สาระดีๆ ที่ต้องแชร์ให้แม่อ่าน ‘หยุดยาลดไขมัน อันตรายหรือไม่?’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357952

สาระดีๆ ที่ต้องแชร์ให้แม่อ่าน  ‘หยุดยาลดไขมัน อันตรายหรือไม่?’

สาระดีๆ ที่ต้องแชร์ให้แม่อ่าน ‘หยุดยาลดไขมัน อันตรายหรือไม่?’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในยุคปัจจุบันที่พบว่า แนวโน้มคนไทยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับความอ้วนหรือการมีไขมันสะสมในร่างกายเกินระดับปกติ มีระดับที่สูงขึ้น และร้อยทั้งร้อยจะต้องรับประทานยาลดระดับไขมันโดยคำสั่งแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่เปิดเผยว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประชากรไทยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และหากเทียบในอาเซียนจะพบว่าผู้หญิงไทยเป็นโรคอ้วนอันดับ 2 รองจากมาเลเซียเท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากระบบเผาผลาญพลังงานและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง มีความเชื่อผิดๆ ในการกิน ตามใจปาก มีโรคประจำตัว และการรับประทานยาต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันนี้ หญิงสูงวัยมีแนวโน้มที่จะมีการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือดกันมากขึ้น โดยเฉพาะยากลุ่มที่มักมีชื่อเรียกต่อท้ายว่า“statin” เช่น Simvastatin, Atorvastatinหรือ Rosuvastatin เป็นต้น (ชื่อยาในทางการค้าที่แตกต่างกันตามแต่ละบริษัท)

จากการเก็บข้อมูลจากประชากรในประเทศจีนของมหาวิทยาลัยปักกิ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ด้วยการสอบถามผู้ที่ได้รับประทานยาลดไขมัน พบว่า ในกลุ่มที่ได้รับประทานยานี้ประมาณร้อยละ 24 เกิดผลข้างเคียงจากยา และลังเลว่าจะใช้ยาต่อไปดีหรือไม่ ผลข้างเคียงที่พบคือ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออักเสบ จากนั้น ได้ติดตามผลในกลุ่มผู้ที่เกิดผลข้างเคียงแล้วเลือกที่จะรับประทานยาต่อไปกับกลุ่มที่ไม่ยอมรับประทานยาอีก เพื่อดูว่ามีการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดแตกต่างกันหรือไม่ผลปรากฏว่าในกลุ่มที่ใช้ยา statin ต่อไปนั้นมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่ากลุ่มที่หยุดยาไปเลยถึงร้อยละ 10-20 ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังพบว่าในกลุ่มที่รับประทานยาต่อเกิดผลข้างเคียงคือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อถึงร้อยละ 25 แต่กลุ่มคนที่ตัดสินใจใช้ยาต่อก็ให้เหตุผลว่ามีอาการเพียงเล็กน้อยและยอมรับได้ ทั้งนี้ ข้อสังเกตของการศึกษานี้คือกลุ่มคนที่ได้รับประทานยานั้นเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นโรคแล้วบางส่วน การหยุดยาจึงอาจส่งผลเสียได้กับกลุ่มคนกลุ่มนี้

อย่างไรก็ดี พบว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเรื่องการใช้ยาลดไขมันกลุ่มนี้ ให้ข้อสังเกตไว้ว่า คนที่มีผลข้างเคียงจากยาแล้วหยุดยา แต่ไม่เกิดโรคเป็นเรื่องที่เป็นไปได้แต่โอกาสเกิดน้อยตามหลักสถิติ และยังกล่าวว่า หลักฐานของการลดอัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยานั้น มีประโยชน์เหนือกว่าผลเสียซึ่งมักจะไม่รุนแรงจากยา จึงไม่แนะนำให้หยุดยาหากไม่เกิดผลเสียที่รุนแรง และถ้าหยุดก็จะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตโดยรวมสูงกว่าผู้ที่รับประทานยาต่อเนื่อง

กล่าวโดยสรุปว่า ผู้ที่ได้รับประทานยาลดไขมัน แล้วเกิดผลข้างเคียงหรืออยากหยุดยาด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาถึงข้อดีและข้อเสีย รวมถึงวิธีแก้ไขผลข้างเคียงที่เกิดจากยา ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ติดตามความเสี่ยงหรือระดับไขมันในเลือด เพราะอาจเกิดโรคที่รุนแรงมากขึ้นหรือการกำเริบของอาการเดิมได้ผู้ที่รักสุขภาพหรือกำลังสงสัยว่าตนเองมีไขมันสะสมมากเกินจนต้องรับประทานยาลดไขมันหรือไม่ สามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด (โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (จังหวัดสมุทรปราการ)โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ (จังหวัดนครสวรรค์) โรงพยาบาลพิษณุเวช (จังหวัดพิษณุโลก) และโรงพยาบาลสหเวช (จังหวัดพิจิตร) และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่ www.princhealth.com

คนดังสายชิมกรี๊ดแพนเค้กญี่ปุ่นมาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357942

