภรณ์ กล่าว

ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดประชุมเชิงเสวนา “สองวัยใส่ใจสุขภาพ” ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการส่งเสริมและป้องกันคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสขุภาพ (สสส.) ที่ทางสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินฯ ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ที่ผ่านมาปัญหาผู้ป่วยฉุกเฉินมีมากขึ้น ขณะที่ประชากรของประเทศมีอายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง นอกจากนี้แนวโน้มของผู้ที่อายุน้อยแต่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีมากขึ้น ขณะที่สถานการณ์ผู้ป่วยฉุกเฉินในห้องฉุกเฉินมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยฉุกเฉินที่แม้ได้รับการพิจารณาให้เข้ารักษาภายในโรงพยาบาล กลับต้องนอนพักรักษาในห้องฉุกเฉินเพื่อรอเตียง ซึ่งส่งผลเสียในด้านต่างๆทั้งด้านครอบครัว และบุคลากรที่ทำงานในห้องฉุกเฉิน

ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ กล่าวว่า การถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากวิทยากรที่เป็นปูชนียบุคคลที่ทรงคุณภาพมาให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง และการป้องกันจุดเสี่ยงภายในบ้าน จะช่วยให้ผู้สูงอายุและครอบครัว หรือผู้ดูแล นำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการดูแลให้เหมาะสม และหวังว่าจะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดความสนใจดูแลสุขภาพของตนเองในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย เพื่อที่จะได้เริ่มดูแลให้ตนเองมีสุขภาพดีเหมาะสมตามวัย ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุยืน มีคุณภาพ ไม่เป็นภาระต่อครอบครัวและประเทศในอนาคต การประชุมกึ่งเสวนานี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ดร.ประเสริฐ ณ นคร อดีตนายกราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันอายุ 99 ปี กล่าวถึงวิธีกิน – อยู่อย่างไร.? ให้อายุยืนเกิน 100 ปี พร้อมเคล็ดลับหลักความคิด ที่ว่า การที่จะทำให้อายุยืนนั้น เป็นเพราะเมื่อได้อ่านหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ จำนวน 3 เล่ม จากนั้นได้ฝึกตนเองในเรื่องการจดจำ ฝึกสมาธิ รักษาสุขภาพอนามัย และเมื่อ 3 – 4 ปีมาแล้ว ได้ไปเดินขึ้นเขา 620 ขั้น ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะว่าใจมุ่งมั่น และท่องคล้ายๆ ยุบหนอพองหนอไปเรื่อยๆ มันทำให้จิตใจสงบนิ่ง มันก็ไม่เหนื่อย จนสุดท้ายสามารถขึ้นเขาไปได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังสามารถที่จะบังคับการหลับ การตื่นของตนเองได้ อย่างเวลานอน ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดหลับอดนอน

ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับวิธีเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ คือ ตนเองเป็นคนทานง่าย เน้นทานผัก หรือทานอะไรก็ได้ที่ไม่เผ็ดมาก ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม งดอาหารดิบๆ สุขๆ ที่สำคัญไม่ดื่มสุราของมึนเมา และผลจากการปฏิบัติตามหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ ทั้ง3เล่ม ช่วยทำให้ตนเองมีความสะบายใจ ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติดี คิดเพียงแต่ว่า เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าหรือก่อนจะเข้านอน ให้ระลึกว่าวันนี้จะทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและประเทศชาติมากที่สุดได้อย่างไร และวันนี้ได้ทำดีที่สุดแล้ว ก็รู้สึกดีใจ ภาคภูมิใจ ทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตองในวันผู้สูงอายุและเทศกาลวันสงกรานต์ซึ่งถือว่าเป็นวันปีใหม่ของคนไทย

น.ส.อนัญญา อัคชู ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้งอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม.กล่าวว่า ทางกรมฯที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี มีภาวะเศรษฐกิจที่ดี มีสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีซึ่งผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ว่าจะป้องกันอย่างไรไม่ให้ตนเองเจ็บป่วยและเตรียมตัวเพื่อเป็นผู้สูงอายุ ถึง 100 ปี หรือมากกว่าที่ยังคงมีสุขภาพดี

ขณะที่ คุณหญิงเดือนเพ็ญ พึ่งพระเกียรติ คณะกรรมการด้านยุทธศาสตร์ โครงการส่งเสริมและป้องกันคนไทยไม่ให้เจ็บป่วยฉุกเฉิน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีการถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้สูงวัย อย่าง ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร , นพ.บรรลุ ศิริพานิช และ นพ.เฉก ธนะศิริ ที่มีอายุเกิน 90 ปีขึ้นไป โดยทั้ง 2 ท่านหลังจากนี้ ได้เคยกล่าวว่าจะขอมีอายุยืนถึง 120 ปี ประสบการณ์และข้อมูลที่จะได้รับจากวิทยากรครั้งนี้ จะเป็นแนวทางที่ดีให้กับทั้งผู้ที่ดูแลหรือผู้ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ เกิดแนวทางให้ผู้สูงอายุได้ปฏิบัติไม่ให้ตนเองเจ็บป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจะสอดคล้องกับบริบทในสังคมไทยที่ในอนาคตจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ หากสามารถดูแลตนเองได้ดี เข้าใจวิธีป้องกันลดการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ โดยการปรับลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่างๆ จะช่วยลดการเกิดปัญหาและภาระให้แก่ครอบครัว สังคมและรัฐบาลได้ อีกทั้งจะลดการเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินได้เช่นกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดบันทึกธรรม ‘หลวงปู่ท่อน ญาณธโร’ พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลังละสังขารแล้ว

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331876

เปิดบันทึกธรรม 'หลวงปู่ท่อน ญาณธโร' พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลังละสังขารแล้ว

เปิดบันทึกธรรม ‘หลวงปู่ท่อน ญาณธโร’ พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลังละสังขารแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 11.42 น.

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร (พระราชญาณวิสุทธิโสภณ) อดัตเจ้าอาวาสวัดศรีอภัยวัน ต.นาอ้อ อ.เมืองเลย เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นพระนักเทศน์ที่คนทั่วไปเคารพนับถือ เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2561 เวลา 16.46 น.ที่ผ่านมา บรรดาพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ทั้งหลายต่างอยู่ในความเศร้าโศก เมื่อทุกคนได้ข่าวการละสังขารของหลวงปู่ท่อน ญาณธโร ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ

บัดนี้จึงเหลือแต่คำสอนของหลวงปู่ท่อน ที่สาธุชนทั้งหลายควรที่จะน้อมนำไปประพฤติปฎิบัติตาม วันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จึงได้นำเอาคำสอนของหลวงปู่ท่อน ญาณธโร มาฝากกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

 


