‘สัญญา นิลสุพรรณ’ อาสาดูแลชาวบ้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/354918

‘สัญญา นิลสุพรรณ’ อาสาดูแลชาวบ้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

คนในข่าว  :  7 ธ.ค. 2561
พลังประชารัฐ,สัญญา นิลสุพรรณ,บุญชู โรจนเสถียร

‘สัญญา นิลสุพรรณ’ อาสาดูแลชาวบ้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต : คอลัมน์…  ตลาดความคิดรุ่นใหม่การเมือง

“พลังประชารัฐ” คือพรรคใหม่ที่หลากชีวิตจากหลากวงการอาสาไปร่วมงานเพื่อหวังให้บ้านเมืองเดินหน้าและข้ามความขัดแย้ง คนหนุ่มสาวและคนหน้าใหม่จึงพร้อมที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคนี้กันแบบต่อเนื่อง

“สัญญา นิลสุพรรณ” คือหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าวงการการเมืองและขอร่วมงานกับ พปชร. โดยคนหนุ่มหน้าใหม่วัยสี่สิบปีต้นๆ อาสาชาวนครสวรรค์เขตสาม ลงทำหน้าที่ผู้แทนฯ ในการหย่อนบัตรครั้งนี้

นักเรียนเก่าโรงเรียนบรรพตพิสัยพิทยาคม และโรงเรียนนครสวรรค์ ก่อนไปคว้าปริญญาจากรามคำแหง ชายคนนี้เป็นศิษย์ก้นกุฏิรุ่นท้ายๆ ของ “บุญชู โรจนเสถียร”  เจ้าของฉายา “ซาร์เศรษฐกิจ” ผู้ยิ่งใหญ่ที่ล่วงลับ

ฉะนั้นการติดสอยห้อยตาม “อาเจ๊กชู” ซึ่งคนปากน้ำโพเรียกขานนั้น ”สัญญา” ย่อมเห็นวิถีการทำงานของคนการเมืองที่ชาวบ้านไว้วางใจและขอความช่วยเหลือเสมอ

“ท่านบุญชู สอนงานผมในการดูแลชาวบ้าน ผมติดตามท่านจนรับรู้ถึงวิธีช่วยชาวบ้านของท่าน ท่านสอนให้มองว่าชาวบ้านในพื้นที่เราหวังพึ่งเรา แต่เราต้องมองภาพใหญ่ด้วยว่า การวางนโยบายแก้ปัญหาชาวบ้าน ต้องกระจายทั่วประเทศไม่ใช่เน้นแค่เขตเลือกตั้งของเราเท่านั้น”

“สัญญา” กล่าวว่า การอาสามาทำหน้าที่ เพราะอยากเห็นเขตสาม (บรรพตพิสัย ชุมแสง เก้าเลี้ยว) มีผู้แทนฯ ที่พัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะชาวนารวมทั้งนักเรียน เมื่อมองภาพรวมของพรรคที่ผลักดันให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ยกระดับเข้าสู่ยุค 4.0 เท่าทันกับนานาชาติ

แม้พื้นที่นี้จะมี “มวยยักษ์” จากหลากพรรคพร้อมที่จะเสนอตัวอาสาเป็นผู้แทนฯ แต่ “สัญญา” มองว่า การลงพื้นที่มาเสมอตั้งแต่อยู่กับ “บุญชู โรจนเสถียร” และช่วงที่ยังไม่มีพรรคพลังประชารัฐเกิดขึ้น ทำให้ตนสัมผัสชาวบ้าน รับรู้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ สิ่งใดที่แก้ไขได้ในเบื้องต้นก็ดำเนินการ แต่มันยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องอาศัยการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส.จึงจะผลักดันได้สำเร็จ

“วันนี้ขออาสาดูแลประชาชนไม่ใช่แค่เขตของผม แต่จะช่วยดูแลคนไทยทั่วประเทศผ่านการผลักดันกฎหมายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย”

‘สุวัตร สิทธิหล่อ’การท่องเที่ยวและกีฬาต้องต่อยอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/354766

‘สุวัตร สิทธิหล่อ’การท่องเที่ยวและกีฬาต้องต่อยอด

คนในข่าว  :  6 ธ.ค. 2561
ตลาดความคิดรุ่นใหม่การเมือง,สุวัตร สิทธิหล่อ,พรรคเสรีรวมไทย,การท่องเที่ยว,กีฬา

‘สุวัตร สิทธิหล่อ’ รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย การท่องเที่ยวและกีฬาต้องต่อยอด : คอลัมน์… ตลาดความคิดรุ่นใหม่การเมือง

