งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อท้องถิ่นจากรั้วราชภัฏ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362061

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อท้องถิ่นจากรั้วราชภัฏ

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อท้องถิ่นจากรั้วราชภัฏ

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผศ.ดร.มนัญญา คำวชิระพิทักษ์

ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2561” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการเปิดเวทีให้กับนักวิจัยได้มีโอกาสแสดงผลงาน แนวความคิดในการทำวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาปากท้องของคนไทย ตลอดจนตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งไม่เฉพาะแต่นักวิจัยมืออาชีพเท่านั้นที่ได้ร่วมแสดงผลงาน แต่นักวิจัยรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของชาติที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมแสดงผลงานในครั้งนี้ด้วย

เริ่มจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นำผลงานต่อยอดความคิดเพิ่มมูลค่าให้กับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นประจำจังหวัด ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเฉพาะการจำหน่ายผลมะม่วงน้ำดอกไม้เพียงเท่านั้น ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ฉะเชิงเทรา จึงได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำส่วนอื่นๆ ของมะม่วงน้ำดอกไม้มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม จากการศึกษาพบว่า ใบ ดอก ของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่นเดียวกับผลมะม่วง มีรสเฝื่อนเล็กน้อย สรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย รักษาโรคเบาหวานได้ จึงได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ “ชาดอกและใบมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง” นอกจากนี้ในส่วนของใบมะม่วงยังได้นำไปต่อยอดงานวิจัยสำหรับผลิตเป็นชนวนกันความร้อนอีกด้วย

ดร.พันธ์ทิพย์ โอฬารรัตน์มณี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.ราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า“มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์มุ่งผลิตงานวิจัยตอบสนองท้องถิ่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่พร้อมต่อยอดผลงานวิจัยที่เน้นการนำไปใช้จริง”

ด้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีศูนย์จัดการศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ได้เล็งเห็นศักยภาพของ “ผ้าขาวม้าทอมือ” บ้านหนองโกวิทย์ หากมีการพัฒนาต่อยอดเป็นของชำร่วยหรือผลิตภัณฑ์ผ้า หรือกระเป๋าที่ผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ของตัวผ้าเข้ากับรูปแบบความนิยมสมัยใหม่จะสามารถช่วยส่งเสริมให้ผ้าขาวม้ามีช่องทางในการเปิดตัวออกสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานถ่ายทอดองค์ความรู้ในการพัฒนาผ้าขาวม้าทอมือบ้านหนองโกวิทย์เป็นของชำร่วย และอื่นๆ ซึ่งชาวบ้านสามารถผลิตของชำร่วยเพื่อออกจำหน่ายได้ในปัจจุบัน

ผศ.ดร.มนัญญา คำวชิระพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยวไลยอลงกรณ์มุ่งพัฒนาท้องถิ่นด้วยการวิจัยเพื่อต่อยอดมูลค่าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นโดยมหาวิทยาลัยได้ดูแลพื้นที่วิจัยทั้งในจังหวัดปทุมธานีและสระแก้ว โดยงานครั้งนี้ได้นำผลงานที่ได้ร่วมพัฒนากับชาวบ้านในชุมชนสร้างมูลค่าต่อยอดตลอดเพิ่มสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ดียิ่งขึ้นโดยเป็นโครงการร่วมกับ สสส.”

ปิดท้าย มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี นำผลงานนวัตกรรมเพื่อสุภาพเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานด้านสุขภาพให้กับคนในท้องถิ่น โดยนำงานวิจัยนวัตกรรม “การพัฒนาระบบควบคุมสำหรับรถนั่งชนิดมือบังคับการเคลื่อนที่” โดยได้ไอเดียมาจากการที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่ช้า และมีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุรวมถึงผู้พิการจะใช้วีลแชร์ชนิดมือบังคับเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามคนพิการและผู้สูงอายุบางคนที่มีปัญหาเรื่องพละกำลัง อาจจะไม่สามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้ตามต้องการเพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จึงได้พัฒนาระบบการบังคับวีลแชร์ให้สามารถใช้ได้ทั้งระบบมือบังคับการเคลื่อนที่ และเคลื่อนที่ด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งหากงานวิจัยนวัตกรรมชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์จะเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้สูงอายุผู้พิการ อีกทั้งลดการนำเข้าวีลแชร์ไฟฟ้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพง ทำให้ผู้พิการและผู้สูงอายุคนไทยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหวได้ในราคาที่เหมาะสม

ผศ.ดร.สุรีย์มาศ สุขกสิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี กล่าวว่า “สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านงานวิจัยและบริการวิชาการแก่ชุมชนท้องถิ่นโดยการประสานความมือด้านการวิจัยทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อเสริมสร้างและพัฒนา นักวิจัยและงานวิจัยที่มีคุณภาพนำไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาท้องถิ่น”

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดงานวิจัยและนวัตกรรมของทั้งสามสถาบันได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ http://research.rru.ac.th,
สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ http://rd.vru.ac.th และสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี http://www.research.rbru.ac.th

ดร.พันธ์ทิพย์ โอฬารรัตน์มณี

ดร.พันธ์ทิพย์ โอฬารรัตน์มณี
ผศ.ดร.สุรีย์มาศ สุขกสิ

ผศ.ดร.สุรีย์มาศ สุขกสิ

ชวนหนุ่มยุคมิลเลนเนียมค้นหาแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362055

ชวนหนุ่มยุคมิลเลนเนียมค้นหาแรงบันดาลใจ

ชวนหนุ่มยุคมิลเลนเนียมค้นหาแรงบันดาลใจ

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เกษรวิลเลจ (GAYSORNVILLAGE) จัดงาน “GAYSORN MENLLENNIAL” (เกษร เมนเลนเนียล)เนรมิตอาณาจักรเกษรวิลเลจให้กลายเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์มีสไตล์สำหรับชายหนุ่ม มาร่วมอัพเดทเทรนด์และสร้างแรงบันดาลใจไปกับกิจกรรมสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 6-30กันยายนนี้

ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกลุ่ม เกษร พร็อพเพอร์ตี้ กล่าว เพราะผู้ชายในปัจจุบันหันมาให้ความสนใจกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง รวมถึงมองหารูปแบบและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น เกษรวิลเลจ จึงได้รังสรรค์ไอเดีย GAYSORN MENLLENNIAL ขึ้น โดยการผสานอัตลักษณ์ของ MEN x MILLENNIAL MINDSET เข้าไว้ด้วยกันภายในงานได้รวบรวมหลากหลายเรื่องราวที่สะท้อนทุกมิติในการใช้ชีวิตของคุณสุภาพบุรุษ มาไว้ในที่เดียว

