CHULA CARE ยกระดับงานบริการทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361631

CHULA CARE ยกระดับงานบริการทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศ

CHULA CARE ยกระดับงานบริการทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศ

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมมือกับ กสิกรไทย และ เมืองไทยประกันชีวิตจัดแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “โครงการ CHULA CARE” เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและบริการที่เป็นเลิศแก่ประชาชนทุกระดับ ทั้งการให้บริการผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และบุคลากรของโรงพยาบาล หวังสร้างคุณภาพการบริการให้อยู่ในระดับแนวหน้าของภูมิภาค

ภายในงานได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และ นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวการจัดโครงการ พร้อมดารานักแสดงนำโดย นายนัฐฐพนธ์ ลียะวณิช (ต่าย), นางสาววริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร (ฐิสา), นายกิตตน์ก้อง ขำกฤษ (บูม), นายสพล อัศวมั่นคง (เกรท), นางสาวปาณิชดาเเสงสุวรรณ (เเจมมี่), นายจุติ จำเริญเกตุประทีป (เมฆ) และ นางสาวมุกดา นรินทร์รักษ์ ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ระดับตติยภูมิที่ให้การรักษาผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อนและรับผู้ป่วยส่งต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ที่มีคุณธรรมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเน้นการให้บริการรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันโรค สร้างเสริมสุขภาพที่เป็นเลิศ มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และการพยาบาล เพื่อรองรับการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Excellence Center) สนับสนุนส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย จัดทำนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลอย่างครบวงจร เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ที่สำคัญประชาชนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงบริการได้

ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรอย่างรวดเร็ว สัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ความต้องการแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านสาธารณสุข รวมไปถึงสถานพยาบาล ก็มีความต้องการมากขึ้น ทั้งจากผู้ใช้บริการภายในประเทศ และจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยแต่ละปีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมากในปี 2560 เป็นผู้ป่วยนอกจำนวนกว่า 1.6 ล้านราย หรือกว่า 5,000 รายต่อวันซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลมีการพัฒนากระบวนการให้บริการต่างๆ มาโดยตลอด แต่ผู้ป่วยยังไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร จึงคิดว่าควรนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยให้มากขึ้น

ล่าสุด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงร่วมมือกับ ธนาคารกสิกรไทย และเมืองไทยประกันชีวิต ริเริ่มโครงการ CHULA CAREโดยนำเทคโนโลยีที่ทั้งสององค์กรมีความรู้และมีประสบการณ์เข้ามาช่วยยกระดับการให้บริการระบบการบริหารจัดการผู้ป่วย พัฒนาแผนที่และการนำทาง ส่งเสริมข้อมูลด้านสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพ รวมถึงการรักษาทางไกล โดยการรักษาทางไกลนี้จะเริ่มให้บริการผู้ป่วยคลินิกระบบประสาท (Tele Neurology Clinic) ก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงในระบบประสาท และไม่สะดวกเข้ามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำผู้ป่วยเดินทางมาพบแพทย์ และลดระยะเวลาการรอคอยการพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้ ธนาคาร เข้ามาช่วยสนับสนุนการพัฒนาทั้งในส่วนของ Hardware และหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมพัฒนาระบบเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ ได้แก่ การพัฒนาแอพพลิเคชั่น CHULA CARE ที่จะช่วยให้โรงพยาบาลบริการผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การแจ้งเตือนวันและคิวพบแพทย์ การแจ้งผลการตรวจสอบสิทธิ์ในการรักษา (เช่น ประกันสังคม, ประกันสุขภาพถ้วนหน้า) การแจ้งสถานะใบนำทาง การชำระเงินผ่าน K PLUS และ Mobile Banking ของทุกธนาคาร แผนที่และการนำทางแบบ Indoor Navigate นอกจากนี้ ยังสนับสนุนตู้ Self-service Kiosk เพื่อความสะดวกในการชำระเงินแก่ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนอีกด้วย

การสร้าง Data Hub พัฒนาระบบศูนย์รวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้โรงพยาบาลนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยธนาคารฯ จะจัดเตรียมระบบคลังข้อมูลพร้อมใช้ รวมทั้งเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูล ให้กับทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปวิเคราะห์ได้ตามความต้องการของโรงพยาบาล ทั้งนี้ ข้อมูลทุกอย่างยังเป็นสิทธิของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การพัฒนาระบบ Tele Medicine เป็นการใช้ความก้าวหน้าทางการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับการบริการทางการแพทย์ โดยส่งสัญญาณข้อมูลภาพและเสียงผ่านสื่อ ควบคู่กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้ทันที ซึ่งประกอบด้วยการแบ่งปันความรู้ในการรักษาระหว่างแพทย์หรือการหารือเคส (Tele Conference) การรักษาทางไกล(Tele Clinic) และการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Health Care)รวมถึงการพัฒนาระบบงานด้านทรัพยากรบุคคล(HR)และ Staff Mobile Application เพื่อรองรับการดูแลบุคลากรของโรงพยาบาลให้ได้รับประสบการณ์ที่ดี เชื่อมโยงการจ่ายค่าตอบแทน และการพัฒนาบุคลากร

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการให้บริการครั้งสำคัญของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รวมถึงได้มีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนด้านการดูแลสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในยุคที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยได้พัฒนาเทคโนโลยีและการบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.พัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในผู้สูงอายุ (Health Promotion and Prevention Program) ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยการติดตาม (Monitor) ข้อมูลด้านสุขภาพทั้งจากโรงพยาบาลและที่บ้าน เพื่อให้ทีมแพทย์พยาบาลนำมาวิเคราะห์และจัดโปรแกรมการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยให้อย่างเหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละคน 2.พัฒนาช่องทางการเข้าถึงสื่อการสอนและการสอบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ญาติ หรือที่ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) สามารถเข้าถึงสื่อการสอน และการสอบในหลักสูตรต่างๆได้อย่างสะดวก และได้รับความรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะอยู่ในระบบ DigitalPlatform ทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลความรู้ถูกนำมาใช้ได้ง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด 3.การขยายความคุ้มครองสำหรับผู้ที่มีประกันสุขภาพ ประเภทผู้ป่วยนอก (OPD) กับบริษัทให้ครอบคลุมการรักษาผ่าน Tele Clinic และสามารถดำเนินการเคลมออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นCHULA CARE ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จากที่บ้านได้เลย นอกจากนี้ ทางบมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ยังให้การสนับสนุนประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกด้วย

ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าวเชื่อมั่นว่าจะทำให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นโรงพยาบาลต้นแบบเพื่อการรักษาผู้ป่วยให้ทั่วถึงและช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น เจ็บป่วยน้อยลง เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของคนไทยและของประเทศ

สาระ ล่ำซำ, ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ และ ขัตติยา อินทรวิชัย

สาระ ล่ำซำ, ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ และ ขัตติยา อินทรวิชัย
CHULA CARE เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและบริการที่เป็นเลิศ

CHULA CARE เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและบริการที่เป็นเลิศ
ดารานักแสดงรุ่นใหม่ ร่วมอัพเดท “โครงการ CHULA CARE”

ดารานักแสดงรุ่นใหม่ ร่วมอัพเดท “โครงการ CHULA CARE”

ร็อกซี่ ประเทศไทย ชวนสาวภูเก็ต ฟิตแอนด์เฟิร์มด้วยการวิ่งและโยคะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361611

ร็อกซี่ ประเทศไทย ชวนสาวภูเก็ต  ฟิตแอนด์เฟิร์มด้วยการวิ่งและโยคะ

ร็อกซี่ ประเทศไทย ชวนสาวภูเก็ต ฟิตแอนด์เฟิร์มด้วยการวิ่งและโยคะ

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม Roxy Fitness Run-Yoga เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา พอเข้าเดือนสิงหาคม ร็อกซี่
ประเทศไทย ผู้นำแฟชั่นสปอร์ตแวร์ จึงร่วมกับพันธมิตรอย่าง สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โรงแรมถาวร ปาล์ม บีช รีสอร์ท และ บมจ.ทิพยประกันภัย ชวนสาวๆ มาออกกำลังกายกันอีกครั้งกับกิจกรรม “Roxy Make Waves Move Mountains Tour 2018” ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นและสวยงามของเส้นทางวิ่งจากแหลมพรหมเทพ-สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน ซึ่งปีนี้ได้รับการตอบรับจากสาวภูเก็ตร่วมกิจกรรมมากถึง 700 คน

สุรเชษฐ์ มุ้งทอง ผู้จัดการทั่วไปร็อกซี่ ประเทศไทย กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่ได้เห็นว่าสาวๆ ภูเก็ต รักการออกกำลังกายกันมากแค่ไหน จากปีที่แล้วที่รับสมัครเพียง 500 คน และเราได้รับเสียงเรียกร้องให้เพิ่มจำนวน ปีนี้จึงเพิ่มเป็น 700 คน ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งกิจกรรม Roxy Make Waves Move Mountains Tour เป็นแคมเปญที่จัดทำขึ้นทั่วโลกโดยได้แรงบันดาลใจจากขุนเขาและเกลียวคลื่นที่ยังคงหัวใจหลักคือการวิ่งและโยคะ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงมาออกกำลังกายกันมากขึ้น อีกทั้ง ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาเที่ยวทะเลภูเก็ต ไม่จำเป็นต้องมาเฉพาะหน้าร้อน แม้แต่ฤดูฝนภูเก็ตก็ยังมีกิจกรรมที่หลากหลายให้ทำได้ เช่น การเล่นเซิร์ฟ การวิ่งไปกับบรรยากาศสดชื่นของเม็ดฝนโปรย เป็นต้น

กิจกรรม “Roxy Make Waves Move Mountains Tour 2018” ได้รับเกียรติจาก นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ สุรเชษฐ์ มุ้งทอง ผู้จัดการทั่วไป ร็อกซี่ ประเทศไทย อริศรา แสงฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส แผนกสื่อมวลชนสัมพันธ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เลิศ ถาวรว่องวงศ์ ผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือถาวรกรุ๊ป ภูเก็ต ณฐินี ธนะรัชต์ ผู้อำนวยการฝ่ายประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล บมจ.ทิพยประกันภัย และ พ.ต.ท.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ สารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจภูธรฉลอง ร่วมเปิดงาน

ก่อนปล่อยตัวออกสตาร์ท ก็ต้องมีการวอร์มอัพเตรียมพร้อมกล้ามเนื้อก่อนวิ่งกับกิจกรรมเต้นซุมบ้า ก่อนจะปล่อยตัววิ่งระยะ 4.5 กิโลเมตร เส้นทาง จากแหลมพรหมเทพ-สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน ซึ่งมีทั้งความเขียวขจีของต้นไม้สองข้างทาง และตัดภาพด้วยท้องทะเล เป็นเส้นทางที่มีทั้งทางเรียบ วิ่งขึ้น-ลงเนินลาดชัน ซึ่งก็ไม่ทำให้สาวๆ หวาดหวั่น เพราะมีนักร้องหนุ่ม โตโน่-ภาคิน คำวิไลศักดิ์ พร้อมวง The Dust และ ฟิลลิปส์ ทินโรจน์ เดอะ เฟส เมนคนแรกของประเทศไทย มาทำหน้าที่ “BUDDY” คอยเชียร์อัพให้สาวๆ นักวิ่ง ตลอดเส้นทาง ปิดท้ายด้วยกิจกรรมโยคะยืดเส้นสายหลังวิ่งกับ ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ ครูสอนโยคะชื่อดัง และตลอดเส้นทางการวิ่งสาวๆ ยังได้อุ่นใจกับประกันภัย TIP LADY ที่ บมจ.ทิพยประกันภัยมอบให้ทุกคนระหว่างร่วมกิจกรรมอีกด้วย

ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ กล่าวว่า โยคะนับว่าเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับนักวิ่ง เพราะโยคะมีท่าที่เหมาะทั้งก่อนการวิ่ง เพื่อเป็นยืดกล้ามเนื้อให้พร้อมกับการใช้งานหนัก และท่าโยคะที่ทำได้หลังการวิ่งเพื่อเป็นการวอร์มดาวน์ลดอาการบาดเจ็บ คลายความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อจากการวิ่งได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละท่าก็สามารถทำได้ง่ายและเสริมสร้างสมรรถนะภาพของกล้ามเนื้อช่วยให้มีสมาธิ และวิ่งได้ดีขึ้น

“Roxy Make Waves Move Mountains Tour 2018” ไม่เพียงแต่สาวๆ ได้มาร่วมออกกำลังกายเท่านั้น แต่รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังมอบให้เพื่อการดูแล กลุ่มสตรีและผู้ป่วยติดเตียงในตำบลราไวย์ เรียกว่าสุขภาพดี สุขจิตดี และได้บุญ
อีกด้วย สำหรับสาวๆ ที่พลาดในปีนี้ ไม่ต้องกังวล เพราะร็อกซี่และพันธมิตรสัญญาว่า ปีหน้าจัดอีกแน่นอน

เลิศ ถาวรว่องวงศ์, อริศรา แสงฤทธิ์, อรุณ โสฬส, สุรเชษฐ์ มุ้งทอง, ณฐินี ธนะรัชต์ และ พ.ต.ท.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ

เลิศ ถาวรว่องวงศ์, อริศรา แสงฤทธิ์, อรุณ โสฬส, สุรเชษฐ์ มุ้งทอง, ณฐินี ธนะรัชต์ และ พ.ต.ท.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ
มอบเงินส่วนหนึ่งจากการจัดงาน สมทบทุนให้กับกลุ่มสตรีและช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

มอบเงินส่วนหนึ่งจากการจัดงาน สมทบทุนให้กับกลุ่มสตรีและช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง
เซิร์ฟ อีกหนึ่งกีฬาทางน้ำยอดฮิตของภูเก็ต

เซิร์ฟ อีกหนึ่งกีฬาทางน้ำยอดฮิตของภูเก็ต
สาวๆ ภูเก็ตสุขภาพดีด้วยการวิ่ง

สาวๆ ภูเก็ตสุขภาพดีด้วยการวิ่ง
ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ แนะเทคนิคโยคะหลังวิ่ง

ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ แนะเทคนิคโยคะหลังวิ่ง

ปรุงค็อกเทลจากกลิ่นน้ำหอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361641

ปรุงค็อกเทลจากกลิ่นน้ำหอม

ปรุงค็อกเทลจากกลิ่นน้ำหอม

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้บริหารสาวเก่ง นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง ผู้นำเข้าตะเกียงน้ำหอม ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส ร่วมจัดงาน ลอมป์ เบอร์ชเย่ ค็อกเทล ดิสคัฟเวอรี (Lampe Berger Cocktail Discovery) ภายในงานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลก ครั้งที่ 19 งานนี้เชิญชวนนักดื่มผู้มีรสนิยมสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับเครื่องดื่มค็อกเทล ที่รังสรรค์โดยแรงบันดาลใจจากกลิ่นน้ำหอมของ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส ถึง 5 กลิ่น ฝีมือมิกโซโลจิสต์ (Mixologist) ระดับโลกของโรงแรมอนันตรา สยาม เป็นประสบการณ์ในแบบที่เรียกว่า Iconic Exploration Dream มาเสพสุนทรียรสแบบปารีสได้ที่ ห้องอาหารอควา (Aqua) โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ วันที่ 5 กันยายนนี้ ตั้งแต่ 18.30 น. เป็นต้นไป

ผู้หญิงยุคใหม่ต้อง‘สมาร์ท แอนด์ สตรอง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361614

ผู้หญิงยุคใหม่ต้อง‘สมาร์ท แอนด์ สตรอง’

ผู้หญิงยุคใหม่ต้อง‘สมาร์ท แอนด์ สตรอง’

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะผู้หญิงยุคใหม่ต้อง “สมาร์ท แอนด์ สตรอง” เลยเป็นคอนเซ็ปต์ในงานเปิดตัว “KT COLLAGEN” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไฮโดรไลซด์ คอลลาเจนระดับพรีเมียมจากปลา (Hydrolyzed Fish collagen) พร้อมพรีเซ็นเตอร์นักแสดง
หนุ่มหล่อ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และคุณแม่ขันทอง อ่อนคำนักเต้นลีลาศวัย 75 ปี ที่ยังหุ่นสวยเป๊ะและแข็งแรง จนกลายเป็นไอดอลของสาวๆ ยุคนี้

บริษัท อรัญญ์ ขันทอง จำกัด โดย อรัญญา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร เรียกเสียงฮืฮฮาไม่น้อยกับการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว KT COLLAGEN ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไฮโดรไลซด์คอลลาเจนระดับพรีเมียมจากปลา (Hydrolyzed Fish collagen) จุดเด่น รับประทานง่าย ไม่มีกลิ่นคาว นอกจากพรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ชายหนุ่มผู้ซึ่งใส่ใจในตัวเอง มีเสน่ห์ทุกครั้งที่ปรากฏตัว สะท้อนความสมาร์ทอย่างสุดขั้วแล้ว ยังมี คุณแม่ขันทอง อ่อนคำ สาววัย 75 ปี แต่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยและแข็งแรงมากจาการออกกำลังกาย เต้นลีลาสเป็นประจำ มาสะท้อนความสตรอง ในคอนเซ็ปต์ “สมาร์ท แอนด์ สตรอง” ไปด้วยกันได้ ภายในงาน ดร.เครือวัลย์ โชติเลอศักดิ์ มาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคอลลาเจน พร้อมด้วยเหล่าคนดังร่วมงานคับคั่ง อาทิ กำพล พูลวรลักษณ์ ผู้บริหาร Century, นภารัตน์ สิหนาทกถากุล (โค้วอยู่ฮะกรุ๊ป), อารีย์ นาคชัยยะ (สมบูรณ์โภชนา), สุจินดา บุญวัฒนวิทย์, สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์, สุจิดา บุณวัฒนะวิทย์ ฯลฯ ณ Century The Movie อ่อนนุช

อรัญญา พูลวรลักษณ์ เผยว่า คุณอรัญญา พูลวรลักษณ์ เผยว่า “จะเห็นได้ว่าสังคมปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก ซึ่งการดูแลตัวเองทั้งภายใน ภายนอก ที่ผ่านมาต่างก็มีเคล็ดลับมากมาย รวมถึงวิทยาการใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของตัวเอง ใส่ใจตั้งแต่จุดเริ่มต้น พยายามค้นคว้า หาอะไรที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตัวเอง เหมาะกับผู้หญิงในวัยเรา หรือรุ่นใหม่ๆ ที่วันหนึ่งก็ต้องผ่านเวลามาถึงจุดที่มีอายุมากขึ้น แต่ยังต้องการที่จะคงความสวยงามและอ่อนเยาว์ไว้ หลักจากศึกษา วิเคราะห์ ดูผลวิจัย พบว่าง่ายที่สุดของการดูดี อ่อนเยาว์ ดูเป็นวัยใส คือการสะสมคอลลาเจน ซึ่งร่างกายใช้แล้วหมดไปทุกวัน แต่ไม่ได้ผลิตเพิ่มขึ้นมา หลายคนอาจคุ้นเคยกับคอลลาเจนแล้ว เพราะพูดกันมานาน มีในบทความ ผลวิจัย เรื่องเวชศาสตร์ชะลอวัยล้วนต้องมีคำนี้ เพียงแต่วันนี้ในงานเปิดตัวที่จัดขึ้นครั้งนี้ เราอยากทำให้ทุกคนรู้จักเจ้าตัวคอลลาเจนมากขึ้น”

