‘มารีญา’สวยสะกดทุกสายตาถ่ายทอดทั้งอินเนอร์ทั้งแฟชั่น ตอบโจทย์ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363391

‘มารีญา’สวยสะกดทุกสายตาถ่ายทอดทั้งอินเนอร์ทั้งแฟชั่น ตอบโจทย์ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

‘มารีญา’สวยสะกดทุกสายตาถ่ายทอดทั้งอินเนอร์ทั้งแฟชั่น ตอบโจทย์ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.52 น.

นำปัญหาสิ่งแวดล้อมมาผสานลงตัวกับแฟชั่นในคอนเสปต์Save Planet แถมยังได้มารีญาพูลเลิศลาภนางแบบและมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปี2017 มาขึ้นปกMiX Magazine อีกด้วยซึ่งมารีญาสามารถถ่ายทอดทั้งอารมณ์และความสวยเซ็กซี่ตอบโจทย์นิตยสารแถมยังมีอินเนอร์ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วยโดยมารีญาได้กล่าวถึงการถ่ายแฟชั่นในครั้งนี้ว่า

“ตอนที่นิตยสารMiX ติดต่อมาและได้ทราบคอนเส็ปต์ก็ดีใจมากเลยค่ะเพราะตัวมารีญาก็มีอะไรเกี่ยวกับการSave Planet อยากแชร์เหมือนกันยิ่งพอทำออกมาเป็นแฟชั่นก็ยิ่งสนุกคือในทางแฟชั่นสามารถเอาสองอย่างมาผสานกันได้เช่นพลาสติก,กล่องโฟมขวดน้ำเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่สะท้อนให้หลายคนคิดว่าถ้าโลกเรามีขยะเยอะขนาดนี้มันจะไม่ได้ดูสวยอย่างฉากที่เราฉาบไว้ฉะนั้นต้องทำยังไงเริ่มยังไงอย่างมารีญาตั้งแต่เด็กทั้งที่บ้านและโรงเรียนก็จะปลูกฝังให้รักโลกรักสิ่งแวดล้อมเพราะเราต้องอยู่ด้วยกันและมารีญาก็ทำอย่างนั้นมาตลอดครั้งนี้จึงเป็นการเน้นย้ำว่าเราต้องใช้ชีวิตแบบไม่ฟุ่มเฟือยให้เรานึกถึงว่าเราใช้อะไรบ้างแล้วมันจะกลายเป็นขยะเยอะขนาดไหนซึ่งเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ถ้าช่วยกันส่วนผลงานหลังจากกลับจากประกวดมิสยูนิเวิร์สก็ได้ประสบการณ์มากมายเลยค่ะก็ยังทำงานในวงการเช่นเดินแบบถ่ายแบบถ่ายโฆษณาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าต่างๆงานในวงการมันท้าทายมารีญามากในแต่ละงานไม่เคยมีอะไรเหมือนเดิมเลยจะแตกต่างกันตลอดทำแล้วสนุกตลอดเวลาค่ะส่วนหลายคนที่ถามว่ามารีญาวางตัวยังไงให้ภาพลักษณ์ดีตลอดมารีญาว่าอย่างแรกเลยคือต้องมีPositive Attitude คือทัศนคติเชิงบวกอย่างเวลาเราทำงานร่วมกับคนอื่นง่ายๆเลยอย่าง

มารีญามาถ่ายแบบวันนี้ก็จะมีการทำงานหลายฝ่ายทั้งช่างภาพหน้าผมสไตลิสต์และทุกคนก็ทุ่มเทเพื่อให้ผลงานออกมาดีดังนั้นมารีญาก็ต้องทุ่มเทเหมือนกันต้องเต็มที่กับทุกอย่างไปให้สุดนี่คือเคล็ดลับที่มารีญามีอยู่เสมอค่ะแต่ตัวตนจริงๆแล้วก็เป็นคนง่ายๆนะชอบทำกิจกรรมชอบอยู่กับธรรมชาติค่ะ”

 

วัดพระสิงห์ฯเตรียมศาลาสหัสฯตั้งบำเพ็ญกุศลศพ‘โอ วรุฒ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363385

วัดพระสิงห์ฯเตรียมศาลาสหัสฯตั้งบำเพ็ญกุศลศพ‘โอ วรุฒ’

วัดพระสิงห์ฯเตรียมศาลาสหัสฯตั้งบำเพ็ญกุศลศพ‘โอ วรุฒ’

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.06 น.

วัดพระสิงห์ฯเตรียมศาลาสหัสฯตั้งบำเพ็ญกุศลศพ‘โอ วรุฒ’

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ “โอ วรุฒ วรธรรม” ดาราชื่อดัง ซึ่งจะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ในเมืองเชียงใหม่ 7 วัน และจะเก็บศพไว้ 100 วัน ก่อนทำพิธีฌาปนกิจนั้น

ล่าสุดวันนี้(11 ก.ย.61) พระครูอุปถัมภกิจโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ฯ เปิดเผยว่า ทางวัดได้รับการประสานจากทางญาติของ โอ วรุฒ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดนทางวัดได้จัดสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลไว้เรียบร้อยแล้วที่ศาลาสหัส-หงส์มหาคุในอนุสรณ์

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเคลื่อนศพของ โอ วรุฒ มายังวัดพระสิงห์ฯ ในช่วงบ่ายของวันนี้

 

เปิดประสบการณ์สุดสยองของจริง!!จากผู้กำกับ’ไคล์ฟ ตองเก้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363381

เปิดประสบการณ์สุดสยองของจริง!!จากผู้กำกับ'ไคล์ฟ ตองเก้'

เปิดประสบการณ์สุดสยองของจริง!!จากผู้กำกับ’ไคล์ฟ ตองเก้’

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.42 น.