GAYSORN MENLLENNIALคืองานเฟสติวัลของคุณสุภาพบุรุษที่มองหาความหลากมิติให้กับตัวเองนำเสนอความพิเศษเพื่อให้เข้าถึงประสบการณ์ “TALK-TASTE-PASSION” โดยผสานสัมผัสแห่งรูปรส กลิ่น เสียง ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เริ่มที่ กิจกรรม TALK กับหลากหลายเรื่องราวของ Series of Investmentที่หนุ่มสมาร์ทให้ความสนใจทางด้านการลงทุน, นาฬิกา หรือของสะสมจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง อาทิ 6 กันยายนนี้ พบตัวแทนจากบริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดในการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์และที่ปรึกษาการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ที่จะมาวิเคราะห์เจาะลึกเทรนด์เพื่อให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด,WATCH TALK เปิดมุมมองใหม่เรื่องนาฬิกาโดยนักสะสมนาฬิกาชื่อดัง ดร.ปราโมทย์ เหรียญเจริญสุข แห่งนิตยสาร I AM WATCH,6-9 กันยายน พบปะสังสรรค์พูดคุยกับเหล่า “ไวน์ เลิฟเวอร์” อย่างออกรสกับผู้รู้ลึกรู้จริงใน WINETALK

TASTE เชิญชวนเหล่าสุภาพบุรุษผู้คลั่งไคล้การดื่มไวน์ มาร่วมดื่มด่ำสุนทรียศาสตร์แห่งไวน์ชั้นเลิศใน WINE MARKET การกลับมาอีกครั้งของการจัด “GAYSORN LES VENDANGES 2018” (เกษรเล วองดองช์ 2018) ที่เปิดโอกาสให้คอไวน์สัมผัสสุนทรียรสของไวน์จากทั่วทุกมุมโลกกว่า 150 เลเบิล ทั้งไวน์โลกเก่า(Old World Wine), ไวน์โลกใหม่ (New World Wine), อาร์ทิซานไวน์ (Artisan Wine) และไวน์รุ่นลิมิเต็ดโปรดักชั่น (Limited Production) โดยความร่วมมือจากตัวแทนผู้จำหน่ายไวน์กว่า 10 รายที่คัดสรรมาให้คอไวน์ได้ละเลียดอย่างมีสไตล์ รวมถึงออกบูธจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ ระหว่าง 6-9กันยายน 2561 ณ ชั้น G เกษรเซ็นเตอร์ และพิเศษสุดกับปรากฏการณ์ที่จะนำโลกของไลฟ์สไตล์แฟชั่น และไวน์มาบรรจบกันอีกครั้งอย่าง WINE WALK ซึ่งจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการชิมไวน์ให้มีสีสันยิ่งขึ้นจาก 20 แบรนด์ชั้นนำภายในเกษรวิลเลจ

PASSION กับหลากหลายกิจกรรมที่ชวนหลงใหลและสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ 12 กันยายน กับงาน ETRO GRAND OPENING จาก ETRO แบรนด์แฟชั่นจากประเทศอิตาลีกับแฟล็กชิฟสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย, 6 กันยายน กับการเปิดตัว THE ARTISAN’S ROYAL CLUB ต้นตำรับคลับสำหรับสุภาพบุรุษที่มีทั้งรสนิยมและความชอบแบบคลาสสิกการรวมตัวของเหล่า Artisans ของความเชี่ยวชาญที่พร้อมปรนนิบัติคุณสุภาพบุรุษอย่างครบครัน ต่อด้วยการเอาใจหนุ่มๆ ที่มีแพสชั่นในเรื่องรถกับ Car Showcase รวบรวมลักชัวรี่คาร์ระดับโลก มาจัดโชว์เคสให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

ปิดท้ายความสมบูรณ์แบบฉบับคุณสุภาพบุรุษด้วย MEN MARKET ที่คัดสรรเอาไอเท็มสุดคูล แอคเซสซอรี่และแก็ดเจ็ตโดนใจมาไว้ให้เลือกสรรกันอย่างละลานตา อาทิ โรสแมนคลับ (Rosemanclub) ไอเท็มสำหรับคุณสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา Japan Handmade เสื้อผ้า หมวก รองเท้า กระเป๋า ที่ขนเอาสินค้าคุณภาพของคุณผู้ชายมาไว้ให้หนุ่มๆ ได้ช็อปปิ้งกันอย่างจุใจ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ www.facebook.com/GaysornVillage/

‘เพลงนี้เพื่อแม่’ ร้อยรักแม่…. ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/362067

‘เพลงนี้เพื่อแม่’ ร้อยรักแม่.... ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจ

‘เพลงนี้เพื่อแม่’ ร้อยรักแม่…. ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจ

วันพุธ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ ต้อนรับ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ ผช.เลขาธิการ สภากาชาดไทย, ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย,
พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์ และคณะ กก.ตัดสิน ณัฐวรรธน์ กิจสมบูรณ์, พลธรายุทธ ทิพยุทธ, มนต์ชัย ชื่นประภารัตน์ ถ่ายภาพกับผู้ได้รับรางวัล

ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ ต้อนรับ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ ผช.เลขาธิการ สภากาชาดไทย, ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย,
พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์ และคณะ กก.ตัดสิน ณัฐวรรธน์ กิจสมบูรณ์, พลธรายุทธ ทิพยุทธ, มนต์ชัย ชื่นประภารัตน์ ถ่ายภาพกับผู้ได้รับรางวัล

ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ จัดโครงการร้อยรักแม่ ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องมากว่า 15 ปีกับเวทีที่เปิดโอกาสให้ลูกๆ บอกรักแม่ผ่านเสียงเพลง ด้วยวัตถุประสงค์หลักของสมาคม คือ เพื่อสื่อสารถึงความกตัญญู และความรักที่มีต่อแม่โดยสื่อสารผ่านบทเพลงที่ลูกๆ ได้แต่งขึ้น โดยมี ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ,ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย, พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์, ภพ เอครพานิช รวมถึง พลธรายุทธ ทิพยุทธ, ณัฐวรรธน์กิจสมบูรณ์,มนต์ชัย ชื่นประภารัตน์ ร่วมเป็นกรรมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศพร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารอบ ซึ่งทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม The Map โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี “เพลงผู้หญิงคนหนึ่ง” พร้อมกันนี้ถือเป็นวาระที่ดีในการมอบเงินสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ Thermomixer สำหรับสกัด DNA เซลล์มะเร็งแก่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาฯ 120,000 บาทอีกด้วย ณ ไบเทค บางนา

