จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355832

จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ

จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

(ขวา) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. และ พิชัย จิราธิวัฒน์ ร่วมกันปลูกต้นรังผึ้ง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28กรกฎาคม 2561 บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นำโดย พิชัย จิราธิวัฒน์,สุพัตรา จิราธิวัฒน์, บุษบา จิราธิวัฒน์, สมกมล จิราธิวัฒน์, ตัวแทนผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล เพื่อร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี ในโครงการ “กลุ่มเซ็นทรัลเทิดทูนสถาบัน” ที่ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ งานแปรอักษร “สืบสานปณิธานจักรีวงศ์”และกิจกรรม Central Green Project “จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยให้ความร่วมมือกับสำนักงานเขตปทุมวัน ทำความสะอาดครั้งใหญ่

กิจกรรมดังกล่าว มี จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นวพร กลิ่นบัวแก้ว ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พญ.นภัสชล ฐานะสิทธิ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี ให้เกียรติร่วมในงานดังกล่าว พร้อมทั้งดาราและเซเลบริตี้ อาทิ ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ จากละครข้ามสีทันดร, มิลค์กี้-จิราภาลักษณวิศิษฏ์, ป้อ-ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล, กบ-ฐิติพงษ์ล้อประเสริฐ, มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นต้น ร่วมบิ๊กคลีนนิ่งย่านเซ็นทรัลแบ็งคอก ตั้งแต่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึงเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ตลอดเดือนกรกฎาคม 2561ที่ผ่านมา ทางกลุ่มเซ็นทรัล ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี ด้วยการประดับธงชาติคู่กับธงพระปรมาภิไธย วปร พระฉายาลักษณ์พร้อมตั้งเครื่องราชสักการะ ตามอาคาร ศูนย์การค้าในกลุ่มธุรกิจเครือเซ็นทรัลในทุกศูนย์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนให้พนักงานสวมเสื้อสีเหลืองเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกวันจันทร์และตลอดเดือนกรกฎาคม 2561

ทั้งนี้ โครงการ “กลุ่มเซ็นทรัลเทิดทูนสถาบัน” ประกอบด้วย2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมแปรอักษร “สืบสานปณิธานจักรีวงศ์”ที่พนักงานกลุ่มเซ็นทรัล นักเรียนวงโยธวาทิตโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย และโรงเรียนมัธยมวัดนวลนรดิศ ร่วมใจกันแปรขบวนเป็นรูปเลข ๑๐ อันหมายความถึง พระมหากษัตริย์ ลำดับที่ 10 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ พร้อมภาพอักษร “จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ” (วงโยธวาทิตจากโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัยและมัธยมวัดนวลนรดิศ จำนวน 70 คน ผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มเซ็นทรัล 250 คน) วงโยธวาทิต บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงมาร์ชราชวัลลภ ประกอบการแปรขบวน ณ บริเวณลานสแควร์ บี หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

อีกหนึ่งกิจกรรม ที่ทางกลุ่มเซ็นทรัล ได้ร่วมกับ สำนักงานเขตปทุมวัน จัดงาน “จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัลเราทำความดีด้วยหัวใจ” ร่วมกันทำความสะอาดครั้งใหญ่บิ๊กคลีนนิ่งย่านเซ็นทรัลแบ็งคอก ตั้งแต่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึง เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Central Green Project โดยได้มีพนักงานจิตอาสา จำนวน 250 คน เช็ดทำความสะอาดรั้วกั้นถนนและป้ายรถเมล์, ตลอดจนการบริหารจัดการขยะ, เก็บขยะพุ่มไม้ตั้งแต่หน้าเซ็นทรัลชิดลม ไปจนถึงบริเวณสะพานลอยเซ็นทรัลเอ็มบาสซี พร้อมทั้งปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ซึ่งมีดอกสีเหลืองอันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ จำนวน 10 ต้น ถือเป็นการบูรณาการพื้นที่ในการปรับสภาพแวดล้อมร่วมกัน

ทั้งนี้ ทางกลุ่มเซ็นทรัล ได้ร่วมสนับสนุนน้ำดื่มและอาหารเพื่อแจกประชาชน โดยมอบผ่านสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกองทัพภาคที่ 1 นอกจากนี้ ยังได้ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าในโครงการ “เซ็นทรัลทำ” ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พนักงานและสังคมอย่างยั่งยืน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นอกจากนี้ ทางด้าน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ “กลุ่มเซ็นทรัล” ยังได้จัดกิจกรรมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล โดยมีผู้บริหาร นำโดย สุทธิชัย จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, กุลฑล บุญกระจ่าง และพนักงานที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองร่วมในพิธี เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 66 พรรษา

บุษบา และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ร่วมกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง

บุษบา และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ร่วมกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง
รพีพงศ์ ทับสุวรรณ, แพรวปรียา ชุมสาย
ณ อยุธยา และ ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ

รพีพงศ์ ทับสุวรรณ, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา และ ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ

บี มาย เกสท์ : ลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล พรหมวิหาร 4 หลักบริหารสู่ความสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355868

บี มาย เกสท์ : ลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล  พรหมวิหาร 4 หลักบริหารสู่ความสำเร็จ

บี มาย เกสท์ : ลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล พรหมวิหาร 4 หลักบริหารสู่ความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เราอาจไม่คุ้นหน้า ลิขิต ลือสกุลกิจไพศาล ที่เพิ่งมานั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ เจเอสพีเพราะความที่ชอบอยู่เงียบๆ ทำตัวติดดินแต่ในแวดวงนักลงทุนถือว่าเก๋าเกมไม่เป็นรองใคร วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับซีอีโอคนใหม่ของเจเอสพี กับสไตล์การบริหารงาน ที่นำมาซึ่งความสำเร็จของชีวิตและธุรกิจ

“ธุรกิจอสังหาเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ผมมองว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจไม่กี่อย่างในบ้านเราที่เติบโตได้เรื่อยๆ ซึ่งธุรกิจนี้มันมีไทม์มิ่งช่วงไหนต้องรุกหรือชะลอก็ต้องดูให้ถูกจังหวะ”

ลิขิต เข้ามารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของเจเอสพี ในช่วงที่ใครๆ ก็มองว่า เจเอสพี กำลังขาดสภาพคล่องทางการเงินแต่ในฐานะ “นักบริหาร” และ “นักลงทุน” ลิขิต มองว่านี่คือ “โอกาส” และ “ความท้าท้าย” ของตนเอง

“ผมศึกษาทุกอย่าง ทั้งความเป็นไปได้ และความเสี่ยง หากเป็นนักลงทุนอย่างเดียวคงคิดแค่ลงทุนแล้วต้องได้กำไร แต่ผมไม่ใช่แค่นักลงทุน ผมเป็นนักบริหารด้วย ดังนั้นผมจึงมองเห็นโอกาส และกล้าตัดสินใจลงทุน เพราะเจเอสพีมีจุดแข็ง จุดเด่นหลายอย่าง แต่ที่ผ่านมาอาจมีจังหวะที่ก้าวพลาดไปบ้างทำให้ติดอยู่ในภาวะความเสี่ยง สิ่งที่ผมเข้ามาทำอย่างแรกคือ บริหารจัดการความเสี่ยงให้ลดลงและหมดไป เรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นด้วยการที่ทำให้เจเอสพีมี Income มีความเข้มแข็งในการบริหารให้เร็วที่สุด