นอกจากนี้ ดร.เครือวัลย์ โชติเลอศักดิ์ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคอลลาเจนส่า สาเหตุที่ต้องเติม คอลลาเจน เนื่องจากร่างกายจะมีการผลิตคอลลาเจนน้อยลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ในช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ ผิวหนังของคนเราจะประกอบด้วยคอลลาเจนประมาณ 75% ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะลดการสร้างคอลลาเจนลง 1.5% เมื่ออายุ 40 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนจะช้าลง 30% การเชื่อมต่อของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่างกายอ่อนแอลง ผิวหนังเหี่ยวย่น มีริ้วรอย ขาดความยืดหยุ่น และบริเวณข้อต่อเริ่มไม่แข็งแรง ซึ่ง ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น รังสียูวีจากแสงแดด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สารปนเปื้อนในอาหาร บุหรี่, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อนุมูลอิสระ ปัจจัยอื่นๆ เช่น โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน

ภายในงานเปิดตัว KT COLLAGEN จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ท แอนด์ สตรอง” พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และไอดอลของสาวๆ ยุคใหม่ ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการหันมาดูแลตัวเอง คุณแม่ขันทอง อ่อนคำ สาวสตรอง วัย 75 ปี แต่เต้นลีลาศได้อ่อนช้อย ท่วงท่าสวยงาม สะกดทุกสายตา มาถ่ายทอดแนวคิดสารพัดเทคนิควิธี
ในการทำตัวเองให้ดูมีเสน่ห์และแลดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลาอีกด้วย ซึ่งหลักการที่สองไอดอลใช้ คือ อาหาร และ อารมณ์ ต้องควบคุมให้บาลานซ์ รวมทั้งออกกำลังกายเพิ่มความสดชื่น แจ่มใส และมองโลกในแง่ดี

อนันดา เผยว่า ตัวเขามีไลฟ์สไตล์ที่หนัก เจอแดด ฝุ่น ควัน ชอบกิจกรรมที่ตื่นเต้น ค่อนข้างโลดโผน การดูแลตัวเองมีไม่มาก หลักๆ จะเริ่มจากภายในซึ่งคอลลาเจนแบบนี้ตอบโจทย์ดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ส่วนคุณแม่ขันทอง มีสารพัดเคล็ดลับที่ดูอ่อนกว่าวัย หนึ่งในนั้นคือ ต้องเริ่มสะสมคอลลาเจนแต่วันนี้ เพราะร่างกายสร้างเองได้น้อยลงทุกวัน สะสมก่อน ดูดีก่อน เตรียมพร้อมไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกกำลังกาย ทำให้รูปร่างเราดีขึ้นด้วย

อรัญญา พูลวรลักษณ์

อรัญญา พูลวรลักษณ์
คุณแม่ขันทอง อ่อนคำ วัย 75 ปี โชว์เต้นลีลาศ กับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

คุณแม่ขันทอง อ่อนคำ วัย 75 ปี โชว์เต้นลีลาศ กับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม
พรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

พรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

เปิดตัวมาส์กหน้าสวัสดี หอมกลิ่นดอกไม้ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361644

เปิดตัวมาส์กหน้าสวัสดี หอมกลิ่นดอกไม้ไทย

เปิดตัวมาส์กหน้าสวัสดี หอมกลิ่นดอกไม้ไทย

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากมาส์กหน้าชุดรามายณะได้รับการตอบรับที่ดีมากด้วยคุณสมบัติและบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ บริษัท วรินดา อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด ต่อยอดกับมาส์กหน้าชุดสวัสดี กลิ่นดอกไม้ไทยเตรียมเปิดตัวในงาน Beyond Beauty ASEAN Bangkok 2018 เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน นี้ ที่อาคาร 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายตรัย เต็งพงศธรผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท วรินดาอิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด เปิดเผยว่า จากเมื่อต้นปี 2561ที่ผ่านมา เราได้เปิดตัวมาส์กหน้าลายรามายณะ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากด้วยคุณสมบัติ และบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ เห็นได้จากมีการติดต่อจากผู้ซื้อในประเทศแคนาดา และอินโดนีเซีย ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่าย และยังมีฮ่องกง และสิงคโปร์ที่อยู่ในช่วงรอดำเนินการหลังจากส่งสินค้าไปให้ทดลองใช้ จากผลตอบรับดังกล่าวทำให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง นั่นคือ มาส์กหน้าชุดสวัสดี เป็นผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากชุดรามายณะ โดยชุดสวัสดีจะไม่เน้นการพิมพ์ลาย แต่จะเน้นเรื่องกลิ่นของดอกไม้ไทย คือ กลิ่นลีลาวดี ดอกกระดังงาดอกมะลิ และดอกพุด ส่วนบรรจุภัณฑ์จะเน้นที่เอกลักษณ์ความเป็นไทย เช่น นักมวย ช้าง นางรำ รถตุ๊กตุ๊กทั้ง 2 ซีรี่ส์นี้จะเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศ และส่งขายที่ 7-Eleven รวมทั้งในโครงการ 24 Shopping ของจีนที่มีประมาณ 600 สาขา

สำหรับตลาดในประเทศไทย มีมาส์กหน้าที่เป็นซีรี่ส์เจ้าหญิง ซึ่งวางขายมา 2 ปีแล้วที่ Watsons กว่า 500 สาขาและกำลังจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ แล้วยังมีลาย ดิสนีย์ ซานริโอ้ และการ์ตูนเน็ทเวิร์ค ที่เราเน้นประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต้องดูดซึมง่าย ช่วยปัญหาเรื่องสิวและมีสารกันแดด

“เทรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มาส์กหน้า ถือว่าครองอันดับ 1 เนื่องจากใช้ง่าย ผู้บริโภคเข้าใจสินค้ามากขึ้น และมีตัวเลือกในตลาดเยอะขึ้น แผ่นมาส์กหน้าถือเป็นแฟชั่นที่มาเร็ว ไปเร็ว เราจึงนำเสนอมาส์กที่ได้รับการพัฒนาสูตรให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ ฝ้าย ใยสังเคราะห์กระดาษไฮโดรเจล และถ้ามาส์กตัวไหนขายดี ก็จะขยายไลน์สินค้าออกไปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มอีกด้วย เรายังวางแผนจะเปิดโรงงานเองในปี 2562 เพื่อแก้ข้อจำกัดในการรับผลิตสินค้า OEM หลังจากตั้งโรงงานแล้ว เราจะมีฐานการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย และเกาหลี ส่วนมากชาวต่างชาติ จะชอบสินค้าที่ Made in Thailand เพราะมีความมั่นใจว่าสินค้าไทยค่อนข้างมีคุณภาพ

อีกทั้ง ในปีนี้ทางบริษัทยังเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Beyond Beauty ASEAN Bangkok 2018 เป็นครั้งแรก ด้วยความมั่นใจในศักยภาพและประสบการณ์ที่เริ่มมาจากผู้กระจายสินค้าและรับรู้ปัญหาต่างๆ และมีวิธีแก้ปัญหา รวมทั้งมีโรงงานที่มีศักยภาพสูงที่ผลิตมาส์กหน้าเบอร์ 1 ของประเทศเกาหลี ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ในงาน ตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายน นี้ที่อาคาร 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ตรัย เต็งพงศธร

ตรัย เต็งพงศธร

มนุษย์ออฟฟิศกลุ่มมิลเลนเนียล…เครียด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361630

มนุษย์ออฟฟิศกลุ่มมิลเลนเนียล…เครียด

มนุษย์ออฟฟิศกลุ่มมิลเลนเนียล…เครียด

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เครียด-เหนื่อย-นั่งหน้าเมื่อยอยู่แต่ออฟฟิศ ถ้าคำเหล่านี้ฟังดูช่างเข้ากับชีวิตของคุณเหลือเกินก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคุณไม่ได้เผชิญกับสิ่งนี้คนเดียว แต่นี่คือวัฎจักรอันแสนเจ็บปวดที่เหล่ามนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิศในกลุ่มมิลเลนเนียล (อายุ 18-35 ปี) โดยจากผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า บริษัทประกันสุขภาพระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า “เรื่อง Work-Lifeไม่ Balance” เป็นหัวเรื่องแรงแซงโค้งที่น่าสนใจสำหรับ #คนรักงาน 2018 มากเลยทีเดียว

มนุษย์ออฟฟิศ ชีวิตไม่ง่ายผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของ ซิกน่า เผยข้อค้นพบที่น่าตกใจว่า คนไทยถึง 91% กล่าวว่า ตนเองอยู่ในภาวะเครียด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 86% โดยจากทุกช่วงอายุ กลุ่มมิลเลนเนียล (อายุ 18- 35 ปี) เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องสมดุลของการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-life balance) รวมถึงมีความกังวลเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน (Job stability) มากที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอายุ 35-49 ปี และกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยสิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุดคือ เรื่องการเงิน (43%) ตามมาด้วยเรื่องการงาน (35%)

เครียดแล้วทำอย่างไร นายจ้างช่วยไหม? แม้ 91% ของคนไทยจะยอมรับว่าตนเองเครียด แต่คนไทยในกลุ่มนี้อีก
81% กล่าวว่า แม้จะเครียด แต่ตนก็สามารถจัดการกับปัญหาความเครียดเหล่านั้นได้ โดยใช้วิธีการพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัว การออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อน นอกจากนั้น ผลสำรวจฯ ยังพบว่า แม้กลุ่มวัยทำงานจะเป็นกลุ่มที่เปิดรับการรักษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตมากกว่ากลุ่มอายุอื่น แต่มีคนไทยเพียง 13% เท่านั้นที่เข้าพบบุคลากรด้านสุขภาพจิต เช่นนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เพื่อปรึกษาปัญหาความเครียดของตนเอง โดยนอกจากสาเหตุด้านค่าใช้จ่ายที่สูงแล้ว ยังเกี่ยวกับความรู้สึกอับอายที่จะบอกให้ผู้อื่นรับรู้ว่าตนเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้นายจ้างในประเทศไทยจำนวนถึง 63% จะให้ความสำคัญกับการจัดการความเครียดของพนักงาน (Stress management) แต่มีหนุ่มสาวออฟฟิศเพียง 30% เท่านั้นที่กล่าวว่าที่ทำงานของตนมีการให้ความช่วยเหลือในการจัดการความเครียดอย่างเพียงพอ ในขณะที่อีก 37% กล่าวว่า นายจ้างไม่มีการช่วยเหลือใดๆ เกี่ยวกับการจัดการความเครียดเลย นอกจากนั้น ผลสำรวจยังเผยอีกว่า โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน (Workplace Wellness program) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจัดการความเครียดให้กับพนักงานได้ โดยบริษัทที่มีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน จะมีจำนวนพนักงานที่รู้สึกว่าตนไม่สามารถจัดการความเครียดได้เองน้อยกว่าบริษัทที่ไม่มีโปรแกรมฯ ดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

ผลสำรวจยังเผยเพิ่มเติมว่าสิ่งที่พนักงานต้องการให้นายจ้างจัดหาให้มากที่สุด 3 อันดับแรก คือความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคมะเร็ง ความคุ้มครองสุขภาพดวงตาและสายตา และการจัดให้มีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน ข้อค้นพบที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ มนุษย์ออฟฟิศถึง 82% บอกว่า การมีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงาน เช่น มีการจัดตั้งชมรมกีฬาให้พนักงานเข้าร่วม การจัดคอร์สโยคะ หรือการขยายความคุ้มครองของประกันสุขภาพกลุ่มให้กับสมาชิกในครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกองค์กรที่จะทำงานด้วย

ป่วยแล้วมา ดีกว่าไม่มาจริงหรือ? เคยไหมที่ไข้ขึ้นแต่ก็ยังต้องมาประชุม ขาหักแต่ก็ยังต้องกะเผลกมาถึงออฟฟิศ หรืออยู่ดึกดื่นเกินจำเป็น เพราะในแผนกไม่มีใครลุกกลับบ้านสักคน ภาวะเช่นนี้เรียกว่า “Presenteeism” หรือการมาทำงานแม้จะเจ็บป่วยหรือมีสภาวะร่างกายหรือสภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อม ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของงาน (Job security) จำนวนงานที่มากเกินไป (Overloaded work) วัฒนธรรมองค์กร (Work culture) ที่อาจกดดันให้พนักงานต้องแสดงตนในที่ทำงานเพื่อแสดงความทุ่มเท หรือแม้แต่การไม่ยอมรับความจริงของตัวพนักงานเอง (Denial) ที่ทำให้ฝืนร่างกายตนเองเข้ามาทำงาน โดยจากผลสำรวจ พบว่า คนไทยถึง 9 ใน 10 หรือราว 89% กล่าวว่า ตนจะเข้ามาทำงานแม้จะเจ็บป่วย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 67% โดยการมาทำงานแม้จะเจ็บป่วยหรือมีสภาวะร่างกาย หรือสภาพจิตใจที่ไม่พร้อม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) โดยทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงจาก 100% เหลือเพียง 74% เท่านั้น

เกษียณไม่สุข ต่อเนื่องจากผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า เมื่อปีที่แล้วที่เราพบว่า 75% ของคนไทยยังไม่มีเงินเพียงพอสำหรับใช้ในยามเกษียณ เนื่องจากขาดการเตรียมพร้อมด้านการเงินที่ดีพอ เพราะคิดว่า“ตนเองยังไม่แก่” ทำให้หลายคนตกสู่ “กับดักอายุ” (Age Trap) ในปีนี้คนไทยก็ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินของตนเองเช่นเดียวกัน โดยคนไทยถึง 40% คาดว่าเมื่อเกษียณแล้วจะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยเงินเก็บของตนเอง อีก 29% คิดจะพึ่งพาสวัสดิการจากภาครัฐในการดูแลและจ่ายค่ารักษาพยาบาล และมีคนไทยเพียง 23% เท่านั้นที่บอกว่ามีความคุ้มครองที่เพียงพอจากแผนประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่ทำไว้

การสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า ได้ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยได้สำรวจและติดตามทัศนคติของผู้คนเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ของตนเองใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านสังคม ด้านครอบครัว ด้านการเงิน และด้านการทำงาน ใน 23 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ ซิกน่าจะนำข้อมูลและผลที่ได้จากการสำรวจไปใช้ในการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีความเป็นอยู่และความมั่นคงในชีวิตที่ดีขึ้นในทุกช่วงเวลาของชีวิตต่อไป

เฟสช็อป คอลเลคชั่น โคคา-โคล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361629

เฟสช็อป คอลเลคชั่น โคคา-โคล่า

เฟสช็อป คอลเลคชั่น โคคา-โคล่า

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เดอะเฟสช็อป (The Face Shop) เครื่องสำอางอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี จับมือ Coca-Cola น้ำอัดลมที่ครองใจคนทั่วโลก ส่งคอลเลคชั่นใหม่ออกมาเอาใจสาวๆ โดดเด่น สะดุดตา น่าสะสม ด้วยแพ็กเกจสีแดงสดที่มาพร้อมโลโก้ซิกเนเจอร์ Coca-Cola สีขาวที่คุ้นตา โดยผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย คุชชั่น ที่ใช้ 3 สีหลัก คือ แดง ขาว และทอง มาเพิ่มความหรูหรา, อายแชโดว์ ขนาดกะทัดรัดพร้อมสีที่ออกแบบมาเพื่อคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ, แป้งอัดแข็ง เนื้อบางเบาที่ช่วยลดความมันวาวและความหม่นหมองระหว่างวัน, ลิปทิ้นต์หมีโพลา มาพร้อมลูกเล่นที่โดนใจสาวกุ๊กกิ๊ก เมื่อเขย่าลิปทิ้นต์จะมีหิมะตกลงมาบนตัวหมีขาวขั้วโลกที่พันผ้าพันคอสีแดง, ลิปทิ้นต์ ทุกครั้งที่ทาจะให้ความรู้สึกสดชื่นเสมือนดื่ม Coca-Cola, ลิปสติก (ลิมิเต็ดอิดิชั่น)แพ็กเกจสีแดงสดพร้อมโลโก้แสนเก๋ มีให้เลือกถึง 5 สี โดยความพิเศษของลิปในคอลเลคชั่นนี้คือจะมีกลิ่นของ Coca-Cola ผสมอยู่ สาวๆ พบกับคอลเลคชั่นนี้ได้ที่ เดอะเฟสช็อปทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมที่ FB : thefaceshopthailand, IG : thefaceshopthailand หรือ Line ID: @thefaceshop.th

คุณแหน : 3 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361625

คุณแหน : 3 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll จากแถลงการณ์สำนักพระราชวังลงวันที่ 1ก.ย. 2561 เรื่องพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เข้าประทับรักษาพระอาการประชวร ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยทรงเป็นผู้มีพระจริยวัตรงดงาม …เกล้ากระหม่อม หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดคุ้มครองให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร เป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยตลอดไป และสำนักพระราชวังได้เปิดให้ลงนามถวายพระพร ณ บริเวณโถงชั้น 1 ตึก สก….

ll พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันโครงการ “ธนชาต ริเริ่ม…เติมเต็ม เอกลักษณ์ไทย” ครั้งที่ 47 รอบชิงชนะเลิศ ณ ธนาคารธนชาต อาคารสวนมะลิ 3 ก.ย. …

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพท่านผู้หญิงวัฒนา วัชโรทัย 30 ส.ค.-1 ก.ย. เวลา 19.00 น. วัดมกุฏฯ ศาลา 10 และสวดถึง 3 ก.ย.แล้ว วันที่ 4 ก.ย. จะนำไปดองที่ ศาลายา เพราะท่านผู้วายชนม์บริจาคร่างกายให้ รพ.ศิริราช…

ll เอาใจแฟนคลับโขน ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขน เตรียมจัดแถลงข่าว การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” 4 ก.ย. เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย…

ll ขอแสดงความยินดีกับ สมศักดิ์ จิตติพลังศรี “เสี่ยซัยโจ” นิติศาสตร์ มธ.รุ่น 18 ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกสมาคมนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ คนใหม่ เมื่อ 25 ส.ค.นี้…

ll คริมา กุญชร ณ อยุธยา แห่ง KARIMABRAND และผอ.ฝ่ายสายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มโรงแรมมณเฑียร จัดตั้งโครงการ Love Barney เพื่อหาทุนรักษาสุนัขเจ็บป่วยแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยจำหน่ายเสื้อสุนัขเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนโรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.มหิดลซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line:@karimabrand…

ll มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ บอสการตลาดแห่งสยามพิวรรธน์ จัดงาน OneSiam World Fashion Destination Unlimit Boundary อัพเดทเทรนด์แฟชั่น ออทั่ม/วินเทอร์ 2018-2019 จากแบรนด์ดัง 400 แฟชั่นแบรนด์ ตลอดเดือนก.ย…. มีพิธีเปิด 7 ก.ย.18.00 น. พาร์คพารากอน ชั้น 1 สยามพารากอน…