คนดังสายชิมกรี๊ดแพนเค้กญี่ปุ่นมาไทย

คนดังสายชิมกรี๊ดแพนเค้กญี่ปุ่นมาไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดตำรับความอร่อยของแพนเค้กญี่ปุ่นขนานแท้ Gram Pancakes Thailand (แกรม แพนเค้ก ไทยแลนด์) นำโดย ปิยะเลิศ ใบหยก รองประธานกลุ่มใบหยก ร่วมกับ กองทอง ใบหยก ผู้ช่วยประธานกรรมการกลุ่มใบหยก ผู้นำเข้าแบรนด์ แกรม ประเทศไทย จัดงาน “Gram Pancakes Thailand Grand Opening” ฉลองเปิดตัวสาขาแรกในประเทศไทย โดยมีเซเลบริตี้สายชิมร่วมลิ้มลองความอร่อยขนานแท้ ณ Gram Pancakes Thailand ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

หนึ่งในผู้บริหาร กองทอง ใบหยก กล่าวว่า Gram Pancakes (แกรม แพนเค้ก) คือร้านคาเฟ่สีเขียว
ที่มีต้นกำเนิดในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ก่อเกิดมาจากความชื่นชอบในการรับประทานแพนเค้กของ “ทาเคชิ ทาคาตะ” ชายหนุ่มผู้คิดค้นสูตรแพนเค้กต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นขึ้นมาด้วยความใส่ใจและตั้งใจ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้ที่ได้ลิ้มลองความอร่อยของ Gram Pancakes (แกรม แพนเค้ก) ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมและผ่านกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน
ทุกขั้นตอน จนออกมาเป็น Premium Pancakes (พรีเมียมแพนเค้ก) แพนเค้ก 3 ชั้น นุ่ม ละมุน พร้อมละลายในปาก และเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวแบรนด์ Gram Pancake ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ Gram Pancakes ประเทศญี่ปุ่น ได้รังสรรค์เมนูใหม่ขึ้นมาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ กับเมนู Premium to go (พรีเมียม ทูโก) ที่ยังคงความพรีเมียมไม่แพ้ออริจินอล แถมยังอัดแน่นด้วยนามะครีม ซึ่งมีเนื้อครีมนุ่มละมุนสอดไส้ตรงกลาง อร่อยถูกใจคนไทยแน่นอน

 

งานนี้เหล่าคนดังที่มาร่วมชิม แกรม แพนเค้ก ต่างร่วมพูดคุยถึงความอร่อยกันถ้วนหน้า เริ่มที่ หม่อมหลวงอรดิศ สนิทวงศ์ กล่าวว่า “ปกติจะได้ยินเพื่อนๆ ในกลุ่มพูดถึงแพนเค้กสไตล์ญี่ปุ่นให้ฟังอยู่บ่อยๆ เวลาที่เพื่อนๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่น และแวะไปทาน ก็จะมาเล่าให้ฟังตลอดถึงความอร่อยของแพนเค้ก เท่าที่รู้มานั้น แพนเค้กบางแบรนด์แป้งมีความนุ่มไม่เหมือนของ แกรม แพนเค้ก แถมยังบอกอีกว่าที่ประเทศญี่ปุ่นคนต่อแถวยาวมาก ต้องรอนานเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ทาน พอเรารู้ว่าแบรนด์นี้จะมาเปิดในไทย ก็ตื่นเต้นมากและเชื่อว่าใครได้ลองคงชอบเหมือนกับแก้วค่ะ”

 

มาถึงสาวเก่ง พิยะดา นันทะ กล่าวเสริมอย่างอารมณ์ดีว่า “เป็นคนชอบทานแพนเค้กที่เป็นอาหารคาว ไม่ใช่สายขนมหวานโดยตรง แต่พอเห็นแพนเค้กหน้าตาแบบนี้ครั้งแรก ก็เปลี่ยนความคิดเลย เพราะแพนเค้กแบบซูเฟล่นี้มีความอร่อยและแตกต่างจากแพนเค้กสไตล์อเมริกัน พอได้โอกาสชิม ก็ประทับใจมาก เนื้อสัมผัสของแพนเค้กมีความเบา นุ่ม และไม่หวานจนเกินไป ทานได้เรื่อยๆ และไม่รู้สึกเลี่ยน และที่ชอบมากๆ คงต้องยกให้เมนู พรีเมี่ยม ทูโก ที่สามารถซื้อทานและอร่อยได้นอกร้าน สะดวกสำหรับคนไม่มีเวลา เดินทางไปไหนก็สามารถทานได้เลย เพราะเมนูนี้มีเพียงที่ประเทศไทยเท่านั้น”

 

ปิดท้ายกับเซเลบฯ สาวที่ไม่เคยตกเทรนด์ พรนภา เกียรติศรีชาติ กล่าวว่า “ครั้งแรกที่ได้ยินว่าแกรม แพนเค้ก จะมาเปิดตัวที่ประเทศไทย ก็ตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะเก๋และครอบครัว รวมถึงลูกชายเคยทานที่ญี่ปุ่น เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเขาคือ
แพนเค้กเนื้อนุ่ม รสสัมผัสละมุนและละลายในปากยิ่งทานกับครีมและซอสเมเปิ้ลที่มาคู่ในเมนูออริจินัลด้วยแล้วอร่อยลงตัวมากๆ ถือเป็นขนมหวานอีกหนึ่งเมนูที่น่าจะโดนใจคนชอบขนมหวานนะคะ”

