รัฐบาลเคาะ 4 มาตรการให้ส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจเร่งใช้งบปี 65 กระตุ้นศก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498479

25 ธ.ค. 2564 |16:16 น.

รัฐบาลเคาะ 4 มาตรการให้ส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจเร่งใช้งบปี 65 กระตุ้นศก.

รัฐบาลเคาะ 4 มาตรการให้ส่วนราชการ โครงการ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ และรัฐวิสาหกิจเร่งใช้งบปี 65 ไม่ต่ำกว่า 93% กระตุ้นเศรษฐกิจ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

วันนี้ (25 ธ.ค.) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า จากที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน และส่วนของประเทศไทยรัฐบาลก็ได้ออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ได้ให้แนวนโยบายกับทุกกระทรวงและหน่วยงานรัฐว่าการใช้จ่ายและลงทุนของภาครัฐจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจประเทศในช่วงที่ยังมีความไม่แน่ใจจากสถานการณ์โรคระบาด  

ล่าสุด คณะกรรมการติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ กระทรวงการคลัง ได้มีมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อให้กระทรวง หน่วยรับงบประมาณ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ถือปฏิบัติ  
 

“นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตามมาตรการของคณะกรรมการติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ กระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้งบประมาณรัฐเป็นเครื่องมือดูแลเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอน และช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการที่คณะกรรมการติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณฯ เสนอมี 4 ข้อ ประกอบด้วย  

1.กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐปี 2565 โดยมีเป้าหมายการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 93  การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 การเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75  

2.เพื่อเร่งรัดให้หน่วยรับงบประมาณดำเนินการโดยเร็ว ให้หน่วยรับงบประมาณดำเนินการตามแนวทางของสำนักงบประมาณ เรื่อง การจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และการอนุมัติเงินจัดสรรงปบระมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยเคร่งครัด  

สำหรับส่วนราชการและหน่วยงานที่มีเงินกันไว้เหลื่อมปีให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกันไหว้เหลื่อมปีโดยเร็ว กรณีที่หน่วยรับงบประมาณได้ก่อหน้าผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณและไม่สามารถเบิกจ่ายเงินจากคลังได้ทันภายในปีงบประมาณ ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังได้อีกไม่เกิน 6 เดือนของปีงบประมาณถัดไป เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเบิกเงินจากคลังภายหลังเวลาดังกล่าว ขอให้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 6 เดือน  

3.รัฐวิสาหกิจต้องเบิกจ่ายงบลงทุนได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติเบิกจ่ายลงทุนตามมติคณะรัฐมนตรี โดยให้รัฐวิสาหกิจปรับปรุงงบลงทุนระหว่างปี 2565 ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรก และปรับปรุงแผนการลงทุนให้สามารถเบิกจ่ายได้เร็วขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี (Front-Loaded) รวมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยให้กระทรวงเจ้าสังกัดกำกับและติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเป้าด้วย  

4.การเบิกจ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 (กรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาท) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินกู้ เร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. สำหรับโครงการที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) เห็นชอบให้ยกเลิก ควรเร่งคืนกรอบวงเงินที่เหลือจ่ายให้กระทรวงการคลังสรุปกรอบวงเงินคงเหลือและนำมาบริหารจัดการเงินกู้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน”สมคิด” แคนดิเดตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498472

25 ธ.ค. 2564 |15:14 น.

อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ

“อุตตม-สนธิรัตน์” เตรียมเปิดตัวพรรค “สร้างอนาคตไทย” เป็นพรรคการเมืองใหม่ 3 มกราคมปีหน้า ด้าน “นิพิฏฐ์” เผยพรรคเตรียมดันให้ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับพรรคการเมืองหน้าใหม่ แต่แกนนำผู้ก่อตั้งนั้นไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่า วันที่ 3 มกราคม2565 นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลังและอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงานและอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  ได้นัดสื่อมวลชนพูดคุยเปิดใจเกี่ยวกับการจัดตั้งพรรคการเมือง โดยมีกระแสข่าวว่าได้ส่งคนไปขอจดทะเบียนพรรคในชื่อ “พรรคสร้างอนาคตไทย” กับกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แล้ว

อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ

ขณะที่ความชัดเจนเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองของคนทั้งคู่นี้ ปรากฏผ่านคลิปโปรโมทแนวคดทางการเมืองและเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมทำงานการเมืองเพื่ออนาคตของประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา  นายอุตตม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ในชื่อ ดร.อุตตม สาวนายน พร้อมระบุข้อความว่า “ชวนทุกท่านร่วมมองหาโอกาสใหม่ ๆ บนเส้นทางใหม่ ๆ เพื่ออนาคตประเทศไทย กับผมและคุณสนธิรัตน์ ครับ” พร้อมกันนี้ได้แนบคลิปภาพบรรยากาศวันที่นายอุตตม และนายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงานและอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นั่งจิบกาแฟกันที่ร้านกาแฟริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมทำงานการเมืองกับคนทั้งสองในนามพรรคอนาคตไทย โดยเป็นภาพนั่งจิบกาแฟกันสองกัน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา 

อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ
อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ

นอกจากนี้ ในวันที่ 16 ธ.ค. นายอุตตม ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีข้อความว่า “มาจิบกาแฟกันครับ… ก็ได้พูดคุยเรื่องอนาคตของประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยคงคิดถึงเรื่องนี้กันมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ใกล้จะหมดปีแล้ว คิดว่าคนไทยต้องการเห็นโอกาสใหม่ๆ ต้องการมีความหวัง และเมื่อมีความหวัง ทุกคนก็จะสามารถร่วมกันสร้างความหวังนั้นให้เป็นความจริง ผมคงมีเรื่องมาแลกเปลี่ยนกันหลังปีใหม่อย่างแน่นอนครับ” ขณะที่นายสนธิรัตน์ ก็โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของตนเองและมีข้อความในทำนองเดียวกัน 

อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ
อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ

ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และจะเข้าร่วมงานการเมืองกับ 4 กุมาร เผยว่าตนเองรับหน้าที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ของพรรคใหม่ ที่สามารถเปิดเผยได้คือ เป็นพรรคการเมืองที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการรวมถึงนักการเมืองสายกลางรวมตัวกันเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ตลอด 2-3 ปี ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำให้คนตกงาน ว่างงานเพิ่มขึ้น มีคนจนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

อุตตม-สนธิรัตน์ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย 3 ม.ค.นี้ ดัน"สมคิด" แคนดิเดตนายกฯ

“พรรคของเราได้ข้อสรุปเพื่อทำนโยบายของพรรค ตั้งเป้าหมายแก้ไขเรื่องปากท้อง ค่าครองชีพ หรือการสู้รบความยากจนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นแนวคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุคก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยเราจะผลักดันให้นายสมคิด เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาหมวดเศรษฐกิจ” นายนิพิฎฐ์ ระบุ

ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์และนายอุตตมจัดอยู่ใน “กลุ่ม 4 กุมาร” ซึ่งนอกจากทั้งสองคนแล้ว ยังมี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯและอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ,นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองและอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคยร่วมทำงานกันในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และมีบทบาทในการขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐ แต่เมื่อเกิดปัญหาขัดแย้งภายในพรรคเกี่ยวกับโควตารัฐมนตรี ทำให้ทั้ง 4 คนประกาศลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับมีข่าวเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม กับแนวทางการตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่นี้ นายสุวิทย์  เมษินทรี อดีต รมว.การอุดมศึกษาฯ และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาจไม่มาร่วมทำงานการเมืองในครั้งนี้ด้วย

“พันธ์ยศ”เดินหน้าผุดโครงการ “คลองกระ” ชูเป็น”เมกกะมรดก” สู่ลูกหลาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498462

25 ธ.ค. 2564 |14:36 น.

"พันธ์ยศ"เดินหน้าผุดโครงการ “คลองกระ” ชูเป็น"เมกกะมรดก" สู่ลูกหลาน

“พันธ์ยศ” อดีตเลขาธิการพรรคภราดรภาพ เดินหน้าผุดโครงการ “คลองกระ..เส้นทางเปลี่ยนโลก” ชี้ให้เป็น “เมกกะมรดก” สู่ลูกหลาน เผยสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้แล้ว รอเพียงบรรจุวาระเพื่อพิจารณาต่อไป

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตเลขาธิการพรรคภราดรภาพ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ (คลองไทย) เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและสังคม (สคส.) กล่าวว่าได้ร่วมประชุมและศึกษาความเป็นไปได้ ร่วมกับ พล.อ.ต.ณัฎฐอรรจน์ ถวิลหวัง  ประธานคณะกรรมการ สคส. ซึ่งพล.อ.ต.ณัฎฐอรรจน์เคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการแห่งชาติ ศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ ที่ก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี  (มติครม.16 ต.ค. 2544) โดยที่ผ่านมาได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ(คลองไทย) มีความคืบหน้าเป็นอย่างมากและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  จะตอบคำถามกระทู้ที่ 002ร.ของสมาชิกวุฒิสภาที่สอบถามผ่านราชกิจจานุเบกษา วันที่ 11 ก.พ. 2564ว่า คณะกรรมการแห่งชาติฯ ชุดดังกล่าวได้บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อคณะกรรมการที่ยกเลิกของกระทรวงคมนาคมไปแล้ว (สิ้นสุดสถานภาพลงแล้วเมื่อช่วงเดือนพ.ค.2548 ) ก็ตาม 

นายพันธ์ยศ กล่าวว่าในปี 2557 พล.อ.ต.ณัฎฐอรรจน์  ได้ตั้งคณะทำงานความร่วมมือยุทธศาสตร์การค้าไทยจีนของรัฐบาลไทยกับนายหวี่ ปิน ประธานกรรมการบริษัท จงจิ้นริชเวย์โฮลดิ้งประเทศไทย จำกัด และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลของประเทศไทยบริเวณคลองกระ  รองรับการเปิดการค้าเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นเส้นทางการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางการพัฒนาของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีนที่แสดงต่อที่ประชุมเอเปค   

ในตอนนั้นประธานาธิบดีจีนได้ประชุมทวิภาคีกับพล.อ.ประยุทธ์  และยกวาระการพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 มาหารือ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบรับในความคิดริเริ่มและพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลดังกล่าว และเป็นที่มาของการจัดตั้งศูนย์วิจิยและพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลของประเทศไทยบริเวณคลองกระ (คลองคอดกระ หรือคลองไทย) โดยรัฐบาลไทยในอดีตมีมติอนุมัติให้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ(คลองไทย) หากดำเนินการได้นับเป็นโครงการพัฒนาที่เป็นเมกกะโปรเจคของประเทศอีกชิ้นหนึ่งที่จะสร้างเจริญด้านเศรษฐกิจและอื่น ๆ ของไทยในอนาคต 
 

นายพันธ์ยศ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สคส.ได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมกับสมาคมมิตรภาพไทย-ลาว ซึ่งมีพล.อ.ต.ณัฏฐอรรจน์เป็นนายกสมาคม  โดยสคส.และสมาคมมิตรภาพฯ ได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อใช้ในการป้องกันโควิด -19 ให้กับสปป.ลาว   โดยฯพณฯ แสง สุขะทิวง เอกอัครรัฐทูตสปป.ลาว ประจำประเทศไทยให้การต้อนรับและรับมอบอุปกรณ์ข้างต้น   อีกทั้งตนเองกับสคส.นำอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 แจกจ่ายให้หลายภาคส่วน เช่น  มูลนิธิกู้ภัยหลวงพ่อวัดในกุฏิ-ที่ว่าการอำเภอกุยบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์ /มูลนิธิร่วมกตัญญู /โรงพยาบาลดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ และพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้คนไทยผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

