วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356521

วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2561  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 โดยจัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 โดยเวลา 06.30 น. พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 2 เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิมนต์มาจากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร จำนวน 67 รูป โดยมี พล.ต.อ.พิชิตควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดพิธีทำบุญตักบาตรฯ พร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรร่วมพิธี ณ ห้องอาหารสมาชิกรัฐสภา ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1 จากนั้นเวลา 08.20 น. ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ณ บริเวณด้านหน้าศาลพระสยามเทวาธิราช และในเวลา 09.15 น. จัดให้มีพิธีถวายพระพรชัยมงคล โดยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และนำคณะผู้ร่วมพิธี กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน ณ หน้าพระฉายาลักษณ์ หน้าอาคารรัฐสภา 2

สำหรับกิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ในช่วงบ่าย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทยเสมอมา ทรงมีพระราชหฤทัยแน่วแน่ในการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมชนกนาถ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า พระองค์ได้อุทิศพระวรกาย พระปัญญาและพระราชทรัพย์ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่ออำนวยประโยชน์แก่อาณาประชาราษฎร์ โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือให้แก่พสกนิกรผู้ยากไร้ให้สามารถพึงพาตนเอง รวมถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา เป็นที่ประจักษ์และประทับอยู่ในใจของพสกนิกร ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในการสมานสามัคคี ร่วมกันทำความดีเพื่อส่วนรวม ก่อให้เกิดความสงบร่มเย็นและความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติและประชาชน จากนั้นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้นำคณะจิตอาสาซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุคลากรในวงงานรัฐสภา ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวคำปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติการจิตอาสา โดยการทำความสะอาดทางเท้าบริเวณวัดน้อยนพคุณ และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ รวมทั้งเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงและผู้พิการในชุมชนบริเวณดังกล่าว ก่อนร่วมกันถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาแก่วัดน้อยนพคุณ

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1, พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าศาลพระสยามเทวาธิราช

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1, พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าศาลพระสยามเทวาธิราช

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และนำคณะผู้ร่วมพิธี กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และนำคณะผู้ร่วมพิธี กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน

พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดพิธีทำบุญตักบาตรฯ พร้อมด้วยสมาชิก สนช. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดพิธีทำบุญตักบาตรฯ พร้อมด้วยสมาชิก สนช. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำคณะจิตอาสาซึ่งประกอบด้วยสมาชิก สนช. บุคลากรในวงงานรัฐสภา ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวคำปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติการจิตอาสา

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำคณะจิตอาสาซึ่งประกอบด้วยสมาชิก สนช. บุคลากรในวงงานรัฐสภา ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวคำปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติการจิตอาสา
ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยสมาชิก สนช. ร่วมกันถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาที่วัดน้อยนพคุณ

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยสมาชิก สนช. ร่วมกันถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาที่วัดน้อยนพคุณ

ร่วมกันทำความสะอาดทางเท้าบริเวณวัดน้อยนพคุณ และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ

ร่วมกันทำความสะอาดทางเท้าบริเวณวัดน้อยนพคุณ และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ
เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง และผู้พิการในชุมชน

เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง และผู้พิการในชุมชน

ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ ประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ปีที่ 24

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356535

ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้  ประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ปีที่ 24

ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ ประกวดภาพถ่าย ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ ปีที่ 24

วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยบริษัทในเครือ ได้แก่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ซีพีเอฟ ซีพี รีเทลลิงค์ และ ซีพี บีแอนด์เอฟ (ไทยแลนด์) ขับเคลื่อนโครงการ “ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ”ประจำปี 2561” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 ชวนประกวดภาพถ่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ หวังสร้างแรงบันดาลใจพร้อมปลูกจิตสำนึกเยาวชนคนรุ่นใหม่และคนไทยทั้งประเทศอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ให้คงอยู่คู่กันเพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และโลก ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมเงินรางวัล

นางกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตระหนักถึงปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2551 พื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่เพียง 99.15 ล้านไร่ จากเดิม 171 ล้านไร่และมีแนวโน้มลดลงทุกปี ส่งผลกระทบต่อการลดลงของจำนวนสัตว์ป่า ซึ่งปัจจุบันทั้งป่าไม้ และสัตว์ป่าของไทยกำลังตกอยู่ในภาวะถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง และสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จึงจำเป็นที่ทุกหน่วยงานจะต้องมาช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนและเยาวชนรู้สึกหวงแหนและมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่า ด้วยเหตุนี้ จึงร่วมมือกับภาคเอกชนคือ เครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือฯ ขับเคลื่อนโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ประจำปี 2561 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 โดยมีเจตนารมณ์ที่จะร่วมปลูกจิตสำนึกรักธรรมชาติผ่านภาพถ่ายอันสวยงาม

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือฯ ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่า และมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ริเริ่มโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ มาตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบันโครงการฯ นี้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ปี รวมจำนวนภาพถ่ายอนุรักษ์ธรรมชาติที่ส่งเข้าประกวดกว่า 36,000 ภาพโดยปีนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัทในเครือฯมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการฯ นี้เพื่อที่จะช่วยกันขยายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าออกสู่สังคมให้มากที่สุด

นายวัชรบูล ลี้สุวรรณ (โน๊ต) ศิลปิน นักถ่ายภาพและนักอนุรักษ์ มองว่า“ในฐานะที่เป็นนักถ่ายภาพอนุรักษ์ธรรมชาติการถ่ายภาพสัตว์ป่า ไม่ใช่แค่การหาจังหวะ หามุม หาแสงสวยๆ แล้วกดชัตเตอร์ แต่คือการค่อยๆ เข้าไปทำความรู้จัก เข้าไปเรียนรู้ชีวิตพวกมัน เพื่อนำเรื่องราวชีวิตมาบอกให้คนได้รู้ และเห็นคุณค่าของธรรมชาติ ภาพถ่ายยังมีพลังที่สามารถสื่อสารและจุดประกายให้คนในสังคมร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติทั้งป่าไม้และสัตว์ป่าให้ยังอยู่ต่อไป”

