‘จ๊อบ-นิธิ’ ชวนสัมผัส #เชียงรายแต้แต้ แล้วคุณจะชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356344

‘จ๊อบ-นิธิ’ ชวนสัมผัส #เชียงรายแต้แต้ แล้วคุณจะชอบ

‘จ๊อบ-นิธิ’ ชวนสัมผัส #เชียงรายแต้แต้ แล้วคุณจะชอบ

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” เสาะหาจุดหมายปลายทางที่กำลังเนื้อหอมในหมู่ “คนมายา”มาฝากกันเจ้าค่ะ ฤดูนี้การท่องเที่ยว ทางน้ำอาจลำบากไปสักนิด ไหนจะมรสุม และฤดูน้ำหลาก ที่ต้องเฝ้าระวังกันทุกภาคส่วนเพราะฉะนั้นเราขอชวน ขึ้นเหนือ ไม่ต้องบุกป่า ฝ่าดง หรือเข้าถ้ำ ให้นึกหวั่นทริปนี้เป็นการตามลอย ศิลปวัฒนธรรม สัมผัสโครงการ เชียงรายแต้แต้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำขึ้น ด้วยการชูแนวคิด Chiang R A I(Relax Art Inspiration) สุนทรียภาพของการท่องเที่ยวด้วยความรู้ ความรัก และความเข้าใจในความเป็นเชียงรายอย่างถูกต้องและลึกซึ้ง

เพียงแค่ 3 วัน 2 คืน ก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ กับความสดชื่นที่จะได้รับจากการ แอ่วเจียงฮาย เมืองแห่งธรรมชาติบริสุทธิ์ ศิลปะทรงคุณค่า และแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจ ที่กูรูท่องเที่ยวอย่าง จ๊อบ-นิธิ ยังต้องยกให้เป็นเส้นทาง Recommend (แนะนำ) ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ใน เทศกาลวันแม่ ปีนี้

ส่วนของการเดินทาง “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ส่ง “ลูกหมี” ไปเป็นด่านหน้า อุ๊ปส์!! ไปร่วมสัมผัสเส้นทาง มาเล่าสู่กันฟังเจ้าค่ะ หากมุ่งตรงจาก กรุงเทพ มีสายการบินหลายระดับให้เลือก หรือจะขึ้นรถทัวร์ ขับรถเอง ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าอยากประหยัดเวลา และพละกำลัง พึ่งบริการ สนามบิน น่าจะตอบโจทย์ที่สุดเจ้าค่ะ

โปรแกรมทริปนี้ เริ่มต้นที่ 09.00 น. ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย มุ่งตรงไปยัง “ขัวศิลปะ” (ต.บ้านตู่ อ.เมือง) จุดศูนย์รวมของผลงานศิลปินท้องถิ่น พาใจให้นิ่ง และปลดปล่อยความคิดให้วิ่งไปกับสีสันความงามหลากหลายมุมมอง ที่นี่ก่อตั้งโดยกลุ่มศิลปินเชียงราย “ขัว” ในภาษาเหนือแปลว่าสะพาน “ขัวศิลปะ” จึงหมายถึง สะพานที่เชื่อมศิลปะสู่สังคม โดยนอกจากจะมีนิทรรศการงานศิลป์มาจัดแสดงให้ชม ที่นี่ยังมีร้านอาหาร มุมกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงโรงเรียนสอนศิลปะที่มีทั้งศิลปินเชียงราย และศิลปินนานาชาติ หมุนเวียนมาให้ความรู้

และแน่นอนกองทัพต้องเดินด้วยท้อง “ร้านลานนา ตะวันวา” (ต.ห้วยสักอ.เมือง) จึงเป็นเป้าหมายต่อไป เมนูแนะนำที่ชวนน้ำลายไหล คือ ไส้อั่วย่างเตาถ่าน ซึ่งใช้เวลาย่างต่อชิ้นนานร่วม 30 นาที!! รวมทั้งยังมีอีกหลายเมนูพื้นบ้านที่น่าสนใจ ในขณะที่บรรยากาศโดยรอบ โอบล้อมด้วยวิวทุ่งนาเขียวขจี และดอกกล้วยไม้หายาก ที่จัดตกแต่งให้ได้อิ่มตา และอิ่มท้องในเวลาเดียวกัน จากนั้นเดินทางกันต่อไปยัง “ไร่เชิญตะวัน” (ต.ห้วยสัก อ.เมือง) ซึ่งก่อสร้างโดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ที่นี่ไม่ได้มีแค่ ธรรมะจัดสรรแต่เหมาะที่จะใช้เวลาร่วมครึ่งวัน เพื่อดื่มด่ำกับปริศนาธรรมภายใน หอศิลป์ ว.วชิรเมธีฟังธรรมมะบรรยาย ณ สุญญตาคาร ศูนย์วิปัสสนาสากล รวมทั้งเยี่ยมชมโซนพุทธเกษตร ที่สร้างอาชีพให้กับชุมชนทั้งโครงการ เห็ดอารมณ์ดี, ขุมทองกลางกองขยะ และไส้เดือนเพื่อนรัก ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรนั้น ต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเองเจ้าค่ะ…สุดท้ายเราจบทริปวันแรกกันที่ “ไร่รื่นรมย์” (ต.งิ้ว อ.เทิง) ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ โดยสองพี่น้องคนรุ่นใหม่ เชอรี่-วิลาสินี และ แอปเปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ทายาทธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ SAT ที่หันมาชูเรื่องของ พืชเกษตรอินทรีย์ ด้วยการรังสรรค์กิจกรรมให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สถานีไข่ทองคำ (ฝึกทำไข่เค็ม, ไข่ทรงเครื่อง) สถานีเข้าใจข้าว (เรียนรู้การทำนา และทำขนมจากข้าว) และสถานีลายนิยม (สอนทำลายผ้ามัดย้อม) และจบวันด้วยดินเนอร์อาหารออร์แกนิกจากวัตถุดิบภายในฟาร์ม ที่ล้วนแต่มีส่วนผสมของสมุนไพร จิงจูฉ่าย ไม่ว่าจะเป็น คาว หวาน หรือน้ำดื่ม ให้ทานง่าย (และถ่ายคล่อง) ก่อนเข้านอนกันที่ โรงแรมแกรนด์วิว (ต.งิ้ว อ.เทิง)

เช้าวันที่ 2 เรามุ่งหน้าสู่ “วัดพระธาตุดอยโอ่ง” (ต.นางแล อ.เมือง) ที่ตั้งของ โฮงฮอมผญ๋า (หรือโฮงยาหมอเมืองล้านนา) ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้แพทย์ทางเลือก จัดตั้งโดย ตุ๊เม (ตุ๊ ภาษาเหนือแปลว่า พระ) หรือ พระเมธาวินทร์ แสนธิผู้เผยแพร่วิชาแพทย์ทางเลือกแห่งล้านนาโบราณ ด้วยการใช้พืชสมุนไพรรักษามีทั้งการ ตอกเส้น (จากไม้หรือเขาสัตว์ที่ถูกฟ้าผ่า) ย่ำขาง นอนย่างสมุนไพรแช่เท้าสมุนไพร สปาสุ่มไก่ ดื่มชา น่าดีใจที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ มาเรียนรู้วิชาโบราณกันหนาตา ส่วนเราผู้ไปเยือนนั้น สบายตัว เป็นที่สุดเจ้าค่ะ

เข้าสู่ช่วงเที่ยงวัน ก็เป็นเวลาของมื้ออาหาร คราวนี้เราแวะไปสัมผัสบรรยากาศดี๊ดี และทานข้าวกันที่ ร้าน “Time Chiang Rai” (ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง) ก่อนมุ่งตรงสู่ “หอศิลป์ฮอมแฮงฮัก”
(ต.นางแล อ.เมือง) บ้านของคู่รักสายศิลปิน อ.ธีรยุทธ และ อ.อรพิน สืบทิมหนึ่งใน 13 ศิลปินดังเมืองเชียงรายที่เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลป์ได้อย่างอบอุ่น และน่าดูชม สมชื่อฮอมแฮงฮัก ในส่วนของช่วงบ่ายนั้น แนะให้แวะไปพักกายพักใจกันที่ “บ้านสันทางหลวง” (ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน) สัมผัสวิถีชีวิต คนยอง (เมืองปลายสุดของรัฐฉาน ด้านตะวันออกในอดีต) โดยจัดตั้งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้รับการ ผูกข้อไม้ ข้อมือ ดั่งลูกหลาน รับชมการแสดงต้อนรับ กิจกรรมทอผ้า, ทาจักรสาน รวมถึง ปืนไผ่ การละเล่นพื้นบ้านที่ทำเอาผู้ร่วมทริปสนุกสนานกันจนไม่ยอมเลิกเจ้าค่ะ

คืนที่สอง เราหอบของเข้าพักกันที่ “ภูใจใส เมาน์เท่น รีสอร์ท” (ต.แม่สลอง อ.แม่จัน) หนึ่งในรีสอร์ทบูติกแห่งแรกของประเทศไทย ที่ใช้ ต้นไผ่ เป็นวัสดุก่อสร้างหลัก โดย หม่อมหลวง สุดาวดี เกรียงไกร นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังของไทย พัฒนาเนินเขาไม้ไผ่ให้กลายเป็น รีสอร์ทสไตล์ชนบท พร้อมตั้งชื่อภูใจใส เพื่ออุทิศให้กับมารดาที่รักยิ่งนางใจใส จักรพันธุ์ นั่นเองเจ้าค่ะ

วันเดินทางกลับ เราได้รับสิริมงคลกันแต่เช้า ด้วยการ “ใส่บาทพระขี่ม้า” จาก วัดป่าอาชาทอง กันที่หน้ารีสอร์ท ก่อนออกเดินทางไปยัง “ไร่ชา 101” (ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง) เดิมชมไร่ชา ดูการชงชา ชิมชา และการเก็บใบชาที่ไร่ชาขั้นบันได วิวทิวทัศน์เงินล้านแบบนี้ หาชมได้ที่ภาคเหนือเท่านั้นเจ้าค่ะ และขึ้นดอยแม่สลองทั้งที จุดที่พลาดไม่ได้คือ การไหว้พระ และสักการะ “พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี”บนจุดสูงสุดของเทือกเขาดอยแม่สลอง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า รวมถึงการแวะไปเคารพ “สุสานนายพลต้วน ซี เหวิน” ผู้เป็นที่รักของผู้คนบนดอยแม่สลอง รวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนถิ่นภาคเหนือ และจุดชมวิวส่วนนี้ ยังมองไปเห็นบ้านสันติคีรีทางเบื้องล่างโดยรอบอีกด้วย

ก่อนที่จะจบทริป ชวนเที่ยว เชียงราย แต้ แต้ อย่าลืมแวะไปสัมผัสอาหารพื้นบ้าน จีนยูนนาน กันด้วยนะเจ้าคะ และจุดหมายสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน คือ “Hacienda Coffee House (แฮซซิเอนด้าคอฟฟี่เฮ้าส์)” (ต.ท่าสุด อ.เมือง) ที่เดินเข้าร้านแล้วให้ความรู้สึกเสมือนหลุดไปอยู่ใน ดินแดนยุโรป กับมุมตกแต่งของร้านในสไตล์ British English Colonial โดยคำว่า Hacienda มาจากภาษาสเปน แปลว่า คฤหาสน์ หรือ บ้านไร่ ซึ่งเจ้าของร้านชื่นชอบในความเป็นบริชทิชสไตล์ จึงหยิบข้าวของเครื่องใช้ที่สะสมไว้มาตกแต่งภายในร้านได้อย่างลงตัว ที่สำคัญวิวทิวทัศน์ป่าเขาหลังร้าน ยากจะบรรยาย เพราะแค่ภาพถ่าย ยังเผยเสน่ห์ได้ไม่ถึงครึ่งของที่เห็นเจ้าค่ะ

นอกจากสถานที่ถิ่นไทย ณ เมืองเชียงราย จะมีหลายมุมมอง หลากสีสันให้เลือกสัมผัสแล้ว การต้อนรับที่อบอุ่นของผู้คนในพื้นที่ ยังเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ เพราะมิตรไมตรี รอยยิ้ม และน้ำใจที่ยิบยื่นให้ผู้มาเยือนนั้น ไม่ต่างจากการต้อนรับลูกหลานกลับบ้านเลยเจ้าค่ะ…เพราะฉะนั้นวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ ถ้ายังไม่มีจุดหมายปลายทางที่ไหน ลองวางโปรแกรมแวะไปสัมผัส เชียงราย แต้ แต้ กันดูนะเจ้าคะ “ลูกหมู” เชื่อว่า…แล้วคุณจะชอบเจ้าค่ะ

ลูกหมี

‘ต้น’ สุชาติ รวมพลังคนใจบุญ สร้างสุขผ่านเสียงเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356358

‘ต้น’ สุชาติ รวมพลังคนใจบุญ  สร้างสุขผ่านเสียงเพลง

‘ต้น’ สุชาติ รวมพลังคนใจบุญ สร้างสุขผ่านเสียงเพลง

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศิลปินรุ่นใหญ่ ต้น-สุชาติ ชวางกูร ขึ้นโชว์คอนเสิร์ตระดมทุนช่วยเหลือทหารตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ในชื่อคอนเสิร์ต “เหตุเกิดที่ต้น-สุชาติ ชวางกูร” โดยมีศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ และ 3 พี่น้องแห่งบ้านสินเจริญ บอม-เบิ้ล-บอย ร่วมสร้างความสนุก ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