"พันธ์ยศ"เดินหน้าผุดโครงการ “คลองกระ” ชูเป็น"เมกกะมรดก" สู่ลูกหลาน

“ในครั้งนั้นคณะได้หารือกับเอกอัครรัฐทูตสปป.ลาว ประจำประเทศไทยเกี่ยวกับการค้า การลงทุน การคมนาคมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสองประเทศในวันข้างหน้า โดยมีเรื่องการขุดคลองกระร่วมเป็นหนึ่งในการหารือด้วย เพราะเส้นทางสายไหมทางทะเลคลองกระ(คลองไทย) จะเกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน และชาติอื่น ๆ หากดำเนินการเสร็จสิ้น จะมีเรือสินค้าใช้เป็นเส้นทางผ่านจากไทยไปยังประเทศฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 2,000 ลำ ร่นระยะเวลาการเดินทาง 3 เส้นทางเดิมลงได้ 7 วัน (1.สายตะวันออกจากเซียะเหมิน-มหาสมุทรแฟซิฟิก-ทวีปอเมริกา 2.สายใต้จากเซียะเหมิน-เกาะไหหลำ -แหลมญวน-อ่าวไทย-แหลมมลายู  3.สายตะวันตกจากเซียะเหมิน-ทะเลจีนใต้ -ช่องแคบมะละกา-แหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา) และจากการสำรวจข้อมูลโลจิสติกส์การค้าจีน-ไทย พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจตอบรับเข้าร่วมใช้เส้นทางสายไหมทางทะเลเส้นใหม่ของไทยสูงถึงร้อยละ60 ถือได้ว่าเส้นทางคลองกระ(คลองไทย) จะเป็นเส้นทางที่เปลี่ยนโลก-เปลี่ยนไทยในอนาคต” นายพันธ์ยศ ระบุ

นายพันธ์ยศกล่าวย้ำว่า ดังนั้น สคส. ได้จัดทำโครงการ “คลองกระ..เส้นทางเปลี่ยนโลก” เพื่อให้นักธุรกิจรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษา และถ่ายทอดแนวความคิดโครงการนี้ไปสู่รุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต ในปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินกิจกรรมมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นสิ่งที่ตนเองหารือกับพล.อ.ต.ณัฎฐอรรจน์ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พบว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปมากจากภาวะโควิด-19  ดังนั้น ไทยต้องปรับตัวให้รับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่  แม้ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์จะบอกว่าต้องใช้เวลาศึกษารอบด้านในเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้วสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2563 และดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว รอเพียงบรรจุวาระให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา ตรงนี้ก็ชัดเจนระดับหนึ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรสนใจเรื่องนี้เพราะไทยได้ประโยชน์

“แนวคิดข้างต้นของกมธ.วิสามัญฯ ตรงกับผมและพล.อ.ต.ณัฎฐอรรจน์ หวังว่าโครงการคลองกระนั้นน่าจะนำมาหารือกันใหม่โดยขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นเจ้าภาพศึกษาเรื่องนี้คู่ขนานกับรายงานของกมธ.วิสามัญฯชุดข้างต้น  จากนั้นจัดทำประชามติให้ทุกอย่างโปร่งใสว่าควร-ไม่ควรขุดคลองกระ แต่ตนและคณะเชื่อว่าเมกกะโปรเจคนี้หากเดินหน้าได้ ประเทศ-ประชาชนจะได้ประโยชน์ในวันข้างหน้าอย่างสูงสุด” นายพันธ์ยศ ย้ำในตอนท้าย

“ปชป.”ตั้ง สาทิตย์-เดชอิศม์ ผอ. เลือกตั้งซ่อม ชุมพร สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498456

25 ธ.ค. 2564 |13:53 น.

"ปชป."ตั้ง สาทิตย์-เดชอิศม์  ผอ. เลือกตั้งซ่อม ชุมพร สงขลา

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ “พรรคประชาธิปัตย์” ตั้ง สาทิตย์ วงศ์หนองเตย -เดชอิศม์ ขาวทอง เป็น ผอ.เลือกตั้งซ่อมชุมพร สงขลา ส่วน “ราเมศ” เป็น ผอ. ประสานงานส่วนกลาง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร และเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสงขลาว่า ขณะนี้ “พรรคประชาธิปัตย์” โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้เตรียมการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ และมีการแต่งตั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร

และแต่งตั้ง นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสงขลาเพื่อให้การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยึดหลักรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และให้มีการสื่อสารนโยบายต่างๆของพรรคแก่ประชาชนได้รับทราบอย่างเต็มที่ ทั้งสองคนจะเป็นหลักในการบัญชาการการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่

นอกจากนี้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้แต่งตั้งตน ให้เป็นผู้อำนวยการประสานงานส่วนกลางเพื่อประสานการทำงานในเขตพื้นที่กับส่วนกลางทั้งในเรื่องกฎหมาย และในการจัดบุคลากรร่วมรณรงค์และอำนวยการต่าง ๆ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชุมพร และเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลา อย่างเต็มรูปแบบ มั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งทั้งสองเขตอย่างแน่นอน

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498445

25 ธ.ค. 2564 |12:13 น.

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน หลังล่าสุดวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก จำนวน 278,588,451 ราย เชื่อโอไมครอนในระยะสั้นยังไม่กระทบการส่งออกของไทย แต่ถ้ายืดเยื้ออาจกระทบต่อระบบ Supply Chain และทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าสูงขึ้น

วันนี้ (25 ธ.ค.) เวลา 8.30 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล  มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมการรับมือสถานการณ์การค้าที่อาจได้รับผลกระทบจาก “โอไมครอน” เพื่อยังรักษาการขยายตัวของการส่งออกไทยให้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถสรุปได้เบื้องต้น คือ ภาพรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2564 มีจำนวน 278,588,451 ราย โดยมีรายงานการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเดนมาร์ก

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน

รายงานจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่ง ระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการรับมือในแต่ละภูมิภาคนั้นมีโดยสรุปดังนี้ คือ 1.ภูมิภาคแอฟริกา มีหลายประเทศพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ โดยเฉลี่ยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 1,000 – 2,000 คน สำหรับประเทศแอฟริกาใต้ที่เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละประมาณกว่า 30,000 คน และยังคงมาตรการล็อกดาวน์ประเทศบางส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด แต่โดยรวมยังไม่พบผลกระทบรุนแรงกับการส่งออกของไทยไปภูมิภาคนี้ 
 

2.ภูมิภาคอเมริกาและแคนาดา มีรายงานการติดเชื้อสะสมร่วม 52 ล้านคน เสียชีวิต 76,144 คน พบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ “โอไมครอน” ในอัตราที่สูงในมลรัฐทางตอนเหนือ ได้แก่ อิลลินอยส์ นิวยอร์ก โอไฮโอ เพนซิเวเนีย และมิชิแกน และมลรัฐเหล่านี้ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งทางด้านบุคลากร สถานพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ กระตุ้นให้ประชาชนมารับการฉีดวัคซีนรวมทั้ง วัคซีน Booster ให้มากขึ้น และขยายเวลาบังคับให้ต้องสวมหน้ากากในที่สาธารณะจากเดิมเป็นจนถึง 18 มี.ค. 2565 รวมถึงต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนเมื่อเข้าใช้บริการในร้านค้า ร้านอาหาร และสถานบริการบางแห่ง แต่ยังไม่มีการประกาศปิดประเทศหรือปิดเมือง บริษัทเอกชนเริ่มสั่งให้ WFH 

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน

3.ภูมิภาคยุโรป สถานการณ์ล่าสุดในเนเธอร์แลนด์พบว่าร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์ “โอไมครอน” และมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะเป็นสายพันธุ์หลักของการแพร่ระบาดภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 2564 ทั้งนี้ ในเยอรมนีคาดการณ์ 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อโควิด ในปัจจุบันเป็นสายพันธุ์ “โอไมครอน”  โดยประเทศที่ได้ออกมาตรการล็อกดาวน์แล้ว เช่น เนเธอร์แลนด์ รวมทั้งมาตรการอื่นๆ ทั่วไป ได้แก่ บังคับให้สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ จำกัดจำนวนการรวมกลุ่ม ปิดสถานบันเทิง สนับสนุนการ Work from Home และเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 และเข็มกระตุ้น เป็นต้น ส่วนสหราชอาณาจักร มีรายงานมีผู้ติดเชื้อโควิด 11.6 ล้านคน จำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยมีผู้ติดเชื้อจำนวนเฉลี่ยวันละ 87,958 คน ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2564 ประชาชนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน และยกเลิกการจองร้านอาหารเพื่อฉลองวันคริสต์มาส และรัฐบาลบังคับใช้มาตรการเข้มงวดขึ้น ได้แก่ การบังคับการใส่หน้ากากอนามัยในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และร้านค้า บริษัทกลับมา WFH และการใช้วัคซีนพาสปอร์ตในการเข้าสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เป็นต้น

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน

4.ภูมิภาคตะวันออกกลาง เริ่มมีรายงานพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ “โอไมครอน” บ้างแล้ว เช่น อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตะวันออกลางยังไม่ออกมาตรการควบคุมการควบคุมการแพร่ระบาดในระดับเข้มงวด และเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 2-4 ให้ประชาชน รวมถึงห้ามผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศ ดังนั้น การดำเนินธุรกิจในตะวันออกกลางยังคงปกติ จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของไทย 5.ภูมิภาคลาตินอเมริกา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ “โอไมครอน” ยังมีไม่มากนัก คาดว่าจะติดเชื้อเพิ่มหลังจากปีใหม่และจะมากขึ้นช่วงฤดูหนาว (มิ.ย.-ก.ค. 2565) ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อคาดว่าจะน้อยกว่าในปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วบางส่วน จนถึงขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังการแพร่กระจายในประเทศ มีการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศตามมาตรการสาธารณสุขโดยการตรวจหาเชื้อ (PCR test) ก่อนเดินทางเข้าประเทศและกักตัวตามระยะเวลาที่กำหนด ยังไม่มีการประกาศปิดประเทศหรือปิดเมือง 

5.ในกลุ่มประเทศอาเซียนมีการรายงานผู้ติดเชื้อ Covid-19 สายพันธุ์ “โอไมครอน” ในจำนวนที่ยังน้อยกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่ก็ต่างออกมาตรการป้องกันโดยการจำกัดการเดินทางจากต่างประเทศ โดยผู้เดินทางต้องแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศในผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศเสี่ยงสูงจากทวีปแอฟริกา มีการยกเลิกการจัดกิจกรรมที่รวมตัวของผู้คนจำนวนมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ และกระตุ้นการฉีดวัคซีนเข็ม Booster 

ส่วนที่ประเทศจีน ล่าสุดพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อสายพันธุ์ “โอไมครอน” 5 ราย เบื้องต้นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะต้องกักตัวในสถานที่ที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน ส่วนฮ่องกง พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน 34 ราย ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564 ผู้เดินทางเข้าฮ่องกงต้องแสดงผลตรวจปลอดเชื้อและต้องตรวจกรดนิวคลีอิกด้วยวิธีการ RT-PCR ที่ได้ทำการตรวจเป็นเวลาไม่เกิน 48 ชม. ก่อนกำหนดเวลาเครื่องออก และไต้หวันพบผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” 12 ราย ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องกักตัวในโรงแรม 10 วันและที่บ้านอีก 4 วัน และให้เพิ่มการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ PCR เป็น 2 ครั้ง และมีการปิดด่านตามแนวชายแดนจีน ทำให้เกิดปัญหารถติดสะสมจำนวนมากตามด่านสำคัญ เช่น โม่ฮาน โหย่วอี้กวน และตงซิง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตร อาหารและผลไม้สด และผู้ประกอบการจะมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มเนื่องจากต้องตรวจโควิดแรงงาน โดยใช้ RT-PCR 

ส่วนทางอินเดีย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ “โอไมครอน” จำนวน 213 ราย กระจายอยู่ใน 13 รัฐ ส่วนใหญ่มีประวัติเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย ซิมบับเว ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ทางด้านออสเตรเลีย Australian Technical Advisory Group (ATAGI) ได้ออกคำแนะนำเพื่อเป็นการรับมือการแพร่ระบาดสายพันธุ์ “โอไมครอน” ให้ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนครบโดส (จำนวน 2 เข็ม) มาแล้วเป็นระยะเวลา 5 เดือน เข้ารับการฉีด Booster dose (เข็มที่ 3) เป็นวัคซีน Pfizer หรือ Moderna เท่านั้น (ยกเว้นกรณีที่ผู้มีการแพ้ให้ใช้วัคซีน AstraZeneca แทนได้) มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศทำให้ภาคการผลิตประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานและไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ 

นางมัลลิกา กล่าวว่า นายจุรินทร์ ได้รับทราบรายงานและให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิดในสถานการณ์ตลาดต่างประเทศต่อไป และกล่าวว่าการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” ในระยะสั้นจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของไทย แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป จะส่งผลกระทบต่อระบบ Supply Chain ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าสูงขึ้น แต่ในทางกลับกันก็มีความต้องการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าสุขอนามัยจากไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน 

“ปัจจุบันได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมกิจกรรมส่งเสริมการค้าให้เข้าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่แล้ว โดยเฉพาะหากมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าให้ผู้ประกอบการไทยทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การจัด Online Business Matching การจัดงานแสดงสินค้าในประเทศในรูปแบบ Virtual/Online Exhibition กิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ TMALL, Bigbasket, Blibli, Amazon, Ozon รวมถึงการประชุมเพื่อหารือแนวทางส่งเสริม แก้ไขปัญหาการค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งนี้ โดยการส่งออกของไทยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่า 7,731,390.8 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.48 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา สินค้าเกษตรและอาหารสำคัญที่ไทยส่งออกไปทั่วโลก ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

“จุรินทร์” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก จับตาสถานการณ์โอไมครอน

“เพชร-กรุณพล” ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล ลั่นขอเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498441

25 ธ.ค. 2564 |12:01 น.

“เพชร-กรุณพล” ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล ลั่นขอเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น

“เพชร-กรุณพล” ลงพื้นที่หลักสี่- จตุจักร เพื่อแนะนำตัวและหาเสียงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนอย่างคึกคัก ชี้อยากให้โอกาสทำงานสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำประเทศไทยให้ดีขึ้น

วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1  นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย “เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ” ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต9 หลักสี่ – จตุจักร ( ยกเว้นเเขวงจตุจักร แขวงจอมพล ) พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาการค้าขายด้านเศรษฐกิจ เเละพบประชาชน เป็นครั้งเเรก

“เพชร-กรุณพล” ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล ลั่นขอเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น

นายกรุณพล กล่าวว่า หลังจากที่พรรคก้าวไกลมีมติส่งตน เป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 9 หลักสี่ จตุจจักร ( ยกเว้นเเขวงจตุจักร เเละเเขวงจอมพล ) เพื่อเลือกตั้งซ่อมเเทนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มีคุณสมบัติต้องห้ามในการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ต้องสิ้นสภาพความเป็นส.ส.ไปนั้น ตั้งเเต่เมื่อวานนี้ตนได้วางแผนพร้อมทีมงาน เเละในวันนี้ช่วงเช้าได้มาลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 1 เป็นการหาเสียงครั้งเเรก มาเเนะนำตัวกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ได้รู้จักตนเเละได้เข้าใจนโยบายของพรรคก้าวไกล

“ผมต้องการพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า จากการที่ผมเป็นนักเเสดงมา 20 กว่าปี เหตุใดผมจึงเลือกทิ้งงานเเสดง เพื่อลงมาสู่สนามเลือกตั้ง เพราะผมคิดว่า การที่ผมมีชีวิตที่ค่อนข้างสบาย แต่คนส่วนมากในประเทศกำลังลำบากอยู่  ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะมองดูเฉยๆได้ การเป็นนักเเสดงให้ความสุขในจอทีวีเท่านั้น เเต่ความสุขที่เเท้จริงที่สามารถจับต้องได้ คือการทำให้พี่น้องประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ มันยากเกินกว่าที่นักเเสดงคนหนึ่งจะทำได้ หากเราสามารถเปลี่ยนจากนักเเสดงเป็นนักการเมืองเรายังสามารถที่จะขับเคลื่อนนโยบายเเละขับเคลื่อนความฝันของเราที่จะให้เพื่อนร่วมชาติมีอนาคตที่ดีขึ้น พรรคก้าวไกลมีความฝันตรงกับเรา ให้ประชาชนในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลได้ถูกต้องเเละใช้ให้เกิดประโยชน์มีคุณค่ามากที่สุด ไม่ให้ประชาชนชาวไทยต้องมีหนี้สินมากขึ้นเช่นปัจจุบันนี้ ผมเชื่อว่าก้าวไกลเเละผมจะสามารถเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้นได้ “ นายกรุณพล กล่าว 

“เพชร-กรุณพล” ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล ลั่นขอเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดการลงพื้นที่ของ “เพชร-กรุณพล” ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ( ยกเว้นเเขวงจตุจักร เเละเเขวงจอมพล ) พรรคก้าวไกล พ่อค้าเเม่ค้าในตลาดประชานิเวศน์ 1 พร้อมด้วยประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กล่าวทักทายพี่น้องประชาชน พร้อมขอฝาก “เพชร -กรุณพล เทียนสุวรรณ” ว่าที่ผู้สมัครของพรรคก้าวไกล ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจประชาชน ได้เข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรในสภา พร้อมเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิต ปากท้องประชาชน

“เพชร-กรุณพล” ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ก้าวไกล ลั่นขอเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น

ข่าวดีรับปีใหม่ รบ. มอบ “ประกันภัยอุบัติเหตุปีใหม่” เบี้ยแค่ 10บาท รับ1แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498438

25 ธ.ค. 2564 |11:48 น.

ข่าวดีรับปีใหม่  รบ. มอบ "ประกันภัยอุบัติเหตุปีใหม่" เบี้ยแค่ 10บาท รับ1แสน

ข่าวดีรับปีใหม่ รัฐบาลมอบ “ประกันภัยอุบัติเหตุปีใหม่อุ่นใจ” เบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท คุ้มครองนานถึง 30 วัน วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 แสน สร้างความอุ่นใจตลอดการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่

25 ธันวาคม  2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)มอบ “กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุปีใหม่อุ่นใจ” (ไมโครอินชัวรันส์) สำหรับเทศกาลปีใหม่ 2565 ให้แก่ประชาชน โดยเป็นหนึ่งในข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานเตรียมของขวัญปีใหม่เพื่อเป็นกำลังใจแก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่อีกทั้งเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาด
โควิด-19  ที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

สำหรับข้อมูลของ “กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุปีใหม่อุ่นใจ” มีเงื่อนไขการทำสัญญาประกันภัย ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2564 – 25 กุมภาพันธ์ 2565 ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน เบี้ยประกันภัย 10 บาท

มีข้อตกลงในการคุ้มครอง รายละเอียดดังนี้

1) ผลประโยชน์การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกายและ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

2) ผลประโยชน์การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท

3)ผลประโยชน์การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า การสูญเสียตาหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุสาธารณะ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

4) ผลประโยชน์ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน กรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (สูงสุดไม่เกิน 30 วัน) 200 บาทต่อวัน 

สำหรับช่องทางในการรับสิทธิ์ และช่องทางการจำหน่ายนั้น ประชาชนสามารถรับสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการกำหนดหรือสามารถหาซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส เซเว่นอีเลฟเว่น หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้สำนักงาน คปภ.ยังมอบ “กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัย” จากรถ จำนวน 10,000 ฉบับ ให้กับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของรถ โดยสามารถเข้าไปลงทะเบียนเพื่อรับประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ http://www.พรบรุกทั่วไทย.com ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สายด่วน คปภ. 1186 

นายกรัฐมนตรี ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนในการเดินทางสัญจรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่จะถึงนี้ ด้วยความระมัดระวัง ตรวจสอบสมรรถภาพความพร้อมทั้งยานพาหนะและผู้ขับขี่นอกจากนี้ยังเน้นย้ำเรื่องการรักษาสุขภาพตนเองในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ลดการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดอัตราการติดเชื้อโควิด– 19 ย้ำอยากให้ประชาชนทุกคนมีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งการมีสุขภาพที่ดี   รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

แถลงการณ์เพื่อไทยขอคนไทยก้าวข้ามฝันร้าย ก้าวสู่ความหวังและชีวิตใหม่ปี 65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498437

25 ธ.ค. 2564 |11:47 น.

แถลงการณ์เพื่อไทยขอคนไทยก้าวข้ามฝันร้าย ก้าวสู่ความหวังและชีวิตใหม่ปี 65

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์พรรค หัวข้อ “ก้าวข้ามฝันร้ายและคราบน้ำตา 2564 สู่ความหวังและชีวิตใหม่ 2565” ระบุถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาให้กับขประชาชนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะปัญหาจากโควิด-19 โดยพรรคเพื่อไทยขอเดินหน้าคืนความหวังความฝันแก่ชาวไทย

วันนี้ (25 ธ.ค.) พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ หัวข้อ “ก้าวข้ามฝันร้ายและคราบน้ำตา 2564 สู่ความหวังและชีวิตใหม่ 2565” โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

แถลงการณ์เพื่อไทยขอคนไทยก้าวข้ามฝันร้าย ก้าวสู่ความหวังและชีวิตใหม่ปี 65

ความล้มเหลวผิดพลาดบกพร่องซ้ำซากของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดปี 2564 ทำให้ชีวิตและลมหายใจของประชาชนตกอยู่ภายใต้วิกฤตที่หนักหนาสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ หยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นของพี่น้องประชาชนดังระงมไปทั่วทั้งแผ่นดิน


รัฐบาลไร้ศักยภาพ ประมาท และหละหลวม ขาดความรู้ความเข้าใจและไม่รับฟังเสียงประชาชน ประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผิดพลาด นำมาซึ่งการบริหารจัดการที่ล้มเหลว จนโรคแพร่ระบาดขยายวงกว้าง ระบบสาธารณสุขประเทศล่มสลาย ทำลายชีวิตผู้คน คนไทยต้องตายคาบ้าน ตายกลางถนน ตายข้างถนน ไม่มีแม้โอกาสได้เข้าสู่ระบบการรักษาตามสิทธิที่พึงมี อีกทั้งยังยกระดับวิกฤตสุขภาพสู่วิกฤตเศรษฐกิจ มาตรการรุนแรงแบบหว่านแห สร้างภาระให้ประชาชน เศรษฐกิจหยุดชะงัก ประชาชนต้องตกงาน ขาดรายได้ สิ้นเนื้อประดาตัวอดอยาก จนประเทศต้องตกอยู่ในห้วงของฝันร้ายกลียุค

การระบาดใหม่ของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ รัฐบาลยังคงมีวิธีคิดราว ‘ชีวิตและลมหายใจประชาชนเป็นของเล่น’ สบประมาท ‘โควิดกระจอก’ ย่ามใจไม่เตรียมพร้อม กำลังจะพาพี่น้องประชาชนต้องไปเผชิญชะตากรรม และจมอยู่กับวิกฤตเศรษฐกิจไม่รู้จบ ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ที่ผ่านมารัฐบาลผลาญงบประมาณแผ่นดินมหาศาลไปกับการเยียวยาฟื้นฟูที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ อีกทั้งยังนำเงินในอนาคตของประชาชน ไปสร้างมหกรรม ‘แจกเทกระจาด’ แฝงการเอื้อประโยชน์พวกพ้องและส่อว่าอาจจะหาประโยชน์ทางการเมือง เงินกู้มหาศาลถูกใช้จ่ายไปอย่างไร้ค่า ทิ้งไว้เพียงภาระหนี้สินประเทศชาติและประชาชน ‘ขโมยเงินอนาคตและโอกาสของประชาชนไปจนหมดสิ้น


ความรุนแรงจากวิกฤตโรคระบาดร้ายแรงไม่น้อยกว่าความรุนแรงจากรัฐคลั่งอำนาจ ตลอดปี 2564 มีการใช้อำนาจและกฎหมายที่บิดเบือน กลั่นแกล้ง คุกคามประชาชนอย่างรุนแรง ประชาชน นิสิต นักศึกษา ทั้งที่ออกมาเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มุ่งหวังการคืนประชาธิปไตย หรือแม้แต่ประชาชนที่ออกมาสะท้อนความเดือดร้อนจากนโยบายรัฐ เช่น พี่น้องจะนะรักษ์ถิ่น กลับถูกใช้กำลังความรุนแรงเข้ากดปราบและดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม มองประชาชนเป็นปฏิปักษ์และภัยต่อความมั่นคงที่รัฐจะต้องกำจัด
 

ความย่อยยับตลอดปี 2564 มีเหตุแห่งปัญหามาจากรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ดำเนินนโยบายและบังคับใช้กฎหมายโดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากของประชาชน ไม่รับฟังเสียงสะท้อนและผลกระทบ อันเป็นผลโดยตรงจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บิดเบือนกลไกประชาธิปไตย ช่วงชิงอำนาจรัฐบาลห่างไกลจากประชาชน นายกรัฐมนตรีไม่ต้องได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แต่ถูกแต่งตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของ ส.ว. ที่ไม่ได้มาจากประชาชน  รัฐบาลได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ปัดเศษและงูเห่า ถูกจัดตั้งขึ้นได้โดยไม่คำนึงถึงประชาชนว่าได้ลงมติไว้วางใจให้เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่


พรรคเพื่อไทยซึ่งมีตัวแทนอยู่ทั่วประเทศรับฟังเสียงสะท้อนและปัญหาของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สำนึกต่อความสำคัญของพี่น้องประชาชน ‘รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคมและประชาชน’ คืนเกียรติและศักดิ์ศรีให้ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม รับฟังและดำเนินนโยบายโดยคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตโรคระบาดที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ ควรศึกษาบทเรียนความผิดพลาดที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงมาตรการ ระมัดระวัง ป้องกันและเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุขเพื่อรองรับปัญหาบรรเทาสถานการณ์ไม่ให้เกิดความสูญเสียและวิกฤตซ้ำรอยเดิมอีก


พรรคเพื่อไทย ตระหนักเสมอว่าเราและพี่น้องประชาชนคือสมาชิกครอบครัวเดียวกัน ในวิกฤตที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของเรา เราจึงเข้าใจ เห็นใจและช่วยเหลือกันให้รอดพ้นจากวังวนของปัญหาไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ดังนั้นในปี 2565 เราจะเดินหน้าคืนความหวังความฝันของคนทุกวัย ทุกฐานะ ทุกวิถีชีวิตที่ฝันถึงความเป็นอยู่ที่ดีและสานฝันเหล่านั้นให้เป็นจริง เราจะมุ่งไปสู่หนทางของเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู พี่น้องคนไทยจะกลับมามีความหวังถึงการทำงานที่ดีและการมีรายได้ที่ดี เราจะหลอมรวมผู้คนเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีอนาคตที่ดี เราจะทำทุกวิถีทางที่จะสนับสนุนผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง ทวงคืนอำนาจของประชาชนเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้ประชาชน และจะรวมพลังประชาชนเพื่อมุ่งไปสู่ความหวังที่จะเปลี่ยนรัฐบาล คืนรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยเพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อผ่านวันนี้ไป พรุ่งนี้จะมีความสุขความสำเร็จกลับมาอีกครั้ง พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน 
 
พรรคเพื่อไทย
25 ธันวาคม 2564

นายกฯ สั่งทุกจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุช่วงปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498436

25 ธ.ค. 2564 |11:38 น.

นายกฯ สั่งทุกจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุช่วงปีใหม่

“นายกฯ” กำชับผู้ประกอบการ จัดงานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ภายใต้ COVID Free Setting งดขายบัตรหน้างาน และให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุช่วงปีใหม่และหลังเทศกาลด้วย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับทุกกิจการ/กิจกรรม ให้มีการจัดงานเคาท์ดาวน์ภายใต้มาตรการ COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด และต้องเป็นไปตามมาตรการการจัดงานตามที่ ศบค. กำหนด โดยต้องมีการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน 

พร้อมให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้า ไม่ควรมีการขายบัตรเพิ่มเติมหน้างาน ซึ่งทั้งผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานควรได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็ม และผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงผลตรวจ ATK ก่อนเข้างานด้วย  นายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือจากประชาชน ในการจัดกิจกรรมสังสรรค์ภายในที่พักอาศัยขอให้จัดในสถานที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทดี เพื่อลดการติดเชื้อภายในครอบครัวอีกด้วย 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ดูแลประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งพี่น้องประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว  ทำให้มีการเคลื่อนที่ของประชากรจำนวนมาก จึงขอให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ สำรวจและประเมินความพร้อมเตียงผู้ป่วย  ยาและเวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และระบบการกักตัวแบบ Home Isolation : HI หรือ Community Isolation : CI  และพร้อมขอให้เดินหน้าฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 และเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่องด้วย 

พนิต จี้ จุรินทร์ ดึง “อภิสิทธิ์” ช่วยเลือกตั้งซ่อมทุกเขต เหตุแพ้ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498427

25 ธ.ค. 2564 |10:31 น.

พนิต จี้  จุรินทร์ ดึง "อภิสิทธิ์" ช่วยเลือกตั้งซ่อมทุกเขต เหตุแพ้ไม่ได้

พนิต จี้ จุรินทร์ ดึง “อภิสิทธิ์” ช่วยเลือกตั้งซ่อมทุกเขตเพราะจังหวัดอื่นก็แพ้ไม่ได้ ไม่ใช่แค่ กทม. เหตุพ่วงเดิมพันชีวิตคนปชป. หลังมีกระแส อภิสิทธิ์ ถูกมัดมือชกกู้วิกฤติ ดร.เอ้ เผชิญรับน้องหนักปม ไอน์สไตน์

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีรายละเอียดว่า ประชุมใหญ่สามัญประจำปี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 18  ธ.ค. ที่ผ่านมา ในฐานะที่ผมเคยทำงานกับ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่น้อยกว่า20 ปี  รู้สึกดีใจแต่แปลกใจ เมื่อเห็นท่านหัวหน้าจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งมีข้อความระบุว่า 

“ขอบคุณนายอภิสิทธิ์ ที่มีความตั้งใจจะเข้าไปช่วยรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพื่อนำชัยมาสู่พรรคอีกด้วย” 

จนทำให้เกิดกระแส วิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็น การมัดมือชก อดีตหัวหน้าอภิสิทธิ์   เพื่อให้เข้ามาช่วยกอบกู้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรค  หลังถูกรับน้องอย่างหนัก เมื่อหลุดคำพูด เป็นทายาทสายตรงไอน์สไตน์  แต่ก็ไม่ได้พูดถึงศึกการเลือกตั้งซ่อมของจังหวัดอื่น ๆ ที่ถือว่าเป็นศึกสำคัญเช่นกัน

ผมเชื่อว่า “นายอภิสิทธิ์” ในฐานะสมาชิกของพรรค ปชป. คนหนึ่ง ยินดีเสมอที่จะไปช่วยผู้สมัครของพรรค ปชป. ในการลงพื้นที่หาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อมทั้งที่ชุมพรเขต 1, สงขลาเขต 6 ในวันที่ 16 ม.ค. 2565 รวมถึงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ เขต9 กทม. ที่คาดว่าเกิดขึ้นในวันที่ 30 ม.ค. 2565 และการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในช่วงกลางปี แม้วันที่ยังไม่กำหนดแน่ชัด ซึ่งทุกพื้นในการเลือกตั้งซ่อมนี้มีความสำคัญมากและผู้สมัครก็ต้องการให้ท่าน อภิสิทธิ์ไปช่วยหาเสียงด้วยเพราะเป็นการเดิมพันที่ใหญ่ของหลายคนใน
พรรคปชป.

และสมาชิก ปชป. ยอมรับว่า”นายอภิสิทธิ์” เป็นผู้มีประสบการณ์ทั้งการเมืองระดับชาติ  และระดับกรุงเทพฯ  ในปี 2547  ครั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ พานายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ชนะเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้ หลังปชป. ไม่เคยสัมผัสชัยชนะมานาน
 

ด้านหนึ่งเพราะมีจุดยืนชัดทางการเมืองในฐานะฝ่ายค้าน  ตรวจสอบ ถ่วงดุล กับรัฐบาลในขณะนั้น ที่มีอำนาจมหาศาล และอีกปัจจัยสำคัญคือการทำงาน และเปิดโอกาสให้ คนประชาธิปัตย์ ที่มีความเชี่ยวชาญในกรุงเทพฯเข้ามางานอย่างเต็มที่ กระทั่งจากเป็นรองมากในช่วงเปิดตัว แต่สุดท้ายกลับมาเป็นผู้ชนะและ กอบกู้ศักดิ์ของพรรคในเมืองหลวงได้
.

 #แต่สถานการณ์ขณะนี้ ไม่เหมือนกับในปี 2547 

 #จังหวัดอื่นก็แพ้ไม่ได้