โมโนฟิล์ม  ขอพาคุณไปสัมผัสมิติความสยอง เมื่อการนอนกำลังจะคร่าชีวิตคุณ พร้อมคำถามที่ยังต้องหาความกระจ่าง ว่าสิ่งที่เกิดนั้นเป็นเพียงสิ่งเร้นลับ เป็นคำสาป หรือเป็นวิทยาศาสตร์? สำหรับภาพยนตร์เขย่าขวัญสั่นประสาทเรื่องล่าสุด “MARA : มาร่า ตื่นไหลตาย”  ที่ได้แรงบัลดาลใจจากประสบการณ์จริงของผู้กำกับ  ไคล์ฟ ตองเก้  สู่ภาพยนตร์แนวหลอนสุดขีดเรื่องนี้ นำแสดงโดย โอลก้า คูรีเลนโก (Quantum of Solace, Oblivion) และ ฮาเวียร์ โบเต็ด รับบท มาร่า ปีศาจร้ายที่พร้อมทำลายทุกชีวิต ที่สำคัญไม่มีใครมีโอกาสตื่นจากความฝันได้สักราย

ไคล์ฟ ตองเก้ กล่าวว่า “ผมได้ไอเดียนี้มาสมัยวัยรุ่น  คือในช่วงซัมเมอร์ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างเมือง และเข้าพักที่โรงแรมเก่าแห่งหนึ่ง พอตกดึกคืนนั้นเอง ผมเผลอหลับไป จนมารู้สึกตัวเองอีกทีกลางดึกซึ่งร่างกายของผมก็ไม่สามารถขยับได้เลย แต่ผมยังได้ยินเสียงและมองเห็นทุกอย่าง ตอนนั้นผมกลัวจนหัวใจเต้นเร็วมาก ผมมีคำถามในหัวตลอดเวลาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือ ผี ปีศาจ หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์กันแน่ ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันทำให้ผมสนใจเรื่องอัมพาตขณะหลับเป็นอย่างมาก และเก็บเอาไอเดียเหล่านั้นไว้ จนกระทั่งผมได้มีโอกาสมาสร้างภาพยนตร์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ  มาร่า ปีศาจร้ายที่จะทำให้ฝันของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปประจวบเหมาะกับช่วงนั้นภาพยนตร์เรื่อง [REC] (เรค ปิดตึกสยอง) ดังเป็นพลุแตก และสิ่งที่โด่งดังมากๆ ในเรื่องนั้นคือ นักแสดงทีชื่อ ฮาเวียร์ โบเต็ด ที่รับบทเป็น ผีบ้า ที่สุดหลอน และเขายังมีผลงานสร้างชื่อถึงขีดสุดในภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring 2 (คนเรียกผี2 ) เพราะด้วยโครงสร้างทางร่างกายที่ผิดปกติ ผอม สูง ของเขา ทำให้เขาได้รับบทในหนังแนวสยองมาโดยตลอด และผมเชื่อว่าถ้าผู้ชมได้เห็นมาร่าในแบบฉบับนี้ คนดูจะต้องตาค้างกับความสมจริงของปีศาจร้ายตนนี้อย่างแน่นอน

MARA : มาร่า ตื่นไหลตาย  ภาพยนตร์สุดระทึก ถ่ายทอดประสบการณ์ความหลอนที่คนทั่วโลกเคยผ่านพบ กับเรื่องราวการตายผิดธรรมชาติของครอบครัวหนึ่ง นักจิตวิทยาสาว “เคต ฟูลเลอร์” รับหน้าที่สืบคดีนี้ จากพยานผู้เห็นเหตุการณ์ “โซฟี” เด็กน้อยในวัย 8 ขวบ ที่พูดเพียงคำว่า “มาร่า” และคำๆ นี้ถูกเชื่อมโยงกับปมปริศนาการตายสุดสยอง โดยมีบางกลุ่มอ้างว่าเป็นการตายที่เกิดจากปีศาจร้าย และมันจะเล่นงานผู้คนได้ในขณะที่หลับเท่านั้น “เคต ฟูลเลอร์” คือคนเดียวที่จะไขคดีปริศนาครั้งนี้ให้กระจ่าง ก่อนที่เธอจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

เมื่อคืนคุณอาจโชคดี แต่คืนนี้จงระวัง!! มันกำลังจะมาไล่ล่าคุณ!!! มาร่วมเปิดมิติความหลอน ที่คุณเผลอนอนเมื่อไหร่ คุณอาจตายได้ทุกเมื่อ ใน “MARA : มาร่า ตื่นไหลตาย” 20 กันยายนนี้  ในโรงภาพยนตร์

‘มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ฯ’สุดอลังการ!! จัดเต็ม’เฮลิคอปเตอร์-ลิมูซีน’ยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363380

'มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ฯ'สุดอลังการ!! จัดเต็ม'เฮลิคอปเตอร์-ลิมูซีน'ยิ่งใหญ่

‘มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ฯ’สุดอลังการ!! จัดเต็ม’เฮลิคอปเตอร์-ลิมูซีน’ยิ่งใหญ่

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.39 น.