นายธีรเดช เมธาวรายุทธ (อาเล็ก)ศิลปินและนักถ่ายภาพ กล่าวว่า “เป็นคนชอบท่องเที่ยวธรรมชาติมากๆ ทะเล ภูเขา น้ำตก ซึ่งเวลาได้ไปเห็น ไปสัมผัสกับธรรมชาติตรงนั้น จะรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมตรงนั้นทำให้เราสดชื่น มีความสุข บางที่ก็เป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ เป็นสิ่งที่สวยงาม แล้วเราก็ไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้ถูกทำลาย หรือถูกคุกคามจากฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง เล็กจึงคิดว่า การที่เราไปเที่ยวที่ต่างๆ แล้วได้แชร์รูปถ่ายธรรมชาติสวยๆ ของเราออกไป อาจจะทำให้คนเห็นถึงความสวยงามของมัน อาจจะอยากมาเที่ยวตาม และก็คงอยากให้ธรรมชาติเหล่านั้นอยู่กับเราไปตลอดเหมือนกัน”

เกณฑ์การตัดสินการประกวดภาพถ่าย คณะกรรมการจะพิจารณาจาก การถ่ายทอดแนวคิดและสื่อความหมายของ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ความสวยงาม การจัดวางองค์ประกอบ ตามหลักทัศนศิลป์ ความยาก-ง่าย และเทคนิคการถ่ายภาพโดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทสัตว์ป่า และประเภทป่าไม้ โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ คือ 1.ระดับบุคคลทั่วไป ภาพประเภทสัตว์ป่า แบ่งเป็น3 ประเภทย่อย คือ ภาพนก เช่น นกชนิดต่างๆ เป็ด ไก่ป่า เหยี่ยว นกยาง เป็นต้น ภาพสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ช้าง เสือ กวาง ลิง เลียงผา เป็นต้น ภาพสัตว์อื่นๆ เช่น สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ แมลง เป็นต้น พิเศษในปีนี้จะมีการพิจารณามอบรางวัลพิเศษให้แก่ภาพ “สัตว์ป่าประเภทพบหายาก” เพิ่มเติมโดยการตัดสินอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ภาพประเภทป่าไม้ แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย คือ ภาพ Landscape คือ ภาพธรรมชาติในมุมกว้าง แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์และงดงามของธรรมชาติโดยรวม เช่น ภาพทิวเขา สายหมอก น้ำตก ทุ่งหญ้า ป่าดิบ เป็นต้น ภาพ Macro คือ ภาพธรรมชาติในมุมที่เฉพาะเจาะจง เพื่อถ่ายทอดให้เห็นถึงรายละเอียดความงดงามของธรรมชาติ เช่น เห็ด มอส เฟิร์น ดอกไม้ กล้วยไม้ ใบไม้ เป็นต้น 2.ระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษา แบ่งเป็น ภาพประเภทสัตว์ป่า (ไม่แบ่งประเภทย่อย) และ ภาพประเภทป่าไม้(ไม่แบ่งประเภทย่อย)

ทั้งนี้ รางวัลยอดเยี่ยมระดับบุคคลทั่วไป ประเภท “สัตว์ป่า” จะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประเภท “ป่าไม้”จะได้รับถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งระดับบุคลทั่วไปและระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษา จะได้โล่รางวัล เงินรางวัล และสิทธิท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจสามารถส่งผลงานที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัล หรือสแกนจากแผ่นฟิล์ม ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2561 สามารถส่งภาพผ่านเว็บไซต์www.trueplookpanya.com/truephotocontest หรือส่งทางไปรษณีย์ที่ ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคมกลุ่มทรูเลขที่ 18 อาคารทรู ทาวเวอร์ ชั้น 25ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร.086-5152376 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.02-5796666 ต่อ 1641-2

‘รพ.จุฬาฯ’ตรวจสุขภาพฟรี 12 สิงหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356532

‘รพ.จุฬาฯ’ตรวจสุขภาพฟรี 12 สิงหา

‘รพ.จุฬาฯ’ตรวจสุขภาพฟรี 12 สิงหา

วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และในโอกาสสถาปนาสภากาชาดไทยครบ 125 ปีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดบริการตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกายให้กับประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดมูลค่า ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. ณ อาคาร ภปร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9สภานายิกาสภากาชาดไทย และมีการจัดกิจกรรมในโอกาสสถาปนาสภากาชาดไทยครบ 125 ปี โดยเปิดบริการตรวจสมรรถภาพร่างกายกับประชาชนทั่วไป ตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (กลุ่ม NCDs) อาทิ ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด สำหรับผู้มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป (400 ราย), ตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ด้วยโปรแกรม Thai CV Risk Score (200 ราย), ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), ตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต (200 ราย), ตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (200 ราย)

อีกทั้ง ยังมีการตรวจเฉพาะทางด้านต่างๆ อาทิ ตรวจหูทั่วไป (150 ราย), ตรวจระดับการได้ยิน (30 ราย), ตรวจสุขภาพช่องปาก เหงือก ฟัน และขูดหินปูน (60 ราย),ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น (200 ราย),ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (200 ราย), ให้คำแนะนำปรึกษาก่อนสมรส/ก่อนมีบุตร และอนามัยการเจริญพันธุ์, ให้คำปรึกษาด้านโรคกระดูกและข้อ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ด้านสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้า เป็นต้น นอกจากนี้มีกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพให้คำปรึกษาโดยบุคลากรจากทีมสหสาขาวิชาชีพต่างๆ แก่ประชาชน เช่น แพทย์ พยาบาลนักสุขศึกษา นักโภชนาการ เภสัชกร ทันตแพทย์และบุคลากรในทีมสาธารณสุข และมีการจำหน่ายยาสามัญประจำบ้านในราคาพิเศษ จำหน่ายสินค้าที่ระลึกจากร้าน ฬ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2564000

เซเลบฯ ชวนอร่อยไม่สิ้นสุด 40 ปีซีอาร์จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356534