นอกจากนี้ ภายในคาเฟ่สีเขียวยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของแพนเค้กอบร้อน ที่เรียงรายเสิร์ฟออกมาให้บรรดาเซเลบริตี้แฟนพันธุ์แท้ Gram Pancakes (แกรม แพนเค้ก) ได้ลิ้มลองความอร่อยกันอย่างทั่วถึง อาทิ เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์,แสงแข เหมกมลเศรษฐ์, อัญชิสา วัชรพล, อัชฌาเจริญรัศมีเกียรติ, ดิฐวัฒน์ อิสสระ, ธามาริน เจริญพิทักษ์ และ ปวีณ์สุดา จันทร์เกษ โดยมี สะธี-จารุจิต-พิมพ์เลิศ-สุนทรี ใบหยก ต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ก็สามารถลิ้มลองแพนเค้กสูตรต้นตำรับได้แล้วที่ Gram Pancakes Thailand ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือติดตามกิจกรรมต่างๆ ของ Gram Pancakes Thailand ได้ที่ www.facebook.com/grampancakesthailand และทางอินสตาแกรม @gram_pancakes_thailand

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ชวนอิ่มปันสุข ‘อิ่มวันนี้ส่งผลดีถึงชาติหน้า’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357938

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ชวนอิ่มปันสุข  ‘อิ่มวันนี้ส่งผลดีถึงชาติหน้า’

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ชวนอิ่มปันสุข ‘อิ่มวันนี้ส่งผลดีถึงชาติหน้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หนุ่ม-สาวเซเลบริตี้รุ่นใหม่ เชา-ชวลิต ชิตตนันท์, โบว์-ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ และ หนิม-คนึงพิมพ์ ธนพิชชากรณ์ ชวนอิ่มปันสุข กับแคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN” ปีที่ 7 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อิ่มวันนี้ส่งผลดีถึงชาติหน้า”

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นำโดย ขวัญแก้ว สิริจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มงานการส่งเสริมธุรกิจ ฝ่ายตลาด ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย ฐานพล มานะวุฒิเวช ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า เปิดแคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN”จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อิ่มวันนี้ส่งผลดีถึงชาติหน้า” มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าทรูรับส่วนลดสูงสุด 50% พร้อมร่วมอิ่มปันสุขเพียงอิ่มด้วย 70 ทรูพอยท์ บวกเงิน 7 บาท แลกรับเมนูพิเศษในราคา 7 บาทได้ทันที และยังได้อิ่มใจไปกับการมีส่วนร่วมในการบริจาคให้กับมูลนิธิการกุศล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” ไปยังผู้ยากไร้และขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาส นับเป็นหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมให้สังคมไทยน่าอยู่ เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยการให้ และมีความสุขร่วมกันอย่างแท้จริงและยั่งยืน

ขวัญแก้ว สิริจินดา บอสสาวแห่ง ซีพีเอ็น เผยว่า ซีพีเอ็น ได้ร่วมมือกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิญชวนลูกค้าทรูรวมกว่า 30 ล้านคนทั่วประเทศ มาใช้บริการที่ร้านอาหารใน ศูนย์การค้าฯ ของซีพีเอ็นทั้ง 32 สาขา เอาใจลูกค้านักกินให้ทุกคนได้อิ่มและมีความสุขไปกับ เมนูจานเด็ด 7 บาท และยังได้ร่วมแบ่งปันสู่สังคม ชวนสนุกกับการถ่ายรูปกับบรรยากาศสวยๆ ตกแต่งในรูปแบบฮอล ออฟ เฟรม ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ให้ได้ อิ่มท้อง อิ่มใจ และ สนุกไปด้วยกันกับคนพิเศษ จึงขอเชิญชวนลูกค้าทรูทุกท่านมารับสิทธิพิเศษนี้ด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ก.ย.นี้

ฐานพล มานะวุฒิเวช ผู้บริหารระดับสูงแห่ง ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยว่า แคมเปญ “อิ่มกับทรูปี 7” ปีนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น นอกจาก ลูกค้าทรู จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 50% ภายในศูนย์แล้ว ลูกค้ายังจะได้ร่วมสุขแบ่งปัน เพียงใช้ 70 ทรูพอยท์ บวกเงินเพียง 7 บาท ก็สามารถแลกรับเมนูอาหารจานเด็ด 7 บาทจากร้านดังได้ทันที อาทิ ihko Dak Galbi ,The Terrace, Pepper Lunch, Marugame Seimen ,Sushi Boy, GODIVA, Haagen-Dazs, Melt Me, Hokkaido Baked Cheese Tart และ Secret Recipe และยังได้อิ่มใจไปกับการมีส่วนร่วมในการบริจาคให้กับน้องๆ ที่ขาดแคลน โดยทุกร้านอาหารที่ลูกค้าอิ่มด้วยทรูพอยท์ ทุก 10 ทรูพอยท์ของลูกค้าที่แลกเมนูจานเด็ดในราคาเพียง7 บาท หรือ 10 ทรูพอยท์ ของลูกค้าที่ชำระค่าอาหาร ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ทรูจะนำไปร่วมบริจาคให้กับ มูลนิธิออทิสติกไทย โรงเรียนปัญญาวุฒิกร (มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย) และ บ้านโฮมฮัก และพิเศษสำหรับ ลูกค้าทรูมูฟ เอช เมื่อชำระเงินด้วย ทรูมันนี่ วอลเล็ท ผ่านแอปทรูไอดี ในร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ True Point & Pay ทุกวันที่ 10 รับทรูพอยท์ 10 เท่า สูงสุด 300 คะแนนต่อวัน ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 ก.ย 2561 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอพพลิเคชั่น TrueYou, http://www.trueyou.co.th