บันทึกธรรมจากหลวงปู่ท่อน ญาณธโร (พระราชญาณวิสุทธิโสภณ)
·       คำพูดที่ไม่พิจารณาก็ย่อมกระทบกระเทือนผู้อื่น ให้พิจารณากลั่นกรองให้ดีเสียก่อนจึงค่อยพูด
·       นิพพานใจจะต้องเด็ดเดี่ยวมากนะ   ต้องไม่ห่วงใคร   จะต้องไปคนเดียว
·       เกิดบังดับ โลกบังธรรม งามบังผี ดีบังจริง สมมติบังวิมุตติ หลักธรรมบังพระนิพพาน
·       แม้ภูเขาสูงแสนสูง หากบุคคลผู้มีความเพียรพยายามปีนป่ายขึ้นไปจนถึงยอด ภูเขาสูงแสนสูงก็ต้องอยู่ใต้ฝ่าตีนของคนผู้นั้น
·       จิตหรดี คือ จิตที่เด็ดเดี่ยว   ตั้งมั่น  ไม่หวั่นไหวไปกับอะไร   เป็นมงคลอย่างยิ่ง
·       หลวงปู่มักเตือนว่า   คนดีชอบแก้ไข   คนจัญไรชอบแก้ตัว   คนชั่วชอบทำลาย   คนมักง่ายชอบทิ้ง   คนจริงชอบทำ  คนระยำชอบติ
·       อย่าส่งจิตออกนอก ส่งออกมันเป็นบ่วงแห่งมาร
·       อย่ากินของร้อน (ราคะ โทสะ โมหะ) อย่านอนบนไฟ (โลภ โกรธ หลง) ให้ไปอย่างแร้ง (ไม่ติด ไม่สะสม) แสวงหาบริสุทธิ์ (ของที่ชอบธรรม)
·       อย่าไปรีบ ไปเร่ง อย่าไปเคร่ง ไปเครียด ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ   เวลาจะได้ มาเองนั่นแหละ   อย่าไปยึดมั่นในสิ่งใดๆ   แม้การปฏิบัติ
·       อย่าไปสนใจจิตของผู้อื่น   จงสนใจจิตของตน
·       อาหารบิณฑบาต  ประเสริฐกว่ารับนิมนต์  หรือเขามาส่งตามวัด
·       หลวงปู่ไปเมตตาคนป่วยด้วยคำเตือนใจสั้นๆ ว่า   รู้อยู่ที่ใจได้ไหม
·       ใครจะเป็นอย่างไรก็ยิ้ม   ยืนยิ้มดูไปเฉยๆ
·       เราคนเดียวเที่ยวรัก   เที่ยวโกรธ  หาโทษใส่ตัว
·       ให้มีสติตามดูจิต   เหมือนคนเดินบนถนนลื่นๆ   ต้องระวังทุกก้าว ให้มีสติจดจ่อไม่วาง   ดูจิตมันจะปรุงไปไหน   จะคิดไปไหน   จดจ่อดูมันก็ได้   แน่ๆ จะไปไหน     ถ้ามันดื้อนัก ถ้ายังไป   เราจะไม่นอนให้นะ
·       (หลวงปู่เมตตาเล่าเรื่องนางปฏาจาราเถรี) ทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเธอในครั้งนี้ใครทำ ไม่ใช่เธอทำเองหรือ เพราะความรัก ความยึดมั่นในสิ่งรัก จึงทำให้ทุกข์ มีรักที่ไหน มีทุกข์ที่นั่น
·       เวลาไหนเราไม่ปรุงไม่แต่งไปตามสังขาร ราคะ โทสะ โมหะ สังขารปรุงไม่ได้ เรียกนิพพานชั่วขณะ
·       ให้พิจารณาจนเห็นทุกข์ในโลก   เห็นโทษของกาม
·       รักษาจิตให้ดี   มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่อยู่ของใจ
·       ให้สำรวมอินทรีย์   พิจารณาวิปัสสนาภูมิ อริยสัจ ๔ มรรค ๘ คือ ทางเดิน
·       ตามดูอาการหลับให้ละเอียด   มันค่อยๆ หลับไปอย่างไร
·       เมื่อเกิดความปรุงแต่ง ก็ให้รู้ รู้แล้วพิจารณาตลอดสาย พิจารณาให้เกิดปัญญา รู้แล้วดับ
·       สมาธิ คือ สมาธิ   ยังเป็นสมุทัย   พอถอนให้พิจารณากาย   เอาให้มันเบื่อหน่าย   ไม่งั้นจะเกิดทิฐิว่าตัวได้ ตัวถึง   เป็นวิปลาส
·       พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงเอาชนะความเบียดเบียนด้วยความไม่เบียดเบียน   ชนะคนไม่ดีด้วยความดี   พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
·       น้ำในน้ำนิ่ง จะเห็นปลา เห็นทรายชัด   ถ้าน้ำกระเพื่อมก็ไม่เห็น เปรียบกับจิตที่เป็นหนึ่งหยุดนิ่งย่อมรู้หมด   มีอะไรรู้หมด   รู้จิตผู้อื่นต้องทำให้เป็นวสีจึงจะรู้ได้ตลอด
·       วาจาใดที่ทำให้ตนเองบ้าง ทำให้ผู้อื่นบ้างไม่สบายหู ไม่สบายใจ วาจานั้นถือว่าเป็นวาจาที่ไม่ควรพูด
·       เมื่อนกจับต้นไม้ต้นใด มันก็ถือว่าสักแต่จับอยู่เท่านั้น เมื่อบินไปแล้วก็หมดเรื่องไม่มีความอาลัยกับต้นไม้นั้น
·       อริยทรัพย์เป็นทรัพย์อันประเสริฐอยู่ภายในจิตใจ ดีกว่าทรัพย์ภายนอก เพราะไม่มีผู้ใดแย่งชิงได้  ไม่สูญหายไปด้วยภัยอันตรายใดๆ ทำให้ใจไม่อ้างว้างยากจน เป็นทุนสร้างทรัพย์ภายนอกได้ด้วย
·       ต้องรวมพลังจิตไปอยู่จุดเดียว  จึงเกิดพลังพิเศษ   จึงเห็นธรรม
·       ความสันโดษ มักน้อย  เป็นทรัพย์อันประเสริฐของผู้ต้องการความพ้นทุกข์
·       ผู้ใดได้รับความสงบมากๆ คนนั้นคนรวย   ผู้ใดสะสมกองกิเลสมากๆ มีรูป เสียง กลิ่น รสโผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์มากๆ ฟุ่มเฟือยอยู่ในกามสุข คนนั้นเป็นคนจน มีหนทางถึงหายนะแน่นอน
·       อวิชชา คือความไม่รู้   ถ้ารู้อยู่เป็นวิชชา
·       อย่าเอาแต่จะชนะอย่างเดียว เสียงแข็งขึ้นเพราะจะเอาชนะกัน ยิ่งแข็งยิ่งแตกหักง่าย
·       ใจมันต้องเผ็ดเด็ดเดี่ยวลงไป   ทำความเพียรแผดเผากิเลสให้หนักแน่น
·       จงอยู่กับพระวินัยให้เคร่งครัด
·       ผู้จะไปนิพพานต้องไม่มีอะไรข้องสักอย่าง   รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะก็ไม่ข้อง   ต้องเป็นผู้เลี้ยงง่าย กินง่าย อยู่ง่าย นอนง่าย มีแต่ง่ายๆ มันก็ไม่ข้อง
·       ใครจะว่าชั่วก็ตามที ใครจะว่าดีก็ตามชัง อยู่อย่างนั้นแหละ  ไม่มีดี ไม่มีชั่วตามใครทั้งนั้น   โลกธรรมถูกต้องไม่หวั่นไหว สบายตัวคนเดียวก็พอ
·       คนจะรวยก็เพราะรวยน้ำใจมาก่อน   คนจะจนก็เพราะจนน้ำใจมาก่อน
·       ถ้าตั้งสติแล้วไม่ห่วงใคร ใครจะเป็นใครจะตายมันเรื่องของเขา เรื่องของเรามีหน้าที่ภาวนา