อลังการสมกับการเป็นรายการ “มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ ประเทศไทย”(MasterChefJunior Thailand)ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัดกับสุดยอดการแข่งขันการทำอาหารของเด็กๆเพื่อเฟ้นหาเพียงหนึ่งเดียวเพื่อก้าวเป็น มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ ประเทศไทยพร้อมรับเงินรางวัล  5 แสนบาท

หลังจากขับเคี่ยวกันมาจนเหลือ 24 คนแล้ว แต่งานนี้น้องๆทั้ง 24 คนจะต้องเจอกับโจทย์ของความท้าทายครั้งใหม่ กับการออกมาปฏิบัติภาระกิจการแข่งขัน Team Challenge การแข่งขันนอกสถานที่ครั้งแรกของน้องๆทั้ง 24 คนกับการแบ่งออกเป็น 2 ทีมๆสีแดงและสีน้ำเงินเพื่อทำอาหารให้กับนักชิมปริศนาเป็นผู้ตัดสินว่าทีมไหนจะเป็นผู้ชนะ การแข่งขันครั้งนี้ได้ยกกองไปปักหลักถ่ายทำกันที่ย่านบางบัวทองแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวสักหน่อยแต่น้องๆก็สู้กันไม่ถอยโดยได้เนรมิตลานด้านหน้าของบริษัทให้เป็นสนามประลองการทำอาหารขนาดใหญ่ แต่ที่ทำเอาน้องๆทั้ง 2 ทีมถึงกับอึ้งตาค้างคงจะเป็นการเดินทางมาของเหล่ากรรมการที่นั่งเฮลิคอปเตอร์มาลงตรงสนามการแข่งขันพอกรรมการลงจากเฮลิคอปเตอร์น้องๆส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่น เท่านั้นยังไม่พอยังจัดรถลิมูซีนขบวนใหญ่พานักชิมปริศนามายังสนามแข่งขันอีกเรียกว่าทุ่มสุดอลังการจริงๆ โดยเฉพาะการมาของนักชิมปริศนาทำเอาน้องๆดีใจกันสุดๆเพราะนักชิมปริศนาหลายคนเป็นขวัญใจของตัวเองด้วยซึ่งตลอดการแข่งขันทั้ง 2 ทีมต่างก็พยายามรังสรรค์เมนูออกมาเพื่อให้ถูกปากนักชิมปริศนาแต่สุดท้ายแล้วรสชาติอาหารของทีมใดจะได้รับการเทคะแนนมากที่สุดจนเป็นทีมชนะ ส่วนทีมผู้แพ้จะต้องกลับไปแข่งขันในรอบ Pressure test (บททดสอบความละเอียดและความแม่นยำ)เพื่อหาผู้ตกรอบและต้องคืนผ้ากันเปื้อนส่วนจะเป็นใครติดตามลุ้นกัน

ติดตามชมสุดยอดการค้นหาเด็กๆที่มีใจรักในการทำอาหาร พร้อมกับฝีมือที่ไม่ธรรมดาเพื่อก้าวเป็น “มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ ประเทศไทย” ในวันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน 61 เวลา 18.20 น.ทางช่อง 7 HD กด 35

บิ๊กบอส’วิม-โยชิโมโต้ฯ’เตรียมพา 13 สาว’SWEAT 16!’บุกภาคอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363377

บิ๊กบอส'วิม-โยชิโมโต้ฯ'เตรียมพา 13 สาว'SWEAT 16!'บุกภาคอีสาน

บิ๊กบอส’วิม-โยชิโมโต้ฯ’เตรียมพา 13 สาว’SWEAT 16!’บุกภาคอีสาน

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.34 น.

“วิม มโนพิโมกษ์” บิ๊กบอสโยชิโมโต้ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (ไทยแลนด์) จัดให้ตามคุณขอมา เตรียมพา 13 สาว วง SWEAT16! (สเวทซิกซ์ทีน) บุกภาคอีสาน ร่วมงาน “JAPAN DISCOVERY” จัดโชว์สนุกนัมเบอร์วัน พร้อมกิจกรรมไฮไฟฟ์ วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. นี้ ที่เดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา

บรรดาโอตะ โอชิ ภาคอีสานเตรียมกรี๊ดตัวเท่าบ้าน โยชิโมโต้ฯ จัดหนักจัดเต็มกันไปโลด พา 13 สาวเกิร์ลไอดอลกรุ๊ปวง SWEAT16 ! นำทีมโดย แอ๊นท์–วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ กัปตันวง, ม่านมุก–ชดาธาร ด่านกุล เซ็นเตอร์, มิวสิค–จิดาภา จงสืบพันธ์, แอนนี่–อรรฆพร สร้อยสุข, ซอนญา– ซอนญาชิษณุชา ดอนเนลลี่, นิ้ง–พิชชาภา กันตพิชญาธร, เอ๋–วาสนา พิมพ์จันทร์, พิม–พิม ขจรเวคิน, พาด้า–ปภาดา ตันติประสงค์ชัย, เพชร-พรรษา บุณยะกลัมพ์, เฟรม–สุธาสินี เอมทอง, มิ้น–ทสมา เทศน์ธรรม และ พราวด์–ปัทมาริษา ปัดภัย ร่วมงาน “JAPAN DISCOVERY” พบกับมินิคอนเสิร์ต พร้อมกิจกรรมสเปเชียล ไฮไฟฟ์ และ พลาดไม่ได้สินค้าออฟฟิเชียลของวง สเวทซิกซ์ทีน ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรกจนถึงซิงเกิ้ลล่าสุด TKO แถมทั้ง 13 สาวจะบุกไปเย้าไปเยือน คลื่นวิทยุ NNK FM 100.50 และ 89.75 SWEETWAVE งานนี้โอตะ โอชิ ชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง ปักหมุดมาเจอกันนะจ้า ใครมาก่อนก็ได้จับจองที่ด้านหน้าเวทีใกล้ชิดกับ 13 สาวแบบติดขอบก่อนใคร รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/SweatSixteen

‘เปิดกองวิก 3’เบื้องหลัง ละคร ‘ริมฝั่งน้ำ’ถึงต่างวัยแต่หัวใจยังเฟี้ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363376

'เปิดกองวิก 3'เบื้องหลัง ละคร 'ริมฝั่งน้ำ'ถึงต่างวัยแต่หัวใจยังเฟี้ยว

‘เปิดกองวิก 3’เบื้องหลัง ละคร ‘ริมฝั่งน้ำ’ถึงต่างวัยแต่หัวใจยังเฟี้ยว

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.32 น.

ละครคุณภาพ เรื่อง “ ริมฝั่งน้ำ” ผลิตโดย ค่าย เป่าจินจง บทประพันธ์ของ ธุวดารา เป็นละครอบอุ่นที่นำเสนอเรื่องราวของคนสองวัยที่ต้องโคจรมาเจอกันได้แลกเปลี่ยนความอบอุ่นความรักและการแก้ปัญหาให้กันและกัน ในบ้าน เนิร์สซิ่งโฮมที่ชื่อ“บ้านร่มไม้ชายคา”คนชราที่หัวใจยังเฟี้ยวแต่ละคนที่อยู่ในบ้านล้วนไม่ธรรมดา แต่ความรักความผูกพันทั้งหมดกำลังจะเกิดขึ้นที่นั่น…

“เปิดกองวิก 3”พาไปร่วมพูดคุยกับผู้จัดคนเก่งอย่าง อาตู่ หรือ “ตู่-นพพล” ที่จะมาเล่าเหตุผลที่เลือกทำละครเรื่อง“ริมฝั่งน้ำ”หัวใจของละครและความยากง่ายเป็นอย่างไร รวมถึงทำไมถึงเลือก“กับตัน-ภูธเนศ”มาเป็นผู้กำกับละครเรื่องนี้ และ ทางฝ่ายผู้กำกับป้ายแดง“กับตัน-ภูธเนศ”กับ“เฟรช-อริสรา”ที่ตอนนี้หันมารับหน้าที่“แอคติ้งโค้ช” อย่างเต็มตัว ทั้งคู่มีเรื่องเล่าถึงความท้าทาย ความยากง่าย และความเกรงใจที่มีต่อนักแสดงอาวุโสที่ต้องทำงานด้วยกันความตื่นเต้นและเกรงใจมาเต็ม แต่ไม่ว่าจะเวลาทำงาน หรือ นอกเวลาทำงาน นักแสดงรุ่นใหญ่หลายๆท่านกลับมีความฮาน่ารักไม่ต่างกันเลย “ริมฝั่งน้ำ” ถือเป็นการรวมตัวของนักแสดงหลายรุ่นมาอยู่ในที่เดียวกันความวุ่นวายอลหม่านมาเต็มส่วนพระ-นางรุ่นลูกรุ่นหลาน อย่าง“เพื่อน-คณิน”และ“นาตาลี-ปณาลี”คาแรคเตอร์ที่ได้รับในเรื่องจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องมาเล่นด้วยกันเป็นเรื่องแรกและด้วยความเป็นเด็กที่ต้องเข้าฉากกับนักแสดงอาวุโสสุดฟี้ยวความเกร็งจึงบังเกิด

ละคร “ริมฝั่งน้ำ” ถือเป็นละครคุณภาพที่ไม่ควรพลาด เมื่อความต่างของอายุ และความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญการเปิดใจให้กัน และความผูกพันเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาต่างๆได้ ดูละครเรื่องนี้แล้วคุณจะรักญาติผู้ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะคนชราที่หัวใจยังเฟี้ยวความไม่ธรรมดาของพวกเค้าจะทำให้เรายิ้มทั้งน้ำตา ติดตาม “เปิดกองวิก 3″ กับละคร “ริมฝั่งน้ำ”ในวันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2561 เวลา: 09.30-10.30 น. ช่อง 3 และช่อง 33

‘เป้’เผลอถีบยอดอก’ต๊อบ’จนจุก!!!ใน’ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์2’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363375

'เป้'เผลอถีบยอดอก'ต๊อบ'จนจุก!!!ใน'ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์2'

‘เป้’เผลอถีบยอดอก’ต๊อบ’จนจุก!!!ใน’ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์2’

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.30 น.

เนื้อเรื่องค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  สำหรับ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์2” ภาคประกาศอิสรภาพ  ที่ออกอากาศให้ชมทาง MONOMAX” (โมโนแม็กซ์) ผู้นำดูหนังออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ ในเครือ โมโน กรุ๊ป เรื่องราวถึงตอนที่ “พระนเรศ” รับบทโดย เป้-ทวีฤทธิ์ จุลทรัพย์  หลังจากหายประชวร ก็ได้ทรงฝึกการต่อสู้ให้แก่ทหารรุ่นใหม่ที่พิษณุโลกอย่างเต็มที่ โดยมี “พระราชมนู” รับบทโดย บีลรู้-ราชัน ชาม่า พระสหายของพระองค์เป็นครูฝึก  และมี “พระชัยบุรี” รับบทโดย ท็อป-วรชัย หิรัญลาภ เจ้าเมืองชัยบุรี  และ “พระศรีถมอรัตน์” รับบท ต๊อบ-อธิวัฒน์ ธีรนิธิศนันท์  เจ้าเมืองท่าโรง สวามิภักดิ์ขอร่วมกองทัพกู้แผ่นดินด้วย

โดยฉากที่นำมาฝากนี้เป็นฉากที่ พระศรีถมอรัตน์ (ต๊อบ) พูดจาหมิ่น พระราชมนู (บีลรู้) เรื่องฝึกดาบหวายที่ได้วิชามาจากพระมหาเถรคันถ่อง  เมื่อ  พระนเรศ (เป้) เข้ามาได้ยินพอดี จึงขอวัดฝีมือกับพระศรีถมอรัตน์ด้วยพระองค์เอง ฉากนี้ถ่ายทำ ณ ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี ที่จำลองเป็นลานฝึกดาบเมืองพิษณุโลก โดยมีครูฝึกดาบจากสำนักดาบพุทไธสวรรย์ มาติวให้ทีมนักแสดงอย่างใกล้ชิด โดยเป้และต๊อบต่างตั้งใจฝึกดาบกันสุดๆ  ซึ่งมีการแบ่งคิวบู๊เป็นฉากๆ เพื่อให้ง่ายต่อการถ่ายทำและตัวนักแสดงเอง  โดยเป้คว้าดาบหวายคู่เป็นอาวุธ ส่วนต๊อบใช้พร้าแป๊ะกั๊ก (อาวุธเขมรโบราณ) เป็นอาวุธ  เมื่อถึงเวลาถ่ายจริง… ในฉากต่อสู้ เป้ และ ต๊อบ ต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ เกิดมีหลุดคิวบ้างบวกกับดาบหวายคู่ดันหักคามือ งานนี้ผู้กำกับ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล (คุณชายอดัม) จึงสั่งให้ทุกคนเดินหน้าถ่ายใหม่อีกรอบ ซึ่งระหว่างทื่ เป้ และ ต๊อบ กำลังต่อสู้ ฝ่าเท้าของ เป้ ก็ถีบเข้ายอดอกของต๊อบอย่างแรง!  จนต๊อบล้มลงไปนอนกองบนพื้นเต็มๆ  เป้ตกใจรีบเข้ามาขอโทษต๊อบเป็นการใหญ่ และช่วยพยุงต๊อบขึ้นมา  ต๊อบแม้จะจุกจนพูดไม่ออก แต่สปิริตแรงบอกไม่เป็นไร แค่จุกนิดหน่อย พร้อมชวนกันถ่ายเทคใหม่และผ่านฉากนี้ไปด้วยดี

เป้-ทวีฤทธิ์ เผยว่า “วันนี้พลาดไปนิดครับ  บังเอิญเท้าผมไปโดนอกต๊อบเข้าอย่างจัง เลยรีบเข้าไปขอโทษ ซึ่งต็อบเองก็บอกไม่เป็นไรมากแต่ก็แรงอยู่เหมือนกันครับ เบื้องหลังการถ่ายทำสนุกมาก มีครูมาคอยซ้อมดาบให้อย่างใกล้ชิด มั่นใจภาพเท่แน่นอนครับ”

ติดตาม  “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์2” ภาคประกาศอิสรภาพ กับฉากนี้ได้ ในตอนที่ 2  พร้อมให้รับชมแล้ววันนี้ที่ MONOMAX ดูครบ จบทุกตอน!  สำหรับสมาชิกใหม่ได้รับสิทธิ์ดูฟรี 1 เดือน  หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.monomax.me                                                                                                          

 

‘โต๋-แสตมป์’ร้องเพลงร่วมกันในรอบ10ปีบนเวที’จีเอสบี ว๊าว คอนเสิร์ต’ตอนทูโทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363373

'โต๋-แสตมป์'ร้องเพลงร่วมกันในรอบ10ปีบนเวที'จีเอสบี ว๊าว คอนเสิร์ต'ตอนทูโทน

‘โต๋-แสตมป์’ร้องเพลงร่วมกันในรอบ10ปีบนเวที’จีเอสบี ว๊าว คอนเสิร์ต’ตอนทูโทน

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.27 น.

จัดเต็มครบทุกรสกับความฟินกันอีกครั้งกับ 2 ศิลปินคุณภาพแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” และ “แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข” ในคอนเสิร์ต “GSB WOW CONCERT” ตอน 2 TONE จัดโดย “ธนาคารออมสิน” ร่วมกับ “โมโน กรุ๊ป” เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าคนพิเศษของธนาคารออมสิน ได้เข้าชมฟรี ณ สเตจ 1 MONO29 STUDIO (โมโนทเวนตี้ไนน์ สตูดิโอ) ถนนชัยพฤกษ์ เมื่อวันก่อน