จากรอบคัดเลือก 30 ทีม คัดเหลือ 6 ทีมสุดท้าย ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งแต่ละบทเพลงต่างก็แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เพื่อรำลึกถึงความรักของพระคุณแม่ทำให้บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสายใยรักของแม่ลูก สร้างความประทับใจและปลื้มปีติแก่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ คณะจากสภากาชาดไทย และเหล่าสมาชิกสมาคมรักแม่เป็นอย่างยิ่ง โดยสมาคมรักแม่ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดนตรีมาให้คะแนนในส่วนของ เนื้อเพลง อักขระ วิธีการร้อง ทำนอง การแสดงออก มาเป็นคณะกรรมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 6 ทีม ซึ่งมี พลธรายุทธ ทิพยุทธ อาจารย์ประจำสาขาดนตรีสมัยนิยม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ณัฐวรรธน์ กิจสมบูรณ์ หรือหมู เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 1, มนต์ชัยชื่นประภารัตน์ พิธีกรและนักจัดรายการวิทยุ FM 99 Active Radio เพื่อเฟ้นหาทีมชนะขึ้นรับรางวัล ทีมชนะเลิศ คณะอาจารย์และนักเรียนจะเข้ารับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และสมาคมรักแม่ มอบทุนการศึกษาและของขวัญรวมมูลค่า 36,000 บาท คือ ทีม The Map โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ขึ้นโชว์ในเพลงจังหวะไพเราะอบอุ่นที่ชื่อว่า “เพลงผู้หญิงคนหนึ่ง” รองชนะเลิศอันดับ 1 รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมทุนการศึกษาและของขวัญ รวมมูลค่า 26,000 บาท ได้แก่ ทีมธรรมดี โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม จ.เชียงราย ที่ซาบซึ้งกินใจในชื่อเพลง “วันที่ไม่มีแม่” รองชนะเลิศอันดับ 2 รับถ้วยเกียรติยศ และทุนการศึกษาพร้อมของขวัญรวมมูลค่า 21,000 บาท ได้แก่ ทีม MPS. Acoustic Band โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เจ้าของบทเพลงบอกรักแม่ที่ฟังแล้วติดหู “เพลงสายใยรัก” รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล รับประกาศนียบัตร ทุนการศึกษาพร้อมของขวัญรวมมูลค่า ทีมละ 9,000 บาท ได้แก่ ทีมลูกหมูของแม่ ม.กรุงเทพ “เพลงรักแม่ล้นฟ้า”, ทีมช่อพิกุล โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ฯ “เพลงร้อยคำรักฝากแม่”และ ทีม WCG โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ “เพลงดีกว่าเดิม”

ทีม The Map ที่เรียบเรียงเนื้อร้องและทำนอง ในบทเพลงที่แสนอบอุ่นกินใจ ชื่อว่า “เพลงผู้หญิงคนหนึ่ง” ประกอบด้วยโชคอนันต์ สินสาฎก ตำแหน่งร้องนำ, สิรภพ ศัยนันทน์ ตำแหน่งกีตาร์ และ เมธาณี ธวัชผ่องศรี ตำแหน่งไวโอลิน จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โดย โชคอนันต์ เป็นตัวแทนเพื่อนๆ เล่าว่า “ทราบข่าวการประกวดนี้จากอาจารย์ของทางชมรมและรุ่นพี่ที่เคยเข้าประกวดเมื่อปี 2560 จึงมาคิดว่าจะฟอร์มเพลงแนวไหนดี ตนเองและเพื่อนๆ ในทีมได้ช่วยกันแต่งทำนอง เลือกสไตล์ R&B ที่ตนถนัดเสริมด้วยเสียงไวโอลินและมีท่อนแร็พนิดๆ ในช่วงท้ายเติมทำนองเพลงไทยเดิมเพื่อเพิ่มความอบอุ่นพร้อมเรียบเรียงเนื้อเพลงซึ่งตกลงกันว่าจะเน้นความผูกพันระหว่างลูกกับแม่ให้ดูเป็นช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นมากกว่าจะออกแนวเศร้า ซึ่งเราทุกคนซ้อมกันอย่างหนักด้วยเวลาที่จำกัด และในที่สุดก็ได้รับรางวัลใหญ่ ถือว่าเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิตของพวกเราครับ”

สมาคมรักแม่ มอบเงินสมทบทุนจัดซื้อเครื่อง Thermomixer สกัด DNA เซลล์มะเร็งแก่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ รพ.จุฬาฯ เพื่อช่วยเหลือโครงการศูนย์มะเร็งเต้านม สภากาชาดไทย

สมาคมรักแม่ มอบเงินสมทบทุนจัดซื้อเครื่อง Thermomixer สกัด DNA เซลล์มะเร็งแก่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ รพ.จุฬาฯ เพื่อช่วยเหลือโครงการศูนย์มะเร็งเต้านม สภากาชาดไทย
ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ มอบรางวัลพร้อมประกาศนียบัตร แก่ทีม The Map เจ้าของบทเพลง “ผู้หญิง
คนหนึ่ง” จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ มอบรางวัลพร้อมประกาศนียบัตร แก่ทีม The Map เจ้าของบทเพลง “ผู้หญิง คนหนึ่ง” จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

มาไกลจากจังหวัดเชียงราย โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม ส่งทีมชื่อธรรมดี ขับร้องเพลง วันที่ไม่มีแม่
ซึ่งแต่งขึ้นจากชีวิตจริงของสมาชิกในทีม โดนใจกรรมการ รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จาก ดร.ศิรินา
ปวโรฬารวิทยา

มาไกลจากจังหวัดเชียงราย โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม ส่งทีมชื่อธรรมดี ขับร้องเพลง วันที่ไม่มีแม่ ซึ่งแต่งขึ้นจากชีวิตจริงของสมาชิกในทีม โดนใจกรรมการ รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จาก ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา

ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ มอบรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ให้ทีม MPS. Acoustic Band กับบทเพลง “สายใยรัก” ที่กลั่นมาจากหัวใจลูกสาว 3 คน จากโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒารามฯ

ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ มอบรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ให้ทีม MPS. Acoustic Band กับบทเพลง “สายใยรัก” ที่กลั่นมาจากหัวใจลูกสาว 3 คน จากโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒารามฯ

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย มอบรางวัลชมเชยให้แก่ทีมช่อพิกุล จากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ฯ มาบอกรักแม่ผ่านเสียงเพลง “ร้อยคำรักฝากแม่”

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย มอบรางวัลชมเชยให้แก่ทีมช่อพิกุล จากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ฯ มาบอกรักแม่ผ่านเสียงเพลง “ร้อยคำรักฝากแม่”

พี่ใหญ่สุดในการประกวดปีนี้ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาในชื่อทีมลูกหมูของแม่ ขับร้อง
เพลง “รักแม่ล้นฟ้า” ครองรางวัลชมเชย โดยมี ภพ เอครพานิช รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ให้เกียรติขึ้นมอบ

พี่ใหญ่สุดในการประกวดปีนี้ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาในชื่อทีมลูกหมูของแม่ ขับร้อง เพลง “รักแม่ล้นฟ้า” ครองรางวัลชมเชย โดยมี ภพ เอครพานิช รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ให้เกียรติขึ้นมอบ

ทีม WCG จาก โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ กับบทเพลง “ดีกว่าเดิม” รับรางวัลชมเชยจาก พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์

ทีม WCG จาก โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ กับบทเพลง “ดีกว่าเดิม” รับรางวัลชมเชยจาก พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์

5 เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019ที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าสาวมีสไตล์ เลอค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361962

5 เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019ที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าสาวมีสไตล์ เลอค่า

5 เทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019ที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าสาวมีสไตล์ เลอค่า

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.10 น.

ว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่มีแพลนจะแต่งงานในปี 2019 และยังไม่ได้ชุดที่โดนใจสุดสุด หรือกำลังเตรียมชุดเพื่อเติมเต็มในวันพิเศษให้หญิงสาวผู้เป็นนางเอกครั้งเดียวในชีวิตของงานได้สวยเลอค่าแสนประทับใจ จึงต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมากในการเลือกชุด ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ เนื้อผ้า ตัดเย็บเนี้ยบ เพื่อจะได้ชุดที่เป็นตัวของตัวเอง ล่าสุด “MIRROR MIRROR BANGKOK”   ห้องเสื้อแบรนด์ชุดแต่งงานสุดลักชัวรี่ ได้แนะนำเทรนด์ชุดแต่งงานปี 2019 ที่จะเสริมลุคเจ้าสาวให้มีเสน่ห์และสมบูรณ์แบบที่สุด จะมีแบบไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยดีกว่า

เริ่มจาก สไตล์แบบโบฮีเมียน เหมาะสำหรับเจ้าสาวสายอาร์ต สายชิล ที่ต้องการชุดแต่งงานไม่เหมือนใคร ดีไซน์ช่วงบนเปิดไหล่ กระโปรงยาวเพิ่มความพลิ้วด้วยผ้าทูลกับผ้าชีฟอง และปักลูกไม้ชิคๆ ให้ความเรียบหรูดูโมเดิร์น ทำให้เป็นเจ้าสาวโบฮีเมียนที่มีความทันสมัย รักอิสระ

หากเป็นเจ้าสาวสายหวาน ก็คงเป็นลุคสวยหวานดุจเจ้าหญิงในเทพนิยายกับชุดแต่งงานที่เน้นการปักแบบ 3D ด้วยการปักเย็บรายละเอียดลวดลายดอกไม้ใหญ่ๆ และเท็กซ์เจอร์ให้กับชุดเจ้าสาว แบบอลังการ ซึ่งสมัยนี้จะเป็นดอกแบนๆ ไม่ได้แล้วต้องแบบพุ่งออกมาจากชุดเจ้าสาว เพิ่มความเซ็กซี่ สวยงาม ด้วยชุดแบบคอวีลึก

ทว้าจ้าสาวเป็นสายมั่น ก็มีชุดที่เอาใจสาวเท่ ถ้าไม่อยากให้ลุคออกมาหวานเกินไปแนะนำชุดแต่งงานแบบกางเกง หรือจัมพ์สูท ที่กำลังมาแรง ช่วงบนเป็นเกาะอก เติมดีเทลอย่างเช่น โบว์หรือผ้าลูกไม้ลายสวยเก๋ๆ เพื่อไม่ดูเรียบเกินไปอาจเพิ่มความเซ็กซี่ซีทรูผสมผสานไปกับชุดสไตล์นี้ ช่วยให้ลุคเป็นสาวมั่น และเท่สุดๆ

ส่วนสายเอวหนาก็ต้องสวมใส่ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์ (Ball Gown) ด้วยดีเทลความฟรุ้งฟริ้งของกระโปรงที่ให้ลุคฟูฟ่องสวยหรูแบบเจ้าหญิง ตอบโจทย์ทั้งสายหวานแบบผ้าลูกไม้ หรือสายเรียบหรูที่เน้นผ้าชีฟอง ส่วนช่วงบนรัดเข้ารูป เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการพรางความหนาของช่วงเอว ใส่แล้วสวยสง่าออร่าเป๊ะปังสุดๆ

สุดท้ายสาวสายไร้กฏกติกาชุดเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องสีขาวเสมอ ก็สามารถหวาน สวย มีสไตล์ได้ เพราะจะมีความหลากหลายในการเลือกใช้สีพาสเทล (Pastel) มากขึ้น ให้อารมณ์สีอ่อนหวาน เสริมลุคดูเป็นผู้หญิงอ่อนโยนแต่ไม่ชอบความจำเจ เช่น สีชมพู Pearl pink , สีส้ม Peach

สำหรับสาวๆ ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการเลือกชุดแต่งงานและต้องการฉีกฎชุดเจ้าสาวแบบเดิมๆ ให้เป็นสไตล์ตัวเอง สามารถอัพเดทเทรนด์ก่อนใครได้ที่ห้องเสื้อแบรนด์ชุดแต่งงานสุดลักชัวรี่ “MIRROR MIRROR BANGKOK

‘ART DIALOGUE’เพราะทุกชีวิตล้วนเป็นศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361865

‘ART DIALOGUE’เพราะทุกชีวิตล้วนเป็นศิลปะ

‘ART DIALOGUE’เพราะทุกชีวิตล้วนเป็นศิลปะ

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ร่วมฉลองรับเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัดงาน “ART DIALOGUE” ชวนสัมผัสและสร้างสรรค์งานศิลปะ ผ่านมุมต่างๆ ของการใช้ชีวิตกับ 4 กิจกรรมศิลป์ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน-3 ตุลาคม 2561

เพื่อเป็นการสนับสนุนกลุ่มคนสร้างสรรค์ ผู้มีพรสวรรค์ของไทย (Thai Creative Community) และต้อนรับการเกิดขึ้นของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Bangkok Art Biennale ที่จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย และผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ ทางไลฟ์สไตล์และรีเทล ตอกย้ำความเป็น “Curator of Tastes” คัดสรรที่สุดของรสนิยม ผ่านงานศิลปะภายใต้งาน “ART DIALOGUE” มอบประสบการณ์ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต ผ่านการแสดงออกถึงตัวตน ความคิดสร้างสรรค์มุมต่างๆ ของการใช้ชีวิต ทั้งแฟชั่น บิวตี้ และลิฟวิ่ง กับความพิเศษจาก 4 กิจกรรมศิลป์ ได้แก่

ART COLLABORATIONS: Emporium Department Store x CusCus The Cuckoos เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะกับ ชนิดา วรพิทักษ์ ดีไซเนอร์ และศิลปินเจ้าของ CusCus The Cuckoos ร่วมสร้างประสบการณ์ศิลปะ ผ่านการตกแต่งลวดลายที่มีเอกลักษณ์ทั่วทั้งพื้นที่ห้าง เปลี่ยนให้ศิลปะมีชีวิตและไม่ถูกตีกรอบให้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์อีกต่อไป ART CREATIONS: เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองกับการขยายพื้นที่โซน Thai Designers ชั้น G และ ชั้น 1 ของห้างเอ็มโพเรียม Thai Designers มากกว่า 40 แบรนด์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นสโตร์ที่แรกเท่านั้น ในโซน Thai Designers the Ground Floor & the First Floor ART CONVERSATIONS: สนุกกับการแลกเปลี่ยนบทสนทนาครีเอทีฟกับกิจกรรมอาร์ตๆได้แก่ Let’s Talk Art นิทรรศการภาพศิลปะบนอินสตาแกรม ครั้งแรกในไทยที่ร่วมสร้างสรรค์โดยชาวเอ็มโพเรียม กลุ่มศิลปินไทยกว่า 20 ท่าน และ Farmgroup, Pop-up ARTivities & Workshops สนุกกับกิจกรรมป๊อปอัพอาร์ตๆ และเวิร์กช็อปที่แผนก Fashion, Beauty Hall และ The Living และ,ART DIALOGUE CO-PROMOTION : พบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการช็อปเฉพาะที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่ 6 ก.ย.-3 ต.ค. 61

ร่วมค้นหาศาสตร์และศิลป์แห่งการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะได้ ในงาน “ART DIALOGUE” ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน-3 ตุลาคม 2561 ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

เคล็ดลับแก้อาการเบลอแต่เช้า เตรียมสมองแจ่มใสพร้อมทำกิจกรรมทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361835

เคล็ดลับแก้อาการเบลอแต่เช้า  เตรียมสมองแจ่มใสพร้อมทำกิจกรรมทุกวัน

เคล็ดลับแก้อาการเบลอแต่เช้า เตรียมสมองแจ่มใสพร้อมทำกิจกรรมทุกวัน

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พุดตาน พงศ์พัฒนาไพบูลย์ เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “กอดแก้เบลอกับเจ้านาย #แบรนด์แต่เช้า”

เพราะบางครั้งอาการเบลอไม่ใช่แค่เรื่องตลก แต่อาจทำให้เราพลาดโอกาสสำคัญในชีวิต แบรนด์ซุปไก่สกัด เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ให้ทุกคนหันมาดูแลร่างกายและสมองแต่เช้า กับกิจกรรม “กอดแก้เบลอกับเจ้านาย #แบรนด์แต่เช้า” นำทีมแก้เบลอด้วยหนุ่มหล่อ เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนเก่งของแบรนด์ซุปไก่สกัด ร่วมด้วย เจ-เจตริน วรรธนะสิน, ป๋อมแป๋ม-นิติ, โอปอล์-ปาณิสรา และ 2 เซเลบริตี้สาวคนสวย เอย–ณัฐชนันท์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดสนั่นจากบรรดาแฟนคลับ ณ ลานเอเทรียม 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ปทุมวัน

นางสาวพุดตาน พงศ์พัฒนาไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แบรนด์ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์ซุปไก่สกัด กล่าวว่า หลายคนคิดว่าอาการเบลอเป็นแค่เรื่องตลก แต่ในความจริงมันเป็นอาการที่แสดงว่าร่างกายและสมองกำลังส่งสัญญาณอยากให้เราดูแล ดังนั้น แบรนด์ซุปไก่สกัดจึงจัดแคมเปญรณรงค์ให้คนหันมาดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและสมอง ซึ่งหนึ่งในวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ทุกเช้าก่อนทำงาน เรียน และทำกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องไม่ลืมทานอาหาร เช่น ดื่มซุปไก่สกัดทุกวัน ซึ่งนั่นคือที่มาของแคมเปญ “#แบรนด์แต่เช้า” ในปีนี้

เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์สุดฮอตของแบรนด์ซุปไก่สกัด เล่าว่า “สำหรับผมที่ต้องเรียนด้วย และทำงานด้วย บางครั้งก็ทำให้เกิดอาการเบลอจำวันผิดบ้าง หรือหลงๆ ลืมๆ บางอย่างไป แต่ก็นับว่าน้อยมากครับ ที่จะเกิดอาการเบลอ เพราะผมดูแลตัวเองให้มีร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญอย่างที่ทุกคนทราบ ผมเป็นครอบครัวแบรนด์ตัวจริงที่ดื่มซุปไก่สกัดมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ และก็มารุ่นผมในปัจจุบัน ซึ่งผมก็ดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัดทุกเช้ามาตลอดเลยครับ ทำให้ผมพร้อมที่จะทำกิจกรรมทุกวันให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดีครับ ผมอยากเชิญชวนพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ให้ดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัดทุกเช้า พร้อมแฮชแทค #แบรนด์แต่เช้า เวลาโพสต์รูปลงโซเชียลต่างๆ ด้วยนะครับ จะได้แสดงว่าเช้านี้เราได้ดูแลตัวเองแล้วครับ”

เอย-ณัฐชนันท์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เล่าถึงเรื่องเบลอๆ ของตัวเธอว่า “เรื่องนี้หลายๆ คนน่าจะเคยเป็น คือขณะที่เอยกำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่ เอยก็มองหาว่าเอยเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ไหน จนหงุดหงิด จนสุดท้ายคือ เรากำลังใช้อยู่นี่เอง (หัวเราะ) อย่างเอยทำธุรกิจหลายอย่าง ทำแบรนด์เสื้อผ้า 2 ร้าน ถ่ายแบบ ถ่ายละครบ้าง ก็มีช่วงที่เบลอๆ ที่โอนเงินผิดร้านผิดบัญชี ซึ่งก็เป็นความเบลอที่เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกันนะคะ เพราะมีผลไปถึงเรื่องการทำบัญชี แต่ต้องโอนกลับมาวุ่นวาย เอยก็พยายามที่จะมีสติ รวมทั้งทำให้ร่างกายและสมองพร้อมในการทำงานให้มากขึ้น ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมองทุกเช้า เพื่อทำให้ร่างกายและสมองสดชื่นพร้อมทำงานค่ะ”

ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เล่าว่า “ปกติปอนด์ก็มีเรื่องเบลอเหมือนกัน มีครั้งหนึ่งที่เดินไปที่รถเพื่อเปลี่ยนจากรองเท้าส้นสูงเป็นรองเท้าแตะ เปลี่ยนเสร็จก็ขับรถกลับบ้านปกติ จนเช้าวันรุ่งขึ้นถึงเห็นว่ามีรองเท้าส้นสูงข้างเดียวบนรถ สรุปว่าอีกข้างลืมไว้ที่ลานจอดรถตรงที่เปลี่ยนรองเท้าค่ะ(หัวเราะ) ดีที่ยังมีคนเก็บไปฝากไว้ ทำให้ได้รองเท้าอีกข้างกลับมา ส่วนเรื่องการดูแลร่างกายอื่นๆ เพื่อแก้อาการเบลอ ปอนด์ก็จะเน้นเรื่องการพักผ่อนและนอนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน ออกกำลังกายและดูแลให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอคะ รวมทั้งเน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเพิ่มด้วยอาหารเสริมช่วงเช้าที่ช่วยดูแลร่างกาย และสมองให้พร้อมทำงานและทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดวันค่ะ”

ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ เอย-ณัฐชนันท์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ เอย-ณัฐชนันท์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
พรีเซ็นเตอร์แบรนด์จากรุ่นสู่รุ่น เจ้านาย-จินเจษฎ์ และ เจ-เจตรินวรรธนะสิน

พรีเซ็นเตอร์แบรนด์จากรุ่นสู่รุ่น เจ้านาย-จินเจษฎ์ และ เจ-เจตรินวรรธนะสิน

นักการศึกษาชี้ ‘ไอคิว’ ไม่ใช่ตัววัดความอัจฉริยะของเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361838

นักการศึกษาชี้ ‘ไอคิว’  ไม่ใช่ตัววัดความอัจฉริยะของเด็ก

นักการศึกษาชี้ ‘ไอคิว’ ไม่ใช่ตัววัดความอัจฉริยะของเด็ก

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศาสตราจารย์จิน อะคิยาม่า

ในงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านการพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ ครั้งที่ 15 (The 15th Asia-Pacific Conference on Giftedness 2018: APCG2018) จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เชิญนักการศึกษาทั่วโลกมาร่วมงาน ทั้งนี้ นักการศึกษาญี่ปุ่นและอเมริกา ย้ำชัดการทดสอบไอคิวไม่ใช่มาตรวัดความอัจฉริยะของเด็ก เห็นพ้อง “ครู” มีบทบาทสำคัญในการสร้างและกระตุ้นการเรียนรู้ แนะ 3 ส. “ส่งเสริมความสามารถตามธรรมชาติ-สร้างแรงบันดาลใจ-สร้างโอกาสในการเรียนรู้” ช่วยให้ค้นพบความฉลาดเฉพาะของเด็ก ก่อนเข้าสู่เส้นทาง “เด็กความสามารถพิเศษ”

ในงานดังกล่าว ศาสตราจารย์จิน อะคิยาม่า รองประธานมหาวิทยาลัยโตเกียวและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บ่มเพาะเด็กอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ IQ สูง สู่การเป็นนักวิจัยที่มีศักยภาพสูง” กล่าวว่า ความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ของปัจเจกบุคคลนั้นเห็นได้จากความสนใจและความหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษา ฝึกฝน และจุดประกายความกระตือรือร้นและนำพวกเขาไปสู่การเป็นนักวิจัยในที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนตัวไม่คิดว่าเด็กที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีระดับไอคิว (Intelligence Quotient: IQ) สูง หรือมีความรู้มากๆ และไม่เชื่อว่าจะสามารถค้นพบเด็กอัจฉริยะได้จากการทดสอบระดับสติปัญญา (IQ Test) หากแต่เด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้นจะต้องมีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมาก ต้องมีความสงสัยใคร่รู้อย่างเต็มที่และเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่เด็กจะเติบโตกลายมาเป็นนักวิจัยที่ยิ่งใหญ่

“คะแนนสอบที่ดีนั้นไม่สำคัญสำหรับการเป็นนักวิจัย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่พวกเขามีความสนใจในบางสิ่งและสามารถที่จะครุ่นคิดถึงสิ่งนั้นได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน แรมเดือน แรมปี ดังนั้น เราจะไม่สามารถหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษได้จากการทดสอบระดับไอคิว แต่การจะเป็นนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญนั้น ต้องมีความพยายามที่จะพิสูจน์และคิดอย่างมีตรรกะ ซึ่งความสามารถในส่วนนี้เป็นความสามารถในเชิงคณิตศาสตร์ที่ต้องไดัรับการฝึกให้ชำนาญ ดังนั้น ครูมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ครูควรจะสอนแต่สิ่งที่เป็นพื้นฐานหลักและสนับสนุนให้เด็กได้ใช้ความคิดอย่างลึกซึ้ง ซึ่งการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเป็นที่ปรึกษาให้เด็กเป็นสิ่งจำเป็นที่ครูจะต้องทำเป็นสิ่งแรก เพื่อจุดประกายความกระตือรือร้นของเด็กเหล่านั้นออกมา”

ด้าน ศาสตราจารย์จูน เมเคอร์ นักการศึกษาแห่งแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อัจฉริยะสร้างได้ด้วยทฤษฎี Prism รังสรรค์จินตนาการบวกกับการดูแลจิตใจและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดอัจฉริยะได้” และยังได้นำเสนอทฤษฎีผลึกแท่งเแก้ว (The Prism Theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่ที่ใช้แสดงถึงความสามารถพิเศษของเด็ก เพื่อที่จะสนับสนุนและบ่มเพาะความสามารถพิเศษที่แสดงออกมานั้นให้เติบโตไปพร้อมกัน กล่าวว่า องค์ประกอบสำคัญของทฤษฎีผลึกแท่งเแก้ว คือแสงสีขาวที่มาตกกระทบกับผลึกแท่งแก้วแล้วให้ผลลัพธ์ของแสงออกมาเป็นหลากหลายสี ซึ่งแสงสีขาวนั้นเปรียบได้กับปัญหาหรือความสนใจ หรือความกระหายใคร่รู้ในการทำบางสิ่ง หรือเป็นได้ทั้งปัญหาที่ต้องการคำตอบ ต้องการทางแก้ไข เป็นได้ทั้งความหลงใหลความชอบในบางสิ่งที่มนุษย์ต้องการสร้าง หรือต้องการเปลี่ยนแปลง