เจเอสพีเป็นเหมือนเพชรที่ได้รับการเจียรไนแล้ว แต่บังเอิญว่าปื้อนฝุ่น ผมก็จับมาปัดฝุ่นทำความสะอาดเพื่อให้เพชรประกายแสงแค่นั้นเองผมมองว่าบริษัทมีแนวทางการสร้างรายรับ 3 แนวทางคือ สร้างทรัพย์ สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อขาย,ซื้อขายทรัพย์ นำที่ดินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เป็นเวลา 2 ปีมาขายเพื่อให้ได้ Incomeและพัฒนาทรัพย์ โดยนำพื้นที่เช่ามาพัฒนาเป็นตลาดมีการนำผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดมาบริหารในส่วนนี้ โดยกลยุทธ์ของเจเอสพีมุ่งมั่นพัฒนาโครงการบ้านแนวราบในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งเจเอสพีมีโครงการที่อยู่อาศัยติดกับถนนใหญ่ ไม่ต้องเข้าซอย มีการเดินทางสะดวกในจุดเชื่อมต่อต่างๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตปริมณฑล วัสดุการก่อสร้างมีการใช้วัสดุแบบพรีเมี่ยมเทียบเท่าแบรนด์ไฮแอนด์ มีการออกแบบให้ตัวบ้านเป็นแบบ Space Plus โดยชั้นบนมีความสูงถึง 3 เมตร   ทำให้มีความโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ซึ่งปกติเป็นฟังก์ชั่นของบ้านราคาแพง แต่ราคาเราไม่สูงเท่าแบรนด์อื่น พร้อมคุณภาพเหนือกว่าราคา มีการดูแลที่ดี และจากนี้โครงการเราจะเพิ่มฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการดูแลลูกบ้านมากขึ้น อย่าง J Care และ I style tech โดยมุ่งมั่นให้บริการพร้อมส่งมอบความสุขต่างๆ ให้กับลูกบ้าน ทั้งเรื่องแจ้งซ่อม ดูแลระบบรักษาความปลอดภัย และให้บริการในเวลาอันรวดเร็วทันใจ เพื่อแสดงถึงความใส่ใจดูแลเสมือนครอบครัวเดียวกัน”

 

การบริหารจัดการภายในองค์กร เป็นสิ่งที่ ซีอีโอ เจเอสพี คนนี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน ซึ่ง “พรหมวิหาร 4” เป็นกลยุทธ์การบริหารคนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในทุกธุรกิจ

“เจเอสพีมีบุคลากรที่มีความสามารถ แต่อาจจะไม่ชัดเจนในบางจุด ในฐานะผู้บริหาร ผมต้องวิเคราะห์วางนโยบาย ปรับโครงสร้างเลือกคนให้ถูกกับงาน ต้องให้โอกาสในการทำงาน และต้องฟังคนที่ทำงาน เช่น ฝ่ายการตลาด การขาย เขาได้พบกับลูกค้าเขาจะรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ในขณะที่เรานั่งอยู่ในระดับบริหาร วางนโยบายไปโดยไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ระดับปฏิบัติการมันไม่มีทางไปได้รอด และหลายๆ ครั้งที่เกิดปัญหาในการทำงานเราก็ต้องกลับมามองตัวเองด้วยว่าเราใช้คนถูกกับงานหรือเปล่า อย่ามองว่าเขาผิด ถ้าเราใช้คนไม่ถูกกับงานอันนั้นคือความบกพร่องของเราเอง ต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหลักพระพุทธศาสนาในการบริหารคนต้องมี เมตตา กรุณา มุทิตาอุเบกขา พูดง่ายๆ คือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมเชื่อว่าด้วยหลักนี้ทำให้เราเดินไปสู่จุดหมายร่วมกันได้อย่างดี”

ในการทำธุรกิจหรือการใช้ชีวิตก็ตาม ในหลายครั้งทุกคนก็ต้องเจอบททดสอบที่เรียกว่า “ปัญหาอุปสรรค” ซึ่ง ซีอีโอ เจเอสพี บอกว่า มองให้ออกและอย่าดันทุรังเท่านั้นเอง

“คนอื่นอาจมองว่าปัญหาและอุปสรรคคือสิ่งเดียวกัน แต่สำหรับผมมันคือคนละเรื่อง เราต้องแยกให้ออกมามันคือปัญหา หรืออุปสรรค ต้องรู้จักที่จะหยุดมองให้เห็นข้อเท็จจริง ถ้าเกิดเป็นปัญหา ก็ต้องหาทางแก้ไข จัดลำดับความสำคัญของปัญหา ถ้าทำแล้วปัญหายังมีอยู่ ก็หยุดดูใหม่ หาทางแก้ใหม่ ถ้ามันเป็นอุปสรรคทำให้ไปต่อไม่ได้บางครั้งเราต้องถอย ต้องเลี่ยง ไม่ใช่ดันทุรัง เพราะการมุทะลุไปในทางที่ไม่เห็นผลย่อมไม่เกิดผลดีใดๆ บางทีกับบางสิ่งบางอย่างมันมีเวลาของมัน เราก็ต้องรู้จักการรอคอยบ้าง แล้วผลสำเร็จก็จะตามมาในที่สุด”

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า ผู้บริหารพันล้านคนนี้ มีวิถีชีวิตแบบ “ติดดิน” สุดๆ เพราะนอกเหนือจากงาน เวลาทั้งหมดของเขาหมดไปกับ “ครอบครัว”

“วันหยุด วันว่างพาภรรยาและลูกไปเที่ยวช้อปปิ้ง กินข้าว ดูหนัง กันสามคนตลอด ถ้าวันว่างมากหน่อยก็ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด ผมชอบธรรมชาติและชอบความเร็ว จึงชอบขับรถไปเที่ยวเองตามต่างจังหวัด ไปอยู่กับธรรมชาติ ต้นไม้เขียวๆ อากาศบริสุทธิ์ เพราะชีวิตประจำวันทำงานเจอรถติด เจอความวุ่นวายมากแล้ว ผมจึงเลือกพักผ่อนกับครอบครัวมากกว่า แต่พยายามหาเวลาไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันปีละครั้งสองครั้ง ผมชอบไปประเทศที่ไม่ค่อยมีใครไป เพราะผมอยากเห็นอะไรที่แตกต่าง เป็นการเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่สำคัญคือไม่วุ่นวายดีซึ่งผมโชคดีว่า ทั้งภรรยา และลูกชาย ก็ชอบไลฟ์สไตล์แบบนี้ ทำให้เรามีความสุขร่วมกัน

เคยมีผู้ใหญ่ถามผมตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ว่า ในชีวิตนี้อยากได้อะไร ผมตอบว่า ผมอยากได้ 2 อย่าง เป็นสิ่งที่คนจนและคนรวยอยากได้ คนจนอยากได้ ‘เงิน’ คนรวยอยากได้ ‘เวลา’ บางคนทำงานหาเงิน พอวันที่มีเงินมันก็ไม่มีเวลา สำหรับผมจึงต้องบริหารทั้งสองอย่างให้ลงตัว ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อคนที่เรารักครับ”

เป็นทั้ง Business Man และ Family Man ที่แท้ทรูจริงๆ ค่

เครื่องประดับชิ้นสวยของแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355819

เครื่องประดับชิ้นสวยของแม่

เครื่องประดับชิ้นสวยของแม่

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สวารอฟสกี้ นำเสนอคอลเลคชั่นวันแม่ เพราะ “แม่” คือผู้หญิงที่มีหลายบทบาท ดังนั้นเครื่องประดับสำหรับแม่จึงต้องเหมาะกับผู้หญิงทุกสไตล์และรสนิยม ตั้งแต่ดีไซน์โมโนโครมทันสมัย ไปจนถึงชิ้นงานรูปดอกไม้ร่วมสมัย

นาตาลี โคลิน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เผยว่า “วันแม่ ไม่ได้เป็นแค่โอกาสในการแสดงความรักอันบริสุทธิ์ที่อบอวลไปด้วยความอ่อนหวานของเพศหญิงอีกต่อไปแล้ว เพราะยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองพลังของผู้หญิงด้วย ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่เปลี่ยนเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้กลายมาเป็นความจริง ไปจนถึงผู้หญิงที่ต้องรับภาระหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้หญิงคนอื่นๆ และคนรักของพวกเธอด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คอลเลคชั่นวันแม่ของปีนี้มีความหลากหลายแง่มุมเหมือนกับคุณแม่ ทั้งสง่างาม สวยเก๋ งดงามเหนือกาลเวลา ทันสมัย เคร่งขรึม และอินเทรนด์ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ทุกสไตล์ต่างก็มาพร้อมกับประกายอันเจิดจรัส”

ไฮไลท์สำหรับเครื่องประดับ คอลเลคชั่น วันแม่ คือรุ่น Latisha ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ โดยผสมผสานสีสันอันเป็นอมตะอย่างสีขาวกับสีดำเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้อยคอและสร้อยข้อมือ Latisha สามารถสวมใส่ได้หลายแบบ เพราะด้านหนึ่งประดับคริสตัลสีดำ ส่วนอีกด้านหนึ่งประดับคริสตัลสีขาว นอกจากนี้ ยังมีต่างหูที่ประดับด้วยไข่มุก สามารถนำมาจับคู่กับแจ๊กเกตต่างหูแบบถอดได้ให้ดูสวยเก๋ ตามเทรนด์เครื่องประดับแบบอสมมาตรได้

หากต้องการลุคอ่อนหวานเครื่องประดับตระกูล Sparkling Dance นั้นก็โดดเด่นสะดุดตาด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่ “คริสตัลเต้นรำ” ที่ทอประกายล่อแสงไฟแม้จะขยับตัวเพียงเล็กน้อย ในฤดูกาลนี้ลวดลายดอกไม้ระยิบระยับจะเพิ่มความหลากหลายให้กับคอลเลคชั่น เพื่อให้คุณแม่สามารถสร้างความเจิดจรัสและความอ่อนหวานได้ทุกวัน สร้อยคองดงามเจิดจรัสและต่างหูที่สามารถสวมใส่ได้หลายแบบถูกรังสรรค์ขึ้นมาให้ดูคล้ายกับกลุ่มดอกไม้ที่กำลังกระจายไปทั่ว และประดับด้วยคริสตัลใสพาเว่ที่ทอประกายระยิบระยับ

รูปทรงบอบบางของ Latisha และ Sparkling Dance เหมาะกับการนำมาสวมเหลื่อมซ้อนกันหลายๆ ชั้น เพื่อสร้างสไตล์ของตัวเอง และหากต้องการเพิ่มความน่าสนใจให้กับสไตล์เรียบง่ายแต่สวยเก๋นี้ก็สามารถสวมใส่ชิ้นงานคลาสสิกอย่างสร้อยข้อมือ LOLLYPOP หรือคู่กับแหวน Vittore และ Frisson ซ้อนกัน เพื่อสร้างลุคที่โฉบเฉี่ยว ทว่าทอประกายสุกสว่าง

สวารอฟสกี้ นำเสนอมุมมองอันทันสมัยและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจให้แก่คอลเลคชั่นนี้ผ่านแคมเปญโฆษณาที่ตอบโจทย์แนวคิด #BrillianceForAll หรือประกายสุกสว่างสำหรับทุกคนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีแม่ลูกหลายคู่ร่วมแสดงในโฆษณาชุดนี้
ได้แก่ Chiara Ferragni กับ Marina Di Guardo คุณแม่ของเธอ รวมทั้งนางแบบสัญชาติอเมริกัน Devon Aoki กับลูกๆ
ทั้งสองคน และ Oluchi Onweagba กับลูกชาย

เพื่อเฉลิมฉลองวันแม่ ในประเทศไทย สวารอฟสกี้มอบข้อเสนอสุดพิเศษ เพียงซื้อเครื่องประดับจากสวารอฟสกี้ ราคาปกติ
ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 เท่านั้น ก็จะได้รับ ORGANIKA Jasmine Massage Oil น้ำมันนวดหอมระเหยสกัดจากดอกมะลิทันที ของขวัญสุดพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด ที่ร้านสวารอฟสกี้ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา…ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355870

ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา...ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา…ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดวงตา เป็นหน้าต่างของดวงใจ ที่สะท้อนและสื่อความหมายให้ได้รู้จักในตัวคุณที่ไม่สามารถปกปิดได้ ไม่ว่าจะเป็นรอบดวงตาที่ดำคล้ำบ่งบอกว่าคุณอดนอน ดวงตาเริ่มมีริ้วรอยบ่งบอกถึงอายุ ดวงตาหมองคล้ำขาดการบำรุงดูแล หรือการมีถุงรอบดวงตาเพราะอาการแพ้ อ่อนเพลียหรือระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายไม่ดีพอ หลากหลายปัญหาเรื่องผิวรอบดวงตา

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพผิว จาก Aster Spring ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเรื่องปัญหาผิวรอบดวงตาที่พบส่วนใหญ่ คือ ปัญหาริ้วรอยหนังตาตก รอบดวงตาขาดความกระชับ มีอาการบวม รอยดำคล้ำและการอุดตันของสิว ที่เกิดจากเซลส์ผิวเก่าที่ตายแล้ว หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมิเนอรัลออยส์ สาเหตุหลักๆ ของปัญหามาจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อายุที่เพิ่มขึ้น โรคภูมิแพ้ แสงแดดและการสัมผัสในบริเวณรอบดวงตาบ่อยๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับรอบดวงตาไม่เหมาะสม และการทำความสะอาดที่ไม่เพียงพอ

กูรูจึงแนะนำเคล็ดลับการฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ดังนี้

1.ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทั้งดูแลและทำความสะอาด ที่ออกแบบมาใช้กับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ และไม่ควรมีส่วนผสมของ มิเนอรัลออยส์ ด่างสบู่ แอลกอฮอล์ ควรสัมผัสอย่างเบามือ แนะนำให้ใช้ปลายนิ้วนางในการทาผลิตภัณฑ์บำรุง โดยการแตะเบาๆ จากหางตาไปทางหัวตา และวนขึ้นบริเวณเส้นใต้คิ้ว
วนเป็นวงแบบนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และลดปัญหาผิวรอบดวงตาได้ดี หลีกเลี่ยงทาผลิตภัณฑ์บนเปลือกตาโดยตรง

2.ควรทาครีมบำรุงผิวรอบดวงตา เพราะมีความสำคัญมากเนื่องจากผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่น ทำให้เกิดปัญหาง่ายและแก้ไขยาก การทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ลดแนวโน้มการเกิดปัญหาและช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีในขณะที่เราหลับ

3.การทาครีมกันแดดบริเวณรอบดวงตา ก็เป็นสิ่งสำคัญ ในปัจจุบันเริ่มมีผลิตภัณฑ์ครีมทากันแดดที่ผลิตมาเพื่อผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพราะรอบดวงตาบางมากและต้องการการปกป้อง นอกจากการบำรุงและฟื้นฟู แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ไม่สูงนัก และเป็นสารกันแดดชนิดที่มีใช่สารเคมี และได้รับการรับรองจากจักษุแพทย์

4.ใช้ดวงตาในการทำงานมาทั้งวัน ทั้งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โทรศัพท์ ควรให้สายตาได้พักบ้าง โดยการหลับตาและใช้นิ้วกลางกดลงบริเวณกระดูกเบ้าตาบริเวณใต้ตาช่วงกึ่งกลางตาดำ กดเบาๆ ค้างไว้ 1-2 วินาทีและผ่อนน้ำหนักออก ทำซ้ำ
3-5 ครั้ง ใช้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าดวงตาได้ดี และช่วยทำให้ตาใส มองภาพได้ชัดเจนขึ้น หรือจะนวดกดจุดบริเวณรอบดวงตา ซึ่งจะเป็นการนวดเดรนขับของเสียลดอาการบวมคล้ำและริ้วรอย โดยมีท่านวดบริหารดังนี้ 1.ทาผลิตภัณฑ์ด้วยน้ำหนักมือที่เบา จากหัวตาไปทางหางตา วนเป็นวงกลมผ่านเส้นใต้คิ้วจากตาหางคิ้วไปหัวคิ้ว 2.ใช้นิ้วชี้วนเป็นวงกลมเล็กๆ จากหัวตาไปทางหางตาบริเวณใต้ตา 3.กดย้ำเบาๆ จากหัวตาไปทางหางตาบริเวณใต้ตา 4.ลากนิ้วมือออกจากกึ่งกลางตาไปทางหัวตาและหางตา ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ

เคล็ดลับหลีกเลี่ยง 4 ข้อ ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355874

เคล็ดลับหลีกเลี่ยง 4 ข้อ ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว

เคล็ดลับหลีกเลี่ยง 4 ข้อ ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา สั่งห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีไขมันทรานส์และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือนมกราคม 2562 คนไทยจึงเริ่มตื่นตัวและหันมาใส่ใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อการบริโภคอาหารต่างๆ จากมาตรการนี้

แม้ว่ากฎหมายจะมาจากเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก ที่มีจุดประสงค์ในการกวาดล้างไขมันทรานส์ออกจากห่วงโซ่อาหารของโลก เนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคไขมันทรานส์ แต่ผู้คนในสื่อออนไลน์ยังมีความสับสนเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เช่น เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละชนิดแต่ละประเภทนั้น มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์หรือไม่? เราจะเลี่ยงมันได้อย่างไร? และเราจะบริโภคอะไรได้บ้าง?

ไขมันทรานส์คืออะไร และทำไมถึงต้องหลีกเลี่ยง? ไขมันทรานส์สังเคราะห์ เป็นหนึ่งในประเภทของไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งผลิตจากกระบวนการวิธีทางอุตสาหกรรมที่ได้เริ่มต้นในปี 2445 ด้วยการเพิ่มไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช ซึ่งวิธีนี้ได้ถูกนำไปใช้ในวงกว้างเพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก และยังช่วยให้อาหารเสียได้ยากขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยสมัยใหม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์กับโรคที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในโลก อย่างโรคหัวใจ โดยที่แย่ไปกว่านั้นคือ ไขมันทรานส์ ยังเป็นตัวลดระดับไขมันดี และเพิ่มปริมาณไขมันประเภทที่อันตราย เช่น คอเลสเตอรอล อีกด้วย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้น ไขมันทรานส์ยังมีส่วนต่อการก่อให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อ (NCDs) อื่นๆ เช่น โรคความดันสูง หรือ เบาหวานชนิดที่สอง

สารพัดวิธีหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ 1.จดจำรายการอาหารที่มีไขมันทรานส์ไว้ให้ขึ้นใจ การบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันทรานส์นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่ามีแต่ผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และเป็นที่น่ากลัวว่าอาหารหลายชนิดนั้นเต็มไปด้วยไขมันชนิดนี้ แม้ว่าอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วเราสามารถสังเกตไขมันทรานส์และหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย เพราะส่วนใหญ่แล้วไขมันประเภทนี้จะอยู่ในมาการีน ขนมอบ อาหารทอด ขนมขบเคี้ยว แป้งเค้กสำเร็จรูป และครีมแต่งหน้าเค้ก ทั้งนี้ อาหารที่มักจะมีส่วนผสมของไขมันทรานส์ ได้แก่ มาการีน (โดนัท, พาย, คุกกี้, บิสกิต, และเค้ก) เฟรนช์ฟรายส์และอาหารทอดส่วนใหญ่ที่ใช้น้ำมันที่ส่วนผสมของไขมันทรานส์ทอด อาหารแช่แข็ง ครีมเทียม

2.อ่านฉลากโภชนาการและส่วนประกอบของอาหาร ผู้ผลิตอาหารทุกรายจะต้องระบุปริมาณไขมันทรานส์ลงบนฉลากโภชนาการ ซึ่งจะช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจ หรือเปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นได้ง่ายขึ้น แท้จริงแล้วเราควรเลือกอาหารหรือขนม ขบเคี้ยวที่มีไขมันทรานส์เป็นศูนย์ หากรู้สึกไม่มั่นใจ ลองดูส่วนผสมที่ฉลากและมองหาคำว่า “Partially Hydrogenated Oils”ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าอาหารนั้นมีไขมันทรานส์อยู่หรือไม่

3.เปลี่ยนมาใช้น้ำมันประกอบอาหารที่ปราศจากไขมันทรานส์ เมื่อพูดถึงประโยชน์ทางสุขภาพ น้ำมันทำอาหารแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากน้ำมันเป็นส่วนประกอบที่เป็นปัจจัยหลักในการทำอาหาร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง หนึ่งวิธีง่ายๆ คือการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพและได้รสชาติที่อร่อยแล้วน้ำมันมะกอกยังปราศจากไขมันทรานส์ และอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFAs) ที่ดีต่อระบบหัวใจและสุขภาพ

 

ทั้งนี้ สมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่พบในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยลดไขมัน LDLและคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย นอกจากนั้น น้ำมันมะกอกยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนอล ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และความเสี่ยงจากการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

4.เลือกรับประทานแต่ขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ การเลือกรับประทานขนมขบเคี้ยวในปริมาณที่พอดี นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของโภชนาการที่สมดุล อันจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังระหว่างวัน แต่น่าเสียดายว่า ขนมขบเคี้ยวสำเร็จรูปแบบห่อที่วางขายโดยทั่วไปนั้น มักเต็มไปด้วยไขมันทรานส์ที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งเคล็ดลับในการเลือกรับประทานขนมขบเคี้ยวนั้น คือเลือกขนมขบเคี้ยวที่ปราศจากไขมันทรานส์ เช่น อัลมอนด์ แอปเปิล แครอทแท่ง หรือโยเกิร์ตกรีก ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังอร่อยเหมือนกัน

ปลุกกระแสโลกโซเชียล #ความสวยไม่ได้ดูที่เพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355871

ปลุกกระแสโลกโซเชียล #ความสวยไม่ได้ดูที่เพศ

ปลุกกระแสโลกโซเชียล #ความสวยไม่ได้ดูที่เพศ

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในเวลาเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงกับแคมเปญใหญ่ #ความสวยไม่ได้ดูที่เพศ จากแพนทีน แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำ ที่ได้ดาราดังระดับอินเตอร์ ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์ มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ผลักดันเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางเพศในสังคมผ่านทางออนไลน์วีดีโอ กระตุ้นมุมมองของคนในสังคมที่มีต่อสาวประเภทสอง และสะท้อนเรื่องราวความแข็งแกร่ง การถูกยอมรับในสังคมรวมไปถึงความสวยที่ไม่ถูกจำกัดด้วยเพศสภาพ จนคนบนโลกโซเชียลพากันกระหน่ำรีทวีตไม่ยั้ง สามารถชมวีดีโอ #ความสวยไม่ได้ดูที่เพศ ได้ที่ Facebook Fanpage Pantene Thailand

อย.ลงพื้นที่รณรงค์เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ ปรับพฤติกรรมบริโภคถูกหลัก ลดหวาน มัน เค็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355875

อย.ลงพื้นที่รณรงค์เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ  ปรับพฤติกรรมบริโภคถูกหลัก ลดหวาน มัน เค็ม

อย.ลงพื้นที่รณรงค์เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศ ปรับพฤติกรรมบริโภคถูกหลัก ลดหวาน มัน เค็ม

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี พร้อมสนับสนุนแนวทางประชารัฐ พัฒนาแบบมีส่วนร่วมจากฐานรากในชุมชน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงจัดโครงการชุมชนสุขภาพดี Health For All ปี 2561 หรือ บวร.ร. (บ้าน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล) โดยลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มชุมชนใน 4 ภาคของประเทศไทย เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ด้านการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม ในปริมาณที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดกระแสการดูแลสุขภาพด้วยการใช้ประโยชน์จากการเลือกบริโภคอาหารที่มีสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ การอ่านฉลากหวาน มัน เค็ม และฉลากโภชนาการ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานในชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการดำเนินโครงการภายในชุมชนตามแบบของตนเองโดยจัดงานแถลงข่าว พร้อมมอบโล่และประกาศนียบัตรแก่ชุมชนที่เข้าร่วม ณ ห้องเมจิก 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากล่าวว่า จากสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ภาวะไตวายเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม มากเกินความต้องการของร่างกายเป็นระยะเวลานาน อย. จึงจัดทำโครงการชุมชนสุขภาพดี (Health For All) ปี 2561 หรือ บวร.ร (บ้าน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล) เพื่อมุ่งเน้นให้ความรู้แก่ประชาชนในการปรับเปลี่ยนพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคแบบเชิงรุกให้เข้าถึงชุมชน โดยมีชุมชนนำร่องเข้าร่วมทั้งสิ้น 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านทุ่ม จ.ขอนแก่น, ชุมชนนาก่วมเหนือ จ.ลำปาง, ชุมชนโพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี และชุมชนเปรมประชาคม หมู่ 2 ต.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โดยมีแกนนำของชุมชน (บวร.ร.-บ้าน วัด โรงเรียนโรงพยาบาล) เป็นหลักในการรณรงค์ให้ความรู้ด้านการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม ในปริมาณที่เหมาะสม เน้นการอ่านและใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนฉลาก เช่น สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” หรือ Healthier Choice ในรูปแบบสื่อความรู้และวีดีโอตัวอย่างเกี่ยวกับการปรุงอาหารเมนูสุขภาพ ลด หวาน มัน เค็ม รวมทั้งอุปกรณ์เกมความรู้การบริโภคอาหารปลอดภัยมอบให้แก่ชุมชน จากนั้นแกนนำ บวร.ร.ของชุมชนก็ได้นำความรู้ไปปรับใช้ให้มีความเหมาะสมต่อบริบทชุมชนของตนเอง

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการติดตามและประเมินผล 4 ชุมชน
ในจังหวัดนำร่องดังกล่าว และพบว่า ประชาชนในชุมชนตระหนักถึงสาเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ความดัน ไขมัน เบาหวาน ฯลฯ และใส่ใจการบริโภคของตนเองมากขึ้นลดอาหารรสจัด ลดการปรุงผงชูรส หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและขนมกรุบกรอบ เปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าบริโภค รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าที่มีสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) มากกว่าสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ ยังพบว่ากลไก บวร.ร. เป็นแนวทางการดำเนินงานที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานในชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการดำเนินโครงการภายในชุมชนในแบบของตนเอง ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่ที่ต่างกันโดยแต่ละจังหวัดมีกลยุทธ์การดำเนินงานในลักษณะต่างๆ ทั้งแทรกซึม พุ่งเป้าดาวกระจาย แตกต่างกันไปตามบริบทชุมชน

สำหรับ บวร.ร.เปรมประชาคม จังหวัดสระบุรี ได้วางกลยุทธ์แทรกซึมให้ความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมพฤติกรรมเป็นรายบุคคลทุกคนเป็นกลไกหลัก มีการแลกเปลี่ยนความรู้กันในสภาชุมชนที่ประชุมหมู่บ้าน ร้านชำจัดแสดงสินค้า Healthier Choice และส่งเสริมให้ผู้ขายอาหารตระหนักถึงการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ, บวร.ร. นาก่วมเหนือ จังหวัดลำปาง และบวร.ร.บ้านทุ่ม จังหวัดขอนแก่น ได้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs ให้เป็นประเด็นหลัก จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย มีกลไกหลักคือ การเยี่ยมบ้านของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ความรู้และติดตามพฤติกรรมเป็นระยะ และยังพบความร่วมมือของร้านทั้งภายในและนอกชุมชน ทั้งร้านชำ ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ร่วมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการเข้าถึงสินค้า Healthier Choice และ บวร.ร.โพหวาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล็งเห็นโอกาสในการวางยุทธศาสตร์พื้นที่ประเด็นอาหารและการบริโภค จึงดำเนินการกลยุทธ์ดาวกระจาย โดยเผยแพร่ความรู้ ประชาสัมพันธ์ไปยังจุดต่างๆ ทั่วทั้งชุมชน ให้ความสำคัญกับชมรม กลุ่มคน ชาติพันธุ์ ศาสนาที่แตกต่างกันในพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และให้ความรู้อย่างทั่วถึงทั้ง วัด มัสยิด ชาวไทย ชาวพม่าในชุมชน

ทั้งนี้ เครือข่าย บวร.ร.ทุกจังหวัด มีกลไกสำคัญของความสำเร็จ คือ นักเรียน อย.น้อย ที่จะลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสนับสนุนการทำงานของ บวร.ร. แต่ละชุมชน กิจกรรมการให้ความรู้ เยี่ยมบ้านติดตามกลุ่มเป้าหมายและการจัดกิจกรรมต่างๆที่ผ่านมาตลอดทั้งโครงการล้วนแล้วแต่มีเยาวชน อย. น้อย ในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อน นอกจากนี้ ยังมีการจัดการรอบด้าน ครอบคลุมปัจจัยนำ เอื้อ เสริม โดยมีการจัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารให้เอื้อและเสริมต่อพฤติกรรมการบริโภค
สร้างบรรยากาศให้เกิดการเล็งเห็นถึงความสำคัญ การให้รางวัล การกระตุ้นเตือนกันเองภายในครอบครัว การสนับสนุนของร้านขายสินค้า ร้านขายอาหารที่ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในชุมชน ทั้งกระแสการพูดถึงบรรยากาศในชุมชน และประชาชนมีความเข้าใจมีทัศนคติพร้อมซื้อสินค้า เอื้อต่อการเปลี่ยนพฤติกรรม ที่สำคัญ ยังพบการให้ความร่วมมือของผู้ขายอาหาร ร้านขายของชำในชุมชน ในการประชาสัมพันธ์เรื่องการอ่านฉลากบริโภค และสินค้าที่มีสัญลักษณ์ Healthier Choice ด้วยการจัดบูธพิเศษแสดงสินค้า Healthier Choice ที่วางจำหน่ายในร้าน ให้ลูกค้าในชุมชนที่เข้ามาในร้านเห็นเด่นชัด สามารถเลือกพิจารณา เลือกซื้อ เลือกเปรียบเทียบได้โดยสะดวก

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์
มอบโล่รางวัลและใบประกาศนียบัตร แก่ตัวแทน บวร.ร. โพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี

มอบโล่รางวัลและใบประกาศนียบัตร แก่ตัวแทน บวร.ร. โพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี
นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ ร่วมแสดงความยินดีกับตัวแทนชุมชน ที่เข้าร่วมโครงการชุมชนสุขภาพดี Health For All 2018

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ ร่วมแสดงความยินดีกับตัวแทนชุมชน ที่เข้าร่วมโครงการชุมชนสุขภาพดี Health For All 2018

อัพเดทเรือนเวลาชิ้นเอกแบรนด์ดังทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355831

อัพเดทเรือนเวลาชิ้นเอกแบรนด์ดังทั่วโลก

อัพเดทเรือนเวลาชิ้นเอกแบรนด์ดังทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จัดต่อเนื่องเอาใจคนรักนาฬิกามาเป็นปีที่ 12 แล้ว ซึ่งปีนี้“สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018” (SIAM PARAGON WATCH EXPO 2018) ยังคงรวบรวมเรือนเวลาชิ้นเอกจากแบรนด์ดังทั่วโลกกว่า 180 แบรนด์ที่ส่งตรงมาจาก มหกรรมแสดงนาฬิการะดับโลก BASEL WORLD 2018 และ SIHH 2018 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เดอะ ยูนีค ไทม์พีซเซส” (THE UNIQUE TIMEPIECES) ครบครัน ทั้งนาฬิกาในกลุ่ม Luxury, Fashion และ Sportจัดแสดงตั้งแต่วันนี้-9 สิงหาคม 2561 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เรือนเวลาที่โดดเด่น “THE UNIQUE TIMEPIECES” อาทิ FRANCK MULLER รุ่น DOUBLEMYSTERY เรือนเวลาหรูมูลค่า 22 ล้านบาท โดดเด่นด้วยความงดงามของประกายระยิบระยับของเพชรบนหน้าปัด, TAG Heuer Link เรือนเวลาสไตล์สปอร์ตทันสมัย กับสายนาฬิกาทรงเอสซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์, TITAN รุ่น T-2589KM01Neo – III Analog นาฬิกาอะนาล็อกโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ ตัวเรือนสเตนเลสและสายสเตนเลส อย่างดีสีโรสโกลด์, HUBLOT รุ่น TECH FRAME FERRARITOURBILLON CHRONOGRAPH KING GOLD ศิลปะแห่งการผสมผสานที่อูโบลท์ร่วมกับ เฟอร์รารี่รังสรรค์นาฬิกาข้อมือทรงสปอร์ตรุ่นพิเศษ ซึ่งมีเพียง 70 เรือนในโลก และมีเพียง 1 เรือนในประเทศไทย, OMEGA รุ่น SEAMASTER AQUA TERRA เรือนเวลาสุดหรูโดดเด่นด้วยเพชรน้ำงามล้อมรอบหน้าปัดบนตัวเรือนที่ได้จากการหลอมทอง ทองแดง และพาลาเดียมเป็นทอง Rose Gold 18k Sedna พร้อมด้วยทับทิมทรงมาคีแทนตัวเลขบอกเวลาทั้ง 12 หลัก เป็นต้น

ธนพนธ์ เบญจรงคกุล ผู้ที่มีความชื่นชอบและนิยมสะสมนาฬิกา กล่าวว่า “เริ่มซื้อนาฬิกาเก็บสะสมตั้งแต่เด็ก แต่ยังไม่ใช่นาฬิกาที่มีมูลค่า กระทั่งสามารถหารายเองได้ จึงเลือกซื้อนาฬิกาที่มีมูลค่าเก็บสะสมและถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่คุ้มค่า หากเราเลือกซื้อในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และแบรนด์ที่ยังเป็นที่นิยม นอกจากนั้นยังมองว่านาฬิกาเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่เป็นส่วนประกอบของการแต่งตัวที่ช่วยเสริมบุคลิกให้เราดูดีขึ้นอีกด้วย”

 

พัณณิตา ณ.ส. สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เซเลบริตี้สาวผู้นิยมเรือนเวลา กล่าวว่า “สำหรับตัวเองแล้ว นาฬิกาถือเป็นเครื่อง
ประดับติดตัวชิ้นหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องใส่ทุกวัน เพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบใส่เครื่องประดับอย่างอื่นด้วยอยู่แล้ว และด้วยความที่คุณพ่อเป็นนักสะสมนาฬิกาคนหนึ่งทำให้โชคดีได้รับช่วงมาเก็บไว้อยู่หลายเรือน ซึ่งเรือนที่มีมูลค่าทางใจมากที่สุดคือ นาฬิกาที่คุณพ่อคุณแม่ให้เป็นของขวัญรับปริญญา ไม่ใช่ของใหม่แต่เป็นของตกทอดจากคุณพ่อคุณแม่เช่นกัน แต่เรือนนี้พิเศษตรงที่มีชื่อของคุณพ่อคุณแม่สลักไว้ข้างหลัง เลยประทับใจมากเป็นพิเศษ และเป็นนาฬิกาที่หยิบมาใส่บ่อยมากที่สุด
เรือนหนึ่ง”

 

อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ ผู้ชื่นชอบประดิษฐกรรมกลไกแห่งเรือนเวลา กล่าวว่า “ถึงจะมีนาฬิกาไม่เยอะมาก และไม่ได้เป็นนักสะสม แต่นาฬิกาคือเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ชอบและใส่ติดตัวตลอด โดยส่วนตัวการเลือกซื้อนาฬิกาจะไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นแบรนด์ดัง แบรนด์ยอดนิยม หรือมีมูลค่าแพง แต่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์ รูปลักษณ์ และนวัตกรรมกลไกที่น่าสนใจมากกว่า ส่วนแบรนด์จะเลือกจากประวัติความเป็นมาที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะนั่นหมายถึงการการันตีคุณภาพของกลไกความเที่ยงตรงต่างๆ ที่มีความสำคัญมากกว่าการวัดระดับฐานะความรวยหรือความโก้”

สุดยอดแห่งมหกรรมงานแสดงที่สุดแห่งเรือนเวลาของประเทศไทยครั้งนี้ ยังมีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวสุดยอดนวัตกรรมกลไกแห่งกาลเวลา อาทิ BREITLING กับการบอกเล่าเรื่องราวแนวคิด Breitling Squad และนาฬิกานักบินคอลเลคชั่น
ล่าสุด NAVITIMER 8 อุทิศให้กับหนึ่งในตำนานอันยิ่งใหญ่สูงสุดของการประดิษฐ์นาฬิกา ด้าน HAMILTON เปิดประสบการณ์การบินด้วยการยก Simulation Room มาให้ผู้ชมได้สัมผัสห้องทำงานนักบินเสมือนจริงมาไว้ในงาน และมีกิจกรรมร่วมชิงนาฬิกา CASIO พร้อมทั้งมีนิทรรศการที่น่าสนใจจากแบรนด์ดังอีกมากมาย อาทิ GUCCI, ORIS, TISSOT และ GUESS อีกด้วย

ภาพถ่าย 4 คนไทย 4 มุมมองกับแคมเปญระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355821

ภาพถ่าย 4 คนไทย 4 มุมมองกับแคมเปญระดับโลก

ภาพถ่าย 4 คนไทย 4 มุมมองกับแคมเปญระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กิจวัตรที่เราทำในทุกวันอาจเป็นสิ่งที่ Shape มุมมองของเราที่มีต่อภาพตรงหน้าที่เป็นภาพเดียวกันให้แตกต่างกันออกไปในแต่ละปัจเจกบุคคล เหมือนอย่างคนไทย 4 คน 4 อาชีพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พนักงานบริษัท นักออกแบบกราฟิก และช่างภาพอิสระ ผู้เข้าร่วมประกวดในแคมเปญระดับโลก “HUAWEI NEXT-IMAGE Awards 2018” การประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ด้วยภาพที่เต็มไปด้วยเรื่องราวผ่านมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์จนเข้าตา ผู้ชมทั่วไป

ในบทความนี้เรามาลองเข้าคลาสแบ่งปันความรู้และเทคนิค Smartphone Photography 101: วิชาถ่ายภาพให้สวยด้วยสมาร์ทโฟนเบื้องต้น ที่ไม่ว่าใคร หรืออาชีพไหน ก็สามารถถ่ายรูปได้อย่างมืออาชีพได้ด้วยสมาร์ทโฟน ต้องมีพื้นฐาน
ในเรื่องอะไรบ้าง

จัดองค์ประกอบภาพ มองให้ทะลุถึงอารมณ์ของเหตุการณ์ ณ เวลานั้น เพื่อภาพถ่ายที่ “จริง” มากๆนักออกแบบกราฟิก วิทวัส วิทยวิรานนท์ผู้ปรุงวัตถุดิบที่ได้จากการทำงานทุกวันมาเป็นมุมมองการถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ จนได้รับรางวัลจาก Huawei ประเทศไทย เล่าว่า “การทำงานด้านออกแบบทำให้เราต้องค้นคว้า เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด ทั้งเรื่องการจัดองค์ประกอบ วิธีการนำเสนอ รวมไปถึงการถ่ายภาพ งานออกแบบ หรืองานศิลปะแขนงอื่นๆ และแนวความคิดต่างๆ นั้น ทำให้เรามีวัตถุดิบที่จะนำมาต่อยอดเป็นไอเดียได้มากมาย ทำให้เราได้มุมมองและเรื่องราวใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

ภาพ The Life of a Salaryman

ปกติผมชอบถ่ายภาพแนว Portrait และ Urban เพราะต้องการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ณ ขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ซึ่งมันจะไม่เหมือนกันเลยในแต่ละวัน หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของผู้คนรอบๆ ตัว ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันเป็นความธรรมดาที่พิเศษ นี่จึงเป็นที่มาของภาพ “The Life of a Salaryman”ที่ผมได้ส่งเข้าประกวดในหัวข้อ Hello, Life! ผมอยากถ่ายทอดชีวิตของมนุษย์เงินเดือนในเมืองหลวงที่จะต้องประสบพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ในทุกๆ วันผ่านมุมมองของผม ซึ่งเทคนิคการถ่ายภาพนี้ก็ไม่ได้มีเทคนิคพิเศษอะไรมากมาย แต่เป็นการถ่ายทอดมุมมองในชีวิตจริงที่เรียลมากๆ และเน้นไปที่องค์ประกอบของภาพ มุมมองการเล่าเรื่อง และอารมณ์ในช่วงเวลานั้นๆ มากกว่า”

ภาพ Lightning Storm Over Town

ความหมายเบื้องหลังภาพถ่ายจะต้องแข็งแรงและสื่อสารได้ ด้านพนักงานบริษัท อย่าง วัชยุทธ บำรุงไทยเจ้าของภาพสายฟ้าฟาด “Lightning Storm Over Town” เผยความหมายที่ต้องการส่งต่อผ่านรูปภาพนี้ว่า “สำหรับผม ภาพนี้ทำให้นึกถึงชีวิตของคนเรา อาจจะมีบางครั้งที่โดนพายุหรือสายฟ้าที่ฟาดมาอย่างแรงในเวลาฝนตกหนักช่วงหนึ่งของชีวิตที่มีปัญหา แต่ถึงกระนั้นในสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างแรง อย่างน้อยก็ยังมีแสงสว่างอยู่ก็เปรียบเสมือนกับชีวิตของคนเรา ถึงจะเจอปัญหาร้อยแปดก็ไม่ควรที่จะสิ้นหวังเหมือนกับสายฟ้าที่มีทั้งแสงและแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นคู่กันมา…ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ซึ่งผมได้ภาพนี้ด้วยการใช้เพียงสมาร์ทโฟนในโหมดวาดภาพด้วยแสง Vivid และขาตั้งกล้อง ซึ่งผมชอบถ่ายภาพ Landscape เพื่อแบ่งปันให้ทุกคนเห็นความสวยงามของธรรมชาติ อย่างที่ผมได้เห็นจากชีวิตการทำงานที่ทำให้มีนิสัยชอบสังเกตสิ่งรอบข้าง ทำให้มองเห็นมุมมองที่แปลกใหม่ในการถ่ายรูปทุกวัน”

 

