สมาคมโรคเบาหวานฯ เพิ่มพูนความรู้ให้แก่เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355554

สมาคมโรคเบาหวานฯ เพิ่มพูนความรู้ให้แก่เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์

สมาคมโรคเบาหวานฯ เพิ่มพูนความรู้ให้แก่เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์ ประธานวิชาการ สมาคมโรคเบาหวานฯ พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานฯ, นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการ, พล.ต.หญิง ศ.คลินิก พญ.อัมพา สุทธิจำรูญ อุปนายกคนที่ 2, ศ.นพ.ชัชลิต รัตนสาร กก.กลาง, มัณฑนา ตันประเสริฐผอ.หน่วยธุรกิจ กลุ่มยารักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด บ.ซาโนฟี่-อเวนตีสฯ และ เกลนดา ตัน หน.ฝ่ายการตลาด หน่วยธุรกิจกลุ่มยารักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี นำโดย ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ และกรรมการบริหารสมาคมฯ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Evolving Paradigms for Insulin Therapy of Type 2 Diabetes” ให้แก่บุคลากรทางแพทย์และพยาบาลกว่า 100 คน จากโรงพยาบาลในจังหวัดภาคเหนือของประเทศ เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานในยุคปัจจุบันและเป็นกุญแจสำคัญในการรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี เป็นการส่งเสริมองค์ความรู้ทางด้านการรักษาโรคเบาหวานให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการรักษาผู้ป่วยของตนเอง โดยมี มัณฑนา ตันประเสริฐ ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจกลุ่มยารักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดบริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส ประจำประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา และบรูไน ร่วมงาน

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของทางสมาคมโรคเบาหวานฯ ที่ต้องการส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคและการรักษาที่ทันสมัย โดยมีวิทยากรซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานเป็นผู้ให้ความรู้ และเป็นการเปิดเวทีให้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคต่างๆ ได้เข้าถึงองค์ความรู้และการรักษาโรคเบาหวานอย่างทั่วถึง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถต่อสู้กับโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ
ดีโรจนวงศ์ ประธานวิชาการสมาคมโรคเบาหวานฯ

ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์ ประธานวิชาการสมาคมโรคเบาหวานฯ
ศ. เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานฯ

ศ. เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานฯ

เปิดมุมมอง แรงบันดาลใจ‘โกศล ขันติทานต์’ เจ้าของรางวัล‘ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น’ปี’61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355578

เปิดมุมมอง แรงบันดาลใจ‘โกศล ขันติทานต์’  เจ้าของรางวัล‘ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น’ปี’61

เปิดมุมมอง แรงบันดาลใจ‘โกศล ขันติทานต์’ เจ้าของรางวัล‘ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น’ปี’61

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธรรมชาติและวัฒนธรรมต่างเป็นสิ่งเอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน เพราะเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของมนุษย์ถูกกำหนดขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์อาศัยอยู่ และบ่อยครั้งที่ผลงานสร้างสรรค์ของมนุษย์มีความสวยงามได้ก็เพราะธรรมชาติที่แวดล้อม แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ต่างถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีและยุคสมัยที่เปลี่ยนไปไร้คนดูแล เพราะเหตุนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมิติและประกาศให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจทางด้านการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติมาโดยตลอด

ล่าสุดรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ดำเนินรายการโดย “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” ได้รับเกียรติจาก โกศล ขันติทานต์ซึ่งได้รับรางวัล “ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น” พ.ศ.2561 จากคณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย ได้มาบอกเล่าความภาคภูมิใจเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานด้านโบราณคดี และเล่าแรงบันดาลใจที่ทำให้หันเหชีวิตตัวเองกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อดูแล ฟื้นฟู สถานที่ประวัติศาสตร์ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน

โกศล ขันติทานต์ เล่าว่า “ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าเราไม่เคยคิดและคาดหวังกับสิ่งที่เราได้รับมากับรางวัล “ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น”พุทธศักราช 2561 เนื่องด้วยการทำงานของเราที่สนับสนุนการทำงานกับหน่วยงานตรงกรมศิลปากร เรามีหน้าที่เก็บข้อมูลเชิงลึกข้อมูลพื้นฐาน มีการพูดคุยกับชาวบ้านในบริเวณจังหวัดสิงห์บุรีเป็นหลัก เนื่องจากจังหวัดสิงห์บุรีมีโบราณสถาน มีสถานที่บ่งบอกถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ เราก็ต้องเก็บข้อมูลและประมวลสิ่งแวดล้อมทั้งหมดส่งให้ ศิลปากรเพื่อที่จะลดขั้นตอนให้กรมศิลปากรเข้ามาอนุรักษ์ ฟื้นฟูซ่อมแซมหรือบูรณะได้ง่ายขึ้น

ก่อนผมจะมีโอกาสทำงานอยู่กรมศิลปากร ผมเป็นเพียงแค่เด็กบ้านนอกธรรมดา แต่ด้วยจังหวัดสิงห์บุรีที่ผมอยู่ มีวิชาเรียนบังคับประวัติศาสตร์เกี่ยวกับค่ายบางระจันที่ทุกคนต้องเรียนในขณะที่เราเรียน ม.3 ครูก็เล่าประวัติศาสตร์ให้เราฟัง เล่าเสร็จครูก็ถามว่า ใครมีคำถามอะไรไหม? เราก็ยกมือถามเกี่ยวกับค่ายบางระจันว่า “เรื่องที่เอามาเล่าจริงหรือครับ” ครูก็ตอบกลับมาว่า จริงสิ!! เราก็โต้ตอบกลับไปว่า “จะจริงได้อย่างไรเมื่อครูบอกว่าชาวบางระจันตายหมด แล้วใครจะมาเล่าให้เราฟัง” ครูเลยตอบกลับมาว่า “ไม่รู้ ถ้าอยากรู้เธอก็ไปหาของเธอเอง” ประโยคนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมศึกษาเรื่องนี้ให้ได้ เพราะถ้าเพียงแค่บอกเล่าลอยๆ เราจะไปเล่าต่อให้คนอื่นฟังก็คงไม่เกิดความภาคภูมิใจกับตัวเองและครอบครัวไม่ได้

ผมค้นคว้าเรื่องราวบางระจันตั้งแต่อยู่ ม.3 ในเวลานั้นเราได้ตั้งเป้าหมายตัวเองว่าเราจะไปเรียนด้านโบราณคดี เลยไปเรียนอยู่ราชภัฏฯแต่ระหว่างนั้นเองผมก็ชอบเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ที่วังนารายณ์ลพบุรีไปทำความรู้จักกับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะเข้าหากรมศิลปากร เพราะคิดว่าเค้าต้องรู้จักประวัติศาสตร์บ้านเราแน่นอน ก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่ช่วยงานพิพิธภัณฑ์ จนจบอนุปริญญา และตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาตรีใน 2 ปีท้าย

แต่วันหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรถือจดหมายมาหาเรา หัวหน้าที่มารับตัวเราวันนั้นพูดมาคำหนึ่งว่า ปริญญาตรีเรียนเมื่อไรก็ได้ แต่ประสบการณ์และโอกาสของชีวิตมันหาไม่ได้ “ถ้าอยากจะเรียนปริญญาตรีให้เรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ ใหม่ก็ได้ แต่ประสบการณ์เราจะได้ตั้งแต่วันนี้หากตัดสินใจอยู่กรมศิลปากร และคงไม่มีใครจะมาได้โอกาสเหมือนเรา” คำพูดนี้นี่เองทำให้ผมตัดสินใจเข้าทำงานในกรมศิลปากร เป็นเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพเก็บข้อมูลทุกที่ ส่วนใหญ่ก็เป็นช่างภาพ และเก็บข้อมูลทั้งภาพนิ่ง วีดีโอ มาเขียนลง สิ่งที่เราได้คือ การที่เราต้องคลุกคลีกับนักโบราณคดีลงพื้นที่พูดคุยทุกสิ่งทุกอย่างเก็บข้อมูลเพื่อมาผลิตรายการ เขียนหนังสือ จากสิ่งที่ทำเหล่านั้นมันทำให้เรารักและผูกพันในงานของเรา

บ่อยครั้งภารกิจของหน่วยงานที่เราทำงานอยู่ต้องตามเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุกครั้งก็สร้างความปลาบปลื้มใจให้เราเสมอ ถึงตาของเราจะต้องจดจ่ออยู่ที่กล้องถ่ายภาพเพื่อเก็บข้อมูล แต่หูเราก็จะคอยฟัง ทุกครั้งที่ลงพื้นที่และตามเสด็จฯ เราจะได้ยินพระสุรเสียงของสมเด็จพระเทพรัตนฯ คอยตั้งคำถาม ซึ่งเป็นคำถามที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นคำถามสั้นๆ ที่ได้ใจความและมักแฝงข้อคิดเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งยังคงจำได้ดีที่สมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอุทยานสุโขทัย ก่อนหน้าฝนตก ลมแรงเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไม่มีการตรวจสอบล่วงหน้า ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ล้มขว้างอยู่ ขณะที่ สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทอดพระเนตร แล้วจึงทรงมีรับสั่งถามว่า “ต้นไม้นี้ล้มอย่างไร?”มีข้าราชบริพารกราบทูลว่า “เมื่อคืนลมแรง” สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงมีรับสั่งว่า“ฉันต้องการรู้ว่าต้นไม้จะตายไหมอย่าไปตัดเขา เพราะยังมีรากยึดติดอยู่กับดิน ไม้ล้มจะตั้งขึ้นได้ เดี๋ยวฉันจะมาดู”พระราชดำรัสนี้ทำให้เราได้คิดว่าการทำสิ่งใดก็ตามอย่าไปใส่ใจถึงความล้มเหลว เพราะเดี๋ยวมันก็ตั้งขึ้นได้ถ้าเจตนาเราหรือสิ่งที่เราทำมันหยั่งลึกลงไปแล้ว จากวันนั้นก็เกิดแรงบันดาลใจ ให้ได้คิดว่าแม้เราไม่ได้เรียนโบราณคดีมาแต่ถ้าเราสนใจซะอย่างและมีความมุ่งมั่นพอ อ่านหนังสือ พูดคุยพบปะผู้คน แลกเปลี่ยนทัศนคติเยอะๆ ก็สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ ผมจึงตั้งใจทำงานด้านนี้มาโดยตลอด

หลังจากนั้นผมก็ได้รับโอกาสดีๆให้มาผลิตรายการสารคดีให้บริษัทเอกชน จนทำให้ได้รับรางวัล เมขลาทองคำ โทรทัศน์ทองคำ มันทำให้เราได้เรียนรู้งานในอีกแบบหนึ่ง จนวันหนึ่งในปี 2544 ในขณะที่ขับรถ มีรายการหนึ่งตอน 6 โมงเย็น เป็นข่าวหลังเคารพธงชาติ เปิดมาเราได้ยินเสียงพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ว่า “ทุกวันนี้ประเทศไทยจะไม่เป็นประเทศไทย เพราะคนต่างจังหวัดเก่ง มีความรู้ความสามารถหนีเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯหมด แล้วกรุงเทพฯ ก็รวมคนอยู่ทั้งหมด จึงไม่ใช่ประเทศไทย ทำไมไม่มีคนที่มีความรู้ความสามารถกลับไปพัฒนากลับไปช่วยบ้านเกิดของตัวเอง” พอเราฟังจบก็ตัดสินใจเขียนจดหมายลาออกกลับบ้านทันทีที่สิงห์บุรีทันที

พอเรากลับบ้านที่สิงห์บุรี ปีนั้นก็เริ่มจากการขี่มอเตอร์ไซค์ไปดูสถานที่ที่เราเคยไปเมื่อครั้งเด็กๆ ว่ายังอยู่ดีและได้รับการบูรณะแล้วหรือยัง และเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านชุมชนบริเวณแถวๆ นั้นว่าคิดเห็นเช่นไร ซึ่งการทำงานของผมเองจะใช้ชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง แล้วดูว่าเขามีทัศนคติอย่างไรและเริ่มทำกิจกรรมสร้างกลุ่มเยาวชนในชุมชนนั้นๆ ให้ช่วยกันดูแลโบราณสถานในท้องถิ่น และให้ความรู้เขา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชุมชนสามารถสานต่อทันที ให้คนในชุมชนเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ให้เขาผูกพัน ให้เขาเห็นประโยชน์และบอกเขาว่า เราเป็นเยาวชนที่อยู่ที่นี่ ต่อไปในอนาคตเราจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่จะต้องดูแลและรักษามันไว้ให้ถึงลูกหลานของเรา อย่างนั้นอย่าทอดทิ้ง”

ติดตามเรื่องราวดีๆ ที่ครบครันได้ในรายการ “แนวหน้าวาไรตี้”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784ทางดิจิทัลทีวี) หรือ True Visions 8ชมรายการย้อนหลังได้ที่youtubeผู้หญิงแนวหน้าbyคุณแหน

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355553

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จฯประทานเข็มกาชาดให้แก่ ผู้เสียสละทั้งหลาย รศ.อรุณีประภาหอมเศรษฐี เป็นผู้หนึ่งที่เข้ารับประทานเข็มในครั้งนี้ ข่าวว่าท่าเข้างานของอาจารย์ถูกต้องสวยงามจนลูกหลานควรดูไว้เป็นแบบอย่าง…

ll กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(สส.)เป็นเจ้าภาพด้านสถานที่การจัดประชุมระดับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ครั้งนี้พิเศษเพราะท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เกียรติมาเป็นประธานฯ โดยมี กรมอุทยานฯเอื้อเฟื้ออาหารกลางวันจากดุสิตธานี…

ll วัฒน์ ทาบึงกาฬ เลขานุการกรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(สส.)คนหนุ่มไฟแรงกับกลุ่มบริหารงานฯกรมฯ เหนื่อยกันหน่อย เพราะจัดสถานที่เหมือนสวนสวรรค์แดนหิมพานต์…

ll งานนี้ผู้บริหารกรมต่างๆ อาทิรวิวรรณ ภูริเดช และ ดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร สวมใส่ชุดไทย theme สีฟ้าสวยงามมาก เพื่อต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีในวันนั้น…

ll ศิริพร จันทรางศุ มีฝีมือทำเค้กกล้วยหอมแบบใส่น้ำข้าวกล้อง ไม่ใส่เนยนมน้ำตาล คนรับทานจึงไม่ต้องหวาดกลัวไขมันทรานส์ แถมรสชาติเยี่ยม …ช่วงนี้เตรียมชวน วิบูล สามีที่รักไปลุยเยอรมนี เป็นของขวัญที่สามีมีสุขภาพแข็งแรงดีแล้ว…

ll วาสกร เดชสุธรรม เริ่มบานาน่าทัวร์เล่นดนตรีแนวเมทัล ที่กทม.และที่ขอนแก่น ครั้งต่อไปมีคิวไปนครศรีธรรมราชขอให้แฟนเพลงร็อกแอนด์เมทัลไปชมกันเยอะๆ…

ll นายตำรวจหนุ่มไฟแรง พ.ต.อ.วัสสา วัสสานนท์ กับศรีภรรยามารับคุณย่าวัย 92 ปี จากกทม.ไปเที่ยวพิษณุโลก เพื่อเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี วัสสานนท์ ระหว่างนี้ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวันแม่พอดิบพอดี คุณย่าคงได้ชื่นอกชื่นใจ…

ll ไปดูงานที่เกาหลียามนี้อากาศร้อนระอุ เพราะอุณหภูมิ 41 องศา สากล ฐินะกุล บ่นอุบว่าร้อนหนักกว่าเมืองไทยมากมายจนบอกไม่บอกเลยทีเดียว…

ll แม้เหตุการณ์ร้ายจะผ่านมา 4 ปีแล้วก็ตามแต่ ดร.เจริญวิช หันแก้ว แห่งม.รังสิตไม่เคยลืม เพราะมีอุบัติเหตุตอนพานักศึกษาไปปลูกป่าชายเลนที่สมุทรสาคร สะพานขาด เธอถูกคอนกรีตตัวสะพานหิ้วเธอเหมือนถูกไม้ไผ่แขวนเจ็บร้าวหลังไปหมด โชคดีที่สามีไปพบพาส่งโรงพยาบาลทันการ เรียกว่าเฉียดฉิวแบบเส้นยาแดงผ่าแปด กายหายเจ็บ แต่ใจยังเจ็บเพราะผู้รับผิดชอบในสถานที่แห่งนั้น ไม่เคยโทร.มาถามอาการแม้สักนิด แต่หลังวิกฤติสะพานดังกล่าวถูกยกเลิกการใช้งานไปเลย โดยไม่ได้มีการซ่อมแซมใหม่ !!…ll

บารอนเนส

วว.เปิดศูนย์เรียนรู้เห็ดป่าชุมชนต้นแบบบ้านบุญแจ่ม สร้างอาชีพ รายได้ ให้ชุมชนยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355558

วว.เปิดศูนย์เรียนรู้เห็ดป่าชุมชนต้นแบบบ้านบุญแจ่ม สร้างอาชีพ รายได้ ให้ชุมชนยั่งยืน

วว.เปิดศูนย์เรียนรู้เห็ดป่าชุมชนต้นแบบบ้านบุญแจ่ม สร้างอาชีพ รายได้ ให้ชุมชนยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิด “ศูนย์เรียนรู้เห็ดป่าชุมชนต้นแบบบ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่” ซึ่งดำเนินงานโดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ภายใต้การดำเนินงาน 2 โครงการหลักๆ ได้แก่ โครงการวิจัยและพัฒนาป่าชุมชนต้นแบบให้เป็นแหล่งผลิต ผลิตผลอินทรีย์แบบธรรมชาติ เพื่อสร้างฐานอาหารและเศรษฐกิจในชุมชนอย่างยั่งยืน และโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง วว. กับชุมชนบ้านบุญแจ่ม และมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ โอกาสนี้ ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย หน่วยงานเครือข่ายและกลุ่มเกษตรกร ร่วมเป็นเกียรติ พร้อมร่วมปลูกป่าปลูกเห็ดป่าชุมชนและกิจกรรมบวชป่าด้วย เมื่อวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่

อนึ่ง โครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในโครงการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มุ่งใช้สำหรับการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของชุมชน ที่จะนำไปต่อยอดให้กับชุมชนในจังหวัดเป้าหมายทั้ง 10 จังหวัด เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเพาะเห็ดแบบครบวงจรถ่ายทอดสู่ชุมชนต่อไป โดยมุ่งเน้นการศึกษานิเวศวิทยาของเห็ดในพื้นที่ป่าชุมชน ศึกษาพืชอาศัยของเชื้อเห็ดป่า พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในหมู่บ้านบุญแจ่ม เพื่อเป็นต้นแบบการสร้างอาหารอย่างยั่งยืนในพื้นที่ป่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ยั่งยืน

12ห้องอาหาร คุณแม่ทานฟรี สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355551

12ห้องอาหาร คุณแม่ทานฟรี  สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

12ห้องอาหาร คุณแม่ทานฟรี สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ยังคงเอาใจผู้อ่านสายบุฟเฟ่ต์โรงแรมขาประจำ ต้อนรับเข้าสู่เดือนสิงหาคม เดือนพิเศษของอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ วันแม่แห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2561 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราจึงขอต้อนรับผู้อ่านทุกท่านด้วยอาหารมื้อพิเศษ ให้คุณแม่ทานฟรี! จาก 12 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ที่เชฟแต่ละห้องอาหารบรรจงรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ พร้อมร่วมกิจกรรรมสุดประทับใจและรับของที่ระลึกกลับบ้าน เริ่มต้นกันที่

โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 2 ท่านขึ้นไป สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นตามสั่งกว่า 77 เมนู อาทิ ซูชิ ซาซิมิ ซูชิโรล ข้าวปั้นหน้าต่างๆ ปลาไข่ ปลาดิบ นานาชนิด แคลิฟอร์เนียร์โรล เทปันยากิ เท็มปุระ โซบะ หัวปลาแซลมอน พิซซ่าญี่ปุ่น สเต๊ก ฯลฯ มื้อกลางวันในราคาท่านละ 500 บาทสุทธิ มื้อค่ำในราคาท่านละ 750 บาทสุทธิ ระหว่างวันที่ 12-13 ส.ค. พิเศษเฉพาะมื้อกลางวันวันที่ 12 ส.ค. ทุกครอบครัวรับภาพถ่ายครอบครัว, เข็มกลัดดอกมะลิ และบิงซู ที่ห้องอาหาร “นิชิกิ” สำรองที่นั่งโทร.02-6414777

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป พร้อมรับดอกมะลิ 1 กระถาง สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ทั้งอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป รวมทั้งอาหารทะเลสด หอยนางรม หอยแมลงภู่ และสลัดผักสดพร้อมน้ำสลัดแบบโฮมเมด ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานนานาชนิด อาทิ เค้ก ไอศกรีม ผลไม้ ฯลฯ ในราคาท่านละ 1,890 บาท++ ที่ห้องอาหาร “เดอะเวิลด์” หรือบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อเที่ยง ลิ่มลองความอร่อยแบบกวางตุ้งแท้กว่า 70 รายการ อาทิ ฟองเต้าหู้ปูอลาสก้าทอด, เปาะเปี๊ยะปลาทอด, เปาะเปี๊ยะเป็ดทอด, กุ้งอัลมอนด์ทอดซอสมะนาว, ปลาหิมะนึ่งเต้าซี่, กุ้งนึ่งฟักทองญี่ปุ่น, กุ้งนึ่งซอสปักกิ่ง และแตงซูชินี่นึ่งไส้กุ้ง ฯลฯ ในราคาท่านละ 1,250 บาท++ ที่ห้องอาหารจีน “ไดนาสตี้” เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. สำรองที่นั่งโทร.02-1006255

โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 10 ท่านขึ้นไป สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำเลิศรส มื้อกลางวัน ที่บรรจงคัดสรรความสดใหม่มาให้ชิม รวมน้ำชาและเก๊กฮวย ในราคาท่านละ 530 บาทสุทธิ หรือให้คุณแม่จ่ายเพียงครึ่งราคา สำหรับครอบครัวไม่ถึง 10 ท่าน เฉพาะวันอาทิตย์ที่12 ส.ค. ที่ห้องอาหาร “ฟุหมานเหลา” สำรองที่นั่งโทร.02-2169555

โรงแรมใบหยกสกาย ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 5 ท่านขึ้นไป พร้อมชมวิวที่หอชมวิวชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุนชั้น 84 ฟรี สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ กับขบวนซีฟู้ดตัวโตๆ อาทิ กุ้งแม่น้ำ, ปูม้า, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, กุ้งขาว, ซูชิ, ซาซิมิ, สเต๊กเนื้อเซอร์ลอยด์, สเต๊กแซลมอน, ไข่ตุ๋นทะเลเดือด, สปาเกตตีคาโบนาร่า, ข้าวเหนียวมะม่วง และอีกกว่า 50 รายการ ในราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 599 บาท เพียงจองและชำระเงินล่วงหน้า เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. สำรองที่นั่งโทร.02-6563939

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 3 ท่านขึ้นไป พร้อมรับของที่ระลึกสำหรับคุณแม่จากทางโรงแรม สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ไทย ซีฟู้ด รวมถึงเมนูพิเศษ ทะเลถังที่รวมอาหารทะเลปรุงสุก คลุกซอสสูตรพิเศษโต๊ะละ 1 ที่ ในราคาท่านละ 1,390 บาทสุทธิทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. ที่ห้องอาหาร “ซิตี้ บิสโทร” สำรองที่นั่งโทร.02-2163700 ต่อ 20100

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารไทย อิ่มอร่อยกับตำนานอาหารตามรอยแม่ อาทิ กุ้งย่างน้ำปลาหวานสะเดา, ผัดหมี่กะทิ, หรุ่ม อาหารว่างไทยโบราณ, ต้มสายบัว,ยำส้มโอ, หมูต้มเค็ม, หลนกุ้ง, ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง,ดอกแคทอด, แกงหอยใบชะพลู, ข้าวเกรียบปากหม้อ, ยำหัวปลี, ยำผักบุ้งทอดกรอบ, ขนมจีนน้ำพริก, หลนเต้าเจี้ยวหมูบด, เต้าหู้ทรงเครื่อง, ไก่ทอดซอสมะขาม ฯลฯ มื้อกลางวันในราคาท่านละ 482 บาท มื้อค่ำในราคาท่านละ 570 บาท ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค. ที่ห้องอาหาร “เปรมประชากร” สำรองที่นั่งโทร.02-5755599

โรงแรมแมนดาริน ให้คุณแม่ทานฟรี!เมื่อมา 1 ท่านขึ้นไป สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารไทยมื้อกลางวัน ที่เน้นเมนูเพื่อสุขภาพและรสชาติดี อาทิ น้ำพริกสี่ภาค, น้ำพริกอ่อง, น้ำพริกกุ้งเสียบ,น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกเห็ด, สลัดต่างๆ, ยำนานาชนิด และอาหารจานโปรดของคุณแม่อีกมากมาย ในราคาท่านละ 370 บาท หรือบุฟเฟ่ต์ข้าวต้มมื้อเย็น ทั้งข้าวต้มข้าวกล้อง ข้าวต้มและโจ๊กไรซ์เบอร์รี่ ข้าวต้มปลอดสาร พร้อมเครื่องเคียงสูตรดั้งเดิม ยำชนิดต่างๆ ฯลฯ ในราคาท่านละ 340 บาทเฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. ที่ห้องอาหาร“ครัวหลวง” สำรองที่นั่งโทร.02-2380230

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารไทยต้นตำรับมื้อกลางวัน ในราคาท่านละ 1,119 บาทสุทธิ ที่ห้องอาหาร “ศาลาริมน้ำ”พร้อมเค้กสูตรพิเศษ I Love You Mum มูสเค้กโยเกิร์ตบลูเบอร์รี่เจลลี่กลิ่นดอกมะลิแสนอร่อยในราคาชิ้นละ 140 บาทสุทธิ ที่ “แมนดารินโอเรียนเต็ล ช็อป” สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน,เกษรวิลเลจ, เซ็นทรัล ชิดลม, ดิ เอ็มโพเรียม และล็อบบี้ คอร์เนอร์ วันนี้-31 ส.ค. สำรองที่นั่งโทร.02-6599000

โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป สำหรับซันเดย์บรันช์ กับมุมอาหารทะเลนานาชนิดเรียงราย ทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง อินเดีย ญี่ปุ่น ตบท้ายด้วยขนมหวานนานาชนิด ไอศครีมโฮมเมด ในราคาท่านละ 2,000 บาทสุทธิ หรือบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ ในราคาท่านละ1,090 บาท++ เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นมา 4 จ่าย 2 สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันในราคาท่านละ 790 บาท++ มื้อค่ำในราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 1,090-1,400 บาท++ ตลอดเดือน ส.ค. ที่ห้องอาหาร “ฟีสท์” สำรองที่นั่งโทร.02-2660123

โรงแรมริชมอนด์ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป พร้อมรับของขวัญที่ระลึกและกรอบรูปครอบครัว สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อกลางวันสุดแสนพิเศษ ในราคาท่านละ 550 บาท++ พร้อมร่วมกิจกรรมนวดสัมผัสรักให้คุณลูกมอบความรักให้คุณแม่และคนในครอบครัว ด้วยการสอนวิธีนวดผ่อนคลายจากวิทยากรมืออาชีพ เพื่อส่งต่อความรักความอบอุ่นซึ่งกันและกัน เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. ที่ห้องอาหาร “แอทคาเฟ่” สำรองที่นั่งโทร.02-8318850, 02-8318888 ต่อ 2126

โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป พร้อมรับต้นมะลิ และร่วมกิจกรรมทำคัพเค้กบอกรักแม่ฟรี สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำสไตล์กวางตุ้งแท้กว่า 35 รายการ อาทิขนมจีบกุ้ง, ฮะเก๋ากุ้ง, ปลาสองสีนึ่งมะนาว, ซาลาเปาลาวา, ก้ามปูผงกะหรี่, กุ้งนึ่งมะนาว, เต้าหู้นึ่งหอยเชลล์, เกี๊ยวกุ้งทอด, กุ้งทอดตะไคร้ ฯลฯ มื้อกลางวันลด 30% เหลือราคาท่านละ 655 บาทสุทธิ มื้อค่ำลด 30% เหลือราคาท่านละ 729 บาทสุทธิ เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. ที่ห้องอาหาร “เดอะ โกลเด้น พาเลซ” สำรองที่นั่งโทร.02-2621234

โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ ให้คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป สำหรับบุฟเฟ่ต์บรั้นช์สุดคุ้ม ในราคาท่านละ 1,450 บาท++ ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค. ที่ห้องอาหาร “เบนิฮานา”สำรองที่นั่งโทร.02-7182000

สุดยอดหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355556

สุดยอดหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15’

สุดยอดหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15’

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สุวิทย์ กิ่งแก้ว พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการตัดสินในแต่ละประเภท นิรันศักดิ์ บุญจันทร์ (รวมเรื่องสั้น), ศ.กีรติ บุญเจือ (สารคดี),ศ.ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ (นวนิยาย), รศ.สุพรรณี วราทร (วรรณกรรมสำหรับเยาวชนและรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “นวนิยายขนาดสั้น” และ “รวมเรื่องสั้น”), เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (กวีนิพนธ์ และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “กวีนิพนธ์”) และ นิวัฒน์ ธาราพรรค์ (นิยายภาพ(การ์ตูน) และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “นิยายภาพ (การ์ตูน)”

ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย ประกาศผลรางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561” โดย ประชาคมลุนาชัย คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนวนิยาย จากเรื่อง “ในกับดักและกลางวงล้อม” ส่วนประเภท กวีนิพนธ์ “กุดจี่” พรชัย แสนยะมูลคว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงาน “ใจปัจจุบัน” ทั้งนี้ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 100,000 บาท

สุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีของการดำเนินโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ได้คัดสรรหนังสือดีมีคุณภาพทั้ง 7 ประเภท สู่สังคมประกอบด้วย กวีนิพนธ์, นวนิยาย, นิยายภาพ (การ์ตูน), รวมเรื่องสั้น, วรรณกรรมสำหรับเยาวชน, สารคดี (ทั่วไป) และประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อยกย่องเชิดชูนักเขียนคุณภาพ สนับสนุนผลงานที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคมมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาตนเองด้านการอ่าน การเขียนผลงานคุณภาพเป็นการต่อยอดทางความคิดให้กับสังคมไทย ขยายผลพื้นฐานทางความรู้ให้เมืองไทยเป็นสังคมที่อุดมด้วยปัญญา

ผลการตัดสินการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 มีดังนี้ ประเภทกวีนิพนธ์ รางวัลชนะเลิศ เรื่อง ใจปัจจุบัน โดย “กุดจี่” พรชัย แสนยะมูล สำนักพิมพ์ไม้ยมก รองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง นัยน์ตาฤดูกาลโดย โขงรักษ์ คำไพโรจน์ สำนักพิมพ์กากะเยีย รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง สวนดวงใจ โดย ลอง จ้องรวีสำนักพิมพ์โรงนาบ้านไร่ ประเภทนวนิยาย รางวัลชนะเลิศ เรื่อง ในกับดักและกลางวงล้อม โดย ประชาคม ลุนาชัย สำนักพิมพ์ศรีปัญญา รองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง นี่คือสิ่งสำคัญ โดย ภาณุมาศ ทองธนากุล รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง คนในนิทาน โดย กร ศิริวัฒโณ สำนักพิมพ์บ้านกาลก่อง ประเภทนิยายภาพ รางวัลชนะเลิศ เรื่อง The things behind that door ทุกอย่างเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน โดย คัจฉกุล แก้วเกต สำนักพิมพ์บัน รองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง ผีเทศกาล โดย สิริน สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง พระเจ้า 500 ชาติ โดย โอม รัชเวทย์, มนัส หัสดำ, คาริญย์ หึกขุนทด,โรมรัช รัชเวทย์, พรเทพ ชูกุล และกฤช อมรินทร์ คอมมิกส์ ประเภทรวมเรื่องสั้น ไม่มีผลงานใดได้รับรางวัลชนะเลิศ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง ลืมตาตื่นอีกครั้ง…ในเวลาอันสมควร โดย ปองวุฒิ รุจิระชาคร จากแพรวสำนักพิมพ์ รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง เด็กชายที่ปลอมตัวเป็นหนังสือ ดอกไม้ และอื่นๆ โดย ปะการัง สำนักพิมพ์เช้าวันอาทิตย์ ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน ชนะเลิศ เรื่อง อัศวินอุตุกับปีศาจทั้ง 8 โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร สำนักพิมพ์ภูตะวัน รองชนะเลิศอันดับ 1เรื่อง โลกของมดแดงกับแตงกวา (เอยด้วย!) โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง บึงน้ำแห้ง โดย โชติ ศรีสุวรรณ สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ ประเภทสารคดี ชนะเลิศ เรื่อง City Sight เมืองที่มองไม่เห็น โดย สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์ สำนักพิมพ์แซลมอน รองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง หิมาลัยไม่มีจริง โดย นิ้วกลม สำนักพิมพ์คู้บ (KOOB) รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง 2310 อวสานกรุงศรีฯ โดย สุเจน กรรพฤทธิ์ สำนักพิมพ์สารคดีหนังสือแนะนำในปีนี้ มี 4 เล่ม ได้แก่ เรื่องความสุขความทรงจำ ในรัชกาลที่ 9 โดย ธงทอง จันทรางศุ สำนักพิมพ์มติชน, เรื่อง ตาสว่างกับรัชกาลที่ 4 โดย ไชยันต์ ไชยพร สำนักพิมพ์มติชน, เรื่อง พะเลอโดะ แห่งป่าแม่เงา โดย สุวิชานนท์ รัตนภิมล สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา และ เรื่อง มนุษย์กรุงเทพ โดย ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ สำนักพิมพ์แซลมอน ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดกวีนิพนธ์ ชนะเลิศ เรื่อง โลกประจำตัว โดย รัฐ ปัญเจียง หนังสือทำมือ รองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่องแท้ธารมิอาจกั้น โดย นนทพัทธ์ หิรัญเรือง หนังสือทำมือ รองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่องในชายคามาตุภูมิเรา โดย ชาตรี อรุณพัด หนังสือทำมือ ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดนิยายภาพ (การ์ตูน) ชนะเลิศ เรื่อง ไม่อยากเก็บคุณไว้ในตู้เย็นตลอดไป โดย Noetta หนังสือทำมือ ส่วนหมวดนวนิยายขนาดสั้น และหมวดรวมเรื่องสั้นไม่มีผลงานใดได้รับรางวัล

สำหรับ ผู้ชนะเลิศ “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” จำนวน 6 ประเภท จะได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ส่วน ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ รวม 4 หมวด คือ นวนิยายขนาดสั้น รวมเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และนิยายภาพ(การ์ตูน) ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลเงินสด 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์งานเขียนต่อไป ทั้งนี้พิธีมอบโล่และรางวัลต่างๆ ในโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 จะจัดในวันที่ 6 กันยายน 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี โดยได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย กรรมการกิตติมศักดิ์โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นประธานในพิธี

สุวิทย์ กิ่งแก้ว รอง กก.ผจก.อาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์

สุวิทย์ กิ่งแก้ว รอง กก.ผจก.อาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พล.อ.พลางกรู กล้าหาญ , พล.ท.นพ.กฤษฎา ดวงอุไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355626

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พล.อ.พลางกรู กล้าหาญ , พล.ท.นพ.กฤษฎา ดวงอุไร

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พล.อ.พลางกรู กล้าหาญ , พล.ท.นพ.กฤษฎา ดวงอุไร

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 20.49 น.

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 4 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355549

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 4 สิงหาคม 2561

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 4 สิงหาคม 2561

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.08 น.

ชวนชิม

“Pablo Nude” ชวนชิมชีสทาร์ตจากโอซากาเมนูใหม่ ด้วยแนวคิดสุดครีเอทให้ได้สัมผัสประสบการณ์อร่อยเยิ้มสุดฟินด้วยการเปลือยความอร่อยให้เหลือเพียงครีมชีสสุดละมุนอบสดใหม่ แล้วราดด้วยแยมแอพพริคอตที่เป็นซิกเนเจอร์ เสิร์ฟมาในถ้วยสีนู้ดชมพู ที่เพิ่มความสนุกด้วยดีไซน์การค่อยๆ เปลือยเปลือกออกมาให้เห็นครีมชีสเนียนนุ่มน่าลิ้มลองด้านในในราคาชิ้นละ 350 บาท ที่ร้านพาโบล สาขาใหม่ล่าสุด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 6 เท่านั้น

“กุ้งมังกรเจ็ดสีภูเก็ต” ชวนชิมภูเก็ตล็อบสเตอร์ หรือกุ้งมังกรเจ็ดสีของดีเมืองภูเก็ต ที่มีลักษณะเนื้อใสกรอบ ไม่มีกลิ่นคาว เลือดกุ้งสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์อันเลิศรส โดยนำมาจำหน่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากบุฟเฟ่ต์ให้กับลูกค้าโออิชิแกรนด์ ในราคา พิเศษตามน้ำหนัก 360 บาท/100 กรัม ซึ่งสามารถเลือกให้เชฟปรุงเป็นเมนูใดก็ได้ตามใจชอบ อาทิกุ้งมังกรเจ็ดสีซาชิมิ, กุ้งมังกรเจ็ดสีอบชีส ฯลฯ วันนี้-31 ส.ค. ที่ร้านโออิชิ แกรนด์ ชั้น 4 สยาม พารากอน

“เทศกาลปูทะเล” ชวนชิมปูทะเลพริกเซี่ยงไฮ้ เมนูใหม่ด้วยเนื้อปูแน่นเต็มคำคลุกเคล้าเครื่องเทศชั้นเลิศ เสิร์ฟคู่หมั่นโถวทอด กรอบนอกนุ่มใน เอกลักษณ์เฉพาะด้วยน้ำหนักเริ่มต้น 400 กรัม ในราคาเพียง 499 บาทจากปกติขีดละ 200 บาท และอีกหลากหลายเมนูปูแสนอร่อย อาทิ ปูผัดผงกะหรี่, ปูผัดพริกไทยดำ, ปูอบวุ้นส้น, ปูนึ่งซีอิ๊ว, ปูนึ่งมะนาว ฯลฯ วันนี้-30 ก.ย. ที่ร้านอาหารฮั่วเซ่งฮง ทั้ง 19 สาขาโทร.02-1051547

“70’s Once More” ชวนชิมอาหารไทยคาวหวานนานาชนิด อาทิขนมโบราณ, สายไหมหยอดเหรียญ, ไอติมไข่แข็ง, ขนมหม้อดินต่างๆ, น้ำอัดลมโบราณฯลฯ พร้อมช็อปร้านค้าโชห่วย หาบเร่ แผงลอย อาทิ ของที่ระลึก, ซีดี, เครื่องดนตรี,ของเล่นสังกะสี, เสื้อผ้า, รองเท้า ฯลฯ ในบรรยากาศย่านวังบูรพา สถานที่อันพร้อมสรรพไปด้วยสิ่งทันสมัยมากมาย จนกลายเป็นที่มาของคำเรียกโก๋หลังวัง แหล่งชุมนุมของวัยรุ่นหนุ่ม-สาวยอดฮิตในสมัยนั้น ให้หวนคิดถึงเรื่องราวความประทับใจในอดีตอีกครั้ง ทั้งสถานที่สำคัญ บทเพลง ภาพยนตร์ แฟชั่น อาทิ ตลาดมิ่งเมือง,โรงภาพยนตร์คิงส์, ห้างไนติงเกล, ร้านฉายาจิตรกร ฯลฯ พร้อมชมคอนเสิร์ตบทเพลงสากลแนวร็อก และ ดิสโก้ที่โด่งดังในยุค 70’s วันนี้-5 ส.ค. ที่ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ และระหว่างวันที่ 10-19 ส.ค. ที่ลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค โทร.02-7218888, 02-4547777

“Giant Wonderland 2018” ชวนชิมช็อกโกแลตจากร้านค้าชื่อดัง อาทิ Melt Me, Coffeelism Stand, Ikea Café, Bake A Wish, Lamelo Bake Studio, Friday Kitchen ฯลฯ พร้อมพบกับเจ้าหญิงในเทพนิยายที่ทำจากช็อกโกแลตสูงกว่า 4 เมตร และเหล่าผองเพื่อนสัตว์น้อยที่ออกมาโลดแล่นจากนิทาน โปรโมชั่นช็อปครบ 1,000 บาท สามารถร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปจากโรงเรียนทำขนมชื่อดัง วันนี้-7 ส.ค. ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

“Go Organic & Natural Market” ชวนชิมอาหารและขนมหวานเพื่อสุขภาพ อาทิ เปียกปูนกะทิออร์แกนิค, ซูชิเห็ด, ธัญพืชออร์แกนิคอบกรอบ ฯลฯ พร้อมช็อปสินค้าออร์แกนิคและสินค้าจากธรรมชาติส่งตรงจากไร่กว่า 500 รายการ อาทิ ผักผลไม้ออร์แกนิคตามฤดูกาล, ข้าวโพดสีม่วง, มันญี่ปุ่นสีม่วง, กาแฟออร์แกนิค, ออร์แกนิคโยเกิร์ต, เนื้อหมู, เนื้อไก่, ไข่ไก่ออร์แกนิค, อาหารทะเล ฯลฯ พิเศษ ช็อปครบ 500 บาท รับคูปองส่วนลดรวม 80 บาท และรับสิทธิ์แลกซื้อสินค้ามายช้อยส์ลด 50% วันนี้-6 ส.ค. ที่ลานกิจกรรมหน้าลิฟต์แก้วชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

ชวนช็อป

“Infinite 8” ชวนช็อปสินค้าออนไลน์ ทั้งในเว็บไซต์ http://www.jd.co.th และแอพพลิเคชั่น JD Central รับส่วนลดสูงสุดถึง 80% และส่วนลดเพิ่มอีก 8% สูงสุด 800 บาท พร้อมเปิดจอง Samsung GalaxyJ8 BNK48 Limited Edition Boxset และสินค้า Super 8 Deals, The Incredible 18, Super Flash Sale ร่วมเล่นเกมและกิจกรรมอีกมากมาย วันนี้-8 ส.ค. ที่เจดีเซ็นทรัล

“Mille Malle Happy Mother’s Day” ชวนช็อปสินค้าภายในศูนย์การค้าครบทุก 1,000 บาทรับทันทีของที่ระลึก Mille Malle Collection พร้อมโปรโมชั่นอีกมากมายมาเอาใจคุณแม่โดยเฉพาะ ระหว่างวันที่ 10-19 ส.ค. และฟรีเวิร์กช็อปของขวัญ DIY ผ้ากันเปื้อน เฉพาะวันศุกร์ที่ 10 ส.ค. เวลา 16.30-18.30 น. ที่ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 โทร.02-6637593

“หนึ่งบัตรจัดเต็มเพื่อแม่” ชวนช็อปชุดห้องนอนจากอินเด็กซ์เฟอร์นิเจอร์ลดทุกชุด 10% ตลอดจนสินค้าราคาพิเศษเพื่อแม่อีกมากมาย รับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ พร้อมรับคูปองเงินสด 200 บาท เมื่อแลกใช้คะแนน Joy Card 15,000 คะแนน จากปกติ 5,000 คะแนน วันนี้-13 ส.ค. ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์28 สาขาทั่วประเทศ โทร.02-4171111

ชวนใช้

“พาคุณแม่ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี” ชวนใช้บริการรถไฟฟ้า BTS สายสีลมและสายสุขุมวิท, MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง, รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ฟรีสำหรับคุณแม่ตลอดสาย ตลอดระยะเวลาให้บริการ เมื่อเดินทางพร้อมคุณลูก ในวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. ติดต่อขอรับคูปองได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟฟ้าทุกสถานี โทร.02-6176000, 02-6245200

“คนปทุมฯ สุดคุ้มเที่ยวดรีมเวิลด์” ชวนใช้บัตรเที่ยวดรีมเวิลด์ราคาพิเศษ เพียงแสดงบัตรประชาชนที่ระบุที่อยู่จังหวัดปทุมธานี รับส่วนลดทันที 100 บาท สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิด อาทิ บ้านยักษ์, วอเตอร์ฟัน, โฟโตเปีย, เคเบิ้ลคาร์, เฮอริเคน, ทอร์นาโด, ไวกิงส์, สกายโคสเตอร์ ฯลฯ รวมกว่า 26 รายการ พร้อมชมฟรีรายการบันเทิงมากมาย วันนี้-31 ส.ค. ยกเว้นวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค.ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“ไอซีซี แฟร์ 2018” ชวนใช้บัตรสมาชิก His & Her Plus Point ช็อปสินค้าแบรนด์ดังในเครือสหพัฒน์ ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมรับคะแนนสะสม 2 เท่า และรับกระเป๋าเมื่อช็อปครบตามเงื่อนไข และรับฟรีน้ำแร่ใหม่และบีเอสซีคอร์นซอยเมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น วันนี้-5 ส.ค. ที่พระราม 2 ฮอลล์ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 โทร.02-2969900

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้านตอนราชชนนีศรีสยาม สตรีมีบทบาทต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล่ร่วมทำนุบำรุงชาติไทย ให้มั่นคงแข็งแรงมาตราบปัจจุบันสมัย ในวันพุธที่ 8 ส.ค. และตอนโนราห์ไม่ลาโรง ศิลปะพื้นถิ่นดินแดนด้ามขวานทอง ในวันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“Mahachai Flower Festival” ชวนชมสวนกล้วยไม้นานาพันธุ์ อาทิ สกุลแคทลียา, สกุลหวาย,สกุลม็อคคาร่า, สกุลแวนด้า, สกุลฟาแลนนอปซีสฯลฯ รวมกว่า 100,000 ดอก และสวนนกยูงเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษาที่มีความยาวกว่า 6 เมตรงามสง่าอยู่ท่ามกลางสวนดอกแคทลียาควีนสิริกิติ์พร้อมช็อปพันธุ์ดอกกล้วยไม้และอุปกรณ์จัดสวนในราคาพิเศษ วันนี้-13 ส.ค. ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย

“แม่ของแผ่นดิน” ชวนชมแสดงบัลเลต์พร้อมร่วมกิจกรรมมอบมาลัยมะลิ ทำกรอบรูปครอบครัว รับประทานของว่าง เล่นเกม เล่นดนตรี ฯลฯ โดยครูดีเจแมน ธนรัตน์ กิตยาการ สำหรับเด็กอายุ 2-9 ปี ค่าลงทะเบียน 100 บาท ในวันอาทิตย์ที่12 ส.ค. เวลา 13.00-15.00 น. ที่ศูนย์การค้าไลม์ไลท์ อเวนิว ภูเก็ต โทร.07-6682900

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355347

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2561

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll “เร็วช้าหนักเบา” “เตี่ย” นายห้างเทียม โชควัฒนา สอนลูกหลาน “สหพัฒน์” ให้ตระหนักในการบริหารธุรกิจ..ทายาทคนสำคัญ เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา รับมรดกอาณาจักรแสนล้านวันนี้..ให้ความสำคัญกับ Big Data จัดการขายสินค้า..จะผูกหางหมาแล้วขายได้แบบเมื่อก่อน..ไม่ไหวแล้ว..ส่วนปัญหาบ้านเมือง “เสี่ยเซี้ยง” ไม่ให้ผูกกับหางใคร..ขอฟังดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตที่ปรึกษากลุ่มสหพัฒน์..ที่อนาคตการเมืองสดใสมากๆ…

ll ชาวค่าย สจม.เพิ่งสูญเสียสมาชิกสำคัญ นภดล เอนกชัย วูบที่สงขลา..สถ.จุฬาฯรุ่น 2511 อีกคน..พิพัฒน์ บุนนาค ก็เพิ่งเข้า ICU ที่เชียงใหม่..พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก หนึ่งในผู้จัดทำหนังสืออนุสรณ์ 50 ปีรุ่นเข้า..ขอร้องตอนนี้..สมาชิกอย่าเพิ่งด่วนตายไปไหน..ขี้เกียจเปลี่ยนสีชื่อเพื่อน..จากหมึกดำเป็นสีแดง..ตามประเพณีโบราณ…

ll แม้อาจารย์เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์ จะเทศน์นอกธรรมมาสน์..แสดงธรรมะ “อดกลั้น” เลิก “ทุเรียน” ..แต่สถาปนิกมือดี บุญยิ่ง จุลเกียรติ ไม่สน..รวมเพื่อนแวะเที่ยว “สวนป่าละอู ออร์ชาด” ที่กำลังอยู่ใน Season ..และเพื่อนเก่า กฤษณ์ ศิรประภาศิริ คุยว่า เจ้าของสวนสนิท มอบทุเรียนต้นดีให้ 1 ต้น หน้าบังกะโลหลังที่ 5 เก็บเกี่ยวได้ตามอำเภอใจ…

ll อรรถพิลาส ตันตราภรณ์ เพิ่งกลับจากไอซ์แลนด์..ขอพักเล่นกอล์ฟในไทยสัก 2 อาทิตย์ รอต้อนรับเพื่อนรัก ตอ. 27คุณหมอฐิติ เจ้าเจริญกุล จากชิคาโก ..ก่อนจะชักชวนหนีร้อน(โตเกียว) ..ไปรอหิมะที่ฮอกไกโด…

ll คฑา บัณฑุรัตน์ หอบข้าวของขนย้ายกลับจาก Post SCG ที่อินโดนีเซียได้ทัน 1 วันก่อนแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด..น้องๆ อิเหนาคงเหงา เพราะ “พี่กั้ง”..นอกจากขายเก่ง สังคมดี ..ยังตั้งวงมิตรภาพได้ทุกคืน…

ll เด็กสาธิตจุฬาฯ ลูกหลานผู้มีอันจะกิน อาทิ กรวิชญ์ สารสิน, ต้นหน ตันติเวชกุล, อตินุช มาลากุล ณ อยุธยา..จะจัดแสดงละครเพลง “ต่างเข้าใจ” กลางเดือนสิงหานี้ที่โรงละครเคแบงก์ สยามสแควร์วัน ..สมาคมผู้ปกครองฯ แทบไม่ต้องเรี่ยไรขายบัตร…

ll ธนาสรณ์ วิชัยรัตนกุล จะหนีร้อน Summer โตเกียวมาพึ่งเย็น กทม.(ฮา) ..ไม่แค่เที่ยวพักผ่อนอย่างเดียว ..แต่คงลุย “สวน” หามะม่วง มะพร้าว ฟักแฟง แตงโม..ไปขายชาวอาทิตย์อุทัย ที่ทางการพยายามกีดกันพืชผัก ผลไม้ชาติอื่น ..แต่ “ลูกค้า” ชอบ..ตอนนี้ทั้งประเทศหลงใหล “ผักชี”..ใส่ไปในอาหารทุกอย่างแม้แต่ “เบียร์” ..บาปกรรมที่เคยหัวเราะเยาะคนไทยที่กิน “วาซาบิ” เป็นก้อนๆ ..เหมือนสามล้อถูกหวย…

ll ณรัตน์ไชย หลีระพันธ์ จัดฉลอง “เย็นตาโฟ อ.มัลลิการ์” ครบ 25 ปี ทุกสาขา..ถือเป็นผู้บุกเบิกที่เอา“ก๋วยเตี๋ยวถูกๆ” ขึ้นห้าง..สูตรรสเด็ดนี้ได้มาโดยบังเอิญ ..วันหนึ่งเชฟมือดีมาขอลาออกจากภัตตาคารครัวชุมสาย..เถ้าแกเลยถามว่าจะออกไปไหน มีฝีมือเก่งฉกาจเรื่องใด ลองทำให้ชิมสิ..เลยเป็นที่มาของ “เย็นตาโฟ” ดัง..อยู่มากว่า 25 ปี…

ll เป็นที่ถกเถียงกันทั่วลานนาแน่..เมื่อ “เอกชน” จะเอาที่วัดร้างไปสร้างโรงแรม ..เจ้าอาวาสวัดล้านช้าง ศรีภูมิ คงต้องอธิบายชาวบ้านที่ไม่ยอมปล่อยให้วัดต้นปูน วัดร้างๆ ข้างๆ ต้องเป็นที่กินขี้ ปี้ นอน ในเขตพุทธาวาส แน่ๆ ..พระคุณเจ้า..ตบท้ายด้วยข่าวดีในวงการสงฆ์ ..เมื่อถึงคิว ผอ.สำนักพุทธฯ..เจ้าของความคิด “เงินทอน” ..ตั้งโครงการให้วัดเอง อนุมัติเอง และไปขอเงินทอน30-80% (OMG) คืนจากวัด..จะโดนจับมาใช้กรรม…ll

ภิญญ์สิรี

‘สืบสานงานเงิน’ หนุนเครื่องเงินไทยอวดสายตาชาวโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355322

‘สืบสานงานเงิน’ หนุนเครื่องเงินไทยอวดสายตาชาวโลก

‘สืบสานงานเงิน’ หนุนเครื่องเงินไทยอวดสายตาชาวโลก

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้บริหารสยามเจมส์ กรุ๊ป ณัฐพล ปฐมกุล 

สยามเจมส์ กรุ๊ป เดินหน้าโครงการสืบสานงานเงิน เชิญผู้ประกอบการและช่างฝีมือ 33 รายจากทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรม Mini Matching ครั้งแรกที่จังหวัดน่าน คัดผู้ประกอบการ 6 รายเข้าร่วมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายโอกาสผลิตภัณฑ์เครื่องเงินสู่สายตา

ชาวโลก พร้อมโอกาสเซ็นสัญญาจำหน่ายสินค้ากับสยามเจมส์ กรุ๊ป ขณะที่ผู้ประกอบการอีก 4 ราย จะผ่านการคัดเลือกในกิจกรรม ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ ผลงานที่ผ่านการพัฒนาทั้งหมด 10 ราย จะได้รับการจัดแสดงสู่สาธารณชนในช่วงปลายปี วันที่ 18 ธันวาคม 2561 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ณัฐพล ปฐมกุล กำลังชมผลงานของร้าน ธนาภรณ์ จิวเวอรี่ จ.จันทบุรี

หัวเรือใหญ่ของโครงการฯ นายณัฐพล ปฐมกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้า สยามเจมส์ กรุ๊ป กล่าวว่า กิจกรรม Mini Matching เป็นกิจกรรมเริ่มต้นของโครงการสืบสานงานเงิน ที่สยามเจมส์ กรุ๊ป ตั้งใจสนับสนุนผู้ประกอบการและช่างฝีมือเครื่องเงินที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 33 รายทั่วประเทศ ในเรื่องการขยายช่องทางการค้า โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสในการนำเสนอสินค้าเครื่องเงินและผลงานต่างๆ แบ่งเป็น สินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ อาทิ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เป็นต้น และสินค้าประเภทแฟชั่น อาทิ เครื่องประดับ กระเป๋าถือ กับคณะกรรมการผู้ทรงวุฒิ อันประกอบไปด้วย ทีมผู้บริหารจากสยามเจมส์ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงกับทางเรากำหนดไว้ จะรับสิทธิ์เซ็นสัญญาจำหน่ายสินค้ากับทาง สยามเจมส์ กรุ๊ป ส่วนผู้ประกอบการและช่างฝีมือที่มีศักยภาพและผลงานที่โดดเด่น ก็จะมีโอกาสเข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์กับโครงการ ในลำดับต่อไป”

(ซ้าย) พิสมัย ผุยพรม จากร้านไหมเงิน จ.สุโขทัย  

“ที่เราเลือกจัดกิจกรรม Mini Matching ขึ้นที่ น่าน เป็นจังหวัดแรก นั่นก็เพราะว่า น่าน มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาการผลิตเครื่องเงินมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการสลักดุน เครื่องเงินชมพูภูคา ซึ่งถือว่าเป็นอัตลักษณ์เด่นของภาคเหนือที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ไม่ให้เลือนหายไป งานครั้งนี้มีผู้ประกอบการและช่างฝีมือเข้าร่วมทั้งหมด 19 ราย แบ่งเป็นสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ จำนวน 9 ราย และสินค้าประเภทแฟชั่นจำนวน 10 ราย โดยผลงานของแต่ละท่านมีความโดดเด่นน่าสนใจแตกต่างกันออกไปซึ่งเราจะคัดเลือกให้เหลือเพียง 6 ราย ส่วนครั้งที่ 2 เราจัดกิจกรรม Mini Matching ขึ้นที่จังหวัดสุรินทร์ และคัดผู้ประกอบการให้เหลือเพียง 4 ราย รวมทั้งสิ้น 10 ราย เท่านั้น

และทั้ง 10 รายนี้จะได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบสินค้าที่สอดรับกับความชื่นชอบ และพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยว กับผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทยสู่เครื่องประดับร่วมสมัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณในการพัฒนาสินค้า 50,000 บาทต่อรายตลอดโครงการ พร้อมรับสิทธิ์เซ็นสัญญาจำหน่ายสินค้ากับทางสยามเจมส์ กรุ๊ป ต่อไป อีกทั้ง ผลงานที่ผ่านการพัฒนาทั้งหมดจะได้รับการจัดแสดงสู่สาธารณชนในวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน อีกด้วย

มนตรีเครื่องเงิน จ.สุโขทัย

กิจกรรม Mini Matching ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่ จังหวัดน่าน มีผู้ประกอบการและช่างฝีมือที่มีศักยภาพและผลงานโดดเด่น จำนวน 6 ราย ได้มีโอกาสเข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์กับโครงการในลำดับต่อไป ได้แก่ ไหมเงิน จังหวัดสุโขทัย, มนตรีเครื่องเงิน จังหวัดสุโขทัย, ปัณณะศรัณ จังหวัดนนทบุรี, ธนาภรณ์ จิวเวอรี่ จังหวัดจันทบุรี, แอลฟ่าคราฟท์เวอร์ค จังหวัดน่าน และนำชัยเครื่องเงิน จังหวัดน่าน ซึ่งแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องเงินแต่ละรายมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ต่างกันไป

พิสมัย ผุยพรม จากร้านไหมเงิน จังหวัดสุโขทัย เล่าว่า สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ “สืบสานงานเงิน” เพราะอยากพัฒนาการออกแบบชิ้นงานเครื่องเงินให้หลากหลาย รวมทั้งด้านการตลาดให้กว้างขึ้น ความโดดเด่นของเครื่องเงินที่ร้าน นอกจากจะอ่อนช้อยงดงามแล้ว ยังใช้เทคนิคลงยาสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดสุโขทัย “ดีใจที่สามารถผ่านเข้ามาในรอบสุดท้าย และมั่นใจว่าจะการเข้าอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับโครงการ จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้เครื่องเงินของสุโขทัย เป็นที่ยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ”

ปัณณะศรัณ แก้วประเสริฐ  

ขณะที่ สาวสวยนักออกแบบจิวเวลรี่ปัณณะศรัณ แก้วประเสริฐ เจ้าของร้าน ปัณณะศรัณ จากจังหวัดนนทบุรี เล่าว่า เธอเพิ่งเข้าสู่วงการออกแบบเครื่องประดับเงินได้เพียง 2 ปีกว่าๆ และผลิตชิ้นงานที่ผสมเข้าพลอยนพเก้า โดยได้แรงบันดาลใจมาจากดอกบัวหลวง “ดีใจมากที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เพราะตัวเองยังใหม่มากในวงการเครื่องเงิน มีแค่ความสามารถในด้านการออกแบบและดีไซน์ ส่วนในเรื่องการตลาดยังกระเตาะกระแตะมาก การที่เรามีนักการตลาดที่มีประสบการณ์มาช่วย ก็เหมือนกับเรามีขาที่จะเดินไปได้ไกล เพราะตอนนี้แขนและสมองเรา มีพร้อมสำหรับงานออกแบบอย่างเดียว”

อุราทิพย์ จารุศิรากุล

ส่วน อุราทิพย์ จารุศิรากุล เจ้าของร้านนำชัยเครื่องเงิน จังหวัดน่าน นำเครื่องเงินคอลเลคชั่น “รังนก” ครบชุดทั้ง แหวน กำไล สร้อยคอ และต่างหู โดดเด่นด้วยการสานและถักเส้นเงิน ซึ่งเธอเรียกว่า เครื่องประดับเงินสไตล์รังนก หรือ เส้นมาม่า ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของทางร้าน โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากนกที่มาทำรังในบ้าน “ปลื้มใจมากที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสืบสานงานเงิน เป็นโครงการที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา เพราะเป็นการช่วยผู้ประกอบการให้มีองค์ความรู้ที่พร้อมทุกด้าน ทั้งการออกแบบและการตลาด”

ติดตามผลงานของผู้ประกอบการทั้ง 10 ราย ที่ผ่านการพัฒนาฝีมือในโครงการสืบสานงานเงินได้ ซึ่งจะจัดแสดงให้สาธารณชนได้ชม ในวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน