เยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินร่วมเป็นจิตอาสา สร้างบ้านให้ปลาอยู่ มอบความสมบูรณ์กลับสู่ทะเลไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353540

เยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินร่วมเป็นจิตอาสา  สร้างบ้านให้ปลาอยู่ มอบความสมบูรณ์กลับสู่ทะเลไทย

เยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินร่วมเป็นจิตอาสา สร้างบ้านให้ปลาอยู่ มอบความสมบูรณ์กลับสู่ทะเลไทย

วันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เอสซีจี ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากจิตอาสาจากทั่วประเทศในการร่วมประกอบสร้างบ้านปลาจำนวน 50 หลัง เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยจำลองแก่สัตว์น้ำวัยอ่อนและวัยเจริญพันธุ์ พร้อมกับช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรอย่างยั่งยืน ในกิจกรรม “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที… จิตอาสาสร้างบ้านปลาเอสซีจี”

บ้านปลาเอสซีจี

ในบรรดาจำนวนจิตอาสาจำนวนกว่า 900 คนที่กำลังตั้งใจลงแรงประกอบสร้างบ้านปลาจากท่อ PE 100 กันจนเต็มพื้นที่สวนสาธารณะแหลมเจริญ จังหวัดระยองนั้น มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่มุ่งมั่นและขะมักเขม้นไม่น้อยกว่าใครเพื่อน นั่นคือกลุ่มเยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินจากโรงเรียนโสตวิทยาจังหวัดชลบุรี โดยน้องๆ ทั้งหมด 25 คน ไม่ยอมให้ปัญหาการบกพร่องทางการได้ยินของตัวเองเป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย กลับช่วยกันคนละไม้คนละมือในการขันนอตก่อโครงสร้าง และประกอบท่อ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จนเกิดเป็นบ้านปลาที่เป็นรูปเป็นร่างทั้งหมด 2 หลัง

เบ๊นซ์-พงศ์พณิชย์ อินทรีย์

และหลังจากที่บ้านปลาของกลุ่มของนักเรียนและคุณครูโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรี ประกอบสำเร็จแล้ว พงศ์พณิชย์ อินทรีย์ หรือ เบ๊นซ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้สื่อสารผ่านภาษามือว่า“ผมรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมสร้างบ้านปลาในครั้งนี้และเชื่อว่าเพื่อนๆ จากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรีทุกคนน่าจะรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะทุกคนมาด้วยใจที่มุ่งมั่นอยากจะช่วยปกป้องดูแลทรัพยากรทางทะเลของประเทศ กิจกรรมในวันนี้เปิดโอกาสให้พวกเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างวิธีการทำบ้านปลา ได้รู้ว่าวัสดุเหลือใช้ก็สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มหาศาลสำหรับสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ บางคนอาจกังวลว่าการที่เราไม่ได้ยินเสียงนั้นอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน แต่ไม่จริงเลย เพราะพวกเราใช้วิธีสังเกตจากการสอนสาธิตและลงมือทำตาม ถึงแม้งานบางส่วนจะท้าทายความสามารถอยู่บ้าง แต่วิทยากรทุกคนก็ให้คำแนะนำช่วยเหลือเป็นอย่างดี ผมจะกลับไปเล่าประสบการณ์ในวันนี้ให้รุ่นน้องที่โรงเรียนฟัง และหวังว่าที่โรงเรียนจะจัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติเช่นนี้อีกบ่อยๆ เพราะผมเชื่อว่าเราทุกคนสามารถเป็นผู้ให้แก่ธรรมชาติได้”

เยาวชนจากโรงเรียนโสตศึกษา ร่วมสร้างบ้านปลา SCG

อีกหนึ่งเยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินที่มีใจอนุรักษ์อย่าง นางสาวพัชรินทร์ แจ่มจำรัส หรือ จ๋อมแจ๋ม นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนโสตศึกษา ก็ได้เผยความรู้สึกผ่านภาษามือว่า “โรงเรียนของเรามักจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่เป็นประจำ อย่างเช่น พานักเรียนไปเก็บขยะที่ชายหาด ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยเห็นบ้านปลามาก่อน พอได้มาเห็นของจริงและได้ช่วยกันสร้างประกอบบ้านปลาดูจึงรู้ว่าบ้านปลามีความแข็งแรงทนทานมาก เพื่อให้สัตว์ทะเลได้ใช้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อเจริญเติบโตและหลบภัยอันตราย ทำให้ท้องทะเลมีจำนวนปลาเยอะขึ้น หนูรู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรทางทะเล แถมยังได้ออกแรงและสนุกไปกับเพื่อนๆ อีกด้วย หนูอยากให้ทะเลไทยมีความอุดมสมบูรณ์ มีปลาอาศัยอยู่ชุกชุม มีปะการังสวยๆ มากมาย และสะอาดปราศจากขยะ ปกติที่โรงเรียนหนูมีกิจกรรมเก็บขยะชายหาดหลังโรงเรียนอยู่แล้ว หลังจากกิจกรรมวันนี้ หนูจะชวนเพื่อนๆ ช่วยกันเก็บขยะชายหาดหลังโรงเรียนให้สวยเลยค่ะ”

จ๋อมแจ๋ม-พัชรินทร์ แจ่มจำรัส

สำหรับบ้านปลา เอสซีจี ในกิจกรรม “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที… จิตอาสาสร้างบ้านปลาเอสซีจี” ประกอบขึ้นมาจากท่อ PE100 ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 50 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา กิจกรรมจิตอาสาสร้างบ้านปลาของเอสซีจีประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยพบสิ่งมีชีวิตมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่วางบ้านปลาในจังหวัดระยอง ชลบุรี และ จันทบุรี กว่า 172 ชนิด ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เอสซีจีได้วางแผนที่จะขยายโครงการไปให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกทั้งหมดในอนาคต

ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที… จิตอาสาสร้างบ้านปลาเอสซีจี” ได้ที่ www.scgchemicals.com/fishhome/

ทันตแพทย์จิตอาสา ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ครั้งที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353550

ทันตแพทย์จิตอาสา ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ครั้งที่ 4

ทันตแพทย์จิตอาสา ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ครั้งที่ 4

วันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ ประธานทันตแพทย์จิตอาสา พร้อมด้วย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ และสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล SG 58 เข้าร่วมมอบเงินบริจาค

นับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว สำหรับ ทันตแพทย์จิตอาสา หรือ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ โดย ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ ประธานทันตแพทย์จิตอาสาและคณะกรรมการ ร่วมจัดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เห็นความสำคัญในการตรวจสุขภาพภายในช่องปาก มีบริการฟรี ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน เคลือบฟลูออไรด์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. ณ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศในงานมีประชาชนเดินทางทยอยเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนกว่า 500 คน

ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ, ยุทธพง ลิ้มเลิศทวี , ทพ.ชาญชัย ทนต์ประเสริฐเวช และ นักแสดงช่อง 3 ณมน-พัชรวลัย พงษ์ภมร

ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ ประธานทันตแพทย์จิตอาสา เผยถึงงานในครั้งนี้ว่า “สำหรับหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ จัดมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว มีบริการทำฟันฟรี ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ปีที่แล้วมีคนมาใช้บริการกว่า 600 คน ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล SG58 ก็นำเงินมาร่วมบริจาค และยังมีเพื่อนๆ ที่นำอาหาร นำน้ำดื่มมากมายมามอบให้อีกเป็นจำนวนมาก ด้านคณะทันตแพทย์ ก็ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ที่ บางคนถึงกับปิดคลินิก ขับรถมาไกลจากจังหวัดอุดรธานี เพื่อมาช่วยงานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีรถพยาบาลเตรียมไว้เผื่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่จะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล นับว่างานนี้ได้น้ำใจจากหน่วยงานต่างๆ และคิดว่าจะทำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไปอย่างแน่นอน”

สำหรับประชาชนที่มาใช้บริการ เผยว่า “มารอตั้งแต่เช้า 8 โมง พาหลานมาอุดฟัน รู้สึกดีใจมากๆ ที่มีกิจกรรมหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่จิตอาสา เพราะทุกอย่างฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย บางทีไม่มีเวลาพาหลานไปหาหมอ พอได้ข่าวว่าจะมีหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่จึงเตรียมพร้อมมารอตั้งแต่เช้า”

ทพ.อภิชาต ปวบุญสิริวงศ์ กับ ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ

นอกจากนี้ ภายในงานนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มาร่วมด้วยช่วยกันอย่างมากมาย อาทิ ชมรมทันตแพทย์จิตอาสา มีทีมทันตแพทย์เก่งๆ มาช่วยงาน มูลนิธิโรงพยาบาลทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเครื่องมืออุปกรณ์ที่ถูกต้องทันสมัยปราศจากเชื้อโรคมาบริการให้แก่ประชาชน ที่สำคัญ พลเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ยังได้เอื้อเฟื้อสถานที่ราชตฤณมัยสมาคมฯ และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล SG 58, โรงพยาบาลรามคำแหง, กลุ่มกัลยาณมิตรจิตอาสา, เจ้าหน้าที่ทหารเรือ และผู้มีจิตศรัทธานำอาหารเครื่องดื่มมามอบให้ประชาชนและคณะทันตแพทย์ในมื้อกลางวันอีกด้วย

ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ กับ เดชาวุฒิ บุญสนอง และ ประสิทธิ์ รื่นฤดีปัญญา

ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ กับ เดชาวุฒิ บุญสนอง และ ประสิทธิ์ รื่นฤดีปัญญา
ศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จิโรจ อัศววิชัย, เอกชัย ว่องวิวรรธน์ และศรัณย์ ศรีมาโนชญ์

ศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จิโรจ อัศววิชัย, เอกชัย ว่องวิวรรธน์ และศรัณย์ ศรีมาโนชญ์
ทพ.จัตุพร จันทร์สุริยพงษ์ เดินทางมาจากจ.อุดรธานี มาช่วยงานนี้โดยเฉพาะ

ทพ.จัตุพร จันทร์สุริยพงษ์ เดินทางมาจากจ.อุดรธานี มาช่วยงานนี้โดยเฉพาะ
เจ้าหน้าที่พยาบาล จากโรงพยาบาลรามคำแหง

เจ้าหน้าที่พยาบาล จากโรงพยาบาลรามคำแหง

ย้อนความทรงจำอันแสนหวาน ไปกับเสื้อผ้าสตรีหรูแบรนด์ ‘คานิท’ (Canitt)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353546

ย้อนความทรงจำอันแสนหวาน  ไปกับเสื้อผ้าสตรีหรูแบรนด์ ‘คานิท’ (Canitt)

ย้อนความทรงจำอันแสนหวาน ไปกับเสื้อผ้าสตรีหรูแบรนด์ ‘คานิท’ (Canitt)

วันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร 

สร้างเสน่ห์บนความมั่นใจด้วยเสื้อผ้าสไตล์เรียบโก้ ที่ตอบโจทย์ ในทุกบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ จากผลงานการดีไซน์ล่าสุดของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร แห่งแบรนด์ “คานิท”(Canitt) ที่บรรจงสร้างสรรค์อาภรณ์ชิ้นหรู ในคอลเลคชั่นพรีฟอล 2018 ที่ชื่อว่า “เดอะ ลอสท์ อินโนเซ้นท์” (The Lost Innocence)  คอลเลคชั่นล่าสุด จากแรงบันดาลใจผลงานภาพยนตร์ชื่อดังของผู้กำกับ “โซเฟีย คอปโปล่า” (Sofia Coppola) ผู้ที่มีมุมมองต่อความงามของหญิงสาวอย่างลึกซึ้ง ซึ่งถูกนำมาผสานเข้ากับคาแร็กเตอร์ชวนหลงใหลของหญิงสาว “คานิท”  ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าดีไซน์ใหม่  ที่นำเสนอตัวตนของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

“คานิท”  แบรนด์แฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์ “แดซลิ่ง” (Dazzling), “เอนนิกแมททิค” (Enigmatic) และ “แมกนิฟฟิเซนท์”(Magnificent) สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ “คานิท”  จึงเป็นหญิงสาวที่มีความทันสมัย ชื่นชอบในความโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่ อย่างมีระดับเอาไว้

นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นนี้ว่า “เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมี เสน่ห์และคาแร็กเตอร์เป็นของตนเอง ซึ่งความชัดเจนของสิ่งเหล่านี้
มักจะถูกถ่ายทอดออกมาตั้งแต่ช่วงเยาว์วัย และถูกหล่อหลอมด้วยประสบการณ์ การใช้ชีวิตจนกระทั่งเกิดเป็นสไตล์ตามแบบฉบับของตนเอง คอลเลคชั่นนี้เราก็เลยอยากทำเสื้อผ้าที่เปรียบเสมือนมอบเป็นของขวัญให้กับผู้หญิงคานิททุกคนที่ล้วนมีความทรงจำอันแสนหวาน และความไร้เดียงสาในวัยเด็ก ที่พร้อมจะเผยเสน่ห์ของตัวเองผ่านเสื้อผ้าดีไซน์โก้หรูที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ การใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ทุกคน”

โดยแนวคิดดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาผสานเข้ากับผลงานของผู้กำกับคนโปรดของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์สาว “โซเฟีย คอปโปล่า”ผู้กำหนดทิศทางความนิยมของการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่ดึงเอาคาแร็กเตอร์เด่นในแต่ละด้านของผู้หญิงออกมานำเสนอได้อย่างถึงแก่น ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และสร้างความจดจำให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง The Virgin Suicides, Lost in Translation, Marie Antoinetteหรือ The Bling ring ที่สามารถสะท้อนภาพความไร้เดียงสาของหญิงสาวไปสู่ห้วงอารมณ์อันแข็งแกร่ง รวมถึงการเติบโตจากประสบการณ์ที่สามารถสร้างสไตล์อันโดดเด่นของตนเองได้

คอลเลคชั่นนี้จึงมาพร้อมกับเส้นสายโมเดิร์นที่ทิ้งตัวอย่างเรียบตรงในชิ้นของกางเกงขายาว รวมถึงแพทเทิร์นซิกเนเจอร์ ประจำแบรนด์ที่สามารถขับเน้นส่วนโค้งเว้าบนเรือนร่างของหญิงสาวเพื่อดึงเสน่ห์อันเย้ายวน และความสง่างามให้เด่นชัดขึ้น ด้วยเทคนิคการจับเดรปที่เน้นช่วงเอวให้ขอดกิ่ว มอบเรือนร่างทรงนาฬิกาทรายให้หญิงสาวผู้สวมใส่ พร้อมความบางเบาของผ้าซิลค์ซาตินที่ทำให้หญิงสาวของ “คานิท” (Canitt) น่าจับตามองในทุกขณะของการเคลื่อนไหว รวมถึงเทคนิคการปักประดับเลื่อมอันแยบยลบนเสื้อสายสปาเกตตี ที่ประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับไอเท็มที่สามารถเพิ่มความหรูหราอันเย้ายวนได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงชุดราตรียาวที่ถือเป็นไฮไลท์เด่นกับการผสานสองเนื้อผ้าที่นำมาสร้างสรรค์ชุดเดรสไหล่เบี่ยงในโครงร่างอันทันสมัยและเข้าได้กับทุกสไตล์ของผู้หญิง

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : โกศล ขันติทานต์ ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น ประจำปี 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353494

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : โกศล ขันติทานต์ ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น ประจำปี 2561

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : โกศล ขันติทานต์ ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น ประจำปี 2561

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 15.17 น.

50 ปี ‘ยีเอส แบตเตอรี่’ ในประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353301

50 ปี ‘ยีเอส แบตเตอรี่’ ในประเทศไทย

50 ปี ‘ยีเอส แบตเตอรี่’ ในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

GS Battery ขายดีอันดับ 1 ในประเทศไทย โดย ดร.พรเทพ พรประภา ประธาน, ประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการด้านการวางแผนกลยุทธ์องค์กร บริษัท สยาม ยีเอส แบตเตอรี่ จำกัด และ มร.โอซะมุ มุระโอะ ประธาน บริษัท ยี เอส ยัวซ่า อินเตอร์เนขั่นแนล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 50th Anniversary GS Battery Manufactured in Thailand นับตั้งแต่ปี 1968–2018 ที่ ดร.ถาวร พรประภา ประธานกิตติมศักดิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท สยามกลการ จำกัด ได้นำธุรกิจแบตเตอรี่ GS เข้ามาในไทยเป็นครั้งแรกทำให้ธุรกิจเติบโต จนสามารถพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสูงสุด เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ และสร้างชื่อเสียงสินค้าไปในระดับโลก รวมทั้ง ยังขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังได้รับโอกาสดีๆ จากพันธมิตรที่ดีที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานอย่าง GS Yuasa Group ที่ให้การสนับสนุนมาตลอดเวลา 50 ปี ทำให้บริษัทฯ ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ GS ได้มากว่า 100 ล้านลูก นี่คือ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และพร้อมที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า โดยได้จัดงานฉลองความสำเร็จผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ แบงค็อกแมริออท มาคีส์ ควีนส์ปาร์ค, กรุงเทพฯ

ปลดปล่อยพลังไปกับจังหวะกลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353315

ปลดปล่อยพลังไปกับจังหวะกลอง

ปลดปล่อยพลังไปกับจังหวะกลอง

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แบรนด์สุขภาพและฟิตเนสระดับโลก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ จัดงานเปิดตัว POUND® คลาสออกกำลังกาใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมท่าเต้นสุดแข็งแกร่ง ด้วยแรงบันดาลใจการตีกลองแบบเอ็กซ์คลูซีฟและสมาชิกสามารถเข้าร่วมคลาสนี้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้ง 7 สาขาของเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ

ผู้เข้าร่วมงานกว่า 250 คน ณ ลานดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ต่างรอเวลาให้ตะวันลับขอบฟ้า เพื่อจะได้เริ่มกิจกรรมออกกำลังกายในบรรยากาศของแดนซ์ปาร์ตี้ โดย เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ได้แปลงโฉมพื้นที่กลางแจ้งแห่งนี้ให้กลายเป็นไนท์คลับ ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้ปลดปล่อยพลังและสนุกสุดมันส์ไปกับ 2 คลาสออกกำลังกายสุดแข็งแกร่ง พร้อมขยับร่างกายและโกลว์สติ๊กในมือตามผู้สอนจาก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง

วุธรวี จารุวัฒนะ ผู้จัดการใหญ่

พร้อมกันนี้ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ได้ถือโอกาสเปิดตัว POUND® ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบใหม่ที่ผสมผสานท่าเต้นและการตีกลองเพื่อให้ได้เคลื่อนไหวร่างกายแบบคาร์ดิโอ โดยมีจังหวะเพลงสนุกๆ มาช่วยสร้างสีสัน POUND® ออกแบบมาเพื่อทุกคน ทุกระดับความฟิต เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แม้แต่กล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้ ช่วยให้รูปร่างเพรียว เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศปาร์ตี้และยังได้ออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายไปในขณะเดียวกัน

วุธรวี จารุวัฒนะ ผู้จัดการใหญ่ ประจำประเทศไทย บริษัท เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ(ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เป็นผู้นำด้านการนำเสนอนวัตกรรมการออกกำลังกายใหม่ๆ อยู่เสมอ และเรามีความภูมิใจที่มีคลาสออกกำลังกายที่หลากหลายให้สมาชิกของเราได้เลือก หลังจากที่เปิดตัวคลาสใหม่ซึ่งพาสมาชิกไปสู่โลกแห่งจินตนาการ

อย่าง THE TRIP™และท้าทายความฟิตของสมาชิกด้วย H.E.A.T ไปแล้ว เราเชื่อว่า POUND® เป็นคลาสที่เหมาะสำหรับประเทศไทย เพราะสมาชิกจะได้เพลิดเพลินไปกับจังหวะที่สนุกสนาน และได้ออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายอย่างแท้จริง

POUND® จะเติมเต็มประสบการณ์ความสนุกของคลาสเต้นและคลาสออกกำลังกายเพื่อความแข็งแกร่งรูปแบบอื่นๆ เช่น Zumbaรวมถึง Les Mills’ Body JamÔ และSH’BAMÔ ซึ่งเป็นคลาสที่มีอยู่แล้ว สอนโดยผู้ฝึกสอนมืออาชีพเพื่อนำเสนอประสบการณ์การออกกำลังกายที่สนุก เปี่ยมไปด้วยพลังและสร้างความท้าทายสำหรับสมาชิก”

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เป็นแบรนด์ฟิตเนสแบรนด์แรกที่นำการออกกำลังกาย POUND® มาสู่ประเทศไทย และสมาชิกสามารถเข้าร่วมคลาสนี้ได้แล้วทั้ง 7 สาขา รวมทั้งสาขาใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ถนนวิทยุ และเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เชียงใหม่

‘สารสกัดจากลำไย’ ฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ ช่วยคนนอนไม่หลับ คุมความดัน และลดการปวดเมื่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353318

‘สารสกัดจากลำไย’ ฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์  ช่วยคนนอนไม่หลับ คุมความดัน และลดการปวดเมื่อย

‘สารสกัดจากลำไย’ ฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ ช่วยคนนอนไม่หลับ คุมความดัน และลดการปวดเมื่อย

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แพทย์แผนโบราณของชาวจีน ถือเป็นอีกศาสตร์การรักษาที่ได้รับการยอมรับมานับพันๆ ปี ด้วยการนำสมุนไพรและผลไม้นานาชนิดมาทำเป็นยารักษาโรคให้ผู้คน ตั้งแต่ชาวบ้านไปจนถึงระดับจักรพรรดิจนมีการจดบันทึกเป็นตำรายาจีนที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ โดย 1 ในความลับที่น่าสนใจคือการนำเอา สารสกัดที่มีคุณประโยชน์จากลำไย ผลไม้ที่ชาวจีนเชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล เสมือนผลไม้ทิพย์จากสวรรค์ มาทำเป็นส่วนผสมในตัวยา เนื่องจากลำไยที่ผ่านการสกัดจะมีรสหวาน มีสรรพคุณทางหยางบำรุงม้าม หัวใจ เลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนโลหิต แก้อาการนอนไม่หลับช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย บำรุงประสาทตา และป้องกันเชื้อโรคบางชนิดได้

ตำราดังกล่าวนี้ค้นพบเมื่อ 500 ปี ในสมัยราชวงศ์หมิง ยุคของจักรพรรดิ ซูโฮชง (Zhu Houcong) โดยหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรจีนชื่อ ลี ฉี่ เจิน (Li Shi Zhen) ได้คิดตำรับยาสมุนไพรจีนซึ่งเป็นที่แพร่หลายชื่อ เบน ฉาว กัง มู (Ben Cao Gang Mu) โดยยังคงใช้อยู่ในวงการแพทย์ยุคปัจจุบัน ในตำรายาเล่มนี้ได้มีการระบุว่า ลำไย เป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้มีความเป็นหนุ่ม-สาวมากขึ้น ปรับสมดุลในร่างกายช่วยผ่อนคลาย ทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้นโดยหลับได้ลึกและเพิ่มความจำ แต่ทั้งนี้ ชาวจีนเชื่อว่าการรับประทานลำไยสดในปริมาณมาก ไม่ช่วยรักษาโรคโดยตรง แต่กลับจะทำให้เกิดอาการร้อนในด้วยซ้ำ ดังนั้น แพทย์จีนจึงได้นำลำไยไปสกัดก่อนนำไปรับประทาน และด้วยความมหัศจรรย์ในสรรพคุณของลำไยอบแห้งตามตำรายาจีนนี้ ปัจจุบันจึงมีการทำวิจัยโดยนำเอาลำไยมาสกัดเข้มข้นในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำมาช่วยฟื้นฟูร่างกายและรักษาปัญหาสุขภาพได้

แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย

แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 ให้ข้อมูลว่า คนในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับความเครียดผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย อาทิ งาน ครอบครัว ความรัก เศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีความเครียดอีกประเภทหนึ่งที่แทรกซึมในทุกๆ วัน คือความเครียดที่เกิดกับทุกเซลล์ของร่างกายมาจากการรับประทานอาหาร ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต การออกกำลังกายและการเจ็บป่วย เป็นต้น ซึ่งเรามองอาการเหล่านี้ไม่เห็นด้วยตาเปล่าและไม่มีอาการอะไร แต่จะสะสมและเมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์หรืออวัยวะสำคัญของร่างกาย ทางการแพทย์เรียกว่า “ขบวนการอักเสบ” หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “ความแก่” ไม่ใช่แค่ความเหี่ยวย่น, หย่อนยาน, แต่หมายถึงประสิทธิภาพร่างกายทุกด้านลดลง ได้แก่ นอนไม่หลับ, หลับไม่สนิทเมื่อตื่นมาทำงานก็มึนๆ, ขี้ลืมสมองไม่แล่น, ปวดเมื่อยไหล่หลังราวกับมีใครมานั่งทับ หรือปัญหา Office syndrome (ออฟฟิศ ซินโดรม)(ซึ่งอาจเป็นผลพวงจากการนอนที่ไม่มีคุณภาพด้วย) ผิวพรรณเหี่ยวเร็วหย่อนคล้อยง่ายเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น

ทั้งนี้ วิธีการดูแลจะเน้นหลักการ“ต้านแก่” ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อ“แอนตี้สารอนุมูลอิสระ” ได้แก่ ลดเครียดทำสมาธิ รู้ทันจิตของเรา พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันรับประทานอาหารให้สมดุลครบทั้ง 5 หมู่หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ไขมันสูง ของทอดสุรา หรือสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยีทางด้านอาหารมาพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพมากมาย โดยผ่านงานวิจัยทางการแพทย์ที่เรียกว่า “โภชนเภสัชหรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์ทางโภชนาการใกล้เคียงยา” โดยหนึ่งในนั้นกำลังเป็นที่สนใจคือ “สารสกัเข้มข้นจากลำไย” เนื่องจากเนื้อลำไยประกอบด้วย วิตามิน C, B12 แร่ธาตุมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ประสาท ผิวพรรณ ช่วยย่อยอาหาร แก้อักเสบแก้ปัญหานอนไม่หลับตามตำราแพทย์แผนจีน แต่การรับประทานให้ได้ผลต้องกินเนื้อลำไยสดปริมาณมากถึง 40-50 กิโลกรัมต่อ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องยาก ทางคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงทำการศึกษาวิจัยโดยนำลำไยมาสกัดเข้มข้นออกมาในรูปแบบเครื่องดื่มที่สามารถรับประทานได้ง่าย โดยพบคุณประโยชน์จากองค์ประกอบของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ 5 ไบโอแอคทีฟ(Bioactive compounds) สำคัญที่อยู่ในสารสกัดเข้มข้นจากลำไยนี้ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ได้แก่ 1.Gallic Acid(แกลลิก แอซิด) สารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันความเครียดระดับเซลล์หรือขบวนการอักเสบอันเป็นที่มาของความเสื่อมและโรคแห่งความเสื่อม เช่น มะเร็ง, โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น 2. Ellagic Acid (เอลลาจิกแอซิด) ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสจึงทำให้ผิวลดการสร้างเม็ดสีลดการหมองคล้ำของผิว,มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดขบวนการอักเสบของหลอดเลือดจึงมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต 3.Tannic acid (แทนนิก แอซิด) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย 4.GABA (กาบา) เป็นกรดอะมิโนที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อรักษาสมดุลในสมองที่ได้รับการกระตุ้น ทำให้สมองเกิดการผ่อนคลายจากความเครียดและนอนหลับสบาย 5.Corilagin (คอริลาจิน)มีฤทธิ์ต้านความเจ็บปวดที่สัมพันธ์กับขบวนการอักเสบได้

อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยพบว่า 5 คุณประโยชน์ที่อยู่ในสารสกัดเข้มข้นจากลำไย ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ลดระดับความดันโลหิต แม้เป็นรูปแบบไซรัป (Syrup) ก็ไม่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดเพิ่มขึ้นไม่ส่งผลเสียต่อการทำงานของตับและไต ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และทำให้นอนหลับได้ ลึกขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น เมื่อตื่นนอนมาทำงานก็รู้สึกสดชื่นไม่หลงๆ ลืมๆทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการศึกษาทางการแพทย์ในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเน้นที่การผลิตยาทางเคมีเสมอไป แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติย่อมปลอภัและดีกับร่างกาย

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ “P80”(พีแปดสิบ) เครื่องดื่มลำไยสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ 100% ช่องทางการติดต่อ และสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ที่ http://www.p80naturalessence.com,โทร.02-2556345, 088-80-9696, เฟซบุ๊คP80Official, IG p80_naturalessence

ภริยาท่านทูตเกาหลี คุกกิ้งโชว์ความอร่อยสไตล์โคเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353321

ภริยาท่านทูตเกาหลี คุกกิ้งโชว์ความอร่อยสไตล์โคเรีย

ภริยาท่านทูตเกาหลี คุกกิ้งโชว์ความอร่อยสไตล์โคเรีย

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ออท.เกาหลี ฯพณฯ มร.โน กวังอิล และผู้บริหารแห่งเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ร่วมกันทำ บิบิมบับยักษ์ เปิดงาน

ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย มาดาม โอ จองฮวา คุกกิ้งโชว์เมนูข้าวยำเกาหลี หรือ บิบิมบับยักษ์ชามโต เปิดความอร่อยสไตล์โคเรีย พร้อมชวนฟู้ดเลิฟเวอร์ สัมผัสสุดยอดอาหารจากแดนโสม ในงาน เทสต์ ออฟ โคเรีย 2018 (Taste of Korea 2018) เทศกาลรวมอาหารและสินค้าขึ้นชื่อหลากหลายชนิด อิมพอร์ตตรงจากประเทศเกาหลี มากกว่า 3,500 รายการ

เป็นเวลานานนับศตวรรษที่วัฒนธรรมด้านอาหารของประเทศเกาหลีได้เข้ามาครองพื้นที่ในหัวใจฟู้ดเลิฟเวอร์ ชาวไทย ไม่เพียงแต่รสชาติที่อร่อยถูกปาก อาหารเกาหลียังมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ส่วนผสมหลากหลายชนิดที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว กระบวนการทำที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน และตำนานเรื่องราวที่น่าค้นหาของอาหารแต่ละเมนูเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ สุดยอดฟู้ดสโตร์ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศเป็นที่ 1 ระดับโลก ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย Korea Agro-Fisheries Trade Corporation และ บริษัท แพรี่ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จัดงาน เทสต์ ออฟ โคเรีย 2018 (Taste of Korea 2018) เทศกาลรวมอาหารและสินค้าขึ้นชื่อหลากหลายชนิด อิมพอร์ตตรงจากประเทศเกาหลี

มาดาม โอ จองฮวา โชว์ฝีมือทำคิมบับ

เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อ 3 บอสแห่งเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล มร.อลิสเตอร์ เทย์เลอร์,มร.นิค ไรท์ไมเออร์ และภัทรพร เพ็ญประพัฒน์เนรมิตพื้นที่ภายในเซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ ชิดลม ให้กลายเป็นดินแดนอาหารเกาหลี เปิดครัวต้อนรับ ฯพณฯ มร.โน กวังอิล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน รวมทั้ง มาดาม โอ จองฮวา ภริยา ก็คว้าผ้ากันเปื้อน สวมถุงมือ ลงมือปรุงคิมบับอย่างชำนาญ เพราะเป็นเมนูโปรดที่ทำให้ท่านทูตเกาหลีทานเป็นประจำ โดยท่านทูตก็ยืนข้างๆ คอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง พร้อมลงมือชิมแล้วพร้อมทั้งได้ร่วมกันแจกให้ผู้ร่วมงานได้ชิมความอร่อยจากรสมือมาดาม

มร.นิค ไรท์ไมเออร์ เผยว่า งาน เทสต์ออฟ โคเรีย 2018 (Taste of Korea 2018)เป็นสุดยอดเทศกาลที่รวมอาหารเลิศรส วัตถุดิบคุณภาพ และสินค้าขึ้นชื่อหลากหลายชนิด อิมพอร์ตตรงจากประเทศเกาหลี ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และได้รับความนิยมอย่างมากจากฟู้ดเลิฟเวอร์ชาวไทย โดยเราได้คัดสรรอาหารและสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ดีที่สุด อร่อยที่สุด มาให้ชาวไทยได้ลิ้มลองรสชาติต้นตำรับแท้ๆ กว่า 3,500 รายการ อาทิ อาหารและวัตถุดิบคุณภาพนำเข้าจากเกาหลีนำโดย กิมจิรสเด็ด ที่ใช้หัวผักกาดขนาดใหญ่ คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษ ให้รสชาติเข้มข้น เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม กลมกล่อม, ไชเท้าดอง สำหรับทำคิมบับ หรือทานเป็นเครื่องเคียง รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน กรอบอร่อย

กิมจิสำเร็จรูป

รวมถึง สเปรด สำหรับทาขนมหลากรสชาติแสนอร่อย, ชาปรุงสำเร็จรูปส้มชิตรอน ผสมน้ำผึ้งลักษณะเข้มข้นคล้ายแยม มีวิตามินซีสูง, ราเมนกึ่งสำเร็จรูป เส้นหนา นุ่ม หนึบ, เปเปโร่แสนอร่อยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของทานเล่นยอดนิยม, มินิเพรทเซลขนาดพอดีค, บิสกิตแท่งรสไก่สไปซี่และน้ำผึ้ง, มันฝรั่งทอดกรอบ รสน้ำผึ้ง รสชาติแตกต่างไม่เหมือนใคร อร่อยจนหยุดไม่ได้ และเพิ่มความพิเศษด้วยรสชาติใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เฉพาะเทศกาลนี้กับรสชาติหอมหวลของ Maple Syrup, วุ้นเจลาตินสำเร็จรูป เคี้ยวนุ่มหนึบไปกับกัมมี่รสผลไม้รูปทรง Minions น้อยน่ารักสุดกวน

คิมบับ

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสไตล์เกาหลีแท้ๆ จากร้าน เดอะ บิบิมบับ (The Bibibab) ร้านอาหารขวัญใจโคเรียเลิฟเวอร์ชาวไทย มายาวนานกว่า 7 ปี นำเสนอเมนูยอดฮิต ข้าวยำเกาหลี ซิกเนเจอร์ของร้านที่อัดแน่นเต็มชามด้วยผักและวัตถุดิบกว่า 11 ชนิด นอกจากจะเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่มาประกอบอาหาร จุดเด่นอีกอย่างอยู่ที่ซอสโคชูจังที่เป็นสูตรพิเศษรสชาติ เผ็ด หวาน เค็ม เข้มข้น อร่อยกลมกล่อม, เมนู ข้าวกล่องเขย่า(Dosirak) เป็นอาหารพื้นบ้านเกาหลีที่คนเกาหลีนิยมทานเป็นอาหารกลางวัน เป็นเมนูใหม่ของทางร้าน มีถึง 3 หน้า คือ หมูผัดซีอิ๊ว หมู-ไก่ผัดซอสพริกเกาหลี ถัดมาที่ ร้าน 42 STREET ร้านอาหารเกาหลีแท้ๆ ที่เปิดตำรับความอร่อยในไทยมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี นำทัพอาหารเกาหลีที่ทำโดยเชฟชาวเกาหลีทุกเมนู มาให้ได้ลิ้มลอง”