ด้านเจ้าสาวหมาดๆ อย่าง โบว์-ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ บอกว่า เป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว เพราะเราเชื่อว่า “การให้” สำคัญเสมอ แคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN” จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าได้รับของขวัญจากทรู และทรูยังส่งต่อของขวัญชิ้นนี้ไปให้คนที่อาจจะไม่ได้เป็นลูกค้าเขาอย่างมูลนิธิหรือองค์กรต่างๆ เพื่อให้เขาได้รับความสุขต่อไป ปกติทานอาหารนอกบ้านแทบทุกวัน ก่อนกลับบ้านก็จะชอบชวนสามีดินเนอร์กันให้เรียบร้อยก่อนเข้าบ้านชวนเขาทานข้าวแล้วรู้สึกมีความสุขเพราะเขาทานง่าย และโอเคกับทุกร้านที่เราเลือก

ส่วนหนุ่ม เชา-ชวลิต ชิตตนันท์ บอกว่า เป็นคนทานอาหารได้หลากหลายเชื้อชาติ แต่พอลองสังเกตตัวเองก็รู้สึกว่า เราเลือกทานอาหารญี่ปุ่นบ่อยที่สุด และมักจะเห็นว่าบนโต๊ะจะมีโปรโมชั่นต่างๆ วางตั้งอยู่ ด้วยความที่เป็นลูกค้าทรูอยู่แล้ว แน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะแลกพอยท์ด้วยการกดรหัสแลกสิทธิพิเศษต่างๆ และล่าสุดแคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN” โปรโมชั่นแรงๆ เพียงใช้ 70 คะแนน บวกเงิน 7 บาท ก็สามารถอิ่มอร่อยกับเมนูเด็ดได้ ส่วนตัวรู้สึกว่าทรูทำให้การรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันของเรากลายเป็นมื้ออาหารพิเศษสำหรับคนอื่นๆ เพราะพอยท์ที่แลกไปไม่ได้ไปไหน แต่เขารวบรวมเป็นก้อนใหญ่แล้วนำไปบริจาคให้มูลนิธิต่างๆ แคมเปญนี้นอกจากเราจะได้อิ่มท้องแล้วยังอิ่มบุญไปในตัวด้วย

5 นวนิยายพัฒนาภาวะผู้นำที่เยาวชนควรอ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357966

5 นวนิยายพัฒนาภาวะผู้นำที่เยาวชนควรอ่าน

5 นวนิยายพัฒนาภาวะผู้นำที่เยาวชนควรอ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เด็กและเยาวชน ต้องเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการนำทิศทางและพัฒนาประเทศ การสร้างทักษะความเป็นผู้นำจึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการปลูกฝังและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การอ่านก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาภาวะผู้นำได้ ซึ่งหลายคนอาจคิดถึงหนังสือพัฒนาตนเอง ทักษะความเป็นผู้นำ แต่จริงๆ แล้วนวนิยายก็ทำหน้าที่นี้ได้ไม่แพ้กัน ในนวนิยายจึงปรากฏเรื่องราวของผู้มีภาวะผู้นำไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่เสมอ ตัวละครในนวนิยายเหล่านี้จึงเป็นแบบอย่างให้กับผู้อ่านได้เป็นอย่างดี

มาทำความรู้จักกับ 5 ผู้นำในนวนิยายและมาดูกันว่าหากได้อ่านนวนิยายเหล่านี้ เราจะกลายเป็นผู้นำแบบไหน

 

1.ผู้นำผู้กล้าหาญ เสียสละ = แฮร์รี่ พอตเตอร์ จากหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ “เด็กชายผู้รอดชีวิต” จากวรรณกรรมเยาวชนขวัญใจคนทั่วโลกที่ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยในโลกเวทมนตร์เหนือจินตนาการ ตัวละครหลักอย่าง แฮร์รี่พอตเตอร์ ต้องต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายและเวทมนตร์ดำที่ต้องการทำลายทุกสิ่งที่เขารัก แฮร์รี่ พอตเตอร์แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและเสียสละ กล้าเผชิญหน้าและยอมเอาตัวเองเข้าแลก เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้อง

 

2.ผู้นำผู้เด็ดเดี่ยว ควบคุมสถานการณ์ได้ดี = ซาบรีนา กริมม์จากหนังสือชุดนักสืบเทพนิยาย ซาบรีนาคือพี่สาวคนโตของตระกูลกริมม์ ซึ่งมีหน้าที่ไขคดีปริศนาต่างๆ ให้เหล่าตัวละครในเทพนิยาย ไล่ตั้งแต่ซินเดอเรลลาคนสวยไปจนถึงหมาป่าใจร้าย ถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่ซาบรีนาก็เป็นคนเด็ดขาดและคุมสติได้ดี ทำให้เธอสามารถควบคุมสถานการณ์สุดอลเวงได้ด้วยสติปัญญาและคลี่คลายปัญหาสารพันไปพร้อมๆ กับน้องสาวตัวป่วนอย่างดาฟเนได้เสมอ

 

3.ผู้นำผู้มีไหวพริบและความคิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี = ไวโอเล็ต โบดแลร์จากหนังสือชุดอยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย ไวโอเล็ต เคลาส์ และซันนี่ สามพี่น้องตระกูลโบดแลร์ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเมื่อพ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ มิหนำซ้ำเคาต์โอลาฟ วายร้ายจอมปลอมตัวยังวางแผนฮุบมรดกของพวกเขาด้วยวิธีการชั่วร้ายต่างๆ นานา ไวโอเล็ตพี่สาวคนโตเป็นนักประดิษฐ์ฝีมือฉกาจที่เยือกเย็นและคิดพลิกแพลงแก้ไขปัญหาที่เธอกับน้องๆ ต้องเผชิญ นอกจากนี้เธอยังยินดีรับฟังความเห็นของน้องๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ กำจัดจุดอ่อนในแผนการและพาน้องทั้งสองรอดพ้นจากอันตรายได้เสมอ

 

4.ผู้นำผู้รอบคอบ เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ = เสจ จากหนังสือชุดมงกุฎแห่งคาร์เทีย เสจอาจจะเป็นผู้นำที่แปลกแหวกแนวที่สุดคนหนึ่งในนี้ เพราะเขาเริ่มต้นจากการเป็นเด็กกำพร้าข้างถนน แต่ด้วยความรอบคอบทำให้เขาตระเตรียมรับมือกับแผนการร้ายสารพัด ในระหว่างการเดินทางสุดอันตรายไปกับขุนนางชั้นสูงซึ่งตั้งใจจะแปลงโฉมเด็กกำพร้าให้กลายเป็นเจ้าชายหุ่นเชิดเพื่อครองบัลลังก์ และการเตรียมพร้อมนี้เองที่ทำให้เขาได้ผจญภัยจนเปลี่ยนชีวิตตนเองไปตลอดกาล

 

5.ผู้นำผู้มองการณ์ไกล อ่านเกมขาด = จูน จากหนังสือชุด Legend จูนเป็นผู้นำหญิงแกร่งอีกคนหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ เธอเป็นคนฉลาดจนถึงขั้นอัจฉริยะ แถมยังเป็นทหารผู้เข้มแข็งให้แก่รัฐบาลของเธอ ความเฉลียวฉลาดทำให้เธอวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเฉียบคมและคาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ จูนมองการณ์ไกลและอ่านเกมขาดเสมอ แต่เมื่อสิ่งที่เธอกำลังเผชิญกลับสั่นคลอนทุกสิ่งที่เธอเชื่อ ไปจนถึงรากฐานของประเทศที่เธอจงรักภักดี จูนจึงต้องใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อให้รู้ว่าจะนำพาผู้คนของเธอต่อไปได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาภาวะผู้นำนั้นเป็นกระบวนการต่อเนื่องของการสั่งสมประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจ การหล่อหลอมลักษณะชีวิต และการฝึกฝนทักษะในด้านต่างๆ ประกอบด้วยในระยะเวลาหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงการอ่านเท่านั้น ฉะนั้นเด็กและเยาวชนควรพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการได้รับการส่งเสริมจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ครู โรงเรียน ก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมสะสมเป็นต้นทุนชีวิตในระยะยาวต่อไป

ติดตามเรื่องราวความสนุกของนวนิยายเยาวชนที่นำมาแนะนำกันได้มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทาง www.nanmeebooks.com และ www.facebook.com/nanmeebooksfan หรือ AD LINE @nmbteen เพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนอีกมากมาย

‘อุปกรณ์ช่วยสระผม’ นวัตกรรมตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย-พิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357951

‘อุปกรณ์ช่วยสระผม’ นวัตกรรมตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย-พิการ

‘อุปกรณ์ช่วยสระผม’ นวัตกรรมตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย-พิการ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากข้อมูลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ปี พ.ศ.2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ (Aged Society) โดยจะมีประมาณ 14.4 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีสถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติภัย โดยในแต่ละปีมีผู้พิการถึงขั้นทุพพลภาพสูงถึง 5,000 คนต่อปี

ในกลุ่มประชากรเหล่านี้ส่วนหนึ่งจำเป็นต้องใช้รถเข็นหรือวีลแชร์เพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดี ยังมีปัญหาบางอย่างในการดูแลกลุ่มผู้นั่งเก้าอี้รถเข็นที่สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายจากการลื่นล้ม อาทิ การสระผมที่จะต้องลุกจากเก้าอี้รถเข็นไปนอนบนเตียงสระ

เพื่อรองรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาดังกล่าว กลุ่มเยาวชนนักประดิษฐ์จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงคิดค้นประดิษฐ์อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสระผมผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่นั่งเก้าอี้รถเข็น ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการและสามารถแก้ปัญหาด้านสุขภาวะของชุมชนได้ เป็นอย่างดี จนสามารถคว้า รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับอาชีวศึกษาจากการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ หรือ ThaiHealth INNO Awards ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)เพื่อบ่มเพาะ “เมล็ดพันธุ์นักนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ” โดยเปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่รุ่นใหม่ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพในรูปแบบแนวคิดหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ หรือส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีในทุกๆ ด้าน

สำหรับ “อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสระผมผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่นั่งเก้าอี้รถเข็น” ที่ได้รับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับอาชีวศึกษาเป็นฝีมือการคิด ออกแบบ และพัฒนาของนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ที่ประกอบไปด้วยคุณัชญ์พงษ์ เชาว์แล่น, สรวิศ สิกธรรม นักศึกษาชั้น ปวช.ปี 3 และ วัฒนพงศ์ เพชรรัตน์ นักศึกษาชั้น ปวช.ปี 1

สรวิศ สิกธรรม เล่าถึงแนวความคิดในการประดิษฐ์อุปกรณ์ชิ้นนี้ว่า ปัญหาหนึ่งที่ประสบกับคนภายในครอบครัวตนเอง โดยมีคุณอาพิการนั่งรถเข็นน้ำหนักตัวกว่า 70 กิโลกรัม เวลาสระผมจะต้องเคลื่อนย้ายจากเก้าอี้รถเข็นไปเตียง ขณะที่ผู้ดูแลเพียงคนเดียวยกผู้ป่วยไม่ไหว การดูแลค่อนข้างลำบาก

“ในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ มีผู้สูงวัยมากถึงประมาณ 14.4 ล้านคนขณะเดียวกันยังมีสถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติภัยในแต่ละปีมีผู้พิการถึงขั้นทุพพลภาพสูงถึง 5,000 คนต่อปี ขณะที่การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องนั่งรถเข็นยังค่อนข้างลำบากสำหรับญาติหรือผู้ดูแล ดังนั้นเพื่อรองรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดในการสร้างอุปกรณ์ชนิดนี้ขึ้นมาเพื่อใช้แก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุและลดความเสียงจากอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในการเคลื่อนย้าย”

วัฒนพงศ์ เพชรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุปกรณ์ชิ้นนี้ยังถูกออกแบบให้สามารถใช้ได้กับวีลแชร์หรือรถเข็นได้ทุกขนาด สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีขนาดน้ำหนักตัวสูงถึง 120 กิโลกรัม โดยการออกแบบมอเตอร์แกนชักให้สามารถเลื่อนและเอียงทำมุม 45 องศา จึงทำให้น้ำหนักตัวรวมรถเข็นเบาขึ้นและศีรษะผู้ป่วยยังพอดีกับถาดสำหรับสระผมซึ่งออกแบบให้สามารถปรับได้ตามความสูงของผู้ป่วย ทำให้เวลาสระผมน้ำไม่ไหลย้อนกลับมาเปียกตัวผู้ป่วย”

ส่วน คุณัชญ์พงษ์ เชาว์แล่น กล่าวอีกว่า ได้ทดลองนำไปใช้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องใช้รถเข็นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกุ้ง ผลตอบรับดีมาก

“ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงต่อการพลาดลื่นล้มในการเข้าห้องนำเพื่อสระผม รวมทั้งต้องใช้เวลาค่อนข้าง
มากจากการเคลื่อนย้ายไปแต่ละครั้ง ขอบพระคุณโครงการดีๆ จาก สสส.ที่สนับสนุนให้เด็กอาชีวะอย่างพวกเราได้มีโอกาสในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถนำไปใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันได้จริง สะดวกต่อผู้ดูแล ผู้ป่วย และผู้สูงอายุต่อไปในอนาคต”

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. เชื่อมั่นในพลังคนรุ่นใหม่ จึงได้จัดทำโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ในกลุ่มนักเรียนมัธยมสายสามัญ และนักเรียนสายอาชีพ โดยมีครูและอาจารย์เป็นที่ปรึกษาเข้าร่วมในโครงการ จากโจทย์หลักคือ ความอยากที่จะเปลี่ยนสังคมรอบตัวด้วยแนวคิด นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาหรือส่งเสริมสุขภาพของชุมชน หรือในเชิงประเด็นทางสังคมที่สามารถขยายผลในวงกว้างได้