“สุวัตร สิทธิหล่อ” อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันนี้สวมเสื้อ “รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย”  วิสัยทัศน์จากประสบการณ์รับราชการที่ต้องร่วมร่างนโยบายพรรคนั้นมีอะไรบ้าง…

“ผมเกษียณราชการแล้ว วันหนึ่งเพื่อนของผมที่เรียนด้วยกันในหลักสูตรหนึ่งชวนให้มาช่วยงานที่พรรคนี้ ผมยอมรับว่าชอบและถูกจริตจึงสมัครเข้าพรรคนี้ โดยหัวหน้าพรรคบอกว่าหากประชาชนให้โอกาสพวกเรา ก็ต้องลองทำกันดู”

“การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักการสร้างรายได้เข้าประเทศ และจะทำให้ยั่งยืนอย่างไร ตรงนี้ต้องตีโจทย์ให้แตก วันนี้ไทยอยู่ในท็อปลิสต์อันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกปักหมุดว่าควรที่จะมาเที่ยว และแทบไม่ต้องประชาสัมพันธ์เลย เพียงแต่จะทำอย่างไรให้เราได้นักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเข้ามา รวมทั้งสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเป็นจุดขายใหม่ ตอนนี้ดีใจนะที่บางจังหวัดจัดการแข่งขันรถยนต์และจักรยานยนต์แบบที่ต่างชาติทำ เพราะจังหวัดนั้นๆ จะมีรายได้ต่อเนื่องมากกับการแข่งขันแบบนี้ ตรงนี้ควรส่งเสริม”

ขณะที่ตลาด “เครื่องประดับและอัญมณี” ก็เป็นแหล่งรายได้ที่มาคู่กับการท่องเที่ยว โดยสุวัตร บอกว่า “ต้องมีมาตรการส่งเสริมและป้องกันปัญหาเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้น แม้แต่เอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ หรือช็อปปิ้ง พาราไดส์ ก็จะเป็นอีกแหล่งที่สร้างรายได้ โดยต้องมีการสกรีนคนที่จะเข้าไปแบบสิงคโปร์”

“ส่วนเรื่องกีฬา ตอนนี้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้คนไทย ต้องเน้นว่าจรรยาบรรณของคนในอาชีพนี้ต้องมี อย่าให้เกิดการ “ล้มหรือล็อกผล” เพราะมันสร้างความเสื่อมศรัทธาให้แฟนๆ รวมทั้งใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาสร้างคนในอาชีพนี้แบบจริงจัง ตัวอย่าง มวยไทย ถือว่านิยมมากในสายตาชาวต่างชาติ อุตสาหกรรมนี้ต่อยอดง่ายๆ เลย เช่น ต้องมีใบอนุญาตในการฝึกสอนชาวต่างชาติที่อยากเรียนมวยไทย ใครจะไปเปิดสอน ต้องมาขอใบอนุญาตจากไทย สินค้าที่เกี่ยวกับมวยไทยก็จะผลิตและขายได้เพิ่ม”

รอดูกันว่านโยบายเหล่านี้ที่สุวัตรระบุนั้น พรรคเสรีรวมไทยจะนำไปบรรจุไว้ในนโยบายพรรคในช่วงหาเสียงนี้อย่างไร และสังคมจะตอบรับหรือไม่ ต้องติดตาม

“ชยิกา วงศ์นภาจันทร์’เกิดเป็นคนในตระกูลนี้ “ทำดีเสมอตัว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/354648

“ชยิกา วงศ์นภาจันทร์’เกิดเป็นคนในตระกูลนี้ “ทำดีเสมอตัว”

คนในข่าว  :  5 ธ.ค. 2561
พรรคไทยรักษาชาติ,ชยิกา วงศ์นภาจันทร์,จาตุรนต์ ฉายแสง,พรรคเพื่อไทย,สมชาย วงศ์สวัสดิ์,ทักษิณ,ชินวัตร,ยิ่งลักษณ์,ไทยรักษาชาติ

“ชยิกา วงศ์นภาจันทร์’เกิดเป็นคนในตระกูลนี้ “ทำดีเสมอตัว” : คอลัมน์…  ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง

“น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์” นายทะเบียน พรรคไทยรักษาชาติ หลานสาวของสามอดีตประมุขฝ่ายบริหาร (ทักษิณ ชินวัตร, สมชาย วงศ์สวัสดิ์เเละยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร) วันนี้ “เเซนด์” เเยกตัวจากพรรคเพื่อไทยมาร่วมสร้างพรรคของคนรุ่นใหม่

“สนใจงานการเมือง เพราะเคยทำงานกับคุณน้า (ยิ่งลักษณ์) ตั้งแต่ท่านยังไม่เข้าสู่การเมือง ทำหน้าที่เป็นทีมเลขาฯ เมื่อคุณน้าอาสามาทำงานการเมือง ดิฉันได้มาทำงานที่พรรคเพื่อไทย ช่วยหาเสียง ตอนที่คุณน้าเป็นนายกฯ ก็ไปทำงานที่สำนักเลขาธิการนายกฯ เมื่อมีการยุบสภาก็กลับมาที่พรรค ทำงานร่างนโยบายกับ “จาตุรนต์ ฉายแสง” และเป็นคณะทำงานด้านต่างประเทศของพรรค”

“เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงตัดสินใจลุกจากเบื้องหลังออกมาอยู่เบื้องหน้า เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ปิดกั้นความต้องการที่แท้จริงของประชาชน จึงตัดสินใจอยากใช้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถมาทำงานการเมืองที่สามารถช่วยประชาชนได้ การทำงานเบื้องหน้าสามารถเข้าถึงประชาชนได้จริงๆ”

“ไทยรักษาชาติมีพื้นที่ได้แสดงออกมากกว่าและการที่ได้เป็นกรรมบริหารพรรคด้วย ทำให้มีบทบาทมากขึ้น เพราะพรรคเพื่อไทยมีบุคลากรเยอะ พรรคนี้บุคลากรมีจำกัดเพราะเป็นพรรคใหม่ จึงเปิดโอกาสให้เราได้มีบทบาทมากขึ้น เพื่อไทยเป็นเหมือนโรงเรียนสอนงานการเมือง ผู้ใหญ่หลายท่านเป็นครูสอนทางการเมืองให้และวันนี้ดิฉันพร้อมแล้วที่จะออกมาอยู่แถวหน้า”

“สโลแกนพรรคคือ “โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน” เราทำงานเห็นทัศนคติจากโลกที่มองเราต้องเข้าถึงประชาชนอย่างไรให้ง่ายต่อการใช้อย่างไร ขณะนี้เทคโนโลยีกลายเป็นอวัยวะที่ 37 ไปแล้ว ทุกวันนี้คนใช้เทคโนโลยีเยอะมาก ในอนาคตจะผลักดันงานออนไลน์ที่คนหมู่มากเข้าถึง เราจะทำให้ทุกหมู่บ้านเป็นถนนดิจิทัลให้ได้ เชื่อมทุกครัวเรือนไว้บนโลกออนไลน์ กฎหมายหลายฉบับที่เกิดขึ้นไม่เอื้อให้ธุรกิจดิจิทัล เพราะใช้นิยามคำว่าความมั่นคงเป็นที่ตั้ง เหมือนเป็นการตีกรอบ หากเมื่อใดนำเรื่องความมั่นคงของรัฐบาลมาอยู่เหนือความมั่นคงของคนในประเทศ มันก็จะทำให้ กฎหมายไม่ได้เป็นกฎหมายป้องกันประชาชน แต่เป็นเครื่องมือให้รัฐบาลมากกว่า ทั้งหมดนี้มันย้อนกลับไปสู่เรื่องประชาธิปไตยทั้งหมด แทนที่จะเขียนกฎมายเป็นไม้ค้ำยัน ถ้าเขียนโดนยึดหลักสิทธิประชาชนเป็นหลัก จะกระตุ้นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์มาลงทุนในไทย”

“เป้าหมายสูงสุดในการทำงานการเมือง คือได้นำเสนอแนวคิดอะไรสักอย่างเเล้วผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ส่วนตำเเหน่งหน้าที่นั้นดิฉันอยู่ตรงไหนก็ได้ที่ได้ทำเรื่องราวเหล่านี้ให้เป็นจริงได้ การที่จะทำตรงนี้ได้นั้นต้องไปอยู่ในตำเเหน่ง “ผู้แทนราษฎร” ดิฉันไม่ได้มองไปในตำเเหน่งที่สูงกว่านั้น การเกิดเป็นคนในตระกูลนี้ “ทำดีเสมอตัว” ฉะนั้นเราต้องทำดีมากกว่าคนอื่น และต้องอดทน”

“บิ๊ก” เลือดใหม่ พปชร.”ขอลงส.ส.”เมืองเกินร้อย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/354528

“บิ๊ก” เลือดใหม่ พปชร.”ขอลงส.ส.”เมืองเกินร้อย”

คนในข่าว  :  4 ธ.ค. 2561
พลังประชารัฐ,ชัชวาล แพทยาไทย

“บิ๊ก” เลือดใหม่ พปชร.”ขอลงส.ส.”เมืองเกินร้อย” : คอลัมน์…  ตลาดความคิด..รุ่นใหม่การเมือง

การเมืองเวลานี้ เป็นโอกาสทองของคนรุ่นใหม่ หลายพรรคการเมืองต่างปลุกปั้นลงสู่สนาม ไม่เว้นแม้แต่ “พลังประชารัฐ” ที่มีอดีตคนการเมืองและหน้าใหม่ตบเท้าเข้าร่วมวงแบบหัวบันไดไม่แห้ง

“บิ๊ก” หรือ “ชัชวาล แพทยาไทย” วัย 30 ปี พ่วงดีกรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น กับบทบาท “ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 จ.ร้อยเอ็ด” ที่ตั้งใจกับงานการเมืองครั้งแรกไม่น้อย ดูแ ล้ว “บิ๊ก” มีแววอยู่ไม่น้อย หลายวันก่อนที่เข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เรียกว่า ”แทบจะเป็นคนเดียวที่ผูกผ้าขาวม้ามาเมืองหลวงเพื่อสมัครสมาชิก พปชร.” แถมยังมือไม้อ่อนเดินทักทายคนนั้นคนนี้ทั่วหน้า

เมื่อไต่ถามจุดเริ่มต้นที่ลงสู่สนามการเมือง บิ๊กบอกว่า “เกิดจากผมกับเพื่อนๆ ไปคุยกับ ท่านสุชาติ ตันเจริญ”

คุยกันกับแกนนำบ้านริมน้ำแบบใดมิทราบ…แต่ได้ข้อสรุป “บิ๊ก” อยากจะลงผู้แทนฯ !

เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ว่างานไหนที่มีชาวบ้าน บิ๊กไม่พลาดโอกาสแนะนำตัว บอกความตั้งใจของตัวเองให้ชาวบ้านรับทราบ แต่แล้วใช่ว่า “บิ๊ก” จะมาแบบหัวเดียวกระเทียมลีบ เพราะมีเพื่อนพ้องรอบตัว โดยหนึ่งในนั้นคือ “นายสัตวแพทย์ยรรยง ผิวผ่อง” ที่เป็นคณะทำงาน และรู้กันดีว่าเป็นกุนซือส่วนตัวให้ “บิ๊ก”

“อย่าถามว่าผมอยู่พรรคไหน ถามว่าจะใช้งานคนอย่างไรดีกว่า” คือคำตอบที่ได้จาก “บิ๊ก” แม้พื้นที่ร้อยเอ็ด เขต 7 จะต้องชนกับอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่หลายสมัยก็ตาม แต่ “บิ๊ก” บอกว่า “บ่ยั่น! เพราะถ้าไม่ลงมาเป็นตัวเลือกให้ชาวบ้าน ถึงที่สุดถ้าไม่เข้าป้าย(สอบตก) ผมไปทำงานช่วยชาวบ้านอย่างอื่นก็ได้ เพราะอายุยังน้อย”

ถ้า “บิ๊ก” ไม่รุ่งทางการเมือง ก็น่าจะได้ไปต่อในสายงานอื่นแบบไม่ยาก

ยิ่ง “บิ๊ก” เป็นชายหนุ่มซึ่งแกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำชักชวนเข้าสู่ถนนการเมืองด้วยแล้ว วันไหนเกิดไปต้องตา “มดดำ” ลูกชายของสุชาติ “บิ๊ก” อาจได้ดิบได้ดีด้านอื่นแทนการเป็นส.ส.ก็เป็นได้…

หวังว่าประเทศไทยจะมี “THAI DREAM”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/354169

หวังว่าประเทศไทยจะมี “THAI DREAM”

คนในข่าว  :  30 พ.ย. 2561
ดรนิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ,พรรคเพื่อไทย

หวังว่าประเทศไทยจะมี “Thai Dream” : คอลัมน์… ตลาดความคิดรุ่นใหม่การเมือง

ดร.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 ชลบุรี พรรคเพื่อไทย หนึ่งในหน้าใหม่การเมืองที่พร้อมลงสนามขอแต้มชาวเมืองชลในการทำงาน

“ไม่ได้มาจากครอบครัวนักการเมือง แต่มีส่วนมาจากคุณพ่อ คือคุณพ่อชอบเรื่องการเมือง ติดตามข่าวสารตลอด และเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่คนในพื้นที่รู้จัก คุณพ่อสนใจการเมืองมานานแต่ไม่เคยเล่นการเมือง ท่านเคยเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษา สนับสนุน นักการเมืองท้องถิ่นหลายคนแต่ไม่ได้เป็นหัวคะแนน ท่านจะสนับสนุนในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ที่คนในพื้นที่รู้จัก เราก็เคยมีโอกาสช่วยบ้าง ตรงนี้ก็คงเป็นจุดเริ่มที่คิดว่าเราได้คลุกคลีในเรื่องของการเมือง”