เซเลบฯ ชวนอร่อยไม่สิ้นสุด 40 ปีซีอาร์จี

เซเลบฯ ชวนอร่อยไม่สิ้นสุด 40 ปีซีอาร์จี

วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ร่วมสัมผัสความอร่อยไม่สิ้นสุด เฉลิมฉลองในโอกาสที่ ซีอาร์จี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 อย่างยิ่งใหญ่ งาน“CRG 40th AnniversaryNever Ending Delicious –40 ปี ซีอาร์จีความอร่อยไม่สิ้นสุด” จัดโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย(Food Chain Industry)ของประเทศไทย ณเมเจอร์ อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์ไปเมื่อเร็วๆ นี้

งาน “CRG 40th Anniversary” ครั้งนี้ ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เป็นประธานจัดงาน ภายในงานได้รับเกียรติจาก ธีระเดช จิราธิวัฒน์ และ แมรี่ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารผู้ซึ่งบุกเบิกธุรกิจอาหารมาตั้งแต่แรกเริ่ม พร้อมด้วยอำไพพรรณ จิราธิวัฒน์ และผู้บริหารจากบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล ญนน์ โภคทรัพย์ร่วมฉลองความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก 5 สาวสวยเซเลบริตี้รุ่นใหม่ นำโดย ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, กิ๊ฟ-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์, มิ้ง-ณัฎฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา และ ลูกน้ำ-สกาวรัตน์ ครุยทองมิสแกรนด์สุราษฎร์ธานี ปี 2018 มาร่วมฉลองในโอกาสพิเศษของซีอาร์จี

เซเลบฯ สาวสวย ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา แฟนคลับตัวจริงของซีอาร์จี ได้กล่าวอวยพรให้กับซีอาร์จีในโอกาสพิเศษนี้ว่า “ปอนด์ เป็นลูกค้าเหนียวแน่นคนหนึ่งของซีอาร์จี ทาน อานตี้แอนส์ กับ เดอะ เทอเรส มาตั้งแต่สมัยเรียนคอนแวนต์ เพราะว่าตอนเลิกเรียนปอนด์จะแวะไปเดินที่เซ็นทรัลชิดลมเป็นประจำ วันนี้เลยรู้สึกยินดี แล้วก็ดีใจมากๆ ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานฉลอง 40 ปีซีอาร์จี”

เช่นเดียวกับ กิ๊ฟ-ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์กล่าวว่า “กิ๊ฟรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมงานฉลอง 40 ปีซีอาร์จีในวันนี้และกิ๊ฟก็ขอให้ซีอาร์จีอยู่กับเราไปนานๆ ออกเมนูแสนอร่อยเมนูใหม่ๆ ให้เราได้ทานกันบ่อยๆ”ขณะที่ มิ้ง-ณัฎฐิ์ประภา ชุณหะวัณ เซเลบริตี้สาวสุขภาพดี กล่าวว่า “มิ้งขอให้ซีอาร์จีเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้มาร่วมฉลองครบรอบปีต่อๆ ไปกับซีอาร์จีไปในทุกๆ ปีนะคะ”

ทั้งนี้ ซีอาร์จี ในฐานะที่เป็นผู้รับสิทธิ์(Franchisee) ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์อันยาวนานถึง 40 ปี ทั้งในการบริหารและจัดการธุรกิจอาหารบริการด่วน ที่ได้รับการยอมรับจากเจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) โดยมีแบรนด์ธุรกิจอาหารที่หลากหลาย (Multi-Brand) ครอบคลุมอาหารหลายรูปแบบเกือบทุกประเภท ปัจจุบันมีแบรนด์ในเครือรวม 12 แบรนด์  ได้แก่ มิสเตอร์ โดนัท (Mister Donut), เคเอฟซี (KFC), อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s), เปปเปอร์ ลันช์(Pepper Lunch), ชาบูตง (Chabuton Ramen), โคล สโตน ครีมเมอรี่ (Cold Stone Creamery),  เดอะ เทอเรส (The Terrace), โยชิโนยะ (Yoshinoya), โอโตยะ(Ootoya), เทนยะ (Tenya),  คัตสึยะ (Katsuya) และ เฟซท์ ไอศกรีม (Fezt)โดยร้านอาหารในกลุ่มซีอาร์จี  มีสาขาจำนวนทั้งหมดมากกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ

บอกรักแม่ด้วยชุดนํ้าชายามบ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356537

บอกรักแม่ด้วยชุดนํ้าชายามบ่าย

บอกรักแม่ด้วยชุดนํ้าชายามบ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์กรุงเทพฯ ชวนคุณลูกควงคู่คุณแม่มาจิบน้ำชายามบ่าย พร้อมเพลิดเพลินไปกับเมนูคาวหวานมากมาย ที่เสิร์ฟให้คุณแบบไม่จำกัด ในวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมนี้

คาเฟ่ แคลร์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันแม่ปีนี้ ตอบแทนคุณแม่ที่ดูแลเราและทำงานหนักตลอดทั้งปี ด้วยอาฟเตอร์นูน ที สุดพิเศษที่รังสรรค์มาสำหรับวันแม่นี้โดยเฉพาะ ให้ได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารว่างนานาชนิด เริ่มต้นด้วยเมนูของคาว ทั้งล็อบสเตอร์ บิสค์, บริยอช เบอร์เกอร์, คีช โลเรน, คีช ผักโขม, มินิพิซซ่า, พายกุ้ง, ซาโมซ่าไก่,ซอสเสจโรล, หมูและไก่สะเต๊ะ และเปาะเปี๊ยะทอดไส้ผัก ต่อกับเมนูแซนด์วิชหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิชแฮมชีส,ทูน่า, แซลมอนรมควัน, ไก่รมควันสอดไส้มะม่วง, ไข่มายองเนส, แตงกวาครีมชีส และแซนด์วิชผักย่าง ตื่นตาตื่นใจไปกับเมนูของหวาน ทั้งขนมฝรั่งเศสแบบต้นตำรับ อาทิ มาการอง, สโคน, เอแคร์, พานาคอตต้า, คัพเค้ก, บราวนี่, บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, เค้กชาเขียว, มัฟฟิน, ทีรามิสุ, ช็อกโกแลต มูส, เครมบรูเล่, ครัวซองต์อัลมอนด์ และเมนูขนมไทยขึ้นชื่อ อย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง, สาคูเปียกข้าวโพด, กล้วยบวชชี และอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีไลฟ์ สเตชั่น ที่เชฟจะมาปรุงกันแบบสดๆ ตามออเดอร์ ทั้งพาสต้า, เครป,วาเฟิล และไอศกรีม