ซึ่งปัจจุบันผลงานประดิษฐ์ชิ้นนี้อยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตร เพื่อพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ในนามของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีต่อไป โดยขณะนี้มีรายการสั่งผลิตเพื่อนำไปบริการผู้ป่วยที่ใช้รถเข็นในโรงพยาบาลส่งเสริมตำบล (รพสต.) ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วจำนวน 50 เครื่อง ในราคาเครื่องละ 5,000 บาท สำหรับการพัฒนาในขั้นต่อไปจะพัฒนาให้ถาดรองน้ำมีน้ำหนักเบาขึ้น น้ำทิ้งไหลออกจากถาดสะดวกรวดเร็วขึ้น และออกแบบให้เป็นอุปกรณ์แบบพกพาพับเก็บให้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น และมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปเพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนพกพาไปยังสถานที่ต่างๆ ได้โดยง่าย

บอกรักแม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ดอกมะลิจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357954

บอกรักแม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ดอกมะลิจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

บอกรักแม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ดอกมะลิจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วย พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบูธจำหน่ายดอกมะลิ สัญลักษณ์วันแม่ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 (วันแม่แห่งชาติ) โดยรายได้จากการจำหน่าย ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และสมทบทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยมี สุฐิตา โชติจุฬางกูรผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ต้อนรับ ณ บริเวณ ชั้น 1 ประตูทางเข้าโซน 1 ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์

โดยปีนี้ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้จัดทำผลิตภัณฑ์ดอกมะลิมาจำหน่ายหลายรูปแบบ อาทิ พานพระพุทธรูปซึ่งผ่านพิธีพุทธาภิเษก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้ให้และผู้รับ มาลัยใจให้แม่ ช่อมะลิร้อยรวมรัก กระเช้าน้อยร้อยรักกล่องหัวใจใส่รัก และแบบอื่นๆ อีกมากมายมาให้เลือกสรร ซึ่งผลิตภัณฑ์ดอกมะลิดังกล่าวจัดทำโดย กลุ่มแม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา คนพิการเพื่อเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพ

คุณแหน : 16 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357925

คุณแหน : 16 สิงหาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประธานมูลนิธิ เสด็จทรงเป็นประธานงาน “ร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชนฯ ดิเรกดล 36 ปี วันพุธที่ 22 ส.ค. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ โดยมี
ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ ประธานจัดงานพร้อมคณะกรรมการ รับเสด็จ…

ll สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ไปเป็นประธานพิธีอุทิศกุศลให้แก่ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ) เนื่องในวันเกิด 90 ปี วันที่ 15 สิงหาคม ที่วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี มีลูกศิษย์ไปร่วมงานคับคั่ง…หลวงพ่อยังอยู่ในใจเสมอมา…

ll คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ผู้เห็นคุณค่าในงานศิลปะและสนับสนุนศิลปินไทยมาตลอดกว่า 30 ปี ในปีนี้รับเป็น ประธานคณะกรรมการจัดงาน นิทรรศการภาพวาด “ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ครั้งที่ 22” ภายใต้แนวคิด “สานศิลป์ สีสันแห่งการให้”งานศิลปะที่งดงามหลากหลายไอเดียจากกลุ่ม “ศิลปินอิสระ 96” จำนวนกว่า 300 คน ระหว่าง 24 ส.ค.-23 ก.ย. ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย…

ll เพื่อนฝูงจะขอนัดเลี้ยงยินดีกับ กิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ของ The Pizza Company งานนี้ “คุณบอย” บอกขอกินพิซซ่าเท่านั้นนะ…

ll ทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ คนขยัน ต้องเดินทางไปราชการตลอดเวลา ตั้งแต่การประชุม ครม.สัญจร ต่อด้วยไปเขาใหญ่ จนถึง ไปหาดใหญ่ จนถึง ต้นเดือนหน้า…

ll แม้จะไม่ค่อยออกงานสังคม แต่สาวหลายพันปี ที่ยังคงความงดงาม แบบไม่พึ่งมีดหมอ ฟาริดา บุณยศักดิ์ก็มีนัดสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนรัก นานกว่า 30 ปีเสมอๆ อาทิ ศรีวิไล มุสิกพงษ์…

ll พลเอก นิพนธ์-นพเก้า ไชยะบุรินทร์ ในนามมูลนิธิคุณแม่ดร.สิริ กรินชัย จะจัดงานรำลึกพระคุณ เนื่องในวันเกิดคุณแม่ ดร.สิริ ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมมูลนิธิ ซอยลาดปลาเค้า ลาดพร้าว…

ll เขมทัตต์ พลเดช บิ๊กบอส MCOT เดินหน้าขยายหลักสูตรให้ MCOT ACADEMY เป็นสถาบันอบรมด้านสื่อสารมวลชนแถวหน้า ล่าสุดได้ 2 หญิงเก่งวงการสื่อสาร ดร.ศิริกุล เลากัยกุล และชาลอต โทณวณิก มาช่วยสร้างหลักสูตร “Making the CEOs of Thailand” (MCOT Leader Program) รุ่น 1 โดยมีวิทยากร ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล, สุทธิชัย หยุ่น, ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ, เยาวณี นิรันดร ฯลฯ เริ่มเรียนเดือนตุลาคม…ll

น้อง

ลงนามความร่วมมือพัฒนาสมุนไพรดอยตุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357937

ลงนามความร่วมมือพัฒนาสมุนไพรดอยตุง

ลงนามความร่วมมือพัฒนาสมุนไพรดอยตุง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือพัฒนาสมุนไพรของดอยตุง เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรชนเผ่า

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า แม่ฟ้าหลวงฯ และ เจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ ได้ร่วมกันดำเนินการโครงการพัฒนาและวิจัยสมุนไพร บนพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะอนุรักษ์สายพันธุ์สมุนไพร และตำรับยาสมุนไพร เพื่อรักษาองค์ความรู้ดังกล่าวไว้เป็นคลังสมบัติของชาติในด้านภูมิปัญญาสมุนไพร โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรชนเผ่า อันจะนำไปสู่อาชีพทางเลือก สามารถสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชน และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในอนาคต

“สำหรับแนวทางการดำเนินงานนั้น ทั้ง 2 มูลนิธิ จะทำงานร่วมกับชุมชน และหมอยาชนเผ่า ในการหาข้อมูลเพื่อถอดองค์ความรู้ด้านสรรพคุณสมุนไพรท้องถิ่น และตำรับยารักษาโรคตามลักษณะชนเผ่าต่างๆ ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยลงพื้นที่สำรวจสมุนไพรร่วมกับหมอยา เก็บตัวอย่างพันธุ์ไม้นำกลับมาขยายพันธุ์ จัดทำแปลงรวบรวมพันธุ์สมุนไพรท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและภูมิปัญญาชนเผ่าต่างๆ อีกทั้ง ชุมชนจะสามารถเข้าถึงแหล่งยาตามภูมิปัญญาท้องถิ่นได้มากขึ้น โดยมีระยะเวลาดำเนินงานระยะที่ 1 ในปี 2561-2563”

นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ กล่าวว่า มูลนิธิอภัยภูเบศรฯ ได้พัฒนางานด้านสมุนไพรมากว่า 35 ปี ถือว่าเป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับสมุนไพรไทยให้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ส่งเสริมและวิจัยยาสมุนไพรใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด สร้างผลิตภัณฑ์ยาด้วยภูมิปัญญาไทย ลดดุลการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สวนกระแสผู้บริโภคที่เลือกใช้ยาแผนปัจจุบัน ให้กลับมาสนใจยาสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพ ภายใต้แบรนด์“อภัยภูเบศร” นับเป็นโอกาสที่ดีมากในความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่มีองค์ความรู้ด้านสมุนไพรชนเผ่า และสมุนไพรใต้ป่าที่เกิดจากการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 93,000 ไร่ ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จ.เชียงราย ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จย่า”

ทั้งนี้ การผนึกกำลังของสองมูลนิธิฯ จึงนับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของการพัฒนาสมุนไพรชนเผ่า และที่สำคัญจะเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการจากธุรกิจเพื่อสังคมให้มีมาตรฐาน ขยายผลการแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

ส่งความรู้ สร้างความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357936

ส่งความรู้ สร้างความสุข

ส่งความรู้ สร้างความสุข

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แพร-ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ บอสใหญ่ อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) ผู้เติบโตมากับสิ่งพิมพ์ และเห็นคุณค่าของการอ่านเสมอ อยากให้เด็กไทยรักการอ่าน จัดกิจกรรมเพื่อสังคมยิ่งใหญ่ในรอบปี ส่งเสริมเด็กไทย ให้อ่านกันวันละ 15 นาทีเพื่อการเรียนรู้และเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ส่งหนังสือชุดความรู้ พร้อมชั้นวางกว่า 1,000 เล่ม โดยการสนับสนุนของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเริ่มส่งมอบหนังสือในโครงการให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา และดำเนินการส่งมอบต่อ อีกกว่า 52 โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถติดตามโครงการ“ส่งความรู้ สร้างความสุข” ได้ที่ The Happy Read .com และทาง Facebook The Happy Read

เฟ้นหา 6 สาวงามมีทักษะการเดินแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/357960

เฟ้นหา 6 สาวงามมีทักษะการเดินแบบ

เฟ้นหา 6 สาวงามมีทักษะการเดินแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สยามเจมส์ เฮอริเทจ ร่วมตัดสินเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 เฟ้นหา 6 สาวงามที่มีทักษะการเดินแบบในรอบฟาสแทร็กส์

สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 นำโดย ฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย ต้อนรับสาวงามจากเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ที่เข้าร่วมกิจกรรมรอบฟาสแทร็กส์ เฟ้นหา 6 สาวงามที่มีทักษะด้านการเดินแบบ ณ สยามเจมส์ เฮอริเทจ โดยมี ซินดี้-สิรินยา บิชอพ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 1996, เมญ่า-นนธวรรณ ฌรรวนธน มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 และ มิลค์-ภัทลดา กุลภัคธรภัทร์รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016 ร่วมเป็นกรรมการคัดเลือก ทั้งนี้ ทางกองประกวดจะประกาศผลผู้ชนะฟาสแทร็กส์ ในวันที่ 12 กันยายน 2561 ต่อไป