“4-5 ปีที่ผ่านมาการเมืองที่ไม่นิ่งนั้น สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชน สมัยก่อนมองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวมาก คิดว่าเราแค่คนตัวเล็กๆ จะสามารถช่วยเหลือ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และเคยมองว่า การเมืองเป็นเรื่องของการสืบทอด รุ่นต่อรุ่น แต่ ณ วันนี้พอเราโตขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา คิดว่าถ้าเรามีโอกาส หรือได้รับโอกาส เราต้องนำความรู้ความสามารถของเราช่วยกันพัฒนาประเทศไทย”

ในฐานะคนรุ่นใหม่ มองว่าทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหากสิ่งเหล่านี้ดีย่อมส่งผลดีต่อภาคการผลิต การบริการที่ดีด้วย แต่วันนี้ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งจากมนุษย์ หรือธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้น ตรงนี้ต้องเร่งทำ

“เรื่องที่สำคัญอีกอย่าง คือ ต้นทุนมนุษย์ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตรงนี้มาจาก “การศึกษา” ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมานานมากแล้ว ทางเดียวที่เราจะขยับออกจากจุดนี้ คือ เราต้องพัฒนาคนของเราให้มีคุณภาพทางการศึกษา”

ในอดีตเราเคยได้ยินคำว่า “American Dream” ความเชื่อของคนอเมริกันเกี่ยวกับความสุข ความสำเร็จที่ทุกคนปรารถนา และ “American Dream” ยังเชื่อว่า ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะประสบความสำเร็จ ก็หวังว่าประเทศไทยเราจะมี “Thai Dream” ถ้าเราให้โอกาส ต่อไปรัฐบาลไม่ต้องมาคิดนโยบาย ประชาชนจะสามารถนำเสนอนโยบายให้แก่รัฐเอง

“NEW DEM” เมืองคอน”หวังดึงราคายางช่วยชาวสวน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/353278

“NEW DEM” เมืองคอน”หวังดึงราคายางช่วยชาวสวน”

คนในข่าว  :  23 พ.ย. 2561
ชัยชนะ เดชเดโช,พรรคประชาธิปัตย์,ตลาดความคิดรุ่นใหม่การเมือง

“New Dem” เมืองคอน”หวังดึงราคายางช่วยชาวสวน” : คอลัมน์…  ตลาดความคิด…รุ่นใหม่การเมือง

พรรคสีฟ้าหรือประชาธิปัตย์ ในหลายปีให้หลังภาคใต้คือฐานคะแนนนิยมที่พรรคนี้ได้รับมามากกว่าพรรคอื่น

“นายหัวชวน หลีกภัย” คือหนึ่งในสัญลักษณ์ปชป.ที่คนปักษ์ใต้ให้ความเคารพ รวมทั้งหัวหน้ามาร์ค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ยามลงพื้นที่เมื่อใดพ่อยกแม่ยกยังให้คะแนน

“แทน” หรือ ชัยชนะ เดชเดโช ในฐานะเลือดใหม่ ปชป. อาสาลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคสีฟ้า เป็นลูกชายของ “วิฑูรย์ เดชเดโช” อดีตสมาชิก อบจ.นครศรีธรรมราช (ผู้ล่วงลับ) และ “กนกพร เดชเดโช” ทั้งแทนและกนกพร สืบสานเจตนารมณ์ของวิฑูรย์ด้วยการตั้งมูลนิธิ “วิฑูรย์ เดชเดโช” เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านเมืองคอน

“ชัยชนะ” คือคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ หรือกลุ่ม “New Dem” ได้กล่าวถึงความสนใจในงานการเมืองว่า “สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นนักการเมือง คอยดูแลพี่น้องประชาชน จึงเรียนและรู้จักระบอบประชาธิปไตย และต้องการให้ประเทศไทยได้หลุดพ้นจากเผด็จการเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจที่จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”

“ถ้าหากมีโอกาสเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร สิ่งแรกที่จะทำเลยคือการผลักดันเรื่องของราคาพืชผลให้สูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งกลไกตลาดของต่างประเทศ หรือเน้นการส่งออกเป็นหลัก แต่จะเน้นในเรื่องของการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อนำมาใช้ภายในประเทศมากขึ้น อย่างในเรื่องของยางพารา ที่เราสามารถนำมาแปรรูปเป็นส่วนผสมของถนน หมอนรองรถไฟ หรือใช้เป็นส่วนผสมยางรถยนต์ได้ ในส่วนนี้รัฐสามารถให้หน่วยงานในสังกัดเพิ่มอัตราการใช้ยางได้ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำแบบนี้แล้วก็ตาม แต่ผมมองว่ายังน้อยเกินไป ต้องทำมากกว่านี้”

“อย่างเช่นการเชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาอบรมให้ความรู้ หรือช่วยเหลือทางด้านธุรกรรมทางการเงินเพื่อให้พวกเขาได้มีส่วนในการแปรรูปร่วมด้วย ซึ่งคือเรื่องที่อยากจะผลักดันเป็นเรื่องแรก”