บอกรักคุณแม่พร้อมดื่มด่ำไปกับเสน่ห์ของชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ฝรั่งเศส ในบรรยากาศแสนอบอุ่นให้คุณแม่ได้อิ่มเอมใจ ที่คาเฟ่ แคลร์วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมนี้ เวลา 12.00-17.00 น. ในราคา 1,199 บาท++ ต่อท่าน รวมเครื่องดื่มชาจาก TWG และกาแฟ Illy แบบไม่จำกัด หรือราคา3,799 บาท++ รวมแชมเปญ Duval Leroyแบบไม่จำกัด สำรองที่นั่งได้ที่คาเฟ่ แคลร์ โทร.02-1259000 ต่อ 9080 หรืออี-เมล์ reservations@oriental-residence.com

แนะฉีด‘ฟิลเลอร์’กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตหากฉีดผิดตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356352

แนะฉีด‘ฟิลเลอร์’กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตหากฉีดผิดตำแหน่ง

แนะฉีด‘ฟิลเลอร์’กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตหากฉีดผิดตำแหน่ง

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฟิลเลอร์ (Filler) ถูกนำมาใช้ในศัลยกรรมเสริมความงามอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มร่องริ้วรอยบนใบหน้า เพื่อทำให้ใบหน้าดูเต่งตึง อ่อนกว่าวัยการฉีดเสริมส่วนต่างๆ เช่น บั้นท้าย, สะโพก, หน้าอก, จมูก, คาง, ริมฝีปาก เป็นต้นแต่อย่างไรก็ตาม แม้การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นวิธีการที่ง่าย แต่ก็มีจุดด้อยและให้ผลไม่คงทนถาวร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋าหรือหมอเถื่อน อาจเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

ล่าสุด สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (International Societyof Aesthetic Plastic Surgeons) หรือ ISAPS ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับอัตราความเสี่ยงของการฉีดไขมันตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทของฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัย เพื่อเสริมสะโพก โดยมีใจความสำคัญสรุปได้ว่า “อัตราความเสี่ยงของการฉีดไขมันตัวเอง เพื่อเสริมสะโพก” ในจำนวนคนไข้ 3,000 คน พบผู้เสียชีวิต 1 คน โดยเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาในรัฐฟลอริดาเพียงรัฐเดียว พบผู้เสียชีวิต 3 คน ภายหลังการเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมันตัวเอง ทั้งนี้ หากต้องการเสริมสะโพก ควรเลือกการเสริมด้วยซิลิโคนจะมีความปลอดภัยและคงทนถาวรกว่า

ด้าน นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคลแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ให้ข้อมูลว่า การเสริมสะโพก สามารถเสริมได้ 2 วิธี คือ เสริมด้วยการใช้สารฉีดเข้าไปเพื่อเติมเต็ม ได้แก่ การดูดไขมันส่วนเกินของตัวเองมาใช้ ถือเป็นการลดไขมันส่วนเกินไปในตัว เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันส่วนเกินมาก แต่ข้อเสีย คือ ไขมันมีโอกาสสลายได้ มีโอกาสแข็งเป็นก้อน ไม่เรียบ และกำหนดรูปทรงได้ลำบาก จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะคนที่รูปร่างผอม มักมีไขมันไม่เพียงพอที่จะดูดมาเสริมได้

ส่วนอีกวิธีคือ การเสริมด้วยการผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการกดทับได้ดี ซึ่งสามารถเลือกขนาดได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม หรือทรงรี ซึ่งวิธีนี้ได้รับความนิยมมากกว่า ปลอดภัย และได้ผลดีมาก หากเกิดปัญหาในอนาคต ก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้”

อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์ สามารถทำเป็นเรื่องเสริมเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ สถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือปลอดภัย เพราะหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ในบางรายอาจเกิดอาการข้างเคียง เช่น อาการผื่นแดง จุดแดง หรือจ้ำเลือดบริเวณที่ฉีดจากรอยเข็ม ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองแต่บางรายอาจเกิดรอยนูน เมื่อฉีดปริมาณมากเกินไป หรือฉีดตำแหน่งตื้นเกินไป หรือปัญหาการไหลของฟิลเลอร์

สำหรับอันตรายรุนแรงที่อาจถึงขั้นเสียชีวิต ก็คือ หากฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง เช่น ฉีดเข้าไปในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดได้ รวมถึงการแพ้สารฟิลเลอร์ ดังเช่นข่าวของพริตตี้สาวฉีดสารเสริมสะโพก ช็อกหมดสติเป็นเจ้าหญิงนิทราก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เพราะหลงเชื่อหมอกระเป๋า เป็นต้น

รู้หรือไม่ Heart Rate Zone คืออะไร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356349

รู้หรือไม่ Heart Rate Zone คืออะไร?

รู้หรือไม่ Heart Rate Zone คืออะไร?

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สายสุขภาพเตรียมตัวให้พร้อม ฟิตเนส เฟิรส์ท เปิดคลับโฉมใหม่ใจกลางเมือง Zone Central World ภายใต้คอนเซ็ปต์ The First Advanced Heart Rate Based Training Center ฟิตเนสแรกของไทยและของโลกที่จะยกระดับการออกกำลังกายของคุณไปอีกขั้นผ่านเทคโนโลยีที่จะทำให้เข้าใจ “โซนอัตราการเต้นของหัวใจ” หรือ Heart Rate Zone ได้มากขึ้นว่าตนเองออกกำลังกายได้เหมาะสมกับเป้าหมายด้านสุขภาพหรือไม่เพียงใด

ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย จะพาคุณไปสัมผัสการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ในคลับสุดทันสมัยแห่งใหม่ใจกลางกรุง ZoneCentralWorld ภายใต้คอนเซ็ปต์ The First Advanced Heart Rate Based Training Center บนชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนฟอรั่ม ฟิตเนสแห่งแรกของไทยและของโลกที่จะทำให้สมาชิกทุกคนเรียนรู้การออกกำลังกายแบบมีประสิทธิภาพและยกระดับสมรรถนะร่างกายไปอีกขั้น ผ่านเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในคลับแห่งนี้F Zone Belt สายคาดหน้าอกสำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายที่สามารถซิงค์และประมวลผลผลอัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญของผู้เข้าร่วมคลาสทุกคนบนจอมอนิเตอร์ในโซนออกกำลังกายทั้ง 8 โซน แบบเรียลไทม์ตลอดเวลาซึ่งจะทำให้เข้าใจ “โซนอัตราการเต้นของหัวใจ” หรือ Heart Rate Zone ได้มากขึ้นว่าตนเองออกกำลังกายได้เหมาะสมกับเป้าหมายด้านสุขภาพหรือไม่เพียงใด

รู้หรือไม่ Heart Rate Zone คืออะไร? หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “โซนอัตราการเต้นของหัวใจ” หรือ Heart Rate Zone มีส่วนสำคัญมาก เพราะไม่เพียงบอกว่าหัวใจเราเต้น กี่ครั้งต่อนาทีเท่านั้น แต่ยังสามารถบอกควบคุมให้ เหมาะกับเป้าหมายการออกกำลังกายอีกด้วย โดยมีความเฉพาะของแต่ละบุคคล ซึ่งมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดไม่เหมือนกัน โดยโซนการเต้นของหัวใจคนเราขณะออกกำลังกายแบ่งออกมาเป็น 6 โซน ถ้าไม่นับโซนแรกที่อยู่ในช่วงร่างกายกำลังหลับหรืพักผ่อน โซนที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายมีอยู่ 5 โซน โดยเราสามารถคำนวณหาค่า Heart Rate Zoneที่เหมาะสมของตัวเองได้ ดังนี้ Zone 1 :Very Light อัตราการเต้นของหัวใจ50-59% เป็นโซนขณะที่เรากำลังออกกำลังกายเบาๆ หรือ Cool Down จากการออกกำลังกายหนักก่อนหน้านั้นช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หรือฟื้นฟูร่างกาย เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มออกกำลังกาย

Zone 2 : Light อัตราการเต้นของหัวใจ 60-69% เมื่อเข้าสู่โซนนี้จะช่วยฝึกเพิ่มความอึด กล้ามเนื้อได้วอร์มอัพ ร่างกายจะเริ่มมีเหงื่อซึมๆ และดึงไขมันมาใช้เผาผลาญแล้ว Zone 3 :Moderate อัตราการเต้นของหัวใจ 70-79% กล้ามเนื้อจะเริ่มตึงจนรู้สึกได้หายใจเร็วขึ้น เหงื่อออก เป็นโซนที่ร่างกายกำลัง “เบิร์น” แถมช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด แข็งแรง เหมาะกับคนออกกำลังกายระดับกลาง Zone 4 : Hard อัตราการเต้นของหัวใจ 80-89% เข้าสู่โซนที่หัวใจทำงานหนัก หายใจหอบ กล้ามเนื้อเกร็ง เหมาะกับคนที่ร่างกายฟิตเพียงพอ หรือออกกำลังกายหนักในระยะสั้นๆ 2-10 นาที Zone 5 : Maximum อัตราการเต้นของหัวใจ 90-100% เข้าสู่จุดสูงสุดที่ร่างกายจะทนได้ ร่างกายจะเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว ไม่ควรอยู่ที่โซนนี้เป็นเวลานาน และเหมาะกับนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้วเท่านั้น

เตรียมตัวให้พร้อมกับ Zone CentralWorld ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนฟอรั่ม ในวันที่ 15 สิงหาคม 2561 นี้ ที่จะทำให้การออกกำลังกายของคุณจะสนุกยิ่งขึ้น เปี่ยมประสิทธิภาพและได้ผลตรงเป้าหมายมากขึ้นสนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ https://www.fitnessfirst.co.th/th-TH/presale/club-the-zone/

Grand Opening W22 Hotel by Burasari

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356334

Grand Opening W22 Hotel by Burasari
รูปที่  1

Grand Opening W22 Hotel by Burasari

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โพธิพงษ์ ล่ำซำ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโรงแรม W 22 Hotel by Burasari ให้กับ ดาติน ดร.กัลยา-พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์

ฉลองเปิดโรงแรมย่านป้อมปราบศัตรูพ่ายอย่างเป็นทางการ W 22 Hotel by Burasari ได้รับเกียรติจาก คุณโพธิพงษ์ล่ำซำ เป็นประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารโรงแรม ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ ประธานกรรมการ บริษัท ทิพยพลชาติ จำกัด, เฉลิมชาติ โล่ห์รัตนเสน่ห์รองประธานกรรมการ และ พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ กรรมการผู้จัดการ ร่วมกันเปิดงานในครั้งนี้ โดยพิธีเปิดมีการเชิดสิงโตเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวจีน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ พร้อมด้วยเพื่อนๆ กลุ่มสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์,กลุ่มสมาคมนักธุรกิจ และเพื่อนกลุ่มหวานๆ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ณ โรงแรม W22 Hotel by Burasari ถ.มิตรพันธ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา งานนี้เจ้าภาพของดของขวัญและช่อดอกไม้ เชิญชวนแขกผู้มีเกียรติร่วมบริจาคเพื่อร่วมสมทบคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เนื่องในวันมหิดล ซึ่งเจ้าตัวเป็นกรรมการฝ่ายหาทุนให้ศิริราชมูลนิธิมาหลายปีอีกด้วย

รูปที่  2

ประธานในพิธีเปิดโรงแรม โพธิพงษ์ ล่ำซำ พร้อมด้วย พล.อ.สิงหา-พล.ต.หญิงคุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ และกลุ่มสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์ มาร่วมแสดงความยินดีในวันเปิดโรงแรมอย่างคับคั่ง

พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ ในฐานะลูกคนสุดท้องของบ้านโล่ห์รัตนเสน่ห์ กับพี่ชายคนที่ 2 คือ เฉลิมชาติ โล่ห์รัตนเสน่ห์สองพี่น้องที่ร่วมกันบริหารโรงแรม พร้อมกับคุณแม่ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ เผยให้ฟังว่า “บ้านโล่ห์รัตนเสน่ห์ เป็นครอบครัวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและสนิทสนมกันมาก สำหรับโรงแรม W 22 Hotel by Burasari นับเป็นธุรกิจใหม่ของครอบครัว ในย่านวงเวียน 22 โดยครั้งนี้เป็นการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบโรงแรม ภายใต้ชื่อ W22 (ดับเบิ้ลยูทเวนตี้ทู) เป็นที่ทราบกันดีว่า ครอบครัวโล่ห์รัตนเสน่ห์ เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจย่านนี้มากว่า 50 ปี กับบริษัทออกแบบทำป้ายโฆษณา ในชื่อว่า “ไทยประสิทธิ์” เป็นร้านใหญ่ ร้านเก่าแก่ที่มีมา ตั้งแต่เดิมพร้อมๆ กับถนนวงเวียน 22 สำหรับบรรยากาศภายในโรงแรม W22 ที่ตกแต่งใหม่นี้ ตั้งแต่บริเวณทางเดินเข้ามาในโรงแรม ดูมีสไตล์ แปลกตาไปจากเดิมมาก มีรายละเอียดของการตกแต่งเก๋ๆ เต็มไปหมด เหมือนจะเป็น hub ที่ hangout แห่งใหม่ ครอบครัวเราทำธุรกิจในย่านนี้มานาน มากกว่า 50 ปีแล้วรู้สึกผูกพันกับที่นี่ ครอบครัวโล่ห์รัตนเสน่ห์ ชอบท่องเที่ยวและเดินทางบ่อยมาก พบเจอโรงแรมและพักโรงแรมมาก็เยอะมาก เลยคิดว่าลองมาทำโรงแรมในแบบที่พวกเราชอบ เป็น Life styleเพื่อแชร์ให้กับคนอื่นได้สัมผัสประกอบกับเป็นการฟื้นฟูพื้นสถานที่วงเวียน 22 ให้มีความทันสมัยและพัฒนามากขึ้น ให้เป็นแหล่งที่hangout แหล่งใหม่ จากที่ตอนนี้มีร้านกาแฟ ร้านอาหารเก๋ๆ ย่านซอยนานา (ใกล้กับถนนพันธ์จิตต์) ก็เริ่มทยอยกันมาเปิดแล้ว”

รูปที่  3

เจ้าของโรงแรม ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ และบุตรสาว พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ ต้อนรับแขกคนสำคัญ โพธิพงษ์ ล่ำซำ, นันทพร พิสุทธิ์วัชระกุล, สุณี หวังวณิชกุล และแขกผู้มีเกียรติ

W22 Hotel by Burasari ตั้งอยู่เลขที่ 422 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯมีห้องพักทั้งหมด 123 ห้อง มีห้องซูพีเรีย, ห้องดีลักซ์, ห้องทริปเปิล,ห้องแฟมิลี่ โดดเด่นด้วยห้องอาหารที่มีให้เลือกทั้งอาหารท้องถิ่นและอาหารนานาชาติ ที่สำคัญบริเวณใกล้ๆ กับโรงแรมมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากมาย อาทิ พระบรมมหาราชวัง, วัดโพธิ์,วัดพระแก้ว, วัดอรุณ, วัดสระเกศ, วัดสุทัศน์ และวัดราชนัดดาเหมาะกับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบ เพื่อวันหยุดพักผ่อนที่แสนจะอบอุ่นพร้อมหน้าครอบครัว โดยทางโรงแรมมีบริการให้เช่ารถจักรยาน เพื่อปั่นชมทัศนียภาพและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามภายในเมือง พร้อมความสะดวกสบายในการเดินทางสู่สนามบินนานาชาติดอนเมือง เพียง 30 นาที และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพียง 40 นาที

รูปที่  4

ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ ท่ามกลางแขกผู้มาร่วมงานอย่างอบอุ่นในวันเปิดโรงแรม อาทิ โพธิพงษ์ ล่ำซำ, อ.ดวงมาลย์ ศิลปอาชา, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สุพินดา โชคชัยนิรันดร์, นันทพร พิสุทธิ์วัชระกุล, จรินทร์ สุมานนท์, สุริยน ศรีอรทัยกุล, ศรีสุภางค์ มอริส และเพื่อนกลุ่มหวานๆ

รูปที่  5

ในวันเปิดโรงแรม W 22 Hotel by Burasari อย่างเป็นทางการ ด้วยบรรยากาศสไตล์จีน มีการเชิดสิงโตเพื่อความเป็นสิริมงคล

รูปที่  6

ร่วมสังสรรค์ในวันเปิดโรงแรม อุไร คุณานันทกุล, หทัยรัตน์ จุฬางกูร,อ.ดวงมาลย์ ศิลปอาชา, ไพศาล-นันทพร พิสุทธิ์วัชระกุล

รูปที่  7

พล.อ.สิงหา-พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ มอบเงินบริจาคเพื่อร่วมสมทบให้กับศิริราชมูลนิธิ

รูปที่  8

ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ ต้อนรับกลุ่มสมาคมนักธุรกิจ พร้อมใจมาร่วมแสดงความยินดี

รูปที่  9

รูปที่  10

คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมอวยพรให้กิจการโรงแรม W22 Hotel by Burasari เจริญรุ่งเรืองยั่งยืนยิ่งๆ ขึ้น

รูปที่  11

พล.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ, ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ และกลุ่มสมาคมนักธุรกิจ

รูปที่  12

พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์ ต้อนรับ ธนาชัย ตรัยเลิศวิเชียร และ ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล

รูปที่  13

สุพินดา โชคชัยนิรันดร์, จรินทร์ สุมานนท์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับเจ้าภาพ

รูปที่  14

ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ กับลูกชาย-ลูกสาว เฉลิมชาติ และ พรทิพย์ โล่ห์รัตนเสน่ห์

รูปที่  15

สุณี หวังวณิชกุล มอบดอกไม้ยินดี

รูปที่  16

เฉลิมชาติ โล่ห์รัตนเสน่ห์ ต้อนรับ วรวิทย์ สุธีรชัย

รูปที่  17

อภิสิทธิ์ งามอัจฉริยะกุล แห่ง เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ และบุตรชาย

รูปที่  18

ชิม-จิตร ชินวิริยกุล และ ธาริณี มหัคคตจิต

รูปที่  19

สุเมธ ดำรงศักดิ์กุล และภรรยา

รูปที่  21

สุริยน ศรีอรทัยกุล และ วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ ร่วมยินดี

รูปที่  22

นิด ฟาดามัส จิวเวลรี่, ศิริพร ศุภโอภาสพันธุ์, สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์

รูปที่  23

ชวลิต สุริยะจันทร์, หัทยา อาชานานุภาพ

รูปที่  24

ทรงพร-รุ่งนภา เตชะอำพรชัย และบุตรสาว

รูปที่  25

วงกมล อาชาไอศวรรย์, ภาณุรินทร์ ตรีเทพจุลยากุล และบุตรชาย

รูปที่  26

สุกิจ-ศิริรัตน์ โชติเชาว์โรจน์, สุภาณี-วัชรี โยธินอุปไมย

รูปที่  27

อรพิน-วิโรจน์ โยธินอุปไมย, อรพิน อภิชาตศักดิ์สกุล, สุดารัตน์ สุภาวิตา

รูปที่  28

เฉลิมชาติ-ภัทรพร-เฉลิมภัทร โล่ห์รัตนเสน่ห์

รูปที่  29

สมศรี ฉวีวรรณมาศ ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ พระราม 2 และบุตรสาว

รูปที่  30

ผจก.ธ.ยูโอบี สาขาปิยรมณ์ และบุตรชาย

รูปที่  31

ผจก.กรุงศรีอยุธยา สาขาบางนาทาวเวอร์ และ ผจก.กรุงศรี สาขาปิยรมณ์

นักวิจัยไทยเผยอุณหภูมิขั้วโลกเหนือสูงขึ้น วิกฤติโลกร้อน ทำให้พฤติกรรมสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356320

นักวิจัยไทยเผยอุณหภูมิขั้วโลกเหนือสูงขึ้น  วิกฤติโลกร้อน ทำให้พฤติกรรมสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนไป

นักวิจัยไทยเผยอุณหภูมิขั้วโลกเหนือสูงขึ้น วิกฤติโลกร้อน ทำให้พฤติกรรมสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนไป

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ และ รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์

2 นักวิจัยไทย เดินทางถึงพื้นที่ขั้วโลกเหนือ เพื่อดำเนินการดำน้ำเพื่อศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนและขยะพลาสติกขนาดเล็กที่มีต่อสัตว์ทะเลหน้าดินที่ขั้วโลกเหนือการวิจัยในใต้ทะเลอาร์กติก ภายใต้ความร่วมมือของ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีรศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ และ รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้ร่วมคณะจากประเทศไทย รวม 13 ชีวิต ได้เดินทางด้วยเรือปฏิบัติการ ถึงบริเวณชายฝั่งหมู่เกาะสวาลบาร์ด มหาสมุทรอาร์กติก และดำน้ำเพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล

เผยในการสำรวจและสังเกตการณ์ของช่วงฤดูร้อนพื้นที่ขั้วโลกเหนือขณะนี้ พบว่าจะไม่เห็นน้ำแข็งในทะเล ภูเขาน้ำแข็ง และแผ่นน้ำแข็งมากนัก เทียบกับฤดูร้อนของขั้วโลกใต้ ยังเห็นแผ่นน้ำแข็ง ภูเขาน้ำแข็งอยู่จำนวนมากแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิที่ขั้วโลกเหนือสูงขึ้น ทำให้น้ำแข็งละลาย ขณะเดียวกันยังพบหมีขั้วโลกหันมากินพืชเป็นอาหาร อีกทั้งยังมีปริมาณสาหร่ายและแมงกะพรุนในทะเลเพิ่มขึ้น และพบกวางเรนเดียร์กินสาหร่ายเป็นอาหารมากขึ้น

ส่วนหนึ่งของทีมสำรวจ

รศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าคณะนักสำรวจ กล่าวว่าหลังจากเดินทางมาถึงพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการวิจัยตามแผนงาน แต่หลายครั้งไม่สามารถปฏิบัติงานได้เนื่องจากชายฝั่งได้เพราะคลื่นแรงหรือน้ำขุ่นมากอันตรายต่อการดำน้ำและเก็บตัวอย่างใต้ทะเล หรือแม้กระทั่งหมีขาวที่กำลังว่ายน้ำอยู่ ก็เป็นอุปสรรคหนึ่งในการทำงานเช่นกัน

“ทั้งนี้จากการสำรวจบนบกพบสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงที่ขั้วโลกเหนือคือ คณะของเราพบเห็นแม่หมีขาวกับลูกกำลังกินพวกมอสและพืชเป็นอาหาร จากปกติหมีขาวเป็นสัตว์ผู้ล่าที่กินเนื้อสัตว์พวกแมวน้ำเป็นอาหาร ประกอบกับจากการผ่ากระเพาะซากหมีขาวของนักวิจัยในพื้นที่ พบปริมาณของพืชมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันหมีขาวไม่สามารถล่ากินอาหารสัตว์ทะเลอื่นได้อย่างเพียงพอ ทำให้ต้องหันมากินพวกพืชบนบกแทน โดยการกินพวกพืชเป็นอาหารมากๆ จะทำให้หมีขาวมีสภาพร่างกายอ่อนแอและไม่แข็งแรง นอกจากนี้การดำน้ำสำรวจในพื้นที่ขั้วโลกเหนือยังพบว่ามีปริมาณสาหร่ายจำนวนมาก อาจจะมาจากการที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้น้ำทะเลบริเวณนี้อุ่นขึ้นทำให้สาหร่ายเจริญเติบโตได้ดี ขณะเดียวกันยังพบแมงกะพรุน และหวีวุ้น (สัตว์จำพวกแมงกะพรุน) อยู่ในน้ำทะเลมาก แสดงว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่ขั้วโลกเหนือสูงขึ้นจากในอดีต” รศ.ดร.วรณพ กล่าว

เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์ขยะพลาสติกขนาดเล็กในน้ำที่ขั้วโลกเหนือ

ด้าน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “อุณหภูมิที่ขั้วโลกโดยเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าอุณหภูมิปกติ มากกว่า 5 องศาเซลเซียส ทำให้พฤติกรรมการกินอาหารของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ขั้วโลกเปลี่ยน  สัตว์เหล่านั้นไม่สามารถที่จะหาอาหารได้เพียงพอ ทั้งนี้การดำน้ำที่ขั้วโลกเหนือในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ต้องเผชิญกับน้ำทะเลที่เย็นจัด อุณหภูมิเกือบศูนย์องศา แต่ในการดำน้ำต้องระวังหมีขาวและช้างน้ำ (walrus) ขั้วโลกด้วย เพราะอาจจะเกิดอันตรายถ้านักดำน้ำไปดำใกล้สัตว์เหล่านั้น ที่สำคัญมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทางทีมดำน้ำได้ลงไปในบริเวณใกล้ธารน้ำแข็ง และเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำแข็งละลายสูงมาก ทำให้น้ำบริเวณดังกล่าวขุ่นมาก จากน้ำจืดของน้ำแข็งที่ไหลลงทะเล เมื่อทางทีมดำน้ำลึกลงไปประมาณ 2-3 เมตร ตามปกติน้ำที่ระดับน้ำลึกลงไปน้ำทะเลต้องใสมากขึ้น แต่พื้นที่นั้นกลับขุ่นมากกว่าปกติ เมื่อทีมงานดำลงไปที่ความลึกระดับ 10 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่มีน้ำขุ่นมากและมีทัศนะวิสัยการมองเห็นใต้น้ำเพียง 0 เมตร อันตรายมากจนตนแอบคิดถอดใจที่จะได้กลับขึ้นสู่ผิวน้ำ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าหากเรามองไม่เห็นแล้วดำน้ำต่อไปอาจจะพลาดตกไปในส่วนลาดชันใต้ทะเลที่มีระดับความลึก 40 เมตรได้แต่สุดท้ายทุกคนก็สามารถที่จะขึ้นมาจากน้ำได้อย่างปลอดภัย”

หมีขาวกินพืช

การเดินทางสำรวจวิจัยดังกล่าวนอกจากจะเป็นการศึกษาผลของภาวะโลกร้อนและขยะพลาสติกขนาดเล็กที่มีต่อสัตว์ทะเลหน้าดินที่มหาสมุทรอาร์กติก แล้วยังเป็นการสร้างความร่วมมือในการทำวิจัยที่อาร์กติกระหว่างประเทศไทย จีน และราชอาณาจักรนอร์เวย์ รวมถึงสร้างความตระหนัก จิตสำนึก และความตื่นตัว ในผลของภาวะโลกร้อนและขยะทะเลที่มีต่อมหาสมุทรอาร์กติกและโลก ให้กับประชาชนและเยาวชนไทย โดยจะดำเนินการสำรวจวิจัยเสร็จสิ้นในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ทั้งนี้หลังจากคณะวิจัยกลับถึงประเทศไทยจะมีการนำเสนอเรื่องราวต่างๆที่ได้จากการปฏิบัติงาน สู่เยาวชนและประชาชนที่สนใจอีกครั้ง

พบแมงกะพรุนในน้ำจำนวนมาก

เด็กอ้วนเสี่ยงโรค พ่อ-แม่อย่าละเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/356351

เด็กอ้วนเสี่ยงโรค พ่อ-แม่อย่าละเลย

เด็กอ้วนเสี่ยงโรค พ่อ-แม่อย่าละเลย

วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สังคมเมืองในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตในหลายๆ ด้าน ทั้งสภาวะความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตและการรับประทานอาหาร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น แต่ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงในวัยเด็กด้วย เนื่องจากสภาวะแวดล้อมในทุกวันนี้ต้องเร่งรีบและแข่งขันกับเวลา คุณพ่อ-คุณแม่ผู้ปกครองอาจไม่มีเวลาเตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เพียงพอสำหรับเด็ก จึงมองหาอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เด็กได้รับสารอาหารบางประเภทมากเกินไป ส่งผลให้เด็กเกิดโรคอ้วนได้

แพทย์หญิงนงนภัส เก้าเอี้ยน กุมารแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้ากล่าวว่า ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะพบภาวะอ้วนในเด็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจัยทั้งทางด้านพันธุกรรม ฮอร์โมน พฤติกรรมการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมและขาดการออกกำลังกาย ซึ่งพ่อ-แม่ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้ว่าลูกๆ มีภาวะอ้วนหรือไม่ จากการลองเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน หรือคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของลูกหากพบว่าลูกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน แนะนำให้พาลูกมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินว่ามีภาวะแทรกซ้อนจากโรคอ้วนแล้วหรือยังเช่น วัดความดันโลหิต ตรวจเลือดเพื่อดูระดับไขมันในเลือด หรือประเมินว่ามีอาการนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่

ผลเสียจากความอ้วนตั้งแต่วัยเด็กทางด้านร่างกาย คือการก่อให้เกิดโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคกระดูกและข้อ ผลเสียอีกด้านคือ เสียบุคลิกภาพ การถูกล้อเลียนจากเพื่อนๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกเป็นปมด้อยได้ ทั้งนี้ หากยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ โรคอ้วนสามารถป้องกันได้โดยการสร้างสุขนิสัยในการรับประทานที่ดีตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อ-คุณแม่สามารถช่วยลดน้ำหนักให้กับลูกได้ โดยการให้กำลังใจลูก ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร ไม่กินอาหารหวานจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีไขมันมากเกินไป รวมทั้งการรับประทานขนมจุบจิบ และน้ำอัดลม เน้นการกินผักหรือผลไม้ที่รสไม่หวานจัดแทน และลดการซื้อขนมหรืออาหารสำเร็จรูปมาเก็บสะสมไว้

นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมกันทำกิจกรรมในครอบครัวเพื่อให้ลูกได้ออกกำลังกาย เช่น การทำความสะอาดบ้าน การเล่นกีฬา ทั้งนี้ หากคนในครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกันปรับพฤติกรรมในเรื่องของการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ลูกๆ ที่คุณรักก็จะห่างไกลจากโรคอ้วน มีสุขภาพดีและแข็งแรงได้ในระยะยาว

แพทย์หญิงนงนภัส เก้าเอี้ยน กุมารแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า