คอนเสิร์ตเริ่มด้วยความสนุกสนานกับเพลงดังของสุนทราภรณ์ที่จัดมาให้ได้โยกย้ายในแบบลีลาศ จากนั้นมารำลึกความรักของแม่ในเดือนสิงหาคม กับเพลง “ด้วยรักของเธอ” ที่ ต้น-สุชาติ ชวนแฟนเพลงร่วมเปิดไฟสีฟ้า โยกไปพร้อมกับเพลง ก่อนจะไปฟังเพลงดังที่จัดมาเซตใหญ่ อาทิเพลง ดั่งเม็ดทราย, เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป, ไกลรัก, ภวังค์รัก และเพลง ใจรักที่นำมา MIX กับเพลงดัง ออเจ้าเอย จากนั้นวงสินเจริญ ก็ออกมาสร้างความสุข สนุกสนาน แถมยังดึง ชมพู ฟรุตตี้ ขึ้นเวทีมาร้องเพลงด้วยกัน เป็นการเซอร์ไพรส์แฟนเพลงอีกด้วย หลังจากนั้น แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ และชาวคณะ มาโชว์เพลง “กับข้าวเพชฌฆาต” ต่อด้วยการต่อเพลงฉ่อย กับเจ้าของคอนเสิร์ต ต้น- สุชาติ และมันต่อกับเพลง “ยายสำอาง” ที่ศิลปินทั้งหมดออกมาแจมเพลงนี้ร่วมกัน จากนั้น วงสินเจริญ ก็โชว์เดี่ยวกับการนำบทเพลงคาราบาวมาชวนแฟนเพลงกระโดดและเต้นกันเต็มฮอลล์อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นมนต์เพลงคาราบาว, ราชาเงินผ่อน, วณิพก, บัวลอย, เมดอินไทยแลนด์ ดีที่แฟนเพลงรุ่นนี้เขาไม่ยกพวกตีกัน ไม่งั้นคาราบาวก็คาราบาวเถอะ…มีหนาว…

ความมันยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะ สินเจริญ และ ต้น-สุชาติ ได้ดึง เบ๊กกี้-ริสา หงษ์หิรัญและเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า ขึ้นเวทีมาร้องเพลง เรียกว่าเป็นช่วงฉีกคิวเพลงทิ้งก็ว่าได้…เพราะเซอร์ไพรส์ทั้งคนร้อง คนฟัง และคนเล่น จากนั้นเข้าช่วงสุดท้าย ต้น-สุชาติ โชว์เดี่ยวกับเพลงสากล Medley Bonny M. ที่จัดเต็มมาพร้อแดนเซอร์และลีลาท่าเต้น ก่อนโซโล่เพลงดังชุดใหญ่ อาทิ กลัวใจ, สายธาร, จากฉันถึงเธอ, ด้วยรัก, จูบนั้นฉันรักเธอ, ดวงฤดี และเพลงประจำตัวใจรัก ที่ศิลปินออกมาร่วมกันร้องเพลงส่งท้าย เป็นการขอบคุณแฟนเพลงทุกคน แม้คอนเสิร์ตจะยาวนานแค่ไหนแฟนเพลงก็ยังคงไม่หนีไปไหน

ต้น-สุชาติ เผยความรู้สึกว่า “ขอบคุณแฟนเพลง ทุกคนที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เพราะรายได้ทั้งหมดเราจะนำไปใช้ในกิจกรรมช่วยทหารและตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงใช้ในการก่อตั้งมูลนิธิสร้างพลเมืองคุณภาพ ที่เราพยายามผลักดันกันให้เป็นรูปเป็นร่าง และเดินหน้ากันต่อไปให้สำเร็จครับ คอนเสิร์ตในครั้งนี้ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่มาร่วมกันสนับสนุน ทำให้ประสบความสำเร็จผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะแฟนเพลงทุกคนที่ยังคงเป็นกำลังใจให้กันเสมอมา ขอบคุณศิลปินรับเชิญ แม่ขวัญจิต และวงสินเจริญ ที่สร้างความสนุกสนาน ความแปลกใหม่ในคอนเสิร์ตผม ถือเป็นคอนเสิร์ตที่แหวกแนวไปอีกแบบ มีเพลงเพื่อชีวิต มีร้องรำตัดกับแม่ขวัญจิต และขอบคุณศิลปินที่มาเป็นคนดู แต่ถูกเรียกขึ้นเวทีและมาร่วมสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงทุกคนครับ ขอบคุณจากใจจริงๆ ครับ”

‘สิงโตTheStar’เผยชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร พ่อแม่เมาเหล้าตีกัน-เก็บขวดขายตั้งแต่เด็ก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356376

'สิงโตTheStar'เผยชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร พ่อแม่เมาเหล้าตีกัน-เก็บขวดขายตั้งแต่เด็ก!

‘สิงโตTheStar’เผยชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร พ่อแม่เมาเหล้าตีกัน-เก็บขวดขายตั้งแต่เด็ก!

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.25 น.

กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว สำหรับ หนุ่มสิงโต สิงหรัฐ หรือสิงโต เดอะสตาร์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ เป็นพิธีกร ถึงเรื่องราววัยเด็กที่เห็นพ่อแม่ตีกัน แถมยังต้องทำงานเก็บขวดขายตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

ชีวิตในวัยเด็กเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย

สิงโต : ครอบครัวบกพร่องครับ คือต้องบอกว่าครอบครัวของสิงโตมีปัญหาอยู่ตลอดเวลาคุณพ่อมีเมียหลายคนเกือบจะเป็น 10 ครับ วันที่ผมคลอดเขาก็ไม่ได้มาดู แล้วก็อยู่มาวันหนึ่งคุณพ่อก็ขอแยกทางกับคุณแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อน ซึ่งระหว่างทางคุณแม่ก็ทราบมาตลอดว่าคุณพ่อมีผู้หญิงอื่นแต่คุณแม่ก็รับได้เพราะว่าคุณแม่มีลูก อยู่เพื่อลูกแล้วก็ยังมีทะเลาะกันอีก ผมก็อยากจะบอกว่าพ่อแม่คนไหนถ้าเกิดมีปัญหากัน ไม่ควรมาทะเลาะตบตีกันให้ลูกเห็นครับ เหมือนที่ผมได้เห็นและผมได้สัมผัสคือพ่อทำร้ายแม่ตลอดเวลา โดนทุบโดนตี ตื่นเช้ามาแม่ผมมีบาดแผลของการโดนทำร้ายให้ผมเห็นตลอดซึ่งมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างแย่ครับ

ทำไมคุณแม่ถึงเลือกที่จะทน?

คุณแม่ : คิดถึงลูก ก็คือจะทนให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทนได้

หนักสุดเคยโดนถึงขั้นไหน?

คุณแม่ : ก็มีแผลช้ำบวม ชกต่อยอะไรอย่างนี้ค่ะ พาผู้หญิงคนใหม่มาแล้วก็มีปัญหากันคือคิดว่าตอนนั้นลูกเราก็ยังเด็กแล้วแม่ก็ไม่ได้คิดที่จะเลิกกับเขา

สิงโต คือแม่ค่อนข้างที่จะเป็นผู้หญิงแบบไทยคือมีความอดทนสูง แล้วก็มีความเมตตาคือใจอ่อนเลยก็ว่าได้ แล้วคุณแม่เขาก็เป็นห่วงเราด้วยเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ยอมทนในตอนนั้น

จำภาพวันที่พ่อกับแม่แยกทางกันได้ไหม?

สิงโต : จำได้แม่นเลยครับ ตอนนั้นผมประมาณ 7-8 ขวบ จำได้ว่าเขามาเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านเก็บด้วยความรวดเร็ว เขาไม่ได้หันมามองผมเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ผมนั่งอยู่ตรงนั้นไม่มีคำลาแม้แต่สักหนึ่งคำ ไม่มีการกอด ไม่มีการบอกลาเลยใดๆ ซึ่งตั้งแต่ผมจำความได้เขาไม่เคยแสดงความรักเลย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาก็ออกไปนอกบ้านตลอดกลับมาก็ตี 2 ตี 3 น้อยครั้งที่จะอยู่ด้วยกัน แล้วหลังจากวันนั้น เขาก็หายไปเลย ไม่ได้ติดต่อหรือว่าโทรมาให้กำลังใจใดๆเลย แต่เราก็ไม่ได้เรียกร้องเพราะว่าตัวผมมีความรักจากคุณแม่เต็มที่ เราจะกอดจะหอมกันตลอด ผมเลยไม่รู้สึกขาดความรัก

หลังจากนั้นอยู่กันยังไง?

สิงโต : คุณแม่กับคุณยายก็จะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินแล้วคุณแม่ก็ออกไปรับจ้างทำงานเป็นแม่บ้าน ได้วันละ 200 บาทสมัยก่อน ส่วนเรื่องของการเรียน ผมส่งตัวเองเรียนผมทำทุกอย่างตั้งแต่เก็บขวดขาย เศษเหล็ก พลาสติก กระดาษ หรืออะไรก็ตามที่ขายได้ผมทำหมด คือคุณยายเขาจะเป็นคนแนะนำผม เขาจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างแกร่ง แล้วก็เป็นผู้นำ อดทนครับ ตอนแรกๆเราก็จะรู้สึกอาย แต่คุณยายก็บอกว่า ไม่ต้องอายนะลูกงานนี้มันเป็นงานที่สุจริต แล้วก็ได้ช่วยเหลือให้บ้านเมืองเรามีขยะน้อยลง ได้เงินด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าไม่อายถึงแม้เพื่อนจะดูถูก เราก็ภูมิใจ แล้วเราก็จะได้เก็บเงินตรงนี้เอาไปซื้อหนังสือ ซื้อสมุด ปากกา ดินสอไปเรียน ผมค่อนข้างโชคดีที่เรียนโรงเรียนเทศบาล แล้วถ้าเกิดใครสอบได้ที่ 1 ของชั้น ก็จะได้ทุนเรียนฟรี แล้วเราก็จะมุ่งมั่นทุกปี ผมไม่ได้แค่เรียนอย่างเดียว ผมทำกิจกรรมทุกอย่าง ผมเป็นหัวหน้าห้อง แข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ได้รางวัลได้เงินซึ่งเป็นเงินก้อน ก็คือทำกิจกรรมทุกอย่างที่จะสามารถผลักดันตัวเองให้เรียนหนังสือได้

เห็นว่าเลิกกันใหม่ๆคุณแม่เครียดถึงขนาดติดเหล้า จริงไหม?

คุณแม่ : ก็เครียดค่ะ ตอนเลิกกันใหม่ๆกินข้าวกินปลาไม่ได้ ร่างกายซูบผอม แล้วก็ติดเหล้า กินแทบทุกวัน แต่มานึกขึ้นได้เมื่อมองเห็นหน้าลูกว่าเราทำอย่างนี้ไม่ได้แล้วนะ

อะไรเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้สิงโตมีวันนี้ได้?

สิงโต : คำสอนของในหลวงครับ คือเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผม เพราะว่าเวลาผมมีปัญหาผมไม่มีที่ปรึกษา ไม่มีแม่ เพราะแม่ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่มีพ่อที่คอยให้ปรึกษา ผมอยู่กับยาย เวลาอยู่ในโรงเรียนมันมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพื่อน สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็จะไม่มีใครให้ปรึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้ได้คือคำสอนของในหลวงจริงๆครับ

ตอนนั้นทำไม คิดถึงคำสอนของในหลวงของเรา ไปเห็นมาจากไหน?

สิงโต : คือที่บ้านก็จะมีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ ที่คุณยายเก็บไว้แล้วก็มีหนังสือ เป็นหนังสือรวมพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ผมก็เปิดอ่านด้วยความที่เป็นเด็กเราก็ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว อย่างที่เราต้องสอบแข่งขันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เวลาว่างเราก็อ่านหนังสือ เวลาเครียดผมก็จะเปิดอ่านตลอด แล้วทุกครั้งที่ผมอ่าน ผมจะรู้สึกดีขึ้น มันเหมือนมีพลังแล้วก็แรงบันดาลใจบางอย่างที่ทำให้เราสามารถก้าวเดินต่อไปได้

ตอนเด็กๆได้เรียนร้องเพลงไหม?

สิงโต : ไม่ได้เรียนครับ มาจากสิ่งที่เราตั้งใจแล้วก็ศึกษาด้วยตัวเอง ทั้งทางด้านของวิชาการแล้วก็สายบันเทิงครับ

ทำไมถึงตัดสินใจประกวด The Star ในปีนั้น?

สิงโต : อย่างแรกคือผมอายุแค่ 15-16 ปี ผมยังไม่มีวุฒิจะไปสมัครงานได้ตามบริษัทครับแล้วสิ่งที่เราอยากจะทำคือเราอยากเปลี่ยนแปลงครอบครัวของเรา อยากจะทำให้ครอบครัวของเราดีขึ้น อยากจะทำให้ตัวเองได้มีโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือ ได้เป็นนักบินได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ เราก็พยายามฝึกฝนด้วยตัวเองครับ ตอนนั้นปีที่ผมประกวดคือผมอายุน้อยที่สุด แล้วรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่มาประกวดก็มีประสบการณ์หมดเลย เราก็ต้องใช้พลังค่อนข้างเยอะ เพราะว่าเรามาด้วยตัวเอง ไม่มีพ่อแม่สนับสนุน คือคุณแม่เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าผมจะประกวดครับ

เห็นว่าพอชนะการประกวด ขออะไรคุณแม่?

สิงโต : ขอให้แม่เลิกเหล้า แล้วก็เลิกบุหรี่ให้ผมครับ

คุณแม่เห็นลูกขอแบบนี้ ว่ายังไงบ้าง?

คุณแม่ : แม่ก็บอกได้เลยลูก แล้วก็เลิกเลยเพราะลูก

ตอนนั้นภูมิใจกับลูกขนาดไหน?

คุณแม่ : ภูมิใจมาก แม่ก็ไม่คิดว่าครอบครัวของเราจะมาอยู่จุดตรงนี้ได้ เพราะเราก็แบบเป็นแม่ค้าธรรมดา พ่อลูกมาขอแม่ แล้วถ้าเกิดคนที่เป็นแม่ทำให้ลูกแค่นี้ไม่ได้ ก็ไม่ใช่แล้วนะ

ตั้งเป้าไว้ขนาดไหนกับการประกวดครั้งนี้?

สิงโต : ผมไม่ได้คิดว่าผมจะได้ที่ 1 นะครับ แต่ผมก็ตั้งใจอยากจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จนานแล้ว แต่เราก็ไม่มีวิธีทำ เพราะคุณแม่เขาก็เครียดของเขา แต่เราก็พยายามที่จะพัฒนาตัวเองหรือทำอะไรก็ได้ที่ให้ครอบครัวเห็นว่า เด็กคนนี้สามารถเป็นหลักได้นะ และเป็นหลักได้ต้องเชื่อเขา เหมือนกับว่าอะไรที่ไม่ดีก็ไม่ให้ทำ แล้วสิ่งนี้ก็ทำให้ผมไม่ชอบการดื่มเหล้า ตั้งแต่เด็กจนโตถึงตอนนี้อายุ 26 ปีแล้ว ผมยังไม่เคยเมาสักครั้ง เวลาไปออกงานโดนผู้ใหญ่บังคับให้ดื่มก็พอดื่มได้บ้าง แต่ว่าทุกครั้งที่ดื่มมันก็จะมีภาพ สมัยเด็กๆที่คุณแม่โดนทำร้ายเกิดขึ้นมาในหัวอยู่ตลอด ดังนั้นผมก็เลยอยากที่จะเรียกอะไรพวกนี้ตลอดเวลา หลายๆท่านก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมสิงโตอยู่ในวงการบันเทิง ถึงไม่ปาร์ตี้บ้างอะไรบ้าง เพราะว่าผมยังไม่เคยเล่ามุมนี้ให้ใครฟัง ว่าผมมีปมตรงนี้ เลยทำให้ผมไม่ชอบอะไรอย่างนี้เลยครับ

เพราะปมเหล่านี้ใช่ไหม ที่ทำให้ สิงโต มีทุกอย่างเหมือนวันนี้ได้?

สิงโต : มันเป็นวิธี คือต้องเรียกว่า เปลี่ยนมุมในการมอง คือถ้าเราไปมองว่าพ่อแม่เราติดเหล้าเราต้องติดด้วย ข้างบ้านมีค้าขายสิ่งเสพติดเราต้องมั่วสุมด้วย อันนั้นมันก็จะไปอีกทางนึงเลย แต่ถ้าเราบอกว่า ไม่!ยิ่งมีแบบนี้เท่าไหร่มันก็จะกลับด้านแล้วยิ่งทำให้ตัวเองดียิ่งจะพัฒนาให้ เราห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ อบายมุขพวกนี้ให้ได้ ก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองไปได้

ชนะเวทีเดอะสตาร์มา 9 ปีแล้วทำไมยังไม่เคยบอกเรื่องนี้?

สิงโต : จริงๆแล้วผมไม่ได้เอาชีวิตของผมเลย แต่เราแค่มองว่าเราเป็นศิลปิน เราเป็นนักเอนเตอร์เทนเนอร์ เราอยากมอบความสุขให้กับคนดู ให้กับแฟนคลับ แล้วก็ด้วยตอนนั้นเรายังเด็ก เราอยากที่จะมีวุฒิภาวะมากพอที่จะมาพูดเรื่องแบบนี้ อยากจะให้แฟนคลับเข้าใจ เพราะว่าถ้าเราไปพูดตอนที่เราเป็นเด็กแฟนคลับอาจจะไม่เข้าใจ แต่เรามาพูดตอนที่เรามีตำแหน่งหน้าที่การงาน มีบ้าน มีอะไรที่มั่นคงแล้ว เราถึงมาเปิดเผยให้ทุกคนเห็นว่าเด็กที่เป็นกำพร้า พ่อแม่ทิ้งไม่มีใครส่งเรียน ก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

ถามความรู้สึกวันนี้ ยังรู้สึกโกรธคุณพ่ออยู่ไหม?

สิงโต : ไม่เคยโกรธครับ ถ้าเป็นเรื่องของคุณพ่อเนี่ยผมเคยเสียน้ำตาแค่ครั้งเดียวคือตอนอาจารย์เอาสารคดีมาเปิดให้ดู แล้วมันเป็นสารคดีสัตว์มีภาพตอนที่พ่อแม่นกเอาอาหารคาบไปป้อนให้ลูกของมัน อยู่เฉยๆผมก็ร้องไห้ออกมา โดยที่คุณครูและทุกคนไม่รู้สาเหตุว่าร้องไห้ทำไม ตอนนั้นด้วยความที่เป็นเด็กมันก็เกิดความรู้สึกอนาถใจว่า สัตว์มันยังไม่ทิ้งลูกของมันเลย แล้วทำไมคนแท้ๆถึงต้องทิ้งลูกของตัวเอง มันเลยเกิดอารมณ์ ขึ้นมาแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็ไม่เคยมีอารมณ์ในการโกรธอีกเลย

พูดแบบนี้ อาจจะเป็นการประจานพ่อตัวเองหรือเปล่า?

สิงโต : จริงๆแล้วที่ผมมาพูดในวันนี้ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมจริงๆแล้วมันก็มีรายละเอียดอีกเยอะมาก แต่ว่าวันนี้คือผมอยากจะมาให้กำลังใจ กับครอบครัว สำหรับเด็กที่ตกอยู่ในสถานการณ์ เดียวกับผมให้มีกำลังใจแล้วก็ให้เชื่อมั่นว่าเราสามารถประสบความสำเร็จได้ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาประจาน เพราะว่าทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว ถึงไม่ประจานมันก็เป็นเรื่องจริงครับ

คุณแม่อยากจะบอกอะไรกับลูกไหม?

คุณแม่ : ก็ชื่นชมลูก ไม่คิดว่าลูกจะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ ก็รักลูกมาก ก็อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกทำมันก้าวหน้า สดใสรุ่งเรืองต่อไปค่ะ รักลูกนะ

‘SHINE ศฤงคาร’ ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘จบลงแล้ว’2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356369

‘SHINE ศฤงคาร’ ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘จบลงแล้ว’2018

‘SHINE ศฤงคาร’ ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘จบลงแล้ว’2018

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.16 น.

ด้วยสไตล์การร้องแนวดนตรีและน้ำเสียงแหบเสน่ห์รวมถึงมิวสิควีดีโอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่อนข้างสูงจนใครหลายต่างต้องยกนิ้วให้ ทำให้วันนี้ SHINE ศฤงคาร ยุวานนท์ กลายเป็นศิลปินที่น่าจับมอง จากผลงานเพลงที่ถูกรังสรรค์สร้างออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น ไม่อยากจะพูดมาก ,ยังคอยเธอ ,ไม่มีความรักให้เธออีกแล้ว  ก็สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลง ล่าสุดภายใต้สังกัด SHINE MUSIC THAILAND  เค้าคนนี้กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ ‘จบลงแล้ว’2018 ที่บอกได้คำเดียวว่ายังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้อย่างเหนียวแน่น และมีลูกเล่นที่แพรวพราวมากกว่าซิงเกิ้ลไหนๆ โดย SHINE ศฤงคาร เล่าให้ฟังว่า

สำหรับเพลง‘จบลงแล้ว’2018 เป็นเพลงใหม่ล่าสุดภายใต้สังกัด SHINE MUSIC THAILAND เป็นซิงเกิ้ลอันดับที่4 หลังจากก่อนหน้านี้เคยปล่อยเพลง ไม่อยากจะพูดมาก, ยังคอยเธอ, ไม่มีความรักให้เธออีกแล้ว ออกมาปีละซิงเกิ้ล โดยเพลง‘จบลงแล้ว’ผมเขียนไว้นานแล้ว หยิบขึ้นมาคิดว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่จะนำเพลงนี้ขึ้นมาทำ เนื้อหาของเพลงก็จะเกี่ยวข้องกับความรักของคนสองคนที่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ เป็นเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวัง สำหรับการทำงานผมได้ประสบการณ์มาเยอะมากจากซิงเกิ้ลเพลงแรกที่เคยได้ทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ผมก็ค่อยๆ สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ

ส่วนการทำงานเริ่มจากการเข้าห้องอัด ดนตรี เนื้อร้อง ทำนอง ผมเป็นคนเขียนเองทั้งหมด ซึ่งกว่าจะรวบรวบทุกสิ่งอย่างตามที่เราต้องการได้ก็เรียกได้ว่าเป็นงานหนักพอสมควร ทั้งในเรื่องดนตรี และเวลาอัดเสียงที่เราต้องใช้บุคลากรที่มีความถนัดในด้านนั้นๆ มาช่วย  การทำงานในห้องอัดค่อนข้างยากพอสมควร ไหนจะต้องเชิญศิลปินระนาดเอกจากกรมศิลปกรมาช่วย มีซออู้ เครื่องสาย มาผสมผสาน  ในดนตรีที่ผมวางไว้ก็ถือว่าเป็นงานหิน เพราะต้องการ ใช้เครื่องดนตรีมาสื่ออารมณ์ต่างๆ ของเนื้อหาเพลง ให้รู้สึกถึง ความรัก ความอบอุ่น ความโกรธ แม้กระทั่งตัวมิวสิควีดีโอเองเราก็จะมีทั้ง ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้เป็ยตัวสื่ออารมณ์เรียกได้ว่าเป็นซิงเกิ้ลเพลงที่ยากที่สุด แต่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่ทำมา เรียกได้ว่าเพลงนี้ค่อนข้างเป็นตัวเองมากพอสมควร อุปสรรคบางครั้งการใช้เสียงร้องมันต้องใช้กำลังเยอะ บางทีเสียงไม่ถึง หางเสียงตกบ้าง การถ่ายทำเอ็มวีก็มีอุปสรรคมีความลำบากพอสมควรเพราะเราทำกันเองทั้งหมด  เหนื่อยพอสมแต่ก็มีความภาคภูมิใจและมีความสุข  กระแสตอบรับผมว่าดีขึ้นทุกๆ ปีทุกๆ ซิงเกิ้ลตามลำดับ เหมือนกำแพงที่ค่อยๆ สร้างแล้วตอนนี้ก็กำลังจะสำเร็จ อย่างไงผมก็ขอฝาก เพลง‘จบลงแล้ว’ไว้ด้วยนะครับ

‘คริส หอวัง’ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356267

'คริส หอวัง'ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่

‘คริส หอวัง’ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.00 น.

บริษัท ดีเซนที จำกัด จัดงานเปิดตัว “PINKY GLOW” พิงค์กี้ โกลว์ เกรปฟรุ๊ต วิตามินซี สครับ มิลล์ออยส์   เจลอาบน้ำเกรปฟรุ๊ต ผสมสครับน้ำนม  ที่สมบูรณ์แบบในทุกขั้นตอนของการทำความสะอาดผิวกาย ทั้งขัด-อาบ-บำรุง-หอมสดชื่น ไว้ในขวดเดียว สะดวก รวดเร็ว พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สาวเซ็กซี่  “คริส หอวัง” ที่จะมาอาบน้ำโชว์ผิวสวยใสสุขภาพดี  โดยมี 2 พระเอกหนุ่ม “เวียร์-ศุกลวัฒน์” และ “เจมส์-จิรายุ” ร่วมพิสูจน์ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค.61 เวลา 17.30 น. ณ โซนเอเทรี่ยม 3  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  ปิดท้ายด้วยความสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ต “เป๊ก-ผลิตโชค” งานนี้เอาใจสาวๆ แบบครบสูตร  กับผิวสวยใส พร้อมกลิ่นกายหอมสดชื่น

ฟิลลิปส์THE FACE MEN THAILAND ชวนหนุ่มหล่อสมัครออดิชั่นThe Face Men Thailand Season 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356319

ฟิลลิปส์THE FACE MEN THAILAND ชวนหนุ่มหล่อสมัครออดิชั่นThe Face Men Thailand Season 2

ฟิลลิปส์THE FACE MEN THAILAND ชวนหนุ่มหล่อสมัครออดิชั่นThe Face Men Thailand Season 2

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.30 น.

ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในหนุ่มฮ๊อตขวัญใจสาวๆ สำหรับ ฟิลลิปส์- ณัทธนพล ทินโรจน์ แชมป์คนแรกแห่งเวที The Face Men Thailand ที่แจ้งเกิดกันไปเลยจากเวทีสุดฮ๊อตนี้ ซึ่งล่าสุดไม่รอช้าขอมาเชิญชวนหนุ่มๆ ให้มาพิชิตความฝันกับการกลับมาอีกครั้งกับเวทีค้นหานายแบบมากความสามารถ ““The Face Men Thailand Season 2”ที่นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสสู่วงการแฟชั่นและบันเทิงแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้พิสูจน์ฝีมือและพัฒนาความสามารถไปอีกขั้นกับโจทย์อันท้าทายและการได้เรียนรู้ประสบการณ์จริงจากเหล่าเมนเทอร์ตัวท็อปอีกด้วย

“ดีใจมากครับ ที่ The Face Men Thailand ได้กลับมาพบกับทุกๆ คนอีกครั้ง สำหรับผมเองซึ่งเป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านรายการนี้มา บอกเลยว่ามันเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากๆ เรียกว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราจะได้พิสูจน์ความสามารถและความเชื่อมั่นในตัวเอง กับการผ่านแต่ละอีพีที่มันท้าทายมากๆ เพราะโจทย์ต่างๆ ในมาสเตอร์คลาสและแคมเปญที่บอกได้เลยว่าไม่ง่าย และก็เป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เรียนรู้เทคนิคการเดินแบบ ถ่ายแบบ และการแสดง จากกูรูจากแต่วงการจริงๆ โดยเฉพาะเมนเทอร์ที่เต็มที่กับพวกเรามากๆ สำหรับการกลับมาอีกครั้งของ The Face Men Thailand Season 2 ครั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะมีเซอร์ไพรซ์สนุกๆ มาให้ท้าทายกันแน่นอนครับ และสำหรับคนที่สนใจอย่ารอช้าและอย่าปล่อยให้โอกาสแบบนี้ผ่านไปครับ”

ผู้สนใจสมัครออดิชั่น“The Face Men Thailand Season 2”สามารถสมัครเข้าร่วมออดิชั่นได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยจะเปิดออดิชั่นพร้อมกันในวันที่11 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00-18.00 น. ณ กันตนา สตูดิโอ รัชดา รายละเอียดเพิ่มเติคลิกhttps://www.facebook.com/thefaceth/

‘แดเนียล เฟรเซอร์’ชวนคอกาแฟสายชิลล์ เสพกลิ่นวัฒนธรรมปกาเกอะญอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356303

'แดเนียล เฟรเซอร์'ชวนคอกาแฟสายชิลล์  เสพกลิ่นวัฒนธรรมปกาเกอะญอ

‘แดเนียล เฟรเซอร์’ชวนคอกาแฟสายชิลล์ เสพกลิ่นวัฒนธรรมปกาเกอะญอ

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.08 น.

“แดเนียล เฟรเซอร์” ชวนคอกาแฟสายชิลล์

เสพกลิ่นวัฒนธรรมปกาเกอะญอ

ที่บ้านแม่กลางหลวง จ.เชียงใหม่

เสพกลิ่นวัฒนธรรมชนเผ่าโบราณ สัมผัสธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ จิบกาแฟแก้วโปรดท่ามกลางวิวหลักล้าน กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” เอาใจคอกาแฟสายชิลล์ พาชมโรงต้มกาแฟ พร้อมลิ้มรสชาติกาแฟโบราณหอมกรุ่น ณ บ้านแม่กลางหลวง จังหวัดเชียงใหม่

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้าถึงชุมชนแม่กลางหลวงแล้ว แต่คนในชุมชนนั้นกลับยังให้ความสำคัญและรักษาวัฒนธรรมจากคนรุ่นก่อน สู่คนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะเป็น โรงต้มกาแฟโบราณ ที่อยู่คู่กับชาวแม่กลางหลวงมานาน อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์บนเครื่องนุ่งห่มของชาวปกาเกอะญอ อย่างเสื้อผ้าที่สวมใส่ด้านหน้า และด้านหลังจะมีความยาวเท่ากัน เพราะมีความเชื่อว่า เสื้อผ้าที่ยาวเท่ากันคือความดีต่อหน้า และลับหลัง การไม่โกหก หรือความเสมอภาค นอกจากนี้ยังมีวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม อย่างการทำนาข้าวขั้นบันได อันเป็นภูมิปัญญาของชาวปกาเกอะญอ ซึ่งคนในสมัยก่อนเริ่มทำขึ้นเพื่อจัดแจงทิศทางการเดินน้ำ

บ้านแม่กลางหลวงแหล่งชมนาขั้นบันไดอันกว้างใหญ่ สามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ มีที่พักแบบโฮมสเตย์ รองรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ติดตามชมความงดงามของบ้านแม่กลางหลวง ในรายการหลงรักยิ้ม วันเสาร์ ที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD) หรือสอบถามรายละเอียดได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/longrukyim/

Along With The Godsเดินหน้าทำลายทุกสถิติ 5วันผู้ชมแซงหน้า Avengers: Infinity War

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356301

Along With The Godsเดินหน้าทำลายทุกสถิติ 5วันผู้ชมแซงหน้า Avengers: Infinity War

Along With The Godsเดินหน้าทำลายทุกสถิติ 5วันผู้ชมแซงหน้า Avengers: Infinity War

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.05 น.

แรงสุดนาทีนี้! “Along With The Gods: The Last 49 Days” เดินหน้าทำลายทุกสถิติ

เปิดฉาย 5 วัน ผู้ชมทะลุ 6 ล้านคน แซงหน้า Avengers: Infinity War

ขึ้นแท่นหนังทำเงินเร็วสุดในประวัติศาสตร์เกาหลี

แม้จะเพิ่งเข้าฉายที่ประเทศเกาหลีได้เพียงไม่กี่วัน แต่ภาพยนตร์เรื่อง “Along With The Gods : The Last 49 Days” ก็ได้ทำลายสถิติบ็อกซ์ ออฟฟิศเกาหลีแบบไม่หยุดพัก โดยเริ่มจากการทำลายสถิติยอดคนดูวันแรกทะลุ 1.24 ล้านคน เบียดแชมป์เก่าอย่าง Jurassic World: Fallen Kingdom ด้วยสถิติยอดคนดูวันแรกที่ 1.18 ล้านคนไปอย่างขาดลอย และยังคงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องด้วยยอดคนดูหลักล้านต่อวัน กลายเป็นกระแสฝ่านรกกันทั้งเกาหลีในช่วงนี้

ล่าสุด Along With The Gods : The Last 49 Days ยังคงเดินหน้าทุบทุกสถิติ ด้วยยอดคนดูที่ทะลุ 6 ล้านคน กวาดรายได้ไปกว่า 51,783,623,000 วอน ภายในระยะเวลาเพียง 5 วัน ขึ้นแท่นเป็นหนังทำเงินเร็วสุดในประวัติศาสตร์บ็อกซ์ ออฟฟิศเกาหลี เอาชนะภาพยนตร์ทุกเรื่อง ทุกสัญชาติรวมถึงหนังดังก่อนหน้าอย่าง Avengers: Infinity War ด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังเตรียมลุ้นอีกว่า Along With The Gods : The Last 49 Days จะกลายเป็นหนังที่ทำยอดคนดูสูงสุดในประวัติศาสตร์เกาหลีได้หรือไม่ เพราะในภาคแรก หรือ “Along With The Gods : The Two Worlds” นั้น ได้ไต่ระดับขึ้นไปเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอยู่ที่อันดับ 2 ด้วยยอดผู้ชมกว่า 14 ล้านคนตลอดการเข้าฉาย โดยที่อันดับหนึ่งคือภาพยนตร์เรื่อง Roaring Currents ที่ยังครองสถิติหนังทำรายได้สูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดคนดูกว่า 17 ล้านคนตลอดการเข้าฉาย ซึ่งหากมองกระแสที่กำลังมาแรงของ Along With The Gods : The Last 49 Days ในขณะนี้ การไต่ขึ้นสู่ตำแหน่ง หนังที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล คงเป็นไปได้ไม่ยากนัก

อีกไม่นานเกินรอ แฟนหนังชาวไทยเตรียมนับถอยหลังสู่การเดินทางหลายพันปีที่จะสิ้นสุดลงที่นี่! ขั้นสุดแห่งการตัดสินครั้งสุดท้ายสะเทือนทั้งปรโลกใน “Along with the Gods: The Last 49 Days ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2” : 9 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

Along with the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2 – [ ตัวอย่าง พากย์ไทย ] = https://youtu.be/zw3xqW29m8M

Along with the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2 – [ ตัวอย่าง ซับไทย ] = https://youtu.be/5tTIkVzHo94

เบื้องหลังงานสร้าง สานต่อปรากฏการณ์จากภาคแรก = https://youtu.be/tddQVhLxbFA

ถึงคราว 3 ยมทูตต้องถูกตัดสิน = https://youtu.be/GiVDvWVqj9s

‘ขุนพันธ์ 2 BLOOD HEROสละเลือดเพื่อชาติทะลุเป้ากว่า 1,631,600 ซีซี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356281

'ขุนพันธ์ 2 BLOOD HEROสละเลือดเพื่อชาติทะลุเป้ากว่า 1,631,600 ซีซี'

‘ขุนพันธ์ 2 BLOOD HEROสละเลือดเพื่อชาติทะลุเป้ากว่า 1,631,600 ซีซี’

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.35 น.

ประสบความสำเร็จไปอย่างงดงามกับโครงการดีๆที่ทาง บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผนึกกำลังกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เชิญชวนทุกคนร่วมสร้างปรากฏการณ์ระดมเลือดครั้งยิ่งใหญ่กับกิจกรรม “ขุนพันธ์ 2 BLOOD HERO สละเลือดเพื่อชาติ 1 ล้านซีซี” เพื่อส่งต่อให้กับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดยมี คุณอวิกา  เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด, คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ  รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารการตลาด บ.สหมงคลฟิล์มฯ นำทีมนักแสดง อนันดา เอเวอริงแฮม, เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ, แม็กกี้ อาภา ภาวิไล,วุฒิ นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์ และ ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับ จาก “ขุนพันธ์2” ภาพยนตร์แอคชั่นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอยเดินสายไปยังโรงภาพยนตร์ 4 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29-30 ก.ค. และ 4-5 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ทั้ง กรุงเทพฯ, สุพรรณบุรี, นครศรีธรรมราช และ นครราชสีมา เพื่อพบปะเชิญชวนพี่น้องให้มารวมพลังสร้างความดี พร้อมให้กำลังใจและมอบ เสื้อยืดขุนพันธ์ 2 BLOOD HERO(Limited Edition) จัดทำขึ้นเป็นพิเศษให้กับบรรดาฮีโร่ที่บริจาคเลือดด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด   นอกจากนี้ยังได้มีการรับบริจาคที่ ศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ในช่วงวันที่ 1-3 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวได้ว่าตลอดระยะเวลาในการทำกิจกรรมดังกล่าว ล้วนได้รับความสนใจจากประชาชนที่ร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวน 4,079 คน (ไม่รวมกับผู้ประสงค์จะบริจาคแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ในการบริจาคอีกเป็นจำนวนมาก) ส่งผลให้มียอดจำนวนโลหิตที่ได้รับการบริจาคทะลุเป้าที่วางไว้ 1 ล้านซีซี   โดยมียอดบริจาคโลหิตรวมทั้งหมด   1,631,600ซีซี

โดยเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา เหล่านักแสดงนำได้มีโอกาสเยือนจ.นครศรีธรรมราชบ้านเกิดท่านขุนพันธ์ และร่วมสักการะอนุสาวรีย์ขุนพันธรักษ์ราชเดช ณ หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อความเป็นสิริมงคล  ก่อนเดินทางไปสักการะรูปปั้นท่านขุนพันธ์ ณ บ้านพันธรักษ์ราชเดช พร้อมชม ดาบแดง อาวุธประจำตัวที่เคยใช้จริงของท่านขุนพันธ์ในอดีตอีกด้วย

หนึ่งความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในทุกๆฝ่ายที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างปราฎการณ์แห่งความเสียสละ ก่อให้เกิดความดีอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ร่วมกัน ที่ส่งผลประโยชน์ต่อชีวิตของเพื่อนมนุษย์ที่ทาง สหมงคลฟิล์มฯ และเหล่าพันธมิตรจะร่วมผลักดันให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

เตรียมพบกับภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ “ขุนพันธ์ 2” การดวลด้วยศรัทธา ล่าด้วยอาคม จะนำไปสู่สัญชาตญาณแห่งความเป็นเสือที่อาจจะต้องเหลือตัวที่แกร่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียว 23 สิงหาคมนี้ พร้อมชมทุกโรงภาพยนตร์

 

แฟนคลับแน่น ‘Miss you Meet you กับ เต้ วิทย์สรัช’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/356279

แฟนคลับแน่น 'Miss you Meet you กับ เต้ วิทย์สรัช'

แฟนคลับแน่น ‘Miss you Meet you กับ เต้ วิทย์สรัช’

วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.31 น.

อบอุ่นและเต็มอิ่มด้วยความสุข สำหรับกิจกรรม “Miss you Meet you กับ เต้ วิทย์สรัช” ของนักร้องหนุ่มเสียงดี เจ้าของบทเพลงสุดฮิต ความทรงจำ, ความหวังเล็กๆ ฯลฯ “เต้-วิทย์สรัช สุขวัฒนศิริ” แม้ห่างหายจากวงการเพลงไปนาน เพื่อไปดูแลธุรกิจครอบครัว กับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิริวัฒน์ คอร์ปอเรชั่น 1976 จำกัด  ณ ร้าน ไอนุ (ทองหล่อ) โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปทำบุญที่ โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ งานนี้เพื่อนศิลปิน อาทิ ลูกปัด ชลลนันท์,ทอฟฟี่ นิชาภา โพธิงาม, แนน วาทิยา, ปนัดดา เรืองวุฒิ ฯลฯ ร่วมเซอร์ไพร้ส์ด้วย

โดย “เต้ วิทย์สรัช” เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า “ต้องบอกว่ากิจกรรม Miss you Meet you กับ เต้ วิทย์สรัช มันคือความสุขของนักร้องตัวเล็กๆ อย่างผม ไม่คิดว่าแฟนคลับจะยังเหนียวแน่น เพราะว่าผมห่างหายจากวงการไปนาน เพื่อไปดูแลธุรกิจของครอบครัว แต่ทุกคนก็ยังรักและให้ความอบอุ่นผมเสมอ เราเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่มาเติมเต็มซึ่งกันและกัน ตอนแรกก็แอบกังวลว่าจะมีแฟนคลับมามั้ย แต่ทุกคนต้องขอบคุณเพื่อนๆ ศิลปินทั้ง  ลูกปัด ชลลนันท์,ทอฟฟี่ นิชาภา โพธิงาม, แนน วาทิยา, ปนัดดา เรืองวุฒิ ที่มาร่วมทำบุญด้วยกัน เพราะรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วก็จะนำไปบุญที่ โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ภาพในวันนี้ผมจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป” เต้ กล่าว