ภาพ A Dog And Sunset

ค้นหาแรงบันดาลใจผ่านฉากหรือเรื่องราวใหม่ๆ ในทุกวัน ข้าราชการหนุ่ม สุวัฒน์ เจริญพิบูลย์ ผู้บันทึกโมเมนต์น่ารักๆ ของสุนัขริมชายหาดในขณะตะวันตกดิน ในชื่อภาพ “A Dog And Sunset” เผยเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่มีส่วนทำให้ชื่นชอบการถ่ายภาพว่า “ด้วยกิจวัตรประจำวันของผม เดินทางโดยจักรยานปั่นไป-กลับ จากบ้านถึงที่ทำงานวันละประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งเครื่องมือบันทึกภาพที่พกไปด้วยจะต้องเล็กและเบา โดยระหว่างการเดินทางจะเปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อยๆ เพื่อได้เห็นวิวสองข้างทางที่ไม่ซ้ำกัน และเมื่อเจอวิวหรือสิ่งที่น่าสนใจ ก็สามารถหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายได้เลย อย่างภาพนี้ถ่ายที่บริเวณชายหาดชะอำ ความเป็นธรรมชาติในพื้นที่ได้ให้ความสุขแก่คนที่มาเยี่ยมเยือนไม่เพียงแค่ผู้คนจากต่างถิ่น ยังรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงต่างๆ อย่างสุนัขที่เจ้าของพามาเที่ยวด้วย เสน่ห์ของชายหาดชะอำจะมีมากขึ้นเมื่อต้องแสงตะวันที่ขึ้นในทุกๆ เช้า ในทุกช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น สีสันของท้องฟ้า และน้ำทะเลก็จะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ส่วนเทคนิคของการถ่ายภาพนี้ด้วยเทคโนโลยี Al ในสมาร์ทโฟน Huawei P٢٠ Pro ทำให้ง่ายต่อการถ่ายมาก แค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาในโหมด Auto กดโฟกัสไปที่สุนัข และเลือกวัดค่าแสงไปที่ท้องฟ้า ถึงแม้ว่ามีบางส่วนที่ติดมืด ก็ใช้ App ปรับให้สว่างขึ้นมาได้”

ภาพ Beach Fun

“รอ” รอจังหวะ รอเวลา รอสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด ในขณะที่ช่างภาพอิสระ ภานุพงษ์ หนูขวัญ เผยเทคนิคสำคัญในการเก็บภาพที่หยุดช่วงเวลาเสี้ยววินาทีสำคัญ ในภาพ “Beach Fun” ว่า “เทคนิคของผมคือการ “รอ”รอจังหวะ รอเวลา รอสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด เพียงเท่านี้ก็จะได้รูปที่ครบองค์ประกอบว่าใคร ทำอะไร ที่ไหนได้อย่างชัดเจน ส่วนตัวผมชอบถ่ายภาพแนว Life & Landscape เพราะผมคิดว่าภาพวิวถ้าเราใส่เรื่องราวและอารมณ์ลงไปจะกลายเป็นภาพที่ดูมีชีวิตชีวาและมองไม่มีเบื่อส่วนเรื่องการค้นหามุมมองเพื่อถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ด้วยสมาร์ทโฟนนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ถ้าเราทำความรู้จักมันให้ดี เราก็จะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ หัวเว่ยขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นตัวแทนทีมชาติไทยประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟน ในแคมเปญระดับโลก “NEXT-IMAGE Awards 2018” ชิงเงินรางวัลกว่า ٢ หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า ٦ แสนบาท)และของรางวัลมากมายกว่า ٥٠ รางวัลจากหัวเว่ย รวมไปถึงโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้รับการจัดแสดงผลงานภาพถ่ายของตน ณ Grand Palais มหานครปารีส ผู้สนใจสามารถส่งภาพเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2561 นี้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของการประกวดและส่งผลงานได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการgallery.consumer.huawei.com

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355697

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll “ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ผมยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลที่ไปได้ทุกที่ยังมีคนเกลียด ผมก็ต้องวิ่งไปหา ใครจะไม่ชอบผมไม่เป็นไร แต่ทหารทุกคนรักชาวบ้าน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช….

ll และผบ.ทบ.เลขาธิการคสช. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิศาสตร์ กล่าวในการประชุม นชต.ทบ.นำนโยบายของ นายกรัฐมนตรีฯ “เน้นย้ำเป็นการสร้างการรับรู้ให้สังคม เราต้องเดินอยู่ในกรอบที่เหมาะสมอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลอื่น แต่ไม่ใช่ร้องเรียนมาเท่าไหร่แล้วจะสามารถแก้ไขสมบูรณ์ได้ทั้งหมด คงไม่ใช่”…

ll ประธานกกต.คนใหม่รอพระราชทานโปรดเกล้าฯ นาม อิทธิพร บุญประคองอดีตทูตฯ วัย ๖๒ ปี ตำแหน่งสุดท้าย สมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ๒๕๕๙ ท่านมีประสบการณ์ในต่างประเทศมากมาย คงจะทำให้ กกต. ครั้งหน้าประสบความสำเร็จและยุติธรรม …

ll ส่วน รองปลัดยุติธรรม ธวัชชัย ไทยเขียว พูดถึง การค้ำประกันของ กศย.“การใช้ตำแหน่งค้ำประกัน ต้องกำหนดว่าข้าราชการระดับนี้มีค่าที่ใช้หลักประกันได้เป็นวงเงินเท่าไหร่ เมื่อไปค้ำประกัน ๑ คน แล้วเหลือวงเงินมูลค่าเท่าไหร่ที่จะนำไปค้ำประกันคนอื่นต่อได้หรือไม่ กระทำเหมือนเอาตำแหน่งไปค้ำประกันในการปล่อยตัวชั่วคราวของกระบวนการยุติธรรม มิใช่ข้าราชการ ๑ คนไปค้ำได้เป็นร้อยเป็นพันคน”จริง..จ้า.. จริง.. แล้ว กศย. จะเห็นด้วยหรือไม่??…

ll กลับมาเป็นมือ ๑ ของโลกนักกอล์ฟหญิงไทยคนเก่ง โปรเม เอรียา จุฑานุกาลหลังจากคว้าแชมป์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น เจ้าตัวบอกว่า จะพยายามคว้าแชมป์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจากนี้…

ll ชื่นชมกับความสามารถของเด็กไทยที่ชนะเลิศแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ ๕๐เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ณ สาธารณรัฐสโลวัก และสาธารณรัฐเช็ก เหรียญทองได้แก่ ภูริทัต สุขอนันต์ชัย เหรียญเงินน.ส.พิชามญชุ์ อัศวผดุงสิทธิ์,ภัคพล ธาดาวศิณ และ สรรค์เปรม เตชะวิเชียร ทั้ง ๔ เป็นนักเรียน เตรียมฯ ทั้งหมด…

ll เสียใจและอาลัย กับเพื่อนร่วมรุ่น ทพ.ญ.ละเอียด ดิษฐ์แย้ม ถึงแก่กรรม มีพิธีฌาปนกิจศพ เมื่อเสาร์๔ ส.ค. ณ วัดตรีทศเทพ ป่านนี้ดวงวิญญาณของเพื่อนคงสู่สุคติแล้ว…ll

น้องโน้ต