เมื่อแฟนเพลงมากันพร้อมก็เริ่มเปิดเวทีกับ แสตมป์-อภิวัชร์ ในเพลง “ให้ตายสิพับผ่า” ไม่เพียงเท่านั้น แสตมป์ ได้เพิ่มความสนุก ด้วยการกระโดดลงจากเวทีร้องเพลงเพื่อเพิ่มเลเวลสนุกกันต่อเนื่องกับแฟนๆ อย่างใกล้ชิดกับ “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร”, “ความคิด”, “ฝัน หวาน อาย จูบ”, “ชายกลาง”, “โอมจงเงย”, “มันคงเป็นความรัก”, “ร้อยล้านวิว” ก่อนจะส่งเวทีต่อให้กับ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ ที่ออกมาพร้อมกับเปียโนคู่ใจกับเพลงฮิต “รักเธอ”, “คนไม่พิเศษ” ก่อนจะดวลไมค์คู่กันในเพลง “เผลอ” จนแฟนๆ ลุกขึ้นโยกตามจังหวะกันอย่างสนุกสนาน แต่ความพิเศษไม่ได้หมดแค่นั้น เมื่อ แสตมป์ ได้เอ่ยปากว่า “ด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้ร้องเพลงคู่กับโต๋มา 10 ปีผมขอเป็นคอรัสให้โต๋ก็แล้วกัน” ก่อนที่ทั้งคู่จะสลับกันร้องและเล่นเปียโนกันในเพลง “รักในซีเมเจอร์” จนเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้สนั่นฮอลล์ จากนั้นก็ถึงคิวที่ โต๋ ต้องโซโล่เดี่ยวกับเพลงช้าอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ก่อนจะเดินลงจากเวทีเพื่อถ่ายรูปและร้องเพลง “ปรากฏการณ์” กับแฟนๆ อย่างใกล้ชิด และเริ่มปลุกจังหวะให้แฟนๆ คึกคักกับเพลง “หยุด”, “ใกล้”, ผ้าเช็ดหน้า”, “เชื่อฉัน” ให้ลุกขึ้นเต้นกันทั้งฮอลล์ ก่อนจะปิดท้ายเพลง “สักวันคงได้เจอ” ถือเป็นเพลงส่งท้ายคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้อย่างครบทุกรสชาติอย่างมากเลยทีเดียว

‘น็อต วรฤทธิ์’ควงภรรยาเปิดใจ!เตรียมเป็นพ่อแม่มือใหม่ พร้อมฉะแหลกคนเมาท์เพศ’พ่อตุ่ม ชลิต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363369

'น็อต วรฤทธิ์'ควงภรรยาเปิดใจ!เตรียมเป็นพ่อแม่มือใหม่ พร้อมฉะแหลกคนเมาท์เพศ'พ่อตุ่ม ชลิต'

‘น็อต วรฤทธิ์’ควงภรรยาเปิดใจ!เตรียมเป็นพ่อแม่มือใหม่ พร้อมฉะแหลกคนเมาท์เพศ’พ่อตุ่ม ชลิต’

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.06 น.

หากพูดถึง “น็อต วรฤทธิ์” หลายคนคงจะคิดถึงหน้าของ “คุณพ่อตุ่ม ชลิต” แต่ก็มีบางคนเกิดคำถามในใจว่าสรุปแล้วพ่อตุ่มเป็นเพศอะไรกันแน่ ล่าสุด หนุ่มน็อต วรฤทธิ์ ควงภรรยาแจน นพลักษณ์ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE 31 ที่มี หนิง ปณิตา, เป๊กกี้ ศรีธัญญา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ท้องลูกคนแรกเป็นยังไง แล้วตอนนี้อายุครรภ์กี่เดือนแล้ว?

แจน : เกือบ 6 เดือนแล้วค่ะ อาการแพ้ท้องก็ไม่ค่อยมีเลยค่ะ คือไม่มีอาการอะไรเลย

น็อต : เข้าเดือนที่ 6 ครับ

ตอนนี้ทราบเพศหรือยัง?

แจน: เป็นผู้หญิงค่ะ

น็อต : ใช่ครับ จริงๆอยากได้ผู้ชายนะ เพราะรู้สึกว่าเด็กผู้ชายมันไม่ต้องห่วงอะไรเยอะ พอเป็นเด็กผู้หญิงเราก็ห่วงเพราะว่าในสังคมสมัยนี้มันน่ากลัว

“น็อต” ดูแลภรรยายังไงบ้าง?

น็อต : จริงๆแล้วเราเป็นคนอยากมีลูกนะพอเขาท้องเราก็ดีใจ ก็ดูแลปกติทั่วไปครับ อยากกินอะไรก็พาไปกินเท่านั้นเอง คือไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราไม่ใช่เป็นคนแบบว่า ต้องทำอะไรที่มันพิเศษอะไรแบบนี้ครับ

วางแผนไว้ว่ายังไง จะผ่าคลอดหรือจะคลอดธรรมชาติ?

แจน : ก็ใจจริงๆแจนอยากคลอดธรรมชาติ แต่ว่าไปปรึกษาคุณหมอ คุณหมอเขาก็ให้คำแนะนำว่าเดี๋ยวพอใกล้ๆค่อยมาดูอีกที เพราะว่าเราไม่รู้ว่าลักษณะของเด็กเขาจะอยู่ยังไง แล้วเขาก็จะต้องดูสรีระของคุณแม่ด้วย ว่าจะคลอดธรรมชาติได้ไหมอะไรแบบนี้ค่ะ

เมื่อน้องคลอดออกมา เตรียมตัวกันไว้ยังไงบ้าง?

น็อต : ก็ไม่ได้เตรียมอะไรเลยครับ เพราะว่าพวกของเด็กก็มีของพี่แนนอยู่แล้ว ก็ใช้ต่อเลย ไม่ต้องเสียตังค์ เพราะเดี๋ยวนี้ของเด็กมีตั้งเยอะที่สามารถใช้ต่อกันได้ ก็ใช้ของพี่แนนต่อเลยครับ ส่วนเราจะเตรียมสถานที่มากกว่า ที่บ้านเราก็ทำห้องใหม่ จะเป็นห้องที่เด็กๆ คือลูกพี่แนนแล้วก็ลูกเราจะมีพื้นที่ที่เป็นของเขาโดยเฉพาะ ให้เขาได้เล่นแล้วก็ไม่มีอะไรที่มันเป็นอันตรายอะไรแบบนี้

แจน : ก็จะเลี้ยงเองค่ะ แล้วก็อาจจะมีแม่บ้านที่บ้านช่วยบ้าง

ย้อนกลับไปนิดนึง ทั้งคู่มาคบกันได้ยังไง?

แจน : ตอนนั้นแจนมีแฟนอยู่แล้ว แล้วก็เหมือนกับว่าเราปลื้ม พูดตรงๆก็คือบ้าดารา วันนั้นไปนั่งร้านกาแฟแล้วก็เจอพี่น็อตเดินเข้ามา เราก็สะกิดเพื่อน ที่จริงอยากถ่ายรูปแต่เราก็ไม่กล้าขอ ก็เลยเอาเพื่อเป็น background แล้วเราก็ถ่ายรูปเขาอะไรอย่างนี้ แล้วก็แท็กไปหาพี่น็อตในไอจี

น็อต : ผมก็เห็น อ่านแล้วก็กด Follow กลับ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะแบบเพิ่งเล่น ig แล้วก็คบกับอีกคนนึงอยู่ด้วย แล้วเราก็เห็นเขาขายของ ก็มีของอันนึงที่อยากได้ ก็เลยสั่งซื้อ ก็เลยได้รู้จักกัน แต่เราก็เห็นเขามีแฟน ก็ไม่ยุ่งนะ ตอนหลังก็สนิทกันมากขึ้นเวลาที่ผมไปทำงานเชียงใหม่ ผมก็ชวนเขากับแฟนมาเที่ยวด้วย สักพักเขาก็เลิกกับแฟน เราก็งงเหมือนกัน แล้วเราก็ได้คุยปรึกษากัน แล้วตอนนั้นเราก็เป็นโสดพอดี ว่างทั้งคู่ ตอนนั้นเราคุยกันเยอะมาก แล้วก็รู้สึกว่าหรือว่าเราคิดอะไรกับคนนี้ ก็ตัดสินใจถามไปเลยเพราะเราก็คุยกันมานานแล้ว เราจะเอายังไงกันต่อดี จะลองคบกันดูไหม พอเขาตอบตกลงผมก็ตัดทุกคนที่คุยทิ้งหมดเลย

มีความรู้สึกหวงบ้างไหม เพราะน็อตก็เป็นดารา แล้วค่อนข้างจะเจ้าชู้ด้วย?

แจน : ตอนคบกันแรกๆโดยนิสัยผู้หญิงก็คือจะอยากรู้ ก็เคยเอามือถือเข้ามาดู เราเห็นก็รู้สึกหงุดหงิด พี่เขาก็บอกว่าดูแล้วไม่สบายใจจะดูทำไม มันไม่มีอะไร พี่ไม่ได้คิดอะไร เราก็คิดได้ มันก็จริงนะ เราจะไปเอาของเขามาดู แล้วทำให้เราไม่สบายใจทำไม เจนก็เลยวางไม่ดูอีกเลยค่ะ

น็อต : คือพอตัดสินใจคบกันแล้วเนี่ย เราพาเขาไปในทุกที่ที่เราไป ไม่มีครั้งไหนที่ไม่พาไปเลยนะ

เพราะอะไรถึงตัดสินใจเลือกคนนี้แต่งงาน?

น็อต : คือคุยแล้วมันสบายใจ เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ เวลามีปัญหาอะไรก็จะคุยกันเลยตรงๆ เราก็จะบอกเหตุผลของเราว่าเป็นแบบนี้นะ เข้าใจไหม ถ้าเข้าใจก็จบ แต่ถ้าไม่เข้าใจเราก็ขอโทษ ใครผิดคนนั้นก็ขอโทษแค่นั้นเอง ตรงไปตรงมา ชัดเจน นี่ก็เป็นเหตุผลว่าคนนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับเราแล้ว

วินาทีการขอแต่งงานสุดรวบรัด เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย?

น็อต : คือผมเอาแม่ไปคุยที่บ้านเลย เพราะแจนต้องย้ายงาน แล้วต้องมาอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งปกติเขาจะอยู่ที่เชียงใหม่ เราก็มองว่าถ้าอยู่กรุงเทพฯให้เขาอยู่คนเดียวมันก็ลำบาก แล้วเราก็คิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็น Final ของชีวิตเราแล้ว เราก็เลยพาแม่ขึ้นไปคุยที่เชียงใหม่เลย ว่าถ้าแจนย้ายงานมาอยู่กรุงเทพฯขอให้มาอยู่ที่บ้านนะ ให้แม่รับประกันว่าจะดูแลลูกสาวคนนี้อย่างดี แล้วก็บอกว่าหลังจากตรงนี้กี่เดือน กี่ปี จะจัดงานแต่งงาน มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน พอใกล้เวลาจะแต่งงานก็พาคุณแม่คุณพ่อไปเพื่อขออีกครั้งหนึ่ง

มีข่าวว่าคนชอบเมาท์เรื่องเพศ “พ่อตุ่ม ชลิต” รู้สึกยังไงบ้าง?

น็อต : เอาจริงๆนะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะว่าเราก็เติบโตมากับเขาตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก จนถึงวันนี้แล้วเราก็ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรของเขาเลย สิ่งที่เราเห็นสิ่งที่เราใกล้ชิด มันก็เป็นแบบที่เราเห็นมาตลอด แต่สิ่งที่คนอื่นไปพูดกันเนี่ย เขาพูดจากสิ่งที่เขาเห็นเพียงเล็กน้อยในเสี้ยวชีวิต แล้วก็เอาไปพูดเพื่อความสนุกปากของตัวเอง ไม่เห็นประโยชน์ของการพูดออกมาเลยว่า มันได้อะไรกับใครเลยบ้าง ตอนเด็กๆเคยโกรธนะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เราก็เฉยๆ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป เพราะว่าเรารู้อยู่แก่ใจว่า คนที่อยู่ใกล้ๆเรา เขาเป็นยังไง แต่สุดท้ายแล้วพอเวลามันผ่านไป ใครจะพูดอะไรมันไม่สำคัญ มันสำคัญตรงสิ่งที่เราเห็นและอยู่กับมัน มันเป็นอะไรมากกว่า ทุกคนก็มีความสุขกันดีปกติ

แล้วตัวของคุณพ่อเอง รู้สึกยังไงบ้าง?

น็อต : คนนั้นยิ่งไม่สนใจอะไรใหญ่เลยครับ ใครจะพูดอะไรก็พูดไป คือสิ่งที่เรารู้ตัวว่าเราเป็นอะไร เรารู้ตัวว่าเราทำอะไรอยู่ ใครจะพูดอะไรมันก็ไม่สำคัญ ถ้าเรามั่นคงกับสิ่งที่เราทำ ไม่ต้องแคร์ใครเพราะคนอื่นไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตเราเลย

อยากบอกอะไรกับคนที่ ชอบพูดถึงเรื่องของพ่อเราบ้าง?

น็อต : ผมว่ายุคสมัยนี้มันเปลี่ยนไปเยอะแล้วนะ คนสามารถที่จะแสดงออกทางความคิดได้ง่ายขึ้น ผ่านโลกโซเชียลต่างๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นมาแล้วคุณก็เขียนอะไรโดยที่ไม่ยั้งคิด มันเกิดจากการที่ว่าคุณรู้สึกภูมิใจ ที่คุณได้เหยียบคนอื่นขึ้นมา แล้วทำให้ตัวคุณเองรู้สึกดีใจ แต่คุณไม่ได้คิดว่า สิ่งที่คุณเขียนไป มันกระทบจิตใจใคร หรือทำร้ายใครบ้าง คืออยากให้ใช้สติกันเยอะๆ อย่าสักแต่ว่าทำเอามันส์ ทำเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดูดีกว่าคนอื่น ผมว่าอันนี้มันทำร้ายคนอื่นทางอ้อมโดยที่คุณไม่รู้ตัว แล้วมันก็ส่งผล ใครหลายๆคนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอ แล้วโดนคำตรงนั้นไป หรือคำต่อว่า นินทาโดยที่คุณไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ คุณเห็นเขาแค่ไม่เกิน 10 วินาทีแล้วคุณตัดสินเขาเลย มันถือว่าคุณเอาเปรียบเขาเกินไปนะ มันไม่ดีเลยครับ

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เศร้า’พ่อแรม’มาไม่ทันดูใจลูกชาย งานศพ’โอ วรุฒ’จัดวัดพระสิงห์ฯก่อนเก็บ100วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/363349

เศร้า'พ่อแรม'มาไม่ทันดูใจลูกชาย งานศพ'โอ วรุฒ'จัดวัดพระสิงห์ฯก่อนเก็บ100วัน

เศร้า’พ่อแรม’มาไม่ทันดูใจลูกชาย งานศพ’โอ วรุฒ’จัดวัดพระสิงห์ฯก่อนเก็บ100วัน

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 09.37 น.

11 ก.ย.61 เป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงที่ต้องสูญเสีย “โอ-วรุฒ วรธรรม” ดาราชื่อดัง โดยเมื่อช่วงช่วงตี 3 ที่ผ่านมา นายแรม วรธรรม อายุ 85 ปี พ่อของโอพร้อมด้วยญาติได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ หลังได้รับโทรศัพท์จากทางแพทย์ให้มาดูใจลูกชาย แต่ไม่ทัน โอ วรุฒ ได้จากไปก่อน มีเพียง นีโน่ เมทนี บุรณศิริ กับเพื่อนในวงการนักแสดงอีก 2 คนเท่านั้น ที่อยู่กับโอจนถึงช่วงนาทีสุดท้าย ซึ่งทุกคนต่างเศร้าเสียใจอย่างหนัก โดยเฉพาะนีโน่ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ขณะที่คุณพ่อเผยว่า ตนได้เตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนส่วนพิธีรดน้ำศพ ทางญาติจะหารืออีกครั้ง โดยจะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ในเมืองเชียงใหม่ 7 วัน และจะเก็บศพไว้ 100 วัน ก่อนทำพิธีเผาศพ