·       ความเกษมสุข ความไม่เศร้าโศก เป็นมงคล ใจจะรื่นเริงเสมอ ถ้าเศร้าโศก จะเสียมงคลไปหมด   เหมือนต้นไม้มันเฉาแล้ว  น่าดูไหม เอาน้ำมารด เอาปุ๋ยมาใส่ชุ่มชื่นขึ้นมามันเป็นยังไง   มันสดชื่นน่าชม
·       ใจต้องให้ขาดจากความเกี่ยวความข้อง  ตัดน้ำยังตัดไม่ขาด สายสวาทตัดขาดอย่างไร   ตัดบัวก็ยังไว้ใย ตัดน้ำใจยังมีเมตตา  มีเมตตาอยู่ ก็ข้องอยู่ ก็ติดอยู่นั้นแหละ
·       ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ให้ตกไปสู่โลกชั่วทุรกันดาร
·       กรรมฐานอะไรมันถูกจริต อะไรมันเป็นที่สบายก็เอาอันนั้น ไม่มีกฎบังคับกันหรอก
·       ใครจะว่านินทา ช่างเขาเฉยไว้ก็ดีเอง
·       การทำความเพียร   อย่าหลอกลวงตัวเอง  ให้เอาจริงเอาจังกับมัน
·       ถ้าปล่อยใจคิดไปทางอื่นก็ใช้ไม่ได้ ทำให้เราหลง หมดท่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
·       สนิมกินเหล็ก   กิเลสกินใจ
·       พระคุณต้องทดแทน   ถ้าเคียดแค้นต้องอโหสิ   อเวรัง อะสะปัตตัง   พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่จองเวร   เป็นผู้อโหสิ
·       ทานัง เทติ การให้ทานเป็นเครื่องขัดเกลาอันแรก   ทำบ่อยๆ จะเกิดความไม่เห็นแก่ตัว  รู้จักเสียสละ ไม่หวงแหน ไม่เหนียวแน่น
·       สีลัง รักขติ เครื่องขัดที่สอง ให้รักษาศีล ๕ ให้ครบ เพราะศีล ๕ เป็นหลักประกันของสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข   รักในทุกๆ ชีวิตเหมือนเป็นญาติของตน
·       ศีลมีอยู่ ๓ แบบ คือ สัมปัตตวิรัต คืองดเว้นเอาเอง ตั้งใจงดโดยไม่ต้องขอศีลจากพระ สมาทานวิรัต คือ สมาทานศีลกับพระ สมุทเฉทวิรัต คือ ศีลของเหล่าพระอริยเจ้า  ไม่ต้องสมาทานอีกแล้ว
·       บางครั้งเราก็พูดแบบห้วนๆ ให้หมู่อยู่เหมือนกัน ใครฟังเป็นก็ไม่โกรธ ใครฟังไม่เป็นก็โกรธ
·       ผู้ถึงพร้อมด้วยทาน ศีล ภาวนา ได้ชื่อว่ามีใจที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว จะไม่มีทางเอารัดเอาเปรียบ มีแต่การเสียสละ   จะอยู่ร่วมกันได้โดยสงบสุข
·       บุคคลใดเป็นคนเลี้ยงง่าย มีกิจวัตรประจำวันที่เรียบง่าย ใจจะสบาย การปฏิบัติก็รวมใจเป็นหนึ่งได้ง่าย   ความวุ่นวายก็น้อยลง   ความกังวลยึดติดจะไม่มี
·       ทรัพย์ภายใน ท่านว่า แสวงรู้ แสวงอ่าน แสวงฟัง แสวงเรียน นี่เป็นทรัพย์ภายในแต่ถ้าท่านผู้ใดปล่อยให้วันเวลาล่วงไปๆ ไม่แสวงหาทรัพย์เหล่านี้ไว้ในใจ ก็จะโง่ไม่ฉลาด   จะทำให้เป็นคนจนได้
·       ศรัทธา คือ ความเชื่อ เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เชื่อว่าบาป บุญ เวรกรรมนั้นมีจริงต้องสร้างศรัทธาให้เข้มแข็งขึ้น   จึงจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำแต่ความดี
·       ถ้าไม่ติดในตัวเจ้าของก็ไปได้แล้ว…สบาย
·       ธรรมทั้งหลายมีใจถึงก่อน   จะทำบาปทำบุญก็ใจเป็นไปก่อน
·       โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อการทำบาปไม่กล้าทำบาป   แม้ถูกจ้างวาน   ถ้ารู้ว่าเป็นบาปเราก็ไม่กล้าทำ ยอมอด เราจะเกิดโอตตัปปะ  เพราะฉะนั้นจิตใจเราจะสะอาดบริสุทธิ์มาก
·       เวลาพูด ให้พูดด้วยความมีสติ มันจึงเป็นสาระเป็นประโยชน์ ถ้าพูดด้วยความไม่มีสติมันเฟ้อ   ดูอย่างเวลาที่หลวงปู่มั่นท่านพูด ไม่ว่าที่ไหนๆ เป็นสาระออกมาน่าฟังทั้งนั้น   เพราะท่านพูดด้วยความมีสติ
·       ถ้าตั้งใจที่จะภาวนา อย่าส่งจิตไปทางอื่น ให้รู้อยู่ในกายในใจของเรานี่แหละ ถ้ายังตามความคิดอยู่ไม่ใช่ภาวนา
·       ถ้าคนมีสติแล้วไม่พูดพล่ามอะไรหรอก อยู่กับสติของตัว   ไม่พูด..เสียเวลา
·       ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา ให้เคารพต่อการฟังธรรมด้วยใจจริง ไม่ส่งจิตไปทางอื่น เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระเข้ามาสู่ใจของเราจริงๆ
·       เรื่องการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติอะไร ปฏิบัติจิตปฏิบัติใจของเรานี่แหละ ทำอย่างไรใจของเราจะสะอาดหมดจด   ปราศจากมลทิน ปราศจากโทษทั้งปวง
·       ผู้ที่มีจิตใจผ่องใส สะอาด ไม่มีโทษจะมีหน้าตาผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ไม่ขุ่น ไม่มัว เป็นที่น่าคบค้าสมาคมด้วย   บุคลิกลักษณะนั้นบ่งบอกถึงความสุขของใจ
·       เรื่องจิตไม่ใช่เรื่องอะไร นอกจากการตั้งสติไม่ให้เผลอ จะทำกิจอันใด ก็ทำด้วยความรู้ไม่ใช่ด้วยโมหะ โมหะ คือ ความหลงความไม่รู้ เมื่อเราไม่รู้มันก็ปรุงเราแต่งเรา
·       วาง….เฉย   มันก็ไม่ติดภพติดชาติ
·       เวลาเรายืนเราก็มีสติ เราเดินเราก็มีสติ เรานั่งเราก็มีสติ เรานอนเราก็มีสติ จนกว่าจะหลับไป อยู่กับสติปัฏฐาน ๔   มีสติรู้อยู่ในกาย เวทนา จิต ธรรมนี่แหละ
·       หลวงปู่มักเมตตาเตือนพระเณร ให้รู้จักตน รู้จักบุคคล รู้จักกาล รู้จักประมาณ
·       คนเราถ้าไม่ปฏิบัติธรรมแล้ว เรียกว่า ย่ำต้นกิเลส เหยียบย่ำต้น กินแต่ผลย่อมมีแต่จะเสื่อมไปสิ้นไป   ถ้าปฏิบัติธรรมแล้ว   เรียกว่าบำรุงต้นให้งามจึงออกดอกออกผลให้ได้บริโภคใช้สอย
·       พระเอาสิ่งใดที่พอเหมาะพอดี เราก็เอาสิ่งนั้น   อย่าให้มันเกินไป   เป็นธรรม
·       เราอยู่ในโลก อย่าฝืนโลก   ถ้าฝืนโลกมันผิดธรรมดา ฝืนธรรมดา
·       ถ้าเป็นพระควรพิจารณาในการรับ แต่ถ้าเป็นแพะเอาแหลกทุกอย่าง ผิดธรรมผิดวินัยก็ไม่ใส่ใจ
·       สิ่งใดที่ผิดธรรมผิดวินัย พวกเราอย่าทำ อย่าฝ่าฝืนคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาทำตามธรรมตามวินัย ให้เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ก็เป็นธรรมไปเรื่อยๆ ไม่เหยียบไม่ย่ำจะมีแต่ความเจริญ
·       ราคะไม่มีโทสะไม่มีโมหะไม่มี ความดึงดูดของโลกดูดไม่ได้เลย เพราะไม่มีสิ่งที่จะดึงดูดกันได้แล้ว เพราะฉะนั้นพระอริยเจ้าท่านไปไหนมาไหน ท่านเหาะเอาเพราะโลกไม่ดึงดูด
·       ผู้ภาวนาชั้นยอด ท่านเพียรฆ่าความโกรธให้มันหมด ฆ่าความโลภให้มันหมด  ฆ่าความหลงให้มันหมด
·       ไปเดือดร้อนอะไรกับคนนินทา ใครนินทาเราไม่ได้ยินไม่ใส่ใจก็สบาย   คนนินทาน่ะเป็นยาชูกำลังที่จะเตือนตัวเอง เขาติดีกว่าเขาชม  จะได้รู้ตัว ถ้าเราเป็นอย่างนั้นจะได้ปรับปรุง เราจะไปโกรธเขาทำไม  ถ้าไปโกรธเขาก็เรียกว่าเราแพ้ตัวเอง
·       ใครเป็นคนประคบประหงม ใครเป็นคนเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว ใครเป็นคนดูแลให้ความปลอดภัย   ผู้นั้นคือ บิดา มารดา
·       ไม่ต้องรู้อะไรมาก รู้ภายในน้อยๆ ก็ตามคำสั่งสอนน้อยๆ มันก็กว้างออกมาได้รู้ทุกขัง รู้อนิจจัง รู้อนัตตา   รู้แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว
·       สังขารความคิดปรุงแต่ง  มันไม่ใช่เรา แต่มันลากเราให้ติดให้ทุกข์ไม่รู้จักจบจักสิ้นเพราะฉะนั้นจงอย่าเชื่อสังขาร
·       เรียนทางโลก เรียนไปๆ ก็ยิ่งหนาไปเรื่อย  ไม่เบาบางได้เลย     เรียนทางธรรมเรียนละ ละโลภ ละโกรธ ละหลง ละกิเลสตัณหา มันก็เบาไปๆ จนไม่มีภาระ หมดภาระ
·       ธรรมะแสดงอยู่ทุกเมื่อ เกิดอยู่เสมอ ผู้มีปัญญาย่อมโอปนยิโก คือ น้อมเข้ามาใส่ตัวเอง น้อมเข้ามาพิจารณาในตัวเอง  เมื่อพิจารณามากเข้าก็จะปัจจัตตัง คือ รู้ได้เฉพาะตน
·       กิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นอันตรายเด้อลูกหลานเอ๋ย เป็นกิเลสอย่างน่ากลัว ร้อนกว่าไฟ ใสกว่าแก้ว บ่มีเขี้ยวกัดกินคน กิเลสมันกัดกินคน   เราจะทำตามมันอยู่หรือ เราต้องฝืนมันบ้างสิ  อย่าไปตามใจมัน
·       รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง รู้จักจับ รู้จักวาง รู้ทางพระนิพพาน
·       บุญกุศลเกิดขึ้นที่ใจเรา ถ้าใจเรามีศีล มีสมาธิ มันก็เกิดปัญญาขึ้นมา ถ้าใจของเราไม่มีศีลไม่มีสมาธิ ไม่มีความมั่นคงอะไรเลย มันก็ไม่เกิดปัญญา ไม่สิ้นสงสัยได้
·       ไม่ต้องถามปัญหาอะไรหลาย ไม่มีปัญหาไม่ต้องสงสัยอะไร มีความสงสัยเกิดขึ้น รู้อยู่ อย่าไปตาม ถ้าปล่อยให้มันสงสัย  มันก็สงสัยเรื่อยไป รู้เท่าทันความสงสัยก็พอ
·       อยู่ในผ้าเหลืองเป็นเพศอันสงบ เป็นเพศอันสบาย เป็นเพศอันอุดม ให้รู้จักรักษา รู้จักทำความเพียร ถ้าละความเพียรก็จะเวียนไปหาความมักมาก
·       ใจมันหยุดนึกหยุดคิด มันสบายจริงๆ ไม่มีเรื่องร้อนมาปรุงตัวเอง นั่งสบาย นอนสบาย เป็นเสรีเต็มตัว กิเลสมันปรุงออกไปมันร้อน พอเห็นหน้ามันมาก็รู้ทันทีพอแล้วๆ ตัวเองสอนตัวเอง รู้เท่าเอาทัน  อย่าให้มันปรุง
·       เมื่อได้อะไรมาก็ว่าของกูๆ ไม่ปล่อยไม่วางได้เลย กอดทุกข์อยู่นั้นแล้ว ปล่อยไม่ได้เลย
·       จะเป็นพระ เณร อุบาสก อุบาสิกา ที่ดีได้ต้องมี สติสัมปชัญญะ ระลึกได้อยู่เสมอรู้ตัวอยู่เสมอ   ต้องฝึกให้ยิ่ง
·       บวชให้พ่อให้แม่  อย่าทำศีลของเราให้ขาดมันไม่ดี อย่าเห็นแก่ความสนุกสนาน กิเลสมันบังคับไปอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำไปตามอำนาจกิเลสมันไม่ถูก อดกลั้นไว้บ้าง
·       อย่ากินสมอยาก อย่าปากสมเคียด  เป็นคำที่หลวงปู่เตือนลูกศิษย์ลูกหาเสมอๆ
·       เรื่องที่แล้วไปแล้ว มันก็แล้วไปแล้ว จะเอามาคิดอะไรอีก ผ่านไปแล้ว อย่าเอามาคิด  จิตจะฟุ้งซ่านขุ่นมัว
·       ถ้าจิตใจเศร้าโศกไม่เบิกบานร่าเริงแล้วเสียมงคลไปหมด ใจอภัย แต่ถ้าจิตใจไม่เศร้าไม่โศก   มีแต่ร่าเริงเกษมสำราญแล้ว  เป็นมงคลอย่างยิ่ง
·       ธรรมดาคนหลงทั้งหลายเขาไม่เคยพอ  มีหนึ่งมีสองแล้วเขายังหาเอาใหม่ต่อไปอีกเรียกว่าคนโลภ โลภในกาม ไม่รู้จักเบื่อจักหน่าย เมื่อไหร่ที่มันเบื่อมันหน่ายจะรู้จักเองหรอก โอ! มันทุกข์ขนาดนี้หนอ
·       แต่งงานแล้วมันสุขหรือทุกข์ มันทุกข์หนักจริงๆ สุขนิดเดียวเอง   อุ้มท้องก็ลำบากแสนสาหัส   พอคลอดลูกก็แทบล้มแทบตายไป  สร้างโลกเรียกว่าสร้างกองทุกข์
·       ต้องพิจารณาให้เห็นทุกข์ในโลก เห็นโทษของกามเสียก่อน จึงอยู่สบายในพรหมจรรย์
·       มัวแต่พูดสอนคนอื่น ตัวเองยังสงสัยอยู่เลย ยังไม่สิ้นอาสวะ ไม่ดีเท่าไรหรอก
·       มีสุขอยู่ที่ไหน มีทุกข์อยู่ที่นั่น   หาสุขจากกาม หาสุขในโลก จะได้มาจากไหน มันคือการหาสุขในทุกข์ สุขไม่มี ตัวของเราไม่มีในนั้น