รอดูว่าชาวสวนยางเมืองคอนจะให้โอกาสคนหนุ่มคนนี้จาก ปชป. ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงช่วยพี่น้องหรือไม่…

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” อยากเเก้ไขหนี้สินให้ชาวร้อยเอ็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/353044

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” อยากเเก้ไขหนี้สินให้ชาวร้อยเอ็ด

คนในข่าว  :  21 พ.ย. 2561
ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์,รวมพลังประชาชาติไทย,กปปส,ลุงกำนัน,สุเทพ เทือกสุบรรณ

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” อยากเเก้ไขหนี้สินให้ชาวร้อยเอ็ด :  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“กปปส.ของลุงกำนัน” ที่วันนี้กลายเป็นพรรค “รวมพลังประชาชาติไทย” ที่ออกสตาร์ทเร็วกว่าเพื่อนและเดินคารวะแผ่นดินไปในหลายจังหวัด พร้อมประกาศตัวผู้สมัครส.ส.อย่างชัดเจน

ในภาคอีสานนั้นนักการเมืองหน้าใหม่ที่มาร่วมงานกับลุงกำนันเคยเคลื่อนไหวภาคประชาชนในนามสมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาก่อนแทบทั้งสิ้น

“ธนกฤต ชาติอนุลักษณ์” หรือ “เซียะ” วัย 39 ปี ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังของเมืองร้อยเอ็ด ที่ประกาศตัวลงเขตสมัครส.ส.ร้อยเอ็ดเขต 5 เเละต้องชนกับอดีตส.ส.เจ้าของพื้นที่คือ ศักดา กงเพชร ที่ถือว่าเป็นกระดูกเบอร์ใหญ่ที่ธนกฤตต้องเข้าไปต่อสู้

ธนกฤต บอกว่า “สิ่งที่อยากแก้ไขให้ประชาชนมากที่สุดคือเรื่องหนี้สิน เพราะตอนนี้ชาวร้อยเอ็ดแทบทุกครัวเรือนมีปัญหาหนี้สินกันแทบทั้งสิ้น เป็นชาวนาก็หนี้สินเยอะทำให้แทบจะลืมตาอ้าปากไม่ได้ หากได้รับเลือกเป็นส.ส.สิ่งแรกที่จะทำและแก้ไขคือเรื่องนี้”

“เราได้คุยกับผู้นำท้องถิ่น รู้ว่าปัญหาใหญ่ของชาวบ้านคือหนี้ ทั้งนี้จากการลงทุนทางการเกษตรและหนี้จากไฟแนนซ์จึงอยากจะช่วย สาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครส.ส.เพราะอยากช่วยชาวบ้าน ครอบครัวเราทำธุรกิจมานาน เห็นปัญหาของชุมชนโดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “เซฟมาร์ท” ที่มีอยู่ในทุกอำเภอเสมือนธุรกิจที่ทำให้ได้รู้จักชุมชนมากยิ่งขึ้น และที่ผ่านมาครอบครัวได้ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และออกงานกิจการทางสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจอยากจะลองลงสมัครการเมืองดูเพื่อจะได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวร้อยเอ็ดในนามของนักการเมือง ซึ่งน่าจะเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้” ธนกฤต ระบุ

ต้องรอดูว่าความฝันของชายคนนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ชาวร้อยเอ็ดในพื้นที่นี้จะให้คำตอบ

‘กฤษฎา’อยากให้หนองคายเป็นสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352885

‘กฤษฎา’อยากให้หนองคายเป็นสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา

คนในข่าว  :  20 พ.ย. 2561
กฤษฎา ตันเทอดทิตย์,พรรคเพื่อไทย

“กฤษฎา ตันเทอดทิตย์”อยากให้หนองคายเป็นสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา : คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“กฤษฎา ตันเทอดทิตย์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หนองคาย พรรคเพื่อไทย ที่จะลงศึกเลือกตั้งในฐานะคนหน้าใหม่ เผยความคิดในการอาสาเป็นคนการเมืองว่า เริ่มต้นจากการที่ได้เข้ามาทำงานในสภาอุตสาหกรรม ทำให้เห็นโครงสร้างของการทำงานระหว่าง 3 ภาคส่วนคือ การเมือง รัฐ และเอกชน ในขณะเดียวกัน ก็มองเห็นถึงปัญหาต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา และอื่นๆ

จากการศึกษาโครงสร้าง 3 ภาคส่วน จึงเล็งเห็น​เลยว่า ภาคที่มีส่วนผลักดัน​สำคัญที่สุดเลยคือการเมือง จึงมีความสนใจทางการเมือง

“พอเริ่มเห็นถึงโครงสร้างแล้ว ความเข้าใจคือถ้าวันนี้เราอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่บ้านเรา จำเป็นต้องมาจากภาคการเมือง ภาคเอกชน อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่สุดท้าย ถ้าต้องการเปลี่ยนแบบจริงจัง จำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุนจากการเมือง”

สนใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เพราะมองว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย ทำได้จริงหลายๆ อย่าง ตัวอย่างในอดีตคือ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือโครงการกองทุนหมู่บ้าน และอีกหลายๆ อย่าง ที่สำคัญที่สุด พรรคนี้สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนทุกระดับชั้นได้ ซึ่งเป็นปัญหาหลัก แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาจริงๆ ไม่ใช่ปลายเหตุ

“มีความสนใจด้านเศรษฐกิจ​ การศึกษา และสุขภาพ ซึ่งมองว่า ถ้าวันนี้เศรษฐกิจ​ดี ปัญหาต่างๆ ในสังคมจะเริ่มน้อยลง การศึกษาก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพของคน เราควรยกระดับจากแรงงานทั่วไปเป็นแรงงานมีฝีมือ จนไปถึงระดับเป็นแรงงานวิชาชีพ เราถึงจะแข่งขันในเวทีโลกได้ อนาคต หลายๆ อย่างจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ถ้าคนของเราไม่พร้อม เราจะล้าหลังอีกมาก และสำคัญที่สุด เราเหมาะที่จะเป็น ศูนย์กลางด้านการรักษาพยาบาล เรามีโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำมากมาย แต่วันนี้ทำอย่างไรให้โรงพยาบาลภาครัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลยกระดับขึ้นมา ตรงนี้จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้”

เป้าหมายคืออยากทำให้ จ.หนองคาย ไม่ใช่แค่เมืองผ่าน แต่ทำให้เป็นเมืองพัก เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งคนทั่วโลกอยากมา หนองคายจะเป็นประตูสู่ สปป.ลาวและจีน และที่สำคัญที่สุด คือเป็นต้นแบบของเมืองท่องเที่ยว เมืองเกษตร เมืองสุขภาพ และเมืองแห่งการศึกษา

‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352738

‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง

คนในข่าว  :  19 พ.ย. 2561
วทันยา วงษ์โอภาสี,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,พลังประชารัฐ,เลือกตั้ง

‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง : คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

อดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี “วทันยา วงษ์โอภาสี” หนึ่งในสตรีที่มาลงสนามการเมืองคราวนี้ โดยละวางหน้าที่ “กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท สปริงส์นิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด” มาสวมเสื้อ “พลังประชารัฐ”

“ไม่เคยคิดเลย ถือเป็นมิติใหม่ในชีวิต แต่เป็นธรรมดาของชีวิตว่ามีเรื่องแปลกใหม่ผ่านเข้ามาโดยไม่ได้คาดฝันมาก่อน ยอมรับว่ามีผู้ใหญ่ทาบทามจากหลายที่ จนกระทั่งผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ ชักชวนโดยให้ข้อคิดหลายเรื่อง จนเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่เราคิดมาโดยตลอด มันถูกจริงๆ ทั้งหมดหรือเปล่า”

“เรื่องการเมืองเรารู้อยู่แล้วว่า วันที่เราตัดสินใจเดินมาแล้ว ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็เป็นเรื่องที่เราต้องน้อมรับ ที่สำคัญ ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำดี คิดดีแล้ว ปัจจัยตรงนี้จะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นสิ่งที่ดีตามมา”

“ถ้ามัวแต่กลัวว่าทำงานการเมืองนั้นเปลืองตัว เราก็เป็นได้แค่คนนั่งมอง ไม่เคยลุกขึ้นมาทำอะไรจริงๆ เมื่อตัดสินใจแล้วว่า วันนี้ถ้าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าอยากจะทำให้ดีขึ้น ถ้าได้แต่พูดไม่ลงมือทำคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

ส่วนเหตุผลที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เพราะ “เราอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง และเมื่อตัดสินใจลงสนามการเมืองจริงๆ แล้วดูอุดมการณ์พรรค หรือปณิธานถือว่าตรงกับสิ่งที่เราตั้งใจทำมาโดยตลอด แม้เราไม่ใช่อาชีพนักการเมือง และเล่นการเมืองไม่เป็นจริงๆ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคไม่ได้มาจากการเป็นนักการเมืองทั้งหมด เป็นสายวิชาการ หรือทำธุรกิจมาก่อน ทุกคนเสียสละมาทำงาน เราอยากจะทำงานร่วมกับคนที่โฟกัสในเรื่องงาน ไม่ใช่โฟกัสในเรื่องบทบาทหรือเรื่องอื่น สิ่งหนึ่งที่ขอไว้เลยคือถ้าเราเข้ามาแล้วเราต้องทำประโยชน์ให้พรรคจริงๆ”