“เมื่อแสงสีขาวมาตกกระทบกับผลึกแท่งแก้ว ซึ่งภายในนั้นเปรียบเสมือนองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ หรือสภาพแวดล้อมที่บุคคลนั้นมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง อาทิ วิธีการสอน การตั้งคำถามของครู เป็นต้น ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นแสงหลายเฉดสี ที่สะท้อนออกมาในอีกหลายด้านของผลึกแท่งแก้ว แสงสีที่สะท้อนออกมาเปรียบได้กับความสามารถทั่วไปและความสามารถเฉพาะของมนุษย์ในหลากหลายสาขา 10 สาขา ได้แก่ สังคม อารมณ์ คณิตศาสตร์ กายและอริยบถ การมองเห็นและอวกาศ การได้ยิน ภาษาศาสตร์ เทคนิคและเครื่องกล รวมถึงวิทยาศาสตร์และจิตใจ โดยมีความสามารถพื้นฐานที่เหมือนกัน เมื่ออยู่ในสาขาที่แตกต่างกันย่อมแตกต่างกัน ดังนั้นวิธีการสอนนั้นจำเป็นต้องสอนให้เด็กเรียนรู้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้เข้าใจ อาทิ การสอนแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงก็สามารถประยุกต์เรื่องการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสาขาวิชาที่แตกต่างกัน ซึ่งการสอนแบบนี้จะทำให้เด็กจดจำได้ดีกว่า และไม่เพียงแต่จดจำได้เท่านั้น ยังสามารถเชื่อมโยงกับวิธีคิดแบบผู้เชี่ยวชาญได้ด้วย”

ศาสตราจารย์จูน เมเคอร์

ศาสตราจารย์จูน เมเคอร์

สานต่อโครงการ Women Cancer ระดมทุนสร้าง‘บ้านพิงพัก’ ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361867

สานต่อโครงการ Women Cancer ระดมทุนสร้าง‘บ้านพิงพัก’  ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ยากไร้

สานต่อโครงการ Women Cancer ระดมทุนสร้าง‘บ้านพิงพัก’ ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ยากไร้

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล.บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกก.ผจก.ใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร, พิชัย จิราธิวัฒน์ กก.บริหาร, รศ.นพ.กฤษณ์จาฏามระ ประธานมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ,สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกก.ผจก.ใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์

เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรีที่ยากไร้ให้มีความหวังและกำลังใจในการต่อสู้โรคร้ายด้วยการสร้างพลังใจจากตัวเองและคนรอบตัว กลุ่มเซ็นทรัล จึงได้สานต่อ โครงการWomen Cancer 2018 (วีเม่น แคนเซอร์) ขึ้นเพื่อระดมทุนร่วมก่อสร้างบ้านพักพิงสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งในสตรี ซึ่งโดยสถิติพบว่า ผู้หญิง 1 ใน 10 คน มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม โดยผู้หญิงไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมเฉลี่ยวันละ 12 คน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “โรคมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย และผู้หญิงไทยจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับโรคโดยขาดที่พึ่งพา ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา ไร้ที่อยู่และไร้ญาติมิตรคอยดูแล กลุ่มเซ็นทรัลจึงได้สานต่อ โครงการ Women Cancer หนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของกลุ่มเซ็นทรัลในชื่อ “เซ็นทรัล ทำ” เพื่อสร้างกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งในสตรีตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ UN Women (ยูเอ็น วีเม่น-องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของ
ผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ) ที่ทางกลุ่มเซ็นทรัล ได้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในด้านการให้ความสำคัญกับผู้หญิงมาโดยตลอด

โครงการ Women Cancer ได้ระดมทุนจากการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดในช่วงต่างๆ รวมถึงเทศกาลวันแม่ของห้างในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2560 ได้แก่ เซ็นทรัล, โรบินสัน, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์-ท็อปส์, ซูเปอร์สปอร์ต และซีเอ็มจี รวมถึงรายได้จากการจัดกิจกรรม เซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน, การร่วมสมทบทุนจากภาคีคู่ค้า และการบริจาคของลูกค้าผ่านกล่องรับบริจาคที่เซ็นทรัล, โรบินสัน, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, ซีเอ็มจี และห้างอื่นๆ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งสามารถรวบรวมเงินได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้ระดมทุนไปแล้ว 10 ล้านบาท รวมเป็นปัจจุบันระดมทุนไปแล้วทั้งสิ้น 15 ล้านบาท สมทบทุนก่อสร้างโครงการ “บ้านพิงพัก” (Pink Park Village) ของมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยการดูแลของรศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ประธานมูลนิธิฯซึ่งโครงการบ้านพิงพัก จะเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยและศูนย์วินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมอย่างครบวงจรแห่งแรก โดยปราศจากการแสวงหาผลกำไร ดำเนินงานโดยทีมแพทย์ พยาบาล จิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ เภสัชกร นักโภชนาการและอาสาสมัคร โดยแล้วเสร็จแล้ว 3 เฟส ได้แก่ บ้านพักและสถานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, บ้านพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำการรักษา และ ศูนย์กิจกรรมระหว่างวัน คงเหลืออีก 2 เฟส ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คือ ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรม, ศูนย์วิจัยและวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม โดยโครงการดังกล่าวจะรองรับผู้ป่วยมะเร็งยากไร้อย่างแท้จริง

ทางด้าน รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระประธานมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ เล่าว่า “ความตั้งใจของมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ คือการยกระดับมาตรฐานการรักษาและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมของประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้มูลนิธิฯเป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ปัจจุบันสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด การตรวจเช็คและรักษาในระยะเริ่มต้น จึงเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้นประมาณ 98% สำหรับข้อปฏิบัติในการดูแลตัวเองเบื้องต้น คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน ทานอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดจนเกินไป ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

โครงการบ้านพิงพัก เริ่มก่อสร้างโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ด้วยจุดมุ่งหมายให้เป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายแก่ผู้ยากไร้และศูนย์วินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมอย่างครบวงจร โดยไม่แสวงหาผลกำไร ดูแลผู้ป่วยด้วยความเข้าใจและเอาใจใส่ดุจญาติมิตร โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างใดๆ ไม่ว่าสถานะ เชื้อชาติ หรือศาสนา ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทีมแพทย์และพยาบาล ซึ่งเข้าใจถึงจิตใจของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างมีคุณภาพ โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ย่านหนองจอก บนพื้นที่ 121 ไร่

การสมทบทุนสร้างบ้านพิงพัก ของกลุ่มเซ็นทรัล นอกจากโครงการ Women Cancer แล้ว ยังมีการจัดแคมเปญ The Power of Pink พลังสีชมพู ด้วยการออกโปรดักส์สีชมพูจำหน่าย โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคเข้าบ้านพิงพัก รวมทั้งการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลของกลุ่มเซ็นทรัลอีกด้วย

ร่วมกันมอบเงิน ณภัค ยิ้มถนอม ผจก.อาวุโส เครือซีเอ็มจี, สิราภรณ์ วัฒนา ผู้ช่วยกก.ผจก.ใหญ่ ฝ่ายการตลาด บ.ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด, อุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผอ.กองสื่อสารองค์กร โรบินสัน, บุษบา จิราธิวัฒน์, รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ, พิชัย จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ภัทรพร
เพ็ญประพัฒน์ รองกก.ผจก.ใหญ่ สายการตลาดฯ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, อำนาจ สุเมธาศร
ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายแบรนด์ เครือซีเอ็มจี

ร่วมกันมอบเงิน ณภัค ยิ้มถนอม ผจก.อาวุโส เครือซีเอ็มจี, สิราภรณ์ วัฒนา ผู้ช่วยกก.ผจก.ใหญ่ ฝ่ายการตลาด บ.ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด, อุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผอ.กองสื่อสารองค์กร โรบินสัน, บุษบา จิราธิวัฒน์, รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ, พิชัย จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกก.ผจก.ใหญ่ สายการตลาดฯ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, อำนาจ สุเมธาศร ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายแบรนด์ เครือซีเอ็มจี

‘Wiz Khalifa x CPS’เสื้อผ้าสุดคูลสไตล์ฮิปฮอป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361853

‘Wiz Khalifa x CPS’เสื้อผ้าสุดคูลสไตล์ฮิปฮอป

‘Wiz Khalifa x CPS’เสื้อผ้าสุดคูลสไตล์ฮิปฮอป

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศศิยาพัชร์ สิรีกัญจน์ ผจก.ฝ่ายอาวุโส การตลาด แบรนด์ CPS CHAPS, อภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผอ.แบรนด์ CPS CHAPS พร้อมนางแบบ-นายแบบ

CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์) เล็งเห็นว่ากระแสดนตรีแนวฮิปฮอปกำลังเติบโตและมาแรงเป็นอย่างมากในขณะนี้ แฟชั่น ฮิปฮอปก็มีความโดดเด่นและมีเสน่ห์ในตัวเอง ทางแบรนด์จึงสรรหาแร็พเปอร์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการเพลงฮิปฮอป อีกทั้งยังเป็นผู้นำทางแฟชั่นมาร่วมออกแบบกับแบรนด์ในโปรเจกท์พิเศษนี้ซึ่งคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “Wiz Khalifa” (วิซ คาลิฟา) แร็พเปอร์ชื่อดัง ผู้ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการเพลง ผลงานของเขาได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนๆ ทั่วโลก

สำหรับซีซั่นนี้แบรนด์ CPS CHAPS นำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษแห่งปีด้วยการเปิดตัว คอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้ชื่อ “Wiz Khalifa x CPS” คอลเลคชั่นนี้จึงดูโดดเด่น แปลกตา และมีเอกลักษณ์ ทั้งยังสามารถถ่ายทอดและสะท้อนถึงตัวตนของแร็พเปอร์ชื่อดังคนนี้ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

คอลเลคชั่นสุดพิเศษ WizKhalifa x CPS ประกอบไปด้วย เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต ไบค์เกอร์แจ๊กเกตเบลเซอร์กำมะหยี่ กางเกงเดนิมที่มีให้เลือกถึง3 สี รองเท้าสนีกเกอร์รุ่นชั้งกี้ สนีกเกอร์(Chunky Sneaker) ที่กำลังฮิตอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งทางแบรนด์ได้นำลายกราฟิกและลายพริ้นท์มาสอดแทรกลงบนเสื้อเชิ้ตและแจ๊กเกตรูปแบบต่างๆ การนำเทคนิคการฟอกยีนส์ซึ่งเป็นเทคนิคซิกเนเจอร์ของ CPS CHAPS มาใช้ในการทำกางเกงยีนส์ในคอลเลคชั่นนี้นอกจากนี้ยังมีสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ อย่างหมวก กระเป๋าคาดเอว และแว่นตา

สำหรับคอลเลคชั่นนี้เป็นสินค้าแบบยูนิเซ็กส์ ซึ่งเป็นเทรนด์สุดฮอตและที่เป็นที่นิยมมาเป็นเวลานานมาใช้เป็นคอนเซ็ปต์หลักในการออกแบบสินค้า หนุ่มๆ สาวๆ ที่สนใจมีวางจำหน่ายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สุดยอดกายกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361837

สุดยอดกายกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี

สุดยอดกายกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี

วันอังคาร ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรุงเทพประกันชีวิต ชวนผู้หลงใหลในการแสดง ชมสุดยอดการแสดงยิ่งใหญ่แห่งปี “เดชคัมภีร์เทวดา กายกรรมกวางเจา” (The Legendary Swordsman MartialArt Acrobatic Drama)โดยคณะกวางเจา อะโครบาติกอาร์ทเธียเตอร์ ที่ส่งตรงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

การแสดงที่จะทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจผสมผสานความสนุกสนาน ผ่านเรื่องราวการผจญภัยและการชิงความเป็นหนึ่งของเหล่าจอมยุทธ์สุดคลาสสิกประพันธ์โดย กิมย้ง ซึ่งครั้งนี้ถูกนำมาถ่ายทอดในรูปแบบการแสดงกายกรรมสุดตระการตา ที่แฟนนิยาย-หนังจีนกำลังภายในไม่ควรพลาด นอกจากจะขนนักแสดงกายกรรมมากความสามารถมาแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่แล้ว ผู้ชมยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับแสงสีเสียง เอฟเฟกท์ อุปกรณ์ประกอบฉาก รวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมที่ออกแบบมาอย่างประณีตสวยงาม

ร่วมสัมผัสสุดยอดการแสดง “เดชคัมภีร์เทวดา กายกรรมกวางเจา” ที่พร้อมให้ชาวไทยได้รับชมระหว่างวันที่ 5-14 ตุลาคม 2561 (เว้นวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม) วันละ 2 รอบ 14.00 น.
และ 19.00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 700 / 900 / 1,200 และ 1,500 บาท
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-2623838หรือดูรายละเอียดที่ http://www.thaiticketmajor.com/performance/guangzhou-2018-th.html