·       การทำความเพียรอย่าหลอกตัวเอง  ให้เอาจริงเอาจังกับมัน ว่าจะตั้งก็ต้องตั้งสิว่าจะกำหนดก็ต้องกำหนดสิ   ให้สติมันแก่กล้า ทำสัมปชัญญะให้มันแจ้ง
·       เห็นคนอื่นเห็นสัตว์อื่นมีความสุข   เราผู้นั่งดูก็สุขด้วย
·       หลวงปู่มักนำข้อคิดของคนโบราณมาเตือนว่า ทำดีไว้ให้ลูก ทำถูกไว้ให้หลาน พัฒนาการไว้ให้ชาติบ้านเมือง
·       ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นเครื่องชำระจิตใจให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ที่เราทำกันนั้นมีความหมาย ถ้าทำแล้วกำจัดกิเลสของตัวได้เป็นการดี แต่ถ้าทำแล้วกำจัดไม่ได้  ก็ชื่อว่ามาทำเล่นๆ   ไม่ดี
·       อบรมตัวเองให้รู้จักข้อวัตรปฏิบัติ ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี อะไรที่มันผิดเราก็จะต้องพยายามละ ไม่ทำตามความคิดฝ่ายต่ำของตัวเอง ทำแต่คุณงามความดี
·       ดูตัวเองสิปัญญาเรามีไหม เราพิจารณาได้ไหม ทำอย่างนี้จะเจริญจริงไหม ทำอย่างนี้จะเสื่อมไหม พิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญาอันชาญฉลาดของตนเองดู
·       เราไม่เก็บ ไม่กำ ไม่กอบ ไม่โกย ไม่โกง ไม่กิน ไม่เอาเปรียบผู้ใดเลย แต่ถ้าเราเก็บ กำ กอบ โกย โกง กิน ตัวเองก็มีแต่จะเสื่อม หมดสง่าราศี
·       เครื่องประดับใดๆ ในโลก ก็สู้ธรรมะไม่ได้  ถ้ามีธรรมะประดับใจตนแล้ว ย่อมเป็นผู้เจริญรุ่งเรืองแน่นอน
·       ผู้ปฏิบัติต้องฝึกหัดสติกันทั้งนั้นแหละ
·       อย่าปล่อยสติให้มันเป็นไปตามความชอบใจของมันเอง ทำอะไรก็ให้มีสติทำข้อวัตร  ปฏิบัติอะไรก็ให้มีสติอยู่เสมอ  จับแก้วก็ให้มีสติ จะวางตรงไหนก็ให้มีสติ  ถ้าไม่มีสติ เวลาวางเสียงจะดัง ข้าวของอาจเสียหายได้ ผู้ที่ไม่ปล่อยสติให้เลินเล่อดูแล้วงาม
·       ฟังเทศน์ถ้ามีสมาธิในการฟังชื่อว่าเคารพแล้ว อย่าเอาใจส่งไปไร่นาไปที่ไหน ให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ได้ยินอยู่ที่หู รู้อยู่ที่ใจ  ใช้วิจารณาณอยู่ในตัว คบคิดเนื้อหาอยู่กับตัวนั่นแล   เรียกว่าได้ความเคารพ
·       เห็นเงินหน้าดำ เห็นคำหน้าเศร้า เห็นข้าวตาโต พาโลอยากได้   เป็นคำที่หลวงปู่มักนำมาเตือนพระเณร  ไม่ให้ตกเป็นทาสของความโลภ
·       โกรธเขาเราทุกข์เองนั่นแหละ ถ้าไม่โกรธก็ไม่ทุกข์ สบาย ฆ่าความโกรธได้อยู่เป็นสุข เราจะชนะความโกรธของเขา  ด้วยความไม่โกรธของเรา
·       ไม่เผลอ ไม่หลง ไม่ส่ง ไม่ส่าย ไม่วุ่น ไม่วายกับเรื่องใดๆ ทั้งนั้น ก็สบายแฮ อยู่อย่างนั้น…สบาย
·       กินหลายบ่หายอยาก (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) นอนมากบ่รู้ตื่น รักคนอื่นกว่ารักตัว สิ่งควรกลัวกลับกล้า (ราคะ โทสะ โมหะ) ของสั้นสำคัญว่ายาว (ชีวิต)
·       ถ้ามีศรัทธาความเชื่อมั่นแล้ว ทำให้ไม่ลำบากในการบำเพ็ญกุศล เพราะไม่มีสิ่งมากีดขวาง
·       สัปปายะ ๕ ได้แก่ อาหารเป็นที่สบาย อากาศเป็นที่สบาย เสนาสนะเป็นที่สบาย บุคคลเป็นที่สบาย ธรรมะเป็นที่สบาย ท่านว่าอยู่ได้ มีโอกาสเจริญจิตตภาวนาไปได้สะดวก
·       เมื่อใจสงบลงไปแล้ว   จะเห็นบาปเป็นบาป  เห็นบุญเป็นบุญ
·       ถ้าจะสึก ตัวเป็นโยมแต่ใจเป็นพระได้ไหม  มักน้อย ไม่แสวงหา ไม่แต่งตัว ไม่ห่วงหล่อ ห่วงสวย   ถ้าไม่ได้ก็อยู่อย่างนี้ดีกว่า (อย่าสึกดีกว่า)
·       เวลาภาวนา ต้องไม่มีตัวไม่มีตน  ไม่มีอะไร เป็นอาการว่างไปหมด แต่ความรู้ไม่ว่างให้ย้อนเข้ามาพิจารณาธรรมะว่า เราตกอยู่ในกองทุกขัง อนิจจัง อนัตตา เราเป็นผู้รู้ผู้เดียว แม้ที่สุดก็ไม่มีเราในรู้นั้น ไม่ยึดมั่นยึดถืออะไรอีก วางหมด มันเบาไม่หนักแล้ว
·       ความโมโหพาตัวตกต่ำ อย่าไปโมโหโกรธผู้อื่น  มันเป็นไฟ มันจะไหม้หัวใจเจ้าของเอง ถ้าเขาไม่ดีมันเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา
·       ทำทานแล้วต้องรักษาศีลด้วย เหมือนเอาถ้วยชามมาใส่ของ ใส่อย่างเดียว ไม่ล้างถ้วยล้างชามก็ไม่น่าใช้
·       นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี   ทำใจให้เป็นไปอย่างนั้นเด้อ
·       ขันธ์ทั้งห้าเป็นภาระอันหนัก ต้องรู้จักวาง รู้จักเฉยซะ หากเราวางได้ จะเบากายเบาใจอย่างยิ่ง
·       ถ้าท่านรู้ตัวท่านดีกว่าท่านไม่ได้ผิด ก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่เห็นจะต้องหวั่นไหวอะไรเลย ต่อให้คนทั้งโลกจะชี้หน้าว่าผิดแม้ตัวผมเอง (หลวงปู่ชี้นิ้วเข้าหาหลวงปู่ก็ไม่ต้องหวั่นไหว)
·       ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ทำอย่างไรกับเรา  อย่าหวั่นไหว เฉยไว้ก็ดีเองๆ
·       เห็นธรรม  คือ  เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำอย่างไรเราจะพ้นจากกองทุกข์ เห็นว่าของทุกอย่างไม่ใช่เรา เป็นอนัตตา แม้ร่างกายที่อยู่ร่วมกันก็ไม่ใช่เราเลย มันอยากเจ็บมันก็เจ็บ มันอยากแก่มันก็แก่ มันอยากตาย มันก็ตาย ห้ามมันไม่ฟัง ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นไม่กลัวตาย ตายเมื่อไรช่างมัน ทำความดี…ดีกว่า