ส่วนมุมมองประเทศไทยอีก 20 ปีข้างหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรนั้น วทันยา บอกว่า “อีก 20 ปีข้างหน้า หลายอย่างจะเปลี่ยนโฉมไปมาก โดยเฉพาะด้านดิจิทัล แน่นอนว่าอีก 20 ปี หลายอย่างต้องเปลี่ยนแปลงจนไม่กล้าคิดเลยว่า เมื่อถึงตรงนั้นอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แต่วันนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของตัวเองที่เริ่มเข้ามาสู่แวดวงการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในผลลัพธ์ในอีก 20 ปีข้างหน้า”

“การเมืองปัจจุบัน ทุกพรรคชูเรื่องความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้ง เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำงานในระบบพรรคการเมือง ตอนนี้หลายพรรคก็เปิดตัวคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกคนเห็นปัญหาการเมืองของประเทศมาค่อนข้างเยอะ ดังนั้น สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนอยากจะเห็นประเทศชาติเดินไปในทิศทางที่ดี ทุกคนจึงควรออกมามีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพรรคไหน ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน”

‘พล.ต.ท.วิศณุ ‘พร้อมช่วยงานพรรคและอดีตผู้บังคับบัญชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/352302

‘พล.ต.ท.วิศณุ ‘พร้อมช่วยงานพรรคและอดีตผู้บังคับบัญชา

คนในข่าว  :  16 พ.ย. 2561
พลตทวิศณุ ม่วงแพรสี,พรรคเสรีรวมไทย

“พร้อมช่วยงานพรรคและอดีตผู้บังคับบัญชา” “พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี” นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทย

“พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี” อดีตผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการมาหมาดๆ มารับหน้าที่ “นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทย” กับ ”เดอะตู่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค ที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา

“พล.ต.ท.วิศณุ” ชื่อนี้อาจใหม่ในแวดวงการเมือง แต่ความจริงแล้วเขาคือนายตำรวจที่นักข่าวสายอาชญากรรมรู้จัก เพราะเป็นเสมือนมือขวาของเจ้าของฉายาวีรบุรุษนาแก ที่ร่วมปราบคดีดังในเมืองไทยหลายคดี

เมื่อวันนี้พรรคเสรีรวมไทยเดินสายหาสมาชิกและคัดกรองผู้สมัคร ส.ส. โดยหัวหน้าพรรคตั้งเป้าว่า “มีคนติดตามสิ่งที่ผมเสนอแนวคิดทางสังคมออนไลน์ 120 ล้านวิว ผมขอแค่ร้อยละ 10 มาลงคะแนนให้พรรคนี้ และหากได้รับความไว้วางใจร้อยละ 5 พรรคผมจะได้ ส.ส.หลายคนแล้ว”

เมื่อบวกกับคนการเมืองที่ “เดอะตู่” ทาบทามให้มาร่วมงานกับพรรคนี้แล้วนั้น ต้องดูว่า ”เสรีรวมไทย” จะมีชื่อแจ้งเกิดบนเวทีสภาหินอ่อนหรือไม่…

“พี่ตู่มาชวนก่อนเกษียณหลายเดือนว่า ยังแข็งแรง ไม่มีภาระทางครอบครัว มาช่วยงานพรรคนี้นิด ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง มองว่าพรรคที่พี่ตู่ตั้งขึ้นมามีอุดมการณ์ ผมได้รับงานจากพี่ตู่ให้ตรวจสอบประวัติสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เอาแบบไม่มีประวัติด่างพร้อย เพราะผมเคยเป็นพนักงานสอบสวน น่าจะตรวจประวัติได้ง่าย”

“หลักการที่พรรควางไว้ในขั้นต้นคือ การเลือกตั้งไม่ควรเริ่มต้นด้วยการซื้อเสียงและซื้อนักการเมืองมาร่วมงาน พรรคนั้นๆ ควรคัดคนที่มีคุณภาพเพื่อให้ สังคมยอมรับ ผมร่วมงานกับพี่ตู่ในวงการตำรวจตั้งแต่จบโรงเรียนนายร้อยสามพราน รุ่น 34 เห็นวิธีทำงานตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ ไม่กลัวอิทธิพล สังคมเห็นผลงานของพี่ตู่ในช่วงรับราชการมาแล้ว และวันนี้พี่ตู่ตั้งพรรคนี้ขึ้นมาเพื่อให้สังคมพิจารณา ผมก็พร้อมที่จะช่วยงาน”