ll สมาคมนักศึกษาเก่าม.ศิลปากร ร่วมกับบ้านอาจารย์ฝรั่ง จัดงาน “ลูกศิษย์คิดถึงอาจารย์” เพื่อเป็นการรำลึกถึง ศ.ศิลป์ พีระศรี บิดาของม.ศิลปากรและผู้บุกเบิกศิลปะร่วมสมัยคนแรกของไทย ชมผลงาน 3 ศิลปินแห่งชาติ อ.วิชัย สิทธิรัตน์, อ.ศราวุธ ดวงจำปา, อ.เสวต เทศน์ธรรม และผลงานจากศิลปินกิตติมศักดิ์มากมาย ณ บ้านอาจารย์ฝรั่ง สำนักตรวจสอบภายในทหารบก ถ.ราชวิถี 8 ก.ย.14.00-20.00 น. นิทรรศการจัดแสดงถึง 30 ก.ย.เข้าชมฟรี…ll

คุณแหน

‘Busardi’ เผยความงดงามของหญิงสาว ‘Her Garden’ แรงบันดาลใจจากสวนดอกไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361627

‘Busardi’ เผยความงดงามของหญิงสาว  ‘Her Garden’ แรงบันดาลใจจากสวนดอกไม้

‘Busardi’ เผยความงดงามของหญิงสาว ‘Her Garden’ แรงบันดาลใจจากสวนดอกไม้

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผุสดี มันตาภรณ์ และ ทัก มันตาภรณ์ เจ้าของห้องเสื้อ Busardi แบรนด์เสื้อผ้าเซมิ กูตูร์ไทยแบรนด์แรกที่ร่วมจัดแสดงแฟชั่นโชว์ในช่วงสัปดาห์ ปารีส โอต กูตูร์ แฟชั่น วีค ร่วมกับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้หญิงแนวหน้า จัดแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นล่าสุด Autumn/Winter 2018 “Her Garden” ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเติบโต การผลิบาน ของต้นไม้ ดอกไม้ และสีสันของธรรมชาติในฤดูต่างๆ มาสู่คอลเลคชั่นล่าสุดที่ทำให้หญิงสาวดูอ่อนหวาน หรูหรา และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งจินตนาการ ตามแบบฉบับ Busardi ทั้งนี้ รายได้จากการจัดแฟชั่นโชว์มอบผู้หญิงแนวหน้า

แฟชั่นโชว์ครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 ณ คอร์ทมณฑาทิพย์ โรงแรมอนันตรา สยาม ถ.ราชดำริ ได้รับความสนใจจากแฟนพันธุ์แท้ Busardi และ ผู้หญิงแนวหน้า นำโดย ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ยุพา ลำซ่ำ, อุไร คุณานันทกุล, สุวิมล มหากิจศิริ, พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์, วิภาดา โทณวณิก, คุณหญิงณัฐิกา อังอุบลกุล, ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์ และ อดิศักดิ์-สิริพร ภาณุพงศ์มาให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น

 

ทัก มันตาภรณ์ บุตรชายของ ผุสดี มันตาภรณ์ แห่งห้องเสื้อ Busardi เผยถึงคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดว่า “Busardi” Autumn/Winter 2018 “Her Garden” เป็นคอคเลคชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบ ความหลงใหลในความโรแมนติกของสวนดอกไม้ที่ประกอบด้วย ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และผีเสื้อของคุณแม่ เป็นการเล่าเรื่องถึงความงดงามของสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลโดยในฤดูใบไม้ผลิ ที่ดอกไม้กำลังผลิบานใต้แสงจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบสีเข้ม ดอกบลูเบลล์ และดอกไอริส ที่ใช้วิธีการปักร้อยด้วยความประณีตของช่างฝีมือด้วยเทคนิคที่เรียกว่า appliqué คือการซ้อนเลเยอร์ของลูกไม้ผสมกับงานถักลูกปัดด้วยมือ จนเกิดเป็นงานสามมิติลงบนผืนผ้า เช่น brocade jacquard และผ้ายกไหมของไทย จนทำให้รู้สึกเหมือนดอกไม้กำลังพลิ้วไหว ผีเสื้อกำลังโบยบิน

ในส่วนของ ฤดูใบไม้ร่วง ความลึกลับน่าค้นหาของเถาวัลย์ที่เลื้อยไปตามกิ่งไม้ ถูกตีความผ่านผ้าทูลเล ผ้าคลุมโปร่งแสงจากศีรษะจดปลายเท้า เผยให้เห็นความงามภายในของโครงเสื้อ ทั้งยังสื่อถึงความหนาวที่กำลังมาเยือน ส่งให้หญิงสาวดูมีเสน่ห์เย้ายวนน่าค้นหาเช่นกัน และเมื่อ ฤดูหนาว มาเยือน ชุดราตรียาวพร้อมผ้าคลุมที่ปักด้วยเทคนิค appliqué เป็นรูปดอกไม้และผีเสื้อ เชื่อมโยงสวนเข้ากับท้องฟ้าและในช่วงที่เราเผลอไปชั่วขณะ ธรรมชาติก็กลับสู่ฤดูดอกไม้ผลิบานอีกครั้งในรูปโฉมของชุดยาวโรแมนติก สีพาสเทลที่ทำจากผ้าทูลเลปักลายและออร์แกนซ่า แต่งแต้มด้วยกุหลาบสีอ่อนและขนนกกระจอกเทศ

“ในคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2018 “Her Garden” นี้ Busardi ก็ยังคงความเป็น เซมิ กูตูร์ คือมีดีไซน์ที่เป็นเสื้อผ้า ready to wear และ Haute Couture ให้สาวๆ ได้เลือกสวมใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน หรือชุดราตรีหรูหรา แต่ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ไหนก็ยังคงส่งให้สาวๆ ดูโดดเด่น สง่างามาอยู่เสมอ”

 

ผาณิต พูนศิริวงศ์ แห่ง “ผู้หญิง แนวหน้า” และ ผุสดี มันตาภรณ์ แห่งห้องเสื้อ Busardi

 

อุไร คุณานันทกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, ผุสดี มันตาภรณ์, คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ยุพา ล่ำซำ และ สุวิมล มหากิจศิริ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ แห่ง “ผู้หญิงแนวหน้า” กล่าวว่า หนังสือพิมพ์แนวหน้า เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมานานถึง 38 ปี ในการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางนำเสนอข่าวสารที่มีความเที่ยงตรง ฉับไว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงแนวหน้า ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคุณผู้อ่าน แต่ด้วยความนิยมในการบริโภคข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนส่วนใหญ่หันไปเสพสื่อทางโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น แม้จะรวดเร็วแต่ก็ขาดการกลั่นกรอง ทำให้ข้อเท็จจริงบิดเบือน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อสังคมไทย อีกทั้ง ยังส่งผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์ในปัจจุบันที่ต้องปิดตัวลงไปหลายค่าย ผู้หญิงแนวหน้า ต้องการที่จะส่งเสริมให้คนไทยอ่านข่าวจากสื่อกระแสหลัก และเพื่อธำรงไว้ซึ่งความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร โดยร่วมกันนำเสนอข่าวสารอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา รวมถึงข้อคิดดีๆ จากคอลัมนิสต์ที่มีชื่อเสียงระดับอดีตรัฐมนตรี นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ และนักกฎหมาย นับเป็นกำลังใจสำคัญให้พวกเราชาวแนวหน้าสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้

ทั้งนี้ สาวๆ ที่สนใจคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2018 “Her Garden” สามารถเยี่ยมชมและเป็นเจ้าของได้ที่ Boutique ชั้น 1 เดอะ เพนนินซูลา พลาซ่า ถนนราชดำริ โทร.02-2549082 หรือ 085-0602120 และพบกับ “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” ได้ทุกวันที่ร้านหนังสือใกล้บ้านคุณ

‘แสนสิริ’ระดมทุนออนไลน์ช่วยเด็กที่ขาดโอกาส เปิดตัวแคมเปญ‘บ้านแสนธรรมดา’เพื่อยูนิเซฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361617

‘แสนสิริ’ระดมทุนออนไลน์ช่วยเด็กที่ขาดโอกาส  เปิดตัวแคมเปญ‘บ้านแสนธรรมดา’เพื่อยูนิเซฟ

‘แสนสิริ’ระดมทุนออนไลน์ช่วยเด็กที่ขาดโอกาส เปิดตัวแคมเปญ‘บ้านแสนธรรมดา’เพื่อยูนิเซฟ

วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงานของ แสนสิริ ตามแนวคิด “ConstructingLife, not just Buildings” ที่ไม่ได้ต้องการเพียง “สร้างที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด” แต่ยังต้องการ “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” ให้กับสังคมเช่นกัน จึงจัดงานแถลงข่าวแนะนำแคมเปญ“บ้านแสนธรรมดา” โครงการระดมทุนออนไลน์ ให้แก่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อนำเงินบริจาคที่ได้ไปช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาสในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็กไทยหลายล้านคนให้ดีขึ้น โดยมี โกวิทย์ โปษยานนท์ ประธานกรรมการบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน ร่วมด้วย โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทย, สิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวางแผนองค์กรและพัฒนาความยั่งยืน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา, บาทหลวงโจเซฟ เอชไมเออร์ แห่งเมอร์ซี่ เซ็นเตอร์ ร่วมงาน ณ สยามสมาคม

โกวิทย์ โปษยานนท์ ประธานกรรมการบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ ได้สนับสนุนกิจกรรมขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 หรือกว่า 7 ปีแล้ว ด้วยเจตนารมณ์ขององค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก โดยร่วมกันพัฒนาความเป็นอยู่ พร้อมสร้างความตระหนักด้านสิทธิเด็กและเยาวชนในประเทศไทย มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพ การศึกษา การกีฬา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดน ซึ่งนอกจากการมอบเงินบริจาคแก่องค์การยูนิเซฟตลอด 7 ปี รวมแล้วกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 250 ล้านบาทแล้ว ที่ผ่านมา แสนสิริ ได้จัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในทุกไซต์ก่อสร้าง เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ลูกหลานแรงงานต่างชาติอีกด้วย และในวาระครบรอบ 7 ปีที่ทำงานร่วมกับองค์การยูนิเซฟ แสนสิริจึงได้ริเริ่มแคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา” โดยเป็นการระดมทุนเพื่อมอบให้แก่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยได้นำไปช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กที่ขาดโอกาสให้ดียิ่งขึ้น และหวังว่าแคมเปญนี้จะสามารถจุดประกายให้ทุกคนได้รวมพลังในการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลน โดยเฉพาะในประเทศไทย ด้วยช่องทางการบริจาคแบบออนไลน์ที่ง่ายยิ่งขึ้น”

ด้าน สิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวางแผนองค์กรและพัฒนาความยั่งยืนบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า แสนสิริ เชื่อว่ารากฐานที่ดี เริ่มต้นได้ที่บ้าน และเด็กทุกคนควรได้รับปัจจัยพื้นฐานที่ดี ไม่ว่าจะเชื้อชาติใดก็ต้องได้รับการดูแลให้มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี และได้รับการศึกษา รวมถึงการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญาจึงริเริ่มแคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา” เพื่อเป็นการระดมทุนออนไลน์ให้แก่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยเปิดระดมทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท เท่านั้น สามารถบริจาคผ่านช่องทางwww.sansiri.com/BaanSanThammada ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเงินบริจาคที่ได้รับมาจะนำไปช่วยเด็กๆ ใน4 เรื่องหลัก คือ 1.การศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับเด็กทุกคน 2. ยุติความรุนแรง ช่วยคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงในบ้านและจากสังคม ลดการถูกทอดทิ้งและแสวงหาผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ 3.ความปลอดภัย ป้องกันและตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดเหตุวิกฤติ และพร้อมให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที และ 4.สุขภาพที่ดี การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานจัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่างๆ ให้เด็กที่ยากไร้และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือการศึกษา การยุติความรุนแรง ความปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพซึ่งจะช่วยในการเปลี่ยนชีวิตเด็กไทยหลายล้านคนให้ดีขึ้นได้

โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เผยว่า ยูนิเซฟ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับแสนสิริในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีเจตนารมณ์เดียวกันตลอด 7 ปี และจากนี้ต่อไปด้วยแนวคิด “Children are everyone’s business” หรือเรื่องของเด็กเป็นเรื่องของเราทุกคน ทั้งนี้ แสนสิริ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในสังคมโดยเฉพาะแก่เด็กๆ ที่ขาดแคลน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา” จะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมต่อไป

โกวิทย์ โปษยานนท์

โกวิทย์ โปษยานนท์
โธมัส ดาวิน

โธมัส ดาวิน
สิรินทรา มงคลนาวิน

สิรินทรา มงคลนาวิน