คัดลอกจาก http://www.kanlayanatam.com/sara/sara109.htm

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงกรานต์นี้เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์/ชมอาทิตย์ขึ้นตกส่อง15ประตู

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331868

สงกรานต์นี้เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์/ชมอาทิตย์ขึ้นตกส่อง15ประตู

สงกรานต์นี้เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์/ชมอาทิตย์ขึ้นตกส่อง15ประตู

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.45 น.

8 เม.ย. 61 อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มาเที่ยวชมความงดงามของปราสาทพนมรุ้ง ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมขอมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุต จากระดับน้ำทะเล สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15-18

โดยองค์ปราสาทมีความสวยสดงดงามทั้งมีความมหัศจรรย์ เนื่องจากในแต่ละปีจะมีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกสาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตูปราสาท ถึง 4 ครั้ง คือ ตกตรง 2 ครั้งและขึ้นตรง 2 ครั้ง ทางจังหวัดจึงได้จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด แต่ละปีก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

พร้อมกันนี้ ทางอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ยังได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางทั้งไปและกลับมาเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ ได้แวะเวียนมาเที่ยวและกราบไหว้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นปีใหม่ไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวด้วย

น.ส.พิมพ์นารา  กิจโชติประเสริฐ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ยังได้ขอความร่วมมือประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางขึ้นมาเที่ยวชมปราสาทพนมรุ้ง ให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่ควรนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มในเขตโบราณสถาน เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ ทั้งยังเป็นการกระทำผิดกฎหมายด้วย ซึ่งคาดว่าในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เดินทางมาเที่ยวปราสาทพนมรุ้งไม่น้อยกว่าวันละ 3,000-10,000 คน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชมเด็กไอเดียเจ๋ง!ทำป้ายจราจรจากวัสดุเหลือใช้ เตือนขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331867

ชื่นชมเด็กไอเดียเจ๋ง!ทำป้ายจราจรจากวัสดุเหลือใช้ เตือนขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์

ชื่นชมเด็กไอเดียเจ๋ง!ทำป้ายจราจรจากวัสดุเหลือใช้ เตือนขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 10.32 น.

8 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า พบการโพสต์ภาพและข้อความทางโซเซียลมีเดีย ของกลุ่มเยาวชนตำบลหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ขณะกำลังช่วยกันทำป้ายเตือนการขับขี่ขับขี่ปลอดภัย ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ อาทิ ยางรถจักรยานยนต์ ขวดพลาสติก ไม้ไผ่ และถุงน้ำสะท้อนแสง ที่สะดุดตาทั้งกลางวันและแจ่มชัดเจนในช่วงกลางคืน หวังลดการเสียชีวิตช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นศูนย์

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ ในพื้นที่ถนนเส้นทางต่างๆภายในเขต พื้นที่ ตำบลหนองยียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้พบกับกลุ่มเยาชนตำบลหนองอียอ จำนวนมากทั้งชายและหญิง กำลังขะมักเขม้นช่วยกันติดตั้งป้ายเตือนการขับขี่ปลอดภัย ซึ่งเป็นป้ายแจ้งเตือนที่ทำจากยางรถจักรยานยนต์ ทาสีขาว-แดง มีเขียนข้อความต่างๆ อาทิเช่น ขับดีๆเก๊าเป็นห่วง,ขับรถอย่างมีสติ,ระวังโค้งซิ่งตาย,ทางโค้งทางห้ามแซง แซง…เดี๋ยวตะแคงลงทาง,ขับเร็วหลายฟ้าวตายติ ฯลฯ และเครื่องหมายสัญญาณจราจรต่างๆ ทางตรง ทางเลี้ยว ทางโค้ง โดยมีนายปฎิวัติ  สระแก้ว  รองนายก อบต.หนองอียอ และนายสุเนตร ปทุมขวัญ หัวหน้าสำนักปลัด อบต.หนองอียอ และนางสมใจ  ณ  เชียงใหม่ เลขานุการนายก มาช่วยเหลือสนับสนุนอำนวยความสะดวก จัดหาอาหารการกินมาให้กับกลุ่มเด็กเยาวชน ที่กำลังช่วยกันติดตั้งป้ายเตือน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

แต่สิ่งที่แปลก แหวกแนว สะดุดทุกสายตา คือถุงน้ำสะท้อนแสงที่มีสีสันต่างๆ สามารถสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดีและสวยงามมากๆ ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียสุดเจ๋งของสภาเด็กและเยาวชนตำบลหนองอียอ ที่ประดิษฐ์คิดค้นโดยการนำถุงพลาสติกใสธรรมดาๆมาใช้เป็นถุงน้ำสะท้อนแสง กลางวันก็เป็นที่สะดุดตา และในช่วงกลางคืนเวลาขี่ขับรถ จะส่องแสงสะท้อนเป็นสีต่างๆที่ทำขึ้น จะมีสีแดง น้ำเงินและสีเหลือง นำมาประดับไว้ที่ริมถนนบริเวณทางโค้ง  เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้มองเห็นสะดุดตาจะได้ใช้ความระมัดระวัง เพื่อเป็นการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย ซึ่งใครๆเห็นแล้วต่างพากันชื่นชมว่า เป็นไอเดียสุดเจ๋งเลยทีเดียว

นายสุเนตร ปทุมขวัญ หัวหน้าสำนักปลัด อบต.หนองอียอ  กล่าวว่า เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ เยาวชนได้ใช้เวลามารวมกลุ่มกันบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชน ซึ่งเป็นการรวมตัวที่ทำได้ยาก จะต้องมีผู้ใหญ่ที่คอยเป็นที่ปรึกษา และแนะแนวทางในการรวมกลุ่มทำความดี ข้อดีของการรวมกลุ่มกันทำให้ได้รับคำชมและความพึงพอใจของผู้ปกครอง ทำให้เยาวชนต่อยอดไปสู่การเรียนและประกอบอาชีพได้ แต่ที่แน่ๆกลุ่มเยาชนดังกล่าวถือเป็นแบบอย่างที่ดี ในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสวนรวม ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ขอชื่นชมกลุ่มเยาวชนเหล่านี้

ด้านนายปฎิวัติ สระแก้ว รองนายก อบต.หนองอียอ กล่าวว่า อบต.หนองอียอ ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนตำบลหนองอียอ ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา ทำจุดเสี่ยงให้เป็นบวกร่วมกัน โดยทำป้ายเตือนการขับขี่รถทุกชนิด โดยใช้อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้  เช่น ยางรถจักรยานยนต์ ขวดพลาสติก ไม้ไผ่ ชื่อโครงการทำจุดเสี่ยงให้เป็นบวก เพื่อแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ โดยจะติดบริเวณทางโค้งถนนหลักของแต่ละหมู่บ้านในเขตตำบลหนองอียอ ที่เป็นจุดเสี่ยงเกิดอันตราย ซึ่งมีอยู่จำนวนหลายโค้ง และมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ้มกันวันอาทิตย์

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331747

ยิ้มกันวันอาทิตย์

ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประท้วงฮาเฮ : กลุ่มวัยรุ่นชาวปาเลสไตน์สวมชุดตัวการ์ตูนโพสต์ท่าถ่ายรูปอย่างเฮฮา ระหว่างร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านกองทัพอิสราเอล บริเวณพรมแดนระหว่างอิสราเอลกับฉนวนกาซา ทางใต้ของฉนวนกาซา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

ไม่ใช่ปืน : ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นภาพนายชาฮีด วาสเซล ชายผิวสีสภาพจิตไม่ปกติ เล็งท่อนเหล็กที่ดูเหมือนอาวุธปืนเข้าใส่ผู้คนบนทางเท้าในย่านบรูคลิน ของนครนิวยอร์ก จนมีผู้แจ้งตำรวจ ก่อนที่ในเวลาต่อมา ตำรวจ 4 นาย จะมารุมล้อมนายวาสเซล และยิงเข้าใส่ 10 นัดจนเสียชีวิต ทั้งที่เขามีเพียงท่อนเหล็กในมือ

จับได้แล้ว : เซอร์จิโอ รามิเรซ เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพรมแดนสหรัฐ ตะครุบตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 2 คน ที่พยายามเดินเท้าข้ามพรมแดนจากเม็กซิโกมายังสหรัฐ บริเวณเทือกเขาริโอ กรันเด ใกล้เมืองแมคอัลเลน รัฐเท็กซัส

แว่นอัจฉริยะ : เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน สวมแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งมีกล้องติดอยู่เชื่อมต่อกับระบบเก็บข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ สามารถวิเคราะห์ใบหน้าของผู้ต้องสงสัยที่กำลังหลบหนีจากฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยให้สามารถจับกุมคนร้ายที่กำลังก่อเหตุหรือกำลังหลบหนีได้อย่างง่ายดาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำไมคนไทยหน่ายภาษี? มุมมองภาคเอกชนมีคำตอบ

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331804

ทำไมคนไทยหน่ายภาษี?  มุมมองภาคเอกชนมีคำตอบ

ทำไมคนไทยหน่ายภาษี? มุมมองภาคเอกชนมีคำตอบ

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.

“ภาษี” เป็นหน้าที่ของ “ทุกคนที่อาศัยอยู่ในระบบรัฐ” ต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเข้าเป็นเงินกองกลางเรียกว่า “งบประมาณแผ่นดิน” แล้วรัฐบาลทั้งที่เป็นระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นก็จะนำงบประมาณนั้นไปจัดสรรเพื่อใช้ในกิจการสาธารณะต่างๆ ซึ่งในแต่ละประเทศก็มีภาษีแตกต่างกันไป ทว่าสำหรับเมืองไทย “อย่าได้พูดเรื่องเก็บหรือขึ้นภาษี” เพราะสิ่งที่ตามมาคือเสียง “โห่” และอาการ “ส่ายหัว” จากประชาชนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นภาษีประเภทใดๆ ก็ตาม กลายเป็นถ้อยคำค่อนขอดว่า “คนไทยอยากได้นั่นได้นี่แต่ไม่ค่อยอยาก
เสียภาษี” อยู่เนืองๆ

ทว่าการที่ประชาชนคนไทยไม่ค่อยรู้สึกอยากหยิบเงินออกจากกระเป๋าตนเองไปจ่ายภาษีบำรุงประเทศ ก็มีสาเหตุที่พอเข้าใจได้ ดังที่ ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวไว้ในเวทีเสวนา “อัดฉีด เก็บภาษี ช่วยใคร?” ณ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ถึงสารพัดโครงการของภาครัฐ ที่ทำออกมาแล้วแทนที่จะดี กลับกลายเป็นไม่ได้ประสิทธิผลอย่างที่วางเป้าหมายไว้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

อาทิ นโยบายกระตุ้นการบริโภค ที่ให้ผู้คนไปซื้อสินค้าและบริการต่างๆ แล้วนำใบเสร็จมาขอลดหย่อนภาษีกับรัฐ พบว่า ภายใต้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ที่เติบโตนั้นเป็นการเติบโตเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือก็คือ “สินค้าและบริการของบริษัทขนาดใหญ่” ส่วนชาวบ้านที่ขายผักขายปลาในตลาดไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้เพราะเม็ดเงินลงไปไม่ถึง

“แม้กระทั่งเงินคนจนเดือนละ 3 พันล้านบาทแล้วเพิ่มขึ้นมาอีก มันก็ไม่ถึงมือข้างล่าง เพราะคนจนที่มีบัตร 11 ล้านคนต้องเอาบัตรไปรูด ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมเศรษฐกิจรากหญ้ามันถึงไม่โต เพราะเงินที่กระตุ้นไปมันไปไม่ถึง มันไปถึงรายใหญ่ๆ ก็คือบริษัทที่เขามีเครื่องอีดีซี (EDC-Electronic Data Capture : เครื่องรูดบัตร) คนขายของในตลาดเขาไม่มีเครื่องนี้ เสนอว่าเปลี่ยนเป็นคิวอาร์โค้ด (QR Code) ได้ไหม? ดูเมืองจีนขอทานยังใช้เลย ฉะนั้นตาสียายมาสามารถมีคิวอาร์โค้ดได้ เงิน 300 บาท 500 บาท ที่เติมเข้ามามันจะได้ถึงข้างล่าง” ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าว

ต่อมาคือ นโยบายเกี่ยวกับ “เอสเอ็มอี” (SME) ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รอง ปธ.สภาหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เดิมทีผู้ประกอบการกลุ่มนี้มักจะเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดา มีส่วนลดอะไรก็ว่าไปตามสภาพ กระทั่งระยะหลังๆ “ภาครัฐมีมาตรการกดดันให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล” แต่พบปัญหาคือถ้าจดแล้วก็ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม เช่น พนักงานบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี และนั่นคือ “ต้นทุนที่สูงขึ้น” ทว่าชื่อก็บอกแล้ว “ธุรกิจรายย่อย” ปกติก็ได้กำไรไม่สูงนัก เมื่อต้องมาแบกภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกจะอยู่รอดได้อย่างไร?

“ภาษีบริษัทใหญ่ๆ เสีย 20 เปอร์เซ็นต์ เอสเอ็มอีก็เสีย 20 เปอร์เซ็นต์ จะไปขอให้เอสเอ็มอีเสีย 15 เปอร์เซ็นต์ได้ไหม? เขาก็บอกมันเป็นระบบเดียวกันไม่ใช่ 2 มาตรฐาน เอสเอ็มอีจะเกิดได้อย่างไร? ไม่ทันจะเกิดมันก็ตายแล้ว แท้งก่อนเกิดเสียด้วยซ้ำไป ผมคิดว่าการออกแบบภาษีมันต้องนึกถึงคนที่กำลังจะก้าวไปสู่บริษัทขนาดกลางขนาดใหญ่” รอง ปธ.สภาหอการค้าไทย ระบุ

ล่าสุดคือร่างกฎหมายใหม่อย่าง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แม้จะมีเจตนาดีต้องการให้ลดการกักตุนที่ดินเพื่อเก็งกำไร แต่บรรดาเจ้าที่ดินรายใหญ่ๆ อาจนำที่ดินในครอบครอง “แปลงเป็นรูปนิติบุคคล” ดังนั้นหากต้องเสียภาษีก็เป็นนิติบุคคลที่เสียไม่ใช่ตัวผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็น “ช่องโหว่” ให้เสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง กลายเป็นว่ามีแต่คนชั้นกลางหรือแม้แต่คนระดับล่างที่ต้องแบกรับภาษีใหม่นี้มากกว่า หรือแม้แต่มนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ มีบ้านหลังเดียวในชีวิต อยู่ดีๆ ราคาบ้านนั้นเกิดแพงขึ้นจนต้องจ่ายภาษี การบังคับให้ขายบ้างทิ้งนั้นเป็นธรรมหรือไม่?

ข้างต้นนี้เป็นเรื่องของนโยบาย แต่อีกด้านภาครัฐของไทยก็ยังมีปัญหา “วิธีคิด” ด้วย รอง ปธ.สภาหอการค้าไทย ยกตัวอย่าง “การขอประกอบธุรกิจ” ที่ผู้ประกอบการเห็นว่า “ยุ่งยาก” จากกฎหมายที่ “มากและซ้ำซ้อน” โดยมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักพันฉบับ ยังไม่นับกฎหมายรองระดับกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) รวมถึงกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จึงไม่ต้องแปลกใจที่นักธุรกิจจะหันไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ที่กฎระเบียบยืดหยุ่นคล่องตัวกว่า

“จะเปิดร้านค้าโชห่วยให้ถูกต้องจริงๆ ต้องขอใบอนุญาต 36 ใบ ตอนนี้ก็พยายามลดลงมาให้คล่องตัวขึ้น แต่ถ้ากิจการค้าส่งนี่ต้องไม่น้อยกว่า 70 ใบ แปะข้างฝาเต็มไปหมด ถามว่าของพวกนี้ใช้ไม่ได้เลิกไปเถอะได้ไหม? เราพยายามจะปฏิรูปกฎหมายแบบที่เกาหลีใต้ทำ แต่พอถามไปที่กระทรวง เขาบอกไม่ได้ มันเป็นเรื่องของอำนาจ เราต้องดูแลเรื่องนี้ อย่าไปเลิก ฉะนั้นมันเลิกไม่ได้สักฉบับ แต่ธุรกิจมันเดินลำบาก” ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ยกตัวอย่าง

เช่นเดียวกับหลักคิด “ภาครัฐรู้ดีที่สุด” ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวถึงกรณีที่เวลารัฐบาลอยากให้ภาคเอกชนเสนอความคิดเห็นในการพัฒนาต่างๆ ภาคเอกชนก็พร้อมร่วมมือ แต่ปัญหาคือ “หน่วยราชการเอาแผนของตนเองเป็นตัวตั้ง” ถ้าแผนใดของเอกชนตรงกับแผนของราชการก็จะนำมาพิจารณา แต่ถ้าไม่ตรงกันก็ “ปัดออกไปก่อน” ผลคือประเทศไทยก็ไปแบบ “เรื่อยๆ” ตามระบบราชการประจำวัน จะไปหวังให้พัฒนาแบบ “ก้าวกระโดด” คงยาก

รอง ปธ.สภาหอการค้าไทย กล่าวสรุปสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดว่า “ถ้าประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐ ก็ไม่รู้สึกอยากจะจ่ายภาษี” โดยเปรียบเทียบกับ “การทำบุญ” คนจำนวนมากถวายเงินวัด บางคนทำครั้งหนึ่งเป็นหลักแสนหลักล้านบาทก็มี เพราะเชื่อว่า “ได้บุญแน่” ต่างกับการจ่ายภาษีที่แม้จ่ายเพียงปีละไม่กี่พันบาท แต่เมื่อเห็นข่าวการใช้จ่ายงบประมาณแบบไร้ประสิทธิภาพ แถมบางครั้งยังมีเหตุทุจริตเกิดขึ้นอีกต่างหาก เช่น บางรัฐบาลที่มีนโยบายอุดหนุนราคาพืชผลทางการเกษตรแล้วปล่อยให้มีการทุจริตเสียหายนับแสนล้านบาท แบบนี้เห็นแล้วก็รู้สึกเสียดาย

“เรารู้ว่าเราจ่ายภาษีไปเดี๋ยวก็เอาไปโกงกัน เราเสียดายไหม? มันมาทำอะไรได้อีกเยอะแยะ ฉะนั้นถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่คู่กันไป ผมคิดว่าคนที่จะเสียภาษีเขาก็หาวิธีไว้ก่อนแล้ว เพราะเงินไม่ได้ไปตามที่เราคิด ถ้าเงินมันไปตามที่เราคิดทุกอย่างก็สะดวกหมด คนก็อยากจะมีส่วนร่วมในส่วนนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นการออกแบบผมคิดว่าต้องมีความละเอียดอ่อน พูดคุยกัน แต่การพูดกันขณะนี้เอาใครก็ไม่รู้มานั่ง ไม่ได้มีส่วนได้เสียเลย แต่คนที่เกี่ยวข้องด้วยไม่ได้ไปนั่ง” ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ฝากข้อคิด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวมพลังซื้อข้าวช่วยชาวนา นทพ.-ปตท.เติมเต็มตลาดประชารัฐ

Posted on March 28, 2019 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/331806

รวมพลังซื้อข้าวช่วยชาวนา  นทพ.-ปตท.เติมเต็มตลาดประชารัฐ

รวมพลังซื้อข้าวช่วยชาวนา นทพ.-ปตท.เติมเต็มตลาดประชารัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.

นโยบายของรัฐบาลในโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งโครงการตลาดประชารัฐ เป็นโครงการหนึ่งที่เดินหน้าไปได้สวย ซึ่งหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(นทพ.) ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือโครงการ 1 ประชารัฐ 1 ภูมิภาค ระหว่าง หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กับ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนความร่วมมือโครงการประชารัฐ ดังนี้

โดยสำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดโครงการตลาดประรัฐ ซึ่งเป็นโครงการที่นำผลผลิตของราษฎรในพื้นที่รับผิดชอบ ที่ได้เข้าไปส่งเสริมอาชีพ ออกมาจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรในชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมช่วยเหลือให้มีสถานที่จำหน่ายสินค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายโดยทดลองโครงการนำร่องใน 10 จังหวัด อีสานตอนล่างจำนวน 9 สถานีบริการ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่

และเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2561 พลตรีธวัชชัย ชวนสมบูรณ์ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, นายบุญชัย สุวรรณปิฎกกุล ผู้จัดการฝ่ายตลาดรัฐและอุตสาหกรรม นายสุธีณพ ธัญญสิริ ผู้จัดการเขตอาวุโสและนางนราวดี เสพย์ธรรม ผู้แทนบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน),นายวินัยโตเจริญ นายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์, นายศักดิ์สิทธิ์ รัถยาภิชาติ ภาคเอกชนเจ้าของกิจการปั๊ม ปตท.พร้อมทั้งหน่วยงานความร่วมมือ ได้ร่วมกันจัดโครงการตลาดประชารัฐ ในสถานบริการน้ำมัน ปตท. ณ บริษัทจำกัด บี อาร์ วายปิโตรลียมบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะให้บริการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกสินค้าโอท็อป 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล ข้าวสารพร้อมกันทั่วทั้ง 9 สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดต่างๆ ของอีสานตอนล่างพร้อมกันตั้งแต่บัดนี้ถึง-15 พ.ค.2561

จึงขอเรียน ประชาชนซึ่งเดินทางสัญจรในพื้นที่และใช้สถานีบริการเข้าเยี่ยมชมและสนับสนุนโครงการ และผลิตภัณฑ์ได้ ในพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดต่อไปนี้จังหวัดนครราชสีมา อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ชัยภูมิ และอุบลราชธานี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2561(2018), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,982,727 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โวยอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก
ฝรั่งเศสแบนแอลกอฮอล์ในเทศกาลดนตรี หลังคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิแตะ 41 องศาฯ
เปิดใจ แจน ภรรยา น็อต วรฤทธิ์ ปมสามีเจอทัวร์ลงหนักมาก
Research Synergy พลังนักวิจัยหญิงไทย ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569
รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน
กมธ.ตำรวจลงดาบ สอบสส.ภาวุธ พัวพันฟอเร็กซ์ฉาว เปิดทางพิสูจน์ความจริง
Around W. By หมูอ้วน : สัมผัส ‘เสน่ห์’ เที่ยวทั่วไทย 4 ภาค จาก ‘ทะเลหมอก’ ถึงทะเลใต้ ค้นพบเมืองไทยมุมใหม่กับความรู้สึกที่ไม่รู้ลืม
แวนซ์ชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอล มีเป้าหมายเรื่องอิหร่านต่างกัน
ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย
จุติ หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง

Recent Posts

  • “เจดี แวนซ์” เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์ เปิดฉากเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน
  • ศาลสเปนสั่งภรรยานายกฯ ซานเชซขึ้นศาลคดีทุจริต ยึดพาสปอร์ต-ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
  • “คิงชาร์ลส์” เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก
  • สื่ออังกฤษตีข่าว ‘นายกฯ “เคียร์ สตาร์เมอร์” จ่อประกาศลาออก
  • ฝรั่งเศสแบนแอลกอฮอล์ในเทศกาลดนตรี หลังคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิแตะ 41 องศาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d