บิบิมบับยักษ์

โคเรียเลิฟเวอร์และผู้ที่ชื่นชอบอาหารเกาหลี สามารถไปชม ชิม ช็อป ได้ที่งาน “เทสต์ ออฟ โคเรีย 2018” (Taste of Korea 2018) เทศกาลรวมอาหารและสินค้าขึ้นชื่อหลากหลายชนิด ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต และท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ทุกสาขา พิเศษสมาชิกบัตร เดอะวันคาร์ด เมื่อช็อปสินค้าเกาหลีที่ร่วมรายการครบ 400 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ รับทันที โอโตกิ จินราเมง สไปซี่ 1 ซอง มูลค่า 30 บาท และสิทธิ์ลุ้นทริปเที่ยวกรุงโซล ประเทศเกาหลี 4 วัน 2 คืน รวม 4 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน) มูลค่า 120,000 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://www.facebook.com/TopsThailand

ชวนชาวโซเชียลเที่ยวแบบวันไนท์สเตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353323

ชวนชาวโซเชียลเที่ยวแบบวันไนท์สเตย์

ชวนชาวโซเชียลเที่ยวแบบวันไนท์สเตย์

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พลัง อส. SOCIAL

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน), สายการบินนกแอร์, เว็บไซต์ README.ME (รีดมีดอทมี), เว็บไซต์ TraveliGo.com (ทราเวลไอโกดอทคอม) เปิดตัวโครงการ อส. SOCIAL รวมพลังอาสาสมัครชาวโซเชียลช่วยโปรโมทชุมชนไทยให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน แบบ“วันไนท์ สเตย์ วิท โลคอล (One Night Stay with Locals)” เปิดตัวด้วย 14 ชุมชนที่พร้อมโชว์ ชาวโซเชียล

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการทำตลาดท่องเที่ยวชุมชน จากข้อมูลที่ ททท. สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรุ่นใหม่ต้องการไปชุมชนที่มีกิจกรรมสนุก มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพเดทโปรไฟล์ มีอาหารท้องถิ่นที่นำเสนออย่างน่าสนใจเห็นแล้วต้องถ่ายรูป มีที่พักเก๋ๆ น่ารักน่านอน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองว่าข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลมีอยู่น้อยมาก ไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจมากพอ

ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ

“จากข้อมูลนี้ ททท. ได้นำมาเป็นแนวทางในการทำงานโดยเริ่มจากการคัดสรรชุมชนท่องเที่ยวตามโจทย์ ความสนใจของคนรุ่นใหม่ และเชิญทีมนักออกแบบจาก คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยเพิ่มเติมเสน่ห์ชุมชนให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบการนำเสนออาหารท้องถิ่นให้น่าสนใจ น่าถ่ายรูป รวมทั้งได้ปรับปรุงที่พักชุมชนให้น่ารักน่านอน”

ขณะนี้มี 14 ชุมชนที่พร้อมโชว์ชาวโซเชียลได้แก่ ชุมชนบ้านผาหมี จ.เชียงราย, ชุมชนบ้านท่าขันทอง จ.เชียงราย, ชุมชนปางห้าโฮมสเตย์ จ.เชียงราย, ชุมชนศิลาเพชร จ.น่าน, ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง จ.ลำปาง, ชุมชนแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี, ชุมชนบ้านแหลมกลัด จ.ตราด, ชุมชนคีรีวงกตจ. อุดรธานี, ชุมชนพรหมโลก จ.นครศรีฯ, ชุมชนบ้านสามช่องเหนือ จ.พังงา, ชุมชนการท่องเที่ยวปะทิว (บางสน) จ.ชุมพร, ชุมชนบ่อหินฟาร์มสเตย์ จ.ตรัง, ชุมชนตะโหมด จ.พัทลุง และ ชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 จ.ยะลา

ผู้ว่าฯ ททท.ยุทธศักดิ์ สุภสร

นอกจากนี้ เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ของชุมชนบนสื่อออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นเป้าหมายของโครงการ ททท. ได้จัดทีม อส. SOCIAL หรืออาสาโซเชียล ชาวโซเชียลจิตอาสา ไปช่วย โปรโมทชุมชน ช่วยทำคลิป ช่วยถ่ายรูปสวยๆ ช่วยเขียนรีวิว ช่วยแชร์ ช่วยโปรโมท การท่องเที่ยวชุมชนผ่านสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม และที่สำคัญ อส. SOCIAL จะไปช่วยแนะนำชุมชนให้ใช้สื่อโซเชียลเพื่อประชาสัมพันธ์ชุมชนด้วยตัวเอง พลังของ อส SOCIAL ทุกคน จะช่วยโปรโมททั้ง 14 ชุมชน ให้กระฉ่อนโซเชียล สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ ไปเที่ยวชุมชน และทีมงาน อส. SOCIAL จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยยกระดับชุมชน ในการใช้งานสื่อโซเชียลเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของชุมชน ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

โปรแกรมท่องเที่ยวชุมชนแบบ 2 วัน 1 คืน “One Night Stay with Locals” พร้อมให้ชาวโซเชียลจองซื้อได้แล้ววันนี้ที่ http://www.1NightStaywithLocals .com

‘ไทยเบฟ’ เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ การให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353303

‘ไทยเบฟ’ เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ การให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

‘ไทยเบฟ’ เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ การให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เสร็จสิ้นการอบรมโครงการ Serve Responsibly (Large)

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มครบวงจรระดับภูมิภาค มีความมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งดีๆ สู่สังคม มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในแนวทางสร้างสรรค์และตระหนักในเรื่องความรับผิดชอบ โดยมีพันธกิจในเรื่องของการกระตุ้นเตือนผู้บริโภคให้เกิดจิตสำนึกในการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งในเรื่องของนโยบายการบริหารงานด้านการกำกับดูแลตนเอง การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและเคร่งครัดโดยไม่ทำการตลาดสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับผู้บริโภคที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงการจัดกิจกรรมรณรงค์ “เมาไม่ขับ” ณ จุดที่มีการแสดงคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้น ในปีนี้ ไทยเบฟได้มีการต่อยอดและขยายผลกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ไปยังกลุ่มผู้จำหน่ายเครื่องดื่มและเชื่อมโยงไปยังผู้บริโภค ก่อให้เกิดแนวคิดในการจัดทำโครงการ Serve Responsibly หรือการให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเรื่อง SRO (Self-Regulation Organization) หรือองค์กรกำกับดูแลตนเอง ซึ่งเป็นการบริหารงานด้านการกำกับดูแลตนเอง ที่ประกอบ ไปด้วย 3 ภาคส่วนที่สำคัญคือ ผู้ผลิต (Producers) ผู้จำหน่าย (Distributors) และผู้บริโภค (Consumers) โครงการ Serve Responsibly ถือเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับผู้จำหน่ายโดยตรงและเชื่อมโยงไปถึงผู้บริโภค เป็นโครงการที่ต้องการสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเสี่ยงของผู้บริโภคกับการเกิดอุบัติเหตุจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยกลุ่มเป้าหมายจะเริ่มจากผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารพรีเมียม ที่เป็นพันธมิตรขององค์กร โดยเชิญผู้ประกอบการให้จัดส่งพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเข้าร่วมฝึกอบรม อาทิ ผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม,ผู้จัดการบาร์ เป็นต้น

กมลนัย ชัยเฉนียน ผช.กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ

ล่าสุด บริษัทฯได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้กับผู้ให้บริการในเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ณ โรงแรม อวานี พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา เน้นกิจกรรมที่สอดแทรกเนื้อหาสาระของการเป็นผู้ให้บริการที่มีความรับผิดชอบตลอดช่วงเวลาฝึกอบรม ในงานได้รับเกียรติจากพันธมิตรหลายฝ่าย ได้แก่ กมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, สุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก และ ชูศรี ประเสริฐสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักกฎหมาย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มาให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย รวมถึงพันธมิตร อาทิ นพ.พิธาน วงศ์ธนพรเลิศ General Practitioner โรงพยาบาลบางปะกอก 8 มาให้ความรู้ด้านการแพทย์ และ พ.ต.ต.อรุษ สภานนท์ สารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา มาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากตำรวจให้กับผู้เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้

ผู้จัดและพันธมิตร อาทิ กมลนัย ชัยเฉนียน ผช.กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, สุรพล อุทินทุ ผอ.สำนักประสานงานภายนอก, ชูศรี ประเสริฐสิน ผช.ผอ. สำนักกฎหมาย บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, นพ.พิธาน วงศ์ธนพรเลิศ General Practitioner โรงพยาบาลบางปะกอก 8 และ พ.ต.ต. อรุษ สภานนท์ สารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา

กมลนัย ชัยเฉนียน ในนามของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มครบวงจร เรามีความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โครงการ Serve Responsibly ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพราะเรามุ่งมั่นที่จะคืนสิ่งที่ดีสู่สังคม มีความตระหนักถึงความรับผิดชอบ การที่สังคมจะอยู่ร่วมกันได้ ทุกส่วนเราต้องมีส่วนร่วม เราได้จัดกิจกรรมต่างๆ ไปถึงผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงการเมาไม่ขับ หรือขับขี่โดยปลอดภัย โครงการนี้เราจัดทำเพื่อผู้ประกอบการ เพราะว่าผู้ประกอบการคือหนึ่งในบุคคลที่จะนำสินค้าสู่ผู้บริโภคและมีความสำคัญ ถ้าผู้ประกอบการสามารถตระหนักถึงความรับผิดชอบ เข้าใจว่าอะไรถูกอะไรควร ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เรามุ่งหวังที่จะจัดให้ โครงการนี้สามารถออกไปทั่วประเทศ เพื่อผู้ประกอบการต่างๆ ที่อยู่ภายนอกกรุงเทพฯและเขตปริมณฑลจะได้รับทราบและเข้าใจ หวังว่าผู้ที่เข้ามาอบรมจะได้นำสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการนี้ไปถ่ายทอดต่อให้หน่วยงานต่อไป” ทางด้านความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรม ชาย-หญิง : ที่ทำงานด้านบริการเกี่ยวกับเครื่องดื่ม

กิจกรรมในงาน

“โครงการ Serve Responsibly” มีแผนดำเนินงานเป็นระยะเวลา 3 ปี มีกำหนดการจัดฝึกอบรมปีละ 3 ครั้ง เริ่มครั้งแรกในเดือนธันวาคมปี 2559 ในช่วงปีแรกจะเริ่มจากกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหาร Premium ในเขตกรุงเทพมหานคร และขยายไปยังเขตปริมณฑลและจังหวัดหัวเมืองใหญ่ของแต่ละภูมิภาคในปีถัดไป โดยจะมีการติดตามผลสัมฤทธิ์ในทุกๆ ปี มีการเชิญพนักงานผู้ที่ได้ผ่านการอบรมแล้วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ และจัดให้มีการทำแบบประเมินเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจและวัดผลในแต่ละปี ไทยเบฟ มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อผู้เข้าอบรมได้ผ่านการอบรมในหลักสูตร “Serve Responsibly” แล้ว ผู้เข้าอบรมจะได้รับทั้งความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ และยิ่งไปกว่านั้นคือการมีจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้บริการที่ดี หากผู้ให้บริการทุกคนมีจิตสำนึกที่ดี สังคมก็จะสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไทยเบฟเองก็จะได้ชื่อว่าเป็นองค์กรกำกับดูแลตนเอง (SRO) ได้อย่างแท้จริง

ผู้เข้าร่วมอบรมต้องผ่านกิจกรรมทดสอบ

ทดสอบการทรงตัว